รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »


ขอเริ่มต้นกระทู้ด้วยเมนูนี้

.
FB_IMG_1746746613653.jpg
FB_IMG_1746746613653.jpg (86.28 KiB) เข้าดูแล้ว 250 ครั้ง
.

"น้ำพริกเผากากหมู"เผ็ดกรอบอร่อย(ครัวสนาม)

📍ส่วนผสม"น้ำพริกเผากากหมู"
-มันหมูแข็ง800ก.
-หอมแดง150ก.
-กระเทียมจีน100ก.
-พริกแห้งจินดา20ก.
-น้ำตาลมะพร้าว2ชต.
-น้ำตาลทราย2ชต.
-น้ำมะขามเปียก3ชต.
-น้ำปลา2ชต.

📍วิธีทำ:
1. เจียวมันหมูแข็ง ให้ได้กากหมูกรอบ สีเหลืองทอง พักสะเด็ดน้ำมัน

2. นำหอมแดง กระเทียมจีน มาคั่วให้สุกหอม แล้วนำไปลงเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน

3. คั่วพริกแห้งจินดาให้สุกหอม แล้วนำไปปั่น เพื่อทำพริกป่น (เผ็ดมาก)

4.แบ่งน้ำมันเจียวหมูมาทำน้ำพริกเผา นำหอมแดงกับกระเทียมที่ปั่น ลงมาผัดให้สุกหอม และตามด้วยพริกป่นใส่ลงไปผัดให้เข้ากัน ผัดให้พริกแตกสีแตกน้ำมันแดงๆออกมา

5.ปรุงรสชาติ ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย น้ำมะขามเปียก น้ำปลา แล้วผัดทุกอย่างให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่มันหมูกรอบลงไปผัดให้เข้ากันอีกเล็กน้อย แล้วจัดเสิร์ฟ

📍เสิร์ฟกับอะไรอร่อย?
• ข้าวเหนียวร้อน ๆ
• ผักสด ไข่ต้ม
• ข้าวคลุก ข้าวจี่
• หรือจะทำขายก็กำไรดีมาก!

เพื่อนๆก็ลองนำสูตรนี้ไปทำรับประทานกันดูนะครับ สุดยอดมากครับเมนูนี้😊👍👍

#น้ำพริกเผากากหมู
#ครัวสนาม


เพื่อนๆมีสูตรอาหารแนะนำ​ สามารถมาโพสแบ่งปันได้นะครับ​ ขอบคุณ​ครับ..
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

FB_IMG_1746751875949.jpg
FB_IMG_1746751875949.jpg (68.08 KiB) เข้าดูแล้ว 247 ครั้ง
.

🍛 แจกสูตร #มัสมั่นคุณย่า พร้อมเคล็ดลับทำยังไงให้นัวร์ ที่สำคัญต้องใส่อะไร ถึงไม่เลี่ยน 🍗
สามารถนำไป ทำขายเป็น #ข้าวกล่องสไตล์อินเดีย ได้เลย
จะเสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือ แป้งนานนุ่มๆ ก็เข้มข้นไม่ซ้ำใคร
ใครอยากเปิดร้านข้าวกล่องที่ไม่ธรรมดา ห้ามพลาด 💥
.
---------------------------
.
📝 ส่วนผสม
.
🐔 สะโพกไก่ติดหนังหั่นชิ้น 500 กรัม (หรือใช้น่องได้)
🥥 กะทิ 400 มล. (แบ่งใช้ 2 ครั้ง)
🌶️ พริกแกงมัสมั่น 50 กรัม (แนะนำ ยี่ห้อจโหรม)
🌶️ พริกแกงแดง 1 ช้อนชา (ช่วยตัดเลี่ยน)
🧅 หอมใหญ่ 1 หัว (หั่นเสี้ยว)
🥔 มันฝรั่ง 1 หัว (หั่นชิ้นใหญ่)
🥜 ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย
🧂 น้ำตาลปี๊บตรากุหลาบ 1 ช้อนโต๊ะ
🧉 น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
🧂 น้ำปลา 1–2 ช้อนโต๊ะ
🧄 อบเชย 1/2 แท่ง + ลูกกระวาน 2 ลูก

---------------------------

👩‍🍳 วิธีทำ
.
🥥 ตั้งกระทะ ใส่กะทิประมาณ 1/3 ส่วนก่อน พอกะทิเริ่มร้อน ใส่พริกแกงมัสมั่น + พริกแกงแดงลงไปผัด

🔥 เคล็ดลับ : ใช้กะทิน้อยในตอนแรกเพื่อให้พริกแกง “แตกมัน” ได้ชัดเจน กลิ่นจะหอมขึ้นมาก

🌶️ ผัดจนพริกแกงกับกะทิแตกมันแล้ว ใส่ไก่ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว จนไก่เริ่มดูดซับรสของพริกแกงเข้าไป

🥥 เติมกะทิที่เหลือลงไป ตามด้วยอบเชย + ลูกกระวาน เคี่ยวไฟกลางจนไก่เริ่มเปื่อยนุ่ม

🧅 ใส่หอมใหญ่ มันฝรั่ง และถั่วลิสง แล้วปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บ

🍲 เคี่ยวต่อจนทุกอย่างนุ่ม น้ำแกงข้น ปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ

---------------------------

💡 เคล็ดลับพิเศษ

✨ พริกแกงยี่ห้อตราจโหรม รสชาติเข้ม หอมเครื่องแกงแบบโบราณ นัวได้ใจ

✨ ใส่ พริกแกงแดง นิดเดียวช่วยตัดเลี่ยน ให้รสลึกขึ้นแบบไม่กลบรสมัสมั่น

✨ถ้าอยากให้รสเช้มข้นมากขึ้นแอบหยอดน้ำมันรำข้าวเติมลงไปสัก 1-2 ช้อนชาได้

---------------------------

ใครชอบสูตรแบบนี้ ลองทำเลย แล้วมาบอกด้วยนะว่าเป็นยังไง! 💬
#เชฟแว่น #สูตรอาหารทำขาย #มัสมั่นสูตรคุณย่า #อาหารไทยไม่ธรรมดา
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

วิธีทำไก่อบ ทำสูตรนี้ สีน่ากิน รสชาติอร่อย ใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน หม้ออบลมร้อน หรือจะย่างด้วยกระทะก็ได้
ส่วนผสม เมนูไก่อบ
1.สะโพกไก่ 800 กรัม
2.รากผักชี 2 ราก
3.กระเทียมจีน 3 กลีบ
4.พริกไทยดำ 1 ช้อนชา
5.ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
7.ผงกะหรี่ ครึ่งช้อนชา
8.น้ำตาลมะพร้าวครึ่งช้อนโต๊ะ
9.เกลือครึ่งช้อนชา
10.น้ำมันงา ครึ่งช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
- นำสะโพกไก่มาแล่กระดูกออก แล้วบั้งส่วนที่หนาให้บางลง
- ตำสามเกลือ เมนูนี้ควรตำใด้ละเอียด
- นำสามเกลือและส่วนผสมเครื่องหมักลงชามผสม แล้วคนให้เข้ากัน
- นำไก่ลงหมักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- อบด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ตั้งค่า 170/15 กลับด้าน 170/7
- แต่ละยี่ห้อความร้อนอาจต่างกัน
- สุกมากน้อยตามต้องการ


https://www.facebook.com/share/v/16bp7wYWhY/
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

FB_IMG_1746807003792.jpg
FB_IMG_1746807003792.jpg (116.27 KiB) เข้าดูแล้ว 242 ครั้ง
วิธีทำ หมูทอดนมสด

#ส่วนผสมหมูทอดนมสด
1.สันนอก 1,000 กรัม
2.สดจืด 100 มิลลิลิตร
3.กระเทียม 20 กรัม
4.พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ
5.หอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
6.ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
7.อิ้วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ
8.ปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
9.เกลือ 1 ช้อนชา
10.น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะผงฟู 1/2 ช้อนชา

#วิธีทำหมูทอดนมสด
1.นำเนื้อหมูมาล้างทำความสะอาด และหั่นให้ได้ความหนาตามต้องการ ตามแนวยาว
2.เทนมสดรสจืดลงไปในเนื้อหมู ตามด้วยผงฟู เบกกิ้งโซดา ขยำด้วยมือให้เข้าเนื้อ พักไว้
3.นำพริกไทยเม็ดมาโขลกให้ละเอียด ตามด้วยกระเทียมโขลกรวมกัน ตักใส่ลงไปในหมูที่เตรียมไว้
4.ปรุงรสชาติด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วดำหวาน เกลือ น้ำตาลปี๊ป คลุกเคล้าให้เข้ากันดีประมาณ 5 นาที
5.หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือ 1 คืน ในตู้เย็นช่องธรรมดา
6.เปิดเตา ใส่น้ำมันลงไป รอให้ร้อน ใช้ไฟกลาง นำลงไปทอด หมั่นคนเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จนออกสีสวย
7.ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ


https://www.facebook.com/share/p/1HnFeiZRfz/
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

FB_IMG_1746807709598.jpg
FB_IMG_1746807709598.jpg (83.12 KiB) เข้าดูแล้ว 241 ครั้ง
🎉🎉สูตรหมักคอหมูย่าง 🎉🎉
วัตถุดิบ
เนื้อสันคอ 500 กรัม
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 2 ช้อนชา
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด ตรามะลิ โปรเฟสชั่นแนล 1/4 ถ้วย
3 เกลอ 1 ช้อนโต๊ะ (รากผักชี / กระเทียม / พริกไทย)
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ผักกาดหอม / แตงกวา / มะเขือเทศ สำหรับทานคู่
วัตถุดิบเมนู คอหมูสะดุ้งไฟ
ส่วนผสมน้ำจิ้มแจ่ว
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 2 ช้อนชา
ข้าวคั่ว 1 ช้อนชา
ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง สำหรับโรยหน้า
ลงมือโล้ดดดดดดดดดด!
✅: หมักคอหมู
นำคอหมูมาจิ้มด้วยส้อมให้ทั่ว ก่อนนำไปหมัก
เทพริกไทยเม็ด กระเทียม ผักชี เกลือ น้ำผึ้ง ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และ นมข้นจืด ตรามะลิ โปรเฟสชั่นแนล ลงไปในชามผสมแล้วนำคอหมูที่เตรียมไว้ลงไปหมัก เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
✅เตรียมน้ำจิ้มแจ่ว
นำน้ำปลาใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พริกป่น และข้าวคั่ว คนให้เข้ากัน ปรุงรสเพิ่มได้ตามชอบ จากนั้นโรยด้วยต้น ผักชี และผักชีฝรั่ง พักไว้เตรียมจัดเสิร์ฟ


https://www.facebook.com/share/p/1BqheYzpbR/
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

สู่ความมั่งคั่งด้วยการเทรดแบบอิสรภาพทางการเงิน
แหล่งที่มา 10 แห่ง
แหล่งข้อมูลเหล่านี้เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญของการเทรดและการลงทุนเพื่ออิสรภาพทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวคิดของ Dr. Van K. Tharp ซึ่งรวมถึงการพัฒนา ระบบการเทรด ที่เหมาะสมกับสไตล์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พร้อมกับการบริหารจัดการ ขนาดตำแหน่ง (Position Sizing) และ ความเสี่ยงต่อหน่วย (R-multiples) เพื่อให้ได้ ค่าความคาดหวัง (Expectancy) ที่เป็นบวกในระยะยาว การทำความเข้าใจ สภาพตลาด และการจัดการกับ อคติ ทางจิตวิทยา รวมถึงการควบคุม อารมณ์ และมี วินัย ในการเทรด ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการ เงินทุน (Equity) โดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ เช่น Total Equity, Secured Equity และ Cash Equity เพื่อช่วยในการตัดสินใจและควบคุมความเสี่ยงในการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ.
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

ทำตามแผน ไม่ใช่ตามอารมณ์
รู้จักรอ..รู้จักพอ..รู้จักยอม เน้นรักษาทุนคุมความเสี่ยง เดี๋ยวกำไรมาหาเอง เพราะ ไอ้คนชื่อกำไร มันชอบคนมีวินัยและใจเย็น #ผมตกผลึกแบบนี้มีแต่ถอนไม่มีเติมครับ

การเทรด #ไม่ใช่การพนัน หรือการเสี่ยงดวง
หากแต่เป็น "การที่เรามีวินัยอย่างเคร่งครัด
ในการทำตามระบบเทรดของตัวเอง
ที่ได้ทดสอบมาแล้วเป็นอย่างดี"
.
ขึ้นชื่อว่า "วินัย" ก็แปลว่าสามารถ "ฝึกฝน" กันได้
ขึ้นชื่อว่า "ฝึกฝน" ก็แปลว่าต้องใช้เวลาและความอดทน
.
หากเราเข้ามาเทรดด้วยมุมมองที่คิดว่า
การเทรดคือการพนัน เราก็จะกลายเป็นนักพนัน
คือได้กำไรแล้วก็ไม่รู้จักพอ
หรือพอขาดทุนก็ไม่รู้จักหยุด
ยิ่งขาดทุน ยิ่งหัวร้อน อยากตามทุนคืนมาให้ได้ไวๆ
.
ซึ่งจะแตกต่างจากการที่เรามี "วินัยในการทำตามระบบ" อย่างสิ้นเชิง "ระบบ" จะเป็นตัวกำหนดว่าเรา "จะต้องทำสิ่งใด" หรือ "ห้ามทำสิ่งใด"
ก่อนการเข้าเทรดในแต่ละครั้ง
.
"ระบบ" จะเป็นตัวกำหนดจุดเข้าออกออเดอร์
"ระบบ" จะเป็นตัวกำหนดขนาดของความเสี่ยง
"ระบบ" จะเป็นตัวบอกว่าตอนไหนควรบุก ตอนไหนควรถอย
และอื่นๆ ตามแต่ที่เราจะออกแบบให้เหมาะสมกับจริตของตัวเอง
.
แต่ที่สำคัญกว่า "ระบบ" ก็คือการที่เราจะต้องมี "วินัย"
ในการลงมือทำตามอย่างเคร่งครัด
.
เพราะต่อให้เรามีระบบเทรดที่ดี แต่เราไม่ได้ทำตาม
มันจะไม่สามารถวัดผลอะไรได้เลย แล้วก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ ที่จะประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้
.
โดยส่วนตัวผมเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการเทรดตั้งแต่ปี 2557 จนมาถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 11 ปี
.
ในช่วง 7 ปีแรกคือเละมากๆ เทรดเสียมาโดยตลอด
กำไรไม่เคยได้ถอน มีแต่ต้องเติมเงินเข้าพอร์ตอยู่เสมอ
.
แต่ก็มาเริ่มดีขึ้นในช่วงปีที่ 8 เพราะมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดครั้งใหญ่ในช่วงของปีที่ 8 นี้
.
เดี๋ยวหาโอกาสแชร์ประสบการณ์ให้แบบเต็มๆครับ
ว่าที่ผ่านมาต้องเจอกับอะไรบ้าง และผมมีแนวคิดอย่างไร ถึงยังสามารถยืนระยะอยู่ในตลาดได้จนถึงปัจจุบัน 🙂🙂🙂

.
.
#IUX
#GJDaytrade

https://www.facebook.com/share/p/15opkvziTg/
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »


โลโก้ NotebookLM
กลยุทธ์เทรดหุ้นแบบ Mark Minervini
แหล่งข้อมูล
แชท
สตูดิโอ
🥇
กลยุทธ์เทรดหุ้นแบบ Mark Minervini
แหล่งที่มา 20 แห่ง
แหล่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ให้ภาพรวมเกี่ยวกับ หลักการและกลยุทธ์การเทรดหุ้นของ Mark Minervini ผู้ชนะการแข่งขัน U.S. Investing Championship ซึ่งเน้นย้ำว่าการเทรดเป็นธุรกิจที่ต้องมี แผนการ และ การบริหารความเสี่ยง ที่ชัดเจน โดยระบุถึง องค์ประกอบสำคัญของแผนการเทรด เช่น จุดเข้าซื้อ จุดตัดขาดทุน และการจัดการขนาดสถานะ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง พฤติกรรมของหุ้นผู้ชนะ และ สัญญาณเตือนที่ควรระวัง หลังการเบรกเอาท์ รวมถึงเน้นความสำคัญของการ จดบันทึกการเทรด และการ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเรียนรู้จากความผิดพลาด

เทคนิคของmark minervini

Mark Minervini เป็นที่รู้จักในฐานะนักเทรดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยได้พัฒนาเทคนิคและกลยุทธ์การเทรดที่เป็นระบบของตัวเอง ระบบหลักของเขาเรียกว่า SEPA (Specific Entry Point Analysis) ซึ่งเป็นเทคนิคที่รวมการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคเข้าด้วยกัน เป้าหมายของ SEPA คือการค้นหาหุ้นที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนสูง (Super Performance) และระบุจุดเข้าซื้อที่แม่นยำ โดยมีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูง Mark ต้องการที่จะซื้อหุ้นแล้วทำกำไรได้ในทันที
เทคนิคที่สำคัญบางส่วนของ Mark Minervini ที่กล่าวถึงในแหล่งข้อมูล ได้แก่:

SEPA (Specific Entry Point Analysis) เป็นระบบการเทรดที่เขาค้นพบหลังจากอยู่ในตลาดมานานกว่า 30 ปี ระบบนี้ผสมผสานการบริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์ตนเอง และความมุ่งมั่นเข้าไว้ด้วยกัน และให้ผลตอบแทนมากกว่าปกติในทุกตลาด SEPA เน้นการวิเคราะห์ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เพื่อหาหุ้น Super Performance และจุดเข้าที่แน่นอนซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูง

Volatility Contraction Pattern (VCP) เป็นรูปแบบราคาหุ้นที่ Mark Minervini ใช้ในการหาโอกาสที่ราคาจะ Breakout รูปแบบ VCP เกิดขึ้นเมื่อความผันผวนและปริมาณการซื้อขายค่อยๆ ลดลง สร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า "แนวต้านที่น้อยที่สุด" (line of least resistance) แนวคิดหลักเบื้องหลัง VCP คือ การย่อตัวของราคาในแต่ละครั้งจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดกรอบราคาที่แคบลง เนื่องจากแรงขายเริ่มหมดไป ขณะที่แรงซื้ออาจกำลังก่อตัวขึ้น ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการ Breakout การ Breakout ที่แข็งแกร่งพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณการเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบันและบ่งชี้ถึงศักยภาพในการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง VCP เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของ Mark เพื่อให้ได้ "superperformance" ในหุ้น Mark อธิบายว่าสาเหตุที่เกิด VCP ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนที่ติดหุ้นอยู่ที่ราคาสูงๆ และต้องการขายออกเมื่อราคากลับมาที่จุดคุ้มทุน ทำให้เกิดแรงขายกดราคาไว้

Trend Template เป็นเทคนิคที่ใช้ในการสแกนหาหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง การสแกนนี้จะกำหนดเป้าหมายไปที่หุ้นที่มีแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งในช่วง 3 หรือ 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของหุ้นในสไตล์ Minervini ควรเริ่มต้นด้วยหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนก่อน แล้วจึงนำ Relative Strength มาใช้เพื่อคัดกรองหาหุ้นที่มีรูปแบบ VCP ที่ดีที่สุด

Relative Strength (RS) เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เขาใช้ เขาให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์กราฟก่อนปัจจัยพื้นฐาน และยินดีที่จะพิจารณาซื้อหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่ชัดเจนนัก แต่ราคายืนได้ดีกว่าตลาดโดยเฉลี่ย (Relative strength) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 2% ของผู้นำตลาด การพุ่งขึ้นของเส้น RS (relative strength line) มักเกิดขึ้นก่อนที่หุ้นจะทำฐานราคาที่ดีตามรูปแบบ VCP

MVP Indicators ใช้เพื่อพิจารณาว่าเมื่อใดที่ไม่ควรขายหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปสูงแล้ว ตัวชี้วัดเหล่านี้ประกอบด้วย: Momentum (หุ้นปรับตัวขึ้น 12 จาก 15 วันล่าสุด), Volume (ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับ 15 วันล่าสุด) และ Price (ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 20% หรือมากกว่า ในช่วง 15 วันทำการล่าสุด)

Squat (Reversal Recovery) เป็นรูปแบบที่บางครั้งหุ้นที่ Breakout จะย่อตัวลงมาปิดต่ำกว่าราคาสูงสุดของวัน (เกิดไส้เทียนด้านบน) ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปใหม่ในภายหลัง ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 วัน หรือบางครั้งถึง 10 วันทำการ แนะนำให้รอและอย่ารีบตัดสินใจ แต่ถ้าหากราคาตกถึงจุด Stop Loss ที่ตั้งไว้ ก็ต้องดำเนินการตามแผน

Follow-Through Buying หลังจากที่ราคาหุ้น Breakout ออกจากฐาน สิ่งแรกที่ควรเห็นคือการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหลายวัน พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น นี่เป็นวิธีในการแยกแยะแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันออกจากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อยทั่วไป

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Mark Minervini เขาเน้นย้ำให้คิดถึงความเสี่ยงก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง เขาได้ตั้งปณิธานกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้ขาดทุนเกิน 8% เด็ดขาด ซึ่งเขาเรียกสิ่งนี้ว่า "การวาดเส้นบนผืนทราย" (Drew a line in the sand) และยังคงซื่อสัตย์ต่อคำสัญญานี้มาตลอด 30 ปี การตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัดในขณะที่เสียหายน้อย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง อย่าปล่อยให้ขนาดความสูญเสียขยายใหญ่เกินกว่ากำไรเฉลี่ย การเทรดโดยไม่มี Stop Loss เปรียบเหมือนการขับรถโดยไม่เหยียบเบรก

จุดเข้าและออก (Entry and Exit Points) การระบุจุดเข้าที่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของระบบ SEPA เป้าหมายของเขาคือการซื้อหุ้นแล้วสามารถทำกำไรได้ในทันที หากไม่เห็นกำไรในเวลาอันรวดเร็วหลังจากซื้อหุ้น เขาก็มีแนวโน้มที่จะขายหุ้นออกไป เขากำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ตั้งแต่เวลาที่ซื้อหุ้น ถ้าราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปได้ 2 เท่าจากจุด Stop Loss ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาเพื่อป้องกันเงินทุน และเมื่อราคาขึ้นไปอีกเยอะ ควรเลื่อนขึ้นไปเพื่อป้องกันกำไร เขามีกฎเกณฑ์สำหรับการขายหุ้นในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งและการเก็บกำไรเมื่อได้มาพอสมควรแล้ว และรู้วิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
นอกเหนือจากเทคนิคทางเทคนิคและกลยุทธ์การเข้า/ออก เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผน วินัย และทัศนคติ:

การวางแผนและวินัย การเทรดคือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่ต้องใช้เงินลงทุนจริงและต้องมีแผนการเทรด ควรเตรียมแผนสำรองฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ราคาหุ้นเคลื่อนไหวสวนทาง หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ความสำเร็จในระยะยาวมาจากการมีวินัยและความสามารถในการทำตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดีอย่างต่อเนื่อง เขาเน้นการพึ่งพาตนเอง ทำการบ้านเอง และรับผิดชอบตัวเอง ไม่ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของผู้อื่น ต้องตัดสินใจอย่างแน่วแน่ การฝึกฝนต้องเป็นการ "ฝึกฝนอย่างลึกซึ้ง" (deliberate practice) ที่มีการนำผลลัพธ์และข้อคิดเห็นมาปรับปรุงแก้ไขตนเอง ไม่ใช่แค่การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ ต้องยอมรับความล้มเหลวในฐานะครูผู้ให้บทเรียน และเรียนรู้จากผลลัพธ์ของตัวเอง ความเชี่ยวชาญต้องใช้การเสียสละ ต้องจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายและโฟกัสไปทีละเรื่อง

ทัศนคติและจิตวิทยา ต้องคิดและเทรดอย่างแชมป์เปี้ยน ผู้ชนะจะมองหาบุคคลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จและวางแผนเพื่อไปสู่ความสำเร็จ ต้องมีความเชื่ออย่างแท้จริงว่าชัยชนะเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เขาเชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากพรสวรรค์หรือการศึกษาสูง แต่มาจากการทำงานหนัก ความทุ่มเท และแรงปรารถนา ความหลงใหลอยู่เหนือรางวัลที่เป็นตัวเงิน หนึ่งในคำพูดสำคัญของเขาคือ "เคารพความเสี่ยง!" ซึ่งเป็นวิธีการกระตุ้นเตือนตัวเองให้กล้ายอมรับว่าตนเองสามารถทำลายตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาเรียนรู้จากความผิดพลาดอย่างจริงจังและวิเคราะห์การเทรดที่ล้มเหลวของตนเอง การทำเงินสำคัญกว่าการทำถูกเสมอ อย่าปล่อยให้อีโก้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อย่าจมอยู่กับความรู้สึกเสียดาย หรืออยู่ในภาวะตัดสินใจไม่ได้ ต้องควบคุมความกลัวและความโลภ ความรู้สามารถช่วยเอาชนะความกลัวได้

การศึกษาด้วยตนเอง เขาเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนด้วยการศึกษาด้วยตัวเองจากหนังสือและงานของนักลงทุนชั้นนำในอดีต เขาอ่านหนังสืออย่างหนักและจริงจัง และเชื่อว่าการศึกษาด้วยตนเองจะช่วยให้คุณมั่งคั่ง เขาเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งที่ประสบความสำเร็จและที่ล้มเหลวของตัวเอง

การเลือกและโฟกัส เขาเชื่อว่าไม่สามารถเป็นนักลงทุนที่เก่งที่สุดได้ในทุกสไตล์การลงทุนพร้อมกัน เช่น หุ้นคุณค่า หุ้นเติบโต หรือการเทรดระยะสั้น/ยาว การพยายามทำทั้งหมดจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาในระดับปานกลาง ควรเลือกสไตล์การเทรดที่เฉพาะเจาะจงและมีความเชี่ยวชาญในสไตล์นั้นๆ

ข้อได้เปรียบของผู้เล่นรายย่อย Mark Minervini เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย เขาเชื่อว่านักลงทุนรายย่อยมีข้อได้เปรียบอย่างมากเหนือกว่านักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องของสภาพคล่องและความรวดเร็วในการตัดสินใจและเข้า/ออกจากการซื้อขายได้ทันที รวมถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้วยการใช้จุดขายตัดขาดทุนที่แม่นยำกว่า
สรุปได้ว่า เทคนิคของ Mark Minervini ไม่ได้มีเพียงชุดเครื่องมือทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงระบบการคิด การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด วินัยที่แข็งแกร่ง และทัศนคติของผู้ชนะที่เรียนรู้จากทุกประสบการณ์.
แนวคิดหลักและกลยุทธ์สำคัญที่ Mark Minervini ใช้ในการเทรดคืออะไรบ้าง

Mark Minervini เป็นนักเทรดชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง เขาเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการลงทุนตั้งแต่อายุประมาณ 18 ปี โดยศึกษาด้วยตัวเองจากหนังสือและงานของนักลงทุนชั้นนำอย่าง Jesse Livermore, William O’Neil และ Richard Wyckoff แม้จะเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยและลองผิดลองถูก เขาไม่ประสบความสำเร็จในทันทีและแทบจะไม่ได้กำไรเลยในช่วง 6 ปีแรก อย่างไรก็ตาม เขาใช้เวลาหลายปีในการทดลองกลยุทธ์ต่างๆ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง
แนวคิดหลักและกลยุทธ์สำคัญที่ Mark Minervini ใช้ในการเทรด ได้แก่:
1.
ปรัชญาการเทรดและการมุ่งสู่ความสำเร็จ

เขาเชื่อว่าทุกคนมีดีพอที่จะประสบความสำเร็จได้ หากมีความเพียรพยายามและมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ความสำเร็จไม่ได้มาจากพรสวรรค์หรือวุฒิการศึกษาระดับสูง แต่เริ่มต้นจากการเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าชัยชนะคือสิ่งที่คุณเลือกได้

การเทรดเปรียบเสมือนการทำธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน ความหวังไม่ใช่แผน การไม่มีแผนจะทำให้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ

ต้องยอมรับว่าตนเองยังไม่เก่งในตอนแรก แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จได้ ต้องทำงานหนักและถ่อมตัว ตลาดจะสอนให้รู้ว่าต้องทำอย่างไรหากไม่ถ่อมตัว

ความสำเร็จในตลาดหุ้นระยะยาวมาจากวินัย ความสามารถในการทำตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อต้านตัวเอง

เป้าหมายของเขาคือการเป็นนักเทรดระดับสุดยอดของโลก โดยเชื่อว่าหากทำได้ เงินทองและชื่อเสียงก็จะตามมาเอง ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาจากการตัดสินใจที่จะลืมเรื่องตัวเงิน และให้ความสำคัญกับการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

การฝึกฝนที่สมบูรณ์แบบต่างหากที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ การฝึกฝนอย่างไม่ถูกต้องจะนำไปสู่ความสำเร็จเพียงบางครั้ง แต่จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องและจะกลายเป็นผู้แพ้ในที่สุด
2.
กลยุทธ์ SEPA (Specific Entry Point Analysis)

SEPA เป็นกลยุทธ์ที่ Mark Minervini พัฒนาขึ้นและเป็นเทคนิคที่วิเคราะห์ทั้งปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และปัจจัยทางเทคนิค (Technical)

เป้าหมายของ SEPA คือการค้นหาหุ้นที่มีศักยภาพเป็น Super Performance Stock และระบุจุดเข้าซื้อที่แน่นอนซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูง เขามุ่งหวังที่จะซื้อหุ้นแล้วสามารถทำกำไรได้ในทันที

กระบวนการคัดกรองหุ้นด้วย SEPA จะกรองหุ้นผ่านข้อมูลปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค โดยมีเทมเพลตในการกรอง จากนั้นจึงนำหุ้นที่ผ่านการกรองมาดูรายละเอียด เช่น กำไรและยอดขาย, อัตราเร่งของกำไรและยอดขาย, การประเมินกำไรในอนาคต, ความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม, ตัวเร่งกำไรของหุ้น, ความแข็งแกร่งของราคาหุ้นเทียบกับตลาด (Relative Strength), ลักษณะของกราฟ และปริมาณการซื้อขาย (Volume)

เขาเป็นนักลงทุนแนว Techno-Fundamental ซึ่งเป็นการผสมผสานข้อดีของการวิเคราะห์หุ้นทั้งสองแบบ แม้จะให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์ทั้งสองส่วนเท่ากัน (50-50) เขาก็จะไม่เสี่ยงกับหุ้นที่มีพื้นฐานดีแต่ราคาไม่วิ่ง และยินดีพิจารณาซื้อหุ้นที่พื้นฐานยังไม่ชัดเจนนัก แต่มี Relative Strength ที่แข็งแกร่งกว่าตลาดเฉลี่ย
3.
เทคนิคสำคัญอื่นๆ

VCP (Volatility Contraction Pattern): เป็นรูปแบบราคาที่ Mark Minervini ค้นพบ รูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อความผันผวนและปริมาณการซื้อขายของหุ้นค่อยๆ ลดลง ทำให้เกิดการหดตัวของช่วงราคาในแต่ละครั้งที่ย่อตัวลง โดยการย่อตัวแต่ละครั้งจะแคบลงกว่าเดิม การหดตัวนี้บ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มลดลง ขณะที่แรงซื้ออาจกำลังสะสมตัว เตรียมพร้อมสำหรับการ Breakout (การทะลุผ่านแนวต้าน) VCP เป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์การทำ Superperformance ของเขา รูปแบบ VCP ที่คลาสสิกมักมีการหดตัว 2 ถึง 6 ครั้ง และมีประสิทธิภาพสูงสุดในหุ้นที่เป็นขาขึ้นอยู่แล้ว โดยทำหน้าที่เป็นรูปแบบการต่อเนื่องของแนวโน้ม

Trend Template: เป็นเทคนิคที่ใช้ค้นหาหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง Minervini มักจะมองหารูปแบบ VCP ในหุ้นที่อยู่ใน Trend Template

Relative Strength (RS): เขาให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของราคาหุ้นเทียบกับตลาด มักจะมองหาหุ้นที่อยู่ในกลุ่มผู้นำตลาด (Top 2% Leaders) ที่แสดงความแข็งแกร่งกว่าตลาดเฉลี่ย หุ้นที่ดีที่สุดมักจะทำจุดต่ำสุดก่อนดัชนีตลาดโดยรวม

Follow-Through Buying: สังเกตแรงซื้อที่ต่อเนื่อง หลังจากหุ้น Breakout ออกจากฐาน ราคาควรจะขึ้นได้ต่อเนื่องหลายวันพร้อมกับวอลุ่มเทรดที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีแยกแยะแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน

MVP Indicators: เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ดูว่าไม่ควรขายหุ้นที่ขึ้นไปสูงแล้วเมื่อเข้าเงื่อนไข โดยพิจารณาจาก Momentum (ราคาปิดบวกมากกว่าปิดลบในช่วงที่กำหนด), Volume (วอลุ่มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา) และ Price (ราคาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา)
4.
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

เขาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเป็นอันดับแรก การเทรดโดยไม่มี Stop Loss เปรียบเหมือนการขับรถโดยไม่เหยียบเบรก

ต้องกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เลยเมื่อทำการซื้อหุ้น หากราคาหุ้นวิ่งขึ้น ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาเพื่อป้องกันเงินทุนและกำไร

อย่าพยายามถัวเฉลี่ยเมื่อหุ้นขาดทุน ควรตัดขาดทุนทั้งหมดเมื่อเสียเงินจำนวนน้อยไว้ก่อน

อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นการขาดทุน ควรขายออกที่ราคาเท่าทุนเป็นอย่างน้อยหากจำเป็น

ต้องมีแผนฉุกเฉินรองรับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ระดับราคาที่ต้องขายเมื่อหุ้นดิ่งแรง, เกณฑ์การขายแบบ Selling into Strength (ขายเมื่อราคาพุ่งแข็งแกร่ง) และ Selling into Weakness (ขายเมื่อหุ้นเริ่มอ่อนแอเพื่อปกป้องกำไร), และวิธีรับมือกับเหตุการณ์ร้ายแรงภายใต้ความกดดัน

เขาเตือนตัวเองทุกเช้าก่อนตลาดเปิดทำการด้วยประโยคว่า "มาร์ค.. นายยังมีศักยภาพในการทำร้ายตัวเองได้อย่างสาหัสเหมือนเคยนะวันนี้" เพื่อกระตุ้นเตือนให้กล้ายอมรับว่าตนเองสามารถทำลายตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ และจดจำคำว่า "เคารพความเสี่ยง!" ไว้ขึ้นใจ
5.
จิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง

ความสามารถในการควบคุมอารมณ์เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสามารถควบคุมความกลัวและความโลภของตนเองได้ดี ต้องพัฒนาหลักการซื้อขายของตนเองและปฏิบัติตามแนวทางนั้น โดยขจัดความกลัวและความโลภออกไป

ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต การหาข้อมูล เรียนรู้จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ติดตามข่าวสาร เข้าร่วมสัมมนา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ

การทดลองและลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองเป็นวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ประสบการณ์จากการทดลองช่วยลดผลกระทบทางอารมณ์ในอนาคต

ต้องประเมินผลการเทรดของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดและเตรียมตัวสำหรับการเทรดครั้งต่อไป
6.
ข้อได้เปรียบของนักลงทุนรายย่อย

Mark Minervini เชื่อว่านักลงทุนรายย่อยมีข้อได้เปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องของสภาพคล่องและความรวดเร็ว

นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าร่วมการลงทุนในหุ้นที่แสดงแนวโน้มราคาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีกระบวนการขออนุมัติจากคณะกรรมการหรือข้อจำกัดด้านการกระจายความเสี่ยง สามารถให้ความสนใจกับรายชื่อหุ้นจำนวนน้อยที่ถูกเลือกมาอย่างดี และจำกัดความเสี่ยงได้ดีกว่าด้วยการวางจุดขายตัดขาดทุน

สามารถเริ่มต้นการเทรดด้วยเงินทุนก้อนเล็กได้
Mark Minervini ได้พิสูจน์กลยุทธ์ของเขาด้วยการชนะการแข่งขัน U.S. Investing Championship ถึงสองครั้งในปี 1997 ด้วยผลตอบแทน 155% และในปี 2021 ด้วยผลตอบแทน 334.8% ซึ่งเป็นการทำสถิติใหม่ในหมวดหุ้นมูลค่ากว่า 1,000,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ เขายังสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 220% ต่อปีระหว่างปี 1994 ถึง 2000 โดยเพิ่มเงินทุนจาก 100,000 ดอลลาร์เป็น 30 ล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี
กลยุทธ์และแนวคิดเหล่านี้ถูกอธิบายไว้ในหนังสือหลายเล่มของเขา เช่น Trade Like a Stock Market Wizard, Think and Trade Like a Champion, Momentum Master, และ Mindset Secrets for Winning
การบริหารความเสี่ยงและการจัดการเงินทุนตามแนวทางของ Minervini มีลักษณะอย่างไร

ตามข้อมูลในแหล่งที่ให้มา Mark Minervini ให้ความสำคัญอย่างมากกับการบริหารความเสี่ยงและการจัดการเงินทุน โดยมองว่าการเทรดคือธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจริง และแผนการจึงมีความสำคัญ. เขาเชื่อว่า หุ้นแต่ละตัวไม่สามารถจัดการตัวเองได้ เราในฐานะนักเทรดต่างหากที่เป็นผู้จัดการที่ต้องปกป้องเงินลงทุนที่หามาได้อย่างยากลำบาก.
หลักการบริหารความเสี่ยงและการจัดการเงินทุนตามแนวทางของ Minervini มีลักษณะดังนี้:

การคิดถึงความเสี่ยงก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง: เป็นหัวใจสำคัญในแนวคิดของเขา.

การป้องกันการขาดทุนครั้งใหญ่: เขาเน้นย้ำว่า การไม่ขาดทุนครั้งใหญ่ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการได้มาซึ่งชัยชนะครั้งใหญ่.

การใช้จุดตัดขาดทุน (Stop Loss):

Minervini มองว่า การเทรดโดยไม่มี Stop Loss ก็เหมือนกับการขับรถโดยไม่เหยียบเบรก.

นักเทรด ต้องกำหนดจุดขาดทุน (Stop Loss) ทันทีที่ซื้อหุ้น.

เมื่อราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปได้ในระดับหนึ่ง ควร เลื่อน Stop Loss ขึ้นมาเพื่อป้องกันเงินทุน.

หากราคาหุ้นขึ้นไปอีกเยอะ ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นไปอีกเพื่อ ป้องกันกำไร.

เขากล่าวว่า ยิ่งคุณใช้จุดตัดขาดทุนแคบเท่าไหร่ จังหวะการเข้าซื้อของคุณต้องมีความแม่นยำมากขึ้นด้วย.

การตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว: Minervini มีปรัชญาพื้นฐานคือการ ตัดขาดทุนให้เร็วที่สุดเมื่อรู้ว่าคิดผิด. นี่หมายถึงการยอมรับการขาดทุนเพียงเล็กน้อยเพื่อรักษาเงินทุนส่วนใหญ่ที่หามาได้อย่างยากลำบากไว้. การดื้อดึงมากเกินไปมักจะพาให้คนขาดทุนหนัก.

การหาจุดเข้าที่มีความเสี่ยงต่ำ: วิธีหนึ่งที่จะทำให้โอกาสถูก Stop Loss ยากขึ้น คือการหา จุดซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำ (low risk entry point) เช่น ฐานราคาแบบ VCP (Volatility Contraction Pattern).

การวางแผนสำหรับสถานการณ์ต่างๆ: ควรมีแผนการสำหรับสถานการณ์ดังนี้:

ถ้าหุ้นวิ่งสวนทางกับสถานะ จะตัดขาดทุนตอนไหน.

กรณีที่ขายตัดขาดทุนไปแล้ว หุ้นควรมีพฤติกรรมอย่างไรจึงจะพิจารณาซื้อกลับมาใหม่.

กฎเกณฑ์สำหรับการขายหุ้นช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (selling into strength) และการเก็บกำไร.

เมื่อไหร่ถึงจะขายหุ้นที่เริ่มอ่อนแอ เพื่อปกป้องกำไร.

วิธีรับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่ต้องลงมืออย่างรวดเร็วและเด็ดขาดภายใต้สถานการณ์กดดัน.

การโฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้: เขาระบุว่าสิ่งที่เราควบคุมได้ในการเทรดมีเพียง 4 อย่าง คือ ซื้ออะไร ซื้อเท่าไหร่ ซื้อตอนไหน และขายตอนไหน. ควรโฟกัสและทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปที่สิ่งเหล่านี้เพื่อจัดการกับความเสี่ยง.

การจัดการขนาดการเทรด (Position Sizing): เป็นสิ่งจำเป็นที่ยอดเทรดเดอร์ต้องมี. Minervini แนะนำให้ เริ่มเทรดจากขนาดเล็กน้อยก่อนจะเทรดขนาดใหญ่.

การรักษาอัตราส่วน Reward/Risk: ควรให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราส่วนนี้ไว้.

การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด: เขาใช้เวลาหลายปีในการทดลองกลยุทธ์ต่างๆ และ เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง. เขาเน้นว่าต้องวิเคราะห์การเทรดที่ล้มเหลวและเรียนรู้จากมัน อย่าพยายามลืมความพ่ายแพ้.

การปกป้องสภาพจิตใจ: เป็นกฎข้อหนึ่งที่สามารถใช้ได้กับทุกกลยุทธ์. อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกเสียดาย หรือตกอยู่ในภาวะตัดสินใจไม่ได้.

ข้อได้เปรียบของนักลงทุนรายย่อย: Minervini ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนรายย่อยมีข้อได้เปรียบมหาศาลเหนือสถาบัน โดยเฉพาะในเรื่องของการจำกัดความเสี่ยงที่สามารถทำได้ดีกว่า ด้วยการวางจุดขายตัดขาดทุนโดยมีความคลาดเคลื่อนน้อยหรือไม่มีเลย.
โดยสรุปแล้ว แนวทางการบริหารความเสี่ยงและการจัดการเงินทุนของ Mark Minervini เน้นการวางแผนล่วงหน้า การใช้จุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัด การตัดขาดทุนเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว การหาจุดเข้าที่มีความเสี่ยงต่ำ การจัดการขนาดการเทรด การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และการควบคุมอารมณ์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการปกป้องเงินทุนเพื่อให้อยู่รอดในตลาดได้ในระยะยาว.
สิ่งจำเป็นที่เทรดเดอร์ต้องมีเพื่อประสบความสำเร็จตามที่ Minervini เน้นย้ำคืออะไร

ตามแนวทางของ Mark Minervini สิ่งจำเป็นที่เทรดเดอร์ต้องมีเพื่อประสบความสำเร็จมีหลายประการ โดยพื้นฐานแล้วเขาเน้นย้ำว่า "การเทรด" คือการทำธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่ต้องใช้เงินลงทุนจริงในการดำเนินงาน แผนการจึงสำคัญ และ หุ้นแต่ละตัวจัดการตัวเองไม่ได้ เราในฐานะนักเทรดต่างหากที่เป็นผู้จัดการที่ต้องปกป้องเงินลงทุนที่หามาได้อย่างยากลำบาก
สิ่งจำเป็นที่เทรดเดอร์ต้องมีตามที่ Minervini เน้นย้ำจากแหล่งข้อมูล ได้แก่:

การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและพร้อมรับสถานการณ์ต่างๆ: เทรดเดอร์ต้องเตรียมแผนการล่วงหน้าสำหรับสถานการณ์ต่างๆ เช่น จะตัดขาดทุนตอนไหนหากหุ้นวิ่งสวนทาง, จะพิจารณาซื้อกลับเมื่อใดหลังตัดขาดทุน, กฎเกณฑ์ในการขายหุ้นช่วงราคาแข็งแกร่งเพื่อเก็บกำไร, เมื่อไหร่จะขายหุ้นที่เริ่มอ่อนแอเพื่อปกป้องกำไร, และวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วภายใต้สถานการณ์กดดัน หากไม่มีแผน จะทำให้ลังเลและตัดสินใจไม่ได้

การคิดถึงความเสี่ยงก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง: นี่คือหัวใจสำคัญในแนวคิดของเขา

การบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): Minervini มองว่าการเทรดโดยไม่มี Stop Loss ก็เหมือนการขับรถโดยไม่เหยียบเบรก เทรดเดอร์ต้องกำหนดจุดตัดขาดทุนทันทีที่ซื้อหุ้น และควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นเพื่อป้องกันเงินทุนหรือกำไรเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้น

การตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว: ยอมรับการขาดทุนเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าคิดผิด เพื่อรักษาเงินทุนส่วนใหญ่ไว้ เขาเชื่อว่าการดื้อดึงมากเกินไปมักพาคนขาดทุนหนัก

การป้องกันการขาดทุนครั้งใหญ่: Minervini เน้นย้ำว่า "การไม่ขาดทุนครั้งใหญ่ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการได้มาซึ่งชัยชนะครั้งใหญ่" นี่คือหนึ่งใน "ค่าเล่าเรียน" ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการศึกษาจากหนังสือของเขา

การจัดการขนาดการเทรด (Position Sizing): เป็นสิ่งจำเป็นที่ยอดเทรดเดอร์ต้องมี Minervini แนะนำให้เริ่มเทรดด้วยขนาดเล็กน้อยก่อนจะเทรดขนาดใหญ่

การหาจุดเข้าที่มีความเสี่ยงต่ำ (low risk entry point): หนึ่งในวิธีที่จะทำให้โอกาสถูก Stop Loss ยากขึ้นคือการหาจุดซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ฐานราคาแบบ VCP (Volatility Contraction Pattern) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ SEPA ของเขาที่มุ่งหาจุดเข้าที่แม่นยำและรักษาเงินต้น

การมีจิตวิทยาการเทรดที่แข็งแกร่งและการควบคุมอารมณ์: อารมณ์ (เช่น ความกลัว ความโลภ) ความคิดเห็น และอีโก้ เป็นกับดักอันตรายที่ทำให้เทรดเดอร์ทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่มีเหตุผล เทรดเดอร์ต้องมีวินัยในการซื้อขายตามแผน และสามารถควบคุมและกำหนดอารมณ์ของตนเองเมื่อพบกับความท้าทาย เขาเน้นว่าการปกป้องสภาพจิตใจเป็นกฎข้อหนึ่งที่ใช้ได้กับทุกกลยุทธ์ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกเสียดาย หรือตกอยู่ในภาวะตัดสินใจไม่ได้ ความสำเร็จในตลาดหุ้นต้องใช้ความสามารถในการทำตามแผนที่วางไว้แล้วเป็นอย่างดีได้อย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อต้านตัวเอง

ความเชื่อมั่นในตนเอง แรงปรารถนา และความมุ่งมั่น: Minervini เชื่อว่าทุกคนมีดีพอที่จะสำเร็จได้ถ้าเพียรพยายามและมุ่งมั่นจริงจัง การจะเป็นเทรดเดอร์ระดับแชมป์เปี้ยนไม่ได้เกี่ยวกับพรสวรรค์หรือการศึกษา แต่เริ่มต้นจากการมีความเชื่ออย่างแท้จริงว่าชัยชนะเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ ผู้ชนะมีแรงปรารถนาที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีที่สุด และไม่ยอมแพ้แม้จะเคยล้มเหลว

การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการวิเคราะห์ข้อผิดพลาด: เขาใช้เวลาหลายปีในการทดลองกลยุทธ์และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง ต้องวิเคราะห์การเทรดที่ล้มเหลวและเรียนรู้จากมัน อย่าพยายามลืมความพ่ายแพ้ ประสบการณ์มาจากการลงมือทำและเรียนรู้จากผลลัพธ์ การฝึกฝนต้องเป็นการฝึกฝนที่สมบูรณ์แบบเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่ทำซ้ำๆ

การโฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้: สิ่งที่เราควบคุมได้ในการเทรดมีเพียง 4 อย่าง คือ ซื้ออะไร ซื้อเท่าไหร่ ซื้อตอนไหน และขายตอนไหน ควรโฟกัสและทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปที่สิ่งเหล่านี้เพื่อจัดการกับความเสี่ยง

การมีความรู้และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่เหมาะสม: Minervini เป็นนักลงทุนแนว Techno-fundamental ที่ผสมผสานการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค เขาสแกนหาหุ้นที่มีลักษณะคล้ายในอดีต และใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น Trend Template, VCP, Relative Strength

การรักษาอัตราส่วน Reward/Risk: ให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราส่วนนี้ไว้

การเลือกสไตล์การเทรดและยึดมั่นในสไตล์นั้น: ไม่สามารถเป็นนักลงทุนที่เก่งที่สุดในทุกสไตล์พร้อมกันได้ ต้องเลือกและเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การพยายามทำทุกอย่างจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาแค่ระดับปานกลาง
โดยสรุปแล้ว การประสบความสำเร็จตามแนวทางของ Mark Minervini ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค แต่ต้องอาศัยแผนการที่ชัดเจน การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด จิตใจที่แข็งแกร่ง และการมีวินัยอย่างต่อเนื่อง
เริ่มพิมพ์...
(20)

NotebookLM อาจแสดงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นโปรดตรวจสอบคำตอบอีกครั้ง
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

โลโก้ NotebookLM
กลยุทธ์เทรดหุ้นแบบ Mark Minervini
แหล่งข้อมูล
แชท
สตูดิโอ
🥇
กลยุทธ์เทรดหุ้นแบบ Mark Minervini
แหล่งที่มา 20 แห่ง
เอกสารหลายแหล่งนี้กล่าวถึง ปรัชญาการเทรด ของ Mark Minervini นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหนังสือ "Think & Trade Like a Champion" แหล่งข้อมูลต่างๆ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ วางแผนการเทรด ที่ชัดเจน รวมถึงจุดเข้า จุดออก การตัดขาดทุน และการบริหารขนาดสถานะ นอกจากนี้ ยังอธิบายถึง พฤติกรรมของหุ้นที่แข็งแกร่ง หลังจาก breakout และ นิสัยที่สำคัญ สำหรับนักเทรดมืออาชีพ เช่น วินัย การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะความกลัวและความโลภ แหล่งที่มาหนึ่งยังกล่าวถึงระบบ SEPA ของ Minervini ซึ่งผสมผสานปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคเข้าด้วยกัน.

กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยาการเทรดตามแนวทาง Mark Minervini คืออะไร?

จากแหล่งข้อมูลที่ให้มา กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยาการเทรดตามแนวทางของ Mark Minervini มีดังนี้:
กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
Mark Minervini พัฒนากลยุทธ์ SEPA (Specific Entry Point Analysis) เพื่อค้นหาหุ้นที่มีผลตอบแทนสูง (Super Performance) และระบุจุดเข้าซื้อที่แม่นยำ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีความเสี่ยงต่ำและได้รับผลตอบแทนสูง SEPA ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการความเสี่ยงในขณะที่สามารถเกาะไปกับแนวโน้มที่แข็งแกร่งของราคาได้
หลักการสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของเขา ได้แก่:

กำหนดจุดตัดขาดทุนเสมอ: ต้องมีการกำหนดจุดตัดขาดทุน (stop-loss) ตั้งแต่เวลาที่ซื้อหุ้น เพื่อจำกัดความสูญเสียให้อยู่ในระดับน้อยตั้งแต่แรก การเทรดโดยไม่มีจุดตัดขาดทุนเปรียบเหมือนการขับรถโดยไม่มีเบรก

ตั้งปณิธานเรื่องการขาดทุน: Mark Minervini ตั้งปณิธานกับตัวเองในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ว่าจะไม่ยอมให้ขาดทุนเกิน 8% เด็ดขาดในแต่ละการเทรด (ยกเว้นกรณีราคาเปิดกระโดดข้ามจุดตัดขาดทุน) เขายังคงซื่อสัตย์ต่อคำสัญญานี้ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

ตัดขาดทุนเร็ว: การยอมรับการขาดทุนเล็กน้อยและตัดขาดทุนทั้งหมดในตอนที่เสียหายน้อยเป็นสิ่งสำคัญ

ห้ามถัวเฉลี่ยขาดทุน: ไม่ควรซื้อหุ้นเพิ่มเมื่อราคาลดลงและคุณกำลังขาดทุน อย่าซื้อหุ้นที่กำลังขาดทุน (ผู้แพ้) เพิ่มเด็ดขาด

ปรับจุดตัดขาดทุนเพื่อป้องกันทุนและกำไร: หากราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปได้ตามที่คาดหวัง ควรเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นมาเพื่อป้องกันเงินทุน เมื่อราคาขึ้นไปมากแล้ว ควรเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปอีกเพื่อป้องกันกำไรที่ได้มา

ขายทำกำไร: ขายเก็บเงินสดเมื่อได้กำไรก้อนงาม

อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน: หากราคาลดลงมา ควรขายออกอย่างน้อยที่ราคาต้นทุน เพื่อป้องกันไม่ให้กำไรที่เคยมีหายไปทั้งหมด

ควบคุมขนาดการลงทุน: ลงทุนเต็มที่เมื่อการเทรดนั้นเป็นไปตามแผนและได้ผลดีเท่านั้น

ระมัดระวังในตลาดอันตราย: อย่าขยันเทรดหรือเทรดหนักในช่วงที่ตลาดโดยรวมมีความเสี่ยงสูง

คิดถึงความเสี่ยงก่อนกำไร: ก่อนจะเข้าเทรด ควรเริ่มด้วยกระบวนการคิดว่า "ผมเสียได้เท่าไหร่?" ไม่ใช่คิดแต่ว่า "ผมจะได้กำไรเท่าไหร่?"

เคารพความเสี่ยง: นี่เป็นสี่คำที่สำคัญที่สุดในการเทรดและเป็นหลักการที่ต้องจดจำขึ้นใจ ความดื้อดึงมากเกินไปนำไปสู่การขาดทุนหนัก
จิตวิทยาการเทรด (Trading Psychology)
Mark Minervini เน้นย้ำถึงความสำคัญของจิตวิทยาและทัศนคติในการเทรด โดยเฉพาะการเรียนรู้จากความผิดพลาด การมีวินัย และการพัฒนาตนเอง

เรียนรู้จากความล้มเหลว: ในช่วง 6 ปีแรกของการเทรด Mark Minervini แทบไม่ได้กำไรเลย และหมดตัวไปถึงสองครั้ง เขาใช้เวลาหลายปีในการทดลองกลยุทธ์ต่างๆ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง การวิเคราะห์การเทรดที่ล้มเหลวช่วยให้เขาพัฒนาตนเอง

ทัศนคติของผู้ชนะ: เขาเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จได้ หากมีความเพียรพยายาม มุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ ความสำเร็จไม่ได้มาจากชะตาฟ้าลิขิต แต่มาจากความแน่วแน่

ความมุ่งมั่นที่จะเป็นเลิศ: Mark มีความท้าทายที่สุดคือการเป็นผู้ชนะ เขาต้องการเป็นอันดับหนึ่งและเป็นนักเทรดระดับสุดยอดของโลก ซึ่งเขาเชื่อว่าเมื่อถึงจุดนั้น เงินจะตามมาเอง

พึ่งพาตนเอง: หลังจากหมดตัวครั้งแรกจากการเชื่อคำแนะนำของโบรกเกอร์ให้ถัวเฉลี่ยหุ้นขาลง เขาตั้งปณิธานว่าจะพึ่งพาตนเอง ทำการบ้านเอง และไม่ซื้อหุ้นตามใครอีก

เอาชนะอีโก้และความกลัว: การหมดตัวครั้งที่สองเกิดจากความกลัวเสียหน้า (อายโบรกเกอร์ที่จะบอกให้ขายหุ้นขาดทุน) เขาเรียนรู้ว่าอีโก้เท่ากับการไม่ตัดขาดทุน และการทำเงินสำคัญกว่าการพยายามทำตัวให้ถูกเสมอ

การศึกษาด้วยตนเอง: แม้จะเรียนจบแค่มัธยมต้น แต่เขาก็อ่านหนังสืออย่างจริงจังและเชื่อว่าการศึกษาด้วยตนเองจะนำไปสู่ความมั่งคั่ง เขาศึกษาจากนักลงทุนชั้นนำในอดีตเพื่อเรียนรู้วิธีคิดของพวกเขา

มีแผนการเทรด: การเทรดคือธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจริง ดังนั้นการมีแผนการจึงสำคัญ การไม่มีแผนจะทำให้ติดอยู่ในสถานการณ์ที่ลังเลและตัดสินใจไม่ได้

มีวินัยและทำตามแผน: ความสำเร็จในระยะยาวมาจากการมีวินัยและความสามารถในการทำตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง ต้องพัฒนาหลักการในการซื้อขายของตนเองและปฏิบัติตามแนวทางนั้น

ควบคุมอารมณ์: นักเทรดที่ประสบความสำเร็จสามารถควบคุมความกลัวและความโลภของตนเองได้ดี ความกลัวทำให้ขายสินทรัพย์เร็วเกินไปและพลาดกำไรก้อนโตได้ ความโลภอาจทำให้รอขายที่ราคาสูงสุดจนพลาดโอกาสและต้องขายขาดทุน การสร้างกลยุทธ์ที่อิงตามตรรกะและความเป็นจริงจะช่วยเอาชนะความโลภได้

ฝึกฝนอย่างสมบูรณ์แบบ: การทำงานหนักไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป ต้องฝึกฝนในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสร้างนิสัยที่ดี เขาไม่นิยมและไม่แนะนำการเทรดบนกระดาษ (paper trading) หากมีเงินลงทุนจริงแล้ว เพราะการเทรดด้วยเงินจริงจะสัมผัสกับความรู้สึกและอารมณ์ภายใต้ความกดดันทางการเงิน ซึ่งแตกต่างจากการฝึกบนกระดาษ

ยอมรับข้อผิดพลาด: มองความผิดพลาดเป็นครูและเรียนรู้จากบทเรียนสำคัญ

การจัดระเบียบตนเอง: เพื่อไปสู่เป้าหมาย ต้องยอมรับว่าตัวเองยังไม่เก่ง แต่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ หาคนที่เก่ง ฟังเขา เลือกกระบวนการที่พิสูจน์แล้ว ลงมือทำทันที สม่ำเสมอ ทลาย comfort zone และมองความผิดพลาดเป็นบทเรียน

ความสอดคล้องระหว่างการกระทำและความเชื่อ: การจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้ การกระทำต้องถูกปรับให้เข้ากับความเชื่อ

การเสียสละ: ความเชี่ยวชาญต้องใช้การเสียสละ ต้องจัดลำดับความสำคัญและไล่ตามทีละเป้าหมาย
โดยรวมแล้ว กลยุทธ์ของ Mark Minervini เป็นการผสมผสานการวิเคราะห์หุ้นทั้งเชิงพื้นฐานและเชิงเทคนิคเข้าด้วยกัน (techno-fundamental) โดยเน้นการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด วินัยในการทำตามแผน และจิตวิทยาที่แข็งแกร่งเพื่อเอาชนะอุปสรรคทางอารมณ์. เขามองว่าการเทรดคือธุรกิจที่ต้องมีแผนและจัดการอย่างมืออาชีพ.
เริ่มพิมพ์...
(20)



NotebookLM อาจแสดงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นโปรดตรวจสอบคำตอบอีกครั้ง
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

โลโก้ NotebookLM
กลยุทธ์เทรดหุ้นแบบ Mark Minervini
แหล่งข้อมูล
แชท
สตูดิโอ
🥇
กลยุทธ์เทรดหุ้นแบบ Mark Minervini
แหล่งที่มา 20 แห่ง
เอกสารหลายแหล่งนี้กล่าวถึง ปรัชญาการเทรด ของ Mark Minervini นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหนังสือ "Think & Trade Like a Champion" แหล่งข้อมูลต่างๆ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ วางแผนการเทรด ที่ชัดเจน รวมถึงจุดเข้า จุดออก การตัดขาดทุน และการบริหารขนาดสถานะ นอกจากนี้ ยังอธิบายถึง พฤติกรรมของหุ้นที่แข็งแกร่ง หลังจาก breakout และ นิสัยที่สำคัญ สำหรับนักเทรดมืออาชีพ เช่น วินัย การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะความกลัวและความโลภ แหล่งที่มาหนึ่งยังกล่าวถึงระบบ SEPA ของ Minervini ซึ่งผสมผสานปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคเข้าด้วยกัน.

ลักษณะและพฤติกรรมราคาหุ้นแบบใด ที่ Minervini ใช้ในการระบุหุ้นผู้ชนะ?

มาร์ค มิเนอร์วินี (Mark Minervini) เป็นนักเทรดที่ใช้แนวทางแบบ Techno-fundamental ซึ่งเป็นการผสมผสานการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเข้ากับการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคและพฤติกรรมราคาหุ้น เพื่อระบุหุ้นที่มีศักยภาพเป็น "หุ้น Super Performance" หรือหุ้นที่จะให้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม. เป้าหมายของเขาคือการหาจุดเข้าซื้อที่แม่นยำซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูง. เขาต้องการเห็นกำไรในทันทีหลังจากซื้อหุ้น หากไม่เห็นกำไรโดยเร็ว เขาก็มีแนวโน้มที่จะขายออกไป.
ลักษณะและพฤติกรรมราคาหุ้นที่ Minervini ใช้ในการระบุหุ้นผู้ชนะตามข้อมูลจากแหล่งที่มา ได้แก่:
1.
ระบบ SEPA (Specific Entry Point Analysis): เป็นกลยุทธ์ที่ Minervini พัฒนาขึ้นจากการศึกษาด้วยตนเองและการทดลองมาหลายปี. ระบบนี้วิเคราะห์ทั้งปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และปัจจัยทางเทคนิค (Technical). ในกระบวนการคัดกรองหุ้นด้วย SEPA:

หุ้นจะถูกคัดกรองจากข้อมูลทั้งด้านพื้นฐานและด้านเทคนิค โดยมีแม่แบบ (template) ในการกรอง.

นำหุ้นที่ผ่านการกรองมาดูรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น กำไรและยอดขาย รวมถึงอัตราเร่งของกำไรและยอดขาย.

ประเมินกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต.

พิจารณาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมของบริษัท.

มองหาปัจจัยที่เป็นตัวเร่งกำไรของหุ้น.

ประเมินความแข็งแกร่งของราคาหุ้นเทียบกับตลาด (Relative Strength).

วิเคราะห์ลักษณะของกราฟราคาและปริมาณการซื้อขาย (Volume).
2.
รูปแบบ VCP (Volatility Contraction Pattern): เป็นรูปแบบราคาที่ Minervini ค้นพบและอธิบายในหนังสือของเขา. รูปแบบนี้ใช้เพื่อหาโอกาสในการ Breakout ที่มีศักยภาพ.

VCP ก่อตัวขึ้นเมื่อความผันผวน (volatility) และปริมาณการซื้อขาย (volume) ค่อยๆ ลดลง สร้าง "แนวต้านที่น้อยที่สุด (line of least resistance)".

หัวใจสำคัญของ VCP คือ การย่อตัวของราคาแต่ละครั้งจะเล็กลงเรื่อยๆ สร้างช่วงราคาที่แคบลง เนื่องจากผู้ขายเริ่มหมดความสนใจ. การหดตัวนี้บ่งบอกว่าแรงขายกำลังลดลง ในขณะที่ความต้องการซื้ออาจกำลังเพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการ Breakout.

เมื่อราคาหุ้น Breakout เหนือรูปแบบนี้ มันสามารถส่งสัญญาณถึงโอกาสในการซื้อที่ดี. Minervini มองหาการ Breakout ที่แข็งแกร่งพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นสัญญาณของการเข้าซื้อโดยนักลงทุนสถาบันและศักยภาพในการเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป. VCP เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ของเขาในการบรรลุ "superperformance". VCP ถือเป็นจุดเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำรูปแบบหนึ่ง.
3.
Relative Strength (ความแข็งแกร่งสัมพัทธ์): เป็นเทคนิคที่ Minervini ใช้. เขาให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีความแข็งแกร่งของราคาเทียบกับตลาดโดยรวม. แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานอาจยังไม่ชัดเจนนัก แต่เขายินดีพิจารณาซื้อหุ้นที่ยืนได้ดีกว่าตลาดเฉลี่ย. การสแกนหุ้นสามารถกำหนดเป้าหมายหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งในช่วง 3 หรือ 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของการตั้งค่าแบบ Minervini.
4.
Trend Template: เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่เขาใช้. การสแกนหุ้นตามแม่แบบแนวโน้ม (Trend Template Scans) เป็นการค้นหาหุ้นที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งในช่วง 3 หรือ 6 เดือนที่ผ่านมา.
5.
Volume (ปริมาณการซื้อขาย): ปริมาณการซื้อขายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวิเคราะห์ของเขา.

ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในระหว่างการหดตัวของ VCP เป็นสิ่งสำคัญ.

ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อ Breakout จาก VCP เป็นสัญญาณยืนยันการเข้าซื้อโดยสถาบัน.

แรงซื้อที่ต่อเนื่อง (Follow-Through Buying) หลังจาก Breakout ควรมาพร้อมกับวอลุ่มเทรดที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีแยกแยะแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันออกจากรายย่อย.

พฤติกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้นหลัง Breakout คือ วอลุ่มน้อยตอนวิ่งออกจากฐาน แต่วอลุ่มเยอะตอนร่วงลงมา.
6.
พฤติกรรมหลัง Breakout:

มองหา Follow-Through Buying คือ หุ้นที่ขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหลายวันพร้อมกับวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นหลัง Breakout ออกจากฐาน.

มีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นหลัง Breakout ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนหรือสัญญาณขาย เช่น การทำ lower low 3-4 ครั้งโดยไม่มีแรงซื้อสนับสนุน, วันที่หุ้นลงมีจำนวนมากกว่าวันที่หุ้นขึ้น, ราคาปิดไม่ดีเยอะกว่าราคาปิดดี, ราคาปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน หรือ 50 วันพร้อมวอลุ่มจำนวนมาก, และการย่อตัวแรงจนกำไรหายหมด.

รูปแบบ Squat (Reversal Recovery) บางครั้งหุ้นอาจย่อลงมาปิดต่ำกว่าจุดสูงสุดของวัน Breakout ก่อนจะพุ่งขึ้นไปใหม่ อาจใช้เวลาหลายวัน ซึ่งต้องรอและปฏิบัติตามแผนหากราคาตกถึงจุด Stop Loss ที่ตั้งไว้.
7.
การตั้งจุด Stop Loss และการจัดการความเสี่ยง: Minervini เน้นย้ำการคิดถึงความเสี่ยงก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง.

กำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันทีเมื่อซื้อหุ้น. การเทรดโดยไม่มี Stop Loss เปรียบเหมือนการขับรถโดยไม่มีเบรก.

เมื่อราคาหุ้นวิ่งขึ้น ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาเพื่อป้องกันเงินทุนและกำไร.

เขาใช้จุดตัดขาดทุนที่ค่อนข้างแคบ ซึ่งหมายความว่าจังหวะการเข้าซื้อต้องมีความแม่นยำสูง.

ไม่ขาดทุนครั้งใหญ่คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการได้มาซึ่งชัยชนะครั้งใหญ่.

ปรัชญาพื้นฐานคือการตัดขาดทุนให้เร็วที่สุดเมื่อรู้ว่าตัดสินใจผิด.

หลีกเลี่ยงการถือสถานะขนาดใหญ่ก่อนมีข่าวสำคัญหรือใกล้ประกาศงบ ยกเว้นจะมีกำไรสะสมมากพอที่จะชดเชยความเสี่ยงได้.
8.
ลักษณะอื่นๆ ของหุ้น:

เขาชอบเล่นเฉพาะหุ้นขาขึ้น.

เขาหลีกเลี่ยงหุ้นราคาต่ำกว่า $12 โดยส่วนใหญ่จะซื้อตั้งแต่ราคา $20 ขึ้นไป.

หุ้นที่เขาเลือกมักเป็นหุ้นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก (โนเนม) โดยกว่า 80% ของหุ้นเหล่านี้เพิ่งเข้าตลาดมาไม่ถึง 10 ปี.

เขามุ่งมั่นที่จะสร้างพอร์ตโฟลิโอด้วยหุ้นที่ดีที่สุดที่ตลาดนำเสนอ และอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาด 2% แรก.
โดยสรุป Minervini ใช้ระบบการเทรดที่เข้มงวดซึ่งรวมการวิเคราะห์พื้นฐานและเทคนิคเข้าด้วยกัน โดยเน้นการหารูปแบบราคาที่มีศักยภาพสูง เช่น VCP ในหุ้นที่เป็นผู้นำตลาด มีแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง และแสดงพฤติกรรมปริมาณการซื้อขายที่สอดคล้องกัน เขามุ่งเน้นการเข้าซื้อที่แม่นยำ มีความเสี่ยงต่ำ และให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดการความเสี่ยงโดยการใช้ Stop Loss อย่างเคร่งครัด.
เริ่มพิมพ์...
(20)



NotebookLM อาจแสดงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นโปรดตรวจสอบคำตอบอีกครั้ง
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

“ผมวิ่งตอนตีสี่เพราะรู้ว่าคู่ต่อสู้ยังหลับอยู่ ซึ่งทำให้ผมมีข้อได้เปรียบ” นี่คือคำตอบของไมค์ ไทสัน เมื่อถูกถามว่าเขาฝึกซ้อมตอนเช้ามืดทุกวันจริงหรือ ไทสันกล่าวเสริมว่า “ถ้าผมพบว่าคู่ต่อสู้คนใดคนหนึ่งของผมวิ่งตอนตี 4 ผมก็จะเริ่มวิ่งตอนตี 2 และถ้าใครซ้อมตอนตี 2 ผมก็จะเลิกนอนไปเลย แล้วซ้อมต่อ”

"ถ้าไม่มีวินัย ไม่ว่าคุณจะมีความสามารถแค่ไหน คุณก็ไม่มีค่าอะไรเลย" – ไมค์ ไทสัน

ไมค์ ไทสัน แชมป์รุ่นเฮฟวี่เวท ถูกตามถ่ายภาพขณะกำลังวิ่งระยะทาง 5-8 กม. ในแต่ละวัน และนักข่าวก็บันทึกภาพการฝึกซ้อมอันเข้มข้นของเขาในปี 1987 ไว้ด้วย
FB_IMG_1746961015879.jpg
FB_IMG_1746961015879.jpg (79.77 KiB) เข้าดูแล้ว 229 ครั้ง
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

FB_IMG_1747073288000.jpg
FB_IMG_1747073288000.jpg (86.99 KiB) เข้าดูแล้ว 226 ครั้ง
😋#หมูผัดหอมใหญ่ เมนูข้าวหมดหม้อ แบบง่ายๆ อร่อยกลมกล่อมมาก

++ส่วนผสมหมูผัดหอมใหญ่ ++ สำหรับ 1-2 ท่าน
หมูสันนอก150-200 กรัม
หัวหอมใหญ่2 ลูก
แม๊กกี้1 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น1 ช้อนชา
น้ำมันหอย1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล1/2 ช้อนชา

#วิธีทำหมูผัดหอมใหญ่

1.เตรียมวัตถุดิบ หมูสันนอกหั่นชิ้นบางๆ หัวหอมหั่นเป็รแว่นๆ เครื่องปรุงรส

2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน นำหัวหอมลงผัดจนหอม

3.นำหมูลงผัดกับหัวหอม พอหมูสุกปรุงรสชาติ
เคล็ดลับ: ใช้ไฟแรงปานกลาง

4.ผัดจนหัวหอมนิ่มเข้าเนื้อ ตักขึ้นใส่ชาม ราดบนข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมากค่ะ


https://www.facebook.com/share/p/1G7ArwoNkd/
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

แหล่งข้อมูลเหล่านี้กล่าวถึงหนังสือ **"The New Trading for a Living" โดย Dr. Alexander Elder** ซึ่งเน้นย้ำว่า **จิตวิทยา การวิเคราะห์ตลาด และการบริหารความเสี่ยง** เป็นสามเสาหลักสู่ความสำเร็จในการเทรด แหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่าการพิมพ์ครั้งใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงจนเกือบจะเป็นหนังสือใหม่ทั้งหมดและดีกว่าเดิม แหล่งข้อมูลต่างๆ อธิบายว่าหนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำในการ **จัดการอารมณ์** ระบุ **แนวโน้มตลาด** และใช้ **ตัวชี้วัดทางเทคนิค** ต่างๆ แหล่งข้อมูลสองแหล่งเน้นย้ำ **กฎ 2% และ 6%** เป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดการเงินเพื่อความอยู่รอดในตลาด โดยรวมแล้ว แหล่งข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าหนังสือของ Elder เป็นคู่มือที่ครอบคลุมสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ โดยให้ **คำแนะนำที่เป็นประโยชน์** และเน้นย้ำถึงความสำคัญของ **การเรียนรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง**
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

หุ้นกลุ่ม Anti-Commodity คือ กลุ่มของบริษัทที่ได้รับผลประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่ปรับตัวลดลง โดยสินค้าโภคภัณฑ์ในที่นี้หมายถึง สินค้าขั้นพื้นฐาน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ สินค้าเกษตร (ข้าวโพด ถั่วเหลือง) โลหะ (เหล็ก ทองแดง) เป็นต้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆ
ทำไมหุ้นกลุ่ม Anti-Commodity ถึงได้ประโยชน์ในช่วงเศรษฐกิจแย่ โรคระบาด หรือสงครามการค้า?
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัว เกิดโรคระบาด หรือมีสงครามการค้า มักจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการโดยรวมลดลง ซึ่งนำไปสู่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงตามไปด้วย
เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง บริษัทในกลุ่ม Anti-Commodity จะได้รับประโยชน์หลักๆ ดังนี้:
* ต้นทุนการผลิตลดลง: บริษัทเหล่านี้มักจะใช้วัตถุดิบที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ในกระบวนการผลิต เมื่อราคาวัตถุดิบลดลง ต้นทุนการผลิตของบริษัทก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้มีกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่สูงขึ้น
* ความสามารถในการทำกำไรสูงขึ้น: ต้นทุนที่ลดลงส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรโดยรวมดีขึ้น แม้ว่ายอดขายอาจจะไม่ได้เติบโตมากนักตามภาวะเศรษฐกิจ
* กระแสเงินสดดีขึ้น: ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงหมายถึงบริษัทใช้เงินสดในการซื้อวัตถุดิบน้อยลง ทำให้มีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) มากขึ้น
* ความน่าสนใจในการลงทุน: ในช่วงที่ตลาดโดยรวมมีความผันผวนและหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง หุ้นกลุ่ม Anti-Commodity ที่มีผลประกอบการดีขึ้นจากต้นทุนที่ลดลง มักจะเป็นที่สนใจของนักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและมองหาหุ้นที่มีความมั่นคง
หุ้นกลุ่ม Anti-Commodity มีอะไรบ้าง?
ตัวอย่างของหุ้นที่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Anti-Commodity ได้แก่:
* กลุ่มโรงไฟฟ้า: โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก เมื่อราคาก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหินลดลง ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะลดลง
* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง: บริษัทที่ผลิตปูนซีเมนต์ เหล็ก หรือวัสดุก่อสร้างอื่นๆ จะได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานและวัตถุดิบโลหะที่ลดลง
* กลุ่มบรรจุภัณฑ์: ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น กระดาษ พลาสติก หรือแก้ว จะมีต้นทุนวัตถุดิบลดลงตามราคาเยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก หรือวัตถุดิบอื่นๆ
* กลุ่มขนส่ง: บริษัทขนส่งทางบก เรือ หรือเครื่องบิน จะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการดำเนินงาน
* กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม: บางบริษัทอาจได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากราคาวัตถุดิบทางการเกษตรที่ลดลง
* กลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภค: หากต้นทุนสินค้าลดลง อาจส่งผลให้มีกำไรมากขึ้น
ข้อควรระวัง:
ถึงแม้หุ้นกลุ่ม Anti-Commodity จะได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง แต่ปัจจัยอื่นๆ ก็ยังคงมีผลต่อผลประกอบการของบริษัท เช่น อุปสงค์ในตลาด การแข่งขัน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
หวังว่าคำอธิบายนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับหุ้นกลุ่ม Anti-Commodity มากขึ้นนะครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม ถามได้เลยครับ
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
รูปประจำตัวสมาชิก
naigod
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5340
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2011, 08:10
Bike: X-FREE by KHS
ตำแหน่ง: สวนใหญ่ นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ

โพสต์ โดย naigod »

FB_IMG_1747175927474.jpg
FB_IMG_1747175927474.jpg (111.04 KiB) เข้าดูแล้ว 220 ครั้ง
ต้มไก่บ้าน เนื้อนุ่มๆเปื่อยๆหอมๆ
**ไก่บ้านต้มน้ำปลาไทยๆ หอมกลิ่นตะไคร้
+++ส่วนผสม+++
ไก่บ้าน ครึ่งตัว
ตะไคร้ทุบ 5 หัว
กระเทียม 5 กลีบ
น้ำเปล่า 1.5 ลิตร
น้ำปลาแท้อย่างดี 1 ทัพพี
ซีอิ๊วขาว 1/2 ทัพพี
น้ำตาลทรายขาว 1/2 ทัพพี
+++ขั้นตอนการทำ+++
1.ใส่น้ำ>ตะไคร้>กระเทียม>น้ำปลา>ซีอิ๊วขาว>น้ำตาลทราย
2.น้ำเริ่มร้อนใส่ไก่ลงไป น้ำเดือด>ตักฟองออก. ต้มไปเรื่อยจนกว่าไก่จะนุ่มดี
+++สูตรน้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลา+++
ส่วนผสม น้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลาสูตรโบราณ
พริกขี้หนู
กระเทียม
น้ำตาลปี๊บ
น้ำมะนาว
น้ำปลา
+++วิธีทำน้ำจิ้มไก่ต้มน้ำปลาสูตรโบราณ+++
-ซอยพริกและกระเทียมแล้วนำไปโขลกเข้าด้วยกันพอหยาบ ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และน้ำปลา ลงไปคนผสมให้ละลายเข้ากัน ตักใส่ถ้วย


https://www.facebook.com/share/p/1CRPRTgqDB/
...สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ.."ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"...
กบนอกกะลา : ธุรกิจรถจักรยานมือสองในประเทศไทย
รวมสูตรอาหารที่ไปอ่านเจอในโซเชียล​ และความรู้ที่ผมสนใจ
Donate PromptPay 0819032006
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”