ว่าด้วยเรื่องเฟรมจักรยาน
เฟรมถือเป็นส่วนประกอบหลักของจักรยานก็ว่าได้ เรามาดูลักษณะของเฟรมแบบต่างๆ ตามรูปร่างของเฟรมกันครับ
1.แบบ diamond หรือ รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หรือ รูปเพชร หรือ ข้าวหลามตัด แล้วแต่จะเรียก ตามรูปครับ
จะเห็นว่ามันเป็นเฟรมจักรยานทั่วไปที่เราๆ ท่านๆ คุ้นกันดี ถือว่ามีความนิยมสุดก็ว่าได้
2.แบบ Step-through อันนี้ผมแปลเองตามตัวว่า แบบก้าวข้าม หรือ ก้าวผ่าน ละกันครับ เนื่องจากมันออกแบบมา เพื่อให้สุภาพสตรี ซึ่งใส่กระโปรง ขึ้นขี่ได้สะดวกขึ้นนั่นเอง ตาม ภาพเลยครับ
จะเห็นว่าเฟรมแบบนี้ต้องออกแบบให้ ขึ้นขี่ได้ง่าย ทำให้ต้องทำท่อบน ท่อล่างให้ต่ำๆ บางครั้ง ก็มีแค่ท่อเดียว ซึ่งข้อเสียคือ ลักษณะสามเหลี่ยมของเฟรมหายไป ทำให้ความแข็งแรงลดลง ต้องชดเชยด้วยวัสดุที่หนักขึ้นแข็งขึ้น ทำให้น้ำหนักของเฟรมแบบนี้ ค่อนข้างสูง และขาดประสิทธิภาพ เช่นความเร็ว ความพุ่ง เป็นต้น
3. แบบ Recumbent หรือ แบบนอนหงายขี่ แบบนี้จะมีพนักพิง หรือ นอนขี่ไปเลยตามภาพครับ
เฟรมแบบนี้ ถือว่าถูกหลักสรีระของคนเรามากที่สุด และถือว่ามีประสิทธิภาพมากสุดด้วย โดยรถแบบนี้ที่ออกแบบโดยนาย Sam Whittingham ทำสถิติโลกวิ่งได้ถึง 132.5 km/h เลยที่เดียว ตามรูปครับ
4.แบบ Prone หรือนอนคว่ำ ขี่ แบบนี้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ แบบนอนหงาย แต่ไม่นิยมนัก เพราะน่าจะมองทาง ลำบากน่าดู
5.แบบ Pedersen เป็นแบบที่มีท่อหลายๆ ท่อ ประกอบเป็นโครงสร้าง คล้ายๆ โครงสร้างสะพาน หรือปีกเครื่องบิน
6.แบบ Folding หรือ แบบพับได้นั่นเอง ยี่ห้อดังๆ ที่เรารู้จักกันดี ก็เช่น A-bike, Bike Friday,Dahon, Strida เป็นต้น
7.แบบ Penny-farthing หรือ แบบเหรียญ Penny กับเหรียญ farthing (1/4 ของ Penny) ออกแบบจากแนวคิดจาก เหรียญ 2 แบบ ดังภาพ
เป็นจักรยานที่นิยมมาก ในยุคแรกๆ แต่เนื่องจากมันมีปัญหาด้านความปลอดภัย ก็เลยเสื่อมความนิยมลงไป
8.แบบ Tandem and sociable คือแบบ ขี่ได้ทีละหลายคน ช่วยกันปั่น
รูปนี้เป็นแบบ Tandem คือ ขี่เรียงเป็นแถวยาว ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
สว่นอันนี้ แบบ sociable คือขี่ไปพร้อมๆ กัน ชมวิวพร้อมกันเลย
เฟรมรูปแบบต่างๆ ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเฟรม ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของแต่ละบริษัท อีกที่ไม่ได้กล่าวถึง ใครสนใจลองศึกษาดูครับ ข้อมูลและภาพส่วนใหญ่ ได้จาก http://www.wikipedia.org ครับ
ตอนต่อไปจะเป็น เรื่องของวัสดุ ที่เราเอามาทำเฟรมครับ ว่ามีอะไรบ้าง คอยติดตามนะครับ