กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
มเหศวร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 271
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 22:19
Tel: 086-7581148
team: tour bike to work www.laridingclub.com www.ilovethailand.org
Bike: Trek8900/Trek1.9/Cannondale/Klein/Bianchi/SPECIALIZED M4 Trek520 ที่พูดมาไม่มีเลย555+ มีแต่ LA สีดำคันเดียวยางก็ไม่มีดอก
ตำแหน่ง: ฝั่งธน

กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย มเหศวร »

[youtube]<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/EdVK4FtTorI&hl ... ram><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/EdVK4FtTorI&hl=en_US&fs=1&" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>[/youtube]

.
.
สวัสดีครับเพื่อนชาวจักรยานทุกๆท่าน
ในวงการจักรยานมีนักจักรยานหลายๆท่าน
ที่มีความเป็นมาในการมาปั่นจักรยานที่น่าติดตามมากๆ วันนี้ขอยกตัวอย่างมาก่อน
สัก 1 ท่านท่านนี้เป็นชายหนุ่มอายุอานามยังไม่มากครับ แต่เรื่องราวของเค้ามีเสน่ห์
น่าติดตามยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการนำประวัติความเป็นมาของชายหนุ่มคนนี้มาเล่า
สู่กันฟังคงจะมีประโยชน์สำหรับท่านที่เริ่มจะปั่นจักรยานตามฝัน ;)

กิตติพงษ์ กองแก้ว ชื่อนี้แทบไม่มีใครรู้จักนอกจากเพื่อนๆที่สนิทในแวดวงจักรยาน
เราท่านต่างรู้จักเค้าในนาม
"โอ๊ตนนท์" ชายหนุ่มผู้ทำประโยชน์เพื่อสังคมมามากมาย
วันนี้ขออนุญาตยกข้อสัมภาษณ์จากอีกบล๊อกมาแบ่งกันอ่านก่อนนะครับ แล้วต่อจากนั้น
จะเชิญเจ้าตัวมาเล่าแบบเกือบกินเปลือกกันเลยครับ :D



...โอ๊ตเกิดที่ฉะเชิงเทรา จังหวัดหนึ่งในไทย ได้บวชเป็นพระสามอาทิตย์ในปี 2548 ที่วัดสามกอ นอก
จากมีงานประจำแล้ว โอ๊ตยังทำงาน อาสาหน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิระพยาบาลในกรุงเทพฯ และย่านแหล่งท่องเที่ยว
เป็นอาสาสายตรวจตำรวจจักรยานที่อยุธยาเพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวด้วย

ที่ ‘สปินน์ คาเฟ่’ มีค็อกเทลให้เลือกมากมาย นอกจากเขาทำค็อกเทล พิงค์เลดี้ หรือพุซซีแค็ทแล้ว
เขายังสามารถบอกแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับจักรยานได้อีกด้วย สามารถสอนคุณนานกว่าชั่วโมงก็ยังได้

และตอนนี้เขากำลังเรียนภาษาจีนอยู่ แต่เขาพูดตลก เก่งมาก…

ข้างความข้างต้นปรากฏอยู่ในหน้า About Us ของเว็บไซต์ http://www.spinn.cn
ซึ่งทำให้เรารู้จักและสนใจ “โอ๊ต” หรือกิตติพงษ์ กองแก้ว หนุ่มไทยนักปั่นวัยยี่สิบเจ็ดย่างยี่สิบแปด
หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Spinn Cafe ร้านอาหารและร้านกาแฟที่มีข้อมูลการท่องเที่ยวทิเบตและ
บริการซ่อมบำรุงจักรยานขึ้นในกรุงลาซา (Lhasa-เมืองหลวงของทิเบต) ทิเบต

.................รูปภาพ

.................รูปภาพ
.....................โอ๊ตในลาซา

โอ๊ตและเพื่อนออกเดินทางจากประเทศไทยผ่านเขาสูงแถบเชียงรุ่ง สิบสองปันนาของจีน
เข้าสู่ทิเบตโดยใช้เวลานานกว่าสามเดือนบนหลังอานจักรยานกว่าจะบรรลุเส้นทางหลังคา
โลกที่พวกเขาใฝ่ฝันโดยพกพาความตั้งใจเล็กๆ ว่าอยากไปเปิดร้านกาแฟขึ้นที่นั่น

ทุกวันนี้โอ๊ตยังคงทำงานที่ร้านในกรุงลาซาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
ในทิเบตขึ้นเมื่อกลางเดือนมีนาคมก็ตาม การสัมภาษณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นโดยผ่านโปรแกรม Chat
ระดับโลกอย่าง MSN และการถามตอบกันทางอีเมล์เพื่อหยั่งรู้สถานการณ์ในลาซา
ทุกข์สุขและความฝันของคนไทยคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตกอยู่ใต้อุ้งมือมังกรจีน

:arrow: ตอนนี้สถานการณ์ในลาซาเป็นไงบ้าง?
เริ่มปกติขึ้นแล้วครับ ทหารที่เข้ามาคุมดูแลก็ลดลงแล้ว มีน้อยกว่าตอนแรกเยอะ
มีการเริ่มซ่อมอาคารที่เสียหายที่โดนเผา ก็เริ่มมีการตกแต่งใหม่แล้วครับ
บางร้านก็เริ่มเปิดค้าขายตามปกติแล้วครับ

:arrow: ตอนเกิดเหตุการณ์ประท้วงเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาคุณโอ๊ตทำอะไรอยู่ที่ลาซา?
ผมติดอยู่ในโรงแรมครับผม กำลังนอนอยู่ ไม่รู้เรื่องอะไร
ผู้จัดการที่ร้านเขาก็โทรมาบอกว่าไม่ให้ผมออกจากโรงแรม และเขาบอกว่าขอปิดร้านด้วย
ผมก็ไม่คิดอะไรก็ให้เขาทำและนอนต่อ แต่มาสายๆ ผู้จัดการโทรมาอีก ผมก็ยังงงว่าเป็นไปได้ยังไง
แต่ก็ยังนอนต่ออีก จนเพื่อนของเพื่อนชาวฮ่องกงที่ทำร้านด้วยกันมาเคาะประตู บอกว่าเกิดการประท้วง
ผมก็เลยตื่นตอนนั้นเลย

:arrow: มันมีอะไรเป็นลางบอกเหตุไหมว่าจะมีการประท้วงขึ้นก่อนหน้านั้น?
ไม่มีครับ เพราะวันเกิดเหตุประมาณตีห้า ผมปิดร้านแล้วกลับโรงแรมนอน ก็เงียบสงบปกติเลยครับ

:arrow: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงมากไหมในสายตาคุณโอ๊ต?
ถ้าผมเทียบกับการประท้วงครั้งที่แรงๆ ที่เมืองไทยแล้ว คงพอๆ กันครับ
เพราะที่นี่ถ้าไม่มีการจุดไฟเผาร้านค้า และทหารตำรวจควบคุมเหตุการณ์ก่อนที่จะบานปลาย
ก็คงจะเสียหายในวงแคบๆ นะครับ

:arrow: ที่ร้าน (Spinn Cafe) อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากมั้ย ได้รับผลกระทบยังไงบ้าง?
รัศมีที่เสียหายก็ประมาณสามสี่กิโลฯ จากจุดศูนย์กลางการประท้วงที่หน้าวัดโจคัง
ซึ่งใกล้กับที่ตั้งร้านมากเลยล่ะครับ เดินไปห้านาที ก็ถึงวัดโจคังแล้ว
และร้านผมอยู่ติดขนานกับถนนโรงพยาบาลทิเบต ซึ่งเป็นถนนที่นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ
เปรียบเหมือนถนนข้าวสาร ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ทำให้มีคนมาพักน้อย ถึงกับไม่มีเลย ช่วงแรกๆ
ในโรงแรมที่ผมพักก็มีเพียงนักท่องเที่ยวที่ยังติดเหลืออยู่ประมาณยี่สิบกว่าคน
แต่หลังจากเขาอนุญาตให้ออกมาได้แล้ว ผู้คนก็พากันออกไปจากลาซาหมดจนเหลือแค่สามสี่คนเท่านั้น
ส่วนช่วงนี้คนก็เริ่มกลับเข้ามาแล้วตอนนี้ที่โรงแรมที่ผมพัก ก็มีคนเริ่มเข้ามาบ้างประปราย
คาดว่าถึงพฤษภาคมคงจะดีกว่านี้ เพราะการท่องเที่ยวจีนเขาจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าทิเบตได้ตามปกติ

.........................รูปภาพ

.........................รูปภาพ
.............................สปินน์คาเฟ่

:arrow: ช่วยเล่าบรรยากาศของลาซาในเวลาปกติให้ฟังหน่อยว่าเป็นอย่างไร?
เวลาปกติส่วนมากหลังตื่นนอนผมก็มาที่ร้านมาเอาจักรยานออกไปปั่นเล่นสักสามสิบกว่ากิโลฯ
แล้วก็กลับมาดูแลร้านต่อ ลูกค้าส่วนมากจะมาช่วงเย็นๆ ค่ำๆ เยอะมาก
มีเวลาก็เอาหนังสือภาษาจีนมาหัดเรียนบ้าง บางวันก็ไปเดินเล่นตามถนนดูการใช้ชีวิตว่าคนเขาทำอะไรบ้าง
แต่คนจะเยอะมากๆ ยิ่งแถวตลาดแทบเดินไม่ได้ ได้เห็นชาวทิเบตบางคนที่มาจากต่างจังหวัด
เขาดูตื่นเต้นมากๆ และบางคนเขาเดินมาจากบ้านด้วยการไหว้กราบลงไปกับพื้นทั้งตัว
ซึ่งทำให้ผมทึ่งในความศรัทราที่เขามีต่อสิ่งที่นับถือมากๆ

:arrow: คิดยังไงถึงได้เลือกการเดินทางไปทิเบต?
ผมอยากเดินทางมาทิเบตเพราะว่าอยากดูโลกกว้างนะครับ และผมก็ชอบปั่นจักรยานด้วย
เส้นทางไปทิเบตถือว่าเป็นเส้นทาง จักรยานที่นักปั่นจักรยานท่องเที่ยว (Touring - ทัวริ่ง)
ทั่วโลก ฝันจะ พิชิตครับ

......................................รูปภาพ
.................ระหว่างการเดินทางด้วยจักรยานเข้าเขตทิเบต

:arrow: นั่นคือเริ่มการเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยจักรยานเลยหรือเปล่า และออกเดินทางไปตั้งแต่เมื่อไร?
ตอนแรกที่เข้าทิเบต เริ่มทริปจากไทยเดือนมิถุนายน วันที่ 5 ปี 49 ครับ
เพื่อนผมเขาเริ่มปั่นจักรยานมาจากกรุงเทพฯ ครับ ส่วนผมยังติดงานอยู่เลยตามมาทีหลังอีกเดือนต่อมาครับ
ผมนั่งเครื่องบินไปลงเชียงใหม่ พาแม่เที่ยวก่อน แล้วก็ส่งแม่กลับผมจึงปั่นต่อไปเชียงแสน
เพื่อไปลงเรือเข้าจีนเดินทางกันอีกสามวันสามคืนจากนั้นค่อยเริ่มปั่นจักรยาน

:arrow: ตกลงเดินทางกันกี่คนครับ?
สองคนครับ กับเพื่อนผมซึ่งเป็นคนฮ่องกงชื่อก้อง (เหยา หวาง ก้อง) ตอนนี้ก็ทำร้านอยู่ที่ลาซาด้วยกัน

.....................................รูปภาพ
...............โอ๊ตกับก้องท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเย็นระหว่างการเดินทาง

:arrow: ต้องเตรียมตัวยังไงก่อนออกเดินทาง?
เตรียมตัวแทบไม่ทันเลยครับเพราะการเดินทางเกิดขึ้นกะทันหันมาก
เลยเตรียมได้เฉพาะสิ่งที่คิดออกครับ ก็เตรียมเงินไว้ พอควรครับ
แต่ส่วนมากเพื่อนฮ่องกงผมเขาออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งที่พัก และอาหารครับ
เพราะผมก็ช่วยเขาดูแลเรื่องรถจักรยานเขาทุกอย่าง เหมือนกันครับ

:arrow: ก่อนหน้านั้นเคยปั่นจักรยานไปไกลสุดแค่ไหนและที่ไหน?
เคยปั่นไกลสุดต่อวันก็ 225 กิโลฯ ครับ ปั่นในทริปจักรยาน
ของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยไปนครนายกแค่นั้นเอง
แต่ผมใช้จักรยานปั่นไปทำงานจากบ้านแถว ๆ สะพานพระนั่งเกล้าฯ ไป มาบุญครองทุกวัน

:arrow: แล้วก้องเขาปั่นจักรยานมาก่อนหรือเปล่า?
ไม่ครับ เขาเพิ่งมาซื้อจักรยานปั่นจักรยานเที่ยวครั้งแรกก็ที่ไทยเองครับ
ผมไปเจอเขาในทริปจักรยานปั่นไปบางปะอินครับ ตอนนั้นผมทำหน้าที่ขี่จักรยานปิดท้าย
ปฐมพยาบาล พอดีผมตื่นสายต้องรีบปั่นตามออกไปก็เลยเจอก้อง ตอนนั้นเขาปั่นอยู่ท้ายสุดเลย
ผมเลยสอนเขาให้รู้วิธีขี่จักรยานอย่างถูกต้องครับ เรื่องปั่นจักรยานมาทิเบตก้องก็เป็นคนชวน
ปกติผมทำงานประจำที่เมืองไทยก็มีความสุขอยู่แล้ว ไม่อยากไปไหน
แต่พอดีที่เขามาชวนและผมเองก็อยากรู้อยากเห็นโลกกว้างบ้างก็เลยตกลงใจลาออกจากงาน
ไปตามที่เพื่อนชวนครับ แต่กะไว้ว่าไปสักปี แล้วจะกลับมาทำงานใหม่
แต่พอมาเปิดร้านที่นี่แล้วเลยอดกลับไปทำงานที่เก่า ซึ่งผมทำงานเป็นกัปตันของ
บริษัท SF Music City ได้สี่ปีกว่าๆ ที่นี่เป็นคาราโอเกะในเครือของโรงหนัง
อยู่ตรงชั้นเจ็ด มาบุญครอง ตอนนั้นงานหนักและผมต้องตื่นตอนเย็นๆ
ปั่นจักรยานจากนนท์ฯ ไปมาบุญครองทุกวัน เลิกงานก็มาทำอาสาจักรยานหน่วยแพทย์กู้ชีวิตอีกครับ
กว่าจะกลับบ้านก็ตีห้าหกโมงเช้า แต่ก็ต้องต้องกัดฟันขอลาออกทั้งๆ ที่เสียดายงานเก่า
มันคาใจอยู่ห้าสิบห้าสิบว่าจะไปดีมั้ย ผมยังไม่เคยออกไปปั่นจักรยานต่างประเทศ
ก็เลยอยากหาประสบการณ์เพิ่มบ้าง แล้วอีกอย่างเส้นทางปั่นจักรยานไปทิเบต
เป็นเส้นทางในฝันของคนที่ชอบการปั่นจักรยานทั่วโลก และผมเองก็อยาก
ไปพิชิตหลังคาโลกดูบ้างเลยตกลงใจขอลาออก

:arrow: ตอนแรกไปทำจักรยานอาสาได้ยังไงและต้องทำอะไรบ้าง?
ก่อนที่ผมจะเดินทางมาทิเบต ผมได้พบกับน้องปาว จักรยานกู้ชีพ
(ทำอาสาจักรยานกู้ชีพและได้ออกรายการคนค้นคน) ครั้งแรกโดยไม่รู้จักชื่อเสียงเขามาก่อน
วันหนึ่งผมปั่นจักรยานกลับจากที่ทำงานแล้วกำลังคิดถึงเพื่อนๆ
ในกลุ่มที่เคยร่วมทริปซึ่งประสบอุบัติเหตุ ก็เลยอยากหาวิธีช่วยปฐมพยาบาลเขา
บังเอิญปั่นไปเจอน้องปาวปั่นจักรยานประหลาดๆ มีไฟเต็มคันเลย แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ
เลยรู้ว่าเขาทำงานอาสาของหน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิระฯ ซึ่งผมก็รู้สึกสนใจอยากศึกษา
เรื่องการช่วยเหลือคนอยู่พอดี จึงเข้าร่วมทำงานเป็นอาสาจักรยานอีกคน
ในกลุ่มจักรยานอาสากลุ่มผมจะอยู่ในพื้นที่สนามหลวง ถนน ข้าวสาร สามเสน บางลำพู
เราก็จะค่อยๆ ปั่นไปตามซอยเล็กซอยน้อย และฟังวิทยุแจ้งเหตุต่างๆ ทั้งคืน
ซึ่งเป็นการดีที่ได้ช่วยเหลือในการออก ตรวจตระเวนไปเรื่อย เป็นการลดอาชญากรรม
และป้องกันเหตุร้ายตาม ซอยเปลี่ยวๆ ได้ มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้ประสบเหตุต่างๆ

:arrow: เส้นทางที่เดินทางมาทิเบตเป็นยังไง ใช้เส้นทางไหน และใช้เวลาเดินทางนานไหม?
พอผมปั่นไปถึงเชียงแสนแล้วหาเรือเดินทางทวนแม่น้ำโขง ขึ้นไปถึงเชียงรุ่ง
สิบสองปันนาก่อนแล้วก็ค่อยไปต่อถึงซินเหมา ปูเออ ต้าหลี่ ลี่เจี่ยง จงเตี้ยน แชงกรีล่า
จนเข้าทิเบต ที่จริงแล้วมาทิเบตได้หลายทางด้วยกัน จะเข้าจากทางเนปาลก็ได้
หรือทางทิศเหนือประเทศรัสเซียก็ได้ครับ ตอนออกมาจากเมืองไทยรู้สึกตื่นเต้นมากๆ
ในใจคิดถึงพ่อแม่และเพื่อนๆ ครับ ตอนเรือลอยออกจากท่าเรือเชียงแสนผมแอบ ร้องไห้นิดหน่อย

:arrow: เป้าหมายในการเดินทางครั้งนั้นคือไปถึงลาซาและดินแดนหลังคาโลกให้ได้อย่างเดียว หรือมีอะไรอีก?
เป้าหมายของผมมีแค่อยากไปพิชิตเท่านั้นเอง เพราะเคยอ่านแต่หนังสือเกี่ยวกับทิเบต
เลยอยากเห็นของจริงว่าเป็นยังไงบ้าง ส่วน เพื่อนผมเขาอยากเปิดร้านและก็ชวนให้ผมร่วมงานด้วยครับ
ผมไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ยาวครับ ก็กะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อนแล้วใช้เวลาเรียนภาษาจีนไปด้วย
ถ้าร้านอยู่ตัวแล้ว พนักงานสามารถดูแลร้านเองได้ ผมก็กลับไปหาอะไรทำต่อที่เมืองไทย
และที่เปิดร้านนี้ขึ้นก็เพราะว่าเพื่อนเขาชอบกาแฟ ส่วนผมชอบจักรยาน
ก็เลยเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน ผมออกแบบร้านเองทุกอย่าง

:arrow: การเดินทางครั้งนี้ระยะทางประมาณเท่าไร ใช้การเดินทางนานแค่ไหน?
ประมาณสามพันกว่ากิโลฯ ครับ ใช้เส้นทางเก่าในยูนานตลอด
ถ้าคิดเฉพาะเวลาที่ปั่นจักรยานบนอานจริงๆ ก็แค่สามเดือนครับ แต่เราไม่รีบเพราะเราถือว่า
มาท่องเที่ยวด้วย ดังนั้นบางเมืองใหญ่จะหยุดพักและชมเมืองไปด้วย เลยใช้เวลาทั้งหมดห้าเดือน
จนถึงทิเบตในเดือนพฤศจิกายน ระหว่างเส้นทางก็ได้เจอคนที่ปั่นจักรยานมาไกลกว่าเราอีก
ก็เคยเจอบางคนที่ปั่นรอบทวีปหรือรอบโลก

:arrow: การเดินทางไปทิเบตด้วยจักรยานเป็นไปอย่างที่คิดไหม
ชอบหรือประทับใจอะไรมากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้?

ผมชอบการผจญภัย เราต้องคำนวณแทบทุกวันเวลาเข้าทิเบตว่าจะมีหมู่บ้านให้ซื้อของมั้ย
ต้องเตรียมเสบียงสำรองไว้สำหรับสามสี่วันเลย เพราะถ้าปั่นไปในบางช่วงไม่มีหมู่บ้านหรือร้านค้าเลย
ก็จะไม่มีอะไรกินเส้นทางแต่ละช่วงมันแห้งแล้งมากๆ แทบไม่มีคนเลย ผมยังชอบ
เส้นทางและชาวบ้านตามเส้นทางครับ พวกเขาน่ารักดี บางครั้งชาวบ้าน เขาทำอะไรที่แปลก ๆ
จากความคุ้นเคยของเรา เราก็แอบขำ ตลกพวกเขาก็มี

:arrow: เส้นทางโหดไหม มีอันตรายหรือเรื่องตื่นเต้นเร้าใจเกิดขึ้นบ้างไหม?
เส้นทางในยูนานไม่โหดมาก ถึงแม้จะใช้เส้นทางเก่าๆ แต่ก็ยังพอไปได้
แต่พอเข้าเขตทิเบตแล้ว ยากขึ้นครับ เพราะเจอความหนาวจัด และเราต้องข้ามภูเขาขึ้นไปอย่างเดียว
ในบางลูกตั้งห้าสิบกว่ากิโลฯ แถม ถนนยังเป็นหินลอย ยิ่งทางเข้าเขตแดนช่วงแรก
ถนนมีเลนเดียว ก็ไม่อยากเรียกว่าถนนเลย แถมข้างทางเป็นเหวเยอะแยะ
อันตรายมีตลอดทางครับ อย่างวันแรกที่เขาจีน ก้องก็ปั่นไปลงหลุมรถล้มจนจักรยานพังเลย
ต้องหยุดปั่นไปวันหนึ่ง ต่อมาผมซ่อมจักรยานให้เขาพอปั่นไปต่อได้
แล้วจึงไปเปลี่ยนอะไหล่ที่ร้านจักรยานในเชียงรุ่ง ต่อมาก็เริ่มเข้าทิเบตเจอปัญหาเยอะกว่าเดิม
ทั้งเรื่องอากาศที่เบาบางตอนข้ามเขาสูงกว่าห้าพันเมตร

.......................................รูปภาพ
..................เส้นทางจักรยานอันยาวไกลที่ต้องผ่าน

:arrow: ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ปั่นจักรยานวันละกี่กิโลฯ จากกี่โมงถึงกี่โมง?
ออกปั่นก็ตั้งแต่สิบโมงสิบเอ็ดโมงเช้าราวๆ นี้แล้วก็ไปหยุดพักหาที่ตั้งแคมป์ราวๆ หกโมงเย็น
ต้องทำอาหารกินกันเอง เวลาเดินทาง ส่วนมากจะพยายามตื่นให้เช้า แต่ก็ตื่นกันได้ประมาณสิบโมงครับ
เพราะ เวลาที่ทิเบตมันช้า ขนาดแปดโมงเช้าข้างนอกก็ยังมืดอยู่เลย

:arrow: สัมภาระทั้งหมดหนักไหม เอาอะไรไปบ้าง?
รถจักรยานผมสัมภาระมีเยอะครับ คือมีถุงนอนที่ใช้งานที่นี่แทบไม่ได้
เพราะอากาศมันหนาวเกินไป เต็นท์ก็ดันเอาแบบฤดูร้อนมา มีที่กรองน้ำแบบฟิลเตอร์
แล้วก็แบตเตอรี่ ขนาดสิบสองโวลต์ สิบสองแอมป์เอาไว้ชาร์จแบตฯ โทรศัพท์
หรือส่องไฟสปอตไลท์ล้านแรงเทียน เตาหุงอาหารแบบน้ำมัน หม้อสนาม
รถผมบรรทุกหนักสุดก็เจ็ดสิบกิโลฯ คันของเพื่อนจะหนักราวๆ สามสิบห้าถึงสี่สิบกิโลฯ
และเป็นรถพ่วงด้วย มีวันหนึ่งเพื่อนผมเขาไม่สบาย ปั่นไม่ไหว ผมก็เลยต้องแบกทั้งของผม
และลากรถพ่วงของเพื่อนด้วย ถึงที่พักหลับเป็นตายเลย ขาระบมไปหมด

:arrow: ที่ว่าอากาศหนาวมาก หนาวแค่ไหน?
อุณหภูมิช่วงเที่ยงประมาณแปดองศาครับ แต่ยามดึกเที่ยงคืน
จนเช้าอุณหภูมิติดลบเลยครับ ตื่นมาเต็นท์ก็จะมีน้ำแข็งเกาะ จักรยานมีแต่เกล็ดน้ำแข็งเต็มเลย
ช่วงเข้าทิเบตก็เลยไม่ค่อยได้อาบน้ำหรอก นานสุดเป็นอาทิตย์กว่าจะอาบที เพราะมันหนาวมากๆ
ขนาดน้ำที่กรองไว้กิน ตื่นเช้ามาก็กินไม่ได้เพราะกลายเป็นน้ำแข็ง บางครั้งก็เลยทำได้แค่ต้มน้ำ
แล้วชุบผ้าลูบเช็ดตัว

:arrow: ความรู้สึกแรกที่ไปถึงทิเบตเป็นยังไง?
ครั้งแรกที่ถึงลาซา เราปั่นเข้ามาลาซาประมาณเที่ยงคืนเกือบ ตีหนึ่ง
ได้เห็นพระราชวังโปตาลาแล้ว น้ำตาเล็ดเลยครับ บอกตัวเองว่าเราทำสำเร็จแล้ว

:arrow: ไปถึงแล้วเริ่มต้นยังไงถึงได้เปิดร้านนี้ขึ้น หรือว่าก้องเคยหาที่ทางไว้ก่อนแล้ว?
พอก้องเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยก็มีเงินเก็บไว้ เพราะตอนเรียนอยู่เขาทำงานสร้างเว็บไซต์ด้วย
ก็เลยมีเงินเก็บเยอะ และก็เริ่มออกท่องเที่ยวไปหลายที่ ทั้งยุโรป เอเชีย
แต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้ปั่นจักรยานเที่ยว เขาเคยมาลาซามาก่อนครับ ประมาณปี 2000
ก้องเขาชอบทิเบตเพราะในเวลาปกติแล้ว สงบดี และเขาก็อยากเรียนภาษาทิเบตด้วย
ส่วนผมอยากเรียนภาษาจีน พอมาถึงพร้อมกันครั้งแรก ก็ได้แต่เดินออกไปหาทำเลที่จะทำร้าน
เดินไปทุกถนนทุกซอยเพื่อหาสถานที่ เรามาถึงลาซาเดือน พฤศจิกายนปี 49
กว่าจะเปิดร้านได้ก็เดือนเมษาฯ ครับ นานมากๆ กว่าจะเจอสถานที่ ส่วนมากจะให้เช่าสถานที่
โชคดีที่เราใจเย็นจนมาเจออาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ เลย ได้จ่ายแต่ค่าเช่าที่ไม่แพง
แต่เป็นสัญญาเช่าระยะยาว 10 ปี

:arrow: ตอนนี้เปิดร้านมาได้นานแค่ไหนแล้ว?
เปิดมาใกล้จะครบปีหนึ่งแล้วครับ ตั้งแต่เดือนเมษาฯ ปีที่แล้ว (2550)

:arrow: เห็นบอกว่าเป็นคนออกแบบร้านเอง ตกลงคืออยากทำเป็นร้านกาแฟ?
ครับ ผมวาดแบบร้านว่าจะให้ออกมายังไง รูปร่างเป็นยังไง ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ห้องน้ำ
ห้องครัว ชั้นวางของครับ เป็นร้านกาแฟที่รวมกับร้านจักรยานครับ
ร้านเราดีที่ว่าเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติทั้งนักปั่นจักรยาน ทัวริ่งหรือนักแบกเป้
เพราะร้านเรามีให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิเบตทั้งการท่องเที่ยวและเส้นทางต่างๆ ด้วยครับ
ตอนเปิดร้านแรกๆ เราก็ไม่มีอะไรเลย พนักงานก็ไม่มี จนประมาณสองสามเดือนผ่านไปถึงมีลูกค้ารู้จักมากขึ้น

:arrow: ตกลงร้านนี้คุณโอ๊ตร่วมหุ้นลงทุนด้วยหรือเปล่า?
เป็นการรวมเงินกันและแบ่งหน้าที่กันทำงานครับ ส่วนมากในร้านผมจะดูแลด้านจักรยาน
และอุปกรณ์ของร้าน ดูแลบาร์ เป็นพ่อครัวเฉพาะทำอาหารไทย
เพราะผมก็พอรู้เรื่องการทำอาหารมาบ้าง พวกต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่
เพราะแม่ผมเขาเป็นคนทำอาหารขายส่วนก้องเขาดูแลเรื่องสัญญาเช่า
ทำงานเกี่ยวกับเอกสารและข้อมูลของทิเบต

:arrow: แล้วการทำร้าน Spinn Cafe มีเป้าหมายไว้ยังไง?
ก็เป็นร้านที่เป็นความหวังของนักจักรยานแบบทัวริ่งครับ เพราะ ร้านจักรยานในลาซา
เขาจะขายแค่จักรยานครับ เครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอที่จะซ่อมรถ
และอะไหล่ที่ใช้ก็เป็นระดับต่ำทั้งหมด ส่วนที่ร้านผม ใช้อะไหล่เกรดสูงทั้งหมดเลยครับ
ต้องสั่งนำเข้ามาจากจีน แต่ที่ร้านไม่มีบริการให้เช่าจักรยานนะครับ
เพราะว่าจักรยานผมคันนึงก็ปาไปสองหมื่นแล้ว ถ้าเช่าแล้วหายก็แย่เลยครับ ไม่คุ้ม
นอกจากนี้ที่ร้านยังเป็นแหล่งข้อมูลให้นักท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากก้องเขาเก่งอังกฤษ
เลยแนะนำข้อมูลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ดีครับ

........................................รูปภาพ
..................โอ๊ตขี่จักรยานโชว์ให้เด็กชาวทิเบตชม

:arrow: เป้าหมายลูกค้าที่ตั้งไว้คือนักท่องเที่ยวอย่างนั้นใช่มั้ย?
ทั้งนักท่องเที่ยว นักจักรยาน แม้แต่คนในพื้นที่ คนทิเบตก็มา ครับ
คนทิเบตชอบร้านเราเพราะร้านเราเป็นกันเองเขาเลยมาเป็นลูกค้า
สุดท้ายเป็นเพื่อนกันไปหลายคนแล้ว ร้านเรามักมีของแปลกๆ ให้เขาชม ซึ่งหาดูที่ไหนไม่ได้
วันไหนว่างก็เล่นมายากลให้เขาดู เขาชอบของแปลกที่ไม่มีในลาซา
อย่างพวกของที่มีดีไซน์แปลกๆ เราก็เอามาขาย มีเกมบอร์ดต่างๆ ให้เล่น

:arrow: ทำมาเกือบๆ ปีกิจการเป็นยังไงบ้าง?
ก็เริ่มดีครับ แต่มาแย่ตอนที่เขาประท้วงครับ ช่วงนี้เลยซบเซา
นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีครับ แต่เดี๋ยวก็ดีขึ้น ถ้าลาซาเปิดปกติแล้ว ก็น่าจะดีเหมือนเดิมครับ

:arrow: คิดว่าได้รับอะไรในการทำร้านขึ้นมา?
ได้ความสนุกครับ ทำงานแบบนี้ยิ่งลูกค้าเยอะยิ่งสนุก เพราะมีเพื่อนคุย
และได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน ตอนนี้ก็คิดกันว่าจะปรับปรุงร้านยังไงกันไปเรื่อยๆ ครับ
มีเงินก็จะลงทุนอะไรอีกหลายอย่าง เพราะก้องเขาอยากขายจักรยานทั้งคัน
อยากทำเมนูให้มีรายการอาหารเยอะขึ้น แต่เจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไป
เงินที่ได้ก็ลดลง แผนการที่คิดว่าจะลงทุนก็เลยต้องเก็บไว้ก่อน

:arrow: พอมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นบรรยากาศในลาซาเปลี่ยนไปอย่างไร โดยส่วนตัวคุณโอ๊ตรู้สึกอย่างไร?
รู้สึกเศร้าครับ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์รุนแรงจะเกิดขึ้นและหนักขนาดนี้
ทั้งๆ ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดมาก่อน ในช่วงแรกๆ ก็เครียดครับ เพราะมีทหารเต็มเมืองเลย
แต่ตอนนี้เขาลดกำลังออกไปบ้างแล้ว และนักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาเที่ยวเหมือนเดิม
ในไม่ช้าก็จะเป็นสภาวะปกติเหมือนเดิม เราก็คงต้องเริ่มสู้ใหม่
ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนตอนที่เราเปิดใหม่ๆ คือลูกค้าไม่ค่อยมี
เลยได้แต่ทำใจและคิดว่าจะพยายามให้ดีเป็นปกติในไม่ช้า ถึงมีเหตุการณ์ร้ายๆ
หลังจากจบแล้วชาวทิเบตเขาก็คงทำตัวปกติ เป็นมิตรเหมือนเดิม
เวลาเดินผ่านหน้้าร้านก็ยิ้มทักทายให้เรา บางวันผมก็เล่นกับเด็กๆ ทิเบต
เอาจักรยานผมให้เขาขี่เล่น อยากให้เด็กได้ขี่จักรยานบ้าง

:arrow: จริงๆ แล้วผู้คนที่ลาซานิสัยใจคอเป็นยังไง?
คนลาซาหรือคนทิเบต ปกติเป็นคนขี้อาย รักสงบ ใจกว้าง มากๆ
มีลูกค้าทิเบตบางคนมาสั่งเบียร์กินเยอะมากๆ แต่เขาจ่ายเลี้ยงเพื่อนหมด
คนที่นี่เขาอยู่กันอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องมีอะไรหรูหรามาก เวลาเขาเจอคนต่างชาติ
ก็ชอบทักทาย บางคนพูดเป็นแต่คำว่า โอเค บางคนก็พูดฮัลโหล ก็น่ารักดีครับ คนที่นี่ยิ้มง่าย เป็นมิตรดี

:arrow: ในฐานะคนไทยที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่และทำงานที่ทิเบต รู้สึกอย่างไร คิดถึงบ้านไหม?
คิดถึงบ้านมากๆ ครับ เพราะว่าจะสองปีแล้วยังไม่ได้กลับบ้าน
รู้สึกเป็นห่วงและคิดถึงพ่อแม่มาก คิดว่าอยากจะเก็บเงินได้แล้วไปเปิดธุรกิจเล็กๆ
ที่เมืองไทยบ้าง เคยคิดเอาไว้ว่าอยากทำร้านสปินน์คาเฟ่ในไทยบ้าง
จะได้ใช้เวลาดูแลพ่อแม่ได้ครับ แต่การใช้ชีวิตในลาซาก็มีสิ่งที่ชอบเยอะครับ
ตั้งแต่ ได้เพื่อนใหม่ๆ เป็นชาวทิเบต และได้เรียนรู้ธรรมเนียมประเพณีเขามากขึ้น
รู้สึกอากาศมันบริสุทธิ์ หายใจได้เต็มปอด แต่ออกซิเจนมันน้อยเท่านั้นเอง
ที่ไม่ชอบคงเป็นเรื่องอากาศที่หนาวจัดตอนฤดูหนาวและออกไปไหนไกลๆ
ไม่ได้ติดอยู่แต่ในลาซาที่ทั้งเมืองก็ไม่ใหญ่มากเลยได้แต่วนไปวนมาในเมืองเหมือนติดคุก
ไม่ค่อยได้มีทริปออกไปปั่นจักรยานเหมือนตอนอยู่เมืองไทย ได้แต่ปั่นออกไปชานเมือง
บางวันที่มีเทศกาลของคนทิเบตก็ไปดูเทศกาลเขา ตอนนี้ยังออกไปไกลๆ ไม่ได้ เพราะว่าต้องดูแลร้านครับ

:arrow: เคยคิดเอาไว้ไหมว่าอยากจะปั่นจักรยานไปเที่ยวไหนไกลๆ อีกบ้างหลังจากการเดินทางครั้งนี้?
ถ้าผมมีเงิน หมดห่วงทุกอย่าง ก็อยากปั่นจักรยานรอบโลก บ้างครับ โลกมันกว้างใหญ่ดี
แต่ละถิ่นแต่ละประเทศ วัฒนธรรมประเพณี ไม่เหมือนกัน ยังไงก็เกิดมาแล้วก็อยากเดินทางรอบโลกสักครั้ง
แต่ทุนมันสูงมาก เลยขอเก็บเป็นฝันไว้ก่อน แต่ที่พอเป็นไปได้อยากใช้เวลาปั่นเที่ยวทุกที่ในไทย
ให้ครบทุกจังหวัดก่อน ไทยเองก็มีหลายที่น่าเที่ยวและผมยังไม่เคยไป

:arrow: การเดินทางไปทิเบตด้วยจักรยานครั้งนี้ สรุปว่าให้อะไรกับชีวิต?
ให้ความรู้สึกว่าตัวเองปลดปล่อยอิสระ เพราะไม่ต้องทำงาน
ผมชอบที่ได้เห็นวัฒนธรรมต่างถิ่นต่างแดน ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยเห็นในไทย
ได้ชมธรรมชาติแบบเต็มที่ รู้จักการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ ได้มิตรภาพและเพื่อนใหม่ครับ

:idea: ช่วงต่อไปเชิญเจ้าตัวมาเล่าต่อพร้อมภาพนะครับ เราจะค่อยๆติดตามเรื่องของเค้าไปพร้อมกันครับ :idea: ;)

:arrow: ขอขอบคุณบล๊อก http://blogazine.prachatai.com/user/ittirit/post/700
:arrow: และ http://www.thaimtb.com มากๆครับ
แก้ไขล่าสุดโดย มเหศวร เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 21:36, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
ห้องสนทนาแลกเปลี่ยนชาวLaในthaimtb.
ClubของชาวLAในLaridingClubเชิญแวะพูดคุยครับ

จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
งานการ ทำเป็นระยะระยะยกขานาคร่อมเบาะนา เวรล่ะทีนี้สับขามาไม่ทันจะทำงานนิ [/size]
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว จักรยานและการเดินทางของชีวิตในทิเบตของเขา

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

.ได้รับคำเชิญของคุณ มเหศวร มาให้เกียรติผมมาเล่าเรื่องราว
ก็ขอเล่าไปเรื่อยๆนะครับ แบบว่ายาว..เชียว..ว :mrgreen: :mrgreen:

การเดินทางชีวิตของผม ที่เกิดมาใช้ชีวิต กับจักรยานตั้งแต่เด็ก จนได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้เวลานี้
ชีวิตที่ผ่านมาของผม ทำอะไรมาบ้าง ทำไมมาอยู่หลังคาโลกได้อย่างไร...มาดูเรื่องราวชีวิตคนนึง ที่เกิดมาผูกพัน กับจักรยาน จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต.... :D :D


ผมเป็นเด็กธรรมดาคนนึง ที่เกิดมาในครอบครัวที่ออกจะยุ่งเหยิง ครอบครัวแยกกันตั้งแต่เด็ก....
และมีปัญหาตลอดซึ่งการใช้ชีวิตในวัยเด็กของผม เจออะไรต่างๆ มากมาย
. ซึ่งในวัยของผมในช่วงนั้น เป็นช่วงให้คิดว่าจะไปทางไหน อย่างไรกับปัญหาครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น...
ซึ่งมีเด็กๆ หลายคนที่เจอโชคชะตาคล้ายๆผม หรือแย่กว่าผม เดินทางผิด ไปติดยา ไปเป็นคนเกเร ...
แต่สำหรับผมเลือกทางที่คิดว่า ทำแล้วไม่เดือดร้อน ครอบครัวจะดีกว่า...เอ..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับจักรยานหล่ะนี่....
:roll: :!: :?:


. แม่ของผมแต่งงานใหม่ มาอยู่แฟลตทหาร ในขณะที่ผมอยู่ ป.2 เรียนอยู่ โรงเรียนวัดตำหนักใต้ ทุกๆเช้าใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วๆไป
. จน ช่วงราวๆ ป.6 ผมได้เห็นเพื่อนปั่นจักรยานกัน ข้างล่างแฟล็ตทหาร ดูน่าสนุกดีนะ แต่คันนึง แพงจัง ตั้ง แปดร้อยกว่าบาทแหน่ะ.. จะขอให้แม่ซื้อให้ก็คงไม่ได้แน่ๆ..... ช่วงเวลาเย็นๆผมก็นั่งอยู่ใต้บันไดแฟล็ต มองเพื่อนๆขี่จักรยานกันอย่างสนุกสนาน
. แต่คงได้แต่มอง และมาคิดอีกทีว่า ต่อให้เรามี เราก็ปัน่ไม่เป็น มันขี่ยังไงนะ คงจะยากน่าดูเลยเชียว.....
จนมีน้องที่เป็นเพื่อนเขาได้ BMX มาใหม่คันนึง พ่อเขาซื้อมาให้ เห็นปั่นวนอยู่รอบเสาใต้ถุนแฟลต แล้วน้องเขาก็ช่วนผมปั่น..แต่ผมบอกว่าขี่ไม่เป็น :? :?
. และทีนี้ผมก็ได้เริ่มฝึกปั่นจักรยานเป็นครั้งแรก ฝึกอยู่ราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ จนในที่สุดเริ่มปั่นได้แต่ว่า.......
เลี้ยวไม่ได้... :? :? :? แล้วผมก็ปั่นชนกับเสาของแฟลต หัวฟาดพื้นจนหัวโนเลยทีเดียว..ว :mrgreen: :mrgreen:

จบไปอีกช่วงนึงของการเริ่มต้นปั่นจักรยาน ทีนี้มาดูตอนผมเข้ามัธยมต้น...อยู่ ม.1 แม่ผมได้เลิกกับพ่อเลี้ยงผมแล้วก็
ย้ายไปหาบ้านเช่าอยู่ริมแม่น้ำ แล้วได้รู้จักอาคนนึง แถวๆบ้าน เขาให้จักรยาน BMX เก่าๆคันนึงผมเริ่มเอามาซ่อม
เอาสีสเปร์ย มาพ่นเป็นสีทอง(สมัยนี้เห็นเด็กๆที่พ่นจักรยานตัวเองมีสีติดล้อ ยาง ด้วยนึกถึงตอนเด็กบ่อยๆ)
. ทีนี้ผมก็ได้มีจักรยานใช้เป็นคันแรก ใช้ขี่ไปซื้อของให้แม่ ที่ตลาดระยะทางกิโลกว่าๆบ่อยๆ และปั่นไปปากซอย เพื่อไปต่อรถเมล์ไปโรงเรียนทุกวัน....

แต่แล้ว....ก็ถึงคราวรถผมโดนขโมย ในตอนขึ้น มัธยม 2 ช่วงปิดเทอมผมไปอยู่กับพ่อที่นครปฐม แต่เอาจักรยานจอดไว้หน้าปากซอย กลับมาจักรยานก็หายไปแล้ว ผมเดินหน้าซึมกลับบ้าน..แบบนึกไม่ถึงว่าล็อกไว้มันจะหายได้ แล้วจะหาจักรยานที่ไหนขี่หล่ะทีนี้... เดินไปแม่ก็ถามว่าจักรยานไปไหน ก็บอกไปแบบเศร้าๆว่าโดนขโมยไปแล้ว.... :(

จนวันหนึ่ง อาจารย์ ที่สอนหนังสือ ผมบอกว่าใครอยากไปทำงานพิเศษ ที่ร้านอาหารข้างโรงเรียนบ้าง ผมนั่งคิดอยู่...หลายเรื่อง เพราะว่าอยากได้จักรยานใหม่ อยากหาเงินไว้เรียนหนังสือ เพราะผมมีเงินมาเรียนแค่วันล่ะ สิบห้าบาท...
แค่ค่ารถค่าข้าว ก็หมดแล้ว แถมยังมีค่าอุปกรณ์เรียนในบางครั้ง และไม่อยากรบกวนแม่มากนัก เลยยกมือขอไปทำงาน
พิเศษหลังเลิกเรียนแทน....

หลังเลิกเรียนทุกๆวันก็ไปทำงานพิเศษ กว่าจะกลับก็ สี่ทุ่ม บางครั้งเดินกลับบ้าน ก็มักจะมีเด็กวัยรุ่น นั่งจับกลุ่ม สูบบุหรี่ แซวผม ว่าเด็กศรีบุณฯ มีรอบค่ำด้วยเหรอแล้วก็หัวเราะเยาะ แต่ผมได้อยากจะสนใจอะไรแล้วแต่เขาจะคิด..
จนในที่สุด ก็ขึ้น มัธยมสาม ผมได้ซื้อ BMX คันใหม่ ด้วยเงินผมเอง และ เป็นจักรยานที่เด็กในยุคนั้นอย่างผมชอบมากๆ BMX Haro master ก๊อปปี้ มีทั้งโรเตอร์ มีทั้งเกียร์ ในเวลานั้นผมตื่นเต้นมากๆ และก็คิดว่า ไม่ปั่นไปจอดที่ปากซอยแล้ว จะปั่นไปโรงเรียนแล้วกัน ประหยัดค่ารถแถมความเร็ว ก็ไม่ต่างอะไรกับรถเมล์ที่ผมนั่งเลย.. ไม่ต้องรอรถ ไม่ต้องเดินจากปากซอยเป็นกิโล... แต่ว่าผมยังไม่กล้าที่จะปั่นออกไปถนนใหญ่ ต้องปั่นไปตามฟุตบาท เลาะไปเรื่อยๆ และนั่นผมก็ทักษะแรง คือการปั่นยกล้อหน้าขึ้นฟุตบาท........ :mrgreen:

แต่เพียงแค่ ปีเดียว ก็โดนขโมยอีกแล้ว....ว :cry: :cry: เย็นวันนึง ผมปั่นจักรยานกลับบ้าน และแวะที่จัสโก้ กะว่าจะเข้าไปซื้อกระดาษ ทำโครงงาน ส่งอาจารย์ เลยเอาจักรยานไปจอดที่จอดมอเตอร์ไซด์ โดยมี รปภ เฝ้าด้วย
แต่ตอนนั้น มีเด็กนักเรียน น่าจะเด็กกว่าผมด้วยซ้ำ ใส่กางเกงนักเรียนสีดำ ขี่จักรยานมาสองคัน แต่มากันสามคน มาจอด จักรยาน ในที่จอดมอเตอร์ไซด์เช่นกัน แต่วันนั้นผมก็ ลืมเอาล็อกจักรยานมาด้วย ก็เลยจะเดินไปขอบัตรจอด รปภ
แต่ว่า เด็กพวกนั้น เอาบัตรจอดมาให้ผมแทน ผมก็คิดว่า เขาคงมีน้ำใจเอาบัตรจอดมาให้ เลยขอบคุณไปแล้วก็ต้องรีบไปซื้อของ เพราะว่าจะต้องไปทำงานพิเศษ กับ ร้านอาหาร ที่แม่เป็นแม่ครัวอยู่(ตอนนั้นเปลี่ยนที่ทำงานพิเศษแล้ว)

พอกลับมาที่ลานจอดมอเตอร์ไซด์ จักรยานของผมก็หายล่องหนไป.. ผมเริ่มหน้าซีด.. :o :o หายไปไหน เขาย้ายจักรยานเราเปล่า
เลยเดินไปถาม รปภ บอกว่าเพื่อนผมปั่นออกไปแล้ว :o :o เพื่อนที่ไหน?? รปภ ตอบกลับว่า เพื่อนคุณที่ปั่นจักรยาน
มาด้วยไงใส่กางเกงนักเรียนสีดำ :o :o :o
ผมเริ่มอึ้ง...ง :shock: :shock: คิดว่าเอาไปง่ายอย่างงี้เลยเหรอ แล้วผมก็ ยื่นบัตรฝากรถยังอยู่ที่ผม บอกว่า บัตรจอดผมยังมีอยู่นี่เลย ทำไม เขาถึงเอาไปได้?? รปภ ก็ทำเป็นไม่สนใจ... วันนั้นผมก็เดินตามหาจักรยาน ราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ เผื่อจะได้เห็น ว่าพวกนั้น เอาออกมาปั่น และผมก็พอทราบว่านักเรียนแถวไหน เลยไปตามหาแถวโรงเรียนเขาด้วย ก็หาไม่เจอ
เลยต้องเดินเตะฝุ่น ริมถนนรัตนาธิเบต ไปถึง คาร์ฟรู รัตนาธิเบต วันนี้หมดกำลังใจทำงานฮวบเลย....
มานั่งคิดก็โกรธ มากๆ :evil: :evil: ที่โดนขโมยแบบนั้น.. แต่ก็โทษตัวเองเช่นกันที่ ไม่ระวัง... ผมไปบอกเพื่อนๆผมที่มีจักรยาน ขอร้องให้ช่วยกันตะเวนหาหน่อย ในวันเสาร์ อาทิตย์ แต่แล้ว...ไรวี่แวว แม้หา กันเป็นเดือน ก็เลยต้องตัดใจ
และคิดว่า ไม่เป็นไร เก็บเงินได้ จะซื้อให้ดีกว่านี้อีก......... :? :? :?


.



ระหว่างรอ เขียนเรื่อง ชมรูปพลางๆก่อนนะครับ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
บางอันลง รูปไม่ได้เปิดดูลิงค์เอานะครับ...
รูปภาพ
:arrow: :arrow: ไช่น่าไดลี่
รูปภาพ
:arrow: :arrow: หนังสือพิมพ์ชิงดาว
รูปภาพ
:arrow: :arrow: เซาท์ไช่น่ามอร์นิ่งโพสต์
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 13 ธ.ค. 2009, 05:27, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
มเหศวร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 271
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 22:19
Tel: 086-7581148
team: tour bike to work www.laridingclub.com www.ilovethailand.org
Bike: Trek8900/Trek1.9/Cannondale/Klein/Bianchi/SPECIALIZED M4 Trek520 ที่พูดมาไม่มีเลย555+ มีแต่ LA สีดำคันเดียวยางก็ไม่มีดอก
ตำแหน่ง: ฝั่งธน

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย มเหศวร »

;) ว๊าว...เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆแล้วครับ อย่าลืมเล่าเรื่องที่เคยเปิดกระทู้หาใครนะครับ :D :D
รอติดตามไปพร้อมๆกับหลายๆท่านครับ :arrow:
ห้องสนทนาแลกเปลี่ยนชาวLaในthaimtb.
ClubของชาวLAในLaridingClubเชิญแวะพูดคุยครับ

จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
งานการ ทำเป็นระยะระยะยกขานาคร่อมเบาะนา เวรล่ะทีนี้สับขามาไม่ทันจะทำงานนิ [/size]
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

จักรยานคันใหม่ ของผม
หลังจากที่หายไปแล้ว แล้วต้องใช้ชีวิต โดยปราศจากจักรยาน ไปพักใหญ่ๆจนเข้ามัธยม.5
ผมก็สามารถซื้อจักรยานใหม่ ที่ดูเป็นเสือภูเขามาอีกหน่อย.... ซึ่งสมัยนั้นผมไม่มีความรู้เรื่องจักรยานอะไรเลย และคิดว่ามันเป็นเสือภูเขา......
พ่อพาผมไปซื้อที่ วรจักร และพ่อช่วยออกเงินให้ด้วย เลยขอพ่อว่า ขอปั่นกลับบ้านได้ไหม เลยโดนพ่อดุว่า ไม่ได้มันอันตราย นั่งตุ๊กๆ ไป...... ระหว่างนั่งตุ๊กๆกลับบ้าน มือผมได้แต่ลูบจักรยานใหม่ ยี่ห้อ โปรเฟรค คันใหม่ ตลอดทาง ถึงแม้ว่าราคาไม่ได้แพงอะไรมากมาย ไม่ถึงสองพันบาทด้วยซ้ำ แต่ผมรู้สึกดีใจมากๆ สำหรับคันใหม่นี่
จนถึงโค้งวัดเขมา จังหวัดนนท์ รถติดมากเพราะว่าเขากำลังทำถนนใหม่ ผมเลยอดใจไม่ไหว อยากปั่นจักรยานมากๆ เลยบอกคนขับตุ๊กๆว่า ขอลงตรงนี้เลยแล้วกัน แล้วก็รีบยกจักรยานลง แล้วก็ปั่นมุ่งหน้าไป โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งห่างเพียง 6 ก.ม. เท่านั้น.......
ระหว่างปั่นก็ได้แต่มองไปรอบ ว๊าว.....ว จักรยานมันดีจริง คันใหม่ เป็นเสือภูเขาด้วย(ล้อ 24นิ้ว) ทำไมปั่นเร็วกว่า BMX เสียอีก แถมเราปั่นเร็วกว่ารถ เพราะว่ารถติดไปหมด.....
คืนนั้นตื่นเต้นไปหมด มีจักรยานแบบนี้ จะปั่นไปไหนดี อย่างน้อย จะปั่นกลับพร้อมเพื่อนสนิทที่โรงเรียน ไปกลับโรงเรียนทุกวันดีกว่า........
วันรุ่งขึ้นผมเลยปั่นไปหาเพื่อนสนิทและชวนมาปั่นจักรยานไปโรงเรียนด้วยกัน ซึ่งสมัยผมขี่ BMX ช่วงนึงเขาก็ปั่นไปโรงเรียนกับผมทุกวันเหมือนกัน จึงเป็นคนบุกเบิก ปั่นจักรยานในโรงเรียน ซึ่งในโรงเรียนผมสมัยนั้น มีแต่ภารโรงที่ขี่จักรยานมาจากบ้านเขาที่อยู่ข้างๆโรงเรียนเท่านั้นเอง
จนมาช่วงนึงเพื่อนผมเห็นว่า ผมได้ขี่เสือภูเขา แล้วเขาขี่ BMX ตามผมไม่ทัน เขาเลย ไปขอให้พ่อซื้อจักรยาน เสือภูเขา LA The Rock II ให้ :o :o เพื่อนขี่มาอวดถึงบ้าน ผมถึงกับอิจฉา แบบสุด เพราะว่ามันเป็นรถสองโช๊ค ล้อใหญ่ สวยมาก อะไหล่ดีหมด(ช่วยจินตนาการตามนะครับว่าสมัยนั้นรถระดับแบบนั้นก็ถือว่าดีพอควร และรถแบบนั้นก็ดีพอสำหรับผมในตอนนั้นแล้ว.)อะไหล่อัลตัสเปลี่ยนเกียร์ก็ง่าย(ผมยังใช้แบบเอามือบิดตัวเปลี่ยนเกียร์อยู่เลย) ความอิจฉาผมก็ บังเกิด...คิดได้อย่างเดียวว่าต้องทำงานและเก็บเงินให้ได้เยอะๆๆ....จะได้หาซื้อเสือภูเขาพันธุ์แท้สักคัน และผมก็เริ่มเจอนิตยสารจักรยานของไทย และเริ่มศึกษาเรื่องราวจักรยาน ตั้งแต่ตอนนั้น..
เพื่อนผม กำลังรุ่งโรจน์เรื่องจักรยานถ้าเทียบกับผมเวลานั้น ได้พาไปรู้จัก อาเปียกเป็นครั้งแรก และบอกว่าอาเปียก เป็นคนหาจักรยานเสือหมอบให้ เพื่อนผมเริ่มหาเวลามาซ้อมปั่น และทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ไปให้โค้ช ที่ เวโลโดม ช่วยสอนการปั่นให้ วิ่งในลู่ ซึ่งผมได้แต่มองเพื่อนปั่น ผมเอง ก็คิดอยากจะลองปั่นบ้างจังจะเป็นอย่างไง จนโค้ช คนนั้นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์หันมามองผมว่า แล้วถามว่า ไม่ลองหาจักรยานมาปั่นบ้างเหรอ ผมได้แต่ยิ้ม พูดแต่ครับๆ ผมก็อยากมีจักรยานดีๆไว้ปั่นเหมือนกัน...(ในใจคิด มีเงินหล่ะซื้อไปแล้ว...ว) :mrgreen: :mrgreen:

จะผมเรียนจบ มัธยมปลาย....... เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดกับจักรยาน ก็เกิดอีกจนได้....
มีวันนึงเพื่อนสนิทผมคนนี้ ชวนผมไปเฝ้าปู่เขา ที่ รพ กลาง... ผมก็บอกว่าได้ แต่ไปนานไหม...??
เพื่อนผมบอกว่า แป๊ปเดียว เดี๋ยวก็กลับ จักรยานจอดไว้หน้าบ้านนี่แหล่ะไม่เป็นไร บ้านฉันเอง.. เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ทำตามเพื่อน...และในที่สุด...ก็ต้องนอนค้างที่ รพ.คืนนึง ซึ่งผมกังวลอย่างไม่ถูกว่า จักรยานจะหายไหม ...เพื่อนก็บอกตลอดว่าไม่ต้องห่วง ป่านนี้ลุงเขาคงเอาเเข้าบ้านแล้ว หรือไม่ก็ยกเป็นเก็บหลังบ้านให้
หลังข้ามวันมา กลับมาที่บ้านเพื่อน...ปรากฎว่า จักรยานหายไป..... :o :o :o :o อีกแล้วววววว..... ผมเริ่มหน้าซีดอีกครั้ง จักรยานที่ผมขี่มา เป็นปีๆ โดนขโมยอีกแล้วหรือ....... :( :( :(
ผมเริ่มปวดขมับอีก ความเครียดเข้ามาอีกรอบ อะไรกัน...ไหนบอกว่าปลอดภัยไง เดินไปดูทั่วบ้าน หลังบ้าน ก็ไม่มี
แล้วผมก็เริ่มถอดใจ หายแน่ๆแบบนี้ แล้วจะเอาจักรยานที่ไหนปั่น... :cry: :cry:
เพื่อนผมเลยยอมให้ยืม จักรยานLA The Rock ขี่ไปก่อนแก้ขัดเดือนนึง.... :cry:
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 13 ธ.ค. 2009, 05:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

จักรยานจ๋า ฉันคิดถึง.... :cry: :cry:
ในช่วงที่ต้องขาดจักรยานไปอีกช่วงของชีวิต ซึ่งความรู้สึกจากที่เคยมีและติดจักรยานแล้ว มันเหมือน ต้องรีบหาจักรยานใหม่เร็ว แต่ว่าทำงานเงินไม่มี และช่วงนั้น เป็นช่วงที่ต้องเรียนมหาลัย เลยไม่มีเวลาให้คิดเรื่องหาเงินสักเท่าไหร่ เงินที่เก็บมาช่วงทำงานพิเศษมัธยม จึงนำมาใช้เรียนต่อมหาลัย......
เรื่องที่อยากจะซื้อจักรยานใหม่เลยต้องพับเก็บไปนานมากๆ แต่ยังดีที่เพื่อนสนิท ให้ยืมLA The Rock ปั่นซ้อมอยู่กับเขา ..ซึ่งเพื่อนสนิทผม จะซ้อมเสือหมอบ แต่ชอบชวนผมไปปั่นเป็นเพื่อนด้วยเสมอ แม้เพื่อน จะบ่นนิดหน่อยว่าทำไมผมปั่นช้าจัง ก็ตาม แต่ผมก็ดีใจยังมีโอกาส ได้ปั่นจักรยานกับเพื่อน.......
พอผมเริ่มเรียนปีสอง ปัญหาเงินผมก็เริ่มต้นขึ้น เงินไม่มีพอที่จะเรียนต่อ......เพราะต้องหาเลี้ยงพ่อ แม่ด้วย จำเป็นต้องหางานทำ แต่แล้ว....ทำงานไปเรียนไปก็ไม่ไหว เพราะอาจจะผมคิดว่าอยากเรียนจบเร็วเลยลงแต่ละปี ลงหน่วยกิตเต็มเลย...แถมการทำงาน ที่ต้องเลิกงานดึก เริ่มทำให้ผม รู้สึกไม่ไหว.... ผมจึงจำเป็นต้องออกมาทำงานเต็มตัว.......

ในที่สุดผมก็ออกมาทำงาน แต่ก็เริ่มรู้สึก...คิดถึงจักรยานมาอีก จริงสิ เราทำงานแล้ว เงินเดือนก็มี อย่างงี้หาซื้อจักรยานได้แน่ๆ แล้วแผนการ จักรยานใช้งานผมก็เริ่มขึ้น ครั้งนี้ ผมอยากได้จักรยานล้อ 26 นิ้วเลย...สิ้นเดือนนั้นจะต้องเอาให้ได้........ ในเดือนนั้นผมทำงานไป นับวันถอยหลังไป ตื่นเต้นนิดๆ กับจักรยานที่ จะซื้อใหม่...
และแล้วสิ้นเดือน เงินเดือนออก ผมก็เขาหาร้านจักรยาน ที่ขายจักรยานแม่บ้าน ไปมองหาจักรยานเมาเท่นสักคัน.... แต่งบผมมีแค่ห้าพันเอง...... เล็งแล้วเล็งอีก ในที่สุดก็ได้จักรยาน LA Bulky ปั่นกลับบ้าน ซึ่งดีกว่าคันเดิมที่โดนขโมยไปเสียอีก.........



รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 20:55, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

ครั้งแรก กับการปั่นไปทำงาน....
หลังจากได้เจ้า LA Bulky มาครอบครอง ได้อยู่ อาทิตย์นึง... ระหว่างทำงานเริ่มคิด อยากลองปั่นจักรยานมาทำงานจัง.... จะไหวไหม?? :roll: จากสะพานพระนั่งเกล้า มา มาบุญครอง จะไหวไหมหนอ?? :roll: :roll:
ทีนี้เลยเริ่มเกริ่นให้ เพื่อนในที่ทำงานฟัง ผู้จัดการก็เริ่มก่อนเลย .... ไม่ได้นะ อันตราย จะปั่นมายังไง ไกลก็ไกล รถก็เยอะ... เพื่อนคนอื่นก็..... นั่นสิ กว่าจะมาถึง วันนึงเลยมั๊ง.....
หลังจากเจอเสียงเตือนเขาหูมาจากหลายปาก ..ผมจึงตัดสินใจ ไม่ลองก็ไม่รู้สิ ว่าทำได้ไหม?? :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
วันแรก ในการปั่น ผมวางแผนไว้ งานเข้าสี่โมงเช้า.... เราออกไปนั่งรถเมล์ตามปกติ เสียเวลาไปราวๆ ชั่วโมงครึ่ง ดังนั้น ผมจึง เพิ่มเวลาออกเร็วกว่าเดิมชั่วโมงนึง ตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง.....
การปั่นผมปั่น พร้อมด้วยความมั่นใจ จะไปถึงทันหรือไม่ก็ต้องลอง ซึ่งผมวางแผนไว้ว่า จะปั่นและพักทุกๆ สิบห้านาที... และแล้ว สิบห้านาทีแรก ก็ปั่นไปได้เกินคาดที่ผมคิดไว้...ยังไม่เหนื่อยมาก และจอดพักห้านาที หาขนมมานั่งกิน ดื่มน้ำ... แล้วปั่นต่อ...ผมหยุดแบบนี้ ถึงสี่ครั้ง ในใจเริ่มห่วงเวลา จะทันไหมเนี่ยะ?? มองดูนาฬิกา อ้าว ...ชั่วโมงกับสิบห้านาที...?? เร็วดีนี่นา..ผมเริ่มไม่ห่วงเวลาแล้ว เพราะว่าเวลาเหลือเฟือเลย...จนในที่สุดก็ถึงที่ทำงาน ... มองดูระยะทางแล้ว... ยี่สิบกิโล แถมเวลา ยังพอๆกับนั่งรถเมล์เลย
วันนั้นผมเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟัง เขาแทบจะไม่เชื่อกันว่าปั่นมาได้อย่างไร... ผมก็เริ่มมานั่งคิดว่า..ทำไมผมถึงปั่นมาได้เร็วพอๆกับ นั่งรถเมลเลย ก็เลยเริ่มนั่งคิดว่าทำไม....กัน
เสียเวลาเดินออกจากบ้านไปปากซอย สิบนาที รอขึ้นรถไปท่าน้ำนนท์ ห้านาที ไปถึงท่าน้ำ สิบห้านาที รอรถเมล ไปเตาปูน สิบนาที นั่งรถเมล์ ถึงเตาปูนยี่สิบนาที ต่อรถเมลจากเตาปูนมา มาบุญครอง เกือบครึ่งชั่วโมง ซึ่งดูแล้ว จักรยานช่วยตัดเรื่องเวลาเรื่องรอรถเมล และเรื่องเสียเวลาเดินมาปากซอย.....นั่นเอง




รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 21:36, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
BoyMTB
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2785
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:36
Tel: 084-0222-910
team: Boy'z Bike
Bike: Giant Anthem,Giant XTC A1,Specialized Allez Alu/Carbon
ตำแหน่ง: เด็กดอนเมือง
ติดต่อ:

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย BoyMTB »

กด F5 ไป หลายสิบครั้งแล้วครับคุณ โอ๊ตนนท์ ........
สินค้า
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

BoyMTB เขียน:กด F5 ไป หลายสิบครั้งแล้วครับคุณ โอ๊ตนนท์ ........
เน็ตร้านล่มครับ ติดๆดับๆ บางครั้ง กำลังพิมพ์ กดส่ง เน็ตหลุดก็ต้องมาพิมพ์ใหม่ครับ แล้วก็ต้องดูแลลูกค้าด้วยครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: ทำงานด้วย เลยเสียเวลาอยู่บ้างครับผม...ขออภัยด้วยครับ :mrgreen: :mrgreen:

วิวัฒนาการ การปั่นจักรยานไปทำงาน :mrgreen: :mrgreen:
หลังจากได้ทำตัวดื้อ ออกมาปั่นไปทำงานได้อาทิตย์นึงแล้ว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นเรื่อย
ภายในเดือนนึงที่ผมปั่น หลังจากอาทิตย์แรก ซึ่ง ต้องปั่นแล้วหยุดพักสี่ครั้ง แต่กลับเริ่ม อาทิตย์ที่สอง พักเพียงสองครั้ง... พอเริ่มอาทิตย์ที่สาม หยุดเพียงครั้งเดียว........ :D :D ดูแล้วน่าแปลก หรือ ควรจะดีใจดี เพราะร่างกายของผม จากที่ อ่อนแอ ไม่มีแรงสักเท่าไหร่ อยู่ๆ มาแข็งแรง ทำอะไรคล่องแคล่วไปหมด.... และแล้ว ครบเดือน สิ่งที่ผมเคยคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ ก็ทำสำเร็จ...... ผมสามารถปั่นจักรยาน ไปกลับ จากบ้านมาทำงาน ได้โดยไม่ต้องหยุดสักครั้งเดียว แถมแรงก็เยอะมากขึ้นกว่าเก่าด้วย.... :mrgreen: :mrgreen:
ในเดือนๆนึง ผมต้องเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเดินทางไปราวๆ 40-50 บาท ซึ่ง บางวันเลิกงานดึก รถเข้าบ้านหมดก็ต้องเหมารถอีก.... ยามดึก ช่วงสี่ทุ่ม ถ้าเพื่อนเห็น ถนนหน้ามาบุญครองคงทราบว่ารถติดขนาดไหน แต่ผมไม่ต้องห่วง ไม่ต้องไปเบียด ไม่ยืนเมื่อย แออัดบนรถอีกต่อไป ผมกลับบ้านได้ ภายใน ไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น......
ในส่วนที่ต้องจ่าย ค่ารถแต่ละเดือนผมแยกมาเก็บไว้ต่างหาก ไว้เป็นค่าซ่อมจักรยาน แต่มันก็ มีแค่ ยางรั่วเท่านั้นไม่มีเหตุการณ์อะไรหนักๆ เกิดขึ้นกับผม ในช่วงนั้นผมเริ่มหาสะสม ค่อยซื้ออุปกรณ์ซ่อมจักรยานทีล่ะชิ้น แล้วก็ เริ่มหัดซ่อมจักรยานเอง ด้วย....
หลายเดือนต่อมา เงินที่เก็บไว้เฉพาะค่ารถ ก็รวมเป็นก้อน ผมเลยคิดว่า อยากได้จักรยานใหม่สักคันจัง....... เพราะว่าถ้าได้จักรยานดีกว่านี้ น่าจะปั่นได้สบายกว่านี้.......ผมจึงตัดสินใจซื้อจักรยานใหม่...ในเดือนนั่นเอง.... :) :)

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 22:40, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
มเหศวร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 271
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2009, 22:19
Tel: 086-7581148
team: tour bike to work www.laridingclub.com www.ilovethailand.org
Bike: Trek8900/Trek1.9/Cannondale/Klein/Bianchi/SPECIALIZED M4 Trek520 ที่พูดมาไม่มีเลย555+ มีแต่ LA สีดำคันเดียวยางก็ไม่มีดอก
ตำแหน่ง: ฝั่งธน

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย มเหศวร »

น้องโอ๊ตครับเดี๋ยวนี้เคยชินแล้วครับสร้างวิกฤษเป็นโอกาสเสมอ :lol: :lol: ช่วงที่เวปล่มบ่อยๆ
เวลาพิมพ์อะไรยาวๆเสร็จก่อนส่งต้องก็อปปี้ไว้เสมอ เพราะตอนนั้นล่มบ่อยมาก :lol: :lol: :idea:

เอางานก่อนก็ได้ครับไปเรื่อยๆ :D
ห้องสนทนาแลกเปลี่ยนชาวLaในthaimtb.
ClubของชาวLAในLaridingClubเชิญแวะพูดคุยครับ

จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
งานการ ทำเป็นระยะระยะยกขานาคร่อมเบาะนา เวรล่ะทีนี้สับขามาไม่ทันจะทำงานนิ [/size]
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

มเหศวร เขียน:น้องโอ๊ตครับเดี๋ยวนี้เคยชินแล้วครับสร้างวิกฤษเป็นโอกาสเสมอ :lol: :lol: ช่วงที่เวปล่มบ่อยๆ
เวลาพิมพ์อะไรยาวๆเสร็จก่อนส่งต้องก็อปปี้ไว้เสมอ เพราะตอนนั้นล่มบ่อยมาก :lol: :lol: :idea:

เอางานก่อนก็ได้ครับไปเรื่อยๆ :D
ครับ ก็อปแล้วครับเหมือนอันบน ...ก็อปก่อนค่อยกดครับผม.. :mrgreen: :mrgreen:

จักรยานใหม่ของฉ๊านนนนนน...... :D :D
ฝันที่เป็นจริง ของผม ที่ไฝ่ฝั่นอยากได้จักรยานเสือภูเขา ที่ล้อยี่สิบหกนิ้ว แกนปลด คอแบบโอเวอร์ไซด์ ก็เป็นจริง ในวันหยุดงาน ผมนั่งรถไปดูร้านจักรยานแถวๆ บางบัวทอง ไปยืนดูไปมา ตั้งแต่บ่ายสอง ยัน สี่โมงเย็น พยายาม นึกให้ดี กับงบของเราที่มี คือ เงินห้าพันบาทเนี่ยะ จะได้จักรยานกลับบ้านไหม??
และหลังจากต่อรองราคา จนสุดๆ ผมก็ถอย LA spectrum เฟรมเป็นเหล็กมาจนได้ :D :D รถในระดับนี้มันเหมาะกับผมจริง ในช่วงเวลาเช่นนั้น ถึงแม้เฟรมจะเป็นเหล็กก็ตาม และดูเป็นเสือภูเขาแท้ไปเรื่อยๆ ถึงอะไหล่จะเกรดต่ำๆ ทั้งนั้น
ผมไม่จำเป็นต้องเรียกตุ๊กๆ เอาจักรยานกลับบ้านแล้ว... เพราะว่าระยะทางจากบางบัวทอง ไปหน้า รพ พระนั่งเกล้า
เป็นเพียงเรื่องกล้วยสำหรับผมไปเสียแล้ว....... :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: ปั่นกลับบ้าน แวะเซเว่นซื้อน้ำดูดแล้วนั่งจ้อง มองจักรยานของเรา ที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา มือลูบ เฟรมไปมา รู้สึกปลื้ม และภูมิใจกับตัวเองจริงๆ.................


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 22:58, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
sakda_sae
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 46
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 16:07
Tel: 0815843445
team: Flying Bike
Bike: Trek 8900
ตำแหน่ง: 1/68 หมู่ 7 อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ติดต่อ:

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย sakda_sae »

สุดยอดครับ
หยุดคิดแล้วจะเกิดปัญญา
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย สมพิศ »

รูปภาพ


จะติดตามอ่านต่อครับ :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
BoyMTB
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2785
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:36
Tel: 084-0222-910
team: Boy'z Bike
Bike: Giant Anthem,Giant XTC A1,Specialized Allez Alu/Carbon
ตำแหน่ง: เด็กดอนเมือง
ติดต่อ:

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย BoyMTB »

ผมแซวนะครับ ....ยังไงก็ตามอ่านนะครับ
ชอบรูปที่โพสเมื่อก่อนที่เป็นรูปน้ำแข็งเกาะจักรยานนอกเต้นท์.....อันนั้นแหละแสดงว่าหนาวจริง ๆ
สินค้า
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

sakda_sae เขียน:สุดยอดครับ
ขอบคุณที่ติดตามชมครับผม :D
สมพิศ เขียน:รูปภาพ


จะติดตามอ่านต่อครับ :mrgreen:
สวัสดีครับ อาสมพิศ..... กำลังจะถึงตอนเข้ารวมมิตร ช่วงแรก แต่หารูปไม่ค่อยได้เลย พอจะมีเก็บไว้บ้างไหมครับผม?? :) :)
BoyMTB เขียน:ผมแซวนะครับ ....ยังไงก็ตามอ่านนะครับ
ชอบรูปที่โพสเมื่อก่อนที่เป็นรูปน้ำแข็งเกาะจักรยานนอกเต้นท์.....อันนั้นแหละแสดงว่าหนาวจริง ๆ
แสดงว่าชอบหนาวๆแน่เลย เดี๋ยว ช่วงเล่าจะมีผ่านทิเบต เดี๋ยวเอามาให้หนาวกันเลยครับ :mrgreen: :mrgreen:

ลอง ผิดลองถูก กับเจ้า LA Spectrum... :mrgreen: :mrgreen:
หลังจากได้ เจ้าLA Spectrum คันใหม่มาครอง ผมก็เริ่มเอาคันใหม่ออกใช้ทันที...คันเก่าLA Bulky ยังคงเก็บไว้เป็นจักรยานสำลองเผื่อวันไหนรถเสีย ก็เอาอีกคันไปทำงาน.... ช่วงนี้ ผมรู้สึกเราเริ่มจะเป็นเสือบ้างแล้ว หลังจากดูศึกษานิตยสารจักรยานมานาน ในเวลานั้นผมเริ่มรู้แล้วว่า อะไหล่จักรยานมันชื่อเรียกอะไรบ้าง แล้วลำดับอะไหล่จักรยานแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร ช่วงนั้นผมเริ่มบ้าน้ำหนักจักรยาน....มามองสภาพจักรยานตัวเองเฟรมก็เหล็กหนักตั้ง สิบแปดกิโล ในนิตยสารเขาคุยกัน สิบกิโลต้นๆเอง....
มีช่วงนึง ที่เพื่อนผมเห็นผมได้จักรยานเป็นเมาเท่นอาร์ดเทล แถมขี่ไวกว่าเขามาก เขาเลยเอาจักรยาน LA The Rock ไปขาย แล้วซื้อคันใหม่เป็นMerida slicrock คันล่ะสองหมื่นกว่า... :o :o (ตอนนั้นถือว่าสุดยอดสำหรับผมไม่เคยเจอจักยานแพงแบบนั้น) ผมแอบอิจฉาเพื่อนมากๆ ยกรถเขาก็เบามากๆ ยางก็ยางสลิกปั่นเบาหวิวเลย
มีครั้งนึง ลองรถของเพื่อนสนิท แถวๆบ้านเขา ขณะ ยืนซื้อของกันอยู่ ผมขอลองปั่นดูบ้างเพียงแค่ปั่นกดบันไดเพียงนิด รถก็พุ่งไปแบบ ตามใจนึกได้เลย....หลังจากปั่นได้สักพัก กลับมาคืนรถให้เพื่อนแล้ว ก็ชมรถเพื่อนว่า รถนายดีจริงว่ะ ทั้งเบาทั้งพุ่ง รถฉันนี่กว่าจะทำความเร็วแบบนี้ได้ต้องใช้เวลาอัด ด้วย.......คำตอบเพื่อนตอบกลับมาว่า
มันแน่นอน รถฉันคันล่ะสองหมื่น รถนายแค่คันล่ะห้าพัน มันก็ต่างกันสิ.. อีกอย่างฉันซ้อมจักรยานบ่อยไปให้โค้ชช่วยสอนให้ ปั่นที่เวโรโดมก็ไป.......... น้องสาวของเพื่อนที่อยู่ใกล้ ก็พูดเอ่ยมาว่าทำไม่พี่พูดกับพี่โอ๊ตแบบนี้หล่ะ...ส่วนผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะว่ามันก็เป็นเรื่องจริง เลยพยักหน้าอืมๆใช่ๆ

หลังจากนั่นไม่กี่เดือน ผมก็มีโอกาสได้ไปปั่นต่างจังหวัดบ้าง โดยเพื่อนสนิทคนนี้ ชวนไปอุบลกัน กับเพื่อนสนิทที่สุดของผมอีกคน โดยแบกจักรยานใส่รถเก๋งไป สามคัน เอารถผมไปให้เพื่อนอีกคนยืมปั่นด้วย.......
เราอยู่ที่ อุบลเป็นอาทิตย์ ได้มีโอกาสปั่นกับกลุ่มจักรยานที่อุบล แต่ผมยังไม่รู้จักเท่าไหร่ว่าเป็นใครบ้าง เพราะว่ามีโอกาสได้ปั่นด้วยกันตอนเช้าแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และพ่อของเพื่อน ก็บอกว่าจะพาไปเที่ยว อุทยานภูจองนายอย จะพาพวกผมไปทิ้งแถวนั้นแล้วปั่นขึ้นเขากัน....ผมตาลุกวาว ดีใจจะได้ไปปั่นขึ้นเขา ตั้งแต่ซื้อจักรยานมาไม่เคยปั่นขึ้นเขาเลย...

และแล้วพ่อของเพื่อนก็พาไปปล่อยตีนเขา อุทยานแห่งชาติ ภูจองนายอย... เริ่มเอาจักรยานลงมา ระหว่างผมใช้ LA Spectrum หนักๆ กับเพื่อนผม ใช้ merida MATT slicrock แสนเบายางสลิค และพ่อของเพื่อนก็ให้นำไว้กับเพื่อนผมบอกว่าไว้กินกัน แต่เพื่อนผมบอกว่าไม่เอา เอายื่นมาให้ผม บอกว่าใส่รถนายไว้ เดี๋ยวรถฉันหนัก :o :o
ผมก็รับมาใส่รถแต่โดยดี แล้วพ่อของเพื่อน กับเพื่อนสนิทอีกคน ก็พาขับรถหนีขึ้นเขาไปเลยเหลือเพียง ผมกับเพื่อนเท่านั้น....
นายพร้อมยัง ผมถามเพื่อนผม ดูว่าเขาพร้อม แล้วผมก็ปั่นตามเขาไป แต่รู้สึกว่าสปีดเขา เริ่มตก แต่ผมเวลาขึ้นเน้น ไม่ชอบปั่นช้าเพราะมันจะทำให้เหนื่อยที่คอยมาออมแรงเลยปั่นแซงขึ้นไปเลยทันที แล้วเหลือบหันมามองเพื่อนข้างหลัง และจอดรอทุกโค้ง จนเห็นถึงโค้ง ที่บอกว่าเหลืออีกกิโลเดียว จะถึงที่ทำการอุทยาน.... ผมก็เลยคิดว่าปั่นไปรอข้างบนเลยแล้วกัน ไม่ไกลเท่าไหร่เลย ผมก็เลยปั่นหนีขึ้นไปรอ ข้างบนเลย............
หลังจากขึ้นมาถึงอุทยานได้.... เพื่อนสนิทที่สุดผมก็เอ่ยถามว่า อ้าวหมอนั่นไปไหนหล่ะ ผมก็บอกไปว่ากำลังตามมาติด ห่างแค่กิโลเดียว เดี๋ยวก็มามั๊ง ผมรอจน สิบนาทีก็ยังไม่ขึ้นมา เลยบอกให้เพื่อนสนิท ลองปั่นตามไปดูสิ ทำไมยังไม่มาเสียที............... :roll: :roll:
อีกห้านาที ก็ปั่นขึ้นมาในสภาพ ถอดเสื้อปั่น.....แล้วก็มาถึง หน้าตาซีดแบบสุดๆ แล้วก็เริ่มบ่นผมว่า ฉันหิวน้ำฉันไม่มีน้ำกินเลยต้องไปตัดเถาวัลย์ หาน้ำกิน ไม่ไหว :shock: :shock: นายมีน้ำนี่นา??
ผมเริ่มงงๆ แล้วก็หยิบน้ำจากจักรยานผมให้ แล้วก็บอกว่าดูสิ น้ำฉันก็ยังไม่ได้เปิดเลยสักนิด....อีกอย่าง
เมื่อกี้เห็นมาเหลือแค่กิโลเดียว นิดเดียวเองก็เลยไปก่อน เท่านั้นเอง ...
สรุปแล้ว การปั่นในวันนั้น เลยโดนเพื่อนของพ่อว่านิดหน่อยว่า มาปั่นด้วยกันทำไมไม่คอยกัน ..แถมตอนกลับ หลอกให้เราปั่นตามรถ จนเพื่อนบอกว่า สงสัยพ่อจะให้เราสองคันปั่นกลับตัวเมืองอุบลแน่ๆเลย ความคิดผมในตอนนั้นก็ไม่ได้ตกใจอะไร แต่คิดในใจก็รู้สึกดี อยากปั่นแบบนี้มานานแล้ว แต่ว่า เพื่อนผม ปั่นไม่ไหว จนในที่สุดก็จอดรับขึ้นรถพากันกลับอุบล...........
และเพื่อนผมอีกคนที่ไปด้วยคราวนั้น เขาแอบกระซิบผมว่า..นายแน่ว่ะ เอาเจ้าชัย (เพื่อนที่ปั่นจักรยานด้วย)ลิ้นห้อยได้..แล้วก็หัวเราะเงียบๆกัน.............


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย โอ๊ตนนท์ เมื่อ 12 ธ.ค. 2009, 23:45, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: กิตติพงษ์ กองแก้ว ชายหนุ่มจักรยานและการเดินทางชีวิตในทิเบต

โพสต์ โดย สมพิศ »

ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”