p.nui1948 เขียน:ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่
ด้วยได้มีการประชุมชมรมฯและได้มีการตกลงกันมาก่อนหน้านี้ มอบหมายให้กรรมการชมรมฯไปก่อตั้งสมาคม ซึ่งกรรมการก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก (สู้กับเจ้า-หน้าที่รัฐกันหลายยก) จนจดเป็นสมาคมจนได้
ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีและขอชมเชยอย่างจริงใจให้ปรากฏไว้ ณ ที่นี้
ปัญหาคือ เมื่อตั้งเป็นสมาคมได้แล้ว จะเอาชมรม TCC ของเราไปไว้ตรงไหน
มีบางคนบอกว่าชมรมก็ต้องยุบหายไปโดยอัตโนมัติ
แต่ใจผมว่าไม่ใช่
เพราะหากเราจะเปรียบเทียบให้ชมรมเป็นบริษัท ซึ่งผมขอเรียกว่าเป็นบริษัท ก. แล้วผู้ถือหุ้นในบริษัท ก. (ซึ่งก็คือสมาชิกชมรมฯ) เห็นว่างานของบริษัทเราขยายใหญ่ขึ้นเยอะมาก ฉะนั้นอย่ากระนั้นเลย เราควรไปจดอีกบริษัทให้มันใหญ่ขึ้น ซึ่งผมขอเรียกว่าเป็นบริษัท ข. (ซึ่งในกรณีนี้ก็เทียบได้กับเราไปก่อตั้งสมาคม ซึ่งใหญ่กว่าชมรม เหมือนกับบริษัท ข.ใหญ่กว่าบริษัท ก. นั่นเอง)
แต่บริษัท ข.ก็คือบริษัท ข. และบริษัท ก.ก็คือบริษัท ก. การที่กรรมการบริษัท ก.ไปจดทะเบียนเปิดบริษัท ข. ไม่ได้หมายความว่าบริษัท ก.มันจะหายไปโดยปริยาย
นี่เป็นกฎเกณฑ์หรือกติกาปกติ ที่คนทำธุรกิจจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
รวมทั้งงบประมาณ หรือเงิน หรือทรัพย์สินของบริษัท ก.ก็ต้องเป็นของบริษัท ก. คนในบริษัท ข.จะเอาไปใช้ไม่ได้ แม้แต่สลึงหนึ่งก็เอาไปใช้ไม่ได้
เทียบระหว่างชมรมกับบริษัท ก็ตีความได้ว่า เงินของชมรมก็คือของชมรม สมาชิกหรือกรรมการของสมาคมจะมาเอาเงินของชมรมไปใช้ไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น
ผมมีความคิดเห็นว่า หากพวกเรา(ไม่ว่าจะเป็นกรรมการหรือสมาชิกของสมาคม)เอาเงินของชมรมไปใช้ แล้วมีคนประท้วงหรือไม่เห็นด้วยและร้องเรียนขึ้นมา มันจะยุ่งกันใหญ่
ด้วยความเป็นห่วงว่าพวกเราอาจทำอะไรง่ายเกินไป โดยไม่ได้ดูหลักของกฏหมาย(หรือธรรมนูญของชมรม) แล้วจะมีผลกระทบที่คาดไม่ถึงตามมาได้ ทั้งๆที่พวกเราอาจจะปรารถนาดีกับทุกคน และไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใดเลย
แต่เรื่องที่มันผิดกฎ ถึงอย่างไรมันก็ผิด จะทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นมองไม่เห็น แล้วบอกว่ามันถูกต้อง คงไม่ได้
ด้วยความเป็นห่วงอีกเช่นกัน ผมจึงได้โทรศัพท์ไปหาประธานชมรม หรือคุณพิชิต ซึ่งบังเอิญเป็นนายกสมาคม(ใหม่)นี้ด้วย แล้วเล่าให้ท่านฟังถึงความเป็นห่วงของผม และความเข้าใจผิดที่พวกเรามีอยู่เกี่ยวกับสถานภาพของชมรม (คือหลายคนคิดว่าชมรมมันตายไปแล้ว)
ผมได้เสนอคุณพิชิตในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกคนหนึ่งและเป็นผู้ก่อตั้งชมรมนี้ขึ้นมา รวมทั้งเป็นคนที่มีส่วนร่วมหรือช่วยร่างธรรมนูญของชมรมมาแต่ต้นว่า ชมรมควรเรียกประชุมวิสามัญสำหรับชมรมขึ้นมาสักครั้ง แล้วถามสมาชิกชมรม(ไม่ใช่สมาชิกสมาคม)ว่าจะยุบดีไหม ถ้าสมาชิกของชมรมเห็นพ้องกันว่าจะยุบ เราก็ยุบ และเดินหน้ากันต่อไปแบบที่จะมีสมาชิกชมรมมาแย้งกันในภายหลังไม่ได้
พูดง่ายๆ คือ ทำอะไรให้มันถูกต้อง ตรงกับธรรมนูญของชมรมที่กำหนดไว้เป็นหลักเป็นฐาน จะได้ไม่มีปัญหาถูกร้องเรียนน่ะครับ
และอยากจะเสนอกรรมการชมรม(ไม่ใช่กรรมการสมาคม)ไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ไหนๆสมาคมจะจัดประชุมวิสามัญในวันที่ 10 มกราคม 2553 อยู่แล้ว ก็ทำไมกก.ชมรมฯไม่จัดประชุมวิสามัญของชมรมฯในวันนั้นไปพร้อมกันเลย แต่ต้องจัดประชุมของชมรมก่อนประชุมของสมาคมนะครับ ซึ่งหากสมาชิกชมรมตกลงกันว่ายุบ เราก็จะประชุมสมาคมต่อไปได้ สะดวกสบายบรื๋อไปเลยครับ
แต่ต้องรีบประกาศให้สมาชิก(ชมรม)ทราบเร็วๆนะครับว่าจะมีประชุม ไม่งั้นเดี๋ยวมีคนหัวหมอบอกไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง มันก็จะยุ่งเป็นยุงตีกันไปอีกไม่รู้จบ
ขอแสดงความปรารถนาดีมายังทุกคน ทั้งสมาชิกชมรมและสมาชิกสมาคม (ซึ่งบางคนอาจเป็นทั้งสองที่ แต่บางคนอาจไม่ได้เป็น)
อ.ธงชัย
๒๗ พ.ย. ๕๒
ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
แต่ต้องรีบประกาศให้สมาชิก(ชมรม)ทราบเร็วๆนะครับว่าจะมีประชุม ไม่งั้นเดี๋ยวมีคนหัวหมอบอกไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง มันก็จะยุ่งเป็นยุงตีกันไปอีกไม่รู้จบ
ขอแสดงความปรารถนาดีมายังทุกคน ทั้งสมาชิกชมรมและสมาชิกสมาคม (ซึ่งบางคนอาจเป็นทั้งสองที่ แต่บางคนอาจไม่ได้เป็น)
ขออนุญาตศิษย์ TCC นะครับ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย และไม่แน่ใจว่าชมรมจะมีกฎหมายใดมาใช้บังคับ เนื่องจากไม่มีใน พรบ แพ่งและพาณิชย์ แต่ถ้าไปเปรียบเทียบประมวลรัษฎากรแล้ว เหมือนเป็นคณะบุคคล(มาจาก หสม = ห้างหุ้นส่วนสามัญ) น่าจะใกล้เคียงที่สุด
แต่พอไปดูเรื่องของคณะบุคคล สมาคม มูลนิธิ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (หสน) ห้างหุ้นส่วนจำกัด( หจก ) บริษัท จำกัด (บจก) บริษัท มหาชน (บมจ) มีการกำหนดเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากอย่างหนึ่งไปอีกอย่างหนึ่งได้
แต่คงเป็นไปตามที่ อาจารย์ธงชัยว่า คือต้องเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างมีรายละเอียด หากจะให้ครบทั้งทีควรทำตามที่อาจารย์ว่ามา...
ซึ่งคงจะต้องถามทางนักกฎหมายครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจว่า ขั้นตอนบางอย่างจำเป็นมากน้อยแค่ไหน...
ยกตัวอย่างเรื่องของการออกหนังสือนัดประชุมเช่น
1.ทะเบียนสมาชิก (ของบริษัท คัดจากนายทะเบียน กระทรวงพาณิชย์) คัด/ตัด รายชื่อถึงปัจจุบันที่ยังมีสิทธ์
2.การส่งหนังสือนัดประชุม ต้องส่งทาง ปณ ลงทะเบียนไม่น้อยกว่ากี่วันก่อนสันประชุม ให้ถามคุณจือดู และประกาศทางหนังสือพิมพ์ (ประชุมวิสามัญหรือประชุมใหญ่) ด้วยข้อความที่ กม บังคับไว้มีกี่อย่าง (อาพิชิต คงจะเคยทราบบ้างแน่ เพราะท่านทำงานอยู่ในบริษัทด้วย)
3.มาประชุมแล้ว กำหนดการโหวตหรือการนับคะแนน (บจก นับได้ทั้งเป็นจำนวนคน หรือนับตามจำนวนหุ้น แต่ TCC วันแมนวันโหวต เพราะไม่มีใครถือหุ้นมากหุ้นน้อย) และอีกอย่าง กรรมการTCC ควรแสดงสปิริตคือไม่ออกเสียงหรืออย่างไร
4.ฯลฯ
5.ฯลน
6.ฯลฯ
แต่เมื่อไปดูธรมนูญชมรมTCC แล้วโดยส่วนตัวผมเห็นว่า
1.ถ้าจะไม่คง TCC ไว้ ก็ต้องยกทรัพย์สินเงินทองของบริจาค...รวมทั้งกู้ดวิล(ชื่อ+โลโก้TCC) ให้เป็นของมูลนิธิสายใจไทยครับ (ผมไม่รู้เรื่องละเอียดตามกฎหมายนะครับ)
2.การที่จะโอนทรัพย์สินTCC ไปให้สมาคมTCHA ก็น่าจะทำได้ โดยการประชุมใหญ่ตามขั้นตอน แต่การลงมติและตรวจสอบนั้น ในความเห็นผมคิดว่าคงจะลำบากยากพอสมควร...
จึงเรียนถามท่านที่เป็นนักกฎหมายว่า ท่านมีความเห็นเสนอแนะอย่างไรบ้าง....หรือว่าอาจารย์ธงชัยหรือกระผมหรือเสือสวนหลวงหรือเฮียฉัตรนั้น โมเม
ขอบคุณครับ
น้าเป็ดncc
อนึ่ง สมมุติว่าโอน TCC ไปเป็น TCHA แล้วได้จริง ผมขอให้ปิด TCC เสียเลย ตาม เทียบเคียงกับกิจการทั่วไป คือไม่เหมือนอาจารย์ธงชัยนักที่ว่า บริษัท ก หรือ บริษัท ข (แต่คงจะมีข้อโต้แย้งอีก) เพราะว่าเปลี่ยนจาก บริษัท TCC จำกัด ไปเป็น บริษัท TCHA จำกัด(มหาชน) เริ่ม งง งง แล้วยัง
ถ้าทีละขั้นตอนน่าจะเป็น
บริษัท TCC จำกัด แล้วขยับไปเป็น บริษัท TCC จำกัด (มหาชน) แล้วไปเปลี่ยนชื่อเสียอีกทีทีหลัง...
ผมต้องพักแล้วครับ เพราะกำลังมึน
ขอบคุณครับ
ขอแสดงความปรารถนาดีมายังทุกคน ทั้งสมาชิกชมรมและสมาชิกสมาคม (ซึ่งบางคนอาจเป็นทั้งสองที่ แต่บางคนอาจไม่ได้เป็น)
ขออนุญาตศิษย์ TCC นะครับ ผมไม่ใช่นักกฎหมาย และไม่แน่ใจว่าชมรมจะมีกฎหมายใดมาใช้บังคับ เนื่องจากไม่มีใน พรบ แพ่งและพาณิชย์ แต่ถ้าไปเปรียบเทียบประมวลรัษฎากรแล้ว เหมือนเป็นคณะบุคคล(มาจาก หสม = ห้างหุ้นส่วนสามัญ) น่าจะใกล้เคียงที่สุด
แต่พอไปดูเรื่องของคณะบุคคล สมาคม มูลนิธิ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (หสน) ห้างหุ้นส่วนจำกัด( หจก ) บริษัท จำกัด (บจก) บริษัท มหาชน (บมจ) มีการกำหนดเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากอย่างหนึ่งไปอีกอย่างหนึ่งได้
แต่คงเป็นไปตามที่ อาจารย์ธงชัยว่า คือต้องเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างมีรายละเอียด หากจะให้ครบทั้งทีควรทำตามที่อาจารย์ว่ามา...
ซึ่งคงจะต้องถามทางนักกฎหมายครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจว่า ขั้นตอนบางอย่างจำเป็นมากน้อยแค่ไหน...
ยกตัวอย่างเรื่องของการออกหนังสือนัดประชุมเช่น
1.ทะเบียนสมาชิก (ของบริษัท คัดจากนายทะเบียน กระทรวงพาณิชย์) คัด/ตัด รายชื่อถึงปัจจุบันที่ยังมีสิทธ์
2.การส่งหนังสือนัดประชุม ต้องส่งทาง ปณ ลงทะเบียนไม่น้อยกว่ากี่วันก่อนสันประชุม ให้ถามคุณจือดู และประกาศทางหนังสือพิมพ์ (ประชุมวิสามัญหรือประชุมใหญ่) ด้วยข้อความที่ กม บังคับไว้มีกี่อย่าง (อาพิชิต คงจะเคยทราบบ้างแน่ เพราะท่านทำงานอยู่ในบริษัทด้วย)
3.มาประชุมแล้ว กำหนดการโหวตหรือการนับคะแนน (บจก นับได้ทั้งเป็นจำนวนคน หรือนับตามจำนวนหุ้น แต่ TCC วันแมนวันโหวต เพราะไม่มีใครถือหุ้นมากหุ้นน้อย) และอีกอย่าง กรรมการTCC ควรแสดงสปิริตคือไม่ออกเสียงหรืออย่างไร
4.ฯลฯ
5.ฯลน
6.ฯลฯ
แต่เมื่อไปดูธรมนูญชมรมTCC แล้วโดยส่วนตัวผมเห็นว่า
1.ถ้าจะไม่คง TCC ไว้ ก็ต้องยกทรัพย์สินเงินทองของบริจาค...รวมทั้งกู้ดวิล(ชื่อ+โลโก้TCC) ให้เป็นของมูลนิธิสายใจไทยครับ (ผมไม่รู้เรื่องละเอียดตามกฎหมายนะครับ)
2.การที่จะโอนทรัพย์สินTCC ไปให้สมาคมTCHA ก็น่าจะทำได้ โดยการประชุมใหญ่ตามขั้นตอน แต่การลงมติและตรวจสอบนั้น ในความเห็นผมคิดว่าคงจะลำบากยากพอสมควร...
จึงเรียนถามท่านที่เป็นนักกฎหมายว่า ท่านมีความเห็นเสนอแนะอย่างไรบ้าง....หรือว่าอาจารย์ธงชัยหรือกระผมหรือเสือสวนหลวงหรือเฮียฉัตรนั้น โมเม
ขอบคุณครับ
น้าเป็ดncc
อนึ่ง สมมุติว่าโอน TCC ไปเป็น TCHA แล้วได้จริง ผมขอให้ปิด TCC เสียเลย ตาม เทียบเคียงกับกิจการทั่วไป คือไม่เหมือนอาจารย์ธงชัยนักที่ว่า บริษัท ก หรือ บริษัท ข (แต่คงจะมีข้อโต้แย้งอีก) เพราะว่าเปลี่ยนจาก บริษัท TCC จำกัด ไปเป็น บริษัท TCHA จำกัด(มหาชน) เริ่ม งง งง แล้วยัง
ถ้าทีละขั้นตอนน่าจะเป็น
บริษัท TCC จำกัด แล้วขยับไปเป็น บริษัท TCC จำกัด (มหาชน) แล้วไปเปลี่ยนชื่อเสียอีกทีทีหลัง...
ผมต้องพักแล้วครับ เพราะกำลังมึน
ขอบคุณครับ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
มึนครับ ถ้า TCHA กับ TCC ตอนนี้กระเป๋าเดียวกัน
ไปละ
น้าเป็ด ศิษย์เก่า TCC
ไปละ
น้าเป็ด ศิษย์เก่า TCC
-
คากิ 089-1250747
- ขาประจำ
- โพสต์: 4181
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 13:06
- Tel: 089-1250747
- team: ชมรมจักรยานพับได้ ประเทศไทย TFBC
- Bike: Folding bike-..bikefriday dahon brompton / Mtb Cannondale Panasonic Bridgestone
- ติดต่อ:
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
JERRI... เขียน:เรียน ท่าน ดร. อ. ธงชัย ทราบ
การประชุม ครั้งก่อนที่อุเทนถวาย ที่อ.ธงชัย ได้เข้าร่วมประชุมซึ่ง ชมรม ได้จัด ให้มี การประชุมสามัญประจำปี2009 และก็ได้ กล่าวถึง การจัดตั้งเป็นสมาคม และก็ยังมีการประชุมร่างข้อบังคับ สมาคม ..สมาชิกชมรม TCC ในวัน
คือผู้เข้าร่วมก่อการ จัดตั้งสมาคมฯ จำนวน 240 ท่าน และ เพื่อความเป็น.. เอกภาพ ในทุกกิจกรรม
ควรต้อง ใช้ในนาม นิติฯสมาคม
ส่วน สมาชิกTCC ซึ่ง ถือ เป็น สินทรัพย์ อันทรงเกียรติ เป็นสมาชิก ของ สมาคม
สินทรัพย์ ทางการเงิน ธนาคาร ถือเป็น กองทุนเดิม ระบุชื่อ ชมรมจักรยานฯ .....
ตามบัญชีธนาคาร ทุกบาท ทุกสตางค์ ...ภายใต้หัวข้อ ของทุนจดทะเบียน....
ท่านสมาชิก สามารถ ตรวจสอบ และจะได้รับ ข้อมูล ในวันประชุม ค่ะ
กล่าว อย่างตรงๆ ว่า ในชื่อ ของ ชมรม จะถูก ระบุ ในกองทุน เริ่มแรก ....
ในงบจัดตั้งสมาคม
เรา จะ ไม่ใช้คำว่า ยุบ หรือไม่ยุบ ชมรมค่ะ
เรา จะ ให้คำว่า เราเติบโต จาก ชมรม เป็นสมาคม เป็น เอกภาพ เดียวกัน
เหมือน ดั่ง เรา เป็น ดักแด้ ...เติบโต..เป็นหนอน...เติบโต เป็นผีเสื้อ..แล้วบิน...
ช่วยให้โลกสวยงาม ช่วยเหลือสังคม ขอเงินสนับสนุน หาสปอนเซอร์ ...
ท่านสมาชิก และ คณะกรรมการ ก็เป็น กลุ่มคน คนเดียวกัน มีจิตใจ ช่วยเหลือสังคมเดียวกัน
ดังนั้น ความเป็น ..เอกภาพ เดียวกัน ในนาม สมาคม เท่านั้น จึงจะ บรรลุ เป้าหมายใน วัตถุประสงค์ 7 ประการ
ตาม ธรรมนูญ ชมรมฯ เดิม และหรือตามข้อบังคับสมาคมฯ อันเดียวกัน กับ
ที่ท่าน ดร. ธงชัย เป็นผู้เริ่ม ก่อตั้ง นั่นเอง สิ่งนี้คือความสำเร็จ ในอุดมการณ์ เดียวกัน
ที่ร่วมฝ่าฟัน กันมา 18 ฝน 18 หนาว ...จนครบ 20 ปี
ท่านดร. อ. ธงชัย เป็น เสมือน หนึ่ง ผู้ปักหมุด วางเข็ม พวกเราเป็นผู้เดินตาม ...ท่าน
ขอแสดงความเคารพนับถืออย่างสูง
วิภาดา กิรานุชิตพงศ์ จือ
มีสิ่งใดที่กล่าว ระเมิดล่วงเกินต่อท่านต้องกราบขออภัย ด้วยค่ะ
ชมรมจักรยานพับได้ ประเทศไทย TFBC http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=661775
ร้านค้าออนไลน์ KAKI อะหลัยจักรยาน DIY และ จักรยานมือสอง http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=517
ร้านค้าออนไลน์ KAKI อะหลัยจักรยาน DIY และ จักรยานมือสอง http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=517
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
ขอบคุณทั้งสองท่านที่ได้แจ้งเอาไว้ดังกล่าวนั้น
แต่ผมขอเรียนว่า ที่เห็นขึ้นกระทู้หลายทริปในเวลาตั้งแต่....จนถึงวันนี้ ใช้ชื่อทริปของสมาคมแล้ว....ดังนั้นต้องให้แจ่มใส แบบครบครันในการแยกแยะบัญชีทางด้านการเงินในธนาคารก่อนนะครับ...ซึ่งผมหวังว่าทางคุณจือและท่านที่ร่วมเป็นเจ้าของบัญชีคงได้เตรียมการในเรื่องนี้เรียบร้อย...
ขอถามว่าบัญชีที่ใช้ในนามของสมาคมคือบัญชีอะไร ธนาคารอะไร สาขาที่ไหน ใครมีชื่อมีอำนาจในการเบิกจ่ายบ้าง เลขที่บัญชีเท่าไหร่ เงินเปิดบัญชีมีที่มาหรือไม่ก่อนนะครับ ในเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดอย่างอื่น เอาไว้ปรึกษากันทีหลัง....
ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด ศิษย์เก่า TCC
แต่ผมขอเรียนว่า ที่เห็นขึ้นกระทู้หลายทริปในเวลาตั้งแต่....จนถึงวันนี้ ใช้ชื่อทริปของสมาคมแล้ว....ดังนั้นต้องให้แจ่มใส แบบครบครันในการแยกแยะบัญชีทางด้านการเงินในธนาคารก่อนนะครับ...ซึ่งผมหวังว่าทางคุณจือและท่านที่ร่วมเป็นเจ้าของบัญชีคงได้เตรียมการในเรื่องนี้เรียบร้อย...
ขอถามว่าบัญชีที่ใช้ในนามของสมาคมคือบัญชีอะไร ธนาคารอะไร สาขาที่ไหน ใครมีชื่อมีอำนาจในการเบิกจ่ายบ้าง เลขที่บัญชีเท่าไหร่ เงินเปิดบัญชีมีที่มาหรือไม่ก่อนนะครับ ในเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดอย่างอื่น เอาไว้ปรึกษากันทีหลัง....
ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด ศิษย์เก่า TCC
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
อนึ่งการออกหนังสือนัดประชุม ไม่ว่าทางมือถือ ทางอีเมล์ ทางอินเตอร์เน็ท หรือทางสารสองล้อนั้น ทานว่าหาได้ไม่...
ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด ศิษย์ TCC
ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด ศิษย์ TCC
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
แม้การประชุมนี้จะผ่านไปแล้ว ผมไม่มีอะไรจะไปทักท้วง...แต่ถามนักกฎหมายว่า ผลของการประชุมนั้น กฎหมายรับรองว่าครบถ้วนตามที่ถูกที่ควรหรือยัง หรือว่าเป็นโมฆะได้ เพราะว่าผมสอบถามทุกบ้านของผมแล้ว ไม่เคยมีใครที่บ้านหรือแม้แต่ตัวผมเคยได้รับหนังสือเชิญนัดประชุมเลย...คากิ 089-1250747 เขียน:JERRI... เขียน:เรียน ท่าน ดร. อ. ธงชัย ทราบ
การประชุม ครั้งก่อนที่อุเทนถวาย ที่อ.ธงชัย ได้เข้าร่วมประชุมซึ่ง ชมรม ได้จัด ให้มี การประชุมสามัญประจำปี2009 และก็ได้ กล่าวถึง การจัดตั้งเป็นสมาคม และก็ยังมีการประชุมร่างข้อบังคับ สมาคม ..สมาชิกชมรม TCC ในวัน
คือผู้เข้าร่วมก่อการ จัดตั้งสมาคมฯ จำนวน 240 ท่าน และ เพื่อความเป็น.. เอกภาพ ในทุกกิจกรรม
ควรต้อง ใช้ในนาม นิติฯสมาคม
ส่วน สมาชิกTCC ซึ่ง ถือ เป็น สินทรัพย์ อันทรงเกียรติ เป็นสมาชิก ของ สมาคม
สินทรัพย์ ทางการเงิน ธนาคาร ถือเป็น กองทุนเดิม ระบุชื่อ ชมรมจักรยานฯ .....
ตามบัญชีธนาคาร ทุกบาท ทุกสตางค์ ...ภายใต้หัวข้อ ของทุนจดทะเบียน....
ท่านสมาชิก สามารถ ตรวจสอบ และจะได้รับ ข้อมูล ในวันประชุม ค่ะ
กล่าว อย่างตรงๆ ว่า ในชื่อ ของ ชมรม จะถูก ระบุ ในกองทุน เริ่มแรก ....
ในงบจัดตั้งสมาคม
เรา จะ ไม่ใช้คำว่า ยุบ หรือไม่ยุบ ชมรมค่ะ
เรา จะ ให้คำว่า เราเติบโต จาก ชมรม เป็นสมาคม เป็น เอกภาพ เดียวกัน
เหมือน ดั่ง เรา เป็น ดักแด้ ...เติบโต..เป็นหนอน...เติบโต เป็นผีเสื้อ..แล้วบิน...
ช่วยให้โลกสวยงาม ช่วยเหลือสังคม ขอเงินสนับสนุน หาสปอนเซอร์ ...
ท่านสมาชิก และ คณะกรรมการ ก็เป็น กลุ่มคน คนเดียวกัน มีจิตใจ ช่วยเหลือสังคมเดียวกัน
ดังนั้น ความเป็น ..เอกภาพ เดียวกัน ในนาม สมาคม เท่านั้น จึงจะ บรรลุ เป้าหมายใน วัตถุประสงค์ 7 ประการ
ตาม ธรรมนูญ ชมรมฯ เดิม และหรือตามข้อบังคับสมาคมฯ อันเดียวกัน กับ
ที่ท่าน ดร. ธงชัย เป็นผู้เริ่ม ก่อตั้ง นั่นเอง สิ่งนี้คือความสำเร็จ ในอุดมการณ์ เดียวกัน
ที่ร่วมฝ่าฟัน กันมา 18 ฝน 18 หนาว ...จนครบ 20 ปี
ท่านดร. อ. ธงชัย เป็น เสมือน หนึ่ง ผู้ปักหมุด วางเข็ม พวกเราเป็นผู้เดินตาม ...ท่าน
ขอแสดงความเคารพนับถืออย่างสูง
วิภาดา กิรานุชิตพงศ์ จือ
มีสิ่งใดที่กล่าว ระเมิดล่วงเกินต่อท่านต้องกราบขออภัย ด้วยค่ะ
อาจารย์ธงชัยท่านไปประชุมได้อย่างไรนั้นผมไม่ทราบเหมือนกัน
จึงใคร่ขอถามว่าอาจารย์ธงชัยคงจะได้รับหนังสือ แต่สมาชิกท่านอื่นไม่ได้รับ กระนั้นหรือ...อาจารย์ธงชัยตอบผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด ศิษย์เก่า TCC
- ชยุต (Pc)
- ขาประจำ
- โพสต์: 210
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
- team: กลุ่มชมสวน
- Bike: GT PANTERA
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
ธรรมนูญ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของชมรม
อาจมีมติให้เลิกชมรมได้ เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
ที่มา: http://www.thaicycling.com/node/3
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สิ่งใดที่มีอยู่ในตัวของเจ้าเอง สิ่งนั้นเจ้าจะไปหาที่อื่นทำไม
Why seek outside that which is within you?
จาก: "วาทะคานธี"


ดาวน์โหลด "วาทะคานธี" (2 หน้า รวม 27 ข้อ) คลิกที่ชื่อไฟล์ด้านล่างนี้
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของชมรม
อาจมีมติให้เลิกชมรมได้ เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
ที่มา: http://www.thaicycling.com/node/3
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สิ่งใดที่มีอยู่ในตัวของเจ้าเอง สิ่งนั้นเจ้าจะไปหาที่อื่นทำไม
Why seek outside that which is within you?
จาก: "วาทะคานธี"
ดาวน์โหลด "วาทะคานธี" (2 หน้า รวม 27 ข้อ) คลิกที่ชื่อไฟล์ด้านล่างนี้
- ไฟล์แนบ
-
- วาทะคานธี หน้า 2
- 091130_GANDHI_16-27.gif (74.54 KiB) เข้าดูแล้ว 514 ครั้ง
-
- วาทะคานธี หน้า 1
- 091130_GANDHI_01-15.gif (72.29 KiB) เข้าดูแล้ว 526 ครั้ง
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
- chai lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2008, 16:58
- Tel: 0806965958
- Bike: GT Garyfisher
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
ผมเป็นสมาชิก ชมรมฯ แล้วมีการตั้งสมาคมฯ ผมก็ต้องสมัครสมาชิกสมาคมฯ อีกใช่/ไม่(อ่านไม่ละเอียด/มันยาววววววววว) id 3633
รักษ์โลก รักษ์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อม
-
คากิ 089-1250747
- ขาประจำ
- โพสต์: 4181
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 13:06
- Tel: 089-1250747
- team: ชมรมจักรยานพับได้ ประเทศไทย TFBC
- Bike: Folding bike-..bikefriday dahon brompton / Mtb Cannondale Panasonic Bridgestone
- ติดต่อ:
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
admin เขียน:
ธรรมนูญชมรม
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
แก้ไข ครั้งที่ 4 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2550 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550
หมวด 1
ชื่อและวัตถุประสงค์
ข้อ 1. ชมรมหมายถึง “ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย”
มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Thailand Cycling Club”
เรียกและเขียนชื่อย่อเป็นภาษาไทยว่า “ จสท.”
เรียกและเขียนชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “TCC”
เครื่องหมายของชมรมเป็นรูป พันธมิตรเพื่อนจักรยาน
พร้อมคำขวัญคติพจน์ “สองขาปั่น สองล้อหมุน เกื้อหนุนกัน สร้างสรรค์สังคม” หรือ
“Two legs pedalling, two wheels rolling, support each other and make a better world.”
ข้อ 2. สำนักงานใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ เลขที่ 849/53 จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้งสาขาชมรม ทั้งในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรม
ข้อ 3. วัตถุประสงค์ของชมรมนี้คือ(1) ส่งเสริมการใช้จักรยานในทุกกิจกรรม อาทิเช่น เพื่อสุขภาพและพลานามัย การคมนาคม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสันทนาการอื่น ๆ เป็นต้น
(2) ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการใช้จักรยานทั่วประเทศ
(3) เป็นองค์กรประสานงานระหว่างผู้ใช้จักรยานทั่วประเทศและในระดับสากล
(4) อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
(5) ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และสันติภาพของมวลมนุษย์ชาติ
หมวดที่ 2
สมาชิกภาพ สิทธิ และหน้าที่
ข้อ 4. สมาชิกของชมรมมีสองประเภทได้แก่สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือ
(1)สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้ที่ได้ทำงานมีผลงานอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติหรือเป็นผู้ให้การสนับสนุนเกื้อกูลกิจการของชมรมซึ่งคณะกรรมการชมรมโดยคะแนนเสียงรับรองไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดพิจารณาเห็นสมควรให้เชิญเข้ามาเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
(2) สมาชิกสามัญ คือสมาชิกผู้แสดงความประสงค์ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม โดยชำระค่าธรรมเนียมและ/หรือค่าบำรุงตามระเบียบและให้หมายความรวมถึงสมาชิกที่ชำระค่าธรรมเนียมและ/หรือค่าบำรุงสมาชิกเป็นรายปีหรือตลอดชีพ
ข้อ 5. ผู้ประสงค์จะเป็นสมาชิกสามัญ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดต่อนายทะเบียนชมรม โดยมีคำรับรอง
จากสมาชิกสามัญอย่างน้อยหนึ่งคนให้เลขานุการหรือนายทะเบียนชมรมเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครว่าครบถ้วนตามข้อกำหนดและไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียอันเป็นที่รังเกียจของสังคมและลงนามเสนอต่อประธานหรือรองประธานชมรมพิจารณาสั่งรับผู้นั้นเป็นสมาชิกของชมรมต่อไป สมัครเป็นสมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี ปีละ 200 บาท หรือผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี ปีละ 80 บาท หรือประสงค์จะชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกตลอดชีพครั้งเดียว 2,000 บาท
ข้อ 6. ผู้สมัครสมาชิกสามัญ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ที่มีจิตใจรักและชื่นชอบการขับขี่จักรยาน หรือสนับสนุนส่งเสริมการใช้จักรยานโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ หรือศาสนา
(2) เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย มีน้ำใจนักกีฬา และมีระเบียบวินัยที่ดี
(3) เป็นผู้มีสุขภาพ พลานามัย แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคที่สังคมรังเกียจ
(4) ไม่เป็นผู้มีประวัติเสื่อมเสีย ด่างพร้อย หรือเป็นอันตรายต่อการทำหรือร่วมกิจกรรมชมรม
(5) ไม่เป็นผู้ที่คณะกรรมการชมรมลงมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ เว้นแต่จะครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ถูกลบชื่อและคณะกรรมการชมรมลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมด ให้รับเข้าเป็นสมาขิกอีกได้
ข้อ 7. สมาชิกสามัญมีสิทธิดังต่อไปนี้
(1) มีสิทธิประดับเครื่องหมายของชมรมในโอกาสอันควร
(2) มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี หรือการประชุมวิสามัญครั้งใด ๆ
(3) มีสิทธิเสนอความคิดเห็น คำแนะนำอันเกี่ยวแก่กิจกรรมของชมรมต่อคณะกรรมการ หรือต่อที่ประชุมสมาชิก
(4) มีสิทธิสอบถามการบริหารงานต่าง ๆ ของชมรม
(5) มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมโดยเสมอภาค เพื่อประโยชน์ในการกีฬา การออกกำลังกาย สันทนาการ การบันเทิง การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ กิจการเพื่อประโยชน์ของสังคม หรือเพื่อกิจการอื่นอันสมควรไม่เป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของชมรมและไม่เป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียรติภูมิของชมรม
(6)มีสิทธิเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งเป็นประธานรองประธานชมรมและมีสิทธิอื่นอันเกิดจากการเป็นสมาชิกของชมรมโดยเท่าเทียมกัน
(7) มีสิทธิได้รับข้อมูล ข่าวสาร อันเป็นประโยชน์ที่ชมรมจัดทำเพื่อเผยแพร่
ข้อ 8. สมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธาน รองประธานหรือคณะกรรมการชมรม
ข้อ 9. สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) เสียเงินค่าธรรมเนียมสมาชิก ยกเว้น สมาชิกกิตติมศักดิ์
(2) ปฏิบัติตามธรรมนูญ ข้อบังคับ ระเบียบ และมติที่ประชุมกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่สมาชิก
(3) ช่วยเหลือ สนับสนุน และเข้าร่วมกิจกรรมของชมรม
(4) สร้างสรรค์ความสมัครสมาน สามัคคี ในหมู่สมาชิก
(5) แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล เรื่องราวที่เป็นประโยชน์แก่การใช้จักรยานในหมู่สมาชิก
(6) เผยแพร่อุดมการณ์และภาพพจน์อันดีของชมรม
ข้อ 10. สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก หรือขาดส่งชำระค่าสมาชิกรายปีเกินกว่า 60 วัน
(3)คณะกรรมการชมรมลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้
พ้นจากสมาชิกภาพ
หมวดที่ 3
คณะกรรมการชมรม
ข้อ 11. ให้มีคณะกรรมการชมรมจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนและไม่เกินกว่าสิบห้าคน ประกอบด้วยประธานหนึ่งคน รองประธานไม่เกิน 3 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่สมาชิกเป็นผู้เลือกตั้ง ส่วนกรรมการอื่นที่เหลือให้ประธานและรองประธานประชุมพิจารณาแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ โดยประธานมีเสียงชี้ขาดและให้ประธานโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการชมรมแต่งตั้งกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งนายทะเบียนเหรัญญิกสาราณียกรปฏิคมเลขานุการหรือตำแหน่งอื่นๆตามที่เห็นสมควรให้ประธานชมรมเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ตามที่ได้ตราไว้ในธรรมนูญนี้หรือตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการชมรมห้รองประธานเป็นผู้ช่วยเหลือประธานตามที่ได้รับมอบหมายหรือปฏิบัติหน้าที่แทนประธานในกรณีที่ประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในกรณีที่ประธานพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้คณะกรรมการประชุมมีมติแต่งตั้งรองประธานหรือกรรมการคนใดคนหนึ่งรักษาการแทนประธานโดยเร็วและให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัเพื่อเลือกตั้งประธานภายใน30วันนับแต่วันที่ประธานพ้นจากตำแหน่งเว้นแต่วาระของคณะกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึง2เดือนคณะกรรมการอาจเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการที่ปรึกษาได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ12. คณะกรรมการชมรมมีอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปในการบริหารควบคุมกิจการงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมติของที่ประชุมใหญ่สมาชิกเพื่อประโยชน์แก่บรรดาสมาชิก
ข้อ 13. คณะกรรมการชมรมมีอำนาจออกระเบียบข้อกำหนดข้อบังคับในการบริหารกิจการงานต่างๆ ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ และธรรมนูญของชมรม
ข้อ 14.ประธานรองประธานและคณะกรรมการชมรมมีวาระการดำรงตำแหน่งได้คราวละไม่เกินสองปี
นับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธาน รองประธาน และกรรมการชมรมจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดจากสมาชิกภาพ
(4) ขาดการประชุมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้ออก
(5) ที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากให้ออก ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระให้ประธานแต่งตั้งสมาชิกสามัญที่เห็นสมควรเข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้นั้น
ข้อ 15. คณะกรรมการชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการหรือกรรมการไม่น้อยกว่า5คนเข้าชื่อกันมีสิทธิร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการได้ และประธานชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมตามคำร้องขอนั้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอดังกล่าว
ข้อ 16. การประชุมคณะกรรมการชมรม ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงถือเป็นองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่ที่ได้มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ 1 คะแนน กรณีมีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาดการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมคณะกรรมการให้ใช้วิธีชูมือ เว้นแต่กรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน ร้องขอให้ลงคะแนนลับ
หมวดที่ 4
การบริหารงานชมรม
ข้อ17. ประธานชมรมเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการบริหารงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แก่สมาชิกและเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการ
เลขาธิการชมรมเป็นเลขานุการคณะกรรมการโดยตำแหน่งมีหน้าที่ปฏิบัติงานตามที่ประธานและ/หรือ คณะกรรมการมอบหมาย และมีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสมาชิกของชมรมตลอดจนมีหน้าที่จัดเตรียมการประชุมคณะกรรมการหรือการประชุมใหญ่สมาชิกสามัญและวิสามัญ การจัดทำรายงาน การประชุมรายงานผลการดำเนินงาน รายงานงบการเงิน รวบรวมจัดเก็บเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ และดูแลทรัพย์สินของชมรม
เหรัญญิก เป็นผู้รับผิดชอบด้านการเงิน การบัญชี ของชมรม โดยดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตถูกต้องโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้และเป็นไปตามมาตรฐานสากลเป็นผู้รับผิดชอบการรับเงินและจ่ายเงินทุกประเภทรวมทั้งรับผิดชอบดูแลบัญชีเงินฝากของชมรมตามที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติเป็นคราวๆไปและให้มีหน้าที่จัดทำรายงานงบการเงินประจำไตรมาสเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการชมรมพิจารณาอนุมัติ
ปฏิคม เป็นผู้รับผิดชอบดูแลด้านสันทนาการ กิจกรรมการประชาสัมพันธ์ แบบพิธี ภาพลักษณ์ ในระหว่างสมาชิกหรือบุคคลภายนอกตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการชมรม และให้มีหน้าที่ประสานงานให้การสนับสนุนช่วยเหลือ หรือเป็นที่ปรึกษาแก่กิจกรรมต่าง ๆ ของชมรม
นายทะเบียน เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำและดูแลทะเบียนรายชื่อสมาชิกชมรมให้ถูกต้อง ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ จัดทำรายงานข้อมูลจำนวนสมาชิกให้ที่ประชุมคณะกรรมการชมรมพิจารณาทุกๆไตรมาส ทะเบียนรายชื่อสมาชิกตลอดจนข้อมูลต่างๆของสมาชิกถือเป็นสาระสำคัญและเป็นความลับที่มิอาจเปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปได้
สาราณียกร เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเอกสารเผยแพร่ จดหมายข่าว ของชมรม รวมทั้งงานด้านวิชาการและ เทคโนโลยีอันเกี่ยวกับจักรยานและสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำ รวบรวม และเผยแพร่แก่สมาชิกและประชาชนที่สนใจ
ข้อ 18. การทำนิติกรรมใดๆในนามของชมรม จะมีผลผูกพันชมรมได้ต่อเมื่อนิติกรรมนั้นๆ ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ข้อกำหนดหรือมติของคณะกรรมการชมรมหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยประธานชมรมลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการคนใดคนหนึ่งของชมรม และประทับตราชมรมเป็นสำคัญ จดหมายติดต่อของชมรมให้ลงนามลายมือชื่อประธานหรือรองประธานคนหนึ่งคนใดตามที่ประธานมอบหมาย
ข้อ 19. ประธานชมรมมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินชมรมในกิจการต่างๆได้ครั้งละไม่เกินสามหมื่นบาท หากเกิน จำนวนสามหมื่นบาทจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการชมรม
ข้อ20.ให้คณะกรรมการชมรมตรวจสอบรับรองงบดุลและงบการเงินนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ให้ถือรอบปีการบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม เป็นประจำทุกๆ ปี
หมวดที่ 5
การประชุมใหญ่
ข้อ 21. ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายใน 180 วันนับแต่วันสิ้นรอบปีทางบัญชีตามวัน เวลา และสถานที่ซึ่งคณะกรรมการชมรมจะเป็นผู้กำหนด การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆเรียกว่า การประชุมใหญ่วิสามัญจะกำหนดให้มีขึ้นเมื่อใดเป็นไปตามมติทีประชุมคณะกรรมการพิจารณาเห็นจำเป็นและเหมาะสม หรือมีสมาชิกชมรมจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 50 คนลงชื่อร้องขอ โดยที่ประธานชมรมจะต้องดำเนินการจัดให้มีการประชุมภายใน30วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอเช่นว่านั้น
ข้อ22.การประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบถึงวันเวลา และสถานที่ประชุม ตลอดจนส่งรายงานการประชุมรายงานฐานะการเงินโดยทางไปรษณีย์ หรือ ประกาศวัน เวลา และสถานที่ประชุมในจดหมายข่าวของชมรม ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข้อ23.ก่อนเริ่มดำเนินการประชุมใหญ่ให้มีการเลือกตั้งประธานที่ประชุมจากสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทุกคราวไปซึ่งประธานที่ประชุมจะต้องไม่เป็นประธานรองประธานหรือกรรมการคนใดคนหนึ่งของชมรม และให้ประธานที่ประชุมดำเนินการประชุมต่อไปจนเสร็จสิ้น ให้เลขาธิการชมรมเป็นเลขานุการที่ประชุมใหญ่โดยตำแหน่งและให้มีหน้าที่เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้สำหรับเลขาธิารคณะกรรมการชมรมด้วยโดยอนุโลมเว้นแต่ที่ประชุมใหญ่สมาชิกจะพิจารณาเห็นเป็นอย่างอื่น
ข้อ 24. ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) เลือกตั้งประธาน และรองประธานชมรม
(2) รับรองผลการดำเนินงานประจำปี
(3) อนุมัติงบดุล และรายงานฐานะทางการเงินของชมรมประจำปี
(4) พิจารณาญัตติใด ๆ ที่คณะกรรมการชมรมนำเสนอ
(5) พิจารณาความเห็นของสมาชิกที่ทำเป็นหนังสือยื่นไว้ต่อเลขานุการชมรม ก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 3 วันเมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติเป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าเป็นข้อมูลผูกพันที่คณะกรรมการชมรมจะต้องปฏิบัติตาม
ข้อ25.สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้คนละหนึ่งเสียงการออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวสมาชิกจะตั้งตัวแทนมิได้
ข้อ26.การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ให้ใช้วิธีชูมือเว้นแต่สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงจำนวนเกินกว่าหนึ่งในสามร้องขอให้ลงคะแนนลับ
ข้อ 27. การประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะสมบูรณ์ครบองค์ประชุมต่อเมื่อมีสมาชิกชมรม
ซึ่งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า50คนถ้าการประชุมใหญ่ครั้งใดเมื่อเวลาล่วงไปแล้วเกินกว่าครึ่งชั่วโมงมีสมาชิกมาประชุมไม่ถึง50คนประธานชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่เช่นนั้นอีกครั้งหนึ่ง ภายใน 30 วันนับแต่วันประชุมใหญ่คราวก่อนการประชุมใหญ่ครั้งนี้ให้ถือว่าเป็นอันสมบูรณ์แม้ว่าจะมีสมาชิกมาประชุมไม่ถึง 50 คนก็ตาม
ข้อ28.มติที่ประชุมใหญ่ให้ถือตามเสียงมติข้างมากหากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด
ข้อ 29. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงธรรมนูญของชมรมข้อหนึ่งข้อใด หรือตราขึ้นใหม่ทั้งฉบับ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนและเข้าร่วมประชุม
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของชมรมอาจมีมติให้เลิกชมรมได้ เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
----------------------------------------------------
ธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2550
และมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป
ลงชื่อ..........................................ประธานชมรม
(นายพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ)
ลงชื่อ.......................................รองประธานชมรม
(นายมงคล วิจะระณะ)
ลงชื่อ.......................................รองประธานชมรม
(นางอัมพร ลีอำนวยโชค)
หมายเหตุ
ธรรมนูญของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยฉบับแรกได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2543 และมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2543 และผ่านการแก้ไขมาแล้วสี่ครั้งคือ
ครั้งที่ 1 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2545 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2545
แก้ไขข้อ 2. และ ข้อ 11.
( ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2545 ตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี)
เดิม
ข้อ 2. สำนักงานแห่งใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ที่ 122/4 ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้งสาขาชมรม ทั้งในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้ เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรม
แก้ไขเป็น
ข้อ 2. สำนักงานแห่งใหญ่ของชมรมตั้งอยู่เลขที่ 849/53 จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 http://www.thaibike.org การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้งสาขาชมรม ทั้งในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมเดิม
เดิม
ข้อ 11. ให้มีคณะกรรมการชมรมจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน และไม่เกินกว่า สิบห้าคน ประกอบด้วย ประธานชมรม หนึ่งคน รองประธานชมรมอีก 2 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่สมาชิกเป็นผู้เลือกตั้ง ส่วนกรรมการอื่นที่เหลือให้ประธานและรองประธานชมรมประชุมพิจารณาแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ โดยประธานมีเสียงชี้ขาด และให้ประธานชมรมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการชมรม แต่งตั้งกรรมการ เข้าดำรงตำแหน่ง นายทะเบียน เหรัญญิก สาราณียกร ปฏิคม เลขานุการ หรือตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
แก้ไขเป็น
ข้อ 11. ให้มีคณะกรรมการชมรมจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน และไม่เกินกว่า สิบห้าคน ประกอบด้วย ประธานหนึ่งคน รองประธานไม่เกิน 3 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่สมาชิกเป็นผู้เลือกตั้ง ส่วนกรรมการอื่นที่เหลือให้ประธานและรองประธานประชุมพิจารณาแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ โดยประธานมีเสียงชี้ขาด และให้ประธานโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการชมรม แต่งตั้งกรรมการเข้าดำรงตำแหน่ง นายทะเบียน เหรัญญิก สาราณียกร ปฏิคม เลขานุการ หรือตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
ครั้งที่ 2 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2546 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2546
แก้ไข ข้อ 2. และแก้ไขข้อความตำแหน่งเลขานุการ
( ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2546 ตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี)
เดิม
ข้อ 2. สำนักงานแห่งใหญ่ของชมรมตั้งอยู่เลขที่ 849/53 จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 http://www.thaibike.org การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้งสาขาชมรม ทั้งในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมเดิม
แก้ไขเป็น
ข้อ 2. สำนักงานใหญ่ของชมรมตั้งอยู่ เลขที่ 849/53 จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือการจัดตั้งสาขาชมรม ทั้งในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามมติเสียงข้างมากของที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรม
เดิม
เลขานุการ
แก้ไขเป็น
เลขาธิการ
ครั้งที่ 3 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2546 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2547
แก้ไขข้อ 30
( ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2547 ตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี)
เดิม
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของชมรมอาจมีมติให้เลิกชมรมได้
เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
แก้ไขเป็น
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในที่ประชุมอาจมีมติให้เลิกชมรมได้ เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่สมาคมจักรยานที่จะก่อตั้งขึ้นมาแทนชมรมฯ ในกรณีที่ไม่มีการก่อตั้งสมาคมจักรยานขึ้นมา
บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมฯ ให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
ครั้งที่ 4 ในที่ประชุมใหญ่สมาชิกชมรมประจำปี 2550 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550
แก้ไขข้อ 30
( ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2550 ตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี)
เดิม
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในที่ประชุมอาจมีมติให้เลิกชมรมได้ เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่สมาคมจักรยานที่จะก่อตั้งขึ้นมาแทนชมรมฯ ในกรณีที่ไม่มีการก่อตั้งสมาคมจักรยานขึ้นมา
บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมฯ ให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
แก้ไขเป็น
ข้อ 30. ที่ประชุมใหญ่โดยมติเสียงข้างมาก ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของชมรมอาจมีมติให้เลิกชมรมได้
เมื่อชมรมได้เลิกกันแล้ว บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมให้ตกเป็นสิทธิแก่มูลนิธิสายใจไทย
admin เขียน:
admin เขียน:จดหมายข่าวฉบับเดือนตุลาคม 2552
admin เขียน:รายงานผลงานที่ผ่านมา ปี 2547 -2552
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2552
อาทิตย์ที 21 มิถุนายน 2552
ระเบียบวาระการประชุม
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องพิจารณา
• การจัดตั้งสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
• การเลือกตั้งรองประธานชมรมฯ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
๒.๑ รายงานงบการเงิน
๒.๒ รายงานกิจกรรมชมรมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา
• การจัดตั้งสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย โดย มงคล วิจะระณะ รองประธาน
สืบเนื่องจากมติในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2547 ได้มอบหมายให้คณะกรรมไปดำเนินการจัดตั้งสมาคม จากครั้งแรกที่ไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งได้ คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้ดำเนินการต่อจนใกล้แล้วเสร็จ ในวันนี้ได้ดำเนินการจัดทำข้อบังคับสมาคมโดยเรียบเรียงจากธรรมนูญชมรมฯ เป็นหลักการบริหารจัดการหลัก มีการปรับบางส่วนให้เหมาะสมสอดคล้องกับระเบียบการเป็นสมาคม ดังสำเนาข้อบังคับที่นำเสนอให้คณะสมาชิกที่ร่วมประชุมในครั้งนี้ได้ร่วมกันพิจารณา และรายชื่อคณะสมาชิกทุกท่านที่ร่วมลงชื่อเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคม โดยถือให้เป็นสมาชิกวิสามัญของสมาคมทุกท่าน
สรุปวาระในการร่วมประชุมเพื่อจัดตั้งสมาคมครั้งนี้ได้พิจารณาเห็นชอบตามข้อบังคับสมาคม ที่ประชุมมีมติให้ใช้ชื่อ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย Thai Cycling for Health Association มติมอบหมายให้คณะกรรมการชุดปัจจุบันเป็นคณะกรรมการสมาคม และกฎระเบียบข้อบังคับดังที่แนบเสนอคณะร่วมประชุมทุกท่าน โดยมีสมาชิกผู้มีความรู้ทางด้านกฎหมาย คือคุณถาวร ตันติศิริวิทย์ และคุณอาณัติ ช่วยตรวจความเรียบร้อยทางด้านเอกสารและข้อความในข้อบังคับ เพื่อนำเสนอจัดตั้งโดยคุณวิภาดา ภิรานุชิตพงศ์ ต่อไป หากดำเนินการแล้วเสร็จคณะกรรมการจะดำเนินการกำหนดวันประชุมวิสามัญเพื่อแจ้งผลการจัดตั้งและดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมต่อไปตามมติที่ประชุมครั้งนี้
• การเลือกตั้งรองประธานชมรมฯ ผลการเลือกตั้งรองประธานคนที่ 3 คือ ทพญ.จินตนา โพคะรัตนศิริ มาร่วมสนับสนุนสร้างสรรค์พัฒนากิจกรรมของชมรมฯ เพื่อผนึกกำลังสร้างสรรค์เพื่อสังคมต่อไป ขอขอบคุณและ ขอแสดงความยินดีด้วย
• รายงานงบการเงิน รายงานโดยคุณวิภาดา ภิรานุชิตพงศ์ (สามารถตรวจสอบได้ที่ทำการชมรมฯ)
• เรื่องแจ้งเพื่อทราบ และ สรุปผลงานประจำปี มิถุนายน 2551 - มิถุนายน 2552
โดย มงคล วิจะระณะ รองประธาน
ก้าวย่างผ่านมาเป็นปีที่ 18 สำหรับการร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกทุกท่าน สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานของชมรมฯ จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ณ วันนี้เรามีสมาชิก 5,023 คน ซึ่งมาจากต่างเพศ ต่างวัน จากบุคคลหลากหลายอาชีพ ซึ่งมีความมุ่งมั่นอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่จะเป็นตัวแทนประชาชนชาวไทยที่รักและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพราะทุกคนทราบดีว่าการที่หันมาใช้จักรยานในการเดินทางซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ ทางเสียง ลดปัญหาโลกร้อน ลดการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงซึ่งนับวันจะมีแต่ลดน้อยลง เพื่อให้เหลือพลังงานไว้ใช้ในยามจำเป็น ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่ายประจำวัน ลดปัญหาการจราจร อีกทั้งยังประโยชน์ในด้านสุขภาพ ช่วยลดงบประมาณแผ่นดินทางด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน ทำให้ร่างกายแข็งแรง
โครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือร่วมใจและความเสียสละของคณะกรรมการ คณะผึ้งงาน และพี่น้องสมาชิกทุกท่านนับแต่เริ่มก่อตั้งชมรมฯ ที่ระดมกำลังความคิด แสดงความเห็น วางแผนเตรียมงาน สละเวลา แรงกายหรือแม้แต่กำลังทรัพย์ จนบรรลุตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ ที่มุ่งมั่นรณรงค์ให้เกิดกระแสตื่นตัวในการใช้จักรยานทั่วประเทศ โดยยึดตามวัตถุประสงค์ทั้ง 5 ประการอันเป็นเหตุผลในการก่อตั้งและดำรงอยู่ของชมรมฯ มาจนตราบกระทั่งถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 18 ปีเต็ม
. วัตถุประสงค์ของชมรมนี้คือ
(1) ส่งเสริมการใช้จักรยานในทุกกิจกรรม อาทิเช่น เพื่อสุขภาพและพลานามัย การคมนาคม
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสันทนาการอื่น ๆ เป็นต้น
(2) ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการใช้จักรยานทั่วประเทศ
(3) เป็นองค์กรประสานงานระหว่างผู้ใช้จักรยานทั่วประเทศและในระดับสากล
(4) อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
(5) ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และสันติภาพของมวลมนุษย์ชาติ
กิจกรรมของชมรมฯในรอบปีที่ผ่านมา สามารถจัดแบ่งตามวัตถุประสงค์ทั้งห้าประการได้ ดังนี้
ส่งเสริมการใช้จักรยานในทุกกิจกรรม และ ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการใช้จักรยานทั่วประเทศ
ปัญหาโลกร้อน วิกฤตการณ์ภาวะน้ำมันขึ้นราคา ซึ่งยังไม่วี่แววที่หยุดการขึ้นราคา ทำให้ “จักรยาน” ซึ่งเป็นพาหนะที่ไม่ใช้น้ำมัน เป็นตัวเลือกของประชาชนจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสการใช้จักรยานนับวันจะเพิ่มมากขึ้น การ“จัดทริป” ยังเป็นกิจกรรมที่ชมรมฯจัดอย่างสม่ำเสมอที่สุดและเพิ่มตารางการจัดทริปให้มากขึ้นในรูปของการจัดรายการท่องเที่ยวเดินทางด้วยจักรยานเป็นหลัก รวมทั้งการจัดทริปเพื่อสังคม
การจัดการรณรงค์ กิจกรรมสนับสนุนการปลูกป่า ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงนิเวศ รวมทั้งการขี่จักรยานเป็นประจำเพื่อความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมทางในการใช้พื้นที่การจราจร เป็นแบบอย่างให้ประชาชนได้เห็นว่าสามารถใช้จักรยานในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งชมรมฯ ได้จัดอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก ภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนต่างๆ
ในรอบปีที่ผ่านมาการ “จัดทริป” ต่างๆ ของชมรมฯ จัดเป็น “ทริปวันเดียว” 12 ครั้ง “ทริปค้างคืน” 2 ครั้ง “ทริปกลางคืน” 1 ครั้ง “ทริป CMBKKปั่นกันเถอะเรา กลางวัน” 7 ครั้ง” CMBKK ปั่นกันเถอะเรา กลางคืน” 7 ครั้ง “CMBKKปั่นกันเถอะเรา ค้างคืน” 3 ครั้ง “ทริปเด็กและมือใหม่หัดขี่” 1 ครั้ง “ทริปซำเหมา” 3 ครั้ง “ทริปต่างประเทศ” 1 ครั้ง “ทริปทางไกล” 1 ครั้ง “ทริปรณรงค์ ” 1 ครั้ง “ทริปรีไซเคิลจักรยาน” 2 ครั้ง “ซ่อมจักรยานเพื่อน้อง” 2 ครั้ง “ทริปปลูกป่า” 3 ครั้ง “ทริปตามรอยประวัติศาสตร์” 7 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง
ส่วนโครงการ “อาสาซ่อมสัญจร” ในปีนี้ไม่ได้จัดเป็น ทริป สืบเนื่องจากการซ่อมจักรยานที่เตรียมมอบให้นักเรียนในโครงการรีไซเคิลจักรยานมีจำนวนมาก อีกทั้งทุกครั้งที่ไปส่งมอบมีการซ่อมจักรยานให้นักเรียนในพื้นที่อีกจำนวนมากในแต่ละครั้งร่วม 100 คันทุกครั้ง เป็นความเสียสละจากสมาชิกเป็นอันมาก และได้มีการร่วมซ่อมนอกสถานที่กับหน่วยงานที่ขอความร่วมมือ 1 ครั้ง ในปีนี้จึงต้องงดการซ่อมสันจรไปก่อน
จากการที่กระแสการใช้จักรยานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจักรยานพับได้ ในเร็วๆ นี้จะมีการจัดทริปสำหรับจักรยานพับได้ปั่นไปนครปฐม ปั่นไป นั่งรถกลับ ดูแลโดยเฮียฮั้ว คุณศรชัย ลิมะวรารัตน์ กรรมการฝ่ายกิจกรรม
กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และสันติภาพของมนุษยชาติ
“นัดซ่อมจักรยาน” จัดกิจกรรม 2 ครั้ง เป็นกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกมาร่วมกันซ่อมจักรยานที่รับบริจาค ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ ประธานชมรมฯ สนับสนุนค่าอะไหล่ทั้งหมดของโครงการ
และทุนที่ได้รับบริจาคเข้าโครงการรีไซเคิลจากสมาชิกและประชาชนทั่วไป มีสมาชิกและประชาชนทั่วไป โดยได้รับความอนุเคราะห์จากคุณมงคล วิจะระณะ รองประธานมอบสถานที่ทำการซ่อมและเก็บรักษาจักรยานที่รับบริจาคมาทั้งหมด
ปีนี้ได้มีการออกซ่อมจักรยานอกสถานที่ โดยได้ช่วยซ่อมจักรยานโครงการทำดี ของบริษัทโออิชิ ประเทศไทย จำกัด
“ทริปรีไซเคิลจักรยาน” 2 ครั้ง ณ จังหวัดเพชบูรณ์ และ จังหวัดหนองบัวลำภู มอบจักรยานจังหวัดละ 50 คันล่าสุดในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงจะนำไปมอบที่จังหวัดฉะเชิงเทราอีก 50 คัน ทุกครั้งที่นำจักรยานไปมอบ ชมรมฯ จะแนะนำ สอน และซ่อมจักรยานให้นักเรียนในพื้นที่ ในแต่ละครั้งมีจักรยานที่จำเป็นต้องซ่อมให้ใช้งานได้ร่วม 100 คัน ทุกครั้ง สมาชิกที่ร่วมทริปจะช่วยกันซ่อมให้นักเรียนอย่างเต็มกำลัง ขอขอบคุณทุกท่าน
“ทริปต่างประเทศ” เป็นอีกทริปหนึ่งที่นอกจากจะเป็นทริปมิตรภาพร่วมกับชมรม Bike Aid ประเทศสิงคโปร์ ได้ประสบการณ์การปั่นนอกประเทศ ได้เรียนรู้สัมผัสวิถีชีวิตประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังเป็นทริประดมทุนสำหรับโครงการรีไซเคิล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกที่ร่วมเดินทาง ชมรม Bike Aid สิงคโปร์ บริษัทสยาม ไวเนอรี่ เทรดดิ้งพลัส จำกัด สรุปเงินเข้าโครงการ 268,759 บาท ขอขอบคุณทุกท่าน
“ทริปทอดกฐิน” นับเป็นครั้งแรกที่มีการทอดกฐินด้วยขบวนจักรยานทางไกล กรุงเทพฯ – พิษณุโลก ได้รับการร่วมสมทบทุนร่วมทำบุญตลอดระยะทางการเดินทาง อีกทั้งเป็นแบบอย่างการเดินทางไกลด้วยจักรยาน โดยจะมีการจัดกิจกรรมนี้ทุกปีต่อเนื่องต่อไป
“ทริปเด็กและมือใหม่” ในรอบปีที่ผ่านมามีการจัด 1 ครั้ง มีการแนะนำการรักษาดูแล ซ่อมบำรุง รวมทั้งการใช้เกียร์ วิธีการขี่และใช้จักรยานร่วมกับรถอื่นๆ บนท้องถนน ให้ความรู้เรื่องกฎจราจรเบื้องต้น จัดให้มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี และจะจัดอีกครั้งในเดือนหน้านี้
อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการใช้จักรยาน
“ทริปทางไกล เลียบแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2 เพื่อมอบเงินงวดสุดท้ายของโครงการปลูกป่า” สืบเนื่องจากการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อการปลูกป่าที่ผ่านมา ได้มีการติดตามผลของการเจริญเติบโตของป่าที่ปลูกไว้ อย่างต่อเนื่อง ปีนี้เป็นการปั่นทางไกลไปมอบเงินงวดสุดท้ายและเข้าไปเยี่ยมชมความเจริญงอกงามของป่าที่พวกเราได้ร่วมกันปูลกไว้ 200ไร่
“ทริปปลูกป่าชายเลน” รอบปีนี้ ชมรมฯ มีโอกาสจัดทริปปั่นไปปลูกป่าชายเลนที่ชายทะเลบางขุนเทียน 2 ครั้ง ร่วมกับมหาวิยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักกรุงเทพ
“ทริปสร้างฝายชะลอน้ำและโป่งดิน” ที่อ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดฉะเชิงเทรา
“ทริปรณรงค์” ในรอบปีที่ผ่านมาชมรมฯ ได้จัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมรณรงค์ให้มีการใช้จักรยานเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ในเดือนวันที่ 21 กันยายน 2551 รณรงค์วัดปลอดรถ” วัน Car Free Day
โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส .ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรีนพีซ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล กองทุนพัฒนาธุรกิจพลังงาน
กรมควบคุมมลพิษ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย รถไฟฟ้าบีทีเอส เดอะมอลล์กรุ๊ป กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจจักรยาน ผู้ใช้จักรยาน และสมาชิกชมรมจักรยานต่างๆทั่วประเทศ อีก 42 จังหวัด ร่วมจัดกิจกรรมสร้างประวิติศาสตร์รวมพลคนใช้จักรยาน แปรเป็นภาพแผนที่ประเทศไทยภายในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ยาว 95 เมตร และผืนธงชาติไทย ยาว 30 เมตร พร้อมมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวทางอากาศเพื่อประชาสัมพันธ์ มีผู้ร่วมกิจกรรมปั่นรณรงค์กว่า 2,000 คน พร้อมกับจัดทำสติ๊กเกอร์ “โปรดระวังจักรยาน” สำหรับแจกจ่ายกันนำไปติดท้ายรถยนต์ เพื่อกระตุ้นผู้ใช้รถบนท้องถนนให้ช่วยกันระวังรถจักรยาน จัดทำคู่มือการใช้จักรยานเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ใช้จักรยานทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 รายละเอียดติดตามได้เร็วๆ นี้
“ทริป CMBKK ปั่นกันเถอะเรา” ซึ่งเป็นทริปที่จัดเพื่อเป็นแบบอย่างการใช้จักรยานแก่ประชาชนทั่วไปว่าสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้กับเพื่อนร่วมทาง ได้ทราบถึงพฤติกรรมการใช้จักรยานร่วมทาง สร้างความคุ้นเคยเพื่อความปลอดภัยในการเส้นทางจราจรในเมือง โดยจัดเป็นประจำทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนในเวลากลางวัน และวันศุกร์สุดท้ายของทุกเดือน ในเวลาเย็น หลังจากมีสมาชิกสนใจร่วมกิจกรรมกันมากขึ้น จึงมีกิจกรรมปั่นไกลออกไปขึ้นอีกเช่นปั่นไปค้างคืนสไตล์ ถีบ..ลูกเดียว และ และแบบ ตะลอนทัวร์ 4Fs+ ดูแลโดยน้าเป็ด( คุณสัจจา ขุทรานนท์) กรรมการฝ่ายกิจกรรม
“ร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางจักรยานถนนสาทร” จากการที่ภาครัฐที่รับผิดชอบการสร้างทางจักรยานให้การสนับสนุนการเดินทางด้วยจักรยาน กรุงเทพมหานคร ได้จัดสร้างทางจักรยานบนพื้นผิวจารจรเส้นแรก และจัดกิจกรรมพิธีเปิดที่ถนนสาทร ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมปั่น
เป็นองค์กรประสานงานระหว่างผู้ใช้จักรยานทั่วประเทศ
- ประสานองค์กรผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องทางจักรยาน
- ประสาน สนับสนุนกิจกรรมโครงการจักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์ (Gree Bangkok Bike) ร่วมกับกองการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ซึ่งจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ในโครงการ 7 ครั้งจนสิ้นสุดโครงการ และได้ประสานต่อเนื่องเพื่อให้มีการต่อยอดโครงการ ได้รับทราบว่าจะมีการเปิดโครงการเกิดขึ้นใหม่ในเร็ววันนี้ ความคืบหน้า กรุงเทพมหานครกำลังเตรียมจัดโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือทั่วกรุงเทพฯ โดยจัดให้มีที่จอดจักรยาน และเตรียมจักรยานให้ยืมฟรี เพื่อใช้โดยสารเรือข้ามฟากเพื่อปั่นท่องกรุงธนบุรี หากโครงการนี้แล้วเสร็จ คาดว่าจะมีทริปปั่นข้ามฟากไปท่องกรุงธนฯ ในเร็วๆ นี้
- ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำ รวบรวมวิชาการว่าด้วยจักรยานเพื่อเป็นหลักสูตรวิชาเลือกสำหรับนักศึกษา ดูแลโครงการโดยคุณมงคล วิจะระณะ คุณวีระพันธ์ โตมีบุญ คุณสุวิทย์ พิสุทธิพร คุณชลชัย เทศศิริ (คุณภูมิ) คุณวินัย ทรรทรานนท์(ช่างหนึ่ง) และได้รับความร่วมมือจาก ผศ.แชล่ม บุญลุ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ราชบุรี และ ผศ.ดร.วิโรจน์ ศรีสุรภานนท์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเรื่องทางจักรยานสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้า เตรียมอาจารย์วิทยากรร่วมสอนและอบรมภาคปฏิบัติ โดยจัดหลักสูตรเป็น 12 คาบ เนื้อหา
1 วัตถุประสงค์การใช้จักรยานเน้นเรื่องความพอเพียง
2. เรื่องโครงสร้างจักรยาน
3.เรื่องการใช้จักรยานอย่างปลอดภัย
4.เรื่องกฎจราจร เส้นทางจักรยาน เป็นภาคปฏิบัติ
- ร่วมเป็นกรรมการควบคุมการแข่งขันกรุงเทพมาราธอน 2008 และรายการซ้อมวิ่งมาราธอน
- ร่วมดูแลนักวิ่งการกุศลต่างๆ เช่นมหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาลบาลมหิดล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
- ร่วมดูแลทริปจักรยานชมกรุงของมหาวิทยาลัยมหิดล
- มอบทุนสนับสนุนกิจกรรมซ่อมจักรยานแก่มหาวิทยาราชภัฎบ้านจอมบึงราชบุรี
- ร่วมมือกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศลช่วยเด็กยากจนกับชมรม Bike Aid สิงคโปร์ที่ภาคใต้
- โครงการขยะแลกจักรยานไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรด้วยปัญหาหลายประการ จึงมีมติให้ยุบโครงการนำเงินที่เหลือจากโครงการเข้าโครงการรีไซเคิลต่อไป
- ร่วมมือกับการท่องเทียวแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้จักรยานสัมผัสชนบทเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และโครงการปลูกป่าชายเลน
- ร่วมมือกับจังหวัดฉะเชิงเทราและชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทราทำฝายชะลอน้ำและโป่งดิน พร้อมกับปลูกต้นไม้ที่เขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา
- สนับสนุนการลงชื่อเพื่อสร้างทางจักรยานที่เขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี
- สนับสนุนการลงชื่อเรียกร้องให้สร้างทางจักรยานกับรัฐบาล
- ร่วมสนับสนุนกิจกรรมบริจาคจักรยานของชมรมจักรยานนครปฐม ที่จังหวัดนครปฐม
- เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
- เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับสุขภาพกับสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
กิจกรรมที่อยู่ระหว่างการประสานงาน
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดกิจกรรมครอบครัวหรรษา จัดกิจกรรมจักรยานแรลลี่ ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้
- เสนอขอรับทุนสนับสนุนกิจกรรมจาก สำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
เกี่ยวกับชมรมฯ
สถิติสมาชิกของชมรมฯ ณ ปัจจุบัน มีสมาชิก 5,023 คน หากได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกทุกท่าน ช่วยเหลือประชาสัมพันธ์ชักชวนเพื่อน ญาติมิตร และคนรู้จักให้สมัครเป็นสมาชิกชมรมฯ คงจะเป็นความก้าวหน้าของชมรมฯ อีกระดับหนึ่ง ขอขอบคุณทุกท่าน
และเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกมาร่วมทริปมากขึ้น ชมรมฯได้ดำเนินโครงการสะสมระยะทาง ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 โดยมีการมอบเกียรติบัตรและเข็มผู้พิชิตให้ผู้ที่ร่วมขี่ในทริปของชมรมฯและสะสมระยะทางได้ 1,000 3,000 5,000 8,000 และ 10,000 กม. จะประสบความสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากสมาชิกทุกท่าน
และเช่นเคย ชมรมฯ อำนวยความสะดวกในการดูแลซ่อมแซมจักรยานโดยจัดให้มีช่างมาเป็นประจำที่สำนักงานชมรมฯ ด้วย เพื่อนสมาชิกที่จะมีช่างมือหนึ่งอีกคนหนึ่งมาประจำที่ชมรมฯ ท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับการซ่อมจักรยานหรืออยากปรึกษาขอคำแนะนำเรื่องซ่อมและปรับแต่งจักรยานก็เชิญได้ และได้รับความอนุเคราะห์จากช่างหนึ่งคุณวินัย ทรรทรานนท์ เขียนบทความต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ การซ่อมจักรยานลงใน “สารสองล้อ” ของชมรมฯ เป็นประจำสม่ำเสมอ รวมทั้งน้าเป็ด คุณสัจจา ขุทรานนท์ เขียนบทความที่เป็นประโยชน์ ลงใน “สารสองล้อ” อย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งการได้รับการสนับสนุนกิจกรรมซ่อมจักรยานเพื่อเตรียมมอบให้นักเรียนในโครงการรีไซเคิลจักรยาน ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกจำนวนมาก มาช่วยกันซ่อมอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง ขอขอบคุณ ในโอกาสนี้ชมรมฯ ได้รับความอนุเคราะห์จากช่างหนึ่ง เขียนบทความต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ การซ่อมจักรยานลงใน “สารสองล้อ” ของชมรมฯ เป็นประจำสม่ำเสมอ
นอกจากกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ชมรมฯยังคงจัดจดหมายข่าวรายเดือน เป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับสมาชิกอย่างต่อเนื่องมาก้าวย่างเข้าเป็นปีที่ 19 ในรอบปีที่ผ่านมา “สารสองล้อ” ยังคงมีเนื้อหาหลักเป็นรายการทริปที่จะมีขึ้นและรายงานทริปที่จัดไปแล้ว มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการใช้และดูแลจักรยาน รวมทั้งบทความประจำ ซึ่งมีสมาชิกช่วยเขียนบทความที่ประกอบไปด้วยสาระ ความรู้ต่างๆ
ส่วนเว็บไซต์ http://www.thaicycling.com ของชมรมฯ ได้มีการพัฒนารูปแบบเว็บไซด์ให้ทันสมัยมากขึ้น ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกช่วยดูแลประจำสม่ำเสมอ
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนอุปกรณ์สำนักงานประจำชมรมฯ โดยสมาชิกอีกหลายท่าน และคุณเกตุ วรกำธร คุณวิภาดา บริจาคเรื่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย พร้อมเครื่องไฟฟ้า เครื่องใช้สำนักงาน สำหรับใช้ในสำนักงานทำให้สามารถจัดการระบบบัญชี รายรับ รายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีการออกใบเสร็จรับเงินได้ทันที พร้อมประมวลผลที่แม่นยำ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการได้ดียิ่ง
รักชมรมฯ โปรดขอรับใบเสร็จทุกครั้งที่ชำระเงิน
ท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยชมรมฯ ประสบผลสำเร็จในการจัดการบริหาร
สถานที่ตั้งของชมรมฯ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 849/53 จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02-612-4747 ,612-5510-1 โทรสาร 02-612-5511 ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคุณพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ ประธานชมรมฯ มอบให้ คาดว่าจะสามารถอยู่ได้ถึงสิ้นปี 2553 จำเป็นต้องทำการย้ายออก เนื่องจากเจ้าของพื้นที่คือ ทรัพย์สินจุฬา จะทำการรื้อถอนอาคารทั้งหมด จำเป็นต้องเตรียมการหาสถานที่ทำการแห่งใหม่ต่อไป
โดยคุณพิชิต ยินดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่ทำการใหม่พร้อมรับผิดชอบค่าเช่าต่อไป ขอขอบพระคุณยิ่ง
รับสมัครอาสาสมัครช่วยกิจกรรมชมรมฯ
กิจกรรมต่างๆ ของชมรมฯ มีมากมาย ล้วนจำเป็นต้องมีอาสาสมัครผู้ร่วมดำเนินกิจกรรม ดังนั้น หากท่านเป็นผู้หนึ่งซึ่งสามารถเสียสละเวลา ความรู้ ความสามารถตามความถนัด มาช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ ถือเป็นการช่วยให้ชมรมฯ มีความก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นต่อไป จึงใคร่ของเรียนเชิญทุกท่านร่วมแรงร่วมใจ ร่วมกันสร้างสรรค์เพื่อความก้าวหน้าของชมรมฯ ต่อไป ขอขอบคุณทุกท่าน
……………………………………..
suwit เขียน:กราบท่านอาจารย์ ธงชัยและป้าหนุยด้วยความเคารพ
ผมได้อ่านคำแนะนำจากอาจารย์แล้ว ตกใจมาก อาจารย์ได้แนะนำถึงการปฏิบัตที่อาจผิดพลาดของเรา เนื่องจากการโอนถ่ายหรือกลายระหว่าชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กับ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม ที่อาจารย์บอกว่าต้องนำไปมอบให้มูลนิธิฯนั้น ผมว่าไม่ใช่นะครับ ทรัพย์สินที่มีและได้สร้างขึ้นมาและเก็บหอมรอมริบไว้เพื่อใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้หลวง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้การทำงานเพื่อที่ชมรมเป็นตัวเริ่มต้นชักชวนชาวบ้านให้ออกมาใช้จักรยานเพื่อลดมลพิษ เพื่อลดโลกร้อนและเพื่อสุขภาพเมือง ที่ท่านอาจารย์ได้ร่วมก่อตั้งมาน่ะครับ ที่เหลือเป็นก้อนเป็นกำคือเงินสนับสนุน หรือGoodwill ที่คุณพิชิตอนุญาติให้ใช้บ้านของท่านโดยไม่คิดค่าเช่า เทียบเท่ากับแต่ละเดือนละหลายหมื่นบาท แล้วยังค่าต่อสัญญาอีกเป็นแสน เงินเหลือจากโครงการรีไซเคิล ก้คือเงินที่สมาชิกบริจาคร่วมกับคุณพิชิตอีกนั่นแหละครับ แล้วอยู่ๆอาจารย์บอกว่าที่ถูกต้องๆนำทรัพย์สินทั้งหมดไปมอบให้มูลนิธิที่ไม่เคยยื่นมือเข้ามาให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนชมรมเลย ผมว่าไม่ใช แต่ด้วยความที่รู้น้อยเรียนน้อยจึงต้องเขียนอีเมล์นี้ เพื่อกราบเรียนเชิญท่านอาจารย์กับป้าหนุยมาในงานประชุมใหย่ เพื่อให้คำแนะนำว่าเราควรปฏิบัตอย่างไรให้ถูกต้องและไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทรัพทย์สินที่มีอยู่ทั้งหมด่ คือว่าทำงานต่อไปได้เลยน่ะครับ ผมกราบขอบพระคุณที่ท่านอาจารย์ท้วงมากันความผิดพลาดที่พวรเราอาจก่อโดยรุ้ไม่เท่าถึงการณ์
ด้วยความเคสรพนับถืออย่างสูง
สุวิทย์ พิสุทธิพร
suwit เขียน:ข้อความนี้ไม่ดีต่อจิตใจของเรามากเลย
"ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่"
แต่ก็สะท้อนความรู้สึกบางอย่างออกมานะ ว่าไหม?
สุวิทย์เขียน
แก้ไขล่าสุดโดย คากิ 089-1250747 เมื่อ 02 ธ.ค. 2009, 18:25, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ชมรมจักรยานพับได้ ประเทศไทย TFBC http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=661775
ร้านค้าออนไลน์ KAKI อะหลัยจักรยาน DIY และ จักรยานมือสอง http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=517
ร้านค้าออนไลน์ KAKI อะหลัยจักรยาน DIY และ จักรยานมือสอง http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=517
- ชยุต (Pc)
- ขาประจำ
- โพสต์: 210
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
- team: กลุ่มชมสวน
- Bike: GT PANTERA
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
ที่น้าเป็ดว่า...
เรื่องนี้ควรเีทียบเคียงกับบุคคลธรรมดา(คือพวกเราแต่ละคนนั่นแหละ)แล้วจะเข้าใจง่ายขึ้น กล่าวคือ
บุคคลธรรมดาเพียงคนเดียวสามารถมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างไร
ชมรมซึ่งมีสภาพเป็นบุคคลธรรมดาหลายคนก็ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายหุ้นส่วนได้อย่างนั้น
เช่นว่า ถ้ามีซาเล้งเก็บของเก่ามาหยิบฉวยอุปกรณ์จักรยานที่วางไว้หน้าชมรม สมาชิกคนใดคนหนึ่งก็มีสิทธิไปแจ้งความได้เลย
เพราะสมาชิกแต่ละคนต่างก็เป็นหุ้นส่วนหนึ่งของชมรม จึงถือว่าความเสียหายเกิดขึ้นแก่สมาชิกทุกคน
จะขาดไปบ้างก็ในเรื่องรายละเอียดทางกายภาพบางประการ เช่น เลขประจำตัวประชาชน ชื่อสกุล บิดา มารดา และทายาท เป็นต้น
เรื่องราวที่น้าเป็ดนำมาเปิดกระทู้นี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนะ มีประเด็นหลักเพียงประเด็นเดียว คือ
กรณีที่ที่ประชุมใหญ่ของชมรมได้มีมติให้เลิกชมรมแล้ว
บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมจะตกเป็นสิทธิแก่บุคคลใดระหว่าง
1. มูลนิธิสายใจไทย
2. สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
ในแง่กฎหมายก็ดูที่ ข้อ 30. ของธรรมนูญชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
เป็นเรื่องของคำมั่นตามสัญญา "ให้" (คล้ายการตกทอดทางมรดก)
กล่าวคือ ถ้าไม่มีหนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สินจากผู้รับ ก็ยังต้องส่งมอบให้แก่ผู้รับ
กรณี มีหนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สิน อำนาจการตัดสินใจก็กลับมาอยู่ที่สมาชิกทุกคน
แต่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังเป็นของส่วนรวม สมาชิกคนใดจะขอแ่บ่งตามส่วนของตนยังมิได้
ต้องนัดประชุมใหม่เพื่อหามติใหม่อีกครั้ง
ภายหลังการยุบ/เลิกชมรม (ถ้ามี) สิทธิหรือหน้าที่ของ
1. สมาชิก/คณะกรรมการ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
2. มูลนิธิสายใจไทย
3. สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
ก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕
"มาตรา ๕๕ เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล
บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้"
ซึ่งมาตรา ๕๕ นี้ เป็นมาตราที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกว่า มีข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่ และใครคือบุคคลที่ถูกแย้งสิทธิทางกฎหมาย
จากนั้นจึงค่อยไปพิจารณาในรายละเอียดว่าเข้ากับตัวบทกฎหมายสารบัญญัติในกฎหมายฉบับใด มาตราใดบ้าง
การเปลี่ยนสถานะของการครอบครองทรัพย์สิน ถ้าจะให้ปลอดภัยจากความรับผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353
ก็ควรจะต้องมีเอกสารเหล่านี้ ได้แก่
1. หนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สินจากมูลนิธิสายใจไทย
2. หนังสือนัดประชุมซึ่งระบุวาระการประชุม "การเปลี่ยนแปลงผู้รับทรัพย์สิน" อย่างชัดแจ้ง
3. ใบตอบรับการส่งหนังสือเชิญประชุมถึงสมาชิกทุกคนทางไปรษณีย์
(ทำเช่นเดียวกับการส่งหนังสือเชิญประชุมของห้างหุ้นส่วน/บริษัท เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายทั่วไป)
4. บัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม
5. ลายมือชื่อผู้ลงคะแนนเสียง/รายงานการประชุมที่ชัดเจน
6. ทำเป็น "มติพิเศษ" (มติเสียงข้างมากสองรอบ) ตามหลักการกฎหมายเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน/บริษัทฯ ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๔๕, ๑๑๗๕, ๑๑๙๔, ๑๒๓๖ (๔), ๑๒๓๘, ๑๒๓๙ (มติพิเศษ: จัดประชุม 2 ครั้ง ทิ้งช่วงห่างกัน 14 วัน)
แต่ถ้าไม่มีการยุบ/เลิกชมรม ก็ไม่เกี่ยวกับที่กล่าวมานี้เลย
ขอตอบน้าเป็ดว่า...น้าเป็ด... เขียน: ไม่แน่ใจว่าชมรมจะมีกฎหมายใดมาใช้บังคับ เนื่องจากไม่มีใน พรบ แพ่งและพาณิชย์ แต่ถ้าไปเปรียบเทียบประมวลรัษฎากรแล้ว เหมือนเป็นคณะบุคคล(มาจาก หสม = ห้างหุ้นส่วนสามัญ) น่าจะใกล้เคียงที่สุด
เรื่องนี้ควรเีทียบเคียงกับบุคคลธรรมดา(คือพวกเราแต่ละคนนั่นแหละ)แล้วจะเข้าใจง่ายขึ้น กล่าวคือ
บุคคลธรรมดาเพียงคนเดียวสามารถมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างไร
ชมรมซึ่งมีสภาพเป็นบุคคลธรรมดาหลายคนก็ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายหุ้นส่วนได้อย่างนั้น
เช่นว่า ถ้ามีซาเล้งเก็บของเก่ามาหยิบฉวยอุปกรณ์จักรยานที่วางไว้หน้าชมรม สมาชิกคนใดคนหนึ่งก็มีสิทธิไปแจ้งความได้เลย
เพราะสมาชิกแต่ละคนต่างก็เป็นหุ้นส่วนหนึ่งของชมรม จึงถือว่าความเสียหายเกิดขึ้นแก่สมาชิกทุกคน
จะขาดไปบ้างก็ในเรื่องรายละเอียดทางกายภาพบางประการ เช่น เลขประจำตัวประชาชน ชื่อสกุล บิดา มารดา และทายาท เป็นต้น
เรื่องราวที่น้าเป็ดนำมาเปิดกระทู้นี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนะ มีประเด็นหลักเพียงประเด็นเดียว คือ
กรณีที่ที่ประชุมใหญ่ของชมรมได้มีมติให้เลิกชมรมแล้ว
บรรดาทรัพย์สินทั้งหมดของชมรมจะตกเป็นสิทธิแก่บุคคลใดระหว่าง
1. มูลนิธิสายใจไทย
2. สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
ในแง่กฎหมายก็ดูที่ ข้อ 30. ของธรรมนูญชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
เป็นเรื่องของคำมั่นตามสัญญา "ให้" (คล้ายการตกทอดทางมรดก)
กล่าวคือ ถ้าไม่มีหนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สินจากผู้รับ ก็ยังต้องส่งมอบให้แก่ผู้รับ
กรณี มีหนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สิน อำนาจการตัดสินใจก็กลับมาอยู่ที่สมาชิกทุกคน
แต่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังเป็นของส่วนรวม สมาชิกคนใดจะขอแ่บ่งตามส่วนของตนยังมิได้
ต้องนัดประชุมใหม่เพื่อหามติใหม่อีกครั้ง
ภายหลังการยุบ/เลิกชมรม (ถ้ามี) สิทธิหรือหน้าที่ของ
1. สมาชิก/คณะกรรมการ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
2. มูลนิธิสายใจไทย
3. สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
ก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕
"มาตรา ๕๕ เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล
บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้"
ซึ่งมาตรา ๕๕ นี้ เป็นมาตราที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกว่า มีข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่ และใครคือบุคคลที่ถูกแย้งสิทธิทางกฎหมาย
จากนั้นจึงค่อยไปพิจารณาในรายละเอียดว่าเข้ากับตัวบทกฎหมายสารบัญญัติในกฎหมายฉบับใด มาตราใดบ้าง
การเปลี่ยนสถานะของการครอบครองทรัพย์สิน ถ้าจะให้ปลอดภัยจากความรับผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353
ก็ควรจะต้องมีเอกสารเหล่านี้ ได้แก่
1. หนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สินจากมูลนิธิสายใจไทย
2. หนังสือนัดประชุมซึ่งระบุวาระการประชุม "การเปลี่ยนแปลงผู้รับทรัพย์สิน" อย่างชัดแจ้ง
3. ใบตอบรับการส่งหนังสือเชิญประชุมถึงสมาชิกทุกคนทางไปรษณีย์
(ทำเช่นเดียวกับการส่งหนังสือเชิญประชุมของห้างหุ้นส่วน/บริษัท เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายทั่วไป)
4. บัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม
5. ลายมือชื่อผู้ลงคะแนนเสียง/รายงานการประชุมที่ชัดเจน
6. ทำเป็น "มติพิเศษ" (มติเสียงข้างมากสองรอบ) ตามหลักการกฎหมายเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน/บริษัทฯ ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๔๕, ๑๑๗๕, ๑๑๙๔, ๑๒๓๖ (๔), ๑๒๓๘, ๑๒๓๙ (มติพิเศษ: จัดประชุม 2 ครั้ง ทิ้งช่วงห่างกัน 14 วัน)
แต่ถ้าไม่มีการยุบ/เลิกชมรม ก็ไม่เกี่ยวกับที่กล่าวมานี้เลย
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
น่าคิดเหมือนกันนะครับว่า...
กรรมการมีสิทธิ์เปิดประชุมกรรมการ และลงมติว่าจะยก/ไม่ยก ทรัพย์สิน/หนี้สินTCC ให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดได้เลยหรือไม่...
จึงน่าจะมีการเอามติที่ประชุมกรรมการ รายงานการประชุมมาแจ้งหรือประกอบคำอธิบายบ้างนะครับ พวกเราจะได้ไม่มีการโต้แย้งในภายหลัง
ผมลองสอบถามไปที่มูลนิธิสายใจไทย ทางมูลนิธิสายใจไทยแจ้งว่าถ้าพร้อมจะไปมอบให้ทางมูลนิธิจริง
ทางเจ้าหน้าที่พร้อมจะกำหนดวันเข้าทูลถวายโดยตรง ขอให้ชมรมฯทำหนังสือแจ้งเข้าไปที่......??? ทางเจ้าหน้าที่ท่านนั้นอธิบาย ค่อนข้างยาว แต่สรุปว่ากรรมการทุกคนจะได้เข้าถวายโดยตรง...
ผมเองอยากเห็นสมาคมของพวกเราโตวันโตคืน แต่อยากให้คง TCC ไว้ก่อน เพราะถ้าจะปิดจริงเลิกจริง ต้องเปิดประชุมก่อนว่า ทรัพย์สินทั้งปวงจะโอนจะยกให้ใคร ได้หรือไม่ได้ เพราะธรรมนูญชมรมที่แก้ไขครั้งหลังสุด 2550 นั้น เขียนไว้ชัดเจนว่าถ้าจะเลิกหรือปิด TCC ให้ยกทรัพย์สินทุกอย่างให้แก่มูลนิธิสายใจไทย....ไม่เหมือนสมัยที่ผมจะไปจดทะเบียนเป็นสมาคมในสมัย 2547(หรือ2548 จำไม่ได้ครับ) ที่ปรับเปลี่ยนแก้ไขธรรมนูญก่อนว่า...(ไปอ่านดูนะครับ)...ดังกล่าว
ยังมีทรัพย์สินไม่มีตัวตนเช่นทรัพย์สินทางปัญญามากมาย อธิบายแล้วคงจะไม่หมด อันนี้ไม่ใช่มาจากเงินทองที่ตรวจสอบได้ ผมว่าอย่าเพิ่งปิด TCC เลย
ทำไปทั้งสองอย่างนั่นละครับ สมาคมด้วย TCC ด้วย...ไม่เห็นจะเป็นไร...
จัดไปด้วยกัน ใช้เงินไปด้วยกัน น่าจะดีกว่าต่างคนต่างจัดนะครับ
ไม่ว่าเรื่องจัดทริป จัดโครงการอะไร ใช้ชื่อร่วมกันดีกว่าครับ ทั้งนี้คนเก่าคนใหม่จะได้เป็นการสมัครสมานกัน ไม่ต้องมานั่งกลัวว่า ของTCC ใครจะเอาไปไหน TCHA ก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ได้ คงจะเหนื่อยอีกสักพักเดียวก็จะสามารถหาทุนเข้ามาอีกเหมือนเดิมนั่นละ....และที่เหลือเงินกันอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เป็นรายได้ที่มาจากรับค่าสมัครสมาชิกอย่างเดียว...มาจากหลายทางมากมาย
ดังนั้นในเวลานี้ถ้าดันทุรังไปรับโอนทุกอย่างมาจากTCCเลยโดยคิดว่า ทางมูลนิธิสายใจไม่กล้ามาฟ้องร้อง ซึ่งผมเองคิดว่าทางสายใจไทยไม่มาเรียกร้องเช่นกันดั่งนี้แล้ว ....เชื่อเถอะอาจจะมีสมาชิกท่านหนึ่งท่านใด ไปแจ้งความเอาผิด TCHA ได้ ก็ไม่แน่นะ (อ่านตามความเห็นคุณPc)
อีกอย่าง แม้ว่าท่านอาจารย์ธงชัย จะไปประชุมด้วย แต่ผมว่าท่านอาจารย์ธงชัยก็ไม่สามารถไปแก้ไขธรรมนูญหรืออะไรได้เองคนเดียวนะครับ...ด้วยความเคารพครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด...
กรรมการมีสิทธิ์เปิดประชุมกรรมการ และลงมติว่าจะยก/ไม่ยก ทรัพย์สิน/หนี้สินTCC ให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดได้เลยหรือไม่...
จึงน่าจะมีการเอามติที่ประชุมกรรมการ รายงานการประชุมมาแจ้งหรือประกอบคำอธิบายบ้างนะครับ พวกเราจะได้ไม่มีการโต้แย้งในภายหลัง
ผมลองสอบถามไปที่มูลนิธิสายใจไทย ทางมูลนิธิสายใจไทยแจ้งว่าถ้าพร้อมจะไปมอบให้ทางมูลนิธิจริง
ทางเจ้าหน้าที่พร้อมจะกำหนดวันเข้าทูลถวายโดยตรง ขอให้ชมรมฯทำหนังสือแจ้งเข้าไปที่......??? ทางเจ้าหน้าที่ท่านนั้นอธิบาย ค่อนข้างยาว แต่สรุปว่ากรรมการทุกคนจะได้เข้าถวายโดยตรง...
ผมเองอยากเห็นสมาคมของพวกเราโตวันโตคืน แต่อยากให้คง TCC ไว้ก่อน เพราะถ้าจะปิดจริงเลิกจริง ต้องเปิดประชุมก่อนว่า ทรัพย์สินทั้งปวงจะโอนจะยกให้ใคร ได้หรือไม่ได้ เพราะธรรมนูญชมรมที่แก้ไขครั้งหลังสุด 2550 นั้น เขียนไว้ชัดเจนว่าถ้าจะเลิกหรือปิด TCC ให้ยกทรัพย์สินทุกอย่างให้แก่มูลนิธิสายใจไทย....ไม่เหมือนสมัยที่ผมจะไปจดทะเบียนเป็นสมาคมในสมัย 2547(หรือ2548 จำไม่ได้ครับ) ที่ปรับเปลี่ยนแก้ไขธรรมนูญก่อนว่า...(ไปอ่านดูนะครับ)...ดังกล่าว
ยังมีทรัพย์สินไม่มีตัวตนเช่นทรัพย์สินทางปัญญามากมาย อธิบายแล้วคงจะไม่หมด อันนี้ไม่ใช่มาจากเงินทองที่ตรวจสอบได้ ผมว่าอย่าเพิ่งปิด TCC เลย
ทำไปทั้งสองอย่างนั่นละครับ สมาคมด้วย TCC ด้วย...ไม่เห็นจะเป็นไร...
จัดไปด้วยกัน ใช้เงินไปด้วยกัน น่าจะดีกว่าต่างคนต่างจัดนะครับ
ไม่ว่าเรื่องจัดทริป จัดโครงการอะไร ใช้ชื่อร่วมกันดีกว่าครับ ทั้งนี้คนเก่าคนใหม่จะได้เป็นการสมัครสมานกัน ไม่ต้องมานั่งกลัวว่า ของTCC ใครจะเอาไปไหน TCHA ก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ได้ คงจะเหนื่อยอีกสักพักเดียวก็จะสามารถหาทุนเข้ามาอีกเหมือนเดิมนั่นละ....และที่เหลือเงินกันอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เป็นรายได้ที่มาจากรับค่าสมัครสมาชิกอย่างเดียว...มาจากหลายทางมากมาย
ดังนั้นในเวลานี้ถ้าดันทุรังไปรับโอนทุกอย่างมาจากTCCเลยโดยคิดว่า ทางมูลนิธิสายใจไม่กล้ามาฟ้องร้อง ซึ่งผมเองคิดว่าทางสายใจไทยไม่มาเรียกร้องเช่นกันดั่งนี้แล้ว ....เชื่อเถอะอาจจะมีสมาชิกท่านหนึ่งท่านใด ไปแจ้งความเอาผิด TCHA ได้ ก็ไม่แน่นะ (อ่านตามความเห็นคุณPc)
อีกอย่าง แม้ว่าท่านอาจารย์ธงชัย จะไปประชุมด้วย แต่ผมว่าท่านอาจารย์ธงชัยก็ไม่สามารถไปแก้ไขธรรมนูญหรืออะไรได้เองคนเดียวนะครับ...ด้วยความเคารพครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด...
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
การเปลี่ยนสถานะของการครอบครองทรัพย์สิน ถ้าจะให้ปลอดภัยจากความรับผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353
ก็ควรจะต้องมีเอกสารเหล่านี้ ได้แก่
- หนังสือปฏิเสธการรับทรัพย์สินจากมูลนิธิสายใจไทย
- หนังสือนัดประชุมซึ่งระบุวาระการประชุม "การเปลี่ยนแปลงผู้รับทรัพย์สิน" อย่างชัดแจ้ง
- ใบตอบรับการส่งหนังสือเชิญประชุมถึงสมาชิกทุกคนทางไปรษณีย์
(ทำเช่นเดียวกับการส่งหนังสือเชิญประชุมของห้างหุ้นส่วน/บริษัท เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายทั่วไป)
- บัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม
- ลายมือชื่อผู้ลงคะแนนเสียง/รายงานการประชุมที่ชัดเจน
แต่ถ้าไม่มีการยุบ/เลิกชมรม ก็ไม่เกี่ยวกับที่กล่าวมานี้เลย
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
นะ...เรามีทั้ง TCC มีทั้ง TCHA พร้อมกัน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย จะให้ TCC เป็นสมาชิกของ TCHA ด้วยก็ได้ ความเห็นส่วนตัวนะครับ...
แล้วยังมีอีกตั้งหลายชมรมฯ เดี๋ยวเดียว TCHA ก็จะเดินหน้าต่อได้ อย่างสง่างาม...ผมว่านะ
ส่วนสมาชิก TCHA ควรจะรับสมัครเสียใหม่เลย ทั้งหมด เพราะว่าการโอนสมาชิกปัจจุบัน 5000 กว่านั้น มีตั้ง 4 พันกว่าคนที่เขายังไม่ทราบเรื่องนี้เลยว่าถูกโอนไปเป็นสมาชิกสมาคมแล้ว...
น่าจะมีจดหมายข่าวส่งไปยังทุกคนก่อนอีกครั้ง...อยู่ที่ไหน หรือว่าตายไปบ้างแล้ว จะได้ทราบกันทั่วราชอาณาจักร ไม่ควรแจ้งไปยังสมาชิกที่รับสารสองล้อเท่านั้นอย่างเดียว 5000 ราย ค่าส่ง 3*5000 = 15000 บาท เท่านั้นเองครับ ค่าใช้จ่ายอย่างนี้TCHA หรือ TCC มีเงินพร้อมอยู่แล้ว....
ส่วนในวันนัดประชุม ควรลงทะเบียนการเข้าร่วมประชุมตามลำดับ ก่อนหลัง เรียงเรื่อยไปจนกว่าจะเข้าประชุมทั้งหมด ทีนี้การลงชื่อตรงนั้นไม่ใช่เอามาแสดงผลว่าครบ 3 ใน 4 หรือ ไม่
แล้วตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกตามหลักฐาน ....เรียบร้อยแล้วจึงลงมติ
การลงมติเรื่องใดใดต้องกำหนดกติกาขึ้นมาก่อนนะครับ...โดยการโหวตเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ต้องมีผู้เสนอว่าจะใช้แบบวิธีไหน
เช่นจะใช้วิธีลับ
วิธีขานชื่อ
วิธียกมือ
หรือวิธีอื่นอื่น...
และต้องโหวตกันทีละเรื่องนะครับ...แค่คิดจะทำผมยังมึนตึ้บเลยครับ...
นะ...เรามีทั้ง TCC มีทั้ง TCHA พร้อมกัน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย จะให้ TCC เป็นสมาชิกของ TCHA ด้วยก็ได้ ความเห็นส่วนตัวนะครับ...
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด...ncc
แล้วยังมีอีกตั้งหลายชมรมฯ เดี๋ยวเดียว TCHA ก็จะเดินหน้าต่อได้ อย่างสง่างาม...ผมว่านะ
ส่วนสมาชิก TCHA ควรจะรับสมัครเสียใหม่เลย ทั้งหมด เพราะว่าการโอนสมาชิกปัจจุบัน 5000 กว่านั้น มีตั้ง 4 พันกว่าคนที่เขายังไม่ทราบเรื่องนี้เลยว่าถูกโอนไปเป็นสมาชิกสมาคมแล้ว...
น่าจะมีจดหมายข่าวส่งไปยังทุกคนก่อนอีกครั้ง...อยู่ที่ไหน หรือว่าตายไปบ้างแล้ว จะได้ทราบกันทั่วราชอาณาจักร ไม่ควรแจ้งไปยังสมาชิกที่รับสารสองล้อเท่านั้นอย่างเดียว 5000 ราย ค่าส่ง 3*5000 = 15000 บาท เท่านั้นเองครับ ค่าใช้จ่ายอย่างนี้TCHA หรือ TCC มีเงินพร้อมอยู่แล้ว....
ส่วนในวันนัดประชุม ควรลงทะเบียนการเข้าร่วมประชุมตามลำดับ ก่อนหลัง เรียงเรื่อยไปจนกว่าจะเข้าประชุมทั้งหมด ทีนี้การลงชื่อตรงนั้นไม่ใช่เอามาแสดงผลว่าครบ 3 ใน 4 หรือ ไม่
แล้วตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกตามหลักฐาน ....เรียบร้อยแล้วจึงลงมติ
การลงมติเรื่องใดใดต้องกำหนดกติกาขึ้นมาก่อนนะครับ...โดยการโหวตเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ต้องมีผู้เสนอว่าจะใช้แบบวิธีไหน
เช่นจะใช้วิธีลับ
วิธีขานชื่อ
วิธียกมือ
หรือวิธีอื่นอื่น...
และต้องโหวตกันทีละเรื่องนะครับ...แค่คิดจะทำผมยังมึนตึ้บเลยครับ...
นะ...เรามีทั้ง TCC มีทั้ง TCHA พร้อมกัน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย จะให้ TCC เป็นสมาชิกของ TCHA ด้วยก็ได้ ความเห็นส่วนตัวนะครับ...
ขอบคุณครับ
น้าเป็ด...ncc
- ชยุต (Pc)
- ขาประจำ
- โพสต์: 210
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
- team: กลุ่มชมสวน
- Bike: GT PANTERA
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ชมรม TCC หมดลมไปแล้ว หรือยังหายใจอยู่ อาจารย์ธงชัย ผู้ก่อตั้
ลักษณะและขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน
โคเฮน และอัพฮอฟฟ์ (Cohan and Uphoff. 1980: 324 – 328) ได้สร้างกรอบพื้นฐานเพื่อการอธิบายและวิเคราะห์การมีส่วนร่วมในแง่ของรูปแบบ (ชนิด) ของการมีส่วนร่วมโดยแบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ
1. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision – Making) ซึ่งอาจเป็นการตัดสินใจตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก การตัดสินใจในช่วงของกิจกรรม และการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรม
2. การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการหรือการดำเนินกิจการ (Implementation) ซึ่งอาจเป็นในรูปของการเข้าร่วมโครงการโดยการให้มีการสนับสนุนทางด้านทรัพยากร การเข้าร่วมในการบริหารหรือการร่วมมือ รวมทั้งการเข้าร่วมในการร่วมแรงร่วมใจ
3. การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (Benefit) ซึ่งอาจจะเป็นผลทางวัตถุ ทางสังคม หรือโดยส่วนบุคคล (ส่วนตัว)
4. การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) ซึ่งนับเป็นการตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมทั้งหมด และเป็นการแสดงถึงการปรับตัวในการมีส่วนร่วมต่อไป
สุวรรณี คงทอง (2536: 15 – 16) ได้สรุปลักษณะการมีส่วนร่วมไว้ ดังนี้
1. การร่วมประชุมวางแผนดำเนินการโดยการแสดงความคิดเสนอแนะ
2. การร่วมดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยการเสียวัสดุ กำลังเงิน หรือทรัพยากรใดๆ
3. การร่วมในการแบ่งปันประโยชน์ หรือการเข้าร่วม
4. การร่วมในการติดตามผลงาน
น้าเป็ด..คงพอจะนึกภาพสมาชิกสถานบริการซาวน่า สปา สปอร์ตคลับ และกอล์ฟคลับ ได้นะครับ .. สถานบริการเหล่านั้นส่วนใหญ่ดำเนินกิจการในรูปของบริษัทและไม่เปิดให้สมาชิกเข้าไปมีส่วนร่วม และสมาชิกก็ไปในลักษณะเข้ารับการบริการด้านเดียว โดยไม่ประสงค์จะเข้าไปมีความสัมพันธ์ในลักษณะของการมีส่วนร่วม นิติสัมพันธ์จะเป็นไปในแบบลูกค้าของสถานบริการเหล่านั้น โอกาสที่จะเกิดสิทธิในลักษณะหุ้นส่วนจึงไม่มี เพราะสถานบริการเป็นฝ่ายทำหน้าที่ให้การบริการ และลูกค้าเป็นฝ่ายใช้สิทธิในการเข้ารับการบริการ ทั้งสองฝ่ายจึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องความเป็นหุ้นส่วนต่อกัน สถานบริการจะมีสินทรัพย์งอกเงยขึ้นเท่าใดก็เป็นสิทธิของสถานบริการ สมาชิกซึ่งมีสถานะเป็นลูกค้าเต็มรูปแบบจึงไม่มีสิทธิเอี่ยว ทั้งนี้ ก็เป็นไปตาม “วาทะคานธี” ที่ว่า “สิทธิอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย่อมมีความจีรังยั่งยืน” (The right that accrues from the performance of duty endures.)
แต่วันใดที่น้าเป็ด..ตัดสินใจซื้อสปอร์ตคลับเพราะรู้สึกถูกชะตากับผู้จัดการสาวสวยหุ่นดีของสปอร์คลับแห่งนั้น น้าเป็ดต้องระวังระดับที่ 1 และถ้าน้าเป็ดเกิดสังเกตเห็นว่าสายตาของเธอเริ่มหลงใหลในกิจกรรมของสปอร์ตคลับ น้าเป็ดต้องระวังระดับ 2 เพราะถ้าเกิดชวนเธอให้เข้ามามีส่วนร่วม เธออาจจะเข้ามาทำงานให้ด้วยความศรัทธา ค่าแรงก็ไม่ขอเบิก วันไหนไม่มีข้าวเที่ยงก็ออกไปหากินเอง ค่ารถยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะเธออยู่ไม่ไกล ปั่นจักรยานมาก็ได้ นานๆ น้าเป็ดเข้ามาทีเธอก็พูดเพียงว่า “แค่นี้ก็สุขใจ” ... ดำเนินกิจการไปได้ปีนึง เถ้าแก่ซ้งก็มาให้ราคาน่าสน รวมเงินทุกบัญชีหักกับหนี้ที่กู้แบ๊งค์แล้วยังเหลืออีกล้าน น้าเป็ดจึงตัดสินใจขายสปอร์ตคลับ แล้วยื่นเงินสดสองแสนให้ผู้จัดการสาวสวยหุ่นดี ทีนี้หละที่เธอจะมีโอกาสยื่นกระดาษถ่ายเอกสารจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้น้าเป็ดแล้วพูดว่า “พลังงานหารสอง นะจ๊ะพ่อยอดขมองอิ่ม ห้าแสนจ๊ะ เพราะสถานะเรา คือ หุ้นส่วนกันเพียงสองคน ฉันมิใช่ลูกจ้างนะนาย”
น้าเป็ดอยากรู้ไหมว่า.. กระดาษถ่ายเอกสารนั้นมีมาตราอะไรบ้าง...
โคเฮน และอัพฮอฟฟ์ (Cohan and Uphoff. 1980: 324 – 328) ได้สร้างกรอบพื้นฐานเพื่อการอธิบายและวิเคราะห์การมีส่วนร่วมในแง่ของรูปแบบ (ชนิด) ของการมีส่วนร่วมโดยแบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ
1. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision – Making) ซึ่งอาจเป็นการตัดสินใจตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก การตัดสินใจในช่วงของกิจกรรม และการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรม
2. การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการหรือการดำเนินกิจการ (Implementation) ซึ่งอาจเป็นในรูปของการเข้าร่วมโครงการโดยการให้มีการสนับสนุนทางด้านทรัพยากร การเข้าร่วมในการบริหารหรือการร่วมมือ รวมทั้งการเข้าร่วมในการร่วมแรงร่วมใจ
3. การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (Benefit) ซึ่งอาจจะเป็นผลทางวัตถุ ทางสังคม หรือโดยส่วนบุคคล (ส่วนตัว)
4. การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) ซึ่งนับเป็นการตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมทั้งหมด และเป็นการแสดงถึงการปรับตัวในการมีส่วนร่วมต่อไป
สุวรรณี คงทอง (2536: 15 – 16) ได้สรุปลักษณะการมีส่วนร่วมไว้ ดังนี้
1. การร่วมประชุมวางแผนดำเนินการโดยการแสดงความคิดเสนอแนะ
2. การร่วมดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยการเสียวัสดุ กำลังเงิน หรือทรัพยากรใดๆ
3. การร่วมในการแบ่งปันประโยชน์ หรือการเข้าร่วม
4. การร่วมในการติดตามผลงาน
น้าเป็ด..คงพอจะนึกภาพสมาชิกสถานบริการซาวน่า สปา สปอร์ตคลับ และกอล์ฟคลับ ได้นะครับ .. สถานบริการเหล่านั้นส่วนใหญ่ดำเนินกิจการในรูปของบริษัทและไม่เปิดให้สมาชิกเข้าไปมีส่วนร่วม และสมาชิกก็ไปในลักษณะเข้ารับการบริการด้านเดียว โดยไม่ประสงค์จะเข้าไปมีความสัมพันธ์ในลักษณะของการมีส่วนร่วม นิติสัมพันธ์จะเป็นไปในแบบลูกค้าของสถานบริการเหล่านั้น โอกาสที่จะเกิดสิทธิในลักษณะหุ้นส่วนจึงไม่มี เพราะสถานบริการเป็นฝ่ายทำหน้าที่ให้การบริการ และลูกค้าเป็นฝ่ายใช้สิทธิในการเข้ารับการบริการ ทั้งสองฝ่ายจึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องความเป็นหุ้นส่วนต่อกัน สถานบริการจะมีสินทรัพย์งอกเงยขึ้นเท่าใดก็เป็นสิทธิของสถานบริการ สมาชิกซึ่งมีสถานะเป็นลูกค้าเต็มรูปแบบจึงไม่มีสิทธิเอี่ยว ทั้งนี้ ก็เป็นไปตาม “วาทะคานธี” ที่ว่า “สิทธิอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย่อมมีความจีรังยั่งยืน” (The right that accrues from the performance of duty endures.)
แต่วันใดที่น้าเป็ด..ตัดสินใจซื้อสปอร์ตคลับเพราะรู้สึกถูกชะตากับผู้จัดการสาวสวยหุ่นดีของสปอร์คลับแห่งนั้น น้าเป็ดต้องระวังระดับที่ 1 และถ้าน้าเป็ดเกิดสังเกตเห็นว่าสายตาของเธอเริ่มหลงใหลในกิจกรรมของสปอร์ตคลับ น้าเป็ดต้องระวังระดับ 2 เพราะถ้าเกิดชวนเธอให้เข้ามามีส่วนร่วม เธออาจจะเข้ามาทำงานให้ด้วยความศรัทธา ค่าแรงก็ไม่ขอเบิก วันไหนไม่มีข้าวเที่ยงก็ออกไปหากินเอง ค่ารถยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะเธออยู่ไม่ไกล ปั่นจักรยานมาก็ได้ นานๆ น้าเป็ดเข้ามาทีเธอก็พูดเพียงว่า “แค่นี้ก็สุขใจ” ... ดำเนินกิจการไปได้ปีนึง เถ้าแก่ซ้งก็มาให้ราคาน่าสน รวมเงินทุกบัญชีหักกับหนี้ที่กู้แบ๊งค์แล้วยังเหลืออีกล้าน น้าเป็ดจึงตัดสินใจขายสปอร์ตคลับ แล้วยื่นเงินสดสองแสนให้ผู้จัดการสาวสวยหุ่นดี ทีนี้หละที่เธอจะมีโอกาสยื่นกระดาษถ่ายเอกสารจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้น้าเป็ดแล้วพูดว่า “พลังงานหารสอง นะจ๊ะพ่อยอดขมองอิ่ม ห้าแสนจ๊ะ เพราะสถานะเรา คือ หุ้นส่วนกันเพียงสองคน ฉันมิใช่ลูกจ้างนะนาย”
น้าเป็ดอยากรู้ไหมว่า.. กระดาษถ่ายเอกสารนั้นมีมาตราอะไรบ้าง...
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
