ตามที่ว่าครับ แต่จะให้ดีก็วัดตัวคำนวนเอาก็จะได้แนวทาง แล้วก็ต้องเซ็ทท่าขี้กันใหม่อีกทีครับ
เรื่องขนหน้าแข้ง เป็น myth นะครับที่ว่าโกนแล้วไหลปรื๊ดๆๆ เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วครับว่าเหตผลเดียวเลยที่โปรฯโกนกันเพราะเรื่องการทำความสะอาดแผลเวลาล้มครับ

ตูร์ทุกปี มีคนถามไปใน itv4 ทุกปี รายการก็ตอบทุกปี สัมภาษณ์โปรกันก็มีครับ เคยมีเวปนึงเหน็บแนมเอาว่า ถ้ามันจะมีผล อากาศที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำมากๆเทียบๆกันแล้ว อาจต้องแข่งไทม์ไทรฯระยะซัก 600-700 กม. หน้าแข้งเนียนนุ่มกับขนดกถึงจะส่งผลต่างได้ซัก 1-2 วินาที
ส่วนเรื่องการ draft ที่ว่าก็เป็นทฤษฏีเช่นกันครับ

ผมเพิ่งอ่านมาเมื่อซัก 2-3 เดือนนี้เองว่ามีนเป็นการดีหรือไม่ที่เราจะออมแรงโดยมีคนดูดท้ายอยู่?? ความจริงทดสอบด้วยการวัดวัตต์ครับว่า มันแทบไม่มีผลต่างเลยครับ จะลมแรงมากน้อยยังไง ก็ส่งผลเป็นค่าที่น้อยมากๆจนไม่น่าจะมีผลกับการนำไปคิดครับ ส่วนที่ร่ำลือกันว่า ทีมโคลัมเบียใช้กลยุทธให้นักแข่งต่อแถวกันส่งคาเวนดิชให้อยู่รองสุดท้าย มีคนโปะท้ายอีกคนเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ดีจนคาเวนดิชแกสปรินท์เป็นจรวดได้นั้น ....... ช่อง versus เคยทำสารคดีเรื่องนี้สัมภาษณ์ทีมนี้ใว้ว่า....
....การตั้งขบวนรถไฟลากคาเวนดิชทำเพื่อให้คาเวนดิชคงความเร็วสูงสุดได้ตลอดเวลาก่อนจุดระเบิด และป้องกันไม่ให้ทีมอื่นหรือสปรินท์เตอร์คนอื่นกล้าจุดระเบิดออกมาก่อน กล่าวคือ สมมุติ ตาฮันเตอร์แกเปรี้ยวอยากล่อน้ามาร์ค กะจุดระเบิดพุ่งออกมา ก็จะทำได้ยากมากเพราะทีมโคลัมเบียแกเล่นตั้งขบวนลากที่ความเร็วสูงปรี๊ด สมมุติว่าพวกนี้ระเบิดกันได้ซัก 75 กม/ชม เรียกว่าลากกันที่ 73 กม/ชม เลยโน่น จะระเบิดออกมาได้ 75 ก็ลำบาก ฉีกไม่พ้นเดี๋ยวขบวนรถไฟก็สอยร่วง ทีนี้พอภึงคิวตามมาร์คที่สดไม่ต้องระเบิดพลังวัตต์ออกมาก่อน ก็ระเบิด บึ้มมมม ออกมาเสี้ยววินาทีทะยานไปที่ 75.25 กม/ชม เท่านี้ก็การันตีชัยชนะได้มาเกือบครึ่ง ...ส่วนคนหลังตามาร์ค จริงๆแกคือ "บังเกอร์" ครับ กันคนมาดูดตูดตามาต์ค แล้วสวนมาตีหัวได้ง่ายๆ สังเกตได้เลยว่าถ้าคนนี้เปิดช่องนี้ คาเวนดิชเสร็จเกือบทุกที เพราะอะไร?? ลองคิดดูวินาทีสปรินท์นะครับ การเพิ่มระยะห่างมาแค่ 1 ล้อ ก็ไกลราวกับไปไม่ถึงเสียที ดังนั้น เอามาขวางใว้หนึ่งคันรถ ก็ไม่มีใครจะตีหัวได้่งายๆ อยากได้ต้องหาทางสอยเอาเอง ตรงนี้ก็การันตีได้อีกเกือบครึ่ง .........เหลืออีกไม่กี่เปอร์เซนต์ที่สามารถสอยร่วงได้ หนึ่งคือเวลาที่ตูดคาเวนดิชว่างเพราะเพื่อนมันดันหมด ดูดไม่อยู่ ฮุดชอฟเสียบดูดแทน แล้วก็ไปสอยตีหัวเอาซะจ๋อยไป

อีกวิธีคือวิธีของฟาเบียนครับ คาเวนดิชมันระเบิดได้แค่ 3-5 วินาที แต่ฟาเบียนแม้จะระเบิดไม่แรงเท่าแต่ถึงแกใหญ่ แกยิงจรวดตั้งแต่ 1 กิโลก่อนถึงเส้นเลย เรียกว่าหนีเดี่ยวเสี้ยวท้ายก็ว่าได้ แล้งถ้าฟาเบียนหลุดออกมาได้ ระยะเวลายาวนานตั้ง 40-50 วินาที ใครมันจะตามเก็บพี่แกทัน

นักวิจารณ์ว่ารายนี้แกเป็นขาไทม์ไทรฯที่มีจุดเด่นก็คือไม่ว่าจะ 4 จะ 12 จะ 40 กิโล แกก็ขี่ได้ดีหมด ไม่เหมือนบางคนต้องไทม์ไทรฯยาวๆถึงจะดี บางคนก็ได้แต่ไทม์ไทรฯสั้นๆ
....นอกเรื่องไปไกลเลย แต่กลับมาเรื่องเดิมครับ ชุดสกินสูทรุ่นใหม่จะมีพื้นผิวทำลายแรงฉุดด้านหลังครับ คือป่วนให้กระแสอากาศมันวนไม่ได้แทนครับ
....กลับมาเรื่องของ จขกท. เฟรมที่ทำไทม์ไทรฯได้ดีก็คือเฟรม Cervelo ครับ เจ้า s1 นี่แหละ มีเวปจักรยานฝรั่งอันใหนจำไม่ได้ล่ะครับเอาไปทดสอบ ปรากฏว่า มันมีแอโร่ไดนามิคส์ดีกว่ารถไทม์ไทรฯบางตัวที่เป็นที่นิยมเมื่อ 5-6 ปีก่อนเสียอีก !!