เสือหมอบ low-end VS hi-end

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 01:18
Tel: 0939478956
team: อย่าตามมา กูก็หลง
Bike: อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ

เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย 008 »

มีท่านใดเคยขี่เสือหมอบที่เป็นรุ่นล่างๆหนักๆซัก 10 โล เทียบกับเสือหมอบรุ่นท๊อปหนักซัก 5-6 โล มั้ยครับเอาแบบใช้งานจริงๆไม่ใช่แค่ทดลองขี่

ผมสงสัยว่ามันจะทำให้เราขี่ได้เร็วขึ้นกว่าเก่าเยอะขนาดไหน เอาทางราบๆ สมมุติว่าเคยขี่รถรุ่นล่างๆได้เฉลี่ย 30 kph แล้วพอถอยรุ่นท๊อปมาขี่จะขี่ได้ความเร็วเฉลี่ย 40 kph เลยหรือปล่าว อยากรู้ว่ามันจะแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหนครับ

ท่านใดมีประสบการณ์ตรงช่วยแชร์หน่อยนะครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย giro »

พอดีกำลังจะกินข้าวเย็นกัน เลยขอสั้นๆนะครับ
อันดับแรก รถเสือหมอบหนัก 5-6 กิโล บ้านเรามีน้อย มาก มาก มาก ถ้ารอพี่ๆเหล่านี้มาตอบ สงสัยรอกันเงกครับ :mrgreen: ถ้าเยอะๆหน่อยก็พวก 7 โลบวกลบนิดหน่อย และพวก 8 โลบวกลบนี่เพียบๆครับ

ถามว่าต่างมั้ย เร็วขึ้นมั้ย ผมตอบให้แบบง่ายๆครับ

ตูร์ยุค '70 มีความเร็วเฉลี่ยไม่ได้น้อยกว่าตูร์ปีที่ผ่านมาเท่าใดนัก... ขนาดรถหนักอึ้ง เทียบกับรถสมัยนี้ .....
ต้องมองก่อนครับว่าเข้าใจเกมส์รถถนนมากน้อยแค่ใด รถสมัยใหม่ออกแบบมาเพือตอบสนองเกมส์รถถนนแบบใหม่ สมัยก่อนจะมีพวกหนียาวๆไกลๆ ซัดเข้าเส้นกันไปเลยให้ได้เห็น เดี๋ยวนี้จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเปโลตองปล่อย เพราะเกมส์ไม่ใช่แบบนั้นแล้วครับ ลักษณะเกมส์เป็นการกระชากมากกว่า ดังนั้นรถสมัยนี้จึงให้อัตราเร่งที่ดีกว่า ขี่ได้ทนกว่า

แต่สิ่งที่เร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัดคือรถไทม์ไทรฯที่ทำความเร็วได้สูงกว่าการขี่เดี่ยวยุคเก่าๆมากมายนัก ซึ่งไม่ได้มาจากความเบาเสียด้วยสิครับ

อยากบอกอีกด้วยครับว่ารถโปรแข่งกันจริงๆน้ำหนักขั้นต่ำ 6.5 กิโลครับ พวกรถนิยายหนักสามโล มันใช้แข่งจริงๆไม่ได้หรอกครับ ประกอบเอาเท่ห์เฉยๆ แถมไอ้ที่หนัก 6.5 โล ส่วนมากรถนักไต่เขาหรือเสจขเขาจัดๆ รถระดับใช้งานแข่งกันเอาจริงเอาจังเสตจธรรมดาหนัก 7 โลก็มี ทางราบมากๆบางคันหนึกถึง 8 กิโล .....

น้ำหนัก : ความแข็ง : แอโร่ไดนามิคส์ : ความสบาย
น่าจะเป็นปัจจัยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เบาอย่างเดียวครับ

สำหรับนักกีฬาสมัครเล่น รถเบากว่าเดิมอาจไม่ได้ทำให้ไปได้เร็วขึ้นมากมายนักแต่ทำให้ขี่"สนุก"ขึ้น ผมว่าจักรยานมีอะไรมากกว่า"ความเร็ว" เยอะเลยครับ :D
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
อี๊ด
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 130
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:04
Tel: 087-264 -5446
team: ระนอง
Bike: trek

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย อี๊ด »

:D คม :) ชัด :lol: ลึกมากครับ สำหรับคำตอบนะ :P
รูปประจำตัวสมาชิก
phichai
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 114
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2009, 00:41
Tel: 0866880222
team: Angthong Bike
Bike: cannondale F4 cerve'lo S5

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย phichai »

จริงอย่างท่าน giro ครับ ผมมือใหม่หมอบได้10วัน
ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1-2 เอง (มือใหม่+มืออ่อน)
แต่สปีดดี เหนื่อยน้อยลง ลากยาวขึ้น มัน........
รูปประจำตัวสมาชิก
008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 01:18
Tel: 0939478956
team: อย่าตามมา กูก็หลง
Bike: อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย 008 »

ขอบคุณครับ คงพอเข้าใจกันนะครับ

น้ำหนักนี่เป็นตัวอย่างที่อยากยกให้เห็นข้อเปรียบเทียบง่ายหน่อยครับเพราะมันเป็นตัวเลขวัดได้

จริงๆผมขี่จักรยานมานานพอดูอยู่เหมือนกัน กระทู้นี้ผมแค่อยากจะบอกมือใหม่หลายๆท่านอะครับว่าตัวรถมันเป็นปัจจัยนึงในการขี่จักรยานเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าใช้รถดี(เกินไป) แล้วจะแปลงร่างเป็นคอนทาดอร์ได้ จะไม่มี XTR หรือ Dura Ace ก็สามารถสนุกกับการขี่จักรยานได้เหมือนกัน

คือมีรถที่เหมาะกับการใช้งานก็มีความสุขได้แล้ว หรือสำหรับหลายๆคนแค่มีจักรยานซักคันและมีเวลาขี่ก็มีความสุขแล้วครับ

ลองดูอย่างในภาพ :D ไม่แน่ใจเท้าขวานี่คันเร่งหรือเบรกกันแน่

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
เป้ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1274
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:02
Tel: 0817741872
team: มหาชัย
Bike: voodoo , Specialized , Bianchi , KOONSABUY , GIANT , TREK , KHS , HANDYBIKE , Raleigh , YAMAHA , BIKEFRIDAY
ตำแหน่ง: ปองฤทธิ์ ปฏิเมธา 19/67 ม.ปารวีร์ ซ.กาญจนาภิเษก 3 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพ 10160
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย เป้ง »

เดิมใช้เฟรมตัวต่ำสุดของ Bianchi อะไหล่ระดับกลางๆ หนัก 8.2 กก
ต่อมามีโอกาสได้ใช้เฟรมรุ่นสูงสุดของ Bianchi อะไหล่ระดับค่อนข้างสูง หนัก 6.8 กก.
ความแตกต่างที่ชัดที่สุดคือเรื่อง ความพุ่งแบบสั่งได้ มีสาเหตุมาจากเฟรมที่แข็งและน้ำหนักรถที่เบากว่า ขี่สนุกกว่า
ส่วนเรื่องความเร็วเฉลี่ยไม่หนีกันเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าอยู่แล้ว
ไฟล์แนบ
Bianchi NIRONE.jpg
Bianchi NIRONE.jpg (65.25 KiB) เข้าดูแล้ว 4266 ครั้ง
Bianchi nione 928SL.jpg
Bianchi nione 928SL.jpg (64.89 KiB) เข้าดูแล้ว 4267 ครั้ง
อย่าไปยึดติดกับมันมาก เพราะติดแล้วมันจะเลิกไม่ได้
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 01:18
Tel: 0939478956
team: อย่าตามมา กูก็หลง
Bike: อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย 008 »

ขอบคุณครับคุณเป้ง

จากรูป รถ recumbent เวลาขี่ความรู้สึกมันเป็นยังไงหรอครับ มันเลี้ยวได้คล่องตัวขนาดไหน (ไม่เคยลองครับ)
รูปประจำตัวสมาชิก
เป้ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1274
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:02
Tel: 0817741872
team: มหาชัย
Bike: voodoo , Specialized , Bianchi , KOONSABUY , GIANT , TREK , KHS , HANDYBIKE , Raleigh , YAMAHA , BIKEFRIDAY
ตำแหน่ง: ปองฤทธิ์ ปฏิเมธา 19/67 ม.ปารวีร์ ซ.กาญจนาภิเษก 3 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพ 10160
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย เป้ง »

008 เขียน:ขอบคุณครับคุณเป้ง

จากรูป รถ recumbent เวลาขี่ความรู้สึกมันเป็นยังไงหรอครับ มันเลี้ยวได้คล่องตัวขนาดไหน (ไม่เคยลองครับ)
ก็ขี่สบายสมชื่อ แต่การทรงตัวจะยากนิดหน่อย เวลาเลี้ยวช้าๆ ก็ต้องทรงตัวดีๆ ถ้าเลี้ยวแบบเร็วๆ ก็เอนตัวเทโค้งได้เลย
ที่กล่าวมาต้องฝึกให้ชินก่อนครับ
อย่าไปยึดติดกับมันมาก เพราะติดแล้วมันจะเลิกไม่ได้
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Antique man
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 998
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2009, 09:38
Tel: 0898901688
team: Bangkok Cyclotouriste บ้านจักรยานฟ้า
Bike: 1967 Peugeot PX-10 original

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย Antique man »

008 เขียน:ขอบคุณครับ คงพอเข้าใจกันนะครับ

น้ำหนักนี่เป็นตัวอย่างที่อยากยกให้เห็นข้อเปรียบเทียบง่ายหน่อยครับเพราะมันเป็นตัวเลขวัดได้

จริงๆผมขี่จักรยานมานานพอดูอยู่เหมือนกัน กระทู้นี้ผมแค่อยากจะบอกมือใหม่หลายๆท่านอะครับว่าตัวรถมันเป็นปัจจัยนึงในการขี่จักรยานเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าใช้รถดี(เกินไป) แล้วจะแปลงร่างเป็นคอนทาดอร์ได้ จะไม่มี XTR หรือ Dura Ace ก็สามารถสนุกกับการขี่จักรยานได้เหมือนกัน

คือมีรถที่เหมาะกับการใช้งานก็มีความสุขได้แล้ว หรือสำหรับหลายๆคนแค่มีจักรยานซักคันและมีเวลาขี่ก็มีความสุขแล้วครับ

ลองดูอย่างในภาพ :D ไม่แน่ใจเท้าขวานี่คันเร่งหรือเบรกกันแน่

รูปภาพ
รูปภาพ
ใช่เลยครับ
ผมขี่รถราคาไม่ถึงหมื่น แต่ก็สนุกและมีความสุขครับ
" บ้านจักรยานฟ้า " .....บิ้วท์ ซ่อม ประกอบ อัพเกรด Vintage ทุกประเภท touring / Racing / Mtb.

โอนธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 617-2-13124-5 บัญชา ธงขวาง
คุยกันสบาย ๆ ที่ http://www.facebook.com/baanjakrayanfah
ติดต่อ...089-8901688
จั๊ว
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2978
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2008, 18:27
ตำแหน่ง: พระราม2ปากซอย24
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย จั๊ว »

ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆ
หนักก็ขี่ เบาก็ขี่
สนุกกับการขี่ อย่าซีเรียสกับน้ำหนักรถ
ค่อยๆไต่ระดับขั้น(ความเร็ว)
---->>>>>hs0chq<<<<<----
รถไม่แพง แรงก้อ..งั้นๆ
รับสั่งทำเทรนเนอร์ลูกกลิ้ง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=251133
รายระเอียดเทรนเนอร์บน Facebook http://facebook.com/hs0chq
GDB
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1925
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:34
team: we r soitan
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย GDB »

รูปภาพ
scott addict R1 (คันเก่าcervelo S1 7.4kg.)

หนัก 6.08 kg ผมว่าปั่นก็ได้ความเร็วเท่าๆเดิม เพียงแต่จังหวะกระชาก เร่งความเร็ว หรือมีเพื่อนปั่นมาจากข้างหลังด้วยครวามเร็วสูงกว่า ยกติดหลังเค้าโดยไม่เหนื่อยเท่าไหร่
รถเบาปั่นสนุกครับ ปั่นไกลๆสบายเลย ไปได้ไกลกว่าเดิมมากมาย
แต่ที่แตกต่างกันเยอะมากๆคือ ขึ้นเขา หรือทางเนิน เซฟเเรง ไปได้มาก ปั่นความเร็วเท่าเดิมแต่ไม่เหนื่อยเหมือนก่อน สามารถให้เกียร์หนักขึ้นได้ ทำให้ไปได้ไวขึ้นได้อีกนิดนึง (ต้องมีแรงด้วยนะครับ)
รูปประจำตัวสมาชิก
Antique man
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 998
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2009, 09:38
Tel: 0898901688
team: Bangkok Cyclotouriste บ้านจักรยานฟ้า
Bike: 1967 Peugeot PX-10 original

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย Antique man »

จั๊ว เขียน:ซ้อมๆๆๆๆๆๆๆ
หนักก็ขี่ เบาก็ขี่
สนุกกับการขี่ อย่าซีเรียสกับน้ำหนักรถ
ค่อยๆไต่ระดับขั้น(ความเร็ว)
หวัดดีครับ พี่จั๊ว...
ไม่ขี่เดล แล้วเหรอครับ
" บ้านจักรยานฟ้า " .....บิ้วท์ ซ่อม ประกอบ อัพเกรด Vintage ทุกประเภท touring / Racing / Mtb.

โอนธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 617-2-13124-5 บัญชา ธงขวาง
คุยกันสบาย ๆ ที่ http://www.facebook.com/baanjakrayanfah
ติดต่อ...089-8901688
รูปประจำตัวสมาชิก
ลูกเจ้เม้ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 699
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 21:42
Bike: รถเหล็ก
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย ลูกเจ้เม้ง »

คุณ GDB พูดมีเหตุผลสงสัย คุณคงทำแบบนี้กับคนที่เชียงใหม่ไว้เยอะนะ :D
แรงน้อย ต้องแอบแซงซ้าย
GDB
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1925
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:34
team: we r soitan
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย GDB »

ลูกเจ้เม้ง เขียน:คุณ GDB พูดมีเหตุผลสงสัย คุณคงทำแบบนี้กับคนที่เชียงใหม่ไว้เยอะนะ :D
รถเบามันขึ้นดอยมันจิงๆนะ กระชากทีพวกเหนื่อยกันเป็นเเถว
โด่ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 156
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2008, 20:08
Tel: 089-6162637
Bike: GT, GTr 4series

Re: เสือหมอบ low-end VS hi-end

โพสต์ โดย โด่ง »

ทีแรกผมขี่จักรยานเพราะ มันไม่ต้องเติมน้ำมัน ขี่ ขี่ไปกลับมีกิเลทหนาขึ้น ๆ อยากได้รุ่นนั้นรุ่นนี้ อยากได๊ ๆๆๆ :mrgreen:
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”