เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม 2559
เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
กฏการใช้บอร์ด
ประชาสัมพันธ์ ทั้งงานปั่นท่องเที่ยว หรือ งานแข่งขัน โดยต้องมีลักษณะงานที่มีการจัดการดูแลนักปั่นที่เป็นระบบเช่นการรับสมัคร,การดูแลขบวนนักปั่น ถ้าเป็นการชักชวนไปปั่นทริปย่อยๆอย่างไม่เป็นทางการ ดูแลกันเองตามสมควร ให้ตั้งกระทู้ในหมวด "จัดทรืปย่อย" ครับ
ประชาสัมพันธ์ ทั้งงานปั่นท่องเที่ยว หรือ งานแข่งขัน โดยต้องมีลักษณะงานที่มีการจัดการดูแลนักปั่นที่เป็นระบบเช่นการรับสมัคร,การดูแลขบวนนักปั่น ถ้าเป็นการชักชวนไปปั่นทริปย่อยๆอย่างไม่เป็นทางการ ดูแลกันเองตามสมควร ให้ตั้งกระทู้ในหมวด "จัดทรืปย่อย" ครับ
- edu.singha
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2016, 15:55
- Tel: 074-331769 ต่อ 220
เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
- ไฟล์แนบ
-
- 14141995_1745137762403812_2557641555886081039_n.jpg (104.04 KiB) เข้าดูแล้ว 1941 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย edu.singha เมื่อ 22 ก.ย. 2016, 15:06, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- edu.singha
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2016, 15:55
- Tel: 074-331769 ต่อ 220
Re: เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
ปั่นในเส้นทางท่องเที่ยวในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลชิงโคและใกล้เคียง ระยะทาง 25 กิโลเมตร
ค่าสมัคร 350 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
- ค่าอาหารเช้า / อาหารว่าง
- ค่าอาหารเที่ยง
- น้ำดื่ม ผลไม้ อื่นๆ
- ค่าจัดกิจกรรมนันทนาการ
หมายเหตุ : ผู้สมัครและลงทะเบียนเข้าร่วมปั่นจักรยาน 200 คนแรก จะได้รับเสื้อคนละ 1 ตัว
หมายเหตุ
ติดต่อรับ- ส่งใบสมัคร/สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณอนงค์ มโนเรศ โทร.086 - 9613110
คุณศุภบูรณ์ บุบผโก โทร.083 – 1958773 ID – LINE : 0869613110 ทุกวันในวัน - เวลาราชการ
หรือดาวน์โหลด/ใบสมัครออนไลน์ได้ที่ http://www.chingco.go.th/
ดาวน์โหลดใบสมัครคลิ๊ก
https://drive.google.com/file/d/0B7q8Y_ ... sp=sharing
ค่าสมัคร 350 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
- ค่าอาหารเช้า / อาหารว่าง
- ค่าอาหารเที่ยง
- น้ำดื่ม ผลไม้ อื่นๆ
- ค่าจัดกิจกรรมนันทนาการ
หมายเหตุ : ผู้สมัครและลงทะเบียนเข้าร่วมปั่นจักรยาน 200 คนแรก จะได้รับเสื้อคนละ 1 ตัว
หมายเหตุ
ติดต่อรับ- ส่งใบสมัคร/สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณอนงค์ มโนเรศ โทร.086 - 9613110
คุณศุภบูรณ์ บุบผโก โทร.083 – 1958773 ID – LINE : 0869613110 ทุกวันในวัน - เวลาราชการ
หรือดาวน์โหลด/ใบสมัครออนไลน์ได้ที่ http://www.chingco.go.th/
ดาวน์โหลดใบสมัครคลิ๊ก
https://drive.google.com/file/d/0B7q8Y_ ... sp=sharing
- ไฟล์แนบ
-
- ใบสมัคร
- ใบสมัคร.JPG (49.62 KiB) เข้าดูแล้ว 1933 ครั้ง
-
- แผนที่เส้นทางปั่น
- แผนที่.JPG (95.08 KiB) เข้าดูแล้ว 1933 ครั้ง
-
- รายละเอียด.jpg (33.69 KiB) เข้าดูแล้ว 1110 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย edu.singha เมื่อ 27 ก.ย. 2016, 14:52, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง
- edu.singha
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2016, 15:55
- Tel: 074-331769 ต่อ 220
Re: เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
เส้นทางปั่น : จุด START & FINISH
หาดเพชรลีลาศ ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา การเดินทาง ใช้เส้นทางถนน รพช. สายหาดแก้ว-ม่วงงาม ถนนทางเข้าหาดเพชรลีลาศตรงข้ามกับวัดเลียบ หาดเพชรลีลาศ เป็นหาดซึ่งมีสภาพธรรมชาติ ชาวบ้านใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ งานชักพระ
หาดเพชรลีลาศ ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา การเดินทาง ใช้เส้นทางถนน รพช. สายหาดแก้ว-ม่วงงาม ถนนทางเข้าหาดเพชรลีลาศตรงข้ามกับวัดเลียบ หาดเพชรลีลาศ เป็นหาดซึ่งมีสภาพธรรมชาติ ชาวบ้านใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ งานชักพระ
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_1008.jpg (90.97 KiB) เข้าดูแล้ว 1850 ครั้ง
-
- IMG_1009.jpg (118.7 KiB) เข้าดูแล้ว 1850 ครั้ง
-
- IMG_1005.jpg (69.96 KiB) เข้าดูแล้ว 1850 ครั้ง
-
- 11667494_1632188773693112_1386037696542740021_n.jpg (97.52 KiB) เข้าดูแล้ว 1850 ครั้ง
-
- 11666237_1632189030359753_5449598597296534938_n.jpg (103.93 KiB) เข้าดูแล้ว 1850 ครั้ง
-
- 11369_1514955025439927_2736915208091918920_n.jpg (15.82 KiB) เข้าดูแล้ว 1850 ครั้ง
-
ฉลามขาวสงขลา
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2014, 19:07
- Tel: 0818965738
- team: ชมรมจักรยานบ่อยางหรรษา...สงขลา
- Bike: giant
- edu.singha
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2016, 15:55
- Tel: 074-331769 ต่อ 220
Re: เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
..วัดเลียบ...ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา
- ไฟล์แนบ
-
- 10481465_10202319826945661_7810342947147445906_n.jpg (80.25 KiB) เข้าดูแล้ว 1519 ครั้ง
-
- วัดเลียบ.jpg (63.12 KiB) เข้าดูแล้ว 1519 ครั้ง
-
- วัดเลียบ2.jpg (59.37 KiB) เข้าดูแล้ว 1519 ครั้ง
-
- วัดเลียบ3.jpg (54.31 KiB) เข้าดูแล้ว 1519 ครั้ง
- edu.singha
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2016, 15:55
- Tel: 074-331769 ต่อ 220
Re: เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
ประเพณีชักพระ(ลากพระ)
ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
ประวัติความเป็นมา
ประเพณีชักพระเป็นประเพณีทพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอา เทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันได ทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี "ห่อต้ม" "ห่อปัด" ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์
เรือพระ
เรือพระ คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือแล้ววางบุษบก ซึ่งภาษาพื้นเมืองของภาคใต้เรียกว่า "นม" หรือ "นมพระ" ยอดบุษบก เรียกว่า "ยอดนม" ใช้สำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานแล้วลากในวันออกพรรษา ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระน้ำ" ส่วนลากพระทางบก เรียกว่า "เรือพระบก" สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือ ให้คล้ายเรือจริง ๆ และต้องทำให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด จึงใช้ไม้ไผ่สานมาตกแต่งส่วนที่เป็นแคมเรือและหัวท้ายเรือคงทำให้แน่นหนา ทางด้านหัวและท้ายทำงอนคล้ายหัวและท้ายเรือ แล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดนาค กลางลำตัวพญานาคทำเป็นร้านสูงราว 1.50 เมตร เรียกว่า "ร้านม้า" ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละที่จะมีเทคนิคการออกแบบบุษบก มีการประดิษประดอยอย่างมาก หลังคาบุษบกนิยมทำเป็นรูปจตุรมุข ตกแต่งด้วยหางหงส์ ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครอบครัวต้องเตรียม "แทงต้ม" เตรียมหาในกระพ้อ และข้าวสารข้าวเหนียวเพื่อนำไปทำขนมต้ม "แขวนเรือพระ"
การอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนบุษบก
พระลาก คือ พระพุทธรูปยืน แต่ที่นิยม คือ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พุทธบริษัทจะสรงน้ำพระและเปลี่ยนจีวร แล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบก แล้วพระสงฆ์จะ เทศนา เรื่อง การเสด็จไปดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจะมาตักบาตรหน้านมพระ เรียกว่า "ตักบาตรหน้าล้อ" แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน บนนมพระ
ลากพระบก
ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย ใช้โพน ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะในการลากพระ คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสาน เสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง ตัวอย่างบทร้องที่ใช้ลากพระ คือ อี้สาระพา เฮโล เฮโล ไอ้ไหรกลมกลม หัวนมสาวสาว ไอ้ไหรยาวยาว สาวสาวชอบใจ
ลากพระน้ำ
การลากพระทางน้ำจะสนุกกว่าการลากพระทางบก เพราะสภาพการเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สะดวกในการลากพระ ง่ายแก่การรวมกลุ่มกันจัดเรือพาย แหล่งลากพระน้ำที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง คือ ที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อำเภอพุนพินและ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช รองลงมาอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะอำเภอหลังสวนและที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอหาดใหญ่ จะมีการเล่นเพลงเรือ ที่ขึ้นชื่อ ส่วนที่อำเภอปากพนังมีการเล่น "ซัดหลุม" (ซัดโคลน) กันสนุกสนานเพราะที่ปากพนังมีโคลนตมมาก การลากพระทางน้ำของเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แปลกกว่าที่อื่น คือ จะลากกัน 3 วัน ระหว่างแรม 8 ค่ำถึงแรม 10 ค่ำ เดือน 11 มีการปาสาหร่ายโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาว มีการเล่นเพลงเรือ และที่แปลกพิเศษ คือ มีการทอดผ้าป่าสามัคคีในวันเริ่มงาน
แหล่งที่มา : http://www.prapayneethai.com/th/traditi ... sp?id=0675#
ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
ประวัติความเป็นมา
ประเพณีชักพระเป็นประเพณีทพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอา เทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันได ทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี "ห่อต้ม" "ห่อปัด" ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์
เรือพระ
เรือพระ คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือแล้ววางบุษบก ซึ่งภาษาพื้นเมืองของภาคใต้เรียกว่า "นม" หรือ "นมพระ" ยอดบุษบก เรียกว่า "ยอดนม" ใช้สำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานแล้วลากในวันออกพรรษา ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระน้ำ" ส่วนลากพระทางบก เรียกว่า "เรือพระบก" สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือ ให้คล้ายเรือจริง ๆ และต้องทำให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด จึงใช้ไม้ไผ่สานมาตกแต่งส่วนที่เป็นแคมเรือและหัวท้ายเรือคงทำให้แน่นหนา ทางด้านหัวและท้ายทำงอนคล้ายหัวและท้ายเรือ แล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดนาค กลางลำตัวพญานาคทำเป็นร้านสูงราว 1.50 เมตร เรียกว่า "ร้านม้า" ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละที่จะมีเทคนิคการออกแบบบุษบก มีการประดิษประดอยอย่างมาก หลังคาบุษบกนิยมทำเป็นรูปจตุรมุข ตกแต่งด้วยหางหงส์ ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครอบครัวต้องเตรียม "แทงต้ม" เตรียมหาในกระพ้อ และข้าวสารข้าวเหนียวเพื่อนำไปทำขนมต้ม "แขวนเรือพระ"
การอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนบุษบก
พระลาก คือ พระพุทธรูปยืน แต่ที่นิยม คือ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พุทธบริษัทจะสรงน้ำพระและเปลี่ยนจีวร แล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบก แล้วพระสงฆ์จะ เทศนา เรื่อง การเสด็จไปดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจะมาตักบาตรหน้านมพระ เรียกว่า "ตักบาตรหน้าล้อ" แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน บนนมพระ
ลากพระบก
ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย ใช้โพน ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะในการลากพระ คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสาน เสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง ตัวอย่างบทร้องที่ใช้ลากพระ คือ อี้สาระพา เฮโล เฮโล ไอ้ไหรกลมกลม หัวนมสาวสาว ไอ้ไหรยาวยาว สาวสาวชอบใจ
ลากพระน้ำ
การลากพระทางน้ำจะสนุกกว่าการลากพระทางบก เพราะสภาพการเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สะดวกในการลากพระ ง่ายแก่การรวมกลุ่มกันจัดเรือพาย แหล่งลากพระน้ำที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง คือ ที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อำเภอพุนพินและ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช รองลงมาอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะอำเภอหลังสวนและที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอหาดใหญ่ จะมีการเล่นเพลงเรือ ที่ขึ้นชื่อ ส่วนที่อำเภอปากพนังมีการเล่น "ซัดหลุม" (ซัดโคลน) กันสนุกสนานเพราะที่ปากพนังมีโคลนตมมาก การลากพระทางน้ำของเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แปลกกว่าที่อื่น คือ จะลากกัน 3 วัน ระหว่างแรม 8 ค่ำถึงแรม 10 ค่ำ เดือน 11 มีการปาสาหร่ายโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาว มีการเล่นเพลงเรือ และที่แปลกพิเศษ คือ มีการทอดผ้าป่าสามัคคีในวันเริ่มงาน
แหล่งที่มา : http://www.prapayneethai.com/th/traditi ... sp?id=0675#
- ไฟล์แนบ
-
- 14192649_1745179085733013_3923765492750353337_n.jpg (105.66 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_1f36d677b8e7c4b (1).jpg (70.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_0af29e151097706.jpg (81.39 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_4bd46c78b7d7f96.jpg (101.09 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_9d0c30b4a429ae5.jpg (91.58 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_64f5e3be2beedcf.jpg (94.09 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_ea4222f273e5ccb.jpg (60.65 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
-
- 2014-11_cd8cc4cb5c5355b.jpg (63.86 KiB) เข้าดูแล้ว 1343 ครั้ง
- edu.singha
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ค. 2016, 15:55
- Tel: 074-331769 ต่อ 220
Re: เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว “ชิงโค - ซิงกอร่า” Chingco Singora Bike Tour 2016 งานลากพระ ประจำปี 2559
องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค
สภาพทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ระหว่างละติจูดที่ 7 องศา 14 ลิปดา 12 ฟิลิปดาเหนือ ถึงละติจูดที่ 7 องศา 17ลิปดา 35 ฟิลิปดาเหนือ และระหว่างลองจิจูดที่ 100 องศา 29 ลิปดา 55 ฟิลิปดาตะวันออก ถึง ลองจิจูดที่ 100 องศา 33 ลิปดา 25 ฟิลิปดาตะวันออก องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งทางทิศเหนือของอำเภอสิงหนคร ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอสิงหนคร ประมาณ 6 กิโลเมตร
เนื้อที่ องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโคมีเนื้อที่โดยประมาณ 7.618 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,761.25 ไร่
ภูมิประเทศ สภาพโดยทั่วไปมีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มและเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลบางส่วน อากาศค่อนข้างอบอุ่นมีลมทะเลพัดผ่านตลอดปี มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน
อาณาเขต
ทิศตะวันออก จดอ่าวไทย
ทิศตะวันตก จดเขตตำบลทำนบ
ทิศเหนือ จดเขตตำบลวัดขนุน
ทิศใต้ จดเขตเทศบาลเมืองสิงหนคร
ด้านโครงสร้าง
องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโคเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนตั้งแต่ 6 ล้านบาทถึง 20 ล้านบาท มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีข้าราชการฝ่ายการเมือง และฝ่ายประจำ มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 ส่วนราชการ ได้แก่ สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล กองคลัง กองช่าง และส่วนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
1. ฝ่ายการเมือง มี 16 คน ได้แก่
- สภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 12 คน
- คณะผู้บริหาร มี 3 คน เลขานุการ 1 คน
2. ฝ่ายประจำ มีพนักงานส่วนตำบล ตามกรอบแผนอัตรากำลัง 3 ปี ดังนี้
จำนวนบุคลากร รวม 19 คน
- นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบล 1 คน
- ตำแหน่งในสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล 6 คน
- ตำแหน่งในกองคลัง 5 คน
- ตำแหน่งในกองช่าง 3 คน
- ตำแหน่งในส่วนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 4 คน
ผู้นำในหมู่บ้าน
หมู่ที่ 5 บ้านชิงโค ( นายวรรณรงค์ ยกทอง เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 6 บ้านชิงโคท่าออก ( นายจำรูญ ธรรมโชติ เป็นกำนันตำบลชิงโค )
หมู่ที่ 7 บ้านบ่อสระท่าออก ( นายปรีชา ขุนเจริญ เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 8 บ้านบ่อสระ ( นายประดิษฐ์ มุขดา เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 9 บ้านดีหลวง ( นายชลิต ย่องลั่น เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 10 บ้านวัดเลียบ ( นายเกษม ธรรมเสโณ เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
ประชากร องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค มีประชากรทั้งสิ้น 5,437 คน แยกเป็นชาย 2,581 คน แยกเป็นหญิง 2,856 คน
วิสัยทัศน์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค
เป็นตำบลน่าอยู่ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีส่วนร่วม การบริหารโปร่งใส
พันธกิจการพัฒนาท้องถิ่น
1. จัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ
2. ส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนและกลุ่มอาชีพ กลุ่มองค์กรต่างๆ
3. ส่งเสริมการศึกษา
4. พัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
5. จัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร
6. จัดให้มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการด้านโครงสร้างพื้นฐาน
7. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
8. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
9. ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
10. ป้องกันและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11. บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
12. จัดให้มีแหล่งท่องเที่ยว
13. ส่งเสริมการเล่นกีฬาทุกประเภท
ประวัติตำบลชิงโค
ตำบลชิงโคเป็นตำบล 1 ใน 11 ตำบลของอำเภอสิงหนครที่มีประวัติความเป็นมาในการตั้งเมืองอันยาวนานประมาณ ในพุทธศตวรรษที่ 20 – 21 หลังจากที่เมืองพัทลุงตั้งอยู่ที่พะโคะค่อยๆเสื่อมลง หลังจากนั้นเกิดชุมชนแห่งใหม่ขึ้นมา 2 แห่ง คือ บริเวณรอบทะเลสาบสงขลา เขาแดง และพัทลุง ระหว่างปีพ.ศ. 2162 – 2223 เมืองสงขลาเขาแดงมีความเจริญด้านการค้ากับต่างประเทศ โดยเจ้าเมืองเชื้อสายมาลายูอพยพมาอินโดนีเซีย มีนามว่าสุลต่าน สุไลมาน หรือ สุเลมัน ชาวต่างประเทศเรียกว่า "ดาโต๊ โมกอลล์"
ดินแดนแห่งนี้มีบรรดาพ่อค้า ชาวเปอร์เชีย อินเดีย อาหรับ แล้นเรือมาค้าขายยังในเมืองชายทะเล เมื่อถึงปากอ่าวทะเลสาบจะเข้าเมืองสงขลา จะเห็นเกาะอยาสองเกาะคือ เกาะหนู เกาะแมว เมื่อมองดูจากทะเลด้านนอกจะเห็นเป็นรูปสิงห์ 2 ตัว นอนหมอบอยู่ในท่าพยอง เฝ้าปากทวารเมืองอยู่ ต่างขานว่า เมือง"สิงหลา"แต่ออกเสียงตามภาษาตนว่า "เซ็งกอรา"หรือ"ซิงกูรา" หรือ "ชิงโครา" หรือ "SINGORA"หรือ " SINGOR" ซึ่งแปลว่าสิงห์
ดังปรากฏชื่อในเอกสารพ่อค้าชาวตะวันตก ชื่อของเมืองสงขลาเขาแดงที่ปรากฏในจดหมายเหตุของอาหรับ ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 21 เรียกว่า สิงกูร หรือ อสิงขรา ส่วนคนพื้นเมืองออกเสียงเป็น สิง – ขอน ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า สิงขร แปลว่าจอมที่สูงสุดของภูเขา เป็นความหมายที่สอดคล้องกับ ที่ตั้งเมืองสงขลาบริเวณฝั่งหัวเขาแดง ที่ตั้งบางส่วนอยู่บนภูเขา ได้แก่ เขาแดง เขาค่ายม่วง และเขาน้อย
ในช่วงที่เมืองสงขลาฝั่งเขาแดงเจริญอยู่นั้น ดังปรากฏในหลักฐานเอกสารจดหมายของพ่อค้าชาวดัชซ์ แมร์ เทนเฮาท์แมน เขียนถึงเฮนริด แจนแซน พ่อค้าชาวดัทซ์ที่ปัตตานีว่า “ออกญานครศรีธรรมราชให้ข้าพเจ้าไปพบ” ได้ไถ่ถามข้าพเจ้าว่า ดัทซ์ เตรียมพร้อมที่จะทำการค้าที่สิงขระ “SINGORA”แล้วหรือยัง (จอหมายลงวันที่ 26 สิงหนคร 2155)
สภาพทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ระหว่างละติจูดที่ 7 องศา 14 ลิปดา 12 ฟิลิปดาเหนือ ถึงละติจูดที่ 7 องศา 17ลิปดา 35 ฟิลิปดาเหนือ และระหว่างลองจิจูดที่ 100 องศา 29 ลิปดา 55 ฟิลิปดาตะวันออก ถึง ลองจิจูดที่ 100 องศา 33 ลิปดา 25 ฟิลิปดาตะวันออก องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งทางทิศเหนือของอำเภอสิงหนคร ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอสิงหนคร ประมาณ 6 กิโลเมตร
เนื้อที่ องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโคมีเนื้อที่โดยประมาณ 7.618 ตารางกิโลเมตร หรือ 4,761.25 ไร่
ภูมิประเทศ สภาพโดยทั่วไปมีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มและเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลบางส่วน อากาศค่อนข้างอบอุ่นมีลมทะเลพัดผ่านตลอดปี มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน
อาณาเขต
ทิศตะวันออก จดอ่าวไทย
ทิศตะวันตก จดเขตตำบลทำนบ
ทิศเหนือ จดเขตตำบลวัดขนุน
ทิศใต้ จดเขตเทศบาลเมืองสิงหนคร
ด้านโครงสร้าง
องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโคเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนตั้งแต่ 6 ล้านบาทถึง 20 ล้านบาท มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีข้าราชการฝ่ายการเมือง และฝ่ายประจำ มีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 ส่วนราชการ ได้แก่ สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล กองคลัง กองช่าง และส่วนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
1. ฝ่ายการเมือง มี 16 คน ได้แก่
- สภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 12 คน
- คณะผู้บริหาร มี 3 คน เลขานุการ 1 คน
2. ฝ่ายประจำ มีพนักงานส่วนตำบล ตามกรอบแผนอัตรากำลัง 3 ปี ดังนี้
จำนวนบุคลากร รวม 19 คน
- นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบล 1 คน
- ตำแหน่งในสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล 6 คน
- ตำแหน่งในกองคลัง 5 คน
- ตำแหน่งในกองช่าง 3 คน
- ตำแหน่งในส่วนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 4 คน
ผู้นำในหมู่บ้าน
หมู่ที่ 5 บ้านชิงโค ( นายวรรณรงค์ ยกทอง เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 6 บ้านชิงโคท่าออก ( นายจำรูญ ธรรมโชติ เป็นกำนันตำบลชิงโค )
หมู่ที่ 7 บ้านบ่อสระท่าออก ( นายปรีชา ขุนเจริญ เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 8 บ้านบ่อสระ ( นายประดิษฐ์ มุขดา เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 9 บ้านดีหลวง ( นายชลิต ย่องลั่น เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
หมู่ที่ 10 บ้านวัดเลียบ ( นายเกษม ธรรมเสโณ เป็นผู้ใหญ่บ้าน )
ประชากร องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค มีประชากรทั้งสิ้น 5,437 คน แยกเป็นชาย 2,581 คน แยกเป็นหญิง 2,856 คน
วิสัยทัศน์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค
เป็นตำบลน่าอยู่ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีส่วนร่วม การบริหารโปร่งใส
พันธกิจการพัฒนาท้องถิ่น
1. จัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ
2. ส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชนและกลุ่มอาชีพ กลุ่มองค์กรต่างๆ
3. ส่งเสริมการศึกษา
4. พัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
5. จัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร
6. จัดให้มีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการด้านโครงสร้างพื้นฐาน
7. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
8. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
9. ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
10. ป้องกันและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11. บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
12. จัดให้มีแหล่งท่องเที่ยว
13. ส่งเสริมการเล่นกีฬาทุกประเภท
ประวัติตำบลชิงโค
ตำบลชิงโคเป็นตำบล 1 ใน 11 ตำบลของอำเภอสิงหนครที่มีประวัติความเป็นมาในการตั้งเมืองอันยาวนานประมาณ ในพุทธศตวรรษที่ 20 – 21 หลังจากที่เมืองพัทลุงตั้งอยู่ที่พะโคะค่อยๆเสื่อมลง หลังจากนั้นเกิดชุมชนแห่งใหม่ขึ้นมา 2 แห่ง คือ บริเวณรอบทะเลสาบสงขลา เขาแดง และพัทลุง ระหว่างปีพ.ศ. 2162 – 2223 เมืองสงขลาเขาแดงมีความเจริญด้านการค้ากับต่างประเทศ โดยเจ้าเมืองเชื้อสายมาลายูอพยพมาอินโดนีเซีย มีนามว่าสุลต่าน สุไลมาน หรือ สุเลมัน ชาวต่างประเทศเรียกว่า "ดาโต๊ โมกอลล์"
ดินแดนแห่งนี้มีบรรดาพ่อค้า ชาวเปอร์เชีย อินเดีย อาหรับ แล้นเรือมาค้าขายยังในเมืองชายทะเล เมื่อถึงปากอ่าวทะเลสาบจะเข้าเมืองสงขลา จะเห็นเกาะอยาสองเกาะคือ เกาะหนู เกาะแมว เมื่อมองดูจากทะเลด้านนอกจะเห็นเป็นรูปสิงห์ 2 ตัว นอนหมอบอยู่ในท่าพยอง เฝ้าปากทวารเมืองอยู่ ต่างขานว่า เมือง"สิงหลา"แต่ออกเสียงตามภาษาตนว่า "เซ็งกอรา"หรือ"ซิงกูรา" หรือ "ชิงโครา" หรือ "SINGORA"หรือ " SINGOR" ซึ่งแปลว่าสิงห์
ดังปรากฏชื่อในเอกสารพ่อค้าชาวตะวันตก ชื่อของเมืองสงขลาเขาแดงที่ปรากฏในจดหมายเหตุของอาหรับ ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 21 เรียกว่า สิงกูร หรือ อสิงขรา ส่วนคนพื้นเมืองออกเสียงเป็น สิง – ขอน ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า สิงขร แปลว่าจอมที่สูงสุดของภูเขา เป็นความหมายที่สอดคล้องกับ ที่ตั้งเมืองสงขลาบริเวณฝั่งหัวเขาแดง ที่ตั้งบางส่วนอยู่บนภูเขา ได้แก่ เขาแดง เขาค่ายม่วง และเขาน้อย
ในช่วงที่เมืองสงขลาฝั่งเขาแดงเจริญอยู่นั้น ดังปรากฏในหลักฐานเอกสารจดหมายของพ่อค้าชาวดัชซ์ แมร์ เทนเฮาท์แมน เขียนถึงเฮนริด แจนแซน พ่อค้าชาวดัทซ์ที่ปัตตานีว่า “ออกญานครศรีธรรมราชให้ข้าพเจ้าไปพบ” ได้ไถ่ถามข้าพเจ้าว่า ดัทซ์ เตรียมพร้อมที่จะทำการค้าที่สิงขระ “SINGORA”แล้วหรือยัง (จอหมายลงวันที่ 26 สิงหนคร 2155)
- ไฟล์แนบ
-
- ตราสัญลักษณ์
- logo.png (121.54 KiB) เข้าดูแล้ว 917 ครั้ง
-
- นายอุทัย สุวรรณมณี
(นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค)
ที่อยู่ปัจจุบัน 61 หมู่ที่ 5 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 90280
คุณวุฒิการศึกษา
ระดับประถมศึกษา ระดับ ป.6 โรงเรียนวัดประตูไชย ระดับมัธยมศึกษา ระดับ ม.6 กศน.สงขลา
ประวัติการทำงาน
เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค 1 สมัย - nayok.png (71.87 KiB) เข้าดูแล้ว 917 ครั้ง
-
- pic1.jpg (22.41 KiB) เข้าดูแล้ว 917 ครั้ง
-
- pic2.jpg (29.89 KiB) เข้าดูแล้ว 917 ครั้ง
-
- 14316876_1748340952083493_1812910454670331815_n.jpg (107.36 KiB) เข้าดูแล้ว 778 ครั้ง