สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
l2ecovery
- สมาชิก
- โพสต์: 5
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2016, 20:56
- ติดต่อ:
สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ถ้าหากมีงบ ลงเกียร์อยู่ประมาณ ห้า - หกหมื่น จะเลือกอะไรดีระหว่าง
dura ace ตัวสาย กับ ultegra di2 การดูแลรักษามันต่างกันมากไหม
ฟิลลิ่งในการชิบเกียร์เป็นยังไง อันไหนมันสะดวกดูแลรักษาง่ายกว่า ถ้าหาก
ประกอบกับตัวเฟรม giant tcr ตัวกระโดง คิดว่าตัวไหนมันเข้ากันครับ
ปล งบยังไม่มี แค่คิดให้ฟินเฉยๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาตอบ
dura ace ตัวสาย กับ ultegra di2 การดูแลรักษามันต่างกันมากไหม
ฟิลลิ่งในการชิบเกียร์เป็นยังไง อันไหนมันสะดวกดูแลรักษาง่ายกว่า ถ้าหาก
ประกอบกับตัวเฟรม giant tcr ตัวกระโดง คิดว่าตัวไหนมันเข้ากันครับ
ปล งบยังไม่มี แค่คิดให้ฟินเฉยๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาตอบ
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
Ultegra Di2 เลยครับ ไม่ต้องสงสัย
เทียบกันแบบนี้
Dura Ace มันเหมือนมีไว้ขลัง ๆ . . . . เบา แต่ เปราะ (ไม่ยืนยันครับ แต่อ่านหลายที่ Dura นิ่มกว่า Ultegra นิดหน่อย แลกกับน้ำหนักเบา)
Dura Ace มันเหมือนมีไว้ขลัง ๆ . . . . เบา แต่ เปราะ (ไม่ยืนยันครับ แต่อ่านหลายที่ Dura นิ่มกว่า Ultegra นิดหน่อย แลกกับน้ำหนักเบา)
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
-
visual3dmax
- ขาประจำ
- โพสต์: 1346
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2014, 11:44
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
Ultegra Di2 เบื่อสาย
ชิฟเนี่ยนๆ
-
iamwutdy
- ขาประจำ
- โพสต์: 296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2015, 08:22
- Bike: Cervelo R3 / Cannondale Caad12
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
เอา dura ace ครับ เพราะชอบแบบมีสาย ได้อารมณ์กว่า และที่สำคัญคือ ไฟไม่มีหมด ไม่ห่วงว่าไฟจะหมดกลางทางแล้วต้องใช้เกียร์นั้นไปตลอด
(เคยประสบเหตุไฟหมด เปลี้ยนเกียร์ไม่ได้ ค้างทีาเฟืองเล็กเกือบสุด โดยจักรยานแม่บ้านแซง OTL)
(เคยประสบเหตุไฟหมด เปลี้ยนเกียร์ไม่ได้ ค้างทีาเฟืองเล็กเกือบสุด โดยจักรยานแม่บ้านแซง OTL)
- t.t.
- สมาชิก
- โพสต์: 89
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 14:16
- Bike: Trek 7.2fx
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ผมจะมองว่า ต้องการอะไรจากชุดเกียร์
ถ้าเน้นเบา ก็ต้องไป da
ถ้าเน้นไว แม่น นิ่ม ไม่เน้นเบา ก็ไป di2
ถ้าเน้นเบา ก็ต้องไป da
ถ้าเน้นไว แม่น นิ่ม ไม่เน้นเบา ก็ไป di2
- Ride Decorrate
- ขาประจำ
- โพสต์: 453
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2014, 15:02
- team: 222 Cycling Team
- Bike: Merida Reacto 400
-
TJA
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
- team: ลูกเจี๊ยบส์
- Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
- ติดต่อ:
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ตามนี้ครับt.t. เขียน:ผมจะมองว่า ต้องการอะไรจากชุดเกียร์
ถ้าเน้นเบา ก็ต้องไป da
ถ้าเน้นไว แม่น นิ่ม ไม่เน้นเบา ก็ไป di2
- keanetona
- ขาประจำ
- โพสต์: 830
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2011, 00:50
- Bike: Pinarello Dogma F8 , Trek Madone 9
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
dura ace สายครับ
ตอนนี้ผมก็ใช้ dura ace สาย อยู่
edit
เมื่อก่อนผมก็เคยใช้ ultegra di2 (10สปีด) และพบว่ามีปัญหาในการเปลี่ยนจานหน้า มีวันนึงโซ่ติด นึกว่าจะต้องจอดแล้วแต่ยังดีที่กดกลับได้
แต่คนขายบอกผมว่าปัญหาที่ผมว่า di2 11สปีดนี่เขาแก้ไขแล้ว รวมถึงสิ่งที่ผมไม่ชอบตรงที่สับลงทีละเกียร์ ก็มีคนแถวๆนี้บอกแล้วว่าสามารถปรับตั้งได้
แต่สำคัญที่สุด .... dura ace di2 มันแพงครับ
ตอนนี้ผมก็ใช้ dura ace สาย อยู่
edit
เมื่อก่อนผมก็เคยใช้ ultegra di2 (10สปีด) และพบว่ามีปัญหาในการเปลี่ยนจานหน้า มีวันนึงโซ่ติด นึกว่าจะต้องจอดแล้วแต่ยังดีที่กดกลับได้
แต่คนขายบอกผมว่าปัญหาที่ผมว่า di2 11สปีดนี่เขาแก้ไขแล้ว รวมถึงสิ่งที่ผมไม่ชอบตรงที่สับลงทีละเกียร์ ก็มีคนแถวๆนี้บอกแล้วว่าสามารถปรับตั้งได้
แต่สำคัญที่สุด .... dura ace di2 มันแพงครับ
แก้ไขล่าสุดโดย keanetona เมื่อ 24 ต.ค. 2016, 00:48, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
อย่าถามผมว่ารถผมคันละเท่าไหร่
อย่าถามผมว่าปั่นรถแพงแล้วได้อะไร
แต่เอาเป็นว่า ผมปั่นเพื่อสุขภาพ เป็นหมูที่แข็งแรงดีกว่าเป็นหมูขี้โรคนะ
อย่าถามผมว่าปั่นรถแพงแล้วได้อะไร
แต่เอาเป็นว่า ผมปั่นเพื่อสุขภาพ เป็นหมูที่แข็งแรงดีกว่าเป็นหมูขี้โรคนะ
-
mazzazo
- ขาประจำ
- โพสต์: 246
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2012, 18:57
- team: Audax Independent
- Bike: BH Quartz 2015
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
Di2 ผมไม่อินกับมันเท่าไหร่ ชอบ eTap มากกว่า
2 ตัวนี้ ผมเอา DA ครับ แต่จานหน้า สำหรับผมต้อง Rotor เท่านั้น
2 ตัวนี้ ผมเอา DA ครับ แต่จานหน้า สำหรับผมต้อง Rotor เท่านั้น
-
nonni
- สมาชิก
- โพสต์: 15
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.พ. 2016, 22:14
- Bike: Emonda SL
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
DI2 อย่างไม่ต้องสงสัย เกียร์สายก็คือเกียร์สายครับคือๆ กัน ไฟฟ้าซิครับแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
-
gogoget
- ขาประจำ
- โพสต์: 109
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2014, 06:00
- Tel: 0858011111
- Bike: merrida
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ultraga di2 เปลี่ยนเกียร เนียน ไว ไม่ต้องตั้งเกียรบ่อย สะดวกครับ แบตทนมาใช้จนเลืมว่าต้องชารต ในงบเท่ากัน ยกให้ Di2 ครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ของแบบนี้มันต้องเคยโดน"ป้ายยา"สักที ถึงจะเคลิ้มครับ
เกียร์ใช้สาย แบบ DA มันก็มีเสน่ห์ของมันครับ เกียร์สายในลำดับ แจ๊ค แหม่ม คิง คือ 105 , Ultegra และ DA ผ่านมือผมมาแล้วทั้งสิ้นครับ ตามราคาอะนะ จ่ายเท่าไหร่ได้เท่านั้น เพราะกลไกในตัวshifterมันต่างกัน โครงสร้างของสับจานหน้ามันแตกต่างกัน อารมณ์ในการกดเพื่อให้เปลี่ยนจานหน้าจึงแตกต่างกันมาก ฟิลลิ่งของการกดshifterเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์หลังก็ต่างกัน เพราะว่าออกแบบมาต่างกัน คือ ต้องทำใจโล่งๆ ลดอคติ ก็จะสัมผัสความต่างตรงนี้ได้
แต่ถ้าอย่าถามว่ามันใช้งานได้ต่างกันไหม เพราะคำตอบคือ ไม่ต่างกัน แม่นยำเท่ากัน ( เมื่อปรับจูนโดยช่างผู้ชำนาญ ) ที่ต่างกันคือความรู้สึก นุ่มเบา สบายเท่านั้น
วกมาที่เกียร์ไฟฟ้า อารมณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่ต้องลากนิ้ว ก็มาเหลือแค่"แปะ"แล้วเกียร์ก็"เปลี่ยน" ชีวิตจะแตกต่างไปจากเดิมมากมาย ในชั้นของ DI2 ไม่ว่าจะเป็น Ultegra หรือ DA มันก็แปะแล้วเปลี่ยนเช่นกัน แต่กระนั้น feelingเล็กๆที่แตกต่างในเวลาที่"แปะ"นิ้วก็ยังต่างกันบ้าง ถึงจะไม่มีนัยยะ แต่ก็ให้ความรู้สึกในระดับของpassionได้ ฮ่า ฮ่า
เดิมทีบอกตรงๆว่า ผมมีอคติกับเกียร์ไฟฟ้ามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องกังวลกับแบตเตอรี่ นน.ที่เพิ่มขึ้น กลัวน้ำเข้าแล้วรวน แล้ววันหนึ่งผมก็นิ้วเดี้ยงเพราะเอ็นขาด ต้องใส่ปลอกนิ้ว 3เดือน ยังดีที่เป็นมือซ้ายแต่นั่นมันเป็นข้างที่กดชิฟเตอร์เปลี่ยนจานหน้าได้ลำบาก ถึงจะเป็นDAที่เบา ก็ยังลำบาก
เพื่อนสนิทขายต่อ DA di2 ในราคาที่ยากจะปฏิเสธ ก็อยากจะลองใช้เองบ้างนะ เพราะเคยจูนให้เพื่อน แต่ไม่เคยใช้เองซักที
บอกเลยว่า DA di2 นน.รวมๆทั้งหมด แบบใช้งานจริงๆ คือ shifter , สับจาน , ตีนผี , สายไฟ , junction A , B และ Batteries เทียบน้ำหนักแบบชั่งจริงกับ DA9000 ประกอบด้วย Shifter , สับจาน , ตีนผี , สายเกียร์ และปลอกเกียร์ กลายเป็นว่า น้ำหนักรวมๆไม่แตกต่างกัน ผมจะบอกว่าพอๆกันก็ยังไม่ผิด น้ำหนักรวมๆของรถเมื่อประกอบแล้วก็เท่าเดิม
นับจากนั้น ชีวิตมือซ้ายมีความสุขกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้จะถอดปลอกดามนิ้วออกแล้ว หายแล้ว ก็ยังชอบ DI2 เช่นเดิม
( แต่ Ultegra DI2 มันก็จะต้องยอมรับบ้างว่า มันมีน้ำหนักรวมๆมากกว่า DA DI2แบบแตกต่างกันมาก ไม่งั้นคนก็คงจะซื้อ Ultegra DI2 กันหมดหละ )
สิ่งที่กลัว เช่น แบตหมด บอกตรงๆว่า ไม่น่ากลัว เพราะชาร์จทีหนึ่งอยู่ได้นานมาก และที่สำคัญคือ หากติดตั้งอุปกรณ์เสริม คือ D-fly เข้าไป เมื่อใช้คู่กับ garmin มันก็จะเพิ่มความสะดวกสบายอีกหลายอย่าง เช่น บอกตำแหน่งเกียร์ บอกเปอร์เซนต์ของแบตเตอรี่ DI2 ที่ยังเหลืออยู่ บอกตำแหน่งในการปรับจูนว่าอยู่ที่ตำแหน่งไหน เวลาเปลี่ยนล้อก็แค่จำให้ได้ว่าล้อไหน ตีนผีเซทตรงไหน ก็แค่กดเปลี่ยนไปยังตัวเลขตำแหน่งนั้นแทน
ส่วนใหญ่ที่แบตหมดนั้น ก็บอกคำเดียวว่า "ละเลย" เพราะบอกเลยว่ามันใช้งานได้นานมาก นานจนลืมว่าชาร์จครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ซึ่งจริงๆมันก็สามารถเช็คระดับแบตได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม เพียงแต่ไม่เช็คกัน ดังนั้นถ้าติดตั้ง D-fly ก็ไม่ต้องกังวลหละ
น้ำหนักทีมากขึ้น แน่นอนครับ ถ้าเป็น ultegra Di2 หนักขึ้นกว่า Ultegra สายแน่ๆ แต่ถ้าจ่ายแพงๆ DA Di2 กลับไม่ได้หนักกว่า DA9000
น้ำเข้า? พิสูจน์มาแล้ว ไ้ร้ปัญหา แถมสบายใจกว่าเกียร์สายด้วย เพราะไม่ต้องห่วงว่าน้ำเข้าสายเกียร์เป็นสนิม แล้วเกียร์รวน เอาเป็นว่าถ้าไม่เอามันไปดำน้ำ ก็ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ซีลต่างๆมัน"เอาอยู่"
ปัจจุบันผมก็ยังใช้ทั้ง DA di2 , Ultegra 6800 , และ 105 (ในรถ TT ) บอกเลยนะว่า ถ้าคุณเจ้าของกระทู้ไม่เกี่ยงเรื่องน้ำหนัก ผมเชียร์ Di2 แต่ถ้าเจ้าของกระทู้อยากจะใช้จานเบี้ยว ผมเชียร์ DA9000หรือ9100 ด้วยเหตุผลสำคัญคือ เกียร์ไฟฟ้ามันทำงานตามโปรแกรม ไปยุ่งอะไรกับมันได้น้อยมาก คือ ปรับผิดสูตรแบบวิชามารนิดๆก็จะกระทบperformanceทั้งระบบ เพราะมันกระทบลามเป็นลูกโซ่ เพราะมันจะทริมสับจานหน้าให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์ มันจึงไม่มีโอกาสที่โซ่จะสีกับสับจาน ซึ่งนั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีนักสำหรับจานเบี้ยวในจักรยานบางคัน ( เน้นว่าบางคัน เพราะแต่ละคันมีรายละเอียดต่างกัน , บางคัน การใช้ Di2 จะมีปัญหาเรื่องโซ่โดนหมุนวิดโซ่เกี่ยวในจังหวะเกียร์หน้าเล็ก หลังเล็ก และบางคันหลังเกือบเล็กก็ยังโดนเกี่ยว แต่ถ้าเป็นเกียร์แบบสาย เราสามารถเซทสับจานให้ดันโซ่ไว้ได้ ยอมให้โซ่สีกับสับจาน แต่ไม่โดนเกี่ยวขึ้นไป )
DI2 ก็ดี E-tap ก็ดี ล้วนออกแบบมาให้ลงตัวกับจานกลม (โดยเฉพาะจานของตัวเอง ) การเอาจานเบี้ยวมาใช้ก็ย่อมอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคัน ( เงื่อนไขอยู่ที่รายละเอียดของเฟรมตัวนั้น )
เกียร์ใช้สาย แบบ DA มันก็มีเสน่ห์ของมันครับ เกียร์สายในลำดับ แจ๊ค แหม่ม คิง คือ 105 , Ultegra และ DA ผ่านมือผมมาแล้วทั้งสิ้นครับ ตามราคาอะนะ จ่ายเท่าไหร่ได้เท่านั้น เพราะกลไกในตัวshifterมันต่างกัน โครงสร้างของสับจานหน้ามันแตกต่างกัน อารมณ์ในการกดเพื่อให้เปลี่ยนจานหน้าจึงแตกต่างกันมาก ฟิลลิ่งของการกดshifterเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์หลังก็ต่างกัน เพราะว่าออกแบบมาต่างกัน คือ ต้องทำใจโล่งๆ ลดอคติ ก็จะสัมผัสความต่างตรงนี้ได้
แต่ถ้าอย่าถามว่ามันใช้งานได้ต่างกันไหม เพราะคำตอบคือ ไม่ต่างกัน แม่นยำเท่ากัน ( เมื่อปรับจูนโดยช่างผู้ชำนาญ ) ที่ต่างกันคือความรู้สึก นุ่มเบา สบายเท่านั้น
วกมาที่เกียร์ไฟฟ้า อารมณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่ต้องลากนิ้ว ก็มาเหลือแค่"แปะ"แล้วเกียร์ก็"เปลี่ยน" ชีวิตจะแตกต่างไปจากเดิมมากมาย ในชั้นของ DI2 ไม่ว่าจะเป็น Ultegra หรือ DA มันก็แปะแล้วเปลี่ยนเช่นกัน แต่กระนั้น feelingเล็กๆที่แตกต่างในเวลาที่"แปะ"นิ้วก็ยังต่างกันบ้าง ถึงจะไม่มีนัยยะ แต่ก็ให้ความรู้สึกในระดับของpassionได้ ฮ่า ฮ่า
เดิมทีบอกตรงๆว่า ผมมีอคติกับเกียร์ไฟฟ้ามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องกังวลกับแบตเตอรี่ นน.ที่เพิ่มขึ้น กลัวน้ำเข้าแล้วรวน แล้ววันหนึ่งผมก็นิ้วเดี้ยงเพราะเอ็นขาด ต้องใส่ปลอกนิ้ว 3เดือน ยังดีที่เป็นมือซ้ายแต่นั่นมันเป็นข้างที่กดชิฟเตอร์เปลี่ยนจานหน้าได้ลำบาก ถึงจะเป็นDAที่เบา ก็ยังลำบาก
เพื่อนสนิทขายต่อ DA di2 ในราคาที่ยากจะปฏิเสธ ก็อยากจะลองใช้เองบ้างนะ เพราะเคยจูนให้เพื่อน แต่ไม่เคยใช้เองซักที
บอกเลยว่า DA di2 นน.รวมๆทั้งหมด แบบใช้งานจริงๆ คือ shifter , สับจาน , ตีนผี , สายไฟ , junction A , B และ Batteries เทียบน้ำหนักแบบชั่งจริงกับ DA9000 ประกอบด้วย Shifter , สับจาน , ตีนผี , สายเกียร์ และปลอกเกียร์ กลายเป็นว่า น้ำหนักรวมๆไม่แตกต่างกัน ผมจะบอกว่าพอๆกันก็ยังไม่ผิด น้ำหนักรวมๆของรถเมื่อประกอบแล้วก็เท่าเดิม
นับจากนั้น ชีวิตมือซ้ายมีความสุขกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้จะถอดปลอกดามนิ้วออกแล้ว หายแล้ว ก็ยังชอบ DI2 เช่นเดิม
( แต่ Ultegra DI2 มันก็จะต้องยอมรับบ้างว่า มันมีน้ำหนักรวมๆมากกว่า DA DI2แบบแตกต่างกันมาก ไม่งั้นคนก็คงจะซื้อ Ultegra DI2 กันหมดหละ )
สิ่งที่กลัว เช่น แบตหมด บอกตรงๆว่า ไม่น่ากลัว เพราะชาร์จทีหนึ่งอยู่ได้นานมาก และที่สำคัญคือ หากติดตั้งอุปกรณ์เสริม คือ D-fly เข้าไป เมื่อใช้คู่กับ garmin มันก็จะเพิ่มความสะดวกสบายอีกหลายอย่าง เช่น บอกตำแหน่งเกียร์ บอกเปอร์เซนต์ของแบตเตอรี่ DI2 ที่ยังเหลืออยู่ บอกตำแหน่งในการปรับจูนว่าอยู่ที่ตำแหน่งไหน เวลาเปลี่ยนล้อก็แค่จำให้ได้ว่าล้อไหน ตีนผีเซทตรงไหน ก็แค่กดเปลี่ยนไปยังตัวเลขตำแหน่งนั้นแทน
ส่วนใหญ่ที่แบตหมดนั้น ก็บอกคำเดียวว่า "ละเลย" เพราะบอกเลยว่ามันใช้งานได้นานมาก นานจนลืมว่าชาร์จครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ซึ่งจริงๆมันก็สามารถเช็คระดับแบตได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม เพียงแต่ไม่เช็คกัน ดังนั้นถ้าติดตั้ง D-fly ก็ไม่ต้องกังวลหละ
น้ำหนักทีมากขึ้น แน่นอนครับ ถ้าเป็น ultegra Di2 หนักขึ้นกว่า Ultegra สายแน่ๆ แต่ถ้าจ่ายแพงๆ DA Di2 กลับไม่ได้หนักกว่า DA9000
น้ำเข้า? พิสูจน์มาแล้ว ไ้ร้ปัญหา แถมสบายใจกว่าเกียร์สายด้วย เพราะไม่ต้องห่วงว่าน้ำเข้าสายเกียร์เป็นสนิม แล้วเกียร์รวน เอาเป็นว่าถ้าไม่เอามันไปดำน้ำ ก็ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ซีลต่างๆมัน"เอาอยู่"
ปัจจุบันผมก็ยังใช้ทั้ง DA di2 , Ultegra 6800 , และ 105 (ในรถ TT ) บอกเลยนะว่า ถ้าคุณเจ้าของกระทู้ไม่เกี่ยงเรื่องน้ำหนัก ผมเชียร์ Di2 แต่ถ้าเจ้าของกระทู้อยากจะใช้จานเบี้ยว ผมเชียร์ DA9000หรือ9100 ด้วยเหตุผลสำคัญคือ เกียร์ไฟฟ้ามันทำงานตามโปรแกรม ไปยุ่งอะไรกับมันได้น้อยมาก คือ ปรับผิดสูตรแบบวิชามารนิดๆก็จะกระทบperformanceทั้งระบบ เพราะมันกระทบลามเป็นลูกโซ่ เพราะมันจะทริมสับจานหน้าให้สัมพันธ์กับตำแหน่งเกียร์ มันจึงไม่มีโอกาสที่โซ่จะสีกับสับจาน ซึ่งนั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีนักสำหรับจานเบี้ยวในจักรยานบางคัน ( เน้นว่าบางคัน เพราะแต่ละคันมีรายละเอียดต่างกัน , บางคัน การใช้ Di2 จะมีปัญหาเรื่องโซ่โดนหมุนวิดโซ่เกี่ยวในจังหวะเกียร์หน้าเล็ก หลังเล็ก และบางคันหลังเกือบเล็กก็ยังโดนเกี่ยว แต่ถ้าเป็นเกียร์แบบสาย เราสามารถเซทสับจานให้ดันโซ่ไว้ได้ ยอมให้โซ่สีกับสับจาน แต่ไม่โดนเกี่ยวขึ้นไป )
DI2 ก็ดี E-tap ก็ดี ล้วนออกแบบมาให้ลงตัวกับจานกลม (โดยเฉพาะจานของตัวเอง ) การเอาจานเบี้ยวมาใช้ก็ย่อมอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคัน ( เงื่อนไขอยู่ที่รายละเอียดของเฟรมตัวนั้น )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ไม่เคยใช้ DA แต่เคยใช้ Utg และ di ฉะนั้นผมเชียร์ di ครับ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องจูนเกียร์บ่อยๆ ใช้เกียรอะไรก็ได้ มันหลบให้ นุ่มนวล ชาร์จไฟแล้วใช้จนลืม น้ำก็ไม่เข้า สรุปคือเรื่องที่กังวลนั้นไม่เป็นปัญหา เขาคิดมาเผื่อแล้วครับ
- Seksan168
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 เม.ย. 2016, 13:15
- team: Lamphuncycling
- Bike: CERVELO S3
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
Re: สมมุติว่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่าง dura ace สาย กับ ultegra di2 ท่านจะเลือกอะไรดี ?
ผมว่าอยากจะลอง di2 อยู่เหมือนกัน. เดิมใช้Super record.