สิ่งที่มองไม่เห็นแต่รับรู้ได้ดว้ยความรู้สึก
วันแรกที่ไปถึงผมก็ปั่นไปหาพี่เจ ที่ร้านให้พี่แกซ่อมจักรยานให้เด็กๆ ก่อนที่จะมาพัทลุงตั้งใจไว้ว่าจะเอาจักรยานมาปั่นที่พัทลุงกับกลุ่มพัทลุง วันนี้มีพี่เจ แฟนพี่เจ และพี่ปู
ผมบอกพี่ๆว่าวันรุ่งขึ้นผมจะไปตรังกะ Bike Addrit พี่ปูจัดการโทรไปหาพี่สรรเสริญ ที่ตรังให้มารับแต่วันนั้นทางกลุ่มตรังส่วนใหญ่ไม่ว่างพี่สรรเสริญเลยมาต้อนรับท่านเดียว
หลังจากได้นั้งคุยกะพี่สรรเสริญ และBike Addrit ที่เขาพับผ้าผมก็บอกพี่ๆว่าผมต้องกลับเพราะวันรุ่งขึ้นผมต้องพาแม่ไปสตูล พี่สรรเสริญ เลยบอกว่าให้ไปหา บังโหลด
พอไปตรังถึงสตูลผมก็ดิ่งไปหา บังโหลดทันที กะว่าแค่ปั่นมานั้งคุยแล้วก็กลับ
วันนั้น ผมถึงได้ถึงบางอ้อ ที่แท้ ชื่อ " บังโหลด " มีที่มาไปยังไง แต่ผมก็ยังติดชื่อ " บังโหลด " อยู่ดี พี่แกพาไปเลี้ยงข้าว แล้วก็ได้นั้งคุยกันจนเย็น พี่แกเห็นว่าเย็นแล้วเลยถาม
" ไปปั่นไหม ? " ผมตกลงทันที่ไหนๆก็มาถึงสตูลแล้วขอปั่นเที่ยวสตูลซะหน่อย พี่แกจัดการโทรเรียกคนโน้น คนนี้ มาให้รับพาไปปั่น
อาแปะ บังอี ถามว่าไปปั่นชมเมืองเล่นๆไหม ส่วนพี่เบ็น ถามไปปั่นในสวนยางไหม ผมตอบตกลงขอมัน มัน แล้วกันไหนๆก็มาทั้งที
พี่แกจัดไป เล่น สนามแข่งเยาวชนเลย ปั่นตาม แอร์โรว์ เกือบเป็นลม
ปั่นเสร็จพาไปกินโรตี ขึ้นชื่อเมืองสตูล แล้วร่ำลา อำลาพาจาก ด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ความตั้งใจครั้งแรกเพียงแค่อยากไปปั่นร่วมทางกับพี่ๆ เสือภาคใต้เท่านั้น แต่การต้อนรับตลอดเส้นทาง ทำให้ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นจากน้ำใจชาวจักรยานจริงๆ
ทำให้ผมย้อนนึกถึงความรู้สึกที่ได้รับหลายๆครั้งที่ผ่านมา มันเป็นความรู้สึกเดียวกันเลย ชาวจักรยานนี่ช่างมีน้ำใจต่อกันจริงๆนะ เพียงแค่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีเจตนาแอบแฝง
มันบอกเป็นตัวหนังสือไม่ได้จริงๆ จนกว่าใครคนนั้นจะได้รับรู้ความรู้สึกนั้นด้วยตัวเอง . . .
" สิ่งที่มองไม่เห็น แต่รับรู้ได้ด้วยความรู้สึก "
Beyond happiness