เริ่มเข้าวงการจักรยานก็วันที่สมัครไทยเอมทีบีนี่แหล่ะครับ
เริ่มต้นด้วย ว่างเว้นการออกกำลังกายมานานนับ 10 ปี ติดเหล้ายาปาร์ตี้มาหมด เริ่มกลัวตายไม่สบาย เห็นคนอื่นปั่นก็เลยเอาด้วยซื้อภูเขามาปั่นแบบจัดเต็มแต่งโง่ๆแบบอาเฮียฟันหัวแบะ ด้วยความคิดที่ว่าอยากออกกำลังและไปได้ทุกที่ในกรุงเทพ ไม่ต้องพะวงอะไร น้ำหนัก 103 พีคสุดมาก ขี่ไปขี่มากินเยอะเหมือนเดิมอ้วนเหมือนเดิมน้ำหนักไม่ลด...
ต่อมาได้รู้จักมาวงการเสือหมอบ ขายภูเขาทิ้งมาลงหมอบ สนุกเลยทีนี้เอาแต่บ้าแต่งหาความรู้เกี่ยวกับดีเทลต่างๆของหมอบ อุปกรณ์มีใหม่มาตลอดลองผิดลองถูก ซื้อ ขาย จนหนี้เยอะ ผบ ด่า แม่บ้านสวด ว่าอะไรกันนักหนา ไม่ได้ใส่ใจการขี่เท่าไหร่แต่ได้ความรู้ในเชิงอุปกรณ์มา...
ต่อมาเริ่มใช้จักรยานมากขึ้นน้ำหนักลงจาก 103 มาที่ 98 ขี่ไปทำงานทุกวันเป็นเวลาปีกว่าๆ ปั่นคนเดียวไม่มีกลุ่ม กลับบ้านปั่นเยอะแค่ไหน กินเยอะเหมือนเดิม อุปกรณ์บ้าน้อยลงแต่ก็ยังมีในระดับที่เบาลงมาก มาใส่ใจพวกเรื่องฟิตติ้ง จีโอเมททรี่ วิธีการปั่นต่างๆที่ลองทำจริงๆจังๆคือไปฟิตติ้ง 3 รอบเพราะชอบเปลี่ยนอุปกรณ์...ดูไร้สาระไปวันๆ ฝ่ามลพิษใน กทม ปาร์ตี้ เหล้ายา ยังมีในเกณฑ์เยอะ เพราะอิสระปั่นไปไหนก็ได้ กลับดึกไม่มีใครสงสัย เมาๆยังเคยปั่นบนถนน ทำไปได้ยังไงไม่รู้ น้ำหนักไม่ลงเท่าเดิม 98 รู้สึกว่ามันใช่หรอว่ะ
ต่อมาหลังจากหมดเงินไปเยอะมากเริ่มจะต้องใช้มันให้คุ้มค่า ไปสกายเลนส์เสาร์อาทิตย์อยู่พักนึงเริ่มสนุกกับการปั่นบ้าๆบอๆตามกลุ่มขาแรงหลุดมั่ง ติดมั่ง คิดว่าตัวเองแรง จนได้เจอโปรวุฒปั่นซ้อมกลุ่มอยู่เคยฟิตติ้งกับแกเลยขอสมัครเรียนด้วย ด้วยใจที่เริ่มจริงจังและคิดว่าจะแรง....
หลังจากนั้นทุกอย่างที่เคยคิด เคยทำมา ความแรงที่เคยอยากได้ทุกอย่างมันเป็นมะโนของไอ้อ้วนคนนึงเท่านั้นเอง คนที่ผมเรียกโค้ชได้เต็มปากสำหรับการปั่นจักรยานของผมปรับวิธีคิดทุกอย่างจนผมคิดว่ามาเจอทางที่สนุกกับมันและการเอาชนะใจตัวเอง ชนะขีดจำกัดตัวเอง เป็นเรื่องที่เป็นแรงผลักดันในการอยากหยิบจักรยานออกไปปั่นมากที่สุด ขอสรุปตอนท้ายโพสต์แบบคร่าวๆล่ะกันว่าผมได้แรงจูงใจ เพราะซ้อมถูกวิธีมีอะไรบ้าง
ขณะนี้ผมอายุกำลังย่างไปที่ 41
1. น้ำหนักจาก 100 เหลือ 75 เป้า 69
2. เบสหัวใจต่ำลง
3. สุขภาพดีขึ้นมาก ไขมันเกาะตับหาย ภาวะตับดีขึ้น
4. แทบจะเลิกอบายมุขขาดมีแล่บๆมาแต่น้อยจนตอนนี้ไม่อยากไปแตะมันเลย
5. ได้ร่วมงานแข่งเพื่อ พิสูจน์ตัวเองมาสองงาน ไม่ได้ชนะอะไรทั้งสองงาน แต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นชัด
6. ปีที่แล้วปั่นหนึ่งหมื่นโลเศษๆแบบคุณภาพไม่เต็มเปี่ยม แต่ปีนี้ได้ 6 พันโลแบบมีคุณภาพมากๆ ตั้งเป้าไว้สองหมื่นโลแบบมีคุณภาพไม่ได้ไม่เป็นไร คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ
7. น่าดีใจที่สุดคือผมเคยไปเทส vo2max มาไอ้เรื่องค่าอื่นๆผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่แค่ไหนแค่นั้นแต่หมอเคยบอกว่าถ้าผมแช่ฮาร์ทเรทที่ 183 ซึ่งถือว่าเป็นแม๊กของผมตอนที่มันลงจะเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมหรือหมดสติได้แต่จากการซ้อมที่ผ่านมาของผมผมสามารถดีดหัวใจออกไปที่ 193 ได้และสามารถแช่ที่ 170-180 ได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ซึ่งผมจะลองกลับไปเทส vo2max อีกครั้งแล้วจะดูว่าไอ้ค่าที่หมอคอมเม้นท์วอนนิ่งผมมามันจะหายไหม ซึ่งถ้ามันหายไปได้จริง มันคงพิเศษสำหรับผมมาก
แถมท้ายตอนนี้มีแต่คนตกใจว่าอายุเลยเลข 4 เค้านึกว่า 3 ต้นๆถึงกลางๆ อิๆ
เห็นแรงจูงใจในการปั่นของผมไหมครับ