วันรุ่งขึ้นผมต้องนั่งรถไฟที่สถานีคยา เวลาบ่ายสองโมงในตั๋วบอกจะไปถึงสถานี
มงคลส่าหร่ายห้าโมงเย็น ตั๋วที่ผมซื้อมาผ่านเอเย่นเป็นกระดาษเอสี่ที่ปริ้นท์มาจาก
อินเตอร์เนตไม่รู้จะใชได้หรือโดนแขกหลอก ต้องวัดดวง ที่สถานีรถไฟเป็นอะไรที่
วุ่นวายจะไปทางไหนดีละตู รถที่จอดอยู่ก็มีหลายขบวนมีสะพานลอยข้ามไปลง
ชานชลาตรงกลางก็มี ถามแขกๆบอกรถด่วนมหาโพธิคันที่ผมจะขึ้นอยู่ที่ชานชลาตรงกลาง
เวรงานเข้าต้องแบกเจ้าขุนอินขึ้นสะพาน ถึงข้างรถไฟต้องถามนายตรวจตั๋วว่านั่ง
โบกี้ไหนอีกมันชี้เดินอีกไกล ถามอีกสองคนถึงๆโบกี้ที่นั่ง ขึ้นไปบนรถไฟเหมือน
นรกแตก (ลืมบอกไปผมซื้อตั๋วแบบSL เป็นชั้นประหยัดราคา215รูปี)ในโบกี้เมื่อ
ผมขึ้นไปถึงแขกหยุดการสนทนามองมาที่ผมคนเดียว ผมจัดการหาที่นั่งเจอ
แต่ก็มีแขกผู้หญิงนั่งอยู่เธอไม่ยอมลุกผมจัดการเอาสัมภาระไว้ที่เตียงชั้นบน
สักพักรถเรื่มวิ่งนายตรวจตั๋วมาตรวจตั๋วพร้อมพาสปอร์ตมองหน้าผมสองครั้ง
ก่อนจะไล่ผู้หญิงคนนั้นออกจากที่นั่งผมเหนื่อยโคตรๆ

ผมใช้กล้องมือถือถ่าย ตรงข้ามที่นั่งผมเป็นแนวขวางมีหกเตียงแต่กลางวัน
จะถูกพับเก็บ ส่วนที่ผมนั่งเป็นสองเตียงแนวยาวโบกี้เท่ากับ1บล๊อกมี8เตียง

ส่วนคนที่ใส่สูทอยู่ด้านหลังคือนายตรวจตั๋ว