แล้วไปที่ "หาเพื่อนร่วมทาง" คุณจะเห็นตำแหน่งของแต่ละคนปักเป็นหมุดไว้บนแผนที่ Google Map
อนาคต พวก Bike to work จะสามารถปักหมุดที่บ้านกับที่ทำงานได้ แล้วตัวเว็บเองจะสามารถ Rander หรือก็คือว่าสามารถแสดงเส้นทางที่ใช้ของแต่ละคนได้
นั่นก็คือหมายความว่าสมาชิก Bike to work จะมองเห็นเส้นทางของแต่ละคนได้เลย พร้อมเบอร์ติดต่อของทุกคน พร้อมจุดนัดพบของแต่ละเส้นทาง
มีผลดีก็คือคนที่ยังมีเส้นทางที่ปั่นแบบเดียวดายอยู่ ก็อาจพิจารณาปั่นเข้าเส้นทางที่มีคนใช้เยอะๆ เพื่อความปลอดภัยในขาไปและกลับ
ประโยชน์อีกประการหนึ่งก็คือ คุณจะเห็นว่าเส้นทางไหนมีคนใช้มากที่สุด มันจะส่งผลในอนาคต ตอนที่ถ้าประเทศไทย จะจัดงาน Bike to Work Week คุณก็จะสามารถตั้งจุดให้น้ำและอาหารฟรีในตอนเช้าตอนที่มี Event ให้กับพวก Bike to Work ได้ เพราะมีความจำเป็นต้องเช็คเส้นทางก่อน
มันจะเหมือนกับที่ทำกันในออสเตเรีย และนิวซีแลนด์ และแถบยุโรปครับ แต่ของเค้าใช้วิธีอื่น แต่ของเราไฮเทคกว่าครับ
ทั้งหมดนี้แค่ดึงความสามารถของ Google Map มาใช้โดยไป link กับระบบฐานข้อมูลของชมรมเท่านั้นเอง
ขอเน้นย้ำว่าทั่วโลกตอนนี้พูดถึงเรื่อง Bike to work กันมาก ที่ London ถึงกับยกให้เรื่องนี้เป็น Number 1 ของการรณรงค์ด้านจักรยานเลยทีเดียว
เวลาผมไปประชุมที่ต่างประเทศในเรื่อง Engineering Sustainable Development หรือ การใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาก ที่เพิ่งประชุมเสร็จมาจากมาเลเซียหมาดๆ (ลงเครื่อง 4 ทุ่มเมื่อวานนี้ ประชุมมาราธอน 3 วัน เหนื่ออิอ๋าย) เพื่อนๆที่มาจากหลายประเทศ ก็ได้คุยกันเรื่องนี้พอสมควร
ก็เลยทราบมาว่าองค์การอนามัยโลกกำลังพัฒนา Tool หรือ Software ตัวหนึ่งซึ่งจะสามารถคำนวณออกมาได้เลยว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการที่ รถติด การที่ไม่ออกกำลังกาย หรือก็คือ ไม่ใช้จักรยานไปทำงานมีมูลค่าเป็นเท่าไหร่ น่าสนใจไม้ครับ
บางประเทศ ทางเป็นเขา ไม่เรียบ ปั่นแล้วเหนื่อยมาก เช่น นิวซีแลนด์ เป็นต้น กรุงเทพเรา Smooooooooooth as Silk
บางประเทศคนขับรถยนต์ aggressive ไม่สนใจจักรยาน เช่น บางเมืองในออสเตเรีย ปักกิ่ง ของจีน โดยเฉพาะจีน เจอถ้าคุณเคยไปอยู่หรือไปเที่ยวจะพบว่าเสียงแตรจะดังระงมไปทั่วท้องถนนเลย ทางม้าลายไม่ต้องพูดถึง คนเดินมีหน้าที่หลบรถยนต์ (แต่มีที่ดีก็คือมีทางจักรยานกว้างๆแยกต่างหาก แล้วกั้นด้วยเหล็กไว้เป็นสัดส่วนอย่างดี) ส่วนของบ้านเราภาพโดยรวมแล้วสุภาพกว่าเพราะเราเป็นคนไทย
บางประเทศฝนตกตลอดปี เช่นที่ London ประเทศอังกฤษ ต้องพกร่มออกจากบ้านแทบทุกวัน บ้านเราตกแค่ช่วงสามเดือน ที่เหลือ ร้อน กับ หนาว
บางประเทศมีการเกิดการจี้ชิงทรัพย์มาก อย่างในมหานครปารีส ของประเทศฝรั่งเศส ของเราก็มี แต่น้อยกว่าฝรั่งเศสแน่นอน
เจ๋งสุดที่ ดูไบ ประเทศที่เป็นเศรษฐีน้ำมัน และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย บางครั้งอุณหภูมิร้อนถึงเกือบ 50 C ก็เริ่มแล้วครับ สำหรับ Bike to work http://www.cicle.org/cicle_content/pivo ... php?id=745 จำได้ว่าตอนที่ผมไปทำงานที่นั่นเมื่อสี่ปีก่อน ยังไม่มีใครใช้เลย นอกจากพวกแขกปากีสถานที่ไปทำงานเป็นคนสวนเท่านั้น
ประเทศเหล่านี้ เค้าก็กระเสือกกระสนทำ Bike to Work กันได้อย่างคึกคัก ทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะครับพี่น้อง
***ที่ญี่ปุ่นมีการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมให้เกิดการใช้จักรยานมาตั่งแต่ปี 1964 หรือราวๆ 40 ปีที่ผ่านมา http://www.jbpi.or.jp/english/index.html การผลิตอะไรที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมให้ไปทำนอกประเทศให้หมด โรงงานญี่ปุ่นถึงไปกองอยู่ที่ จีน มาเลย์ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย จะเห็นว่าบ้านเรามีโรงงานพวกนี้เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดไงครับ เพราะเมื่อความต้องการมาเจอกัน แบบหนุ่มบาวสาวปาน ก็ปิงโกเท่านั้นเอง
***อันนี้องค์กรที่ออสเตเรีย http://www.cyclingpromotion.com.au/link ... nisations/ รูปแบบมาจากเนเธอร์แลนด์ และ ฮอลแลนด์
***อันนี้ London ครับ http://www.lcc.org.uk/index.asp?Pageid=118
การไปเอาเงินขององค์กรใด องค์กรหนึ่งมาจัดงาน แล้วหาคนไปร่วมเยอะๆ มันจึงไม่ใช่วิถีทางหลักและแนวทางการรณรงค์แบบ Bike to work เพราะความยั่งยืนมันต้องเริ่มจากตัวเรา โดยไม่ต้องไปสนใจใคร ไม่ต้องพูดถึงความยิ่งใหญ่ และไม่ต้องเชิญบรรดาท่านผู้ยิ่งใหญ่มายุ่ง ไม่ต้องหาเจ้าภาพ ให้มองที่ตัวเราว่ามีความสม่ำเสมอไม้ มีอะไรลดทอนกำลังใจหรือไม่ แล้วมันก็จะโตได้ด้วยตัวของมันเองครับ อันนี้ไม่ต้องห่วง
บทเรียนและวิถีทางของหลายประเทศเป็นอย่างนี้คือ
1. ต้นจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามันต้องงอกเงยขึ้นในใจของคนก่อน
2. ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้จักรยานไปทำงานแล้ว เป็นไงเป็นก็เป็นกัน ทำด้วยตนเองเลย ไม่ต้องรอ
3. เมื่อเจอปัญหาก็ช่วยกันคิดแก้ปัญหาอย่างฉลาดและเป็นระบบ
แล้วค่อยไปนึกถึงอย่างอื่น ค่อยๆเดินเป็น step ดีกว่า
