สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
- p_zero_p
- สมาชิก
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2008, 09:31
- Tel: 081 8466998
- team: R one one
- Bike: B I A N C H I fg-lite , B I A N C H I Super pista celeste, D A H O N speed p8
- ตำแหน่ง: 28 ซ.มงคลนิเวศน์ ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพ 10900
สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
ขอ ถามพวกพี่ท่ีใช้ dahon ครับ
ตอนนี้สนใจท่ีจะซื้อ dahon ระหว่าง mu p8 (20") กับ curve d3 (16") * ใจจริงอยากได้ curve d3
แต่คุยกับเพื่อนท่ีมี dahon ว่าถ้าใช้ 16" จะขี่เหนื่อยกว่า จริงหรือเปล่าครับ?
และถ้าพวกพี่แนะนำ จะแนะนำตัวไหนครับ แนะนำด้วยครับ
ขอบคุณ
ตอนนี้สนใจท่ีจะซื้อ dahon ระหว่าง mu p8 (20") กับ curve d3 (16") * ใจจริงอยากได้ curve d3
แต่คุยกับเพื่อนท่ีมี dahon ว่าถ้าใช้ 16" จะขี่เหนื่อยกว่า จริงหรือเปล่าครับ?
และถ้าพวกพี่แนะนำ จะแนะนำตัวไหนครับ แนะนำด้วยครับ
ขอบคุณ
-
O'Pern
- ขาประจำ
- โพสต์: 3148
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
- Tel: 081-813-6627
- team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
- Bike: ธนูไฟ
- ตำแหน่ง: Bkk, TH
- ติดต่อ:
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
ทั้ง 16 และ 20 ต่างมีจุดเด่นและด้อยครับ
ไม่มีอันไหนดีกว่า มีแต่ว่าอันไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่ากัน หรือคุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน
ล้อเล็กย่อมเหนื่อยกว่าล้อใหญ่อยู่แล้ว แต่การเหนื่อยนี้มันถือเป็นข้อดีหรือข้อเสียกันแน่ครับ
อันนี้ผมเขียนไปเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ได้อัปเดทข้อมูลใหม่ลงไปเลย ลองชมดูครับ
http://www.racing-club.net/board/index.php?topic=6881.0
ไม่มีอันไหนดีกว่า มีแต่ว่าอันไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่ากัน หรือคุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน
ล้อเล็กย่อมเหนื่อยกว่าล้อใหญ่อยู่แล้ว แต่การเหนื่อยนี้มันถือเป็นข้อดีหรือข้อเสียกันแน่ครับ
อันนี้ผมเขียนไปเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ได้อัปเดทข้อมูลใหม่ลงไปเลย ลองชมดูครับ
http://www.racing-club.net/board/index.php?topic=6881.0
fear is a mind killer
-
กฤษณ์ TKT
- ขาประจำ
- โพสต์: 495
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 17:14
- Tel: Line: songkrit_prapagdee
- team: Bike Sunday
- Bike: Folding bicycles
- ตำแหน่ง: ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
ไช่ครับ ซื้อตามวัตถุประสงค์
ผมใช้ CurveD3 เพราะต้องการปั่นเล่นๆ ไม่ไกล ความเร็ว 20+- ก็เพียงพอ แถมยังจำกัดความเร็วทำให้เราปั่นแบบไม่เสี่ยงเท่ากับรถที่เร็วมาๆ การพับเก็บก็ใช้พื้นที่น้อยครับ ปั่นบนฟุตปาดหรือเข้าตลาดนัดคนเยอะๆ ไม่ได้ดูเกะกะคนอื่นๆ เท่าไหร่
เคยมีล้อ 20 นิ้วก็เที่ยวได้ไกลขึ้น โดยใช้ความเร็วได้มากขึ้นใกล้ๆ เสือภูเขาเลย แต่มันขนาดใหญ่กว่า
แล้วแต่วัตถุประสงค์ครับ เพราะมันไม่ครอบคลุมหมดอยู่แล้ว ผมมีทั้ง 2 ขนาด และก็เลือกใช้ 16 นิ้ว แล้วก็ขาย 20 นิ้วซะเลย
ผมใช้ CurveD3 เพราะต้องการปั่นเล่นๆ ไม่ไกล ความเร็ว 20+- ก็เพียงพอ แถมยังจำกัดความเร็วทำให้เราปั่นแบบไม่เสี่ยงเท่ากับรถที่เร็วมาๆ การพับเก็บก็ใช้พื้นที่น้อยครับ ปั่นบนฟุตปาดหรือเข้าตลาดนัดคนเยอะๆ ไม่ได้ดูเกะกะคนอื่นๆ เท่าไหร่
เคยมีล้อ 20 นิ้วก็เที่ยวได้ไกลขึ้น โดยใช้ความเร็วได้มากขึ้นใกล้ๆ เสือภูเขาเลย แต่มันขนาดใหญ่กว่า
แล้วแต่วัตถุประสงค์ครับ เพราะมันไม่ครอบคลุมหมดอยู่แล้ว ผมมีทั้ง 2 ขนาด และก็เลือกใช้ 16 นิ้ว แล้วก็ขาย 20 นิ้วซะเลย
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
เห็นด้วยกับข้อความนี้อย่างมากเลยครับกฤษณ์ TKT เขียน:ผมใช้ CurveD3 เพราะต้องการปั่นเล่นๆ ไม่ไกล ความเร็ว 20+- ก็เพียงพอ แถมยังจำกัดความเร็วทำให้เราปั่นแบบไม่เสี่ยงเท่ากับรถที่เร็วมาๆ การพับเก็บก็ใช้พื้นที่น้อยครับ ปั่นบนฟุตปาดหรือเข้าตลาดนัดคนเยอะๆ ไม่ได้ดูเกะกะคนอื่นๆ เท่าไหร่
สมัยปั่นฯ (ในเมือง) ครั้งแรกๆ ผมใช้เสือภูเขาที่ทำความเร็วได้ดี บางทีก็ 25 ++ หรือไปถึงเกือบ 30 กม./ชม. แต่ก็มีความรู้สึกว่าเอาชีวิตไปล้อเล่นกับความตายบ่อยครั้งเกินไปเวลาเจอรถปาดหน้า รถ(ยนต์)ตัดหน้าออกจากซอยกระทันหัน ฯลฯ
มานั่งทบทวนเหตุผลดูก็เจอว่าจักรยานเราคันใหญ่ไปสำหรับ "ในเมือง" และก็ "เร็วไป" สำหรับในเมืองครับ การเคลื่อนที่สัญจรไปในพื้นที่เมืองนั้น แค่ทำความเร็วได้มากกว่าการวิ่งสักนิดหนึ่งก็ OK แล้วครับ เพราะเราจะรู้สึกว่าคล่องตัวและควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าการปั่นฯ เร็วๆ
ผมเคยจอดรถยนต์ติดอยู่ในซอย แล้วมีรถ 4wd กำลังออกจากซอยย่อยในขณะที่มอเตอร์ไซด์แบบ Bigbike ก็แซงขวามาอย่างรวดเร็ว ผลสรุป.....ไม่อยากจะมองเลยครับ
เทียบความรู้สึกกับการปั่นจักรยานแบบเร็วๆ แล้วก็คล้ายๆ กันครับ
จริงๆ แล้วจักรยานล้อเล็กที่ทำความเร็วระดับ 20 - 25 กม./ชม. ได้ก็ไม่ใช้ช้าจนงุ่มง่ามนะครับ ผมเคยลองไล่ดูดตามหลังรถยนต์ที่แล่นแบบช้าๆ ในซอยก็ตามไปได้แบบสบายๆ จากท้ายซอยไปปากซอยระยะทางประมาณ 1 - 2 กม. ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
-
กฤษณ์ TKT
- ขาประจำ
- โพสต์: 495
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 17:14
- Tel: Line: songkrit_prapagdee
- team: Bike Sunday
- Bike: Folding bicycles
- ตำแหน่ง: ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
สวัสดีครับพี่เสือ spectrum ผมเองก็ได้ความรู้จากพี่มากๆ เลยครับ แบบติดตามผลงานมานานครับ
หลายๆ คนขี่เสือแล้วเกิดความห้าว อยากปั่นเร็วๆ บางทีก็ไฟตัดหน้ารถยนต์บนถนน เห็นแล้วเสียวครับ ถ้าเราทำใจให้ช้าก็จะสนุกกับการออกกำลังกายมากกว่าปั่นเร็วๆ ไป เพราะเราไม่ได้ปั่นเอาถ้วยครับ ไม่จำเป็นต้องเร็ว คนอื่นๆ เร็วกว่าก็ให้เค้าไปรอเราได้ ถ้าไม่รอก็ให้กลับก่อนก็ได้
การปั่นแล้วรอคนข้างหลังของผมคือปั่นแบบไม่ให้คนที่บ้านเป็นห่วงมาก เพราะการจราจรใน กทม ไม่เอื้ออำนวยต่อการปั่น จย เท่าไหร่ โดยเฉพาะรถยนต์ในบ้านเราที่ยังขาดจิคสำนึกในการเห็นใจจักรยานอย่างมาก
รถจักรยานที่เบรคดีๆ เบรคให้ล้อหยุดหมุนได้ไม่ยาก แต่จะให้รถหยุดนิ่งสิ ทำยากกว่าครับ การปั่นเร็วๆ ใช้สมาธิมาก มองข้างถนนได้ไม่มาก มันไม่สนุกสำหรับผมครับ ใครถามก็บอกว่าเราปั่นช้า ไม่ต้องอายใคร
พูดออกนอกเรื่องไปไกลเลย สรุปว่าผมเองปั่น 16 นิ้วแบบไม่มีเกียร์ ที่เอาไว้ที่ทำงาน แค่ช่วงเที่ยงก็เที่ยวได้ไกลโขเลยครับ
หลายๆ คนขี่เสือแล้วเกิดความห้าว อยากปั่นเร็วๆ บางทีก็ไฟตัดหน้ารถยนต์บนถนน เห็นแล้วเสียวครับ ถ้าเราทำใจให้ช้าก็จะสนุกกับการออกกำลังกายมากกว่าปั่นเร็วๆ ไป เพราะเราไม่ได้ปั่นเอาถ้วยครับ ไม่จำเป็นต้องเร็ว คนอื่นๆ เร็วกว่าก็ให้เค้าไปรอเราได้ ถ้าไม่รอก็ให้กลับก่อนก็ได้
การปั่นแล้วรอคนข้างหลังของผมคือปั่นแบบไม่ให้คนที่บ้านเป็นห่วงมาก เพราะการจราจรใน กทม ไม่เอื้ออำนวยต่อการปั่น จย เท่าไหร่ โดยเฉพาะรถยนต์ในบ้านเราที่ยังขาดจิคสำนึกในการเห็นใจจักรยานอย่างมาก
รถจักรยานที่เบรคดีๆ เบรคให้ล้อหยุดหมุนได้ไม่ยาก แต่จะให้รถหยุดนิ่งสิ ทำยากกว่าครับ การปั่นเร็วๆ ใช้สมาธิมาก มองข้างถนนได้ไม่มาก มันไม่สนุกสำหรับผมครับ ใครถามก็บอกว่าเราปั่นช้า ไม่ต้องอายใคร
พูดออกนอกเรื่องไปไกลเลย สรุปว่าผมเองปั่น 16 นิ้วแบบไม่มีเกียร์ ที่เอาไว้ที่ทำงาน แค่ช่วงเที่ยงก็เที่ยวได้ไกลโขเลยครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
ขอบคุณครับ
ผมเองก็ใช้รถพับล้อ 16 นิ้วแบบ Single Speed ในเมืองเหมือนกันครับ เพราะรถเกียร์เดียวหากไม่มีเฟอรนิเจอร์มาก แม้จะเป็นตัวถังเหล็กก็ยังมีน้ำหนักเบาครับ แถมด้วยความคล่องตัวในหลายสถานการณ์ อย่างถนนลาดพร้าวเวลาที่รถติดหรือการจราจรคล่องตัว การปั่นฯ บนผิวถนนจะค่อนข้างมีอันตรายมากครับ ผมก็มักจะใช้ช่องเลนจักรยานบนฟุตบาทเป็นหลัก ซึ่งล้อ 16 นิ้วเหมาะสำหรับงานปั่นฯ บนฟุตบาทดีมากครับ เนื่องจากผิวทางไม่เรียบเท่าไร ทำให้สามารถทำความเร็วได้อย่างเก่งก็ประมาณเทียบกับการวิ่งจ๊อกกิ้ง (10 - 12 กม./ชม.) แต่ก็เป็นความเร็วประมาณการวิ่งที่เราไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไรเลยครับ จากปากซอยโชคชัย 4 ไปถึงแยกรัชดาฯ ตัดลาดพร้าวนี่ราวๆ 20 นาทีเองซึ่งช่วงเวลารถติดนี่ขับรถยนต์ไปยังต้องมีอย่างน้อย 30 - 45 นาทีครับ
ส่วนระยะทางนี่หากไม่เอาเวลาเป็นตัวจำกัดผมเคยปั่นฯ วงรอบจากแยกวังหิน ซอยเสนานิคม เข้าถนนนาคนิวาส ไปลาดพร้าว 71 แล้ววนกลับตามทางจักรยานเลียบถนนประดิษฐ์มนูธรรม ต่อด้วยเกษตร-นวมินทร์ ระยะทางประมาณ 20 - 25 กม. ก็สบายๆ ครับ ปั่นฯ ผสมกันระหว่างอยู่บนฟุตบาทกับลงผิวถนน โดยพิจารณาจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก (เกษตร-นวมินทร์ช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมงที่รถยนต์ไม่มาก) ช่วงทำความเร็วทางยาวๆ ก็อยู่ทีประมาณ 20 - 22 กม./ชม. (AV 13 +) ครับ
ผมเองก็ใช้รถพับล้อ 16 นิ้วแบบ Single Speed ในเมืองเหมือนกันครับ เพราะรถเกียร์เดียวหากไม่มีเฟอรนิเจอร์มาก แม้จะเป็นตัวถังเหล็กก็ยังมีน้ำหนักเบาครับ แถมด้วยความคล่องตัวในหลายสถานการณ์ อย่างถนนลาดพร้าวเวลาที่รถติดหรือการจราจรคล่องตัว การปั่นฯ บนผิวถนนจะค่อนข้างมีอันตรายมากครับ ผมก็มักจะใช้ช่องเลนจักรยานบนฟุตบาทเป็นหลัก ซึ่งล้อ 16 นิ้วเหมาะสำหรับงานปั่นฯ บนฟุตบาทดีมากครับ เนื่องจากผิวทางไม่เรียบเท่าไร ทำให้สามารถทำความเร็วได้อย่างเก่งก็ประมาณเทียบกับการวิ่งจ๊อกกิ้ง (10 - 12 กม./ชม.) แต่ก็เป็นความเร็วประมาณการวิ่งที่เราไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไรเลยครับ จากปากซอยโชคชัย 4 ไปถึงแยกรัชดาฯ ตัดลาดพร้าวนี่ราวๆ 20 นาทีเองซึ่งช่วงเวลารถติดนี่ขับรถยนต์ไปยังต้องมีอย่างน้อย 30 - 45 นาทีครับ
ส่วนระยะทางนี่หากไม่เอาเวลาเป็นตัวจำกัดผมเคยปั่นฯ วงรอบจากแยกวังหิน ซอยเสนานิคม เข้าถนนนาคนิวาส ไปลาดพร้าว 71 แล้ววนกลับตามทางจักรยานเลียบถนนประดิษฐ์มนูธรรม ต่อด้วยเกษตร-นวมินทร์ ระยะทางประมาณ 20 - 25 กม. ก็สบายๆ ครับ ปั่นฯ ผสมกันระหว่างอยู่บนฟุตบาทกับลงผิวถนน โดยพิจารณาจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก (เกษตร-นวมินทร์ช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมงที่รถยนต์ไม่มาก) ช่วงทำความเร็วทางยาวๆ ก็อยู่ทีประมาณ 20 - 22 กม./ชม. (AV 13 +) ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- pubbike
- ขาประจำ
- โพสต์: 139
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:31
- Bike: Dahon Speed P8+1
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
สวัสดีครับพี่เสือ spectrum
ตามอ่านกระทู้ที่พี่ตอบมามากมายเลยครับ ความรู้แน่นปึ๊กจริงๆครับ ผมได้ความรู้จากพี่มากมายเลยครับ
อยากจะบอกว่าผมปั่นเส้นทางใกล้เคียงกับพี่มากเลยครับ เช้าๆวันเสาร์-อาทิตย์ ผมจะปั่นตามเส้นคล้ายๆแบบที่พี่เสือปั่นเลยครับ
แต่ผมเริ่มจากซอยเสนา เลี้ยวซ้ายแยกวังหิน ตรงไปเรื่อยๆวิ่งทางที่จะไปวัดลาดพร้าว เลยออกมาปากซอยโชคชัย4 วิ่งตามถนนลาดพร้าวตัดเข้าเลียบทางด่วน วิ่งตรงมาตัดเข้าถนนเกษตร-นวมินทร์ ตรงมาเรื่อยๆเลี้ยวซ้ายเ้ข้าแยกวังหินอีกครั้ง แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าเสนาครับ ช่วงที่วิ่งถนนลาดพร้าว (บางทีต้องขึ้นทางจักรยานบนฟุตบาทครับเพราะรถวิ่งเร็วมากเลย)
ถ้าเจอกันระหว่างทาง ทักทายกันนะครับพี่
ผมใช้เจ้าคันเหลืองเนี่ยครับ
ตามอ่านกระทู้ที่พี่ตอบมามากมายเลยครับ ความรู้แน่นปึ๊กจริงๆครับ ผมได้ความรู้จากพี่มากมายเลยครับ
อยากจะบอกว่าผมปั่นเส้นทางใกล้เคียงกับพี่มากเลยครับ เช้าๆวันเสาร์-อาทิตย์ ผมจะปั่นตามเส้นคล้ายๆแบบที่พี่เสือปั่นเลยครับ
แต่ผมเริ่มจากซอยเสนา เลี้ยวซ้ายแยกวังหิน ตรงไปเรื่อยๆวิ่งทางที่จะไปวัดลาดพร้าว เลยออกมาปากซอยโชคชัย4 วิ่งตามถนนลาดพร้าวตัดเข้าเลียบทางด่วน วิ่งตรงมาตัดเข้าถนนเกษตร-นวมินทร์ ตรงมาเรื่อยๆเลี้ยวซ้ายเ้ข้าแยกวังหินอีกครั้ง แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าเสนาครับ ช่วงที่วิ่งถนนลาดพร้าว (บางทีต้องขึ้นทางจักรยานบนฟุตบาทครับเพราะรถวิ่งเร็วมากเลย)
ถ้าเจอกันระหว่างทาง ทักทายกันนะครับพี่
ผมใช้เจ้าคันเหลืองเนี่ยครับ
และแล้วก็เจอเนื้อคู่จนได้ อิอิอิ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
ขอบคุณสำหรับคำชมครับ
รถคุณ pubbike สีสวยดีครับ ดูดีแบบเรียบๆ
ของผมมักปั่นฯ ในเมืองวันธรรมดาครับ ใช้งานธุระแบบกึ่งๆ ไปธุระที่ไม่ค่อยเร่งรีบหรือสำคัญมากนะครับ เพราะจากประสพการณ์การปั่นฯ ที่ผ่านมามี 2 เรื่องที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายครับคือ
1. ปั่นฯ ในเส้นทางที่เราไม่คุ้นเส้นทาง (เพราะเราจะมัวแต่กังวลว่าจะหลงทางจนลืมดูสถานการณ์รอบตัว)
2. ปั่นฯ ในภาวะเร่งรีบครับ ผมเคยเร่งความเร็วจะไปที่จุดนัดพบให้ทัน ตาก็เหลือบดูหน้าปัทม์ความเร็วไปตลอด เผลอนิดเดียวเจอหลุม แฉลบเกือบตกข้างทางเลยครับ
อีกทีหนึ่งไล่กวดกลุ่มเพื่อนๆ ที่เร่งความเร็วขึ้นหน้าไปจนลืมดูผิวทางก็....ตกหลุมอีกเหมือนกันครับ เที่ยวนี้ตัวลอยออกไปด้านหน้ารถ แต่โชคดีที่ตกลงบนพุ่มไม้ ความเร็วก็ 25 + นะครับ
จากนั้นเลยต้องเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า "ชีวิตเรามีชีวิตเดียวครับ GameOver แล้วเล่นใหม่ไม่ได้เหมือนเกมในคอมพิวเตอร์"
ยังไงหากผ่านเจอกันจะทักก่อนและแนะนำตัวก็ได้นะครับ ผมเองเวลาปั่นฯ มักจะระวังการจราจรจนแทบไม่ได้ดูอย่างอื่นครับ อายุมากแล้วสายตาไม่ค่อยดีครับ ชุดปั่นฯ ในเมืองของผมมักเป็นกางเกงวอร์มขายาว มีแถบรัดสะท้อนแสงสีเขียว-เหลือง (เฉพาะที่ข้อเท้าขวา) เสื้อธรรมดา ใส่ปลอกแขนครับ แต่ที่สำคัญคือใส่หมวกกันน๊อคตลอดเวลาที่อยู่กับจักรยานครับ
เส้นทางซอยโชคชัย 4 ช่วงจาก รพ. เปาโล-สยามไปทางปากซอยนั้นค่อนข้างแคบและอันตรายสำหรับจักรยานครับ ส่วนใหญ่ผมมักเลี้ยวกลับลงไปทางซอยข้างกองปราบฯ หากถามคิวมอเตอร์ไซด์แถวนั้นจะเจอทางลัดเป็นสะพานปูนฯ ข้ามคลองไปออกหน้าทางลัดหลังตลาดโชคชัย 4 ครับ เส้นทางนี้ปลอดรถยนต์ครับ รถไม่ค่อยเยอะมากเท่าไร
อีกเส้นทางที่ใช้บ่อยก็คือลัดจากโชคชัย 4 เข้าหมู่บ้าน รวมโชค ไปทะลุถนนนาคนิวาส เส้นที่ต่อจากลาดพร้าว 71 ผ่านหน้าเขตลาดพร้าวนั่นแหละครับ เส้นนี้ถนนกว้างหน่อยครับ รถก็ไม่หนาแน่นเท่าซอยโชคชัย 4 ครับ
รถคุณ pubbike สีสวยดีครับ ดูดีแบบเรียบๆ
ของผมมักปั่นฯ ในเมืองวันธรรมดาครับ ใช้งานธุระแบบกึ่งๆ ไปธุระที่ไม่ค่อยเร่งรีบหรือสำคัญมากนะครับ เพราะจากประสพการณ์การปั่นฯ ที่ผ่านมามี 2 เรื่องที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายครับคือ
1. ปั่นฯ ในเส้นทางที่เราไม่คุ้นเส้นทาง (เพราะเราจะมัวแต่กังวลว่าจะหลงทางจนลืมดูสถานการณ์รอบตัว)
2. ปั่นฯ ในภาวะเร่งรีบครับ ผมเคยเร่งความเร็วจะไปที่จุดนัดพบให้ทัน ตาก็เหลือบดูหน้าปัทม์ความเร็วไปตลอด เผลอนิดเดียวเจอหลุม แฉลบเกือบตกข้างทางเลยครับ
อีกทีหนึ่งไล่กวดกลุ่มเพื่อนๆ ที่เร่งความเร็วขึ้นหน้าไปจนลืมดูผิวทางก็....ตกหลุมอีกเหมือนกันครับ เที่ยวนี้ตัวลอยออกไปด้านหน้ารถ แต่โชคดีที่ตกลงบนพุ่มไม้ ความเร็วก็ 25 + นะครับ
จากนั้นเลยต้องเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า "ชีวิตเรามีชีวิตเดียวครับ GameOver แล้วเล่นใหม่ไม่ได้เหมือนเกมในคอมพิวเตอร์"
ยังไงหากผ่านเจอกันจะทักก่อนและแนะนำตัวก็ได้นะครับ ผมเองเวลาปั่นฯ มักจะระวังการจราจรจนแทบไม่ได้ดูอย่างอื่นครับ อายุมากแล้วสายตาไม่ค่อยดีครับ ชุดปั่นฯ ในเมืองของผมมักเป็นกางเกงวอร์มขายาว มีแถบรัดสะท้อนแสงสีเขียว-เหลือง (เฉพาะที่ข้อเท้าขวา) เสื้อธรรมดา ใส่ปลอกแขนครับ แต่ที่สำคัญคือใส่หมวกกันน๊อคตลอดเวลาที่อยู่กับจักรยานครับ
เส้นทางซอยโชคชัย 4 ช่วงจาก รพ. เปาโล-สยามไปทางปากซอยนั้นค่อนข้างแคบและอันตรายสำหรับจักรยานครับ ส่วนใหญ่ผมมักเลี้ยวกลับลงไปทางซอยข้างกองปราบฯ หากถามคิวมอเตอร์ไซด์แถวนั้นจะเจอทางลัดเป็นสะพานปูนฯ ข้ามคลองไปออกหน้าทางลัดหลังตลาดโชคชัย 4 ครับ เส้นทางนี้ปลอดรถยนต์ครับ รถไม่ค่อยเยอะมากเท่าไร
อีกเส้นทางที่ใช้บ่อยก็คือลัดจากโชคชัย 4 เข้าหมู่บ้าน รวมโชค ไปทะลุถนนนาคนิวาส เส้นที่ต่อจากลาดพร้าว 71 ผ่านหน้าเขตลาดพร้าวนั่นแหละครับ เส้นนี้ถนนกว้างหน่อยครับ รถก็ไม่หนาแน่นเท่าซอยโชคชัย 4 ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- hatio
- ขาประจำ
- โพสต์: 429
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2008, 21:47
- Tel: 089.441.4148
- Bike: Dahon Speed P8
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
เห็นด้วยค่ะ...ว่าพอเราขี่ได้เร็วขึ้น เราก็เริ่มขี่กันอันตรายขึ้น...
จำได้วันแรกๆ ที่ขี่ เป็นช่วงที่ขัดเกลาให้เราเป้นคนใจเย็นมาก ยอมที่จะรอ ยอมที่จะพักริมฟุตบาทเพื่อรอรถข้างหน้าเคลื่อนตัว ค่อยๆ ขับชิดซ้ายถนน (พอดีมีประสบการณ์ไม่ดีกับการขี่บนฟุตบาท เป็นอันตรายจากคนเดินเท้าที่เค้ามองไม่เห็นเรา แล้วเดินอย่างคาดเดายาก) พอเวลาจะเลี้ยวขวาที่สี่แยก ก็จะขี่ตรงไป แล้วไปพักที่แยกทางซ้าย เพื่อตั้งลำใหม่ เตรียมพุ่งตรงไปยังเส้นทางทางขวาที่ต้องการ
ช่วงก่อนนนี้ ปั่นเอาๆๆ หลงระเริง...อยากอัพสปีดตัวเอง จนบางครั้งจิตมันเป้นจดจ่ออยู่กับเลขไมล์ เป็นอันตรายต่อชีวิตจริงๆ ค่ะ
พอนึกหน้าแม่ นึกหน้าคนใกล้ชิด ก็คิดได้ว่า "รักษาชีวิตไว้ดีกว่า" ใครเค้าจะแซง จะเร็ว ปล่อยเค้า
จำได้วันแรกๆ ที่ขี่ เป็นช่วงที่ขัดเกลาให้เราเป้นคนใจเย็นมาก ยอมที่จะรอ ยอมที่จะพักริมฟุตบาทเพื่อรอรถข้างหน้าเคลื่อนตัว ค่อยๆ ขับชิดซ้ายถนน (พอดีมีประสบการณ์ไม่ดีกับการขี่บนฟุตบาท เป็นอันตรายจากคนเดินเท้าที่เค้ามองไม่เห็นเรา แล้วเดินอย่างคาดเดายาก) พอเวลาจะเลี้ยวขวาที่สี่แยก ก็จะขี่ตรงไป แล้วไปพักที่แยกทางซ้าย เพื่อตั้งลำใหม่ เตรียมพุ่งตรงไปยังเส้นทางทางขวาที่ต้องการ
ช่วงก่อนนนี้ ปั่นเอาๆๆ หลงระเริง...อยากอัพสปีดตัวเอง จนบางครั้งจิตมันเป้นจดจ่ออยู่กับเลขไมล์ เป็นอันตรายต่อชีวิตจริงๆ ค่ะ
พอนึกหน้าแม่ นึกหน้าคนใกล้ชิด ก็คิดได้ว่า "รักษาชีวิตไว้ดีกว่า" ใครเค้าจะแซง จะเร็ว ปล่อยเค้า
- Bike Addict
- ขาประจำ
- โพสต์: 2500
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
ผมมีทั้ง 16 " กับ 20" ครับ แต่ชอบ 16" นิ้วมากกว่าในเรื่องของการพับแล้วขนาดเล็ก กระทัดรัด ไม่เปลืองเนื้อที่ ปกติจะไว้ขี่จากที่ทำงานไปกินข้าวเที่ยง ไปแบงค์ ไปห้าง ช่วงตอนกลางวัน แทนการใช้รถยนต์ ดังนั้นผมจึงต้องการรถที่พับแล้วเล็ก เวลาหิ้วและเข็นจะได้สะดวกหน่อย และเวลาเอาไปฝากยามหรือประชาสัมพันธ์ที่ห้าง ก็ดูไม่อลัง จนเกินไป
ส่วนเรื่องความเร็ว ผมไม่ได้คาดหวังมากครับ เอาแบบขี่เรื่อยชมนกชมไม้ อย่าให้เหงื่อซึมจนเหม็นเปรี้ยวให้เพื่อนรังเกียจครับ ดังนั้นความเร็วของล้อ 16 ก็เพียงพอแล้วครับ สำหรับผม
เรื่องความไม่มีน้ำใจต่อผู้ใช้จักยานนี้ ผมว่าแก้ยากนะ ต้องลองให้พวกเขามาขี่จักยานในท้องถนนดูบ้างจะได้เข้าใจ ผมเคยโดนอาเจ้ ขับ crv ปาดหน้า ตอนแกรีบซัดเพื่อเลี้ยวขวาตรงแยกที่ไฟกำลังจะแดง ขอโทษก็ไม่มีซักคัน จอดติดไฟแดงอยู่ ออกตัวช้าหน่อยก็โดนบีบแตรไล่ เซ็ง จะรีบอะไรกันนัก ผมอยู่ ตจว เมืองไม่ใหญ่คนใช้รถก็เป็นเช่นนี้ขาดความมีน้ำใจ

ส่วนเรื่องความเร็ว ผมไม่ได้คาดหวังมากครับ เอาแบบขี่เรื่อยชมนกชมไม้ อย่าให้เหงื่อซึมจนเหม็นเปรี้ยวให้เพื่อนรังเกียจครับ ดังนั้นความเร็วของล้อ 16 ก็เพียงพอแล้วครับ สำหรับผม
เรื่องความไม่มีน้ำใจต่อผู้ใช้จักยานนี้ ผมว่าแก้ยากนะ ต้องลองให้พวกเขามาขี่จักยานในท้องถนนดูบ้างจะได้เข้าใจ ผมเคยโดนอาเจ้ ขับ crv ปาดหน้า ตอนแกรีบซัดเพื่อเลี้ยวขวาตรงแยกที่ไฟกำลังจะแดง ขอโทษก็ไม่มีซักคัน จอดติดไฟแดงอยู่ ออกตัวช้าหน่อยก็โดนบีบแตรไล่ เซ็ง จะรีบอะไรกันนัก ผมอยู่ ตจว เมืองไม่ใหญ่คนใช้รถก็เป็นเช่นนี้ขาดความมีน้ำใจ
- hatio
- ขาประจำ
- โพสต์: 429
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2008, 21:47
- Tel: 089.441.4148
- Bike: Dahon Speed P8
Re: สอบถามรถ dahon 16" กับ 20"
แปลกนะคะ...ตอนวันแรกๆ ที่ปั่น ปั่นได้งุ่นง่านมาก ออกตัวช้ามาก แล้วก็ปั่นช้ามา แต่ไม่ยักกะโดนบีบแตรเลย..แถมยังหลีกทางให้ตลอด แต่ไม่รู้ทำไมขี่ไปขี่มา ชักโดนซัดบ่อยๆ ((หรือเพราะเราเริ่มเปลี่ยนวิธีขี่ไปโดยไม่รู้ตัว?))