สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Kraiwit
- ขาประจำ
- โพสต์: 278
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 09:33
สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
สวัสดีครับพอดีสงสัยเรื่อง Geometry ครับ
คือตอนนี้ปั่นรถ giant tcr xs Reach 37.2 cm Stem 110 ครับ กำลังพอดีๆ และตัวนี้ผมปรับเบาะเยื้องหลังสุดด้วย (กระดูกต้นขายาวครับ)
แต่พอดีจะมีคนปล่อยเฟรม BMC Size 51 ให้ ตัวนี้ Reach 37.8 ดังนั้นต้องลด Stem มา 10 มมเพื่อชดเชยระยะreach ที่เลยมา 6 มม
เลยอยากทราบว่าอารมณ์การควบคุมของรถที่เฟรมใหญ่กว่าเดิมและลดสเตมลงจะแตกต่างกับเฟรมที่เล็กกว่าอย่างไรครับ
เรื่องอารมณ์เฟรมแตกต่างอยู่แล้วเพราะคนละเฟรม แต่อยากทราบเรื่องการควบคุม ความนิ่ง การเข้าโค้ง จะแตกต่างมากมั้ยครับถ้าพิจารณาจากขนาด
คือตอนนี้ปั่นรถ giant tcr xs Reach 37.2 cm Stem 110 ครับ กำลังพอดีๆ และตัวนี้ผมปรับเบาะเยื้องหลังสุดด้วย (กระดูกต้นขายาวครับ)
แต่พอดีจะมีคนปล่อยเฟรม BMC Size 51 ให้ ตัวนี้ Reach 37.8 ดังนั้นต้องลด Stem มา 10 มมเพื่อชดเชยระยะreach ที่เลยมา 6 มม
เลยอยากทราบว่าอารมณ์การควบคุมของรถที่เฟรมใหญ่กว่าเดิมและลดสเตมลงจะแตกต่างกับเฟรมที่เล็กกว่าอย่างไรครับ
เรื่องอารมณ์เฟรมแตกต่างอยู่แล้วเพราะคนละเฟรม แต่อยากทราบเรื่องการควบคุม ความนิ่ง การเข้าโค้ง จะแตกต่างมากมั้ยครับถ้าพิจารณาจากขนาด
-
puvakit
- สมาชิก
- โพสต์: 10
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2016, 11:20
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
น่าจะต้องดูด้วยครับว่า giant ถ้า reach เพิ่มขึ้นมา 6mm นั้นคร่อมไซส์เพิ่มขึ้นกี่ไซส์ ถ้าแค่ 1 ไซส์นี่ยังพออยู่ในระยะที่การคุมรถแทบจะไม่ต่างกันครับ
- Kraiwit
- ขาประจำ
- โพสต์: 278
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 09:33
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
เพิ่มขึ้น 6 มม จะตรงกับไซส์ S พอดีเป๊ะครับ Reach 37.8 พอดีที่ไซส์ S
-
Good Pain
- ขาประจำ
- โพสต์: 237
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2016, 21:44
- Bike: TCR ONCE
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
รถที่ reach ยาวกว่าก็จะนิ่งกว่าที่ความเร็วสูงครับ แต่สเตมสั้นลง 10 มม.นี่เวลาสปรินท์รถจะวอกแวกคุมยากขึ้นนะครับ ลองพิจารณาเทียบกับอาการปัจจุบันดูครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
Kraiwit เขียน:สวัสดีครับพอดีสงสัยเรื่อง Geometry ครับ
คือตอนนี้ปั่นรถ giant tcr xs Reach 37.2 cm Stem 110 ครับ กำลังพอดีๆ และตัวนี้ผมปรับเบาะเยื้องหลังสุดด้วย (กระดูกต้นขายาวครับ)
แต่พอดีจะมีคนปล่อยเฟรม BMC Size 51 ให้ ตัวนี้ Reach 37.8 ดังนั้นต้องลด Stem มา 10 มมเพื่อชดเชยระยะreach ที่เลยมา 6 มม
เลยอยากทราบว่าอารมณ์การควบคุมของรถที่เฟรมใหญ่กว่าเดิมและลดสเตมลงจะแตกต่างกับเฟรมที่เล็กกว่าอย่างไรครับ
เรื่องอารมณ์เฟรมแตกต่างอยู่แล้วเพราะคนละเฟรม แต่อยากทราบเรื่องการควบคุม ความนิ่ง การเข้าโค้ง จะแตกต่างมากมั้ยครับถ้าพิจารณาจากขนาด
ถ้าพิจารณาแค่ Reach อย่างเดียว ก็มีสิทธิเข้าป่าเข้าดงกันได้ง่ายๆครับ
ถ้าดู Reach ก็ต้องดูค่า Head Stack
แล้วต้องดูว่า ชุดคอเดิมรองแหวนเท่าไหร่ มุมท่อคอเอียงเท่ากันไหม
บางที Reach ยาวขึ้น แต่head stackสั้นลง พอหนุนแหวนขึ้นมาจนได้ค่า stem stack ( ความสูงของจุดที่ยึด stem กับ แนวกระโหลก ) เท่ากัน บางทีพอวัดค่า stem reach แล้วก็อาจจะใกล้เคียงของเดิมอีก
แต่ส่วนใหญ่แล้ว เฟรมที่ใหญ่กว่ากัน 1 size นอกจาก Reachที่ยาวขึ้น ค่าHead stack ก็จะสูงขึ้นด้วย บางทีหากรถคันเดิมต้องหนุนแหวนรองคออยู่หลายวง ค่า Stem Reach ก็จะสั้นลงไปอีก พอมาเจอคันใหญ่ขึ้น Head stack สูงขึ้น จนบางทีอาจจะไม่ต้องรองแหวนรองคออีก หรือรองแค่นิดเดียว จะยิ่งกลายเป็นว่า Reach ที่ยาวกว่ากัน 6mm บนเฟรมเปล่า เมื่อประกอบชุดคอแล้วใส่สเตมเข้าไป จะกลายเป็นยาวเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมากกว่า 6mmเสียอีก
รถที่ใหญ่ขึ้น ถ้าหากนั่งปั่นท่าเดิม น้ำหนักจะตกที่ล้อหน้าลดลง รถจะมีความนิ่งที่ความเร็วสูงๆเพิ่มขึ้น ลงเขาได้นิ่งขึ้น แต่การตอบสนองต่อการเข้าโค้งจะช้าลง และหากต้องการเลี้ยวที่ความเร็วต่ำๆ รถอาจจะให้ความรู้สึกไวขึ้น เพราะต้องลดความยาวของStemลงมา ทำให้การขยับแฮนด์เพียงเล็กน้อยส่งผลต่อการเปลี่ยนองศาการเลี้ยวของล้อหน้ามากขึ้นกว่าเดิม
โดยรวมๆแล้ว รถที่ใหญ่ขึ้น จะนิ่งขึ้น ขี่สบายขึ้น แลกกับความไวในโค้งที่ลดลงครับ
( ปกติถ้าไม่ใช่ความเร็วที่ช้ามากนัก เราไม่ได้เลี้ยวจักรยานด้วยการหักแฮนด์ แต่จะใช้การเอียงตัวหรือเอียงรถช่วยแทน ดังนั้น น้ำหนักที่กระจายไปล้อหน้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความยาวของ stem ที่แตกต่างกัน ความสูงของแฮนด์ที่แตกต่างกัน ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการบังคับควบคุมทั้งสิ้นครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- PhiKO972
- สมาชิก
- โพสต์: 43
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 21:18
- Tel: 0851224240
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ขออนุญาตถามนะครับ ปัจุบันผมที่ขี่รถที่ขนาดใหญ่เกินตัวไปนิด เฟรม Specialized Tarmac SL4 Size49 ใช้ stem ยาว
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ
- mazz
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 10:20
- Tel: 0815325547
- team: เสืออิสระ
- Bike: trek ,merida
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ขอดูรูปหน่อยครับ เห็นส่วนสูงเท่ากัน แต่เคยใช้ สเป e5 ผมเซ็ตใช้สเต็มยาว75 จะพอดีPhiKO972 เขียน:ขออนุญาตถามนะครับ ปัจุบันผมที่ขี่รถที่ขนาดใหญ่เกินตัวไปนิด เฟรม Specialized Tarmac SL4 Size49 ใช้ stem ยาว
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ไม่นะ ผมว่ารถขนาดพอดีตัวแล้ว ยกเว้นจะเอาไปเทียบกับโปรก็คงอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งโปรเป็นกลุ่มนักกีฬาที่ใช้รถที่เล็กว่า recommended size เสมอๆ เพราะโปรมีความยืดหยุ่นของร่างกายสูงกว่าคนทั่วไป รถขนาดเล็กจะมีค่า stackที่น้อยกว่ารถขนาดที่พอดีตัว ทำให้สามารถก้มมุดลงไปได้ต่ำลงไปอีกPhiKO972 เขียน:ขออนุญาตถามนะครับ ปัจุบันผมที่ขี่รถที่ขนาดใหญ่เกินตัวไปนิด เฟรม Specialized Tarmac SL4 Size49 ใช้ stem ยาว
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ
ปัญหาจริงๆ น่าจะไปอยู่ที่เทคนิค กับ การปรับเซทรถให้ลงตัวกับสรีระของร่างกาย
อันที่จริง เรื่องเลี้ยวในโค้งด้วยความเร็วสูงแล้วเหมือนจะแหก มันบอกยาก เพราะเทคนิคในการเข้าโค้งของแต่ละบุคคลก็แตกต่างกันไป เคยเจอขาแรงทางตรงบางคนที่เข้าโค้งสู้เด็กๆหัดปั่นไม่ได้ ลงเขาไปพร้อมๆกัน เจอทางโค้งเทคนิคพับไปพับมา ก็ตามเด็กๆไม่ทัน ปัจจัยเรื่องเข้าโค้งไม่ดี อาจจะไม่ได้มาจากรถเพียงอย่างเดียว
Stem 90mm ก็ต้องดูด้วยว่าใช้ Hand reach เท่าไหร่ เพราะผมเองสูง 166 ซม ตัวสั้น ขายาว ขี่รถsize XS แต่สวมstem 110 mm ใครเห็นก็สงสัย คำตอบคือผมใช้แฮนด์compact พวก reach สั้นๆ แล้วก็ชินกับแฮนด์ชุดนี้มาหลายปีแล้ว เปลี่ยนรถแต่ไม่เคยเปลี่ยนแฮนด์
ถ้าลงเขาแล้วไม่แหก แปลว่ารถมันพอดีตัวแล้วหละครับ เวลาลงเขามันใช้ความเร็วสูงกว่า ถ้ารถมีปัญหาในเรื่องเข้าโค้งพื้นราบแล้วจะแหก ลงเขานี่มีโอกาสหลุดไปนอนคลุกหญ้านอกโค้งแน่นอนคับ
การปล่อยมือไม่ได้ เพราะรู้สึกว่ารถมันวอกแวก เป็นตัวบอกให้ทราบอย่างหนึ่งว่า รถคันนี้ค่อนข้างไวนะครับ พวกรถเฉื่อยๆ ทางตรงนิ่งๆ ทางโค้งต้องโหนหนักๆนี่ พวกนี้จะปล่อยมือปั่นแบบชิลๆ
ปล. ผมเคยขี่ SL3 size 49 มาก่อน ถึงผมจะสูงกว่า แต่ inseem 79.8 cm ดังนั้นความยาวช่วงตัวน่าจะสูสีกันนะครับ การเซทเบาะเยื้องหลัง โดยไม่ได้พิจารณาที่ช่วงตัว มุมท่านั่งอะไรหลายๆอย่าง ก็ส่งผลถึงการกระจายน้ำหนักไปล้อหลังมากขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่รถจะง่ายต่อการ"ดื้อ"โค้ง แต่แปลกตรงที่"ปล่อยมือขี่ได้ไม่ง่ายนัก"
สุดท้าย ถ้าจักรยานมีความเร็วระดับหนึ่ง มันจะสามารถวิ่งตรงต่อไปได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีคนบังคับ ( จริงๆ จักรยานล้มเพราะคนทำให้มันล้ม แต่ทรงตัวอยู่ได้(เมื่อมีความเร็ว)ด้วยตัวของมันเอง )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- PhiKO972
- สมาชิก
- โพสต์: 43
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 21:18
- Tel: 0851224240
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ลูที่ได้ให้ข้อคิดเห็นดีๆครับlucifer เขียน:ไม่นะ ผมว่ารถขนาดพอดีตัวแล้ว ยกเว้นจะเอาไปเทียบกับโปรก็คงอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งโปรเป็นกลุ่มนักกีฬาที่ใช้รถที่เล็กว่า recommended size เสมอๆ เพราะโปรมีความยืดหยุ่นของร่างกายสูงกว่าคนทั่วไป รถขนาดเล็กจะมีค่า stackที่น้อยกว่ารถขนาดที่พอดีตัว ทำให้สามารถก้มมุดลงไปได้ต่ำลงไปอีกPhiKO972 เขียน:ขออนุญาตถามนะครับ ปัจุบันผมที่ขี่รถที่ขนาดใหญ่เกินตัวไปนิด เฟรม Specialized Tarmac SL4 Size49 ใช้ stem ยาว
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ
ปัญหาจริงๆ น่าจะไปอยู่ที่เทคนิค กับ การปรับเซทรถให้ลงตัวกับสรีระของร่างกาย
อันที่จริง เรื่องเลี้ยวในโค้งด้วยความเร็วสูงแล้วเหมือนจะแหก มันบอกยาก เพราะเทคนิคในการเข้าโค้งของแต่ละบุคคลก็แตกต่างกันไป เคยเจอขาแรงทางตรงบางคนที่เข้าโค้งสู้เด็กๆหัดปั่นไม่ได้ ลงเขาไปพร้อมๆกัน เจอทางโค้งเทคนิคพับไปพับมา ก็ตามเด็กๆไม่ทัน ปัจจัยเรื่องเข้าโค้งไม่ดี อาจจะไม่ได้มาจากรถเพียงอย่างเดียว
Stem 90mm ก็ต้องดูด้วยว่าใช้ Hand reach เท่าไหร่ เพราะผมเองสูง 166 ซม ตัวสั้น ขายาว ขี่รถsize XS แต่สวมstem 110 mm ใครเห็นก็สงสัย คำตอบคือผมใช้แฮนด์compact พวก reach สั้นๆ แล้วก็ชินกับแฮนด์ชุดนี้มาหลายปีแล้ว เปลี่ยนรถแต่ไม่เคยเปลี่ยนแฮนด์
ถ้าลงเขาแล้วไม่แหก แปลว่ารถมันพอดีตัวแล้วหละครับ เวลาลงเขามันใช้ความเร็วสูงกว่า ถ้ารถมีปัญหาในเรื่องเข้าโค้งพื้นราบแล้วจะแหก ลงเขานี่มีโอกาสหลุดไปนอนคลุกหญ้านอกโค้งแน่นอนคับ![]()
![]()
![]()
การปล่อยมือไม่ได้ เพราะรู้สึกว่ารถมันวอกแวก เป็นตัวบอกให้ทราบอย่างหนึ่งว่า รถคันนี้ค่อนข้างไวนะครับ พวกรถเฉื่อยๆ ทางตรงนิ่งๆ ทางโค้งต้องโหนหนักๆนี่ พวกนี้จะปล่อยมือปั่นแบบชิลๆ
ปล. ผมเคยขี่ SL3 size 49 มาก่อน ถึงผมจะสูงกว่า แต่ inseem 79.8 cm ดังนั้นความยาวช่วงตัวน่าจะสูสีกันนะครับ การเซทเบาะเยื้องหลัง โดยไม่ได้พิจารณาที่ช่วงตัว มุมท่านั่งอะไรหลายๆอย่าง ก็ส่งผลถึงการกระจายน้ำหนักไปล้อหลังมากขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่รถจะง่ายต่อการ"ดื้อ"โค้ง แต่แปลกตรงที่"ปล่อยมือขี่ได้ไม่ง่ายนัก"
สุดท้าย ถ้าจักรยานมีความเร็วระดับหนึ่ง มันจะสามารถวิ่งตรงต่อไปได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องมีคนบังคับ ( จริงๆ จักรยานล้มเพราะคนทำให้มันล้ม แต่ทรงตัวอยู่ได้(เมื่อมีความเร็ว)ด้วยตัวของมันเอง )
อาจจะเป็นได้ที่รถไซส์ขนาดนี้ผมควบขี่ได้อย่างปกติ แต่อาจจะไม่ชอบความไวของเขา อันที่จริงผมเองก็ไม่ได้เข้าโค้งในระดับแย่นะครับ แต่มันเป็นบางครั้งจริงๆที่มีดวามรู้สึกว่าต้องขึนรถให้เข้าในแนว โดยเฉพาะตอนเจอกับลมข้างขณะเข้าโค้ง(Skylane เวลาโดนลมเครื่องบินซัด)
ส่วนการลงเขาที่ความเร็วสูง โค้งพับไปมามากๆ ผมไม่พบปัญหาใดครับ คงเป็นเพราะผมชำนาญการลงเขาระดับนึงด้วยครับถึงแม้จะไม่ได้ลงเร็วขั้นเทพ แต่ก็เร็วมากในระดับปลอดภัยไว้ใจได้ครับ
ผม inseem 75 ใช้แฮนด์ Reacุh 75 Drop 125 ใช้จนเคยชินเช่นเดียวกับอาจารย์ลู แต่มีความยึดหยุ่นร่างกายสูง จะใช้รถ Stack น้อยไม่ถนัดเลยครับ รู้สึกค้ำที่มือ ดังนั้นแหวนรองคอผมถอดจนหมด มีแค่ก่อนไปอินทนนท์ที่ใส่รองไป 1วง เพื่อว่าจะได้ผ่อนคลายขึ้นครับ
ผมใช้รถ Wilier Trestina GTR-Sl ไซส์ XS อยู่อีกคัน ช่วง Reach 373(Tarmac 386), Stack 515(Tarmac 504) อาการเข้าโค้งนี่ไม่วอกแวกเลย ปล่อยมือแบบสั่งได้ ใช้ Stem 110 ไม่รองแหวนคอเลยยังรู้สึกค้ำที่มือนิดนึงด้วยซ้ำ ร่ำๆจะหา stem มุมกดมากกว่านี้มาลอง
ท้ายนี้คงจะต้องไปฝึกทักษะการเข้าโค้งให้ดีขึ้นกว่านี้ครับ ถ้าไม่ไหวกันจริงๆอาจจะพิจารณาหาเฟรมสายเขาตัวอื่นที่ดื้อน้อยลงครับ
- PhiKO972
- สมาชิก
- โพสต์: 43
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 21:18
- Tel: 0851224240
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ประมาณนี้ครับmazz เขียน:ขอดูรูปหน่อยครับ เห็นส่วนสูงเท่ากัน แต่เคยใช้ สเป e5 ผมเซ็ตใช้สเต็มยาว75 จะพอดีPhiKO972 เขียน:ขออนุญาตถามนะครับ ปัจุบันผมที่ขี่รถที่ขนาดใหญ่เกินตัวไปนิด เฟรม Specialized Tarmac SL4 Size49 ใช้ stem ยาว
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ

- Kraiwit
- ขาประจำ
- โพสต์: 278
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 09:33
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ขอบคุณอาจารย์ลูและทุกท่านที่เข้ามาแชร์กันนะครับ ได้แง่คิดหลายอย่างเลย
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
PhiKO972 เขียน:ประมาณนี้ครับmazz เขียน:ขอดูรูปหน่อยครับ เห็นส่วนสูงเท่ากัน แต่เคยใช้ สเป e5 ผมเซ็ตใช้สเต็มยาว75 จะพอดีPhiKO972 เขียน:ขออนุญาตถามนะครับ ปัจุบันผมที่ขี่รถที่ขนาดใหญ่เกินตัวไปนิด เฟรม Specialized Tarmac SL4 Size49 ใช้ stem ยาว
90 ผมสูง 163 มีปัญหาการควบคุมรถไม่ดีเท่าที่ควรทั้งๆที่อยู่กันมามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยเช่นการเลี้ยวในความเร็วสูงๆ รู้สึกเหมือนไม่เกาะโค้ง จะแหกๆอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่พบอาการใดตอนลงเขา อ่ออีกอย่างผมขี่ปล่อยมือได้ไม่ดีเลยครับ แต่ถ้าเป็นรถคันอื่นสามารถทำได้ปกติ (เซ็ทเบาะเยื้องหลังประมาณ 3 ซม)
การควบคุมรถได้ไม่ดีตอนเข้าโค้งน่าจะเป้นที่ทักษะผมหรือมิติของรถครับ หากใช้เฟรมที่เล็กลงน่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ครับ
เห็นรูปนี้ ผมพอจะเข้าใจแล้วว่า "ทำไม" ถึงเข้าโค้งในทางราบไม่ดี หรือ ต้องฝืน ทั้งๆที่เป็นรถที่ไม่นิ่ง
SL4 size 49 มี Headtube angle 72.25 องศา + Fork rake 45 mm และ Seattle angle 75.5 องศา ร่วมกับ Wheel base 970 mm ในขณะที่ระยะห่างระหว่าง แกนดุมหน้ากับกระโหลก (Front length) ยาวถึง 576 mm การที่มุมท่อคอมันชัน แต่ระยะ Front length ยาว จึงทำให้ geometry มันจะแปลกกว่ารถหลายค่าย แน่นอนครับ ระยะ reach ก็จะยาวขึ้นคือกลายเป็น 386 mm
รถคันนี้เป็น geometry ที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ดูแล้วคล้ายๆกับ Felt FR1 คือ ระยะ Front length 575 mm แต่ มุมท่อคอลาดกว่าคือ 71.5 องศา แถมด้วย Fork rake มหาศาลคือ 52 mm และระยะ reach ที่สั้นกว่า คือ 369 mm
ดูๆไป SL4 ก็กลายเป็นรถขนาดเล็กแต่มีท่อบนยาว ฐานล้อยาวกว่ารถขนาดเดียวกันของค่ายอื่น ทำให้ผมคิดถึง Gary fisher ในสมัยที่ผมขี่ MTB กับ Genesis geometry ที่มีอะไรคล้ายๆกันในลักษณะเช่นนี้ ( รถค่ายนี้เวลาหักแฮนด์ที่ความเร็วต่ำจะวอกแวกมาก ปล่อยมือก็ไม่ค่อยนิ่ง เพราะมันใช้ stem สั้นกว่าชาวบ้าน แรงที่ทำให้แฮนด์ขยับไปเพียงเล็กน้อยก็จะส่งผลให้ล้อหน้ามีการหักเลี้ยวไปมากกว่ารถทั่วไป น้ำหนักตัวที่ตกที่ล้อหลังมากกว่าชาวบ้านทำให้ลงเขาได้นิ่ง แต่การเข้าโค้งในทางราบที่ความเร็วสูงจะต้องใช้ทักษะจำเพาะ และต้องมีร่างกายท่อนบนที่แข็งแรง เพราะจะต้องแลกด้วยการ"โหน"รถให้เกิดแรงดึงให้เลี้ยวสู้กับแรงหนีศูนย์กลางในขณะที่กำลังเลี้ยว )
บวกกับในภาพที่เห็นท่านั่ง มุมไหล่ที่เปิดกว้างกว่า 90 องศา มุมหลังที่ก้มมาก ทั้งๆที่จับบน drop ก็คงจะต้องบอกว่า รถคันนี้ดูแล้ว อาจจะยาวเกินไปหน่อยสำหรับการ setรถในลักษณะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความสูง 163ซม inseem75ซม. ซึ่งดูสัดส่วนแล้วน่าจะเป็นคนที่ช่วงขายาวคล้ายๆกับผม
แต่ปกติแล้วสำหรับคนไทยที่มีความสูงในขนาดนี้แต่มีช่วงขายาว เรามักจะพบว่าเป็นความยาวของกระดูกปลายขา ที่ส่งผลต่อความยาวรวมๆของขา มากกว่าความยาวของกระดูกต้นขา พูดง่ายๆว่า ความยาวของกระดูกต้นขาไม่น่าจะยาวมากมาย ยิ่งดูจากรูปประกอบ ก็พอจะอนุมาณตำแหน่งของข้อสะโพก และปุ่มกระดูก greater trochanter ได้ ก็พอจะสรุปว่า กระดูกปลายขายาวกว่ากระดูกต้นขา
การเซทรถในลักษณะนี้ คือ ถอยเบาะไป 3 ซม ยิ่งน่าจะทำให้นั่งเยื้องหลังจนเลยจุดที่เหมาะสมไปแล้วก็ได้ ยิ่งมุมหลังก้มมากขนาดนี้ ยิ่งจะทำให้มุมสะโพกในช่วงที่ยกบันไดขึ้นสูงสุดมีการปิดแคบกว่าค่ามุมวิกฤติ ซึ่งส่งผลให้การออกแรงจากกล้ามเนื้อสะโพกด้อยลง
จริงๆ มุมท่อนั่ง75.5 องศาสำหรับรถขนาด 49 นี่ถือว่าชันมากนะ แต่SL4จะให้หลักอานเยื้องหลังมา บวกกลบลบหนี้กันแล้ว มันก็กลายเป็นกำลังดีเมื่อเทียบกับรถยี่ห้ออื่นในขนาดเดียวกัน ( ยกเว้น Cervelo ) ที่ใช้หลักอานตรง
บทสรุปจึงกลายเป็นว่า คุณเซทรถในลักษณะที่ทำให้นน.ตกไปอยู่ที่ล้อหลังมากขึ้น ในขณะที่รถเองก็มีความยาวของท่อนหน้าที่มากกว่ารถค่ายอื่นๆในขนาดเดียวกันอยู่พอสมควร จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ทำไมเวลาเข้าโค้งในทางเรียบจึงมีปัญหา เพราะการเข้าโค้งด้วยความเร็ว เราจะเอียงจักรยาน แต่สัดส่วนของน้ำหนักล้อหน้า:ล้อหลังก็มีผลต่อการเข้าโค้งเช่นกัน ยิ่งนั่งเยื้องหลัง สัดส่วนของน้ำหนักที่ตกลงล้อหน้าก็ยิ่งน้อยลง การเข้าโค้งจึงไม่ค่อยจะได้ดังใจ
แต่เมื่อลงเขา น้ำหนักจะไปตกที่ล้อหน้าเพิ่มขึ้น ทำให้ชดเชยกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อปั่นทางราบ
( ถ้าเคยขี่ MTB ในทาง trail จะเข้าใจเรื่องการผ่องถ่ายน้ำหนักตัวได้ดีครับ เสือภูเขาเรามักจะเซทรถให้ค่อนข้างเป็นกลาง การเข้าโค้งแบบเร็วๆ เราอาจจะถ่ายน้ำหนักตัวด้านหน้าเบาะบ้าง หรือก้มตัวไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มสัดส่วนของน้ำหนักล้อหน้า:ล้อหลังให้มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้หน้าไวขึ้น แต่พอลงเขาร่วมกับเข้าโค้ง ก็อาจจะต้องถ่ายน้ำหนักไปนั่งท้ายเบาะบ้าง เพื่อชดเชยกัน มันเป็น dynamic ค่อนข้างมากครับ พวกที่ขี่เสือภูเขามาก่อน อย่าง peter sagan จะเห็นได้ชัดเลยว่า การผ่องถ่ายน้ำหนักตัวบนอานจะเกิดตลอดเวลา ยิ่งเข้าโค้งที่ลักษณะต่างๆกัน จะเห็นเทคนิคการผ่องถ่ายน้ำหนักคล้ายๆกับการปั่นเสือภูเขา ในขณะที่โปรอีกหลายคนที่เกิดมาบนเสือหมอบเลย ก็มักจะเข้าโค้งด้วยวิธีอื่น มากกว่าการผ่องถ่ายน้ำหนัก เคยดูคลิปอยู่สนามหนึ่ง ที่มีคนไล่ Segan ในทางลงเขาที่คดเคี้ยวมาก เห็นเลยว่า คนไล่ถอดใจ เพราะทักษะในการเข้าโค้งลักษณะเช่นนั้นเป็นรอง Seganอยู่พอสมควร )
เหตุที่ปล่อยมือแล้วไม่นิ่ง ก็มาจากมุมท่อคอที่ชันถึง 72.25 องศา ถึงจะชดเชยด้วย Fork rake 45 mm ก็ยังไม่สั้นพอที่จะลดอาการหน้าไวลงได้
การเอาไปเทียบ geometry กับ Wilier โดยดูเพียงแค่ Reach กับ Stack จะไม่สามารถเห็นภาพโดยรวมได้ครับ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกันด้วย ลำพังมุมท่อคอของ Wilier 71.0 องศา มันก็ทำให้นิสัยของรถสองคันต่างกันมากแล้วครับ ความนิ่งมันต่างกัน การกระจายน้ำหนักก็แตกต่างกัน นิสัยในการเข้าโค้งจึงแตกต่างกันมากมาย
สำหรับ SL4 ถ้ามีความชอบที่จะใช้ต่อ ผมแนะนำให้ไป fitting กับ ช่างฟิตติ้งที่มีความรู้ที่เป็นมาตรฐาน มีประสพการณ์ และมีความเข้าใจในสรีระของผู้ปั่น มีการตรวจร่างกายก่อนจะปรับรถให้เข้ากับคน โดยไม่ได้อิงจากความรู้สึกส่วนตัว
ปัญหาตอนนี้ เท่าที่พอจะสรุปได้
1. สัดส่วนน้ำหนักล้อหน้า : ล้อหลัง น้อยกว่ารถทั่วไป ทำให้รถเข้าโค้งในทางราบได้ไม่คล่องตัว แต่จะนิ่งเวลาลงเขา ความชันของมุมท่อคอทำให้รถเลี้ยวไม่ยาก ร่วมกับเมื่อลงเขา มุมที่เทลาดลงของเขา จะส่งผลให้สัดส่วนน้ำหนักล้อหน้า : ล้อหลัง จะเพิ่มขึ้น จึงทำให้ชดเชยปัญหาลงไปได้
2. ท่าปั่น ถึงจะหนุนแหวนรองคอขึ้นมา แต่ดูจากมุมสะโพกแล้ว ผมว่าตำแหน่งในการนั่งและการเซทรถจะทำให้"ไม่น่า"รีดกำลังสูงสุดออกมาได้ โดยเฉพาะกำลังที่ได้จากกล้ามเนื้อก้นย้อย แต่อาจจะเคยชินและคุ้นเคยจากการเรียกกำลังจากกล้ามเนื้อหน้าขาแทน อันที่จริงหากปรับท่าให้สามารถออกแรงจากกล้ามเนื้อก้นย้อยได้มากขึ้น เช่น ใช้ขาจานที่สั้นลง ก็จะยกเบาะได้มากขึ้น ร่วมกับการเลื่อนเบาะไปด้านหน้า ลดความสูงของแฮนด์ลงตามความยืดหยุ่นที่มากพอจะทำได้โดยไม่ลำบากอะไร ( ลองดูท่าปั่น TimeTrial นะครับ นักปั่นก้มมากจนหลังขนานกับพื้นเพื่อเพิ่ม aerodynamic แต่ท่านั่งจะนั่งล้ำหน้าไปมาก เพื่อชดเชยมุมสะโพกไม่ให้ปิดแคบแบบในภาพที่คุณแนบมา ทำให้นักปั่นสามารถ"รีด"กำลังจากกล้ามเนื้อก้นย้อยเสริมกับกล้ามเนื้อหน้าขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
คงจะประมาณนี้นะครับ ยาวมากหน่อย พยายามอ่านช้าๆ เชื่อว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- PhiKO972
- สมาชิก
- โพสต์: 43
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 21:18
- Tel: 0851224240
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ขอบพระคุณอาจารย์ลูอีกครั้งครับ ความรู้มากมายที่ได้กรุณาแจกแจงแถลงให้ทราบ ซึ่งหาบุคคลที่จะสละเวลาให้รายละเอียดได้ชัดๆลึกๆแบบผ่านการวิเคราะห์จากประสปการณ์ที่สะสมมา ผมขอคารวะด้วยใจจริงlucifer เขียน:PhiKO972 เขียน:mazz เขียน:
เห็นรูปนี้ ผมพอจะเข้าใจแล้วว่า "ทำไม" ถึงเข้าโค้งในทางราบไม่ดี หรือ ต้องฝืน ทั้งๆที่เป็นรถที่ไม่นิ่ง
SL4 size 49 มี Headtube angle 72.25 องศา + Fork rake 45 mm และ Seattle angle 75.5 องศา ร่วมกับ Wheel base 970 mm ในขณะที่ระยะห่างระหว่าง แกนดุมหน้ากับกระโหลก (Front length) ยาวถึง 576 mm การที่มุมท่อคอมันชัน แต่ระยะ Front length ยาว จึงทำให้ geometry มันจะแปลกกว่ารถหลายค่าย แน่นอนครับ ระยะ reach ก็จะยาวขึ้นคือกลายเป็น 386 mm
รถคันนี้เป็น geometry ที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ดูแล้วคล้ายๆกับ Felt FR1 คือ ระยะ Front length 575 mm แต่ มุมท่อคอลาดกว่าคือ 71.5 องศา แถมด้วย Fork rake มหาศาลคือ 52 mm และระยะ reach ที่สั้นกว่า คือ 369 mm
ดูๆไป SL4 ก็กลายเป็นรถขนาดเล็กแต่มีท่อบนยาว ฐานล้อยาวกว่ารถขนาดเดียวกันของค่ายอื่น ทำให้ผมคิดถึง Gary fisher ในสมัยที่ผมขี่ MTB กับ Genesis geometry ที่มีอะไรคล้ายๆกันในลักษณะเช่นนี้ ( รถค่ายนี้เวลาหักแฮนด์ที่ความเร็วต่ำจะวอกแวกมาก ปล่อยมือก็ไม่ค่อยนิ่ง เพราะมันใช้ stem สั้นกว่าชาวบ้าน แรงที่ทำให้แฮนด์ขยับไปเพียงเล็กน้อยก็จะส่งผลให้ล้อหน้ามีการหักเลี้ยวไปมากกว่ารถทั่วไป น้ำหนักตัวที่ตกที่ล้อหลังมากกว่าชาวบ้านทำให้ลงเขาได้นิ่ง แต่การเข้าโค้งในทางราบที่ความเร็วสูงจะต้องใช้ทักษะจำเพาะ และต้องมีร่างกายท่อนบนที่แข็งแรง เพราะจะต้องแลกด้วยการ"โหน"รถให้เกิดแรงดึงให้เลี้ยวสู้กับแรงหนีศูนย์กลางในขณะที่กำลังเลี้ยว )
บวกกับในภาพที่เห็นท่านั่ง มุมไหล่ที่เปิดกว้างกว่า 90 องศา มุมหลังที่ก้มมาก ทั้งๆที่จับบน drop ก็คงจะต้องบอกว่า รถคันนี้ดูแล้ว อาจจะยาวเกินไปหน่อยสำหรับการ setรถในลักษณะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความสูง 163ซม inseem75ซม. ซึ่งดูสัดส่วนแล้วน่าจะเป็นคนที่ช่วงขายาวคล้ายๆกับผม
แต่ปกติแล้วสำหรับคนไทยที่มีความสูงในขนาดนี้แต่มีช่วงขายาว เรามักจะพบว่าเป็นความยาวของกระดูกปลายขา ที่ส่งผลต่อความยาวรวมๆของขา มากกว่าความยาวของกระดูกต้นขา พูดง่ายๆว่า ความยาวของกระดูกต้นขาไม่น่าจะยาวมากมาย ยิ่งดูจากรูปประกอบ ก็พอจะอนุมาณตำแหน่งของข้อสะโพก และปุ่มกระดูก greater trochanter ได้ ก็พอจะสรุปว่า กระดูกปลายขายาวกว่ากระดูกต้นขา
การเซทรถในลักษณะนี้ คือ ถอยเบาะไป 3 ซม ยิ่งน่าจะทำให้นั่งเยื้องหลังจนเลยจุดที่เหมาะสมไปแล้วก็ได้ ยิ่งมุมหลังก้มมากขนาดนี้ ยิ่งจะทำให้มุมสะโพกในช่วงที่ยกบันไดขึ้นสูงสุดมีการปิดแคบกว่าค่ามุมวิกฤติ ซึ่งส่งผลให้การออกแรงจากกล้ามเนื้อสะโพกด้อยลง
จริงๆ มุมท่อนั่ง75.5 องศาสำหรับรถขนาด 49 นี่ถือว่าชันมากนะ แต่SL4จะให้หลักอานเยื้องหลังมา บวกกลบลบหนี้กันแล้ว มันก็กลายเป็นกำลังดีเมื่อเทียบกับรถยี่ห้ออื่นในขนาดเดียวกัน ( ยกเว้น Cervelo ) ที่ใช้หลักอานตรง
บทสรุปจึงกลายเป็นว่า คุณเซทรถในลักษณะที่ทำให้นน.ตกไปอยู่ที่ล้อหลังมากขึ้น ในขณะที่รถเองก็มีความยาวของท่อนหน้าที่มากกว่ารถค่ายอื่นๆในขนาดเดียวกันอยู่พอสมควร จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ทำไมเวลาเข้าโค้งในทางเรียบจึงมีปัญหา เพราะการเข้าโค้งด้วยความเร็ว เราจะเอียงจักรยาน แต่สัดส่วนของน้ำหนักล้อหน้า:ล้อหลังก็มีผลต่อการเข้าโค้งเช่นกัน ยิ่งนั่งเยื้องหลัง สัดส่วนของน้ำหนักที่ตกลงล้อหน้าก็ยิ่งน้อยลง การเข้าโค้งจึงไม่ค่อยจะได้ดังใจ
แต่เมื่อลงเขา น้ำหนักจะไปตกที่ล้อหน้าเพิ่มขึ้น ทำให้ชดเชยกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อปั่นทางราบ
( ถ้าเคยขี่ MTB ในทาง trail จะเข้าใจเรื่องการผ่องถ่ายน้ำหนักตัวได้ดีครับ เสือภูเขาเรามักจะเซทรถให้ค่อนข้างเป็นกลาง การเข้าโค้งแบบเร็วๆ เราอาจจะถ่ายน้ำหนักตัวด้านหน้าเบาะบ้าง หรือก้มตัวไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มสัดส่วนของน้ำหนักล้อหน้า:ล้อหลังให้มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้หน้าไวขึ้น แต่พอลงเขาร่วมกับเข้าโค้ง ก็อาจจะต้องถ่ายน้ำหนักไปนั่งท้ายเบาะบ้าง เพื่อชดเชยกัน มันเป็น dynamic ค่อนข้างมากครับ พวกที่ขี่เสือภูเขามาก่อน อย่าง peter sagan จะเห็นได้ชัดเลยว่า การผ่องถ่ายน้ำหนักตัวบนอานจะเกิดตลอดเวลา ยิ่งเข้าโค้งที่ลักษณะต่างๆกัน จะเห็นเทคนิคการผ่องถ่ายน้ำหนักคล้ายๆกับการปั่นเสือภูเขา ในขณะที่โปรอีกหลายคนที่เกิดมาบนเสือหมอบเลย ก็มักจะเข้าโค้งด้วยวิธีอื่น มากกว่าการผ่องถ่ายน้ำหนัก เคยดูคลิปอยู่สนามหนึ่ง ที่มีคนไล่ Segan ในทางลงเขาที่คดเคี้ยวมาก เห็นเลยว่า คนไล่ถอดใจ เพราะทักษะในการเข้าโค้งลักษณะเช่นนั้นเป็นรอง Seganอยู่พอสมควร )
เหตุที่ปล่อยมือแล้วไม่นิ่ง ก็มาจากมุมท่อคอที่ชันถึง 72.25 องศา ถึงจะชดเชยด้วย Fork rake 45 mm ก็ยังไม่สั้นพอที่จะลดอาการหน้าไวลงได้
การเอาไปเทียบ geometry กับ Wilier โดยดูเพียงแค่ Reach กับ Stack จะไม่สามารถเห็นภาพโดยรวมได้ครับ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกันด้วย ลำพังมุมท่อคอของ Wilier 71.0 องศา มันก็ทำให้นิสัยของรถสองคันต่างกันมากแล้วครับ ความนิ่งมันต่างกัน การกระจายน้ำหนักก็แตกต่างกัน นิสัยในการเข้าโค้งจึงแตกต่างกันมากมาย
สำหรับ SL4 ถ้ามีความชอบที่จะใช้ต่อ ผมแนะนำให้ไป fitting กับ ช่างฟิตติ้งที่มีความรู้ที่เป็นมาตรฐาน มีประสพการณ์ และมีความเข้าใจในสรีระของผู้ปั่น มีการตรวจร่างกายก่อนจะปรับรถให้เข้ากับคน โดยไม่ได้อิงจากความรู้สึกส่วนตัว
ปัญหาตอนนี้ เท่าที่พอจะสรุปได้
1. สัดส่วนน้ำหนักล้อหน้า : ล้อหลัง น้อยกว่ารถทั่วไป ทำให้รถเข้าโค้งในทางราบได้ไม่คล่องตัว แต่จะนิ่งเวลาลงเขา ความชันของมุมท่อคอทำให้รถเลี้ยวไม่ยาก ร่วมกับเมื่อลงเขา มุมที่เทลาดลงของเขา จะส่งผลให้สัดส่วนน้ำหนักล้อหน้า : ล้อหลัง จะเพิ่มขึ้น จึงทำให้ชดเชยปัญหาลงไปได้
2. ท่าปั่น ถึงจะหนุนแหวนรองคอขึ้นมา แต่ดูจากมุมสะโพกแล้ว ผมว่าตำแหน่งในการนั่งและการเซทรถจะทำให้"ไม่น่า"รีดกำลังสูงสุดออกมาได้ โดยเฉพาะกำลังที่ได้จากกล้ามเนื้อก้นย้อย แต่อาจจะเคยชินและคุ้นเคยจากการเรียกกำลังจากกล้ามเนื้อหน้าขาแทน อันที่จริงหากปรับท่าให้สามารถออกแรงจากกล้ามเนื้อก้นย้อยได้มากขึ้น เช่น ใช้ขาจานที่สั้นลง ก็จะยกเบาะได้มากขึ้น ร่วมกับการเลื่อนเบาะไปด้านหน้า ลดความสูงของแฮนด์ลงตามความยืดหยุ่นที่มากพอจะทำได้โดยไม่ลำบากอะไร ( ลองดูท่าปั่น TimeTrial นะครับ นักปั่นก้มมากจนหลังขนานกับพื้นเพื่อเพิ่ม aerodynamic แต่ท่านั่งจะนั่งล้ำหน้าไปมาก เพื่อชดเชยมุมสะโพกไม่ให้ปิดแคบแบบในภาพที่คุณแนบมา ทำให้นักปั่นสามารถ"รีด"กำลังจากกล้ามเนื้อก้นย้อยเสริมกับกล้ามเนื้อหน้าขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
คงจะประมาณนี้นะครับ ยาวมากหน่อย พยายามอ่านช้าๆ เชื่อว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
ผมอ่านช้าๆไปสามสี่รอบเพื่อไม่ให้ข้ามรายละเอียดใดๆ พร้อมกับทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตามลำดับและประสปการณ์การปั่นจักรยาน ที่ก่อนหน้าก็เคยผ่านสังเวียน X-Country มาบ้าง ตอนนี้เข้าใจได้แจ่มแจ้งขึ้นในสิ่งที่ผมคาใจมาตลอดว่าเฟรมนี้ขนาดไม่เหมาะกับผม การฟิตติ้งผมทำจริงจังมาแต่เริ่มปั่นแล้วครับแต่มันมีเรื่องติดใจมาตลอด ลองเปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนความยาวขาจานก็ทำมาหมดทั้ง 165, 167.5, 170mm แต่ผมรู้สึกพอใจกับ 170mm ที่สุด
ผมขอรบเวลาอาจารย์ลู ช่วยแนะนำเพิ่มเติมอีกนิดครับ ผมมองหาเฟรมขนาดเล็กสุดเพื่อมาทดแทน SL5 ไว้บ้าง แต่ความรู้ที่มีไม่พอ ทำให้ยังไม่สามารถหยิบเอาตัวเลือกที่น่าจะเหมาะสมกับสภาพร่างกายตัวเองได้ ตามข้อมูลที่อาจารย์อธิบายผมอยากจะหยิบ Giant Tcr advance SL แต่ห่วงเรื่อง Fork rake 45mm ที่เท่ากับ SL5 เลย แต่มุม Headtube น้อยกว่า และ Stack ที่สูงกว่าถึง 13 mm
หรือ Fuji SL Elite ดูจะเหมาะกับผมมากกว่า แต่เป็นรถที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบ้านเรานัก
ขอขอบพระคุณอีกครั้งครับ

- trek3900/2009
- ขาประจำ
- โพสต์: 1702
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2009, 02:31
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
รออ่านต่อ....ครับ.....
รับบริการฟิตติ้งจักรยานที่บ้านลูกค้า ราคามิตรภาพ เยี่ยมเพจได้เลยครับhttps://www.facebook.com/RasitFitter/
https://www.facebook.com/pages/Lapierre-bike-Thailand/1543570505857513
https://www.facebook.com/groups/763837143758055/
https://www.facebook.com/pages/Lapierre-bike-Thailand/1543570505857513
https://www.facebook.com/groups/763837143758055/
-
puvakit
- สมาชิก
- โพสต์: 10
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2016, 11:20
Re: สงสัยเรื่อง Geometry ครับ
ได้ความรู้เรื่อง fitting ไปในตัวด้วย ขอบคุณครับ