nuke DOI SUTHEP BIKE / DSB
doisuthepbike@hotmail.com
กะว่าจะพิมพ์หลายวันเเล้วยังไม่ว่างสักที วันนี้ว่างเลยเอาซะหน่อย
เหตุเกิดเมื่องานวันเเข่งจักรยานพิชิตดอยสุเทพครั้งที่ 2 วันที่ 1/11/09
ขณะที่ผมปั่นลงมาช่วยเพื่อนร่วมทีมอีกคนหนึ่ง ก้ได้สังเกตุเห็นเเต่ไม่เเน่ใจ
ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก เเต่ก็มาเห็นคำตอบที่ถ้ำฤาษี เห็นรถปิกอัพคันหนึ่ง
สองพ่อลูกกำลังจัดเเจงเอาจัรยานหนึ่งคัน ลงอย่างรีบเร่ง
ท้ายรถมีจักรยานอยู่ 2 คันคันที่ไม่ได้เอาลงคาดว่าน่าจะเป็นของพ่อ
เมื่อจัดเเจงเอาลงเสร็จคนลูกก็เริ่มปั่น จากการคุยกัน
-อ้าว ทำไมมาเอารถลงตรงนี้ล่ะ
.ก็พ่อให้เอาใส่รถมา
-เเล้วใส่มาตั้งเเต่ที่ตรงไหนเนี่ย
.ก็ตรงโค้งขุนกันนี่เอง
-อ้าวเเล้วไมไม่ปั่นขึ้นมาละ
.ก็เหนื่อยอะ ปั่นไม่ไหว เเล้วพวกพี่ปั่นกันขึ้นมาเหรอ
-ก็ใช่สิ
.พวกพี่เเรงควายเนอะ
-คิดในใจ(อ้าว ไอ้เด็ก เป..นี่)
.เเล้วพี่ปั่นทุกวันมั้ย
-ก็ทุกวันเเหละ ต้องขยันซ้อม ปั่นไม่ไหวเเล้วทำไมไม่เข็นขึ้นมาล่ะ
.ก้พ่อบอกใส่รถไปเลย ผมไม่มีเเรงเหมือนพี่นี่ ก็ต้องใส่รถมานี่เเหละ
หลังจากนั้นน้องคนนี้ก็หายไปเรื่อยๆ จนลับตาไป น้องคนนี้น้ำหนักก้ไม่เยอะ
ขนาดปกติมาตรฐาน อายุประมาณ 14-16 ปี เค้าตอบผมได้น่าตาเฉยมาก
เหมือนกับว่าสิ่งที่เค้าทำนั้น มันเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ ที่เกิดขึ้น
เเต่ตัวผมกลับมาคิดว่า
-นี่หรืออนาคตของชาติ
-เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นความพยายามของนักปั่นรุ่นเดียวกับเค้า
-เเล้วผู้ปกครองล่ะ ที่ยอมให้เค้าทำ(หรือส่งเสริมให้เค้าทำก็ไม่รู้)
-ถูกหรือผิดไม่ได้เขียนไว้ในกติกา(หรือเขียนไว้) เเต่มันอยู่ในใจเราทุกคน
-ไม่ว่าจะถึงด้วยวิธีไหน จะเข็น จะเดิน จะปั่น เเต่คงไม่ใช่ขึ้นรถเเน่ๆ(ถ้าไม่ใช่ดาวน์ฮิลนะ)
-ถ้าทำเเบบนี้ไม่ต้องสมัครดีกว่ามั้ยครับ นั่งรถขึ้นไปเลยดีกว่ามั้ย
-ถ้าเป็นวันซ้อมก็ว่าไปอย่าง หรือไม่ติดป้ายเเข่ง ปั่นเอาสนุกก็ไม่ว่ากัน
-หรือเเค่ต้องการร่วมกิจกรรม ถ้าไม่ติดป้าย A,B ก็โอเค ไม่ว่ากัน
-ถ้าหมดสภาพนั่งรถขึ้นให้ถึงหรือนั่งรถลงให้ถึง จุดหมายไปเลยดีกว่า
ผมไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องใคร เเต่ผมเป็นคนปั่นจักรยาน ผมรู้ว่าการที่
มีคนกระทำเเบบนี้ต่อหน้าต่อตาเรา ดูถูกความพยายามของเรา
เห็นว่าเป็นเรื่องง่ายๆมันรู้สึกยังงัย ผมนึกถึงความรู้สึกของเด็กรุ่นเดียวกัน
กับเค้า ว่าจะคิดยังงัย
เเล้วก้คิดไปต่อว่า ถ้าผู้ปกครองสอนเด็กเเบบนี้ เเล้วเด็กก้ยังมีความคิดผิดๆ
เเบบนี้ อนาคตชาติไทยจะเป็นอย่างไร สังคมทุกวันนี้ก็เเย่มากเเล้ว ถ้าวันนั้น
เป็นลูกผม ผมคงเลือกซ้อมให้ลูกปั่นได้ตลอดทางก่อน เเต่ถ้าไม่ไหว
คงบอกลูกว่าถ้าลุกอยากขึ้น ก้ขึ้น เเต่ถ้าไม่ไหวก้ต้องถอนตัว ขึ้นรถกลับไปเลย
ปีหน้าเอาใหม่
การปั่นไต่เขามีมนต์ขลังก็เพราะความพยายามที่ได้พิชิตนี่ละครับ ครั้งเเรกอาจขึ้นได้เเค่นี้
พรุ่งนี้เอาใหม่ ขึ้นถึงวันรุ่ง วันต่อไปก้เอาเร็วขึ้น นี่ละครับถึงจะเรียกว่า พยายามที่จะพิชิต
ทั้งหมดที่ท่านอ่านมา ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกใคร หรือ ดูหมิ่นใคร เเต่เป็นเรื่อง
เรื่องหนึ่งที่ผ่านเข้ามา เเล้วเล่าสู่กันฟัง ส่วนท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไรนั้น
ผมไม่รู้ เเต่ก้หวังว่าทุกท่านคงจะก้าวเดินไปในทางที่ถูกที่ควรจะเป็น
เพื่อให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น ครับ
ขอบคุณครับ
