ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
กระจกสะท้อนชีวิต...
การเดินทางแต่ละวัน...
เหมือนเป็นการเก็บเกี่ยวข้อมูลตอบคำถามของชีวิตเรา
การเดินทางในถนนสายเดิม ๆ ในเส้นทางเดิม ๆ ถ้าเพียงแต่เราช่างสังเกตสักนิด
จะพบสิ่งต่าง ๆ มากมายน่าสนใจไม่รู้จบ
บ่อยครั้งการได้พบเห็นคนอื่น...การได้สังเกตชีวิตอื่น ๆ ที่แตกต่างจากเรา
กลับกลายเป็นกระจกที่ส่องให้เห็นตัวเราเอง...
อย่างเช่นการได้เห็นคนไร้บ้าน
คนที่อาศัยข้างถนนเป็นที่ซุกหัวนอน...
แต่งตัวสกปรกมอมแมมหรือแม้แต่คนพิการ
นักแสดงศิลปะข้างถนน ที่ล้วนแต่ขอแบ่งปันเศษเหรียญจากคนที่ผ่านไป
เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ไปวันๆ
ความสุขใจหรือความพอใจในชีวิตของเขาเหล่านั้น
ดูช่างได้มาอย่างง่ายดาย...ในความขัดสน ไม่มีบ้าน ไม่มีความมั่นคง ไม่มีอนาคต
รวมทั่งไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าใหม่ ๆ
ดูราวกับว่า...พวกเขามีชีวิตอยู่ได้...โดยไม่เดือดร้อนอะไร
เมื่อกระจกเหล่านี้ส่องมาที่ตัวเรา...
ทำให้เราพบว่า เราเองช่างเกิดมาพรั่งพร้อม...
ด้วย "โอกาสดี" แค่ไหน...ขณะที่เรามีบ้าน มีอาชีพ มีครอบครัวที่อบอุ่น
และมีเพื่อนฝูงอยู่มากมาย...
เรายังมักหาเรื่องไม่พอใจ ชีวิตตัวเองได้บ่อย ๆ
บางทีเราก็โวยวายว่าโลกนี้ไม่ดีกับเรา...
เรารู้สึกว่า...ปัญหาขี้ประติ๋วของตัวเองเป็นเรื่องใหญ่
ความทุกข์ในเรื่องเล็กน้อย หยุมหยิมของเรา
ก็ดูสลักสำคัญจะเป็นจะตายเสียให้ได้
ส่องกระจกดูตัวเองให้ชัด ๆ อีกครั้ง
มันง่ายแค่ไหนที่จะทำที่เหลือของชีวิตให้มีความสุข
พอใจในสิ่งที่หามาได้...
"บางทีชีวิต....ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายอย่างที่เราเคยคิด "
ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต(ธัมมทินน์)
การเดินทางแต่ละวัน...
เหมือนเป็นการเก็บเกี่ยวข้อมูลตอบคำถามของชีวิตเรา
การเดินทางในถนนสายเดิม ๆ ในเส้นทางเดิม ๆ ถ้าเพียงแต่เราช่างสังเกตสักนิด
จะพบสิ่งต่าง ๆ มากมายน่าสนใจไม่รู้จบ
บ่อยครั้งการได้พบเห็นคนอื่น...การได้สังเกตชีวิตอื่น ๆ ที่แตกต่างจากเรา
กลับกลายเป็นกระจกที่ส่องให้เห็นตัวเราเอง...
อย่างเช่นการได้เห็นคนไร้บ้าน
คนที่อาศัยข้างถนนเป็นที่ซุกหัวนอน...
แต่งตัวสกปรกมอมแมมหรือแม้แต่คนพิการ
นักแสดงศิลปะข้างถนน ที่ล้วนแต่ขอแบ่งปันเศษเหรียญจากคนที่ผ่านไป
เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ไปวันๆ
ความสุขใจหรือความพอใจในชีวิตของเขาเหล่านั้น
ดูช่างได้มาอย่างง่ายดาย...ในความขัดสน ไม่มีบ้าน ไม่มีความมั่นคง ไม่มีอนาคต
รวมทั่งไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าใหม่ ๆ
ดูราวกับว่า...พวกเขามีชีวิตอยู่ได้...โดยไม่เดือดร้อนอะไร
เมื่อกระจกเหล่านี้ส่องมาที่ตัวเรา...
ทำให้เราพบว่า เราเองช่างเกิดมาพรั่งพร้อม...
ด้วย "โอกาสดี" แค่ไหน...ขณะที่เรามีบ้าน มีอาชีพ มีครอบครัวที่อบอุ่น
และมีเพื่อนฝูงอยู่มากมาย...
เรายังมักหาเรื่องไม่พอใจ ชีวิตตัวเองได้บ่อย ๆ
บางทีเราก็โวยวายว่าโลกนี้ไม่ดีกับเรา...
เรารู้สึกว่า...ปัญหาขี้ประติ๋วของตัวเองเป็นเรื่องใหญ่
ความทุกข์ในเรื่องเล็กน้อย หยุมหยิมของเรา
ก็ดูสลักสำคัญจะเป็นจะตายเสียให้ได้
ส่องกระจกดูตัวเองให้ชัด ๆ อีกครั้ง
มันง่ายแค่ไหนที่จะทำที่เหลือของชีวิตให้มีความสุข
พอใจในสิ่งที่หามาได้...
"บางทีชีวิต....ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายอย่างที่เราเคยคิด "
ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต(ธัมมทินน์)
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
เพราะไม่ใช่เราที่แย่ที่สุดในโลก
“เราอาจรู้สึกว่าแย่กว่าคนอื่น ๆ .... เมื่อได้เห็นใครที่ดีหรือเด่นกว่า แต่เราอาจดีกว่าคนเป็นจำนวนมาก ถ้าได้เห็นคนอื่น ๆ ที่แย่กว่า ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุดในชีวิต ถ้าหากไม่สรุปความคิดเอาเองว่า...ฉันมันแย่ที่สุด”
ความรู้สึกที่จำเจอยู่กับงานที่ซ้ำซาก ชีวิตที่วนเวียนไปอย่างเดิม ๆ ทุกวี่ทุกวัน ตื่นเช้าขึ้นมาแต่งตัวไปทำงาน เสร็จงานก็กลับบ้านเพื่อพักผ่อน วนอยู่อย่างนี้วันแล้ววันเล่า...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
เราอาจจะเคยรู้สึกหรือสัมผัสกับบรรยากาศอย่างนี้มาบ้างพอ ๆ กับชีวิตของผมที่เคยรู้สึกอย่างนี้เหมือนกัน แต่ผมจะเปลี่ยนความคิดนี้ได้โดยไม่ใช้วิธีการผิด ๆ เพื่อหนีความซ้ำซากจำเจนี้
ผมมักจะใช้เวลาตอนที่นั่งรถเดินทางไปทำงานหรือจะไปทำธุระที่ไหน ๆ ก็ตาม ให้เป็นทางออกของชีวิตและสร้างกำลังใจให้แก่ตัวเองเสมอ นั่นคือผมจะไม่ละสายตาและจะไม่หยุดความคิดของตัวเองอยู่ภายในรถเท่านั้น แต่จะกวาดสายตามองสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว ตามท้องถนนกับเส้นทางที่เดินทางผ่านไป โดยเฉพาะชีวิตของผู้คนที่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่และลำบากกว่า
การได้เห็นคนบางคนที่นอนฟุบอยู่แถวป้ายรถเมล์หรือตามฟุตบาธข้างถนน หรือบางครั้งก็เห็นคนเฒ่าคนแก่ทั้งสามีภรรยามาเดินพยุง จับมือถือแขนกันด้วยวัยใกล้ฝั่ง แทนที่จะได้พักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ต้องมาเดินเป็นวณิพกกับกำลังวังชาที่เหลือน้อยเต็มที เพียงเพื่อแลกกับเงินไม่กี่ตังค์ วันหนึ่ง ๆ จะได้สักเท่าไหร่
สิ่งที่เห็นนี้เป็นเรื่องราวที่ตัวเองไม่เคยลืม เพราะว่ามันทำให้ตระหนักและคิดอยู่เสมอว่า...คนที่แย่กว่าเรายังมีเยอะมาก ไม่เพียงเฉพาะในสังคมที่เห็น แต่ยังมีคนอีกมากมายทั่วโลก ซึ่งไม่มีอาหารจะกินสักมื้อหนึ่ง
เมื่อคิดอย่างละเอียดถึงความลำบากของคนอื่น เราก็จะได้มองเห็นขุมทรัพย์ที่แอบซ่อนอยู่ในชีวิตของตัวเอง เพราะมีบางครั้งเหมือนกันที่ตัวเรามักจะลืม และมองแต่ตัวเองว่าชีวิตฉันแย่จนกลายเป็นการสร้างอาการท้อแท้ต่อชีวิตตามมา
แม้งานที่เราทำจะน่าเบื่อแค่ไหน... ก็ยังดีกว่าคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ทำงานหรือคนจำนวนมากที่กำลังตกงาน..... อาหารที่ได้กินอาจซ้ำ ๆ ในแต่ละมื้อ...ก็ยังดีกว่ากันเยอะ.... เพราะยังมีคนมากมายบนโลกนี้ที่ไม่รู้ว่า...วันนี้จะมีอะไรกิน... บ้านที่ได้อาศัยอยู่อาจคับแคบไปบ้าง...แต่คงไม่แย่ไปกว่าคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่จะต้องอาศัยนอนอยู่ป้ายรถเมล์หรือข้างถนน
......คุณลองสังเกตชีวิตคนอื่น ๆ บ้างซิ....แล้วจะรู้ว่า....ความจริงแล้วชีวิตที่แย่ที่สุด...มันเกิดมาจากความคิดที่ว่า....ตัวเองแย่ที่สุด หากไม่มองถึงคนที่แย่กว่า แต่ชีวิตที่ดีที่สุดคือการมองเห็นส่วนดีและพอใจในชีวิตที่เหลืออยู่….
++++++++++++++++++++++++++++++++++
ที่มา : หนังสือชีวิตมืด 8 ด้าน ทางสว่างอยู่ด้านที่ 9
เขียนโดย : สันทัด ขุนหมุด
“เราอาจรู้สึกว่าแย่กว่าคนอื่น ๆ .... เมื่อได้เห็นใครที่ดีหรือเด่นกว่า แต่เราอาจดีกว่าคนเป็นจำนวนมาก ถ้าได้เห็นคนอื่น ๆ ที่แย่กว่า ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุดในชีวิต ถ้าหากไม่สรุปความคิดเอาเองว่า...ฉันมันแย่ที่สุด”
ความรู้สึกที่จำเจอยู่กับงานที่ซ้ำซาก ชีวิตที่วนเวียนไปอย่างเดิม ๆ ทุกวี่ทุกวัน ตื่นเช้าขึ้นมาแต่งตัวไปทำงาน เสร็จงานก็กลับบ้านเพื่อพักผ่อน วนอยู่อย่างนี้วันแล้ววันเล่า...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
เราอาจจะเคยรู้สึกหรือสัมผัสกับบรรยากาศอย่างนี้มาบ้างพอ ๆ กับชีวิตของผมที่เคยรู้สึกอย่างนี้เหมือนกัน แต่ผมจะเปลี่ยนความคิดนี้ได้โดยไม่ใช้วิธีการผิด ๆ เพื่อหนีความซ้ำซากจำเจนี้
ผมมักจะใช้เวลาตอนที่นั่งรถเดินทางไปทำงานหรือจะไปทำธุระที่ไหน ๆ ก็ตาม ให้เป็นทางออกของชีวิตและสร้างกำลังใจให้แก่ตัวเองเสมอ นั่นคือผมจะไม่ละสายตาและจะไม่หยุดความคิดของตัวเองอยู่ภายในรถเท่านั้น แต่จะกวาดสายตามองสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว ตามท้องถนนกับเส้นทางที่เดินทางผ่านไป โดยเฉพาะชีวิตของผู้คนที่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่และลำบากกว่า
การได้เห็นคนบางคนที่นอนฟุบอยู่แถวป้ายรถเมล์หรือตามฟุตบาธข้างถนน หรือบางครั้งก็เห็นคนเฒ่าคนแก่ทั้งสามีภรรยามาเดินพยุง จับมือถือแขนกันด้วยวัยใกล้ฝั่ง แทนที่จะได้พักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ต้องมาเดินเป็นวณิพกกับกำลังวังชาที่เหลือน้อยเต็มที เพียงเพื่อแลกกับเงินไม่กี่ตังค์ วันหนึ่ง ๆ จะได้สักเท่าไหร่
สิ่งที่เห็นนี้เป็นเรื่องราวที่ตัวเองไม่เคยลืม เพราะว่ามันทำให้ตระหนักและคิดอยู่เสมอว่า...คนที่แย่กว่าเรายังมีเยอะมาก ไม่เพียงเฉพาะในสังคมที่เห็น แต่ยังมีคนอีกมากมายทั่วโลก ซึ่งไม่มีอาหารจะกินสักมื้อหนึ่ง
เมื่อคิดอย่างละเอียดถึงความลำบากของคนอื่น เราก็จะได้มองเห็นขุมทรัพย์ที่แอบซ่อนอยู่ในชีวิตของตัวเอง เพราะมีบางครั้งเหมือนกันที่ตัวเรามักจะลืม และมองแต่ตัวเองว่าชีวิตฉันแย่จนกลายเป็นการสร้างอาการท้อแท้ต่อชีวิตตามมา
แม้งานที่เราทำจะน่าเบื่อแค่ไหน... ก็ยังดีกว่าคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ทำงานหรือคนจำนวนมากที่กำลังตกงาน..... อาหารที่ได้กินอาจซ้ำ ๆ ในแต่ละมื้อ...ก็ยังดีกว่ากันเยอะ.... เพราะยังมีคนมากมายบนโลกนี้ที่ไม่รู้ว่า...วันนี้จะมีอะไรกิน... บ้านที่ได้อาศัยอยู่อาจคับแคบไปบ้าง...แต่คงไม่แย่ไปกว่าคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่จะต้องอาศัยนอนอยู่ป้ายรถเมล์หรือข้างถนน
......คุณลองสังเกตชีวิตคนอื่น ๆ บ้างซิ....แล้วจะรู้ว่า....ความจริงแล้วชีวิตที่แย่ที่สุด...มันเกิดมาจากความคิดที่ว่า....ตัวเองแย่ที่สุด หากไม่มองถึงคนที่แย่กว่า แต่ชีวิตที่ดีที่สุดคือการมองเห็นส่วนดีและพอใจในชีวิตที่เหลืออยู่….
++++++++++++++++++++++++++++++++++
ที่มา : หนังสือชีวิตมืด 8 ด้าน ทางสว่างอยู่ด้านที่ 9
เขียนโดย : สันทัด ขุนหมุด
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
ส่วนหนึ่งของชีวิต.....ที่ไม่สำคัญ
ไม่สำคัญว่า ... คุณขับรถยี่ห้ออะไร ? สำคัญว่า... คุณเคยให้คนที่ไม่มีรถ " นั่ง " มาด้วยกี่ครั้ง
ไม่สำคัญว่า ... คุณทำงานล่วงเวลามากขนาดไหน ? สำคัญว่า ... คุณให้ "เวลา" แก่ครอบครัว และคนที่รักมากแค่ไหน
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีเสื้อผ้าทันสมัยกี่ชุดในตู้ ? สำคัญว่า ...คุณเคยให้เสื้อผ้าแก่คนที่ " ขาดแคลน " ใส่กี่ชุด
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีฐานะอะไรในสังคม ? สำคัญว่า ... คุณ " วางตัว " ในระดับไหน
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีทรัพย์มากเท่าไหร่ ? สำคัญว่า ... สิ่งที่คุณมี มันมี "อำนาจ " ชี้ขาดชีวิตคุณแค่ไหน
ไม่สำคัญว่า ... เงินเดือนสูงสุดของคุณเท่าไร ? สำคัญว่า ... คุณต้องสละ " อุดมการณ์ " เพื่อได้มันมาหรือไม่
ไม่สำคัญว่า ... คุณได้เลื่อนขั้นกี่ขั้นแล้ว ? สำคัญว่า ... คุณเคย "สนับสนุน" ใครให้ได้เลื่อนขั้นบ้าง
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีตำแหน่งการงานอะไร ? สำคัญว่า ... คุณทำงานสุด " ความสามารถ " หรือไม่
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีเพื่อนกี่คน ? สำคัญว่า ... คุณเป็น " เพื่อนแท้ " กับใครบ้าง
ไม่สำคัญว่า ... คุณเรียกร้องและปกป้องสิทธิของตัวเองอย่างไร? สำคัญว่า ...คุณทำอะไรเพื่อ " ช่วยและปกป้อง " สิทธิคนอื่น
ไม่สำคัญว่า ... สิ่งที่คุณทำสอดคล้องกับคำพูดของคุณกี่ครั้ง ? สำคัญว่า ... มีกี่ครั้งที่คำพูดของคุณ " ไม่สอดคล้อง " กับการกระทำ
fw mail
ไม่สำคัญว่า ... คุณขับรถยี่ห้ออะไร ? สำคัญว่า... คุณเคยให้คนที่ไม่มีรถ " นั่ง " มาด้วยกี่ครั้ง
ไม่สำคัญว่า ... คุณทำงานล่วงเวลามากขนาดไหน ? สำคัญว่า ... คุณให้ "เวลา" แก่ครอบครัว และคนที่รักมากแค่ไหน
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีเสื้อผ้าทันสมัยกี่ชุดในตู้ ? สำคัญว่า ...คุณเคยให้เสื้อผ้าแก่คนที่ " ขาดแคลน " ใส่กี่ชุด
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีฐานะอะไรในสังคม ? สำคัญว่า ... คุณ " วางตัว " ในระดับไหน
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีทรัพย์มากเท่าไหร่ ? สำคัญว่า ... สิ่งที่คุณมี มันมี "อำนาจ " ชี้ขาดชีวิตคุณแค่ไหน
ไม่สำคัญว่า ... เงินเดือนสูงสุดของคุณเท่าไร ? สำคัญว่า ... คุณต้องสละ " อุดมการณ์ " เพื่อได้มันมาหรือไม่
ไม่สำคัญว่า ... คุณได้เลื่อนขั้นกี่ขั้นแล้ว ? สำคัญว่า ... คุณเคย "สนับสนุน" ใครให้ได้เลื่อนขั้นบ้าง
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีตำแหน่งการงานอะไร ? สำคัญว่า ... คุณทำงานสุด " ความสามารถ " หรือไม่
ไม่สำคัญว่า ... คุณมีเพื่อนกี่คน ? สำคัญว่า ... คุณเป็น " เพื่อนแท้ " กับใครบ้าง
ไม่สำคัญว่า ... คุณเรียกร้องและปกป้องสิทธิของตัวเองอย่างไร? สำคัญว่า ...คุณทำอะไรเพื่อ " ช่วยและปกป้อง " สิทธิคนอื่น
ไม่สำคัญว่า ... สิ่งที่คุณทำสอดคล้องกับคำพูดของคุณกี่ครั้ง ? สำคัญว่า ... มีกี่ครั้งที่คำพูดของคุณ " ไม่สอดคล้อง " กับการกระทำ
fw mail
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
สลามและสวัสดียามเช้า เพื่อนๆชาวจักรยานที่เข้ามาเยี่ยมเยือนค่ะ
เข้ามาทักทายกันได้น่ะค่ะ
หรือเข้าไปชมภาพสรุปทริปฅน....ชานเมืองได้ที่ สรุปทริป/รายงานการปั่นค่ะ
วันนี้หยุด....จะไปปั่นกับพี่ๆขาแรง ไม่รู้จะปั่นติดกลุ่มกับเขาไหมเนี่ย
เกาะไม่ค่อยติดอ่ะค่ะ....พี่ๆเขาแรงจริงขอบอก
เข้ามาทักทายกันได้น่ะค่ะ
หรือเข้าไปชมภาพสรุปทริปฅน....ชานเมืองได้ที่ สรุปทริป/รายงานการปั่นค่ะ
วันนี้หยุด....จะไปปั่นกับพี่ๆขาแรง ไม่รู้จะปั่นติดกลุ่มกับเขาไหมเนี่ย
เกาะไม่ค่อยติดอ่ะค่ะ....พี่ๆเขาแรงจริงขอบอก
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- sookchat
- ขาประจำ
- โพสต์: 12814
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 14:53
- Tel: 089-9831559
- team: ฅนชานเมือง
- Bike: Merinda MATT5 / L.K.L.M. Touring
- ติดต่อ:
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
อัสสลามมุอาลัยกุม
มีเกร็ดความรู้ดีๆ และแปลกมาฝากประจำเลย ยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มีเกร็ดความรู้ดีๆ และแปลกมาฝากประจำเลย ยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
https://www.facebook.com/sookchat
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=39747
บังมัด ฅนชานเมือง(มีนบุรี) 130,000 ก.ม.
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
คลิกตรงนี้เลยจร้า มีภาพสรุปทริปนิดหน่อย วันนี้ประธานมาลากเองเลย
ปั่นกันมันส์จริงๆๆๆเกาะติดหรือปล่าวไปดูรูปกันเลยจร้า
ปั่นกันมันส์จริงๆๆๆเกาะติดหรือปล่าวไปดูรูปกันเลยจร้า
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
sookchat เขียน:อัสสลามมุอาลัยกุม
มีเกร็ดความรู้ดีๆ และแปลกมาฝากประจำเลย ยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ว่าอ้าลัยกุ้มุสสลามค่ะ เย๊าะมัด
มีโอกาสดีดี คงได้ปั่นด้วยกันอีกน่ะค่ะ
วันนี้เหนื่อยแต่หนุกค่ะ
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
ไขรหัสในใจคุณจากความกลัว
คุณกลัวอะไรที่สุด เรียงตามลำดับความกลัว
1. ความตาย
2. ผี
3. การอยู่คนเดียว
4. การจากลา
5. สัตว์น่าขยะแขยง
เฉลย
ความตาย ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ...
1. คุณเป็นคนขี้ระแวง แต่คุณจะเป็นคนมีความรับผิดชอบ
2. คุณเป็นคนค่อนข้างรับความเป็นจริง และค่อนข้างกล้าหาญ
3. คุณเป็นคนไม่หูเบาฟังหูไว้หู มีความเคารพดีเป็นเลิศ
4. คุณเป็นคนค่อนข้างจะอ่อนโยน แต่รับความจริงไม่ค่อยจะได้
5. คุณกล้าหาญเกินตัว มีน้ำใจ และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง
ความตาย หมายถึง ความเป็นจริง
ผี ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ...
1. คุณเป็นคนที่อ่อนไหว แต่มีความจริงใจ
2. คุณเป็นคนที่ไม่ละเลยกับวัฒนะธรรมเก่า ๆ แต่คุณก็เป็นคนยุคใหม่ไฟแรง ( มนุษย์เกาเหลา)
3. ความเป็นคนที่อยู่ในกรอบคือตัวคุณ!
4. คุณเป็นคนที่ไว้ใจได้ (ซื่อสัตย์)
5. คุณเป็นคนไม่มีเหตุผล ขี้โมโห แต่จุดดีคือคุณว่องไว ฉลาด
การอยู่คนเดียว ถ้ามันเป็นวิ่งที่คุณกลัวอันดับ...
1. คุณเป็นคนใจดี ใจอ่อน
2. คุณเป็นคนที่แคร์คนรอบข้าง
3. คุณเป็นคนที่มีความพยายาม
4. คุณเป็นคนมีเหตุผล
5. คุณเป็นคนเคร่งครัดในธรรมเนียม จึงเชื่อได้ว่าคุณไม่ (น่า) จะชอบกฎและชอบความยุติธรรม
การจากลา ถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ...
1. คุณเป็นคนที่รักมันคงไม่โลเล
2. คุณเกลียดการโกรธกันแบบไม่มีเหตุผล แบบเห็นหน้าไอ้นี่แล้วมันไม่ถูกชะตาเตะมันดีกว่า ถ้าคุณรู้สึกคุณจะเก็บมันไว้ได้ดี
3. คุณเลือกคบคนแต่คุณก็เลือกคบคนที่ใจใช่หน้าตา
4. คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครเพราะคุณ (ท่าทาง) งานเยอะ สรุปง่าย ๆ คุณเป็นคนจริงจัง
5. คุณชอบที่จะทำอะไรเเบบเงียบ ๆ เพราะคุณไม่ชอบอะไรเอะอะ
สัตว์น่าขยะแขยง ถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ...
1. คุณแสนจะสำอางไม่ชอบสิ่งสกปรก
2. คุณไม่ชอบที่จะทำอะไรให้ยุ่งยาก
3. คุณไม่รักที่จะเจอคนไม่พึงประสงค์เพราะคุณเป็นคนที่เก็บความผิดพลาด (ของตัวเองและคนอื่น) มาเป็นบทเรียน
4. คุณกล้าหาญมาก ๆ
5. คุณไม่เป็นคนที่รักง่ายหน่ายเร็ว แต่คุณไม่คิดว่าถ้าเธอที่คุณชอบจริง รับรองคุณจะไม่ลืมเขาเลย fw
ที่นี่ดอทคอม
คุณกลัวอะไรที่สุด เรียงตามลำดับความกลัว
1. ความตาย
2. ผี
3. การอยู่คนเดียว
4. การจากลา
5. สัตว์น่าขยะแขยง
เฉลย
ความตาย ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ...
1. คุณเป็นคนขี้ระแวง แต่คุณจะเป็นคนมีความรับผิดชอบ
2. คุณเป็นคนค่อนข้างรับความเป็นจริง และค่อนข้างกล้าหาญ
3. คุณเป็นคนไม่หูเบาฟังหูไว้หู มีความเคารพดีเป็นเลิศ
4. คุณเป็นคนค่อนข้างจะอ่อนโยน แต่รับความจริงไม่ค่อยจะได้
5. คุณกล้าหาญเกินตัว มีน้ำใจ และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง
ความตาย หมายถึง ความเป็นจริง
ผี ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ...
1. คุณเป็นคนที่อ่อนไหว แต่มีความจริงใจ
2. คุณเป็นคนที่ไม่ละเลยกับวัฒนะธรรมเก่า ๆ แต่คุณก็เป็นคนยุคใหม่ไฟแรง ( มนุษย์เกาเหลา)
3. ความเป็นคนที่อยู่ในกรอบคือตัวคุณ!
4. คุณเป็นคนที่ไว้ใจได้ (ซื่อสัตย์)
5. คุณเป็นคนไม่มีเหตุผล ขี้โมโห แต่จุดดีคือคุณว่องไว ฉลาด
การอยู่คนเดียว ถ้ามันเป็นวิ่งที่คุณกลัวอันดับ...
1. คุณเป็นคนใจดี ใจอ่อน
2. คุณเป็นคนที่แคร์คนรอบข้าง
3. คุณเป็นคนที่มีความพยายาม
4. คุณเป็นคนมีเหตุผล
5. คุณเป็นคนเคร่งครัดในธรรมเนียม จึงเชื่อได้ว่าคุณไม่ (น่า) จะชอบกฎและชอบความยุติธรรม
การจากลา ถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ...
1. คุณเป็นคนที่รักมันคงไม่โลเล
2. คุณเกลียดการโกรธกันแบบไม่มีเหตุผล แบบเห็นหน้าไอ้นี่แล้วมันไม่ถูกชะตาเตะมันดีกว่า ถ้าคุณรู้สึกคุณจะเก็บมันไว้ได้ดี
3. คุณเลือกคบคนแต่คุณก็เลือกคบคนที่ใจใช่หน้าตา
4. คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครเพราะคุณ (ท่าทาง) งานเยอะ สรุปง่าย ๆ คุณเป็นคนจริงจัง
5. คุณชอบที่จะทำอะไรเเบบเงียบ ๆ เพราะคุณไม่ชอบอะไรเอะอะ
สัตว์น่าขยะแขยง ถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ...
1. คุณแสนจะสำอางไม่ชอบสิ่งสกปรก
2. คุณไม่ชอบที่จะทำอะไรให้ยุ่งยาก
3. คุณไม่รักที่จะเจอคนไม่พึงประสงค์เพราะคุณเป็นคนที่เก็บความผิดพลาด (ของตัวเองและคนอื่น) มาเป็นบทเรียน
4. คุณกล้าหาญมาก ๆ
5. คุณไม่เป็นคนที่รักง่ายหน่ายเร็ว แต่คุณไม่คิดว่าถ้าเธอที่คุณชอบจริง รับรองคุณจะไม่ลืมเขาเลย fw
ที่นี่ดอทคอม
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
*** ความสุข ความทุกข์ อยู่ที่ใจ ***
เมื่อคุณอยากได้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตัลสักตัวหนึ่ง
หลังจากหาข้อมูลมาหลายวันทั้งจากหนังสือพิมพ์และคนรู้จัก
ก็ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อยี่ห้อและรุ่นอะไร
คุณใช้เวลา ๒-๓ วันในการหาร้านที่ขายถูกที่สุด
แล้วคุณก็พบร้านหนึ่งซึ่งขายต่ำกว่าราคาทั่วไปถึง ๒๕ %
คุณตัดสินใจควักเงิน ๗,๕๐๐ บาท แล้วพากล้องใหม่กลับบ้าน
ด้วยความปลื้มใจที่ได้ทั้งของดีและราคาถูก
แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ตั้งใจว่าจะไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง
แต่กลับพบว่าเขาเพิ่งซื้อกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับคุณ
แต่ซื้อได้ถูกกว่านั้น คือจ่ายไปเพียง ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น
คุณจะรู้สึกอย่างไร? ยังจะยิ้มได้อีกหรือไม่ ?
ถ้าคุณยิ้มไม่ออก ก็น่าถามตัวเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
ก็คุณเพิ่งได้ของใหม่มา แถมจ่ายน้อยกว่าคนทั่วไป
อีกทั้งสินค้าก็มีคุณภาพและถูกใจคุณเสียด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่คุณน่าจะดีใจมิใช่หรือ?
แต่ทำไมคุณถึงเสียใจหรือถึงกับโมโหตัวเอง
เป็นเพราะคุณไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านใช่หรือไม่?
คุณมีกล้องดีที่น่าพอใจ แต่ทันทีที่คุณไปเปรียบเทียบกับกล้องของคนอื่น
ความรู้สึกไม่พอใจก็เข้ามาแทนที่ คนเราไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีก็เพราะเหตุนี้
จึงมีผู้กล่าวว่าการเปรียบเทียบเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์
เคยสังเกตหรือไม่ว่า
มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักคิดว่ารถของคนอื่นดีกว่ารถของตัว
แฟนของคนอื่นสวย(หรือหล่อ)กว่าแฟนของตัว
ลูกของคนอื่นเก่งกว่าลูกของตัว
และอาหารที่คนอื่นสั่งมักน่ากินกว่าจานของตัว
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ชีวิตจะหาความสุขได้ยาก
แม้จะได้มามากเท่าไร ก็ไม่พอใจเสียที
อย่าว่าแต่ของที่ซื้อมาด้วยเงินของตัวเลย แม้ของที่เราได้มาฟรี ๆ
เช่น ได้โทรศัพท์มือ ถือมาฟรี ๆ ๑ เครื่อง
ที่จริงน่าจะดีใจ แต่เมื่อรู้ว่าคนอื่นได้รับแจกรุ่นที่ดีกว่าและแพงกว่า
จากเดิมที่เคยยิ้มจะหุบทันที
แถมยังจะทุกข์ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้รับแจกด้วยซ้ำ
นั่นเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นใช่ไหม ?
ทั้งๆ ที่ตนมีโชคแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนโชคไม่ดีเหมือนคนอื่น
ความทุกข์ของผู้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไปมองคนอื่นมากเกินไป
เราจึงไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มีหรือเป็นเสียที แม้ว่าจะสวยหรือหุ่นดีเพียงใด
ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ ผมไม่สลวย ผิวคล้ำไป
แถมวงแขนก็ไม่ขาวนวลเหมือนดารา
แต่เมื่อใดที่เราหันมาพอใจกับสิ่งที่ตนมี
มองเห็นแง่ดีของสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่
ความสุขจะเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทันที
จิตใจจะเบาขึ้น และชีวิตจะหายเหนื่อย
เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวิ่งไล่ล่าหาซื้อสิ่งของต่าง ๆ มากมาย
เพียงเพื่อจะได้มีเหมือนคนอื่นเขา
พอใจในสิ่งที่เรามี
ภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น
เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัว
นี้คือเคล็ดลับสู่ชีวิตที่เบาสบายและสงบเย็น
โดย พระไพศาล วิสาโล
ขอบคุณบทความจาก พลังจิตดอทคอม
เมื่อคุณอยากได้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตัลสักตัวหนึ่ง
หลังจากหาข้อมูลมาหลายวันทั้งจากหนังสือพิมพ์และคนรู้จัก
ก็ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อยี่ห้อและรุ่นอะไร
คุณใช้เวลา ๒-๓ วันในการหาร้านที่ขายถูกที่สุด
แล้วคุณก็พบร้านหนึ่งซึ่งขายต่ำกว่าราคาทั่วไปถึง ๒๕ %
คุณตัดสินใจควักเงิน ๗,๕๐๐ บาท แล้วพากล้องใหม่กลับบ้าน
ด้วยความปลื้มใจที่ได้ทั้งของดีและราคาถูก
แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ตั้งใจว่าจะไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง
แต่กลับพบว่าเขาเพิ่งซื้อกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับคุณ
แต่ซื้อได้ถูกกว่านั้น คือจ่ายไปเพียง ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น
คุณจะรู้สึกอย่างไร? ยังจะยิ้มได้อีกหรือไม่ ?
ถ้าคุณยิ้มไม่ออก ก็น่าถามตัวเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
ก็คุณเพิ่งได้ของใหม่มา แถมจ่ายน้อยกว่าคนทั่วไป
อีกทั้งสินค้าก็มีคุณภาพและถูกใจคุณเสียด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่คุณน่าจะดีใจมิใช่หรือ?
แต่ทำไมคุณถึงเสียใจหรือถึงกับโมโหตัวเอง
เป็นเพราะคุณไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านใช่หรือไม่?
คุณมีกล้องดีที่น่าพอใจ แต่ทันทีที่คุณไปเปรียบเทียบกับกล้องของคนอื่น
ความรู้สึกไม่พอใจก็เข้ามาแทนที่ คนเราไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีก็เพราะเหตุนี้
จึงมีผู้กล่าวว่าการเปรียบเทียบเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์
เคยสังเกตหรือไม่ว่า
มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักคิดว่ารถของคนอื่นดีกว่ารถของตัว
แฟนของคนอื่นสวย(หรือหล่อ)กว่าแฟนของตัว
ลูกของคนอื่นเก่งกว่าลูกของตัว
และอาหารที่คนอื่นสั่งมักน่ากินกว่าจานของตัว
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ชีวิตจะหาความสุขได้ยาก
แม้จะได้มามากเท่าไร ก็ไม่พอใจเสียที
อย่าว่าแต่ของที่ซื้อมาด้วยเงินของตัวเลย แม้ของที่เราได้มาฟรี ๆ
เช่น ได้โทรศัพท์มือ ถือมาฟรี ๆ ๑ เครื่อง
ที่จริงน่าจะดีใจ แต่เมื่อรู้ว่าคนอื่นได้รับแจกรุ่นที่ดีกว่าและแพงกว่า
จากเดิมที่เคยยิ้มจะหุบทันที
แถมยังจะทุกข์ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้รับแจกด้วยซ้ำ
นั่นเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นใช่ไหม ?
ทั้งๆ ที่ตนมีโชคแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนโชคไม่ดีเหมือนคนอื่น
ความทุกข์ของผู้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะไปมองคนอื่นมากเกินไป
เราจึงไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มีหรือเป็นเสียที แม้ว่าจะสวยหรือหุ่นดีเพียงใด
ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ ผมไม่สลวย ผิวคล้ำไป
แถมวงแขนก็ไม่ขาวนวลเหมือนดารา
แต่เมื่อใดที่เราหันมาพอใจกับสิ่งที่ตนมี
มองเห็นแง่ดีของสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่
ความสุขจะเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทันที
จิตใจจะเบาขึ้น และชีวิตจะหายเหนื่อย
เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวิ่งไล่ล่าหาซื้อสิ่งของต่าง ๆ มากมาย
เพียงเพื่อจะได้มีเหมือนคนอื่นเขา
พอใจในสิ่งที่เรามี
ภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น
เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัว
นี้คือเคล็ดลับสู่ชีวิตที่เบาสบายและสงบเย็น
โดย พระไพศาล วิสาโล
ขอบคุณบทความจาก พลังจิตดอทคอม
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
วิ่งตามอะไรกันในชีวิต
มีเรื่องเล่าว่า... มีพระองค์หนึ่ง...ชอบทำอะไรแปลกๆ...
วันหนึ่ง...พวกกรุงเทพฯ...เอากฐินไปทอดที่วัด...
จัดงานกันใหญ่โต...มีหนัง...มีลิเก...มีดนตรี...ผู้คนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน...
ก่อนทอดกฐิน..ผู้คนมารวมกันเต็มศาลา...
หลวงพ่อเรียกเด็กวัดมา...
บอกให้ไปเอาเนื้อจากโรงครัวมาก้อนหนึ่ง...แล้วเอาเชือกมาด้วย...
หลวงพ่อจัดการ...เอาเนื้อ...ผูกติดกับหลังหมา...
ผูกเสร็จ...ก็ปล่อยหมา ...
หมาเห็นเนื้ออยู่บนหลัง...ก็ไล่งับ...
พอหัวโดดงับ...ตัวก็ขยับหนี...
เพราะหมามันกัดหลังตัวเองไม่ถึง...
ยิ่งโดดงับเร็ว...ก้อนเนื้อก็หนีเร็ว...
โดดไม่หยุด...เนื้อก็หนีไม่หยุด...น่าสงสารหมามาก...
หมาโดดอยู่นาน...งับเท่าไหร่...เนื้อก็ไม่เข้าปากสักที...
ผู้คนบนศาลา...พากันหัวเราะชอบใจ...
หัวเราะเยาะหมา...ว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้...
ไล่งับ...จะกินเนื้อ...ที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทัน ตลอดชีวิต...
หลวงพ่อ...มองดูด้วยความสนุกสนานจนหนำใจแล้ว...
ก็แก้เชือกออกมากหลังหมา...
แล้วหันมาพูดกับญาติโยมว่า...
มนุษย์เรา...มีความรู้สึกว่า...ตัวเองพร่อง...ตัวเองยังไม่เต็ม...
ต้องเติมตลอดเวลา...เติมไม่หยุด...เพื่อให้ตัวเองเต็ม...
เราอยากสวย...อยากทันสมัย...
ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุด...ทันสมัยที่สุดใส่...
ดีใจได้เดือนเดียว...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว...สวยกว่า...ทันสมัยกว่า...
อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่...
ซื้อเสร็จ ๓ เดือน...รุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว...
ซื้อคอมพิวเตอร์ทันสมัยที่สุด...
๒ เดือนต่อมา...มีรุ่นใหม่กว่าออกมา...ของเราตกรุ่น...
ซื้อรถเบนซ์...ทันสมัยที่สุด...แพงมาก...
ขับได้ ๖ เดือน...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว...
ทันสมัยกว่า...แพงกว่า...ของเรากลายเป็นเชย...
เราต้องก้มหน้าก้มตา...ทำงานทั้งวัน ทั้งคืน...หาเงินมา...
เพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัย...
ซื้อเสื้อผ้าใหม่...มือถือใหม่...คอมพิวเตอร์ใหม่...รถยนต์คันใหม่...
เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส...
เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น...
ปัจจุบัน...
เรากำลังไล่งับความทันสมัย...เหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลังของมัน...
ทั้งที่รู้ว่า...ต่อให้ไล่งับทั้งชีวิต...ก็ไม่มีทางตามทัน...
น่าสงสารไหมโยม...
คนเต็มศาลา...เมื่อกี้หัวเราะครึกครื้น...
ด่าว่า...หมามันโง่...
ตอนนี้เงียบสนิท...เหมือนไม่มีคนอยู่...
ไม่รู้ว่า...กำลังสงสารหมา...
หรือ...กำลังทบทวนความโง่...ตัวเอง
ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต
มีเรื่องเล่าว่า... มีพระองค์หนึ่ง...ชอบทำอะไรแปลกๆ...
วันหนึ่ง...พวกกรุงเทพฯ...เอากฐินไปทอดที่วัด...
จัดงานกันใหญ่โต...มีหนัง...มีลิเก...มีดนตรี...ผู้คนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน...
ก่อนทอดกฐิน..ผู้คนมารวมกันเต็มศาลา...
หลวงพ่อเรียกเด็กวัดมา...
บอกให้ไปเอาเนื้อจากโรงครัวมาก้อนหนึ่ง...แล้วเอาเชือกมาด้วย...
หลวงพ่อจัดการ...เอาเนื้อ...ผูกติดกับหลังหมา...
ผูกเสร็จ...ก็ปล่อยหมา ...
หมาเห็นเนื้ออยู่บนหลัง...ก็ไล่งับ...
พอหัวโดดงับ...ตัวก็ขยับหนี...
เพราะหมามันกัดหลังตัวเองไม่ถึง...
ยิ่งโดดงับเร็ว...ก้อนเนื้อก็หนีเร็ว...
โดดไม่หยุด...เนื้อก็หนีไม่หยุด...น่าสงสารหมามาก...
หมาโดดอยู่นาน...งับเท่าไหร่...เนื้อก็ไม่เข้าปากสักที...
ผู้คนบนศาลา...พากันหัวเราะชอบใจ...
หัวเราะเยาะหมา...ว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้...
ไล่งับ...จะกินเนื้อ...ที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทัน ตลอดชีวิต...
หลวงพ่อ...มองดูด้วยความสนุกสนานจนหนำใจแล้ว...
ก็แก้เชือกออกมากหลังหมา...
แล้วหันมาพูดกับญาติโยมว่า...
มนุษย์เรา...มีความรู้สึกว่า...ตัวเองพร่อง...ตัวเองยังไม่เต็ม...
ต้องเติมตลอดเวลา...เติมไม่หยุด...เพื่อให้ตัวเองเต็ม...
เราอยากสวย...อยากทันสมัย...
ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุด...ทันสมัยที่สุดใส่...
ดีใจได้เดือนเดียว...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว...สวยกว่า...ทันสมัยกว่า...
อยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่...
ซื้อเสร็จ ๓ เดือน...รุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว...
ซื้อคอมพิวเตอร์ทันสมัยที่สุด...
๒ เดือนต่อมา...มีรุ่นใหม่กว่าออกมา...ของเราตกรุ่น...
ซื้อรถเบนซ์...ทันสมัยที่สุด...แพงมาก...
ขับได้ ๖ เดือน...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว...
ทันสมัยกว่า...แพงกว่า...ของเรากลายเป็นเชย...
เราต้องก้มหน้าก้มตา...ทำงานทั้งวัน ทั้งคืน...หาเงินมา...
เพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัย...
ซื้อเสื้อผ้าใหม่...มือถือใหม่...คอมพิวเตอร์ใหม่...รถยนต์คันใหม่...
เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส...
เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น...
ปัจจุบัน...
เรากำลังไล่งับความทันสมัย...เหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลังของมัน...
ทั้งที่รู้ว่า...ต่อให้ไล่งับทั้งชีวิต...ก็ไม่มีทางตามทัน...
น่าสงสารไหมโยม...
คนเต็มศาลา...เมื่อกี้หัวเราะครึกครื้น...
ด่าว่า...หมามันโง่...
ตอนนี้เงียบสนิท...เหมือนไม่มีคนอยู่...
ไม่รู้ว่า...กำลังสงสารหมา...
หรือ...กำลังทบทวนความโง่...ตัวเอง
ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
ประตูบ้านที่ไม่เคยล็อก.......จากพระวิทยากร
เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิงสาววัยรุ่นที่ทะเลาะกับแม่ อย่างรุนแรง
ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
แต่ก็มากล้นด้วยทิฐิ ความหิวทำให้เธอ ตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยการเป็นโสเภณี
ขายตัว และนอนตามข้างถนน ยึดอาชีพนี้เรื่อยมา
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลาย ๆ ปี
จากเด็กหญิงกลายเป็นหญิงสาว แล้ววัยของเธอก็ร่วงโรยลงไปตามกาลเวลา
เช่นกับแม่ที่เมื่อพ่อตายไปด้วยโรคชรา แม่ซึ่งอยู่ในวัยชรามาก
แม่ตัดสินใจออกเดินทางตามหาลูกสาว
รู้ข่าวว่าลูกสาวอยู่ที่ไหนแม่ก็ตามไปถึงที่นั่น แต่ก็คลาดกันทุกครั้ง
จนแม่เริ่มท้อ แม่จึงเดินเข้าไปในศูนย์ช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือ
แม่บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ขอฉันขอติดประกาศตามหาคนได้หรือไม่
เจ้าหน้าที่อนุญาต แม่จึงใช้รูปของเธอซึ่งถึงวันนี้แก่มากแล้วติดประกาศ
พร้อมเขียนใต้รูปว่า กลับบ้านเถอะลูก แม่ให้อภัยแล้ว
หลังหญิงชราพ้นไป ลูกสาวก็เข้ามาในศูนย์นั้น
ทั้งสองคนคลาดกันด้วยเส้นยาแดง หญิงสาวเห็นรูปที่ติดประกาศ
จึงเดินเข้าไปดูด้วยความรู้สึกคุ้นเคย และยิ่งเธอเพ่งพิศดูรูปนั้นทำให้เธอมั่นใจว่า
นั่นคือ " แม่ " หญิงสาวจึงนึกขึ้นได้ว่า ความเลวร้ายทุกสิ่งทุกอย่างแม่ให้อภัยหมดแล้ว
เธอต่างหากที่ถือทิฐิอยู่ คิดเช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน
เมื่อมาถึงบ้านก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว ความลังเลก็เกิดขึ้น
ว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ ป่านนี้แม่คงนอนหลับแล้ว
แต่ที่สุดเธอก็ตัดสินใจเคาะประตู ปรากฎว่าประตูนั้นไม่ได้ล็อค
มันค่อย ๆ แง้มเปิดออก ถึงตอนนั้น หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนแม่
เพราะเกรงว่าดึกดื่นบ้านไม่ได้ล็อค แม่จะเป็นอันตรายจากโจรผู้ร้ายหรือเปล่า
แต่เมื่อเข้าไปถึงก็ปรากฎว่าแม่ยังหลับสบายดี
ความสงสัยของเธอได้รับคำตอบว่า ตั้งแต่วันที่ลูกออกจากบ้านไป
ประตูบ้านก็ไม่เคยปิดล็อคเลย ทำนบน้ำตาของเธอที่กั้นไว้นาน ก็ถึงกาลร่วงพลู
------------------คู่มือพระวิทยากร
ขอบคุณบทความจากธรรมะเดลิเวอร์รี่
เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิงสาววัยรุ่นที่ทะเลาะกับแม่ อย่างรุนแรง
ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
แต่ก็มากล้นด้วยทิฐิ ความหิวทำให้เธอ ตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยการเป็นโสเภณี
ขายตัว และนอนตามข้างถนน ยึดอาชีพนี้เรื่อยมา
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นหลาย ๆ ปี
จากเด็กหญิงกลายเป็นหญิงสาว แล้ววัยของเธอก็ร่วงโรยลงไปตามกาลเวลา
เช่นกับแม่ที่เมื่อพ่อตายไปด้วยโรคชรา แม่ซึ่งอยู่ในวัยชรามาก
แม่ตัดสินใจออกเดินทางตามหาลูกสาว
รู้ข่าวว่าลูกสาวอยู่ที่ไหนแม่ก็ตามไปถึงที่นั่น แต่ก็คลาดกันทุกครั้ง
จนแม่เริ่มท้อ แม่จึงเดินเข้าไปในศูนย์ช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือ
แม่บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ขอฉันขอติดประกาศตามหาคนได้หรือไม่
เจ้าหน้าที่อนุญาต แม่จึงใช้รูปของเธอซึ่งถึงวันนี้แก่มากแล้วติดประกาศ
พร้อมเขียนใต้รูปว่า กลับบ้านเถอะลูก แม่ให้อภัยแล้ว
หลังหญิงชราพ้นไป ลูกสาวก็เข้ามาในศูนย์นั้น
ทั้งสองคนคลาดกันด้วยเส้นยาแดง หญิงสาวเห็นรูปที่ติดประกาศ
จึงเดินเข้าไปดูด้วยความรู้สึกคุ้นเคย และยิ่งเธอเพ่งพิศดูรูปนั้นทำให้เธอมั่นใจว่า
นั่นคือ " แม่ " หญิงสาวจึงนึกขึ้นได้ว่า ความเลวร้ายทุกสิ่งทุกอย่างแม่ให้อภัยหมดแล้ว
เธอต่างหากที่ถือทิฐิอยู่ คิดเช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจกลับบ้าน
เมื่อมาถึงบ้านก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว ความลังเลก็เกิดขึ้น
ว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ ป่านนี้แม่คงนอนหลับแล้ว
แต่ที่สุดเธอก็ตัดสินใจเคาะประตู ปรากฎว่าประตูนั้นไม่ได้ล็อค
มันค่อย ๆ แง้มเปิดออก ถึงตอนนั้น หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนแม่
เพราะเกรงว่าดึกดื่นบ้านไม่ได้ล็อค แม่จะเป็นอันตรายจากโจรผู้ร้ายหรือเปล่า
แต่เมื่อเข้าไปถึงก็ปรากฎว่าแม่ยังหลับสบายดี
ความสงสัยของเธอได้รับคำตอบว่า ตั้งแต่วันที่ลูกออกจากบ้านไป
ประตูบ้านก็ไม่เคยปิดล็อคเลย ทำนบน้ำตาของเธอที่กั้นไว้นาน ก็ถึงกาลร่วงพลู
------------------คู่มือพระวิทยากร
ขอบคุณบทความจากธรรมะเดลิเวอร์รี่
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
เรียน.....คุณพ่อต้องทำงานหนักทั้งหลาย
คุณเคยรู้สึกบ้างไหมคะว่าทั้ง ๆ ที่คุณอุตส่าห์ทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่สุขสบายยอมสละความสุข ส่วนตัว เอาแต่ทำงานชนิดหามรุ่งหามค่ำ แต่ทำไมบางครั้งลูก ๆ และแม้แต่แม่ของลูก จึงดูว่าไม่ยอมเข้าใจเอาเสียเลย โดยเฉพาะลูก ๆ กลับไป รักแม่ สนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ มีความลับหรือมีปัญหาคับใจอะไรก็คอยแต่จะปรึกษากับแม่ ไม่ค่อยยอมเข้ามาหาพ่อหรือคลุกคลีกับพ่อให้ชื่นใจ กันบ้าง
เหตผลที่ทำให้ลูก ๆ เป็นเช่นนี้ ก็คงเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญคือ คุณพ่อมีเวลาให้ลูก ๆ น้อยเกินไปนั่นเอง
เป็นธรรมดาที่ลูกย่อมจะรักใคร่สนิทสนมกับฝ่ายที่มีเวลาให้เขา และเห็นความสำคัญของเขามากกว่า เมื่อวันทั้งวันลูกอยู่แต่กับแม่ เช้าขึ้น แม่ก็หาข้าวให้ทาน พาไปส่งที่โรงเรียน บ่ายก็รีบกลับบ้าน สอนการบ้านให้ เป็นเพื่อนดูโทรทัศน์ด้วยกัน ฯลฯ ในขณะที่พ่อ เช้าขึ้นก็รีบไปทำงาน ก่อนลูกจะตื่น กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำมืด ลูกหลับไปแล้ว จะเป็นเพราะอยู่ทำงานล่วงเวลา หรือไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูง หรือต้องแบ่งเวลาไปบ้าน ที่สอง บ้านที่สาม ก็ตามแต่
กรณีอย่างนี้ ลูกย่อมจะรักแม่ไว้วางใจแม่ และสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ อย่างแน่นอน
บางวันที่พ่อเกิดกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แม่กับลูกอาจจะประหลาดใจถึงขนาดทำอะไรไม่ถูกเอาเลยก็ได้ ลูกก็ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรจึงจะถูกใจพ่อ ตัวพ่อแม่ก็ไม่รู้จะทักทาย พูดจา หรือหาเรื่องอะไรมาคุยกับลูก จึงจะเข้ากับลูกได้ เพราะพ่อแทบจะไม่รู้เรื่องส่วนตัวของลูกเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่า เพื่อนลูกมีใครบ้าง บางคนลูกเรียนหนังสือชั้นไหน หรือเกิดวันที่เท่าไหร่ก็ยังไม่รู้เลย พ่อกับลูกจึงแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน
ทั้ง ๆ ที่ คุณพ่อก็คงอยากจะบอกลูกว่า
ที่ทำงานหนักอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อให้แม่และลูกได้อยู่กันอย่างสุขสบาย พ่อเองก็รักลูกเท่า ๆ กับที่แม่รัก เหมือนกัน แต่ถึงจะบอกอย่างไร ลูกก็คงไม่เข้าใจ เพราะการกระทำของพ่อที่มุมานะกับงานนอกบ้านมากเกินไป จนเกิดความห่างเหินกับลูก ย่อม แสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อสนใจงานมากกว่าลูกอยู่นั่นเอง
ยิ่งในกรณีที่คุณพ่อกับคุณแม่มีปัญหาขัดใจกัน และยังไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ มีการทะเลาะวิวาทปะทะคารมกัน ทำให้แม่มีความ ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ก็จะหาระบายปรับทุกข์กับลูก เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และเพื่อหาพวกใหักับตัวเอง แม่จึงมักกล่าวหาพ่อให้ลูกฟัง พูดถึงแต่ ความไม่ดีต่าง ๆ นานาของพ่อ เมื่อลูกได้รับฟังบ่อย ๆ ก็จะฝังใจว่าพ่อเป็นคนไม่ดี ลูกจึงเลิกเคารพเชื่อฟังพ่อ ร้ายกว่านั้น คือเลิกศรัทธาพ่อไปเลยก็มี เมื่อพ่อลูกเผชิญหน้ากัน จึงเหมือนคนไม่รู้จักกัน หรือลูกเป็นฝ่ายหลบหน้าพ่อ พ่อเองก็ไม่รู้ตัวว่า ถูกกล่าวหาไว้อย่างไรบ้าง จริงหรือไม่จริง แค่ไหนไม่มีโอกาสแก้ตัวหรือชี้แจงข้อเท็จจริงกับลูกให้เข้าใจกันได้เลย
เพราะฉะนั้น
ถ้าคุณพ่อแม่อยากจะประสบกับเหตุการณ์แบบนี้ ที่ทำให้คุณพ่อต้องรู้สึกเสียใจ หรือน้อยใจว่าลูกไม่รักแล้วละก็ ขอให้คุณพ่อ จงรักแม่ของลูก ๆ ให้มาก มีปัญหาอะไรก็จงประนีประนอมเข้าหากัน แบ่งเวลาให้กับครอบครัวบ้างทั้งแม่และลูก หมั่นเอาใจใส่ใกล้ชิดกับลูก แสดง ให้ลูกรู้ว่าพ่อก็รักเขาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่แม่รักเขา ลูกก็ย่อมจะรับรู้ได้แล้วเขาก็คงจะรักพ่อเท่ากับแม่แน่ ๆ ค่ะ
คุณเคยรู้สึกบ้างไหมคะว่าทั้ง ๆ ที่คุณอุตส่าห์ทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวให้อยู่สุขสบายยอมสละความสุข ส่วนตัว เอาแต่ทำงานชนิดหามรุ่งหามค่ำ แต่ทำไมบางครั้งลูก ๆ และแม้แต่แม่ของลูก จึงดูว่าไม่ยอมเข้าใจเอาเสียเลย โดยเฉพาะลูก ๆ กลับไป รักแม่ สนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ มีความลับหรือมีปัญหาคับใจอะไรก็คอยแต่จะปรึกษากับแม่ ไม่ค่อยยอมเข้ามาหาพ่อหรือคลุกคลีกับพ่อให้ชื่นใจ กันบ้าง
เหตผลที่ทำให้ลูก ๆ เป็นเช่นนี้ ก็คงเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญคือ คุณพ่อมีเวลาให้ลูก ๆ น้อยเกินไปนั่นเอง
เป็นธรรมดาที่ลูกย่อมจะรักใคร่สนิทสนมกับฝ่ายที่มีเวลาให้เขา และเห็นความสำคัญของเขามากกว่า เมื่อวันทั้งวันลูกอยู่แต่กับแม่ เช้าขึ้น แม่ก็หาข้าวให้ทาน พาไปส่งที่โรงเรียน บ่ายก็รีบกลับบ้าน สอนการบ้านให้ เป็นเพื่อนดูโทรทัศน์ด้วยกัน ฯลฯ ในขณะที่พ่อ เช้าขึ้นก็รีบไปทำงาน ก่อนลูกจะตื่น กว่าจะกลับบ้านก็ค่ำมืด ลูกหลับไปแล้ว จะเป็นเพราะอยู่ทำงานล่วงเวลา หรือไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูง หรือต้องแบ่งเวลาไปบ้าน ที่สอง บ้านที่สาม ก็ตามแต่
กรณีอย่างนี้ ลูกย่อมจะรักแม่ไว้วางใจแม่ และสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อ อย่างแน่นอน
บางวันที่พ่อเกิดกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แม่กับลูกอาจจะประหลาดใจถึงขนาดทำอะไรไม่ถูกเอาเลยก็ได้ ลูกก็ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรจึงจะถูกใจพ่อ ตัวพ่อแม่ก็ไม่รู้จะทักทาย พูดจา หรือหาเรื่องอะไรมาคุยกับลูก จึงจะเข้ากับลูกได้ เพราะพ่อแทบจะไม่รู้เรื่องส่วนตัวของลูกเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่า เพื่อนลูกมีใครบ้าง บางคนลูกเรียนหนังสือชั้นไหน หรือเกิดวันที่เท่าไหร่ก็ยังไม่รู้เลย พ่อกับลูกจึงแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน
ทั้ง ๆ ที่ คุณพ่อก็คงอยากจะบอกลูกว่า
ที่ทำงานหนักอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อให้แม่และลูกได้อยู่กันอย่างสุขสบาย พ่อเองก็รักลูกเท่า ๆ กับที่แม่รัก เหมือนกัน แต่ถึงจะบอกอย่างไร ลูกก็คงไม่เข้าใจ เพราะการกระทำของพ่อที่มุมานะกับงานนอกบ้านมากเกินไป จนเกิดความห่างเหินกับลูก ย่อม แสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อสนใจงานมากกว่าลูกอยู่นั่นเอง
ยิ่งในกรณีที่คุณพ่อกับคุณแม่มีปัญหาขัดใจกัน และยังไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ มีการทะเลาะวิวาทปะทะคารมกัน ทำให้แม่มีความ ทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ก็จะหาระบายปรับทุกข์กับลูก เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และเพื่อหาพวกใหักับตัวเอง แม่จึงมักกล่าวหาพ่อให้ลูกฟัง พูดถึงแต่ ความไม่ดีต่าง ๆ นานาของพ่อ เมื่อลูกได้รับฟังบ่อย ๆ ก็จะฝังใจว่าพ่อเป็นคนไม่ดี ลูกจึงเลิกเคารพเชื่อฟังพ่อ ร้ายกว่านั้น คือเลิกศรัทธาพ่อไปเลยก็มี เมื่อพ่อลูกเผชิญหน้ากัน จึงเหมือนคนไม่รู้จักกัน หรือลูกเป็นฝ่ายหลบหน้าพ่อ พ่อเองก็ไม่รู้ตัวว่า ถูกกล่าวหาไว้อย่างไรบ้าง จริงหรือไม่จริง แค่ไหนไม่มีโอกาสแก้ตัวหรือชี้แจงข้อเท็จจริงกับลูกให้เข้าใจกันได้เลย
เพราะฉะนั้น
ถ้าคุณพ่อแม่อยากจะประสบกับเหตุการณ์แบบนี้ ที่ทำให้คุณพ่อต้องรู้สึกเสียใจ หรือน้อยใจว่าลูกไม่รักแล้วละก็ ขอให้คุณพ่อ จงรักแม่ของลูก ๆ ให้มาก มีปัญหาอะไรก็จงประนีประนอมเข้าหากัน แบ่งเวลาให้กับครอบครัวบ้างทั้งแม่และลูก หมั่นเอาใจใส่ใกล้ชิดกับลูก แสดง ให้ลูกรู้ว่าพ่อก็รักเขาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่แม่รักเขา ลูกก็ย่อมจะรับรู้ได้แล้วเขาก็คงจะรักพ่อเท่ากับแม่แน่ ๆ ค่ะ
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ฅน ชมรมจักรยานฅนชานเมีองเขตหนองจอก ปันไปกินไปแข่งไป 8/3/52
สวัสดีก่อนทานข้าวเที่ยงจร้า
ดีใจจังวันนี้วันศุกร์......พรุ่งนี้ก้อเป็นวันหยุดของใครหลายๆคน คงจะได้ออกรอบปั่นกันอีกแล้ว
แต่เสาร์อาทิตย์นี้อดปั่นจร้า งานเข้าตลอดเลยอ่ะ ต้องปั่นวันธรรมดา
เฮ้อ....อิจฉาคนที่หยุดเสาร์อาทิตย์จัง
หาเรื่องมาฝากอีกแล้ว เบื่อกันยังอ่ะค่ะ
อ่านๆแล้วคิดว่าน่าจะดีเลยเอามาฝากจร้า
รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง
...ครั้งหนึ่งนักเขียนชาวจีน โก้วเล้ง เคยค่อนแคะนักเขียนคนอื่นซึ่งลอกเรียนวิธีการเขียนของเขาว่า " ลมที่ตนเองผายออกมายังหอมกว่าของคนอื่น..."
ที่ขัดแย้งขบขันคือ ครั้งหนึ่งเขาก็สูดดมที่คนอื่นผายเช่นกัน!
แต่การที่โก้วเล้งสามารถเอ่ยประโยคนี้ได้เต็มปากเพราะถึงเขาจะลอกเลียนงานคนอื่น วันหนึ่งก็สามารถดัดแปลงมาเป็นวิถีเฉพาะของตนเอง
มองโลกวันนี้ กวาดตารอบตัว เราพบว่า 'การสูดดมที่ผู้อื่นผาย' มีมากมายจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
นักร้องซีกเอเซียจำนวนมากลอกเลียนเพลง ไปจนถึงวิธีการร้อง / เต้น (แร็พ, ฮิพฮอพ ฯลฯ) อย่างนักร้องฝรั่งมาทั้งดุ้น การเดินแฟชั่นแกะมาจากต้นแบบฝรั่งทั้งกะบิ
รูปแบบรายการโทรทัศน์ มุมกล้องภาพยนตร์ ที่ตามรอยตะวันตกที่ไม่ต้องคิดใหม่ ฯลฯ
การลอกเรียนเพื่อนการศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การก็อบปี้อย่างหลับหูหลับตา เท่ากับเป็นการส่งเสริมความสำเร็จของต้นแบบ
และตอกย้ำว่าตัวเองเป็นเพียง 'สาขาย่อย' เท่านั้น
บางคนอาจลืมไปว่า ถึงจะลอก ก็ยังต้องออกแรง ยิ่งพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยจากต้นแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องเหนื่อยมากเท่านั้น
เช่นนั้นมิสู้เสียแรงไปกับการสร้างรอยเท้าของเราเอง ?
เร็วๆ นี้ มาดอนนา ให้สัมภาษณ์ว่า เธอมิได้รู้สึกดีอีกแล้ว เมื่อเห็นคนอื่นเลียนแบบเธอ แต่งกายอย่างเธอ
จริงอยู่โลกแคบลงเรื่อยๆ ด้วยคำว่า โลกาภิวัฒน์ (Globalization หรือ 'ก่อบรรลัยใส่ฉัน' ตามสำนวนของกวี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) ความหลากหลายของวัฒนธรรมและเทคโลโลยีลดลง แต่นี่มิใช่ข้ออ้าง ของการลอกเลียนอย่างหลับหูหลับตา
...หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศโดยการลอกเลียนเทคโนโลยีตะวันตกแบบทั้งดุ้น แต่ค่อยๆ ศึกษา ดัดแปลง จนในที่สุดก็สร้างรอยเท้าของตนเอง เป็นรอยเท้าที่ลึกและหนักแน่น จนต้นแบบยังทึ่ง ... การเลียนเพื่อรู้เป็นเรื่องดี แต่การรู้เพื่อเลียนไม่ใช่... โลกหมุนไปไม่หยุดเพระามีคนกลุ่มหนึ่งพยามยามวิ่งหนีเงาของตนเองไปข้างหน้า คนพันธุ์นี้เชื่อว่ามีอะไรใหม่ๆ รอให้สร้างอยู่เสมอ ไม่มีวันหมด นี่จึงทำให้การสร้างสรรค์มีความหมาย
หากไม่สามารถสร้างรอยเท้าของตนเองได้ ก็มิยอมเหยียบบนรอยเท้าของคนอื่น...
รอยเท้าของตนเองถึงจะจาง แต่ก็เป็นรอยเท้าของเราเอง
ย่างก้าวของเราถึงจะสั้นและช้า แต่ก็เป็นก้าวของเราเอง...
ขอขอบคุณ บทความ โดย วินทร์ เลียววาริณ
จากหนังสือ: [รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง]
ดีใจจังวันนี้วันศุกร์......พรุ่งนี้ก้อเป็นวันหยุดของใครหลายๆคน คงจะได้ออกรอบปั่นกันอีกแล้ว
แต่เสาร์อาทิตย์นี้อดปั่นจร้า งานเข้าตลอดเลยอ่ะ ต้องปั่นวันธรรมดา
เฮ้อ....อิจฉาคนที่หยุดเสาร์อาทิตย์จัง
หาเรื่องมาฝากอีกแล้ว เบื่อกันยังอ่ะค่ะ
อ่านๆแล้วคิดว่าน่าจะดีเลยเอามาฝากจร้า
รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง
...ครั้งหนึ่งนักเขียนชาวจีน โก้วเล้ง เคยค่อนแคะนักเขียนคนอื่นซึ่งลอกเรียนวิธีการเขียนของเขาว่า " ลมที่ตนเองผายออกมายังหอมกว่าของคนอื่น..."
ที่ขัดแย้งขบขันคือ ครั้งหนึ่งเขาก็สูดดมที่คนอื่นผายเช่นกัน!
แต่การที่โก้วเล้งสามารถเอ่ยประโยคนี้ได้เต็มปากเพราะถึงเขาจะลอกเลียนงานคนอื่น วันหนึ่งก็สามารถดัดแปลงมาเป็นวิถีเฉพาะของตนเอง
มองโลกวันนี้ กวาดตารอบตัว เราพบว่า 'การสูดดมที่ผู้อื่นผาย' มีมากมายจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
นักร้องซีกเอเซียจำนวนมากลอกเลียนเพลง ไปจนถึงวิธีการร้อง / เต้น (แร็พ, ฮิพฮอพ ฯลฯ) อย่างนักร้องฝรั่งมาทั้งดุ้น การเดินแฟชั่นแกะมาจากต้นแบบฝรั่งทั้งกะบิ
รูปแบบรายการโทรทัศน์ มุมกล้องภาพยนตร์ ที่ตามรอยตะวันตกที่ไม่ต้องคิดใหม่ ฯลฯ
การลอกเรียนเพื่อนการศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การก็อบปี้อย่างหลับหูหลับตา เท่ากับเป็นการส่งเสริมความสำเร็จของต้นแบบ
และตอกย้ำว่าตัวเองเป็นเพียง 'สาขาย่อย' เท่านั้น
บางคนอาจลืมไปว่า ถึงจะลอก ก็ยังต้องออกแรง ยิ่งพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยจากต้นแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องเหนื่อยมากเท่านั้น
เช่นนั้นมิสู้เสียแรงไปกับการสร้างรอยเท้าของเราเอง ?
เร็วๆ นี้ มาดอนนา ให้สัมภาษณ์ว่า เธอมิได้รู้สึกดีอีกแล้ว เมื่อเห็นคนอื่นเลียนแบบเธอ แต่งกายอย่างเธอ
จริงอยู่โลกแคบลงเรื่อยๆ ด้วยคำว่า โลกาภิวัฒน์ (Globalization หรือ 'ก่อบรรลัยใส่ฉัน' ตามสำนวนของกวี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) ความหลากหลายของวัฒนธรรมและเทคโลโลยีลดลง แต่นี่มิใช่ข้ออ้าง ของการลอกเลียนอย่างหลับหูหลับตา
...หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศโดยการลอกเลียนเทคโนโลยีตะวันตกแบบทั้งดุ้น แต่ค่อยๆ ศึกษา ดัดแปลง จนในที่สุดก็สร้างรอยเท้าของตนเอง เป็นรอยเท้าที่ลึกและหนักแน่น จนต้นแบบยังทึ่ง ... การเลียนเพื่อรู้เป็นเรื่องดี แต่การรู้เพื่อเลียนไม่ใช่... โลกหมุนไปไม่หยุดเพระามีคนกลุ่มหนึ่งพยามยามวิ่งหนีเงาของตนเองไปข้างหน้า คนพันธุ์นี้เชื่อว่ามีอะไรใหม่ๆ รอให้สร้างอยู่เสมอ ไม่มีวันหมด นี่จึงทำให้การสร้างสรรค์มีความหมาย
หากไม่สามารถสร้างรอยเท้าของตนเองได้ ก็มิยอมเหยียบบนรอยเท้าของคนอื่น...
รอยเท้าของตนเองถึงจะจาง แต่ก็เป็นรอยเท้าของเราเอง
ย่างก้าวของเราถึงจะสั้นและช้า แต่ก็เป็นก้าวของเราเอง...
ขอขอบคุณ บทความ โดย วินทร์ เลียววาริณ
จากหนังสือ: [รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง]
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032

