????...คุณลุงแดง- คุณป้าอ๋อย พา เที่ยว ...???

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับพี่เนตร หลานนกและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน ห้วงเวลาที่ผ่านมาหลาย ๆ วันมานี้เจอแต่งานขาวดำ(งานศพ)ทั้งพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูง และสุดท้ายก็ไม่นึกว่าจะเจอเข้ากับคนใกล้ตัว วันนี้จะเป็นวันที่นำร่าง นายโจ (สุรพงษ์ ท้าวเป็ง) เป็นหลานของคุณนายอายุเพียง ๕๓ ปีก็ต้องมาจากครอบครัวไปแล้ว เป็นสัจจธรรมครับ มรณัง เม นิยะตัง เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้ เราสองคนต้องไปช่วยและร่วมในงานศพทุกคืน เมื่อวานตอนเย็นมีการนำปราสาทที่จะใส่ร่างนำไปสู่ป่าช้า และเมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น.ได้เวลานำร่างนายโจขึ้นปราสาท เมื่อคืนที่ผ่านมานายโจก็นอนที่ปราสาทอันสวยงาม ผมคิดจะทำบุญให้หลานก็ขอนำเรื่องราวปราสาทมาเป็นวิทยาทาน และขอวิทยาทานนี้จงเป็นบุญนำส่งวิญญาณหลานให้สู่สุคติภพด้วยเทอญ :) :D

:idea: :idea: ประเพณีวัฒนธรรมของ คนลานนา เมื่อมีคนตายจะต้องจัดพิธีงานศพขึ้นเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่คนตายอย่างสมเกียรติ พิธีงานศพของคนลานนาจะมีการจัดแต่งปราสาทใส่ศพประดับประดาด้วยดอกไม้สดหรือแห้งให้แลดูสวยงาม นับว่าเพื่อเป็นการยกย่องผู้ตายให้ได้ขึ้นไปสู่สรวงสรรค์ชั้นฟ้า

ปราสาทงานศพจะนิยมใช้ในพิธีงานศพของจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือเท่านั้น สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัฒนธรรมที่รับมาจากเมืองเชียงรุ้งแห่งสิบสองปันนา ซึ่งถือว่าเป็นต้นตระกูลไทแต่ดั่งเดิมรูปแบบของปราสาทงานศพมีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ ปราสาทที่ทำด้วยไม้ ซึ่งเป็นวัสดุดั่งเดิมส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ฉำฉา เพราะมีน้ำหนักเบาและเวลาเผาจะไหม้ไฟได้ง่าย ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งจะเป็นวิวัฒนาการของปราสาท สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยจะนำโต๊ะ เก้าอี้มาประดับในปราสาท เมื่อเวลาเผาศพแล้วก็จะนำโต๊ะ เก้าอี้เหล่านั้นไปมอบถวายให้กับวัดเพื่อใช้ในสาธารณประโยชน์ต่อไป

ขั้นตอนการทำพิธีศพของคนในภาคเหนือนั้น เมื่อมีคนตายขึ้น ทางบ้านโดยลูกหลานหรือญาติพี่น้องก็จะรีบไปติดต่อซื้อโลงศพและปราสาททันที การตั้งศพจะประกอบด้วยโลงศพมีการประดับประดาด้วยไฟสีหรือไฟกะพริบอย่างสวยงาม ก่อนที่จะนำโลงศพขึ้นบรรจุบนปราสาท จะมีการทำพิธีกรรมทางสงฆ์คือการทานปราสาทเสียก่อน โดยจะนิมนต์พระสงฆ์มาเป็นผู้ทำพิธีก่อนที่ชาวบ้านและบรรดาลูกหลานของคนตายจะช่วยกันยกโลงศพขึ้นบรรจุบนปราสาท ซึ่งพิธีทานประสาทมักจะกระทำก่อนวันเผา 1 วันในพิธีงานศพแถบหมู่บ้านรอบนอกจะนิยมจ้างวงดนตรีบรรเลงปี่พาทย์ หรือ วงสะล้อซอซึง มาเล่นประกอบพิธีศพกันอย่างครึกครื้น การสวดศพส่วนใหญ่แล้วจะตั้งสวด 3 - 5 วันนิยมตั้งศพไว้ที่บ้าน นิมนต์พระสงฆ์ไปสวดที่บ้าน แต่ปัจจุบันความนิยมดังกล่าวลดลงจะมีให้เห็นและเหลืออยู่ก็เพียงชาวบ้านที่อยู่ในชนบท ที่มีบริเวณบ้านกว้างขวางพอที่จะตั้งปราสาทและทำพิธีศพได้ ส่วนคนในเมืองที่มีบริเวณบ้านคับแคบก็จะเอาศพไปตั้งไว้ที่วัด

วัดในแถบภาคเหนือจะต่างจากวัดของภาคอื่นๆ คือ ในวัดจะไม่มีเมรุเผาศพ เพราะการเผาศพจะไม่ได้เผาที่วัด แต่จะนำไปเผาที่สุสาน หรือ ป่าช้า คนลานนาเรียก ป่าเห้ว นอกจากปราสาทที่พบอยู่ในพิธีกรรมงานศพของคนธรรมดาแล้ว ปัจจุบันการทำปราสาทงานศพเหลือเพียงไม่กี่แห่งตามชุมชนหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำปราสาทงานศพก็ได้แก่ ที่หมู่บ้านปากกอง อำเภอสารภี หมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่าทำปราสาทงานศพมาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคนแม้ว่าบางบ้านจะเลิกทำอาชีพนี้แล้วก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านของที่นี่ยังประกอบอาชีพทำประสาทงานศพกันอยู่

เจ้าของร้านปากกองศิลป์ ซึ่งเป็นร้านทำปราสาทงานศพ คุณอินทร ทาระวรรณ บอกว่า "เริ่มทำปราสาทสำหรับศพมากว่า 30 ปีแล้ว โดยได้สืบทอดกิจการต่อจากพ่อหนานคำซึ่งเป็นบิดา เมื่อก่อนนั้นแถบอำเภอสารภีจะมีการทำปราสาทงานศพกันไม่กี่เจ้า แต่ที่หมู่บ้านปากกองนี้ถือว่าพ่อหนานคำได้ทำขึ้นเป็นเจ้าแรก"
:idea: :cry:
ไฟล์แนบ
ลุงกะป้า เที่ยวกำแพง มือถือ (167).JPG
ลุงกะป้า เที่ยวกำแพง มือถือ (167).JPG (87.92 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
S__32972803.jpg
S__32972803.jpg (69.53 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
ปราสาทหลังนี้ก็สั่งทำที่ปากกองศิลป์สารภี อยู่ติด ๆกับ บ้านนายโจ ห่างไปสัก ๒-๓๐๐ ม.ปราสาทจะนำมาส่งก่อนบ่ายสองโมง และเวลา ๑๖.๐๐ น.ก็จะเป็นพิธีนำร่างนายโจขึ้นอนปราสาทหนึ่งคืนก่อนนำไปฌาปนกิจในวันรุ่งขึ้น(คือวันนี้เวลา ๑๓.๓๐ น.)
ปราสาทหลังนี้ก็สั่งทำที่ปากกองศิลป์สารภี อยู่ติด ๆกับ บ้านนายโจ ห่างไปสัก ๒-๓๐๐ ม.ปราสาทจะนำมาส่งก่อนบ่ายสองโมง และเวลา ๑๖.๐๐ น.ก็จะเป็นพิธีนำร่างนายโจขึ้นอนปราสาทหนึ่งคืนก่อนนำไปฌาปนกิจในวันรุ่งขึ้น(คือวันนี้เวลา ๑๓.๓๐ น.)
S__32972804.jpg (184.9 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
S__32972805.jpg
S__32972805.jpg (219.69 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
กลางคืนประดับไฟสวยสดงดงาม
กลางคืนประดับไฟสวยสดงดงาม
S__32972806.jpg (163.07 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
cats ๕๕.jpg
cats ๕๕.jpg (818.02 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
cats ๕๖.jpg
cats ๕๖.jpg (783.62 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
ออกจาก ม.กาฬสินธ์ เป้าหมายต่อไปตามลายแทง(คำแนะนำจากเจ้าของโรงแรมผู้ใจดี ใจงาม) คือ ตลาดโรงสีซึ่งตลาดโรงสีนี้ถือได้ว่า เป็นหน้าตาของคนกาฬสินธิ์(น้องเขาว่ามา) มีของเก่าให้ได้ชม มีขนม นม เนย อาหารหลากหลายชนิดไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและชาวกาฬสินธิ์ ช่วงเราไปเยี่ยมชมเป็นเวลากลางวัน สิ่งของร้านค้ายังเปิดไม่มากนัก ชาวร้านตลาดบอกให้มาตอนกลางคืน จะได้เห็นแสงสีเสียง จะสนุกยิ่งกว่ากลางวัน ผมก็ถึงบางอ้อ คงไม่ต่างกับเชียงใหม่ที่มี ไนซ์บาซาครับ เราคุยกันว่าคืนนี้เราต้องย้อนกลับมาเที่ยวอีกครั้ง แน่นอน
ออกจาก ม.กาฬสินธ์ เป้าหมายต่อไปตามลายแทง(คำแนะนำจากเจ้าของโรงแรมผู้ใจดี ใจงาม) คือ ตลาดโรงสีซึ่งตลาดโรงสีนี้ถือได้ว่า เป็นหน้าตาของคนกาฬสินธิ์(น้องเขาว่ามา) มีของเก่าให้ได้ชม มีขนม นม เนย อาหารหลากหลายชนิดไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและชาวกาฬสินธิ์ ช่วงเราไปเยี่ยมชมเป็นเวลากลางวัน สิ่งของร้านค้ายังเปิดไม่มากนัก ชาวร้านตลาดบอกให้มาตอนกลางคืน จะได้เห็นแสงสีเสียง จะสนุกยิ่งกว่ากลางวัน ผมก็ถึงบางอ้อ คงไม่ต่างกับเชียงใหม่ที่มี ไนซ์บาซาครับ เราคุยกันว่าคืนนี้เราต้องย้อนกลับมาเที่ยวอีกครั้ง แน่นอน
cats ๕๗.jpg (234.95 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
cats ๕๘.jpg
cats ๕๘.jpg (704.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
cats ๕๙.jpg
cats ๕๙.jpg (721.14 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
วัดประชานิยม ตั้งอยู่เลขที่ ๘๔ ถนนถีนานนท์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันมี พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) เป็นเจ้าอาวาส เป็นสถานที่ตั้งของ โรงเรียนพระปริยัติสามัญวัดประชานิยม และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ ที่ดินที่ตั้งวัดเนื้อที่ ๓๓ ไร่ ๒ งาน ๕๕ ตารางวา ตาม โฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๐๒๗ <br /><br />พื้นที่แต่ก่อนเป็นป่าช้าโคกกลาง ยังไม่มีผู้ใดถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ อยู่ห่างจากชุมชน (เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์)ประมาณ ๕ ก.ม. ต่อมาในปี ๒๔๘๐ พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่แดง ธมฺมรกฺขิโต) ซึ่งเป็นพระกัมมัฏฐาน ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ธุดงค์มาจากจังหวัดสกลนคร ถึงป่าช้าโคกกลาง เห็นว่าเป็นสถานที่อันสัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงหยุดพักปักกลดบำเพญกรรมฐาน ณ ป่าช้าโคกกลาง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ในสมัยนั้น อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะบริเวณรอบชานเมืองกาฬสินธุ์ ยังไม่มีวัดสาย พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่เลยแม้แต่วัดเดียว การเข้ามาหยุดพักปักกลดปฏิบัติกรรมฐาน ณ ป่าช้าโคกกลาง ของหลวงปู่แดง จึงเป็นเรื่องแปลกหูแปลกตา ของชาวพุทธบริเวณใกล้เคียง ข่าวการมาของหลวงปู่แดง จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนพากันหลั่งไหลไปฟังธรรมและปฏิบัติธรรมกับท่านเป็นจำนวนมาก ในลักษณะ “ ตื่น ” พระกรรมฐาน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงทำให้ป่าช้าโคกกลาง อันปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ต้องกลายสภาพเป็นสถานที่อันโล่งเตียนภายใต้ร่มไม้ที่ร่มรื่น เป็นที่สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอย่างที่หลวงปู่แดงคิดในครั้งแรกที่ เดินธุดงค์มาถึงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนการพัฒนาป่าช้าโคกกลางให้เป็นวัด เริ่มต้นขึ้นเมื่อประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในหลวงปู่แดง ประกอบด้วย นายเปรื่อง ยลถวิล,นายภา ยลพันธ์, นายภู ฆารกุล, นายอื๊ด ฆารกุล, นางทองดำ ทองทวี, ได้ร่วมกันจับจองที่ดินแห่งนี้ (ป่าช้าโคกกลาง) แล้วถวายเป็นศาสนสมบัติเพื่อสร้างเป็นวัด โดย เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ทรงให้นามว่า “ วัดประชานิยม ” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) <br /><br />วัดนี้ใครไม่ไปเยี่ยมชมถือว่ายังไม่ถึงกาฬสินธ์ เพราะมีองค์จำลองพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลายองค์ให้กราบไหว้ระลึกถึงครับ ช่วงที่เราไปศาลาวิหารยังไม่เปิด พระเณรคงติดสอบเลยอดไปกราบไหว้ สงสัยจะให้กลับไปอีกรอบ ๕๕๕.
วัดประชานิยม ตั้งอยู่เลขที่ ๘๔ ถนนถีนานนท์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันมี พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) เป็นเจ้าอาวาส เป็นสถานที่ตั้งของ โรงเรียนพระปริยัติสามัญวัดประชานิยม และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ ที่ดินที่ตั้งวัดเนื้อที่ ๓๓ ไร่ ๒ งาน ๕๕ ตารางวา ตาม โฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๐๒๗

พื้นที่แต่ก่อนเป็นป่าช้าโคกกลาง ยังไม่มีผู้ใดถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ อยู่ห่างจากชุมชน (เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์)ประมาณ ๕ ก.ม. ต่อมาในปี ๒๔๘๐ พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่แดง ธมฺมรกฺขิโต) ซึ่งเป็นพระกัมมัฏฐาน ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ธุดงค์มาจากจังหวัดสกลนคร ถึงป่าช้าโคกกลาง เห็นว่าเป็นสถานที่อันสัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงหยุดพักปักกลดบำเพญกรรมฐาน ณ ป่าช้าโคกกลาง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ในสมัยนั้น อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะบริเวณรอบชานเมืองกาฬสินธุ์ ยังไม่มีวัดสาย พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่เลยแม้แต่วัดเดียว การเข้ามาหยุดพักปักกลดปฏิบัติกรรมฐาน ณ ป่าช้าโคกกลาง ของหลวงปู่แดง จึงเป็นเรื่องแปลกหูแปลกตา ของชาวพุทธบริเวณใกล้เคียง ข่าวการมาของหลวงปู่แดง จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนพากันหลั่งไหลไปฟังธรรมและปฏิบัติธรรมกับท่านเป็นจำนวนมาก ในลักษณะ “ ตื่น ” พระกรรมฐาน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงทำให้ป่าช้าโคกกลาง อันปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ต้องกลายสภาพเป็นสถานที่อันโล่งเตียนภายใต้ร่มไม้ที่ร่มรื่น เป็นที่สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอย่างที่หลวงปู่แดงคิดในครั้งแรกที่ เดินธุดงค์มาถึงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนการพัฒนาป่าช้าโคกกลางให้เป็นวัด เริ่มต้นขึ้นเมื่อประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในหลวงปู่แดง ประกอบด้วย นายเปรื่อง ยลถวิล,นายภา ยลพันธ์, นายภู ฆารกุล, นายอื๊ด ฆารกุล, นางทองดำ ทองทวี, ได้ร่วมกันจับจองที่ดินแห่งนี้ (ป่าช้าโคกกลาง) แล้วถวายเป็นศาสนสมบัติเพื่อสร้างเป็นวัด โดย เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ทรงให้นามว่า “ วัดประชานิยม ” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

วัดนี้ใครไม่ไปเยี่ยมชมถือว่ายังไม่ถึงกาฬสินธ์ เพราะมีองค์จำลองพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลายองค์ให้กราบไหว้ระลึกถึงครับ ช่วงที่เราไปศาลาวิหารยังไม่เปิด พระเณรคงติดสอบเลยอดไปกราบไหว้ สงสัยจะให้กลับไปอีกรอบ ๕๕๕.
cats ๖๐.jpg (687.02 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
สยามเมืองยิ้ม ได้ชื่อว่าอิสระเสรีที่สุดในโลก ไม่ว่าใคร ศาสนาใด ยินดีต้อนรับ ช่วงที่เราปั่นออกจากโรงสีเพื่อต่อไปยังเป้าหมายที่ได้รับคำแนะนำบังเอิญผมมองเห็นโบถส์ชาวคริสต์ อดใจที่จะจอดเก็บภาพไม่ได้ และหวลย้อนคิดไปถึงสมัยอดีตที่ยังเป็นเด็กนักเรียนผมต้องขอบคุณโบถส์ครับ เพราะผมได้อาศัยโบถส์ศึกษาคัมภีร์ไบเบิล และฝึกศึกษาภาษาอังกฤษด้วย ผมเกือบจะกลายเป็นคริตส์เพราะวันที่จะรับศีลจุ่ม ผมบังเอิญป่วยก็เลยไม่ได้รับศีลจนทุกวันนี้<br /><br />สำหรับโบถส์นีน่าสนใจกลับมาเข้าถามลุงกู พอทราบคร่าว ๆ ว่า &quot;ก่อสร้างในปี ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) เป็นวัดตามแบบสถาปัตยธรรมโรมัน มีเสาโรมัน 12 ต้น สัญลักษณ์หมายถึงอัครสาวกทั้ง 12 ที่พระเยซูเจ้าทรงเลือกสรร มีรูปกระจกสีพระรูปพระนางมารีย์ตรงประตูทางเข้าวัด หมายถึงแม่พระเป็นผู้เฝ้าประตูสวรรค์ในฐานะคนกลางแจกจ่ายพระหรรษทาน และรูปพระตรีเอกภาพด้านหลังเหนือพระแท่น ทำให้วัดแลดูโดดเด่นสวยงามแก่ผู้พบเห็น มีพิธีเสกและเปิดโดยพระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551)ปัจจุบัน มีคุณพ่อเบอร์นาร์ด วีรพงษ์ โพธิมล เป็นเจ้าอาวาส <br /><br />ความจริงแล้วเราก็น่าจะให้เวลาเข้าไปชื่นชมความงามภายในโบถส์ คิดแล้วเสียดายครับวันนั้นเรามีเป้าหมายตามคำแนะนำของน้องเขา ก็ต้องให้เป็นไปตามนั้นหากเสียเวลาแวะไปเรื่อย เดี๋ยวจะไม่ครบตามที่บอก และนี่ก็เป็นข้อเสียของการทัวร์ริ่งที่มีกำหนดกฏเกณฑ์ ผมพยายามสอนคุณนายให้ผ่านกฏเกณฑ์กติกาต่าง ๆ ให้ได้ เราไม่ต้องกำหนดอะไรให้มากมายเอาเพียงย่อ ๆ แล้วไปผจญภัยข้างหน้า แก้ไขปัญหาข้างหน้า สำหรับผมแล้วสนุกมากครับ ถ้าอยู่ในกำหนดกาล ผมบอกตรง ๆ &quot;ผมอึดอัดมากครับ&quot;
สยามเมืองยิ้ม ได้ชื่อว่าอิสระเสรีที่สุดในโลก ไม่ว่าใคร ศาสนาใด ยินดีต้อนรับ ช่วงที่เราปั่นออกจากโรงสีเพื่อต่อไปยังเป้าหมายที่ได้รับคำแนะนำบังเอิญผมมองเห็นโบถส์ชาวคริสต์ อดใจที่จะจอดเก็บภาพไม่ได้ และหวลย้อนคิดไปถึงสมัยอดีตที่ยังเป็นเด็กนักเรียนผมต้องขอบคุณโบถส์ครับ เพราะผมได้อาศัยโบถส์ศึกษาคัมภีร์ไบเบิล และฝึกศึกษาภาษาอังกฤษด้วย ผมเกือบจะกลายเป็นคริตส์เพราะวันที่จะรับศีลจุ่ม ผมบังเอิญป่วยก็เลยไม่ได้รับศีลจนทุกวันนี้

สำหรับโบถส์นีน่าสนใจกลับมาเข้าถามลุงกู พอทราบคร่าว ๆ ว่า "ก่อสร้างในปี ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) เป็นวัดตามแบบสถาปัตยธรรมโรมัน มีเสาโรมัน 12 ต้น สัญลักษณ์หมายถึงอัครสาวกทั้ง 12 ที่พระเยซูเจ้าทรงเลือกสรร มีรูปกระจกสีพระรูปพระนางมารีย์ตรงประตูทางเข้าวัด หมายถึงแม่พระเป็นผู้เฝ้าประตูสวรรค์ในฐานะคนกลางแจกจ่ายพระหรรษทาน และรูปพระตรีเอกภาพด้านหลังเหนือพระแท่น ทำให้วัดแลดูโดดเด่นสวยงามแก่ผู้พบเห็น มีพิธีเสกและเปิดโดยพระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551)ปัจจุบัน มีคุณพ่อเบอร์นาร์ด วีรพงษ์ โพธิมล เป็นเจ้าอาวาส

ความจริงแล้วเราก็น่าจะให้เวลาเข้าไปชื่นชมความงามภายในโบถส์ คิดแล้วเสียดายครับวันนั้นเรามีเป้าหมายตามคำแนะนำของน้องเขา ก็ต้องให้เป็นไปตามนั้นหากเสียเวลาแวะไปเรื่อย เดี๋ยวจะไม่ครบตามที่บอก และนี่ก็เป็นข้อเสียของการทัวร์ริ่งที่มีกำหนดกฏเกณฑ์ ผมพยายามสอนคุณนายให้ผ่านกฏเกณฑ์กติกาต่าง ๆ ให้ได้ เราไม่ต้องกำหนดอะไรให้มากมายเอาเพียงย่อ ๆ แล้วไปผจญภัยข้างหน้า แก้ไขปัญหาข้างหน้า สำหรับผมแล้วสนุกมากครับ ถ้าอยู่ในกำหนดกาล ผมบอกตรง ๆ "ผมอึดอัดมากครับ"
cats ๖๑.jpg (230.24 KiB) เข้าดูแล้ว 1255 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: สวัสดีทุกท่านที่เคารพครับ เมื่อวานนี้เราก็ได้มีการฌาปนกิจศพหลานชายคุณนาย ไปเรียบร้อยโชคดีที่ท่าน อ.ประสาท สุขเกษม อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ได้ให้เกียรติมาเป็นพิธีกร ท่านได้จัดการงานให้เป็นไปตามแบบจารีตประเพณีลานนาโบราณทุกประการ โดยให้มีการวางผ้าบังสกุลเท่านั้น ไม่มีไตรบังสกุล ไตรปิด ไตรเปิด และไตรมหาบังสกุล ซึ่งไตรปิด ไตรเปิดหรือไตรมหาบังสกุลไม่ใช่หีตฮอยของลานนา แต่เป็นของพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งก็เรียบง่ายและรวดเร็วดี ต้องขอขอบคุณท่าน อ.ประสาท สุขเกษม ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ :idea: :idea:

:idea: :idea: บังสุกุล แปลว่า ฝั่งแห่งฝุ่น, กองฝุ่น, คลุกฝุ่น, เปื้อนฝุ่น เป็นคำใช้เรียกผ้าที่ภิกษุชักจากศพ หรือผ้าที่ทอดไว้หน้าศพ หรือผ้าที่ทอดไว้บนด้ายสายสิญจน์ หรือผ้าภูษาโยงที่ต่อมาจากศพด้วยการพิจารณากรรมฐานว่า ผ้าบังสุกุล โดยเรียกกริยาที่พระชักผ้าหรือพิจารณาผ้าเช่นนั้นว่า ชักผ้าบังสุกุล หรือ พิจารณาผ้าบังสุกุล

คำว่า "บังสุกุล" นั้น มาจากคำภาษาบาลีว่า ปํสุ (อ่านว่า ปัง-สุ) แปลว่า ฝุ่น และคำว่า กูล (อ่านว่า กู-ละ) แปลว่า เปื้อน, คลุก สมาสคำทั้งสองเข้าด้วยบทวิเคราะห์เป็น ปํสุกูล (อ่านว่า ปัง-สุ-กู-ละ) แปลว่า ผ้าที่เปื้อนฝุ่น เมื่อมาเป็นคำไทย เปลี่ยน "ปอ ปลา" เป็น "บอ ใบไม้" รัสสะ "สระ อู" ให้สั้นลง เป็น "อุ" และปรับเสียงเป็นรูปแบบภาษาไทยที่มีตัวสะกด เป็น บังสุกุล อ่านว่า บัง-สุ-กุน ดังนั้นคำว่า "บังสุกุล" จึงต้องเขียนว่า บังสุกุล เท่านั้น ไม่สามารถเขียนเป็นอย่างอื่นได้ หากเขียนเป็น บังสกุล ถือเป็นคำที่เขียนผิด อันเกิดจากการเทียบเคียงผิดกับคำว่า สกุล ที่หมายถึง ตระกูลวงศ์

ในสมัยพุทธกาลภิกษุต้องแสวงหาผ้าที่เขาทิ้งแล้วจากกองขยะหรือจากป่าช้ามาทำจีวรใช้ ผ้าเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเปื้อนฝุ่นหรือสกปรก จึงเรียกว่าบังสุกุล ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้พระภิกษุรับผ้านุ่งห่มจากฆราวาส แต่ให้พระภิกษุเก็บผ้าบังสุกุลหรือผ้าที่เขาทิ้งไว้ตามร้านตลาดหรือผ้าห่อศพที่ไม่มีผู้ใดปรารถนา เพราะสกปรก มาซักล้างให้สะอาด แล้วเก็บไว้เพื่อนำมาตัดเย็บเป็นผ้าผืนใดผืนหนึ่งที่ชำรุดเช่น ผ้านุ่งหรืออันตรวาสกหรือผ้าสบง ผ้าห่มหรือผ้าจีวรหรือผ้าอุตตราสงค์ หรือผ้าห่มซ้อนหรือสังฆาฎิ ในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ต่อมา จึงมีพระบรมพุทธานุญาตให้รับผ้าจากฆราวาสได้ เพื่อเจริญศรัทธาของอุบาสกอุบาสิกาผู้เลื่อมใส และบรรเทาความยากลำบากของพระภิกษุสงฆ์ในการแสวงหาผ้าอีกทางหนึ่งด้วย(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
:idea: :idea:



ไฟล์แนบ
S__33112067.jpg
S__33112067.jpg (49.54 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
S__33095702.jpg
S__33095702.jpg (100.2 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
S__33103875.jpg
S__33103875.jpg (164.11 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
S__33112066.jpg
S__33112066.jpg (184.89 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
S__33103876.jpg
S__33103876.jpg (195.92 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
ปราสาทที่บรรทุกร่างนาย โจ สู่ป่าช้าถูกเผาข้างนอก ตัวเจ้าของปราสาทเผาในเตา จะมีการเก็บอัฐิในวันอังคารที่ ๖ กุมภาพันธ์ แล้วนำไปทำบั้งไฟยิงขึ้นไปยังบนฟ้าเป็นการหมดสิ้นกันในชาตินี้ ขอให้ดวงวิญญาณหลานโจ จงสู่สุขคติสัมปรายภพต่อไป.
ปราสาทที่บรรทุกร่างนาย โจ สู่ป่าช้าถูกเผาข้างนอก ตัวเจ้าของปราสาทเผาในเตา จะมีการเก็บอัฐิในวันอังคารที่ ๖ กุมภาพันธ์ แล้วนำไปทำบั้งไฟยิงขึ้นไปยังบนฟ้าเป็นการหมดสิ้นกันในชาตินี้ ขอให้ดวงวิญญาณหลานโจ จงสู่สุขคติสัมปรายภพต่อไป.
S__33095708.jpg (135.25 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
cats ๖๒.jpg
cats ๖๒.jpg (722.27 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
cats ๖๓.jpg
cats ๖๓.jpg (791.4 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
cats ๖๔.jpg
cats ๖๔.jpg (934.88 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
cats ๖๕.jpg
cats ๖๕.jpg (666.22 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
cats ๖๖.jpg
cats ๖๖.jpg (232.76 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
&quot;เม็ดหนึ่งตักไปทานทุกค่ำเช้าเหลือหลาย เม็ดหนึ่งตักไปซื้อควายตัวเขาซ้อง เม็ดหนึ่งตัดไปซื้อฆ้องเก้ากำ เม็ดหนึ่งตักไปซื้อคำให้ได้เก้าหมื่น เม็ดหนึ่งตักไปซื้อข้าวหมื่นมาเยีย เม็ดหนึ่งไปสู่เมียให้ได้เมียมาอยู่เฮือนขายข้าว เม็ดหนึ่งตักไปเอาผู้เฒ่าให้มาเล่าขายของ มาเยอขวัญเอย เพิ่นตักใส่ด้งอย่าได้บินหนี ให้เจ้ามาเลี้ยงชีวิตอินทรีทั้งโลก บริโภค เลี้ยงพระพุทธศาสนา ทุกค่ำเช้าตราบต่อหน้า ห้าพันเวสาก็ข้าเทอญ”<br /><br />คำกลอนอันไพเราะนี้ คือตอนหนึ่งของคำบายศรีสู่ขวัญของชาวอีสาน ที่สะท้อนให้เห็นว่า ตั้งแต่สมัยโบราณมา ชาวอีสานถือกันว่า ข้าวเป็นสิ่งวิเศษหรือแก้วสารพัดนึก ที่สามารถนำไปขายหรือแลกซื้ออะไรก็ได้ตามใจปรารถนา ไม่เพียงเท่านั้น ข้าวกับการทำบุญในพระพุทธศาสนายังเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันอย่างไม่มีวันแยกจากกันได้<br /><br />ต้องขอบคุณน้องสาวผู้จัดการโรงแรม สุภัคโฮเต็ล  ที่แนะนำให้เราสองคนเดินทางมาจนถึงวัดเศวตวันวนาราม ตำบลเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อมาซึมซับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อดังกล่าวของชาวอีสาน ที่งานบุญคูนลาน หรืองานบุญเพื่อรับขวัญข้าว ที่จัดต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ไม่ผิดหวังจริง ๆ เรามาช่วงที่ชาวบ้านและพระสงฆ์ กำลังช่วยกันสร้างปราสาทรวงข้าว เพื่อให้ทันงานที่จะจัดใน ๙-๑๒ กุมภาพัธ์ ๒๕๖๒ นี้<br /><br />ช่วงเดือนยี่ หรือ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี หากได้ไปเยือนกาฬสินธ์ุแนะนำเที่ยวงาน ประเพณีบุญคูนลาน วัดเศวตวันวนาราม เพื่อชมความยิ่งใหญ่อลังการของ ปราสาทรวงข้าว ปราสาททำจากรวงข้าวขนาดใหญ่สูงกว่า 20 เมตร จากแรงศรัทธาของชาวชุมชม ที่ร่วมกันสร้างปราสาทและนำมัดรวงข้าวมาประดับตกแต่ง ใช้เวลากว่า 3 เดือนจึงสำเร็จเป็นปราสาทรวงข้าวอันวิจิตรงดงาม เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมบุญคูนลาน บายศรีสู่ขวัญข้าว สืบสานตำนานพระแม่โพสพ เป็นศิลปะแห่งศรัทธาในพระแม่โพสพที่เปี่ยมคุณค่าและหาชมได้ยาก ในเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟอย่างสวยงามอีกด้วย<br /><br />ชาวบ้านเล่าว่า บริเวณรอบ ๆ วัดจะเป็นที่นาซึ่งมีกว่า ๒๐ ไร่ ก็จะช่วยกันดำนาปลูกข้าวแล้วนำข้าวทั้งหมดมาสร้างเป็นปราสาทรวงข้าว รวมทั้งจะมีชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาร่วมในการทำบุญตามประเพณีอีกด้วย สำหรับปี ๒๕๖๒ นี้ งานจะเริ่มวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ไปจนถึง ๑๒ กุมภาพันธ์ ใครว่างมีเวลาอย่าลืมหาโอกาสไปร่วมงานกันนะครับ <br /><br />หลังจากที่เสร็จงานข้าวทั้งหมดก็จะนำไปขายแล้วนำเงินมาสร้างถาวรวัตถุประจำวัด เช่นศาลาที่พัก วิหารซึ่งกำลังสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งเห็นแล้วต้องชื่นชมในความสามัคคีของชาวบ้าน หายาก..นะครับ.
"เม็ดหนึ่งตักไปทานทุกค่ำเช้าเหลือหลาย เม็ดหนึ่งตักไปซื้อควายตัวเขาซ้อง เม็ดหนึ่งตัดไปซื้อฆ้องเก้ากำ เม็ดหนึ่งตักไปซื้อคำให้ได้เก้าหมื่น เม็ดหนึ่งตักไปซื้อข้าวหมื่นมาเยีย เม็ดหนึ่งไปสู่เมียให้ได้เมียมาอยู่เฮือนขายข้าว เม็ดหนึ่งตักไปเอาผู้เฒ่าให้มาเล่าขายของ มาเยอขวัญเอย เพิ่นตักใส่ด้งอย่าได้บินหนี ให้เจ้ามาเลี้ยงชีวิตอินทรีทั้งโลก บริโภค เลี้ยงพระพุทธศาสนา ทุกค่ำเช้าตราบต่อหน้า ห้าพันเวสาก็ข้าเทอญ”

คำกลอนอันไพเราะนี้ คือตอนหนึ่งของคำบายศรีสู่ขวัญของชาวอีสาน ที่สะท้อนให้เห็นว่า ตั้งแต่สมัยโบราณมา ชาวอีสานถือกันว่า ข้าวเป็นสิ่งวิเศษหรือแก้วสารพัดนึก ที่สามารถนำไปขายหรือแลกซื้ออะไรก็ได้ตามใจปรารถนา ไม่เพียงเท่านั้น ข้าวกับการทำบุญในพระพุทธศาสนายังเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันอย่างไม่มีวันแยกจากกันได้

ต้องขอบคุณน้องสาวผู้จัดการโรงแรม สุภัคโฮเต็ล ที่แนะนำให้เราสองคนเดินทางมาจนถึงวัดเศวตวันวนาราม ตำบลเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อมาซึมซับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อดังกล่าวของชาวอีสาน ที่งานบุญคูนลาน หรืองานบุญเพื่อรับขวัญข้าว ที่จัดต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ไม่ผิดหวังจริง ๆ เรามาช่วงที่ชาวบ้านและพระสงฆ์ กำลังช่วยกันสร้างปราสาทรวงข้าว เพื่อให้ทันงานที่จะจัดใน ๙-๑๒ กุมภาพัธ์ ๒๕๖๒ นี้

ช่วงเดือนยี่ หรือ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี หากได้ไปเยือนกาฬสินธ์ุแนะนำเที่ยวงาน ประเพณีบุญคูนลาน วัดเศวตวันวนาราม เพื่อชมความยิ่งใหญ่อลังการของ ปราสาทรวงข้าว ปราสาททำจากรวงข้าวขนาดใหญ่สูงกว่า 20 เมตร จากแรงศรัทธาของชาวชุมชม ที่ร่วมกันสร้างปราสาทและนำมัดรวงข้าวมาประดับตกแต่ง ใช้เวลากว่า 3 เดือนจึงสำเร็จเป็นปราสาทรวงข้าวอันวิจิตรงดงาม เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมบุญคูนลาน บายศรีสู่ขวัญข้าว สืบสานตำนานพระแม่โพสพ เป็นศิลปะแห่งศรัทธาในพระแม่โพสพที่เปี่ยมคุณค่าและหาชมได้ยาก ในเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟอย่างสวยงามอีกด้วย

ชาวบ้านเล่าว่า บริเวณรอบ ๆ วัดจะเป็นที่นาซึ่งมีกว่า ๒๐ ไร่ ก็จะช่วยกันดำนาปลูกข้าวแล้วนำข้าวทั้งหมดมาสร้างเป็นปราสาทรวงข้าว รวมทั้งจะมีชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาร่วมในการทำบุญตามประเพณีอีกด้วย สำหรับปี ๒๕๖๒ นี้ งานจะเริ่มวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ไปจนถึง ๑๒ กุมภาพันธ์ ใครว่างมีเวลาอย่าลืมหาโอกาสไปร่วมงานกันนะครับ

หลังจากที่เสร็จงานข้าวทั้งหมดก็จะนำไปขายแล้วนำเงินมาสร้างถาวรวัตถุประจำวัด เช่นศาลาที่พัก วิหารซึ่งกำลังสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งเห็นแล้วต้องชื่นชมในความสามัคคีของชาวบ้าน หายาก..นะครับ.
cats ๖๗.jpg (265.45 KiB) เข้าดูแล้ว 1239 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย NOKNICE »

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ไฟล์แนบ
images.jpg
images.jpg (14.87 KiB) เข้าดูแล้ว 1236 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ หลานนกพี่เนตรและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน เช้าวันนี้ผมจะพาท่านเดินทางต่อใน จ.กาฬสินธิ์ ซึ่งยังอยู่ในวันที่ ๒ ของการท่องเมืองกาฬสินธิ์ ตามคำแนะนำของผู้จัดการโรงแรม สุภัคโฮเต็ล หลังจากที่เราไปเยี่ยมชมการสร้างปราสาทรวงข้าว ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งพระและฆราวาสต่างช่วยกันเร่งสร้างปราสาท ให้ทันงานที่จะเริ่มใน ๙ - ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นี้ เราอำลาลุง-ป้า-น้า-อา-และกราบนมัสการลาพระสงฆ์

ก่อนจากชาวบ้านก็ได้แนะนำให้ไปร่วมงานฉลองอายุวัฒนะหลวงปู่หนูอินทร์ ที่วัดป่าพุทธมงคล ซึ่งห่างจากวัดปราสาทรวงข้าวไปราว ๆ ๑๐ กว่ากิโล โดยชาวบ้านแนะนำเส้นทางลัดให้เรา นับเป็นความโชคดีของเราที่จะได้ร่วมบุญสร้างเสริมบารมี กับหลวงปู่ แต่ที่คุณน้องผู้จัดการวางแผนให้เราสองคนหลังจากออกจากปราสาทรวงข้าว ให้เดินทางต่อไปอีกแค่ ๓-๔ กม.ก็จะเป็นสวนดอนธรรม เฮือนกาฬสินธิ์ ซึ่งจะมีแบบบ้านเก่าของคนกาฬสินธิ์น่ารัก ๆ หลาย ๆ รูปแบบ

เรามุ่งไปชมสวนดอนธรรม เฮือนกาฬสินธิ์ก่อน ไปดูชีวิตพอเพียงและบ้านแบบชาวเมืองกาฬสินธิ์ บ้านแบบโบราณนี่น่ารัก คนโบราณเขาเข้าใจธรรมชาติ การสร้างบ้านเหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน ความเป็นอยู่เย็นสบายไม่ต้องพึ่งแอร์คอดิชั่นเหมือนบ้านปัจจุบัน ที่เอาอย่างชาวตะวันตก เรามาศึกษาปัจจัย ๔ ทั้งทางบรรพชิตและคฤหัสกันก่อนว่าคือ ?


:idea: :idea: ปัจจัย ในคำพระหมายถึงเครื่องอาศัยของ บรรพชิต คือสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับดำรงชีพของภิกษุสามเณร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า นิสสัย มีสี่อย่างจึงได้ชื่อว่า จตุปัจจัย หรือปัจจัย ๔ ได้แก่

๑.จีวร คือ เครื่องนุ่งห่ม ได้แก่ ไตรจีวร ผ้าห่ม ผ้าอาบน้ำฝน
๒.บิณฑบาต คือ อาหาร ได้แก่ ข้าว น้ำ ผลไม้ เป็นต้น
๓.เสนาสนะ คือ ที่นอนที่นั่ง คือ กุฏิ ศาลา เตียง ตั่ง หมอน เป็นต้น
๔.คิลานเภสัช คือ ยารักษาโรค

ส่วนของชาวบ้าน ปัจจัยสี่ ได้แก่สิ่งที่มนุษย์จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่นคอมพิวเตอร์ รถยนต์ ไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น โดยปัจจัยทั้งสี่อย่างนี้มนุษย์ไม่สามารถขาดได้ เพราะเมื่อขาดแล้วอาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ปัจจัยสี่ประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้

๑. อาหาร
๒. ที่อยู่อาศัย
๓. เครื่องนุ่งห่ม
๔. ยารักษาโรค


:lol: :lol: ที่สวนดอนธรรม ผู้จัดการ คุณขวัญเมือง สนใจจักรยานและวิธีการเดินทางของเรา ได้มานั่งสนทนาและสั่งน้ำ + กาแฟมาให้เราสองคน เราถือโอกาสสั่งอาหารมื้อเที่ยงเป็นข้าวผัดและส้มตำเจ ต้องขอชมส้มตำ ข้าวผัดอร่อยมากครับ ช่วงคิดค่าเสียหายผู้จัดการไม่ยอมรับเงินขอเลี้ยง เราก็ไม่ยอมขออุดหนุนทางร้านบ้าง สุดท้ายลงเอยที่น้ำเปล่า + กาแฟ ให้เป็นของผู้จัดการที่ตั้งใจ ส่วนอาหารขอเป็นเราอุดหนุนเพื่อเป็นการตอบแทนที่เราได้เข้ามาศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนเมืองกาฬสินธิ์

ในช่วงการสนทนานั้น สังเกตคุณ ขวัญเมือง สนใจธรรมะมาก เราก็พูดคุยธรรมะร่วมกันพอสมควร โดยเฉพาะการดำเนินชีวิตในรูปแบบของเราสองคน และได้แนะนำการเลือกซื้อจักรยาน ขนาดของจักรยาน ฯ ตลอดถึงวิธีการเดินทาง การแพคกระเป๋า และอนุญาตุให้ผู้จัดการทดลองปั่นจักรยานของเรา ซึ่งทำเอาผู้จัดการติดใจ คิดว่าอนาคตเราจะได้ทัวร์ริ่งเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยหนึ่งคน ต่อจากนั้นเราสองคนก็อำลาผู้จัดการใจดีมีคุณธรรม แห่งสวนดอนธรรมและขอขอบคุณ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มีต่อเราสองคน ไว้ ณ ที่นี่ด้วยครับ

เราออกเดินทางต่อไปยังวัดป่าพุทธมงคลเพื่อไปกราบหลวงปู่หนูอินทร์ต่อไป
:) :D
ไฟล์แนบ
241838.jpg
241838.jpg (64.47 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๖๘.jpg
cats ๖๘.jpg (230.32 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๖๙.jpg
cats ๖๙.jpg (779.55 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๐.jpg
cats ๗๐.jpg (871.18 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๑.jpg
cats ๗๑.jpg (307.86 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๒.jpg
cats ๗๒.jpg (906.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๔.jpg
cats ๗๔.jpg (766.24 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๕.jpg
cats ๗๕.jpg (765.71 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๓.jpg
cats ๗๓.jpg (368.48 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
วัดป่าพุทธมงคล ตั้งอยู่ ตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นวัดไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักการคมนาคมสะดวก และอยู่ห่างไกลจากชุมชนพลุกพล่าน ทั้งยังเป็นบริเวณป่า มีความวิเวก สงบเงียบ และร่มรื่นด้วยแมกไม้ธรรมชาติ เหมาะแก่การทำวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นอย่างยิ่ง
วัดป่าพุทธมงคล ตั้งอยู่ ตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นวัดไม่ไกลจากตัวเมืองมากนักการคมนาคมสะดวก และอยู่ห่างไกลจากชุมชนพลุกพล่าน ทั้งยังเป็นบริเวณป่า มีความวิเวก สงบเงียบ และร่มรื่นด้วยแมกไม้ธรรมชาติ เหมาะแก่การทำวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นอย่างยิ่ง
cats ๗๘.jpg (201.46 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๙.jpg
cats ๗๙.jpg (699.7 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๗๗.jpg
cats ๗๗.jpg (670.76 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
หลวงพ่อหนูอินทร์ กิตติสาโร (18 มกราคม พ.ศ. 2479 — ) พระภิกษุเรืองเวทย์แห่งภาคอีสาน ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติครบถ้วนในสมณรูป มีความเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก สมัยนั้นหลายคนไม่ค่อยเลื่อมใส เนื่องจากท่านดูแลดูเป็นพระหนุ่มมากเกินไป จึงนำพระเครื่องของท่านไปทดลอง ปรากฏว่า ยิงไม่ออก และมีคนถูกกับระเบิดแต่หาได้รับอันตรายไม่ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล ที่ปรึกษารองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ แห่งที่ 1 ได้รับสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นราช มีราชทินนามตามสัญญาบัตรว่า พระราชศีลโสภิต วรกิจจานุกิจธาดา มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดป่าพุทธมงคล จังหวัดกาฬสินธุ์<br /><br />พระอาจารย์หนูอินทร์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2479 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ที่บ้านหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาชื่อ นายเกื้อ มารดาชื่อ นางผอง ธนะคำดี เมื่อมีอายุได้ 21 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2500 ณ วัดโพธิ์ชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีพระสุขุมวาทวาที (สุข สุขโณ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาประพันธ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหากรม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สอบได้นักธรรมชั้นเอกเมื่อปี พ.ศ. 2503 หลังจากนั้นได้หันมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยตลอด ท่านเริ่มออกธุดงค์ไปยังที่ต่าง ๆ ทั้งในป่าลึกและในถ้ำทั่วภาคอีสาน ได้พบกับพระอาจารย์รูปหนึ่งและได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์รูปนั้น ก่อนย้อนมาจำพรรษาอยู่ที่วัดพุทธมงคล ซึ่งเดิมเป็นป่าช้าวัดเก่า ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์มากมายช่วนเหลือสาธุชนผู้ประสบความเดือดร้อน ความทุกข์ยากมาโดยตลอด สามารถรักษาไข้ได้โดยเฉพาะ โรควิกลจริต สติคลุ้มคลั้ง อันเกิดจากคุณผีคุณคน เมื่อส่งไปให้ท่านรักษาจะหายทุกราย วัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างไว้ ได้แก่ พระบูชาพุทธคยามหามงคล พระกริ่ง พระยอดธง พระสมเด็จ พระผงรูปเหมือน ตะกรุด 9 ดอก ตะกรุดโทน ตะกรุดคลอดลูก่าย ผ้ายันต์มงคลรัตน์ สีผึ้งมหานิยม ฯลฯ ลูกศิษย์บางคนได้รับพระสมเด็จรุ่นแรกไปใช้แต่ไม่เชื่อถือ ได้ทดลองยิง แต่ปรากฏว่า ยิงไม่ออก ปืนทั้งบวมยิงไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ปืนนั้นเพิ่งซื้อมาใหม่ จึงได้นำพระองค์นั้นไปห้อยคอทันที ต่อมาชายคนนั้น ถูกลอบยิงที่กลางตลาดถึง 3 นัด ปรากฏว่ายิงไม่ออก และตำรวจที่แขงพระเครื่องของท่านเกิดประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิด เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแต่ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด  (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
หลวงพ่อหนูอินทร์ กิตติสาโร (18 มกราคม พ.ศ. 2479 — ) พระภิกษุเรืองเวทย์แห่งภาคอีสาน ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติครบถ้วนในสมณรูป มีความเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก สมัยนั้นหลายคนไม่ค่อยเลื่อมใส เนื่องจากท่านดูแลดูเป็นพระหนุ่มมากเกินไป จึงนำพระเครื่องของท่านไปทดลอง ปรากฏว่า ยิงไม่ออก และมีคนถูกกับระเบิดแต่หาได้รับอันตรายไม่ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธมงคล ที่ปรึกษารองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ แห่งที่ 1 ได้รับสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นราช มีราชทินนามตามสัญญาบัตรว่า พระราชศีลโสภิต วรกิจจานุกิจธาดา มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดป่าพุทธมงคล จังหวัดกาฬสินธุ์

พระอาจารย์หนูอินทร์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2479 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ที่บ้านหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาชื่อ นายเกื้อ มารดาชื่อ นางผอง ธนะคำดี เมื่อมีอายุได้ 21 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2500 ณ วัดโพธิ์ชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีพระสุขุมวาทวาที (สุข สุขโณ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาประพันธ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหากรม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สอบได้นักธรรมชั้นเอกเมื่อปี พ.ศ. 2503 หลังจากนั้นได้หันมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยตลอด ท่านเริ่มออกธุดงค์ไปยังที่ต่าง ๆ ทั้งในป่าลึกและในถ้ำทั่วภาคอีสาน ได้พบกับพระอาจารย์รูปหนึ่งและได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์รูปนั้น ก่อนย้อนมาจำพรรษาอยู่ที่วัดพุทธมงคล ซึ่งเดิมเป็นป่าช้าวัดเก่า ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์มากมายช่วนเหลือสาธุชนผู้ประสบความเดือดร้อน ความทุกข์ยากมาโดยตลอด สามารถรักษาไข้ได้โดยเฉพาะ โรควิกลจริต สติคลุ้มคลั้ง อันเกิดจากคุณผีคุณคน เมื่อส่งไปให้ท่านรักษาจะหายทุกราย วัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างไว้ ได้แก่ พระบูชาพุทธคยามหามงคล พระกริ่ง พระยอดธง พระสมเด็จ พระผงรูปเหมือน ตะกรุด 9 ดอก ตะกรุดโทน ตะกรุดคลอดลูก่าย ผ้ายันต์มงคลรัตน์ สีผึ้งมหานิยม ฯลฯ ลูกศิษย์บางคนได้รับพระสมเด็จรุ่นแรกไปใช้แต่ไม่เชื่อถือ ได้ทดลองยิง แต่ปรากฏว่า ยิงไม่ออก ปืนทั้งบวมยิงไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ปืนนั้นเพิ่งซื้อมาใหม่ จึงได้นำพระองค์นั้นไปห้อยคอทันที ต่อมาชายคนนั้น ถูกลอบยิงที่กลางตลาดถึง 3 นัด ปรากฏว่ายิงไม่ออก และตำรวจที่แขงพระเครื่องของท่านเกิดประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิด เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแต่ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
cats ๗๖.jpg (400.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
เราได้ร่วมถวายปัจจัยทำบุญกับหลวงปู่ ในครั้งนี้ถือเป็นมหาบุญที่ได้ทำ  ของชำร่วยเป็นยานวดแก้ปวดเมื่อยตรา หลวงปู่สมนาคุณกับผู้ร่วมปัจจัยในการสร้างถาวรวัตถุร่วมกับหลวงปู่ ยามปวดเมื่อยร่างกายทานวดก็ขอให้หายโดยเร็วพลัน นะครับหลวงปู่ ๕๕๕.
เราได้ร่วมถวายปัจจัยทำบุญกับหลวงปู่ ในครั้งนี้ถือเป็นมหาบุญที่ได้ทำ ของชำร่วยเป็นยานวดแก้ปวดเมื่อยตรา หลวงปู่สมนาคุณกับผู้ร่วมปัจจัยในการสร้างถาวรวัตถุร่วมกับหลวงปู่ ยามปวดเมื่อยร่างกายทานวดก็ขอให้หายโดยเร็วพลัน นะครับหลวงปู่ ๕๕๕.
cats ๘๐.jpg (156.67 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๘๑.jpg
cats ๘๑.jpg (770.51 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
cats ๘๒.jpg
cats ๘๒.jpg (654.23 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
ถวายปัจจัยร่วมบุญกับหลวงปู่ เดินชมรอบ ๆ บริเวณวัดและเก็บภาพความทรงจำ ก่อนที่จะอำลาวัดป่าพุทธมงคลเดินทางต่อไปยังเป้าหมายที่ได้รับคำแนะนำมา ติดตามกันต่อนะครับว่าจะไป ณ ที่แห่งใด ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุด สำหรับผมแล้วใครไม่ไป เสียดายแย่เลยและเมื่อทราบ เชื่อได้เลยว่า คุณจะต้องเสียเวลาเดินทางกลับไปอีกครั้ง ๕๕<br /><br />อย่าลืมถ้าผิดพลาดประการใดเมตตา ทักท้วงแนะนำเพื่อจะได้แก้ไข คนที่เข้ามาอ่านจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เนื่องจากเขียนไปตามอารมณ์ที่เรียกว่า &quot;กลอนพาไป&quot; การตรวจทานแทบไม่ได้ตรวจทาน พิมพ์เสร็จก็โพสต์เลยซึ่งแน่นอน ต้องมีผิดพลาดครับ และความผิดพลาดนี้ผมก็ขอรับผิดและพร้อมแก้ไขครับ.
ถวายปัจจัยร่วมบุญกับหลวงปู่ เดินชมรอบ ๆ บริเวณวัดและเก็บภาพความทรงจำ ก่อนที่จะอำลาวัดป่าพุทธมงคลเดินทางต่อไปยังเป้าหมายที่ได้รับคำแนะนำมา ติดตามกันต่อนะครับว่าจะไป ณ ที่แห่งใด ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุด สำหรับผมแล้วใครไม่ไป เสียดายแย่เลยและเมื่อทราบ เชื่อได้เลยว่า คุณจะต้องเสียเวลาเดินทางกลับไปอีกครั้ง ๕๕

อย่าลืมถ้าผิดพลาดประการใดเมตตา ทักท้วงแนะนำเพื่อจะได้แก้ไข คนที่เข้ามาอ่านจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เนื่องจากเขียนไปตามอารมณ์ที่เรียกว่า "กลอนพาไป" การตรวจทานแทบไม่ได้ตรวจทาน พิมพ์เสร็จก็โพสต์เลยซึ่งแน่นอน ต้องมีผิดพลาดครับ และความผิดพลาดนี้ผมก็ขอรับผิดและพร้อมแก้ไขครับ.
cats ๘๓.jpg (282.32 KiB) เข้าดูแล้ว 1228 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

"..สวัสดี น้องแดง สารภี และทุกท่าน ที่โชคดีได้เข้ามาติดตามกระทู้นี้ที่มีสาระดีๆควรค่าการติดตามเป็นอย่างยิ่ง..ขอบคุณมากที่อุตสาหะมานะพยายามสรรสร้างสิ่งดี ๆ ให้ไว้เป็นวิทยาทาน.."
ไฟล์แนบ
&quot;..จริงแท้ แน่นอน..ขอบคุณมากครับ ที่นำมาให้ทราบด้วย..&quot;
"..จริงแท้ แน่นอน..ขอบคุณมากครับ ที่นำมาให้ทราบด้วย.."
S__32972803.jpg (69.53 KiB) เข้าดูแล้ว 1199 ครั้ง
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดี น้องแดง สารภี และทุกท่าน ที่โชคดีได้เข้ามาติดตามกระทู้นี้ที่มีสาระดีๆควรค่าการติดตามเป็นอย่างยิ่ง..ขอบคุณมากที่อุตสาหะมานะพยายามสรรสร้างสิ่งดี ๆ ให้ไว้เป็นวิทยาทาน.."
:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพี่เนตร หลานนกตลอดถึงท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมได้พาท่านตระเวนเมืองกาฬสินธ์เป็นวันที่ ๒ ซึ่งยังไม่จบ ยังเหลือจุดสำคัญ ๆ อีก ๒-๓ แห่งถ้าจะบอกว่าอืดอาดก็ยอมรับ แต่เมื่อเห็นสิ่งที่คิดว่าดี ๆ ก็จะพยายามไม่เว้นอยากให้ได้สัมผัส เผื่อว่ามีเวลาท่านจะได้ไปเยี่ยมชมด้วยตัวท่านเอง

ก่อนจะไปต่อผมขออนุญาตุเล่าว่า เมื่อวานนี้(๕ กพ.๖๒) ผมและคุณนายไปรับแม่(๙๒) ที่บ้านในเมืองเชียงใหม่ พาไปชมงานไม้ดอกไม้ประดับที่เขาจัดผ่านไปแล้วแต่ ๑-๓ กพ.แต่ดอกไม้ต่าง ๆ ยังคงเปิดให้ชมจนกว่าจะเหี่ยวเฉา ต่อจากนั้นพาท่านไปชอปปิ้งบนห้างแอร์พอร์ตพลาซา และทานมื้อเที่ยงผมดีใจและเป็นสุขมากที่เห็นท่านยังแข็งแรง ยิ้มแย้มแจ่มใส สนุกสนานกับการไปเปิดหู-เปิดตาในครั้งนี้

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า "พ่อ-แม่ เปรียบได้กับพระพรหมของลูก การดูแลพ่อ-แม่จึงเป็นมหากุศล" ส่วนพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ท่านจะย้ำเสมอ ๆ ว่า "พ่อ แม่ เปรียบดั่ง อรหันต์ของลูก ๆ ลูกทุกคนต้อง กตัญญูต่อท่านเป็นการตอบแทน" และในหลวง ร.๙ พระองค์ท่านก็เป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ให้ คนไทยทั้งประเทศได้ตระหนัก ท่านทรงปฏิบัติกับสมเด็จย่า จวบจนวินาทีสุดท้ายของสมเด็จย่า

บุญกุศลใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำในครั้งนี้ ขออุทิศเจ้ากรรมนายเวรและส่งถึงญาติธรรม เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ตลอดจนท่านผู้เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้ ขอให้ได้รับกุศลผลบุญนี้ด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ
:) :D

:) :D เรามาเดินทางกันต่อนะครับ ออกจากวัดป่าพุทธมงคล หลวงปู่หนูอินทร์เราก็มุ่งหน้าสู่เมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง พระธาตุยาคู อ.กมลาไสย ขอชื่นชมการอนุลักษณ์บริเวณสถานที่ ทำได้ดีมาก ๆ กันที่ไว้ไม่ให้มีการบุกรุกของชาวบ้าน พระธาตุตั้งเด่นเป็นสง่ามองมาแต่ไกล เกิดปีติ อิ่มตา อิ่มบุญ อิ่มใจ เพิ่มแรงศรัทธาในพุทธศาสนาและภูมิปัญญาของคนโบราณยิ่ง ๆ ขึ้น

เส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ อ.กมลาไสยต้องผ่าน บ.ห้วยโพธิ์ ช่วงปั่นผ่านตลอดระยะทางน่าจะเป็นกิโล เราได้กลิ่นหอมหวลลอยมาเต๊ะจมูก ใหม่ ๆ คิดไม่ออกกลิ่นอะไรหนา....สักครู่นึกขึ้นได้กลิ่นปลาร้าครับ ๕๕๕ ผมทานมังสวิรัติมาเป็นเวลา ๓๐ ปีพอดีในปี ๒๕๖๒ นี้ ฉะนั้นกลิ่น รส เนื้อสัตว์ต่าง ๆ บอกได้เลยลืมสิ้น แล้วก็กินไม่ได้ ร่างกายไม่รับแล้วนี่ละครับที่คนโบราณท่านกล่าวไว้ว่า "ฝึกอย่างไรได้อย่างนั้น ไม่ต้องสงสัย" :lol: :lol:



ไฟล์แนบ
S__33325065.jpg
S__33325065.jpg (275.53 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33325066.jpg
S__33325066.jpg (348.71 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33325067.jpg
S__33325067.jpg (383.15 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33325068.jpg
S__33325068.jpg (353.51 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33341442.jpg
S__33341442.jpg (427.62 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33325069.jpg
S__33325069.jpg (266.3 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33325070.jpg
S__33325070.jpg (281.32 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
S__33325071.jpg
S__33325071.jpg (316.19 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
IMG_1154.PNG
IMG_1154.PNG (1000.61 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๘๔.jpg
cats ๘๔.jpg (668.01 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๘๕.jpg
cats ๘๕.jpg (233.71 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๘๖.jpg
cats ๘๖.jpg (217.24 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๘๗.jpg
cats ๘๗.jpg (797.48 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๘๘.jpg
cats ๘๘.jpg (295.4 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๘๙.jpg
cats ๘๙.jpg (821.26 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
ผู้คนพากันมากราบไหว้พระธาตุกันไม่ว่างเว้น แม้ยามใกล้ค่ำ เราได้สนทนากับผู้คนที่มากราบสักการะ ได้ความว่า ตามความเชื่อของชาวบ้าน พระธาตุศักดิ์สิทธิ์สำหรับบุคคลที่ให้ความเลื่อมใสศรัทธา ดังนั้นเดาได้ว่า แต่ละท่านคงมาบนบานสานกล่าวขอให้ได้สมประสงค์ดังตั้งใจหวัง &quot;ไม่เชื่ออย่าลบหลู่&quot; เป็นคำที่ควรนำมาใช้ ศรัทธาความเชื่อห้ามกันไม่ได้<br /><br />ผมเองมีความเชื่อและศรัทธาในคำสอน ไม่ชอบอ้อนวอนเพราะ &quot;กรรม คือ การกระทำ&quot; ถ้าอยากได้ไม่ลงมือทำ ตัวผมเองนั้นในอดีตเคยอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลาย ๆ ที่ ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลย แต่ถ้าอยากได้อยากมีลงมือกระทำเมื่อใด จะประสบผลสำเร็จไม่มากก็น้อย (ดีกว่าไปนั่งรอตามคำอ้อนวอน)<br /><br />เมื่อได้หันหน้าเข้าปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมอย่างจริงจัง จึงได้ทราบว่า พระพุทธองค์ไม่สรรญเสริญการบวงสรวงอ้อนวอนเลย แม้จะมีผลแต่ก็ไม่ใช่หนทางที่แห่งการบรรลุ มรรคผลนิพพาน<br /><br /> &quot;นิพพานคือความสุขอย่างยิ่ง&quot; ความสุขไม่ใช่เกิดจากการมีเงินมีทอง มีทรัพย์สมบัติต่าง ๆ มากมาย แต่นิพพานเป็นความสุขที่เกิดจาก ใจ ใจสงบ ใจเย็น ใจนิ่ง ใจไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง นี่ต่างหากที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า &quot;ความสุขที่แท้จริง&quot;
ผู้คนพากันมากราบไหว้พระธาตุกันไม่ว่างเว้น แม้ยามใกล้ค่ำ เราได้สนทนากับผู้คนที่มากราบสักการะ ได้ความว่า ตามความเชื่อของชาวบ้าน พระธาตุศักดิ์สิทธิ์สำหรับบุคคลที่ให้ความเลื่อมใสศรัทธา ดังนั้นเดาได้ว่า แต่ละท่านคงมาบนบานสานกล่าวขอให้ได้สมประสงค์ดังตั้งใจหวัง "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" เป็นคำที่ควรนำมาใช้ ศรัทธาความเชื่อห้ามกันไม่ได้

ผมเองมีความเชื่อและศรัทธาในคำสอน ไม่ชอบอ้อนวอนเพราะ "กรรม คือ การกระทำ" ถ้าอยากได้ไม่ลงมือทำ ตัวผมเองนั้นในอดีตเคยอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลาย ๆ ที่ ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลย แต่ถ้าอยากได้อยากมีลงมือกระทำเมื่อใด จะประสบผลสำเร็จไม่มากก็น้อย (ดีกว่าไปนั่งรอตามคำอ้อนวอน)

เมื่อได้หันหน้าเข้าปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมอย่างจริงจัง จึงได้ทราบว่า พระพุทธองค์ไม่สรรญเสริญการบวงสรวงอ้อนวอนเลย แม้จะมีผลแต่ก็ไม่ใช่หนทางที่แห่งการบรรลุ มรรคผลนิพพาน

"นิพพานคือความสุขอย่างยิ่ง" ความสุขไม่ใช่เกิดจากการมีเงินมีทอง มีทรัพย์สมบัติต่าง ๆ มากมาย แต่นิพพานเป็นความสุขที่เกิดจาก ใจ ใจสงบ ใจเย็น ใจนิ่ง ใจไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง นี่ต่างหากที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "ความสุขที่แท้จริง"
cats ๙๐.jpg (274.85 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
ร้านทองในตัวเมือง กมลาไสย ใหญ่ยิ่งตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่า ชวนให้บันทึกภาพเพราะไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน สวยครับ ๕๕๕ ถูกใจ
ร้านทองในตัวเมือง กมลาไสย ใหญ่ยิ่งตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่า ชวนให้บันทึกภาพเพราะไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน สวยครับ ๕๕๕ ถูกใจ
cats ๙๑.jpg (244.04 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
ขากลับปั่นมาเจอรถเล่จอดขายทุเรียนข้างทาง แวะซื้อลูกหนึ่ง ๒๙๕ บ.หวาน มัน อร่อยถูกใจ ไม่นึกว่าทุเรียนดี ๆ อร่อย ๆ จะบุกมาถึง กมลาไสย หลาย ๆ ครั้งที่เราซื้อทุเรียนต้องผิดหวัง จนกลายเป็นไม่อยากกิน เพราะพ่อค้าแม่ค้าขาดคุณธรรมเห็นแก่ได้ นำทุเรียนที่ไม่สุกมาขาย คนที่เลือกไม่เป็นหรือไม่เคยเลือก ผิดหวังจึงเข็ดขยาด<br /><br />พ่อค้า-แม่ค้า ตลอดจนคนทำธุรกิจถ้ายึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม เชื่อได้ว่าร่ำรวยยั่งยืน ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ไร้ปัญหา เช่นเดียวกันถ้าคนทั้งโลกมี คุณธรรม จริยธรรม โลกนี้ก็จะมีความสุข สงบร่มเย็น ไม่ต้องมีการรบพุ่ง แย่งชิง ดังที่ปรากฏความไม่สงบทุกหัวระแหง (น่าเศร้า)
ขากลับปั่นมาเจอรถเล่จอดขายทุเรียนข้างทาง แวะซื้อลูกหนึ่ง ๒๙๕ บ.หวาน มัน อร่อยถูกใจ ไม่นึกว่าทุเรียนดี ๆ อร่อย ๆ จะบุกมาถึง กมลาไสย หลาย ๆ ครั้งที่เราซื้อทุเรียนต้องผิดหวัง จนกลายเป็นไม่อยากกิน เพราะพ่อค้าแม่ค้าขาดคุณธรรมเห็นแก่ได้ นำทุเรียนที่ไม่สุกมาขาย คนที่เลือกไม่เป็นหรือไม่เคยเลือก ผิดหวังจึงเข็ดขยาด

พ่อค้า-แม่ค้า ตลอดจนคนทำธุรกิจถ้ายึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม เชื่อได้ว่าร่ำรวยยั่งยืน ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ไร้ปัญหา เช่นเดียวกันถ้าคนทั้งโลกมี คุณธรรม จริยธรรม โลกนี้ก็จะมีความสุข สงบร่มเย็น ไม่ต้องมีการรบพุ่ง แย่งชิง ดังที่ปรากฏความไม่สงบทุกหัวระแหง (น่าเศร้า)
cats ๙๒.jpg (801.77 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
cats ๙๓.jpg
cats ๙๓.jpg (223.56 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
เห็นโรงงานปลาร้า ผมเสียดายจริง ๆ ไม่ได้แวะขอเข้าไปชมกิจการ เพราะเวลาน้อยและเย็นแล้ว เขาคงเลิกงานกันหมด อีกอย่างไม่ใช่สาระของเรา ทำให้ไม่นึกไม่คิด ถึงเวลานี้ได้คิดว่า เราควรเข้าไปเยี่ยมชมเพื่อว่าจะได้นำมาเสนอ ให้เป็นวิทยาทาน คิดได้มันสายเสียแล้ว ๕๕๕.
เห็นโรงงานปลาร้า ผมเสียดายจริง ๆ ไม่ได้แวะขอเข้าไปชมกิจการ เพราะเวลาน้อยและเย็นแล้ว เขาคงเลิกงานกันหมด อีกอย่างไม่ใช่สาระของเรา ทำให้ไม่นึกไม่คิด ถึงเวลานี้ได้คิดว่า เราควรเข้าไปเยี่ยมชมเพื่อว่าจะได้นำมาเสนอ ให้เป็นวิทยาทาน คิดได้มันสายเสียแล้ว ๕๕๕.
cats ๙๔.jpg (295.49 KiB) เข้าดูแล้ว 1179 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

"..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี และทุกท่าน ขอบคุณมากครับสำหรับเนื้อหาสาระดีๆ และภาพถ่ายสวย ๆ ที่นำมาให้ไว้เป็นวิทยาทาน.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย NOKNICE »

สวัสดีครับลุงแดง-ป้า ลุงเนตรและทุกท่าน
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อรุณสวัสดิ์ท่านที่เคารพ คุณพี่เนตรและหลานนก จุดสุดท้ายของวันที่ ๒ (๑๘ มค.๖๒) ที่เราท่องเมืองกาฬสินธ์ โดยจุดนี้น้องผู้จัดการโรงแรม สุภัคโฮเต็ล ย้ำว่าไม่ควรพลาดเด็ดขาด(คนคอเดียวกัน) แม้จะใกล้มืดค่ำแล้วเราก็บุกบั่นไปจนถึง สถานที่ว่านี้ก็คือ หมู่บ้านนานาชาติ เมื่อไปถึงและได้พูดคุยกับเจ้าของโครงการแล้ว ทึ่งมาก ๆ แต่ก่อนที่จะได้ทราบรายละเอียดอะไร น้องเขาบอกให้เราสองคน เข้าไปเดินชมสถานที่ก่อนเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สวยงามมาก ๆ น้องบอกว่ามาเวลานี้ล่ะ "ใช่เลย" จะได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติในแบบของหมู่บ้านนานาชาติ

ก่อนจะเข้าไปในหมู่บ้านเห็นป้ายตั้งเด่นชัดเจนว่า เป็นศูนย์ฝึกภาษา ทำความดี ในวิถีพอเพียง แค่นี้ผมก็ประทับใจ พูดตรง ๆ คำว่าพอเพียง เชื่อเหลือเกินว่ามีอีกนับล้าน ๆ คนยังไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึง คำว่า พอเพียง หมายถึงอะไร เรามาทบทวนกันหน่อยนะ


:idea: :idea: ..การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด...

— พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517
:idea: :idea:

:lol: :lol: ความหมายเกี่ยวกับ พอเพียง พระองค์ท่านให้โอวาทไว้ในหลาย ๆ ที่หลาย ๆ แห่ง เรียกว่าเยอะแยะมากมาย จนพระองค์ท่านได้รับรางวัล และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้รับการเชิดชูจากองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน สำหรับตัวผมเองแล้วผมชอบพระราชดำรัสปีหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงอธิบาย เราไปศึกษากันครับ

:idea: :idea: “...พอเพียง มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอในความต้องการก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมี มีมากอาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น...”

พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
:idea: :idea:
ไฟล์แนบ
cats ๙๕.jpg
cats ๙๕.jpg (617.76 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๙๖.jpg
cats ๙๖.jpg (290.27 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๙๗.jpg
cats ๙๗.jpg (230.92 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๙๘.jpg
cats ๙๘.jpg (199.91 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
หลานขวัญชัย ฯ ได้เล่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้เราสองคนฟัง และได้อธิบายขั้นตอนต่อไปของโครงการที่จะดำเนินต่อ ผมจำได้ไม่หมด ก็เลยขออนุญาตุคัดลอกบทสัมภาษณ์น้องเขาในหนังสือพิมพ์มาให้ศึกษากันครับ<br /><br />หมู่บ้านนานาชาติ เปรมปรีดี” อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกับเจ้าของภาษา ราวกับอยู่ในต่างประเทศเลยล่ะ เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร ไปฟังจาก ขวัญชัย ปรีดี วัย 33 ปี ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านฝึกภาษาแห่งนี้กัน<br /><br />ในยุคที่คนในสังคมมุ่งแต่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด หากมีบุคคลหรือองค์กรใดลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อคนในสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ก็นับว่าควรค่าแก่การยกย่องและให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง<br /><br />“ผมเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เด็กผมก็รู้ตัวว่าเรียนไม่ค่อยเก่ง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ พอเรียนต่อระดับปริญญาตรี สาขากราฟฟิกดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผมก็ยังได้คะแนนโดยรวมไม่ดี ช่วงนั้นกลัวจะโดนรีไทร์มาก ผมจึงตั้งปณิธานว่า ถ้าจบปริญญาตรีจะต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ โชคดีว่าตอนเรียนอยู่ปี 3 ผมมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่สหรัฐในโครงการแลกเปลี่ยน ตอนอยู่ที่นั่นผมก็ไปหางานเกี่ยวกับการออกแบบอยู่ 1 สัปดาห์ จึงได้ไปฝึกงานในบริษัททำนิตยสารเล่มหนึ่ง<br /><br /><br />พอกลับมาเรียนใกล้จะจบปี 4 ผมก็ได้งานที่นิวยอร์ก สหรัฐ โดยไปสอนด้านกราฟฟิกดีไซน์ให้กับลูกคนรวยๆ ที่เสียเงินมาเข้าค่ายในช่วงปิดเทอมกัน เมื่อจบงานนี้พอกลับมาไทยผมก็ได้งานในบริษัทเว็บไซต์ของแอลเอ แต่เราสามารถทำงานในเมืองไทยได้ ก็ทำอยู่ 3 ปี จึงย้ายไปอยู่ลอนดอน อังกฤษ แล้วคิดว่าจะอยู่ที่นี่แหละ คงไม่ได้กลับไปทำงานที่เมืองไทยแล้วล่ะ ระหว่างเรียนภาษาเพื่อรอต่อปริญญาโท ผมก็เป็นช่างภาพแฟชั่นอิสระไปด้วย เรียกว่ากำลังเพลิดเพลินกับการหาความสำเร็จให้ชีวิตเลยล่ะ<br /><br />ทว่า มีจุดเปลี่ยนในปี 2012 เมื่อผมมีโอกาสได้ไปวัดไทยในลอนดอน ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทรงเปิดงาน แล้วที่นี่ยังเปิดให้ทั้งฝรั่งและคนไทยได้มาปฏิบัติธรรมด้วย เมื่อปฏิบัติธรรมไปสักพักก็ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนจากคนที่ใฝ่หาความสำเร็จ มาเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของชีวิต ณ ปัจจุบัน และรู้จักปล่อยวางมากขึ้น ผมจึงเป็นอาสาสมัครช่วยที่วัดอยู่นาน ถึงจะเหนื่อยแต่ทำแล้วมีความสุข แล้วยังเริ่มมีเพื่อนๆ ทั้งฝรั่งและไทยที่มาทำกลุ่มจิตอาสาร่วมกันด้วย<br /><br />กระทั่งปี 2014 ผมก็มานั่งคิดว่า ทำไมเราไม่กลับไปทำจิตอาสาช่วยพัฒนาบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ ให้คนในสังคมได้ประโยชน์ล่ะ เพราะที่ลอนดอนคนส่วนใหญ่มีพร้อมทุกอย่างแล้ว ไม่ได้ขาดเหมือนเมืองไทยเรา”<br /><br />เมื่อคิดได้แบบนั้น ขวัญชัยจึงยึดถือธรรมะและคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องความพอเพียง แล้วตัดสินใจบอกกับเพื่อนๆ ที่ลอนดอนว่า จะกลับมาพัฒนาสังคมที่บ้านเกิดด้วยการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ หรือคนที่นี่ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด เขาจึงจัดงานแฟร์อาหารขึ้นที่ลอนดอนเพื่อรวบรวมเงินบริจาคจากเหล่ากัลยาณมิตรทั้งไทยและเทศ จนได้เป็นเงินก้อนแรกเพื่อก่อตั้งโครงการหมู่บ้านนานาชาติฯ พร้อมทั้งขอที่ดินของพ่อแม่เพื่อก่อสร้างโครงการด้วย<br /><br />“จากประสบการณ์ ผมเห็นว่าเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษกันเยอะมาก แต่สื่อสารไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเรียนแพงแค่ไหน หรือครูเก่งแค่ไหนก็ตาม พอหยุดเรียนและไม่มีโอกาสได้ใช้ก็ลืมหมด อีกอย่างการเรียนแกรมม่าโดยที่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ กลับสร้างความสับสน พูดไม่ออก และกังวลว่าจะพูดผิดให้กับเด็ก ในขณะที่ฝรั่งพูดได้ถูกต้องโดยที่ไม่ต้องรู้หรือจำแกรมม่าให้วุ่นวาย เพราะพูดจากสิ่งที่พวกเขาได้ยินทุกวัน<br /><br />สรุปแล้วการเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด คือต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษ หรือใช้ได้จริงอย่างต่อเนื่องจนมั่นใจ จากนั้นค่อยไปพัฒนาด้านการอ่านเขียน เหมือนที่เราทุกคนพูดภาษาไทยได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งหมู่บ้านนานาชาติเปรมปรีดีที่บ้านเกิดของผม โดยสร้างให้เป็นศูนย์รวมของอาสาสมัครนานาชาติ เครือข่ายนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเครือข่ายปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งเปิดรับสมัครเด็กไทยมาร่วมเข้าค่าย ทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อวัดและชุมชน ลดการใช้ขยะ รีไซเคิลอย่างสร้างสรรค์ ปลูกป่า ปลูกพืชผักสวนครัว ทำอาหารและขนมจากพืชที่ปลูกเอง จัดสวน และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ โดยทุกกิจกรรมจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง โดยเราเปิดค่ายครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค. 2560 และรับสมาชิกได้ 10 กว่าคน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองของเด็กๆ เป็นอย่างดี”<br /><br />ขวัญชัย ทิ้งท้ายว่า โครงการนี้ไม่เพียงแต่ฝึกให้เยาวชนได้ใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังทำให้สมาชิกทุกวัยที่อยากจะฝึกพัฒนาภาษาได้เรียนรู้ที่จะรักษ์และหวงแหนธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสียสละเพื่อชุมชน โดยลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครสอน แต่ให้ประสบการณ์ที่ทำนั้นเป็นครูให้<br /><br />“ปัจจุบันนี้เยาวชนยุคใหม่และตัวเราเองมักใช้ชีวิตหน้าจอโทรศัพท์มือถือวันละหลายชั่วโมงทุกวัน แต่โครงการนี้จะทำให้สมาชิกทุกคนได้ใช้ชีวิตกับธรรมชาติมากขึ้น เพียงแค่สมาชิกที่เข้าค่ายมาร่วมทำความดีและร่วมสนุกกับหมู่บ้านนานาชาติฯ ทุกคนก็จะกลายเป็นผู้ที่รักษ์สิ่งแวดล้อมและพูดภาษาอังกฤษได้เองไปโดยปริยาย”…
หลานขวัญชัย ฯ ได้เล่ารายละเอียดต่าง ๆ ให้เราสองคนฟัง และได้อธิบายขั้นตอนต่อไปของโครงการที่จะดำเนินต่อ ผมจำได้ไม่หมด ก็เลยขออนุญาตุคัดลอกบทสัมภาษณ์น้องเขาในหนังสือพิมพ์มาให้ศึกษากันครับ

หมู่บ้านนานาชาติ เปรมปรีดี” อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันกับเจ้าของภาษา ราวกับอยู่ในต่างประเทศเลยล่ะ เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร ไปฟังจาก ขวัญชัย ปรีดี วัย 33 ปี ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านฝึกภาษาแห่งนี้กัน

ในยุคที่คนในสังคมมุ่งแต่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด หากมีบุคคลหรือองค์กรใดลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อคนในสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ก็นับว่าควรค่าแก่การยกย่องและให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

“ผมเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เด็กผมก็รู้ตัวว่าเรียนไม่ค่อยเก่ง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ พอเรียนต่อระดับปริญญาตรี สาขากราฟฟิกดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผมก็ยังได้คะแนนโดยรวมไม่ดี ช่วงนั้นกลัวจะโดนรีไทร์มาก ผมจึงตั้งปณิธานว่า ถ้าจบปริญญาตรีจะต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ โชคดีว่าตอนเรียนอยู่ปี 3 ผมมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่สหรัฐในโครงการแลกเปลี่ยน ตอนอยู่ที่นั่นผมก็ไปหางานเกี่ยวกับการออกแบบอยู่ 1 สัปดาห์ จึงได้ไปฝึกงานในบริษัททำนิตยสารเล่มหนึ่ง


พอกลับมาเรียนใกล้จะจบปี 4 ผมก็ได้งานที่นิวยอร์ก สหรัฐ โดยไปสอนด้านกราฟฟิกดีไซน์ให้กับลูกคนรวยๆ ที่เสียเงินมาเข้าค่ายในช่วงปิดเทอมกัน เมื่อจบงานนี้พอกลับมาไทยผมก็ได้งานในบริษัทเว็บไซต์ของแอลเอ แต่เราสามารถทำงานในเมืองไทยได้ ก็ทำอยู่ 3 ปี จึงย้ายไปอยู่ลอนดอน อังกฤษ แล้วคิดว่าจะอยู่ที่นี่แหละ คงไม่ได้กลับไปทำงานที่เมืองไทยแล้วล่ะ ระหว่างเรียนภาษาเพื่อรอต่อปริญญาโท ผมก็เป็นช่างภาพแฟชั่นอิสระไปด้วย เรียกว่ากำลังเพลิดเพลินกับการหาความสำเร็จให้ชีวิตเลยล่ะ

ทว่า มีจุดเปลี่ยนในปี 2012 เมื่อผมมีโอกาสได้ไปวัดไทยในลอนดอน ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทรงเปิดงาน แล้วที่นี่ยังเปิดให้ทั้งฝรั่งและคนไทยได้มาปฏิบัติธรรมด้วย เมื่อปฏิบัติธรรมไปสักพักก็ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนจากคนที่ใฝ่หาความสำเร็จ มาเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของชีวิต ณ ปัจจุบัน และรู้จักปล่อยวางมากขึ้น ผมจึงเป็นอาสาสมัครช่วยที่วัดอยู่นาน ถึงจะเหนื่อยแต่ทำแล้วมีความสุข แล้วยังเริ่มมีเพื่อนๆ ทั้งฝรั่งและไทยที่มาทำกลุ่มจิตอาสาร่วมกันด้วย

กระทั่งปี 2014 ผมก็มานั่งคิดว่า ทำไมเราไม่กลับไปทำจิตอาสาช่วยพัฒนาบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ ให้คนในสังคมได้ประโยชน์ล่ะ เพราะที่ลอนดอนคนส่วนใหญ่มีพร้อมทุกอย่างแล้ว ไม่ได้ขาดเหมือนเมืองไทยเรา”

เมื่อคิดได้แบบนั้น ขวัญชัยจึงยึดถือธรรมะและคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องความพอเพียง แล้วตัดสินใจบอกกับเพื่อนๆ ที่ลอนดอนว่า จะกลับมาพัฒนาสังคมที่บ้านเกิดด้วยการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ หรือคนที่นี่ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด เขาจึงจัดงานแฟร์อาหารขึ้นที่ลอนดอนเพื่อรวบรวมเงินบริจาคจากเหล่ากัลยาณมิตรทั้งไทยและเทศ จนได้เป็นเงินก้อนแรกเพื่อก่อตั้งโครงการหมู่บ้านนานาชาติฯ พร้อมทั้งขอที่ดินของพ่อแม่เพื่อก่อสร้างโครงการด้วย

“จากประสบการณ์ ผมเห็นว่าเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษกันเยอะมาก แต่สื่อสารไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเรียนแพงแค่ไหน หรือครูเก่งแค่ไหนก็ตาม พอหยุดเรียนและไม่มีโอกาสได้ใช้ก็ลืมหมด อีกอย่างการเรียนแกรมม่าโดยที่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ กลับสร้างความสับสน พูดไม่ออก และกังวลว่าจะพูดผิดให้กับเด็ก ในขณะที่ฝรั่งพูดได้ถูกต้องโดยที่ไม่ต้องรู้หรือจำแกรมม่าให้วุ่นวาย เพราะพูดจากสิ่งที่พวกเขาได้ยินทุกวัน

สรุปแล้วการเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด คือต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษ หรือใช้ได้จริงอย่างต่อเนื่องจนมั่นใจ จากนั้นค่อยไปพัฒนาด้านการอ่านเขียน เหมือนที่เราทุกคนพูดภาษาไทยได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งหมู่บ้านนานาชาติเปรมปรีดีที่บ้านเกิดของผม โดยสร้างให้เป็นศูนย์รวมของอาสาสมัครนานาชาติ เครือข่ายนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเครือข่ายปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งเปิดรับสมัครเด็กไทยมาร่วมเข้าค่าย ทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อวัดและชุมชน ลดการใช้ขยะ รีไซเคิลอย่างสร้างสรรค์ ปลูกป่า ปลูกพืชผักสวนครัว ทำอาหารและขนมจากพืชที่ปลูกเอง จัดสวน และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ โดยทุกกิจกรรมจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง โดยเราเปิดค่ายครั้งแรกเมื่อเดือน ต.ค. 2560 และรับสมาชิกได้ 10 กว่าคน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองของเด็กๆ เป็นอย่างดี”

ขวัญชัย ทิ้งท้ายว่า โครงการนี้ไม่เพียงแต่ฝึกให้เยาวชนได้ใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังทำให้สมาชิกทุกวัยที่อยากจะฝึกพัฒนาภาษาได้เรียนรู้ที่จะรักษ์และหวงแหนธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสียสละเพื่อชุมชน โดยลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครสอน แต่ให้ประสบการณ์ที่ทำนั้นเป็นครูให้

“ปัจจุบันนี้เยาวชนยุคใหม่และตัวเราเองมักใช้ชีวิตหน้าจอโทรศัพท์มือถือวันละหลายชั่วโมงทุกวัน แต่โครงการนี้จะทำให้สมาชิกทุกคนได้ใช้ชีวิตกับธรรมชาติมากขึ้น เพียงแค่สมาชิกที่เข้าค่ายมาร่วมทำความดีและร่วมสนุกกับหมู่บ้านนานาชาติฯ ทุกคนก็จะกลายเป็นผู้ที่รักษ์สิ่งแวดล้อมและพูดภาษาอังกฤษได้เองไปโดยปริยาย”…
cats ๑๐๕.jpg (252.1 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๙๙.jpg
cats ๙๙.jpg (569.67 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๖.jpg
cats ๑๐๖.jpg (285.9 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๗.jpg
cats ๑๐๗.jpg (567.72 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๘.jpg
cats ๑๐๘.jpg (590.56 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๙.jpg
cats ๑๐๙.jpg (529.21 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๑๐.jpg
cats ๑๑๐.jpg (590.22 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๐.jpg
cats ๑๐๐.jpg (197.89 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๑.jpg
cats ๑๐๑.jpg (265.15 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๒.jpg
cats ๑๐๒.jpg (224.05 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๐๓.jpg
cats ๑๐๓.jpg (251.21 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
หลังจากที่เราสองคนเดินเข้าไปซึมซับบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ตามคำบอกของน้องที่ให้เข้าไปชมข้างในก่อน หลังจากนั้นน้องเขาก็พาเราไปที่กระท่อมและอธิบายความเป็นมาต่าง ๆ ตั้งแต่เรียนประถม มัธยม ไปเมืองนอกไปหลงเสียงสี ความศิวิไลซ์ จนเจอสถานที่ปฏิบัติธรรมเห็นฝรั่งไปกันมาก ฉุกใจคิดปรับเปลี่ยนใจใหม่ โดยอธิบายภาพประกอบไปด้วยต้องบอกว่า น้องเขาเป็นคนมีบุญจริง ๆ เราคงไม่เทียบเท่าแน่เลย
หลังจากที่เราสองคนเดินเข้าไปซึมซับบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ตามคำบอกของน้องที่ให้เข้าไปชมข้างในก่อน หลังจากนั้นน้องเขาก็พาเราไปที่กระท่อมและอธิบายความเป็นมาต่าง ๆ ตั้งแต่เรียนประถม มัธยม ไปเมืองนอกไปหลงเสียงสี ความศิวิไลซ์ จนเจอสถานที่ปฏิบัติธรรมเห็นฝรั่งไปกันมาก ฉุกใจคิดปรับเปลี่ยนใจใหม่ โดยอธิบายภาพประกอบไปด้วยต้องบอกว่า น้องเขาเป็นคนมีบุญจริง ๆ เราคงไม่เทียบเท่าแน่เลย
cats ๑๐๔.jpg (187.95 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
คุยกันเพลินจนคุณแม่น้องเห็นว่ามืดค่ำมากแล้ว มาแจ้งเตือนและอาสาขี่มอไซด์นำพาไปส่งยังโรงแรมที่พัก ต้องขอขอบพระคุณคุณแม่เป็นอย่างสูง เมื่อถึงโรงแรมอำลาคุณแม่ รอจนคุณแม่ขี่มอไซด์หายลับ เราสองคนยังไม่เข้าโรงแรม เราปั่นไปชมราตรีที่ตลาดโรงสี ตามคำบอกของแม่ค้าเมื่อตอนเช้าที่เราไป ซึ่งไม่ใช่เวลาของที่นี่ คนเที่ยวกันเยอะร้านต่าง ๆ มากมายทั้งขายสินค้า ขายอาหาร คึกคักมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแบบทางโลก ตลาดโรงสีนี่ล่ะ ใช่เลย <br /><br />เก็บภาพความประทับใจเรียบร้อย ก่อนกลับโรงแรมที่พัก เราสองคนปั่นไปยังตลาดโต้รุ่งเพื่อไปหาอะไรทาน วันนี้ทั้งวันปั่นเกือบ ๘๐ กม.เรียกว่าเสียพลังงานไปมากพอควร แต่ไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะเพลิดเพลินกับการ ชื่นชมสถานที่ ธรรมชาติและการสนทนาที่ถูกคอเลยทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยต่าง ๆ
คุยกันเพลินจนคุณแม่น้องเห็นว่ามืดค่ำมากแล้ว มาแจ้งเตือนและอาสาขี่มอไซด์นำพาไปส่งยังโรงแรมที่พัก ต้องขอขอบพระคุณคุณแม่เป็นอย่างสูง เมื่อถึงโรงแรมอำลาคุณแม่ รอจนคุณแม่ขี่มอไซด์หายลับ เราสองคนยังไม่เข้าโรงแรม เราปั่นไปชมราตรีที่ตลาดโรงสี ตามคำบอกของแม่ค้าเมื่อตอนเช้าที่เราไป ซึ่งไม่ใช่เวลาของที่นี่ คนเที่ยวกันเยอะร้านต่าง ๆ มากมายทั้งขายสินค้า ขายอาหาร คึกคักมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแบบทางโลก ตลาดโรงสีนี่ล่ะ ใช่เลย

เก็บภาพความประทับใจเรียบร้อย ก่อนกลับโรงแรมที่พัก เราสองคนปั่นไปยังตลาดโต้รุ่งเพื่อไปหาอะไรทาน วันนี้ทั้งวันปั่นเกือบ ๘๐ กม.เรียกว่าเสียพลังงานไปมากพอควร แต่ไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะเพลิดเพลินกับการ ชื่นชมสถานที่ ธรรมชาติและการสนทนาที่ถูกคอเลยทำให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยต่าง ๆ
cats ๑๑๑.jpg (554.05 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๑๒.jpg
cats ๑๑๒.jpg (618.84 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
cats ๑๑๓.jpg
cats ๑๑๓.jpg (638.73 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
หลังจากเรียบร้อยจากมื้อค่ำ ก็กลับโรงแรมที่พักไม่ลืมที่จะสวดมนต์ภาวนาตามปกติปฏิบัติ เพื่อการพักผ่อนหลับนอนที่สนิทจริง ๆ เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริงไม่ต้องฝันใด ๆ ตื่นขึ้นมาจะได้กระปรี้กระเปร่า มีแรงดำเนินชีวิตในวันรุ่งขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ <br /><br />พรุ่งนี้รุ่งขึ้นเราตกลงกันว่า จะเดินทางออก จากเมืองกาฬสินธ์ไปจุดหมายอื่นต่อไป ก็ขอได้ติดตามเราไปเรื่อย ๆ เป็นกำลังใจนะครับ กาฬสินธ์มีอะไรดี ๆ ให้ได้ชื่นชมอีกมากครับ
หลังจากเรียบร้อยจากมื้อค่ำ ก็กลับโรงแรมที่พักไม่ลืมที่จะสวดมนต์ภาวนาตามปกติปฏิบัติ เพื่อการพักผ่อนหลับนอนที่สนิทจริง ๆ เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริงไม่ต้องฝันใด ๆ ตื่นขึ้นมาจะได้กระปรี้กระเปร่า มีแรงดำเนินชีวิตในวันรุ่งขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

พรุ่งนี้รุ่งขึ้นเราตกลงกันว่า จะเดินทางออก จากเมืองกาฬสินธ์ไปจุดหมายอื่นต่อไป ก็ขอได้ติดตามเราไปเรื่อย ๆ เป็นกำลังใจนะครับ กาฬสินธ์มีอะไรดี ๆ ให้ได้ชื่นชมอีกมากครับ
cats ๑๑๔.jpg (588.95 KiB) เข้าดูแล้ว 1165 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย NOKNICE »

สวัสดีครับลุงแดง-ป้า

ขอชื่นชมน้องขวัญอีกคนครับลุง ภ้ามีโอกาสคงได้ไปเยือนที่นั่นครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

NOKNICE เขียน:สวัสดีครับลุงแดง-ป้า

ขอชื่นชมน้องขวัญอีกคนครับลุง ภ้ามีโอกาสคงได้ไปเยือนที่นั่นครับ
:) :D สวัสดีครับ หลานนก ขอบคุณแทนน้องขวัญชัยด้วยครับ รีบ ๆ หาโอกาสไปชมแล้วอย่าลืมให้ไปช่วงเย็นนะครับ จะได้เก็บภาพสวย ๆ กับวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านนานาชาติ จะได้ประทับใจ หลังจากที่ได้ฟังน้องขวัญ ฯ บรรยายสรุปเกี่ยวกับเรื่องจิตอาสา ตลอดจนแนวคิดและการปฏิบัติของน้องเขาแล้ว ทำให้ คุณลุง-คุณป้า ได้เปลี่ยน Concept ของการเดินทางในครั้งต่อไปอย่างสิ้นเชิง ส่วนจะเป็นอะไรอย่างไร ขอให้ติดตามกันต่อไปนะครับ :lol: :lol:

:idea: :idea: คำว่าจิตอาสานั้นมีความหมายลึกซึ้งเพียงใด เรามาฟังทัศนะของท่านพระอาจารย์ ไพศาล วิสาโล ซึ่งท่านได้ให้ความหมายว่า “จิตอาสา” คือจิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม หรือความทุกข์ยากของผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วย ไม่ใช่ด้วยการให้ทาน ให้เงิน แต่ด้วยการสละเวลา ลงแรงเข้าไปช่วย ด้วยจิตที่เป็นสุขที่ได้ช่วยผู้อื่น จะเน้นว่า ไม่ใช่แค่ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนา “จิตวิญญาณ” ของเราด้วย

“จิตอาสา” คือ ผู้ที่มีจิตใจที่เป็นผู้ให้ เช่น ให้สิ่งของ ให้เงิน ให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละ สิ่งที่ตนเองมี แม้กระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ่ ให้กับส่วนรวม…อีกทั้งยังช่วยลด “อัตตา” หรือความเป็นตัว เป็นตนของตนเองลงได้บ้าง


:o :o จิตอาสา กับ อาสาสมัคร คงไปทิศทางเดียวกัน อาสาสมัคร (volunteer) หมายถึง ผู้ที่สมัครใจทำงานเพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือสิ่งอื่นใด บุคคลที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ เสียสละ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ป้องกัน แก้ไขปัญหาและ พัฒนาสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

คุณสมบัติที่สำคัญของอาสาสมัครมี 3 ประการ คือ ทำงานด้วยความสมัครใจไม่ใช่ด้วยการถูกบังคับหรือเป็นเพราะหน้าที่ เป็นงานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมหรือสาธารณประโยชน์ และทำโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือสิ่งของมีมูลค่าแทนเงิน
:) :D

:) :D น้องขวัญชัยเป็นแบบอย่างของจิตอาสาที่สมบูรณ์ที่สุด ออกจากหมู่บ้านานาชาติก่อนกลับไปนอนพักผ่อนได้เที่ยวตลาดโรงสีและตลาดโต้รุ่ง รุ่งเช้าวันที่ ๑๙ มกราคม ๖๒ จึงได้อำลาเมืองกาฬสินธ์ เพื่อเดินทางไปเขื่อนลำปาว จะไปกราบพระธาตุภูปอ และคืนวันที่ ๑๙ นี้คงได้นอนพักค้างที่วัดภูปอแน่นอน เอาเข้าจริงหลังจากที่ออกจากเขื่อนเราเสียเวลาหลงทางไปไกลเวลาก็เย็นค่ำแล้วด้วยจะหวลกลับน่าจะไม่เป็นผลดี บังเอิญชาวบ้านร้านตลาด แนะนำให้ไปนอนที่วัดช้างแก้ว วันรุ่งขึ้นค่อยกลับไปภูปอ เป็นความคิดที่ดี เราตกลงตามนั้นครับ :lol: :lol:
ไฟล์แนบ
20190202_165443.jpg
20190202_165443.jpg (48.22 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
สาวสวยสองคนที่ยืนคู่กัน คนซ้ายมือเป็นน้องสาวของผู้จัดการน่ารักมาก ตอนเย็นน้องจะซื้อน้ำเต้าฮู้มาฝากบอกรับรองความอร่อยและมีประโยชน์ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ท่านเคยไหมครับเวลาไปนอนพักโรงแรมแล้วผู้จัดการหรือคนของโรงแรม ดูแลเอาใจใส่ขนาดนี้ ทั้งคำแนะนำทั้งของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันประทับใจเราสองคนมาก ๆ <br /><br />ยังครับยังมีอีก ได้เจอกับคุณแม่ของน้องทั้งสองซึ่งช่วงนี้ถือเป็นบั้นปลายชีวิต ได้มอบกิจการต่าง ๆ ให้ลูกสาวดำเนินการ ตัวท่านเองออกเดินทางท่องเที่ยว ให้กำไรชีวิตในบั้นปลายของชีวิต เป็นเรื่องถูกต้องจริง ๆ
สาวสวยสองคนที่ยืนคู่กัน คนซ้ายมือเป็นน้องสาวของผู้จัดการน่ารักมาก ตอนเย็นน้องจะซื้อน้ำเต้าฮู้มาฝากบอกรับรองความอร่อยและมีประโยชน์ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ท่านเคยไหมครับเวลาไปนอนพักโรงแรมแล้วผู้จัดการหรือคนของโรงแรม ดูแลเอาใจใส่ขนาดนี้ ทั้งคำแนะนำทั้งของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันประทับใจเราสองคนมาก ๆ

ยังครับยังมีอีก ได้เจอกับคุณแม่ของน้องทั้งสองซึ่งช่วงนี้ถือเป็นบั้นปลายชีวิต ได้มอบกิจการต่าง ๆ ให้ลูกสาวดำเนินการ ตัวท่านเองออกเดินทางท่องเที่ยว ให้กำไรชีวิตในบั้นปลายของชีวิต เป็นเรื่องถูกต้องจริง ๆ
cats ๑๑๕.jpg (695.2 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๑๖.jpg
cats ๑๑๖.jpg (225.93 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
ไม่ลืมที่จะต้องไปฝากท้องมื้อเช้ากับป้าน้อย และจะถือโอกาสอำลาป้าน้อยด้วย เหมือนเดิมป้าน้อยยังคงให้ชิมนั่นนี่โน้น ตามประสาคนใจดี ช่วงที่นั่งทานข้าวมีครอบครัวกินเจ เข้ามาหาซื้อของ และเข้ามาสนทนาด้วย เขาแนะนำเส้นทางและที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมให้เรา น้ำใจนิด ๆ หน่อย ๆ เป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืม
ไม่ลืมที่จะต้องไปฝากท้องมื้อเช้ากับป้าน้อย และจะถือโอกาสอำลาป้าน้อยด้วย เหมือนเดิมป้าน้อยยังคงให้ชิมนั่นนี่โน้น ตามประสาคนใจดี ช่วงที่นั่งทานข้าวมีครอบครัวกินเจ เข้ามาหาซื้อของ และเข้ามาสนทนาด้วย เขาแนะนำเส้นทางและที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมให้เรา น้ำใจนิด ๆ หน่อย ๆ เป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืม
cats ๑๑๗.jpg (702.46 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
หลังจากเรียบร้อยอาหารเช้าอำลาป้าน้อยออกเดินทาง ออกจากตัวเมืองได้ไม่ไกล งานเข้ารถของคุณนาย ยางระเบิดครับ ต้องเสียเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เราอาศัยชายคาของห้องแถวเป็นที่ซ่อม ปรากฏว่าเจ้าของห้องแถวห้องติดกันเป็นอาจารย์ ม.กาฬสินธ์ สนใจเข้ามาคุยด้วย ทราบว่าปีหน้าจะเกษียณแล้ว ดูท่าคงสนใจจักรยานจึงทดลองชวนว่า ถ้าเกษียณแล้วไปออกทัวร์ด้วยจักรยาน แบบนี้ก็ได้ แกหัวเราะ ตลอดชีวิตได้แค่ปั่นนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เคยคิดว่าจักรยานสามารถปั่นได้ไกล ๆ และยังไม่มีแนวคิด แต่เห็นเราสองคนแล้ว สนใจอยากจะทดลอง ถือว่าได้ผลครับ &quot;การกระทำดีกว่าคำพูด&quot; คำโบราณนี่ดีจริง
หลังจากเรียบร้อยอาหารเช้าอำลาป้าน้อยออกเดินทาง ออกจากตัวเมืองได้ไม่ไกล งานเข้ารถของคุณนาย ยางระเบิดครับ ต้องเสียเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เราอาศัยชายคาของห้องแถวเป็นที่ซ่อม ปรากฏว่าเจ้าของห้องแถวห้องติดกันเป็นอาจารย์ ม.กาฬสินธ์ สนใจเข้ามาคุยด้วย ทราบว่าปีหน้าจะเกษียณแล้ว ดูท่าคงสนใจจักรยานจึงทดลองชวนว่า ถ้าเกษียณแล้วไปออกทัวร์ด้วยจักรยาน แบบนี้ก็ได้ แกหัวเราะ ตลอดชีวิตได้แค่ปั่นนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เคยคิดว่าจักรยานสามารถปั่นได้ไกล ๆ และยังไม่มีแนวคิด แต่เห็นเราสองคนแล้ว สนใจอยากจะทดลอง ถือว่าได้ผลครับ "การกระทำดีกว่าคำพูด" คำโบราณนี่ดีจริง
cats ๑๑๘.jpg (752.39 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๑๙.jpg
cats ๑๑๙.jpg (730.13 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๐.jpg
cats ๑๒๐.jpg (758.81 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๑.jpg
cats ๑๒๑.jpg (837.62 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
เขื่อนลำปาวป็นโครงการชล ประทานขนาดใหญ่ในภาคตะวันนออกเฉียงเหนือที่สร้างปิดลำน้ำปาว ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำชี และห้วยยางโดยก่อสร้างที่เขตติดต่อระหว่าง อ.สหัสขันธ์ อ.เมือง และอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นเขื่อนดินที่มีขนาดยาวที่สุดในประเทศคือ 7,800เมตร มีความสูงของสันเขื่อน 33 มตร เก็บกักน้ำได้ 1,430ล้านลุกบาศก์เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อพ.ศ. 2506 เสร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. 2511 เหตุที่สร้างเขื่อนเก็บกักน้ำกั้นลำปาว เนื่องจากฝนในลุ่มน้ำนี้มีน้อย แต่ในช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกหนักทำให้เกิดอุทกภัยในที่ราบลุ่มระหว่างลำปาวกับลำพานทำให้เสียหายแก่การเพาะปลูกอย่างมาก ประโชน์ที่ได้จากการสร้างเขื่อนใช้สำหรับการเพาะปลูกในฤดูฝน 314,300 ไร่ และในฤดูแล้งประมาณ 200,000 ไร่ รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในที่ราบลุ่มสองฝั่งลำปาวกับบางส่วนของลุ่มน้ำชีให้ลดลง
เขื่อนลำปาวป็นโครงการชล ประทานขนาดใหญ่ในภาคตะวันนออกเฉียงเหนือที่สร้างปิดลำน้ำปาว ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำชี และห้วยยางโดยก่อสร้างที่เขตติดต่อระหว่าง อ.สหัสขันธ์ อ.เมือง และอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นเขื่อนดินที่มีขนาดยาวที่สุดในประเทศคือ 7,800เมตร มีความสูงของสันเขื่อน 33 มตร เก็บกักน้ำได้ 1,430ล้านลุกบาศก์เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อพ.ศ. 2506 เสร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. 2511 เหตุที่สร้างเขื่อนเก็บกักน้ำกั้นลำปาว เนื่องจากฝนในลุ่มน้ำนี้มีน้อย แต่ในช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกหนักทำให้เกิดอุทกภัยในที่ราบลุ่มระหว่างลำปาวกับลำพานทำให้เสียหายแก่การเพาะปลูกอย่างมาก ประโชน์ที่ได้จากการสร้างเขื่อนใช้สำหรับการเพาะปลูกในฤดูฝน 314,300 ไร่ และในฤดูแล้งประมาณ 200,000 ไร่ รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในที่ราบลุ่มสองฝั่งลำปาวกับบางส่วนของลุ่มน้ำชีให้ลดลง
cats ๑๒๒.jpg (290.6 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๓.jpg
cats ๑๒๓.jpg (717.2 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๔.jpg
cats ๑๒๔.jpg (798.67 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๕.jpg
cats ๑๒๕.jpg (170.37 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๖.jpg
cats ๑๒๖.jpg (712.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๗.jpg
cats ๑๒๗.jpg (665.13 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
ปั่นมาเป็นนาน ชักสงสัยทำไม่ไม่ถึงสักที ภูปอ แวะสอบถามปรากฏว่าต้องย้อนกลับไปแสดงว่าเราหลงทาง เลยทางเข้ามาไกล ช่วงนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว ชาวบ้านได้แนะนำให้ไปพักที่วัดป่าช้างแก้ว ซึ่งไปต่ออีกนิดเดียวดีกว่าจะกลับไปภูปอ ไว้รุ่งขึ้นอีกวันค่อยไปน่าจะดีกว่า เราก็เชื่อตามคำแนะนำตรงไปวัดช้างแก้วดีกว่า
ปั่นมาเป็นนาน ชักสงสัยทำไม่ไม่ถึงสักที ภูปอ แวะสอบถามปรากฏว่าต้องย้อนกลับไปแสดงว่าเราหลงทาง เลยทางเข้ามาไกล ช่วงนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว ชาวบ้านได้แนะนำให้ไปพักที่วัดป่าช้างแก้ว ซึ่งไปต่ออีกนิดเดียวดีกว่าจะกลับไปภูปอ ไว้รุ่งขึ้นอีกวันค่อยไปน่าจะดีกว่า เราก็เชื่อตามคำแนะนำตรงไปวัดช้างแก้วดีกว่า
cats ๑๒๘.jpg (241.04 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๒๙.jpg
cats ๑๒๙.jpg (279.25 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๓๐.jpg
cats ๑๓๐.jpg (260.85 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๓๑.jpg
cats ๑๓๑.jpg (748.67 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๓๒.jpg
cats ๑๓๒.jpg (193.17 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
cats ๑๓๓.jpg
cats ๑๓๓.jpg (750.11 KiB) เข้าดูแล้ว 1144 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย NOKNICE »

อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ครับลุงแดง-ป้า
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:arrow: :arrow: สวัสดียามเย็นครับ เย็นนี้ขออนุญาตุพื้นที่เล่าเรื่องส่วนตัวที่เป็นประโยชน์ บ้าง ? เรื่องมีว่าเมื่อวันที่ ๘ - ๑๐ กพ.๖๒ ลูกชายได้พาลูกสะใภ้และหลาน้อย มาเยี่ยม ปู่-ย่า เป็นจังหวะที่ดีที่เราจะได้พาครอบครัวลูกไปทำบุญ กราบสรีระหลวงปู่เปลี่ยน ซึ่งหลวงปู่เมื่อยังมีชีวิต หลวงปู่เมตตาลูกชายมาก รถยนต์ที่ซื้อทั้ง ๆ ที่หลวงปู่งดเจิมรถแต่รถของลูกชายหลวงปู่ก็เมตตาเป็นพิเศษ เมื่อเขามีลูกก็ถือโอกาสทบทวนว่า สมัยลูกเล็ก ๆ พ่อ-แม่ ก็พาลูกไปวัดเป็นประจำ ทุกวันนี้เลยสบายใจหายห่วงสามารถปล่อยให้เขาดูแลครอบครัว ส่วนเรา ปู่-ย่า คอยดูแลห่าง ๆ จึงสามารถพูดได้ว่า "ลูกเราเราเลี้ยง ลูกเขาเขาก็ต้องเลี้ยง" เราปู่-ย่าจึงมีเวลาที่จะทำฝัน สร้างบุญกุศลตามที่วางแผนไว้ :lol: :lol:

ออกจากวัดหลานอยากไปเที่ยวสวนสัตว์ เป็นนิสัยเด็ก ๆ ที่จะชอบสวนสัตว์อยากดูสัตว์ ปกติแล้วตัวผมเองไม่เข้าสวนสัตว์มายี่สิบสามสิบปี แล้วครั้งนี้ต้องฝืนอุดมการณ์เพื่อหลานของเรา ก็ไปด้วยและได้ทบทวนความหลังสมัยลูกยังเล็ก ๆ ก็อยากมาสวนสัตว์ ซึ่งก็ไม่ขัดข้องพาไป เด็กถ้าเราฝึกให้รัก เมตตาสัตว์ มองสัตว์เป็นเพื่อนร่วมโลก เขาจะมีจิตใจอ่อนโยน ไม่รังแกทำร้ายทำลายสัตว์(สอนไปด้วย) ได้เห็นความกล้าหาญหลานชาย(๒ ขวบ) ซึ่งแตกต่างกับพ่อเขาสมัยเด็ก ให้นำอาหารให้สัตว์จะกลัว กอดคอเราแน่น ส่วนหลานน้อยกล้าจริง ๆ ยื่นอาหารให้เฉย ไม่สะทกสะท้าน เก่งจริง ๆ เล่าความหลังให้ลูกชายฟังลูกบอกคนละยุค เด็กสมัยนี้สมัยเทคโนโลยีไม่ธรรมดา :o :o

วันนี้ก่อนกลับเชียงรายลูกชายพาไปทานมื้อเที่ยง ที่ร้านฮิมโภชนา ร้านนี้ประชาสัมพันธ์ครับว่า อาหารมังสวิรัติ(เจ)เขาทำอร่อยมาก ราคารับรองยุติธรรมครับ :) :D

อีกงานหนึ่ง ๙ กพ.๖๒ เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๒.๐๐ น.ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ เป็นงานคืนสู่เหย้าชาวบานเย็น ซึ่งปีนี้ ผศ.สุบิน แก้วยัง รองอธิการบดี ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ รุ่นของพวกเรา (ยว.๐๘/๑๒)ได้รับเกียรติให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี ขึ้นรับโล่ห์ทีระลึกของโรงเรียน พวกเราได้ไปร่วมแสดงความยินดีกันหลายคน ซึ่งศิษย์เก่าดีเด่นจะมีการคัดเลือกเป็นประจำทุกปี รุ่นพยายามที่จะส่งตัวผมเข้าประกวด ผมต้องขอร้องและขอบคุณในความปรารถนาดี แต่ผมอยากอยู่อย่างคนไม่ เด่น ดัง ดี อยากอยู่เงียบ ๆ จึงขอปฏิเสธความหวังดีของเพื่อนทุก ๆ ครั้ง :lol: :lol:
ไฟล์แนบ
S__33988610.jpg
S__33988610.jpg (322.34 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
หลวงปู่ประสิทธิ์อยู่ที่วัดป่าอรัญญวิเวก องค์นี้ก็ไม่ธรรมดาใครไปวัดนี้อย่าลืมไปกราบนมัสการกันนะครับ
หลวงปู่ประสิทธิ์อยู่ที่วัดป่าอรัญญวิเวก องค์นี้ก็ไม่ธรรมดาใครไปวัดนี้อย่าลืมไปกราบนมัสการกันนะครับ
S__33980422.jpg (284 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
พาไปกราบอนุเสารีย์ครูบาศรีวิชัย ที่ทางขึ้นดอยสุเทพตรงน้ำตกห้วยแก้ว
พาไปกราบอนุเสารีย์ครูบาศรีวิชัย ที่ทางขึ้นดอยสุเทพตรงน้ำตกห้วยแก้ว
S__33980423.jpg (225.73 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
พาไปเที่ยวสวนสัตว์ชมสัตว์ตามนิสัยเด็ก ๆ หลานน้อยจะแตกต่างกับลูกชายที่ เขากล้าหาญกว่าพ่อมาก ไม่กลัวอะไรเลย
พาไปเที่ยวสวนสัตว์ชมสัตว์ตามนิสัยเด็ก ๆ หลานน้อยจะแตกต่างกับลูกชายที่ เขากล้าหาญกว่าพ่อมาก ไม่กลัวอะไรเลย
S__33980424.jpg (345.84 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33980425.jpg
S__33980425.jpg (274.75 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33980426.jpg
S__33980426.jpg (266.06 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33980428.jpg
S__33980428.jpg (185.25 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33980429.jpg
S__33980429.jpg (280.58 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33980430.jpg
S__33980430.jpg (366.78 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
ก่อนเดินทางกลับเชียงรายในวันนี้(๑๐ กพ.๖๒) ลูกชายได้พาไปเลี้ยงมื้อกลางวันที่ร้านฮิมโภชนา ร้านนี้อาหารมังสวิรัติการันตีอร่อย ราคายุติธรรมครับ
ก่อนเดินทางกลับเชียงรายในวันนี้(๑๐ กพ.๖๒) ลูกชายได้พาไปเลี้ยงมื้อกลางวันที่ร้านฮิมโภชนา ร้านนี้อาหารมังสวิรัติการันตีอร่อย ราคายุติธรรมครับ
S__33988634.jpg (298.57 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
งานคืนสู่เหย้าชาวบานเย็นเมื่อคืนวันที่ ๙ กพ.๖๒ สนุกสนานตามประสาเพื่อน ๆ สมัยเด็ก ๆ ได้กลับไปเยือนโรงเรียนเก่า เล่าความหลังรำลึกถึงวันวานที่ผ่าน รุ่นผมนับว่าเป็นรุ่นเก๋าแล้ว นักเรียนที่มาช่วยเขาถาม คุณลุงรุ่นไหนพอทราบเขาอุทาน &quot;รุ่นนี้ยังมาอยู๋?&quot; ทำให้เขายิ่งรักยิ่งภูมิใจในเลือดบานเย็นยิ่ง ๆ ขึ้น &quot;ชั่วดีอย่างไรเราต้องรักกัน&quot;
งานคืนสู่เหย้าชาวบานเย็นเมื่อคืนวันที่ ๙ กพ.๖๒ สนุกสนานตามประสาเพื่อน ๆ สมัยเด็ก ๆ ได้กลับไปเยือนโรงเรียนเก่า เล่าความหลังรำลึกถึงวันวานที่ผ่าน รุ่นผมนับว่าเป็นรุ่นเก๋าแล้ว นักเรียนที่มาช่วยเขาถาม คุณลุงรุ่นไหนพอทราบเขาอุทาน "รุ่นนี้ยังมาอยู๋?" ทำให้เขายิ่งรักยิ่งภูมิใจในเลือดบานเย็นยิ่ง ๆ ขึ้น "ชั่วดีอย่างไรเราต้องรักกัน"
S__33988631.jpg (272.89 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33988632.jpg
S__33988632.jpg (268.42 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
S__33988633.jpg
S__33988633.jpg (348.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
สมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิต รถลูกชายเมื่อครั้งถอยใหม่ออกจากร้าน ได้ไปรบกวนหลวงปู่ให้เจิมให้เพื่อเป็นสิริมงคล ทั้ง ๆ ที่หลวงปู่งดแล้วแต่ก็ยังเมตตาเจิมให้และอบรมสั่งสอนนับเป็นความเมตตาที่หลวงปู่มอบให้
สมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิต รถลูกชายเมื่อครั้งถอยใหม่ออกจากร้าน ได้ไปรบกวนหลวงปู่ให้เจิมให้เพื่อเป็นสิริมงคล ทั้ง ๆ ที่หลวงปู่งดแล้วแต่ก็ยังเมตตาเจิมให้และอบรมสั่งสอนนับเป็นความเมตตาที่หลวงปู่มอบให้
การหย่าร้าง๖.jpg (98.12 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
เคยได้รับหลายครั้ง ชีวิตก็เหมือนเดิมไม่แตกต่าง แต่บางครั้งทำให้หลงตัวเอง ก็จะกลายเป็นวังวนแห่ง โลภ โกรธ หลง เวียนเกิดเวียนตายไม่รู้จบ(วัฏวน)
เคยได้รับหลายครั้ง ชีวิตก็เหมือนเดิมไม่แตกต่าง แต่บางครั้งทำให้หลงตัวเอง ก็จะกลายเป็นวังวนแห่ง โลภ โกรธ หลง เวียนเกิดเวียนตายไม่รู้จบ(วัฏวน)
S__39624707.jpg (146.58 KiB) เข้าดูแล้ว 1113 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย NOKNICE »

สวัสดีวันจันทร์ครับลุงแดง-ป้า
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D สวัสดียามเย็นทุก ๆ ท่าน เรามาเดินทางกันต่อครับ หลังจากที่ไปตามคำแนะนำของชาวบ้านที่ให้ไปนอน ที่วัดป่าช้างแก้วซึ่งไปอีกไม่ไกลดีกว่าจะย้อนกลับไปภูปอ ที่เลยมาไกลมาก วัดป่าช้างแก้วเป็นวัดสร้างใหม่เมื่อปี ๒๕๑๐ โดยพ่อใหญ่เสาร์และหลวงปู่สาน ซึ่งเป็นชาวมหาสารคาม แต่ได้มาจำพรรษาที่นี่ ได้พร้อมใจกันสร้างพระประธานขึ้นองค์หนึ่ง เป็นพระรูปปั้นทรงพระพุทธชินราช และได้ทำการต่อเติมเสริมส่วนหัวและงวง ให้กับหินทรายที่มีลักษณะที่คล้ายกับช้างมาก และมีขนาดเท่า ๆ กับช้างของจริง เมื่อสร้างเสร็จก็ได้ไปนิมนต์ หลวงปู่วิจิตร หรือหลวงปู่พระญาณวิสาลเถร (หา สุภโร) วัดสักกะวันหรือวัด ภูกุ้มข้าวมาเป็นประธานพิธีพุทธาภิเษก องค์พระประธานและในคราวนั้น หลวงปู่ท่านเมตตาตั้งชื่อวัดให้กับชาวบ้าน โนนชัย ตามลักษณะของหินช้างว่า "วัดป่าช้างแก้ว"

วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ ได้รับประกาศตั้งเป็นวัดในบวรพุทธศาสนา วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ได้รับวิสุงคามสีมา ปัจจุบันมี พระครูอุดมปัญญาทร (สุดใจ อนุตตโร เป็นเจ้าอาวาส) :idea: :idea:
ไฟล์แนบ
ประโยชน์ของการสวดมนต์ ๑.jpg
ประโยชน์ของการสวดมนต์ ๑.jpg (114.79 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
ประโยชน์ของการสวดมนต์ ๔.jpg
ประโยชน์ของการสวดมนต์ ๔.jpg (122.21 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
DSC_0493.JPG
DSC_0493.JPG (246.15 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
ออกไปซื้อเสบียงไว้ใสบาตรรุ่งเช้าที่หน้าปากซอย
ออกไปซื้อเสบียงไว้ใสบาตรรุ่งเช้าที่หน้าปากซอย
cats ๑๓๔.jpg (726.79 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
หลังจากที่ได้กราบนมัสการท่านเจ้าอาวาส ได้รับการต้อนรับจากท่านเจ้าอาวาสอย่างเป็นกันเอง ท่านเมตตามากบอกให้เลือกกางเต้นท์นอนได้ตามสบาย เย็นก็ให้มาร่วมสวดมนต์เย็นด้วยกัน ผมเลือกที่จะนอนบริเวณโรงครัวที่กว้างขวาง สะอาดไม่เป็นที่รบกวนใคร หลังจากที่กางเต้นท์และอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยเราก็พากันออกไปหาซื้อเสบียงสำหรับเตรียมใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น ร้านค้าอยู่ตรงปากทางเข้าห่างวัดเพียงกิโลกว่า ๆ หลังจากที่ได้เสบียงกรังสำหรับเตรียมใส่บาตรในวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยก็รีบกลับวัดเพื่อมมาร่วมทำวัตรเย็นกับพระท่าน นอกจากจะทำวัตรเย็นแล้วท่านยังพานั่งสมาธิภาวนาเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง เรียกว่าเป็นบุญวาสนาที่ได้ร่วมทำสมาธิกับครูบาอาจารย์ คืนนั้นหลับอย่างเป็นสุขครับ
หลังจากที่ได้กราบนมัสการท่านเจ้าอาวาส ได้รับการต้อนรับจากท่านเจ้าอาวาสอย่างเป็นกันเอง ท่านเมตตามากบอกให้เลือกกางเต้นท์นอนได้ตามสบาย เย็นก็ให้มาร่วมสวดมนต์เย็นด้วยกัน ผมเลือกที่จะนอนบริเวณโรงครัวที่กว้างขวาง สะอาดไม่เป็นที่รบกวนใคร หลังจากที่กางเต้นท์และอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยเราก็พากันออกไปหาซื้อเสบียงสำหรับเตรียมใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น ร้านค้าอยู่ตรงปากทางเข้าห่างวัดเพียงกิโลกว่า ๆ หลังจากที่ได้เสบียงกรังสำหรับเตรียมใส่บาตรในวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยก็รีบกลับวัดเพื่อมมาร่วมทำวัตรเย็นกับพระท่าน นอกจากจะทำวัตรเย็นแล้วท่านยังพานั่งสมาธิภาวนาเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง เรียกว่าเป็นบุญวาสนาที่ได้ร่วมทำสมาธิกับครูบาอาจารย์ คืนนั้นหลับอย่างเป็นสุขครับ
cats ๑๓๕.jpg (770.17 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
ช้างซึ่งได้ต่อเติมเสริมส่วนหัวและงวง ให้กับหินทรายที่มีลักษณะที่คล้ายกับช้างมาก และมีขนาดเท่า ๆ กับช้างของจริง จนได้ช้างที่สมบูรณ์ และเป็นชื่อของวัดว่า วัดช้างแก้ว
ช้างซึ่งได้ต่อเติมเสริมส่วนหัวและงวง ให้กับหินทรายที่มีลักษณะที่คล้ายกับช้างมาก และมีขนาดเท่า ๆ กับช้างของจริง จนได้ช้างที่สมบูรณ์ และเป็นชื่อของวัดว่า วัดช้างแก้ว
DSC_0520.JPG (364.01 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
cats ๑๓๖.jpg
cats ๑๓๖.jpg (785.48 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
cats ๑๓๗.jpg
cats ๑๓๗.jpg (817.37 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
cats ๑๓๘.jpg
cats ๑๓๘.jpg (639.52 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
สิ่งที่ประทับใจคือ ชาวบ้านมาทำบุญกันมาก สอบถามมาเฉพาะวันพระ ? คำตอบมาแบบนี้ทุก ๆ วัน ไม่มีขาด น่าอนุโมทนาเป็นยิ่งนักหาไม่ได้นะครับ..รับรอง โดยทั่ว ๆ ไปก็จะหนาแน่นเฉพาะวันพระแค่นั้น ช่วงเช้าที่พระไปบิณฑบาตร ผมมีเวลาก็เดินรอบวัดไปชมรูปหินช้าง ที่เขาปรับแต่งจนเป็นช้างสมบูรณ์ ช่วงที่ทำพิธีถวายอหารพระ ผมสังเกตุเห็นแม่ชีองค์หนึ่ง มาร่วมสอบถามชาวบ้านเป็นแม่ชีมีสำนักอยู่ไม่ไกลจากวัด แม่ชีก็จะมาทำบุญทุก ๆ เช้า
สิ่งที่ประทับใจคือ ชาวบ้านมาทำบุญกันมาก สอบถามมาเฉพาะวันพระ ? คำตอบมาแบบนี้ทุก ๆ วัน ไม่มีขาด น่าอนุโมทนาเป็นยิ่งนักหาไม่ได้นะครับ..รับรอง โดยทั่ว ๆ ไปก็จะหนาแน่นเฉพาะวันพระแค่นั้น ช่วงเช้าที่พระไปบิณฑบาตร ผมมีเวลาก็เดินรอบวัดไปชมรูปหินช้าง ที่เขาปรับแต่งจนเป็นช้างสมบูรณ์ ช่วงที่ทำพิธีถวายอหารพระ ผมสังเกตุเห็นแม่ชีองค์หนึ่ง มาร่วมสอบถามชาวบ้านเป็นแม่ชีมีสำนักอยู่ไม่ไกลจากวัด แม่ชีก็จะมาทำบุญทุก ๆ เช้า
cats ๑๓๙.jpg (779.75 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
cats ๑๔๐.jpg
cats ๑๔๐.jpg (674.25 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
สำนักของแม่ชีมีชื่อว่า สวนธรรมสติปัฏฐานสี่ เราสองคนแวะไปตามคำเชิญ ได้เห็นสำนักแล้วรู้สึกได้ว่าสงบเย็น ร่มรื่น แม่ชีเป็นคนมีเงิน เบื่อทางโลกจึงมาบวชและได้มาประจำอยู่ที่นี่ เป็นที่ส่วนตัวค่อย ๆ สร้างจากที่โล่งว่างเปล่า แห้งแล้งแม่ชีมาปลูกต้นไม้ต่าง ๆ จนร่มรื่น เสียดายแม่ชีขอร้องไม่ให้โฆษณา ไม่ว่าจะลง เพช ลงสื่อใด ๆ แม่ชีอยากอยู่เงียบ ๆ ไม่อยากเด่น ดี ดัง ใด ๆ
สำนักของแม่ชีมีชื่อว่า สวนธรรมสติปัฏฐานสี่ เราสองคนแวะไปตามคำเชิญ ได้เห็นสำนักแล้วรู้สึกได้ว่าสงบเย็น ร่มรื่น แม่ชีเป็นคนมีเงิน เบื่อทางโลกจึงมาบวชและได้มาประจำอยู่ที่นี่ เป็นที่ส่วนตัวค่อย ๆ สร้างจากที่โล่งว่างเปล่า แห้งแล้งแม่ชีมาปลูกต้นไม้ต่าง ๆ จนร่มรื่น เสียดายแม่ชีขอร้องไม่ให้โฆษณา ไม่ว่าจะลง เพช ลงสื่อใด ๆ แม่ชีอยากอยู่เงียบ ๆ ไม่อยากเด่น ดี ดัง ใด ๆ
cats ๑๔๑.jpg (153.94 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
cats ๑๔๒.jpg
cats ๑๔๒.jpg (848.77 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
cats ๑๔๓.jpg
cats ๑๔๓.jpg (221.65 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
DSC_0562.JPG
DSC_0562.JPG (244.8 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
DSC_0563.JPG
DSC_0563.JPG (373.98 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
DSC_0568.JPG
DSC_0568.JPG (284.03 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
DSC_0569.JPG
DSC_0569.JPG (402.37 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
DSC_0571.JPG
DSC_0571.JPG (283.98 KiB) เข้าดูแล้ว 1089 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”