ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
phongsiri
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5777
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
Tel: -
team: Nong Khai Cycling Club

ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย phongsiri »

อยากถามพี่ๆครับว่าถ้าผมมี clip-on แล้วอยากเซ็ทหมอบสุดที่รักให้เป็นรถ ไทม์ไทร ไม่ต้องเปะก็ได้แต่อยากให้มันขี่สบายเหมือนเคย
ต้องปรับอะไรบ้างหลังจากที่เราได้ติด clip-onเข้าไปแล้ว คือใช้แฮนด์ดร็อป เหมือนเดิมแค่ใส่คลิปออนเข้าไป รบกวนด้วยนะครับ

เช่นว่าต้องเลื่อนเบาะมาข้างหน้าไหม ต้องกลับหลักอานไหม อะไรประมาณนี้ครับ ช่วยที่นะครับ :D
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
ผาจันทน์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 187
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 14:42
Bike: Trek

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย ผาจันทน์ »

รถtt องศาท่อนั่งส่วนมาก76องศา

ลองหลักอานตรงกับเบาะรางสั้นสั้นครับ เซ็ทให้เหยียบบนได

อย่าลืมเซ็ทคลีทที่รองเท้าให้เข้ามาทางส้นเท้าแล้วก็ซ้อมวิ่งด้วยครับ
ครอบครัว ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
รูปประจำตัวสมาชิก
008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 299
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2009, 01:18
Tel: 0939478956
team: อย่าตามมา กูก็หลง
Bike: อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย 008 »

ถ้าขี่ Tarmac ผมว่ารถมันสวยอยู่แล้วถ้าไปแปลงมันจะออกมาไม่สวยเหมือนเดิมนะครับ

ขอร่ายยาวหน่อยนะครับ จริงๆไทม์ไทรอัลคือการปั่นแข่งกับเวลา รถไทม์ไทรอัลแท้ๆเป็นรถเฉพาะกิจจริงๆออกแบบมาเพื่อที่จะให้ขี่ทำเวลาได้ดีที่สุดโดยไม่ค่อยสนเรื่องการบังคับเลี้ยวหรือการขึ้นเขาให้ได้เร็วซักเท่าไร(ลองหาดู TDF09stage4 team time trial ปีนี้สนามยากครับจะเห็นได้ว่าล้มกันระเนระนาด) (แต่ผมเึคยเห็นฝรั่งขี่รถไทม์อยู่ครั้งนึงตรงสุขุมวิท 71 ขาออกไปสุขุมวิทไม่รู้พี่แกจะขี่ไปพัทยาหรือยังไงนะครับแต่เห็นตอนชะลอไฟแดงเซไปก็เซมาผมหละกลัวเมล์เขียวจะเอาไปกินซะก่อน)

เราจะขี่ได้เร็วขึ้นโดยใช้แรงเท่าเดิมนั้นทำได้โดยเราต้องทำให้แรงที่ออกไปได้ประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ก่อนผมเคยศึกษาอยู่บ้างเท่าที่จำได้ถ้าไม่นับการขึ้นเขา แรงเสียดทานที่จะมาฉุดเราให้ขี่ได้้ช้าลงมีสองอย่างหลักๆคือแรงเสียดทานพื้นผิวของเรากับแรงเสียดทานที่ยางทำกับถนน แรงเสียดทานพื้นผิวเป็นแรงเสียดทานหลักครับจำไม่ได้ว่าเค้าตีไว้กี่ % แต่เยอะกว่าแรงเสียดทานของยางทำกับถนนมากๆ แรงอันนี้มีตั้งแต่แรงเสียดทานที่ปะทะกับตัวเราและตัวรถ(ต้องทำให้ท่าขี่กับตัวรถลู่ลมขึ้น ตัดอากาศให้ได้ดีที่สุด) แรงเสียดทานที่อากาศทำกับผิวของเรา (แต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าให้ลมไหลลื่นผ่านไปมากที่สุด โกนขนหน้าแข้งออกให้หมด เจ้ย) แล้วก็แรงเสียดทานของลมหมุนที่อยู่หลังตัวเรา (หมวกแอร์โร่ไดนามิกหางยาวๆช่วยลดลมหมุน (turbulence) ลง หรือการขี่เป็นกลุ่ม การขี่จี้ตูดกัน(drafting)นั้นนอกจากคนขี่ตามจะออกแรงน้อยลงเพราะคนขี่นำช่วยลดแรงลมด้านหน้าแล้ว คนขี่ตามยังช่วยคนขี่นำให้ออกแรงน้อยลงด้วย(นิดหน่อย)ด้วยเพราะลมหมุนบางส่วนจะไปอยู่หลังคนขี่ตามแทน)

ทดสอบง่ายๆถ้าเราลดแรงเสียดทานพื้นผิวได้เราก็จะขี่ได้เร็วขึ้น ง่ายๆลองขี่ใส่เสื้อยึดตัวโตๆหลวมๆกางเกงขาบานๆเทียบกับเสื้อกางเกงจักรยานลื่นๆฟิตๆครับจะสังเกตเห็นผลได้ชัดเจน

รถไทม์เลยออกแบบมาให้ผู้ขี่ขี่ในท่าที่ลู่ลมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดแรงเสียดทานลมโดยท่าขี่จะต้องไม่ทำให้การทำงานของอวัยวะลำบากขึ้นมากเกินไปนัก(เช่นหายใจลำบากกว่าเดิม) แอโรบาร์ก็เป็นตัวช่วยให้ผู้ขี่ลู่ลมมากขึ้น(คือถ้ามองจากด้านหน้า ตัวเราจะแคบลงมาแทนที่แขนจะกางกว้างๆ) งานวิจัยระบุว่าท่าขี่ที่แคบลงจะลดแรงต้านลมได้ดีกว่าท่าขี่ที่หมอบต่ำลง นั่นก็คือถ้าเรามีแอโรบาร์ยังไงก็ขี่ได้ลู่ลมกว่าท่าหมอบขี่

ส่วนเรื่องตำแหน่งเบาะถ้าลองสังเกตดูมันจะล้ำไปข้างหน้าเยอะกว่าเสือหมอบธรรมดา ถ้าขาจานอยู่ในแนวนอนขนาดกับพื้นแล้วเราลากเส้นตรงผ่านจุดหมุนของหัวเขาลงมาในแนวดิ่งจะพบว่าเส้นที่ลากในแนวดิ่งมันจะล้ำบันได้ไปด้านหน้า (ไม่เหมือนสูตรการจัดท่าขี่ทั่วไป) สิ่งที่ได้มาคือกล้ามเนื้อที่ใช้ออกแรงในการถีบส่วนใหญ่จะเป็นต้นขา อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะดีกว่ายังไงในแง่นักปั่นต้องรอผู้รู้มาช่วยตอบ แต่ถ้าตอบในแง่ของไตรกีฬาจะตอบได้ว่าตอนขี่จักรยานเค้าต้องการให้ใช้แรงของต้นขาให้เยอะกว่าตรงน่อง เพราะหลังจากขี่จักรยานนักกีฬาต้องลงมาวิ่งต่อซึ่งการวิ่งจะใช้แรงจากน่องอย่างมาก นั่นก็คือเค้าต้องการรักษาความสดของน่องเอาไว้สำหรับช่วงของการวิ่งด้วยนั่นเอง

อ่านไปอ่านมารู้สึกไม่ค่อยจะตอบตรงคำถามซักเท่าไร เอาเป็นว่าใส่แอโรบาร์แล้วก็พยายามปรับให้นอนได้สบายที่สุดครับ เบาะก็คงต้องลองเลื่อนๆมาด้านหน้าดู ผมก็ตอบไม่ได้ว่าต้องเลื่อนมาหน้าขนาดต้องกลับหลักอานเลยหรือปล่าวคงต้องลองผิดลองถูกดู แต่แอโรบาร์ถ้าเลือกเป็นแบบแยกซ้ายขวาได้ก็ดีครับเพราะมันปรับความแคบกว้างได้สะดวก ปรับตำแหน่งมือจับให้เอียงตามที่เราถนัด และถ้ามันเลื่อนไปข้างหน้าถอยหลังได้ด้วยก็จะยิ่งดีครับ

ตอนขี่ต้องระวังเรื่องเบรกหรือหักหลบฉุกเฉินหน่อยครับเพราะกว่าจะลุกขึ้นมาคว้าแฮนด์ได้มันกินเวลาพอสมควรเลยแถมรถจะเซนิดๆจากการที่เราต้องเอี้ยวตัวด้วย ขอให้สนุกครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย giro »

ตามที่ว่าครับ แต่จะให้ดีก็วัดตัวคำนวนเอาก็จะได้แนวทาง แล้วก็ต้องเซ็ทท่าขี้กันใหม่อีกทีครับ

เรื่องขนหน้าแข้ง เป็น myth นะครับที่ว่าโกนแล้วไหลปรื๊ดๆๆ เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วครับว่าเหตผลเดียวเลยที่โปรฯโกนกันเพราะเรื่องการทำความสะอาดแผลเวลาล้มครับ :mrgreen: ตูร์ทุกปี มีคนถามไปใน itv4 ทุกปี รายการก็ตอบทุกปี สัมภาษณ์โปรกันก็มีครับ เคยมีเวปนึงเหน็บแนมเอาว่า ถ้ามันจะมีผล อากาศที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำมากๆเทียบๆกันแล้ว อาจต้องแข่งไทม์ไทรฯระยะซัก 600-700 กม. หน้าแข้งเนียนนุ่มกับขนดกถึงจะส่งผลต่างได้ซัก 1-2 วินาที

ส่วนเรื่องการ draft ที่ว่าก็เป็นทฤษฏีเช่นกันครับ :D ผมเพิ่งอ่านมาเมื่อซัก 2-3 เดือนนี้เองว่ามีนเป็นการดีหรือไม่ที่เราจะออมแรงโดยมีคนดูดท้ายอยู่?? ความจริงทดสอบด้วยการวัดวัตต์ครับว่า มันแทบไม่มีผลต่างเลยครับ จะลมแรงมากน้อยยังไง ก็ส่งผลเป็นค่าที่น้อยมากๆจนไม่น่าจะมีผลกับการนำไปคิดครับ ส่วนที่ร่ำลือกันว่า ทีมโคลัมเบียใช้กลยุทธให้นักแข่งต่อแถวกันส่งคาเวนดิชให้อยู่รองสุดท้าย มีคนโปะท้ายอีกคนเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ดีจนคาเวนดิชแกสปรินท์เป็นจรวดได้นั้น ....... ช่อง versus เคยทำสารคดีเรื่องนี้สัมภาษณ์ทีมนี้ใว้ว่า....

....การตั้งขบวนรถไฟลากคาเวนดิชทำเพื่อให้คาเวนดิชคงความเร็วสูงสุดได้ตลอดเวลาก่อนจุดระเบิด และป้องกันไม่ให้ทีมอื่นหรือสปรินท์เตอร์คนอื่นกล้าจุดระเบิดออกมาก่อน กล่าวคือ สมมุติ ตาฮันเตอร์แกเปรี้ยวอยากล่อน้ามาร์ค กะจุดระเบิดพุ่งออกมา ก็จะทำได้ยากมากเพราะทีมโคลัมเบียแกเล่นตั้งขบวนลากที่ความเร็วสูงปรี๊ด สมมุติว่าพวกนี้ระเบิดกันได้ซัก 75 กม/ชม เรียกว่าลากกันที่ 73 กม/ชม เลยโน่น จะระเบิดออกมาได้ 75 ก็ลำบาก ฉีกไม่พ้นเดี๋ยวขบวนรถไฟก็สอยร่วง ทีนี้พอภึงคิวตามมาร์คที่สดไม่ต้องระเบิดพลังวัตต์ออกมาก่อน ก็ระเบิด บึ้มมมม ออกมาเสี้ยววินาทีทะยานไปที่ 75.25 กม/ชม เท่านี้ก็การันตีชัยชนะได้มาเกือบครึ่ง ...ส่วนคนหลังตามาร์ค จริงๆแกคือ "บังเกอร์" ครับ กันคนมาดูดตูดตามาต์ค แล้วสวนมาตีหัวได้ง่ายๆ สังเกตได้เลยว่าถ้าคนนี้เปิดช่องนี้ คาเวนดิชเสร็จเกือบทุกที เพราะอะไร?? ลองคิดดูวินาทีสปรินท์นะครับ การเพิ่มระยะห่างมาแค่ 1 ล้อ ก็ไกลราวกับไปไม่ถึงเสียที ดังนั้น เอามาขวางใว้หนึ่งคันรถ ก็ไม่มีใครจะตีหัวได้่งายๆ อยากได้ต้องหาทางสอยเอาเอง ตรงนี้ก็การันตีได้อีกเกือบครึ่ง .........เหลืออีกไม่กี่เปอร์เซนต์ที่สามารถสอยร่วงได้ หนึ่งคือเวลาที่ตูดคาเวนดิชว่างเพราะเพื่อนมันดันหมด ดูดไม่อยู่ ฮุดชอฟเสียบดูดแทน แล้วก็ไปสอยตีหัวเอาซะจ๋อยไป :mrgreen: อีกวิธีคือวิธีของฟาเบียนครับ คาเวนดิชมันระเบิดได้แค่ 3-5 วินาที แต่ฟาเบียนแม้จะระเบิดไม่แรงเท่าแต่ถึงแกใหญ่ แกยิงจรวดตั้งแต่ 1 กิโลก่อนถึงเส้นเลย เรียกว่าหนีเดี่ยวเสี้ยวท้ายก็ว่าได้ แล้งถ้าฟาเบียนหลุดออกมาได้ ระยะเวลายาวนานตั้ง 40-50 วินาที ใครมันจะตามเก็บพี่แกทัน :mrgreen: นักวิจารณ์ว่ารายนี้แกเป็นขาไทม์ไทรฯที่มีจุดเด่นก็คือไม่ว่าจะ 4 จะ 12 จะ 40 กิโล แกก็ขี่ได้ดีหมด ไม่เหมือนบางคนต้องไทม์ไทรฯยาวๆถึงจะดี บางคนก็ได้แต่ไทม์ไทรฯสั้นๆ

....นอกเรื่องไปไกลเลย แต่กลับมาเรื่องเดิมครับ ชุดสกินสูทรุ่นใหม่จะมีพื้นผิวทำลายแรงฉุดด้านหลังครับ คือป่วนให้กระแสอากาศมันวนไม่ได้แทนครับ :D

....กลับมาเรื่องของ จขกท. เฟรมที่ทำไทม์ไทรฯได้ดีก็คือเฟรม Cervelo ครับ เจ้า s1 นี่แหละ มีเวปจักรยานฝรั่งอันใหนจำไม่ได้ล่ะครับเอาไปทดสอบ ปรากฏว่า มันมีแอโร่ไดนามิคส์ดีกว่ารถไทม์ไทรฯบางตัวที่เป็นที่นิยมเมื่อ 5-6 ปีก่อนเสียอีก !!
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
phongsiri
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5777
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
Tel: -
team: Nong Khai Cycling Club

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย phongsiri »

ทำเหมือนจะต้องลำบากเซ็ทรถกลับไปกลับมาเลย ถ้าจะขี่ไทม์ไทร สลับหมอบ หรือว่าจะต้องลกทุนจัดหาเฟรมไทม์ไทร์
มาใช้แล้วสลับแค่ล้ออย่างเดียว ก็ดีนะ แต่เสียตังค์เยอะ :lol:
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
velovie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 108
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 18:19
Tel: -
team: ทัหษิณออกไปไกลๆ
Bike: เสือหมอบ

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย velovie »

อ่านแล้วสนุกมาก หากมีข้อมูลอีกก็เอามาลงอีก ครับรออ่าน
EDD TITAN
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 978
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 16:50
Tel: 084 372 3515
team: EDD TITAN
Bike: TREK Marin5
ตำแหน่ง: EDD TITAN อรรถกร คำใส 70/3 ถ.ขุนลุมประพาส ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน 58000
ติดต่อ:

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย EDD TITAN »

อ่านสนุก ขอบคุณทุกท่านครับ
griz
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4116
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:05
ติดต่อ:

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย griz »

เซ็ตแบบ 2T นี่ไม่รู้เหมือนกัน..
แต่ถ้าเซ็ตแบบ Triathlon นี่ แบบย่อๆก็ เน้นสบายเป็นหลัก และแอโร่ตามมา..
ปรับหลักอาน..ถ้าเป็นแบบเยื้องหลัง ปรับให้เยื้องหน้าซะ.. สเตมยาว..ก็ลดให้สั้น.. ลดแหวนรองคอเพื่อให้แฮนด์ต่ำๆ..
ส่วนปรับอะไรเท่าไรนั้น..ต้องลอง..หาจุดที่สบายสุด..หมอบได้นานๆ.. เขาว่างั้น..

ส่วนเรื่องโกนขนนี่..ผมลองแล้วช่วยลดเวลาอย่างน้อย 2 นาที เหตุผลหนึ่งบ้างว่าเผื่อตอนล้ม..อีกเหตุผลที่ฟังมาก็คือเรื่องนวด ก่อน-หลังแข่ง..ช่วยให้ยาสัมผัสผิวได้ดี ยานวดไม่ติดอยู่ที่ขนเป็นที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง ยิ่งฝรั่งขนเยอะมากๆ หมอนวดคงเซ็งนวดไปขนยั้วเยี้ย.. :lol:
"You're better than you think you are. You can do more than you think you can."
If you're a triathlete, we're families.
รูปประจำตัวสมาชิก
ปูเป้
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1068
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:29
Tel: -----------
team: -----------
Bike: -----------
ติดต่อ:

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย ปูเป้ »

phongsiri เขียน:ทำเหมือนจะต้องลำบากเซ็ทรถกลับไปกลับมาเลย ถ้าจะขี่ไทม์ไทร สลับหมอบ หรือว่าจะต้องลกทุนจัดหาเฟรมไทม์ไทร์
มาใช้แล้วสลับแค่ล้ออย่างเดียว ก็ดีนะ แต่เสียตังค์เยอะ :lol:

ซื้อเฟรมเพิ่มเลยครับ เอาแบบแบนๆ ใหญ่ และท่อบนสั้นกว่าตัวเดิม เลยครับ :D
ตื่นเช้าได้ปั่นหลาย ตื่นสายได้ปั่นน้อย


https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
moonaka
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 934
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ต.ค. 2009, 19:59
Tel: 0848893838
team: ไส้ดีดสเปือน ไส้เดือนสปีด
Bike: F1 s1

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย moonaka »

หมอบให้ทนหมอบให้นาน ปั่นให้สุดแรง ทนให้ได้ เพื่อเส้นชัย
รูปประจำตัวสมาชิก
คุณย่า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 207
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2009, 12:37
Tel: 086-5442641
team: ชมรมแม่บ้านป่าหวาย
Bike: NITTO

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย คุณย่า »

จะตอบแล้วนะ การปั่นttนั้นส่วนมากก็คงปั่นกันระยะทางไม่เกิน 50 km.อยู่แล้ว ดังนั้นการเซ็ตรถจึงต่างออกไปจากหมอบทั่วไป
ว่ากันที่ตัวนักกีฬาก่อน ส่วนอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยคือ aero bar ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเซ็ตรถ tt นั้นจุดประสงค์คือการลดแรงต้านของลม
ดังนั้นท่านั้งจึงมีการพัฒนากันมาอย่างมากมาย แต่ท่าพื้นฐานที่มีประสิทธิ์ภาพโดยรวมคือท่าที่ก้มตัวลงแล้วนำแขนท่อนล่างใกล้ๆข้อสอกว่างไว้บนaero bar
ท่านี้พัฒนาจากกีฬา สกีโดดไกล คือการเก็บแขนไม่ให้เกินออกจากลำตัวเพื่อให้อากาศใหลผ่านไปอย่างลื่นใหล ข้อดีของท่านี้คือยังสามารถบังคับรถได้พออยู่
แต่ท่าที่สุดยอดที่สุดคือ super position ของเกรม โอบีที่แม้แต่บรอทแมนยังต้องเลียนแบบเพื่อทำลายสถิติของโอบี แต่ที่สุดต้องนี้ ส่วนการเซ็ตรถเดี่ยวค่อยบอก
ไฟล์แนบ
การจัดท่านังกับเฟรมทั่วไป
การจัดท่านังกับเฟรมทั่วไป
imagesCAQTBOTQ.jpg (4.21 KiB) เข้าดูแล้ว 2177 ครั้ง
โอบี
โอบี
imagesCA8PR3SS.jpg (3.73 KiB) เข้าดูแล้ว 2178 ครั้ง
บรอทแมน
บรอทแมน
imagesCABD2DTM.jpg (3.67 KiB) เข้าดูแล้ว 2177 ครั้ง
สุดยอด
สุดยอด
imagesCA98S3TI.jpg (3.35 KiB) เข้าดูแล้ว 2176 ครั้ง
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย giro »

"แต่ท่าที่สุดยอดที่สุดคือ super position ของเกรม โอบีที่แม้แต่บรอทแมนยังต้องเลียนแบบเพื่อทำลายสถิติของโอบี"
สนใจคร่าวๆชมได้จากภาพยนต์เรื่อง "The Flying Scottman" ครับ เรื่องนี้คนไม่ปั่นจักรยาน ยังอินเวลาดูเลยครับ :mrgreen:
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
phongsiri
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5777
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
Tel: -
team: Nong Khai Cycling Club

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย phongsiri »

น่าสนใจมีหนังเรื่องไหนที่เกี่ยวกับจักรยานบ้างครับพี่จะหามาดู
ให้เกิดกำลังใจ ดูแต่ ไฮไลท์ ตรู เริ่มเบื่อละ :lol:
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
tpc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 771
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2008, 23:12
Bike: 2 mtb & 1 touring

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย tpc »

ส่วนเรื่องตำแหน่งเบาะถ้าลองสังเกตดูมันจะล้ำไปข้างหน้าเยอะกว่าเสือ หมอบธรรมดา ถ้าขาจานอยู่ในแนวนอนขนาดกับพื้นแล้วเราลากเส้นตรงผ่านจุดหมุนของหัวเขาลงมา ในแนวดิ่งจะพบว่าเส้นที่ลากในแนวดิ่งมันจะล้ำบันได้ไปด้านหน้า (ไม่เหมือนสูตรการจัดท่าขี่ทั่วไป) สิ่งที่ได้มาคือกล้ามเนื้อที่ใช้ออกแรงในการถีบส่วนใหญ่จะเป็นต้นขา
ผมว่าคุณตอบแปลกๆนะ เข่าไม่อยู่เหนือบันไดเป็นไปได้ไง
ที่TTต้องใช้ท่อนั่งองศาสูงหรืออีกนัยหนึ่งคือเลื่อนอานไปหน้า เพราะTTชักหลักอานสูงซึ่งจะมีผลให้เข่าจะไปหลังเลยต้องใช้ท่อนั่งองศาสูงหรืออานไปหน้า
รูปประจำตัวสมาชิก
คุณย่า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 207
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2009, 12:37
Tel: 086-5442641
team: ชมรมแม่บ้านป่าหวาย
Bike: NITTO

Re: ว่าด้วยการเซ็ตหมอบให้เป็น TT

โพสต์ โดย คุณย่า »

เห็นพูดกันเรื่อง การปรับลูกบันได หรือหลักอ่านยาวอะไรเนี้ย อันที่จริงมันไม่ได้มีอะไรต่างจากหมอบธรรมดามากหลอก
เช่นลูกกะไดตำแหน่งวางก็เหมือนเดิม หลักอ่านที่เห็นว่ายาวก็หลอกตา เพราะเฟรมttเน้นความลู่ลมและความแข็งแรง
ช่วงคอรถจึงสั้นเพื่อให้ตัวถังรถไม่บิดตัวจึงทำให้ท่อบนของตัวรถอยู่ต่ำตามไปด้วยหลักอานจึงดูยาว
และที่เหมือนว่าตัวโน้มไปข้างหน้าก็เพราะ ท่าหมอบ ย่านะขี่ttบ่อยมันลู่ลมดีแต่เมื่อยไหล่ จะบอกให้ที่setยากที่สุดนะ อานเบาะต่างหาก ปรับไม่ดี ก็เมื่อยแขน หรือไม่ก็เจ็บตูด สมดุลรถก็ไม่ได้ควบคุมลำบาก เข้าโค้งหน้าหนักก็หมูแดง
ไฟล์แนบ
plasmafacenoirnews[1].jpg
plasmafacenoirnews[1].jpg (50.04 KiB) เข้าดูแล้ว 1961 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”