เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย Paxxa »

คือเข้าใจว่าไม่สามารถใช้ลงแข่งในรายการที่เป็นทางการได้ แต่สำหรับสมัครเล่นอย่างเรานี่จะใช้ปั่นออกกำลังกายหรือปั่นแข่งกะฟีโน่ที่สกายเลนนี่คงไม่มีใครมาห้าม จึงอยากทราบในแง่ของตัวเฟรมว่าต่างกันอย่างไร geometry, stiffness และอื่นๆ มันส่งผลต่อการปั่นหรือความเสี่ยงที่จะสร้างอาการบาดเจ็บแก่ร่างกาย หรือ อย่างไรครับ ขอบคุณครับ
ลิงกังปั่นหมอบ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 906
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50

Re: เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย ลิงกังปั่นหมอบ »

พูดตามประสบการณ์การปั่นและการศึกษาข้อมูลโดยการอาศัยอ่านและสังเกตุของผมนะครับ

ต่อให้เฟรมมันออกแบบมาโดยไม่มีตรา UCI ซึ่งแปลว่าเฟรมมันจะออกมาแนวประหลาดเยี่ยงไรก็ได้ มีปีกบินได้ มีเกราะกันลมครอบล้อหน้า ๆลๆ สารพัดไอเดียจะบรรเจิดจะยัดใส่ลงไป ขึ้นกับวิศวะกรสติเฟื่องของแต่ละบริษัทจะคิดจะค้นได้

มันก็ยังไม่พ้นแนวเดิม ฉีกหนีจากมุขเดิม นั้นคือ "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน"

จุดที่ผู้คิดค้นปวดกบาลมากที่สุดไม่ใช่ UCI มาคอยสั่งห้ามนู่นนี่ ห้ามเบากว่านี่ ห้ามบานกว่านี่ ห้ามมีไอ้นี่ยื่น ๆ ออกมาเกิน 3:1 ห้าม 5:4 บลา บลา บลา

สุดท้ายก็ไม่เคยฉีกพ้นไปจากแนวคิด "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน" เพราะอะไร? เพราะมันสมบูรณ์แบบแล้ว แทบจะไม่สามารถพัฒนาจักรยานให้มันสมบูรณ์ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

คุณคงจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้มั้ยครับ? "ข้อเสียคือสมบูรณ์แบบเกินไป" ทำให้เกิดการพัฒนาต่อได้ยาก ต่อให้ฉีกแนวเดิม ๆ ก็จะมีข้อเสียตามมาทันที ทำให้ผ่านไป 100 กว่าปี จักรยานก็ยังคงเป็น "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน" ต่อไป

แท้จริงแล้ว อุปสรรคต่อความเร็วของจักรยาน ไม่ใช่มาจากตัวจักรยานครับ แต่ 80% มันมาจากร่างกายคนครับ ไม่ว่าจะเป็นพลังกล้ามเนื้อของขา ความลู่ลมของร่างกายที่นักปั่นสามารถอ่อนตามลมได้ ความอึดของหัวใจและปอดที่มีผลต่อความเร็วเฉลี่ย และ จิตใจที่ไม่ท้อแท้ต่อลมฝนแดดและความหิว ฉะนั้นต่อให้คุณขี่จักรยานที่ลู่ลมแค่ไหน คุณก็ไม่ได้เร็วขึ้นหรอกครับ . . . สิ่งที่คุณคิดว่ามันเร็วขึ้นมันคือสิ่งที่ได้จาก ความฮึกเหิมที่ได้ขี่ของใหม่ แรงฮึดที่ได้รถใหม่ เพียงประเดี๋ยวก็กลับสู่วงจรเดิม แล้วก็มาฉงนว่า ทำไมมันไม่แรงขึ้นเลยหนอ หรือเราซ้อมมากไปหนอ เปล่าเลย แท้จริงแล้วฝึกซ้อมนี่แหละคือของจริง เราซ้อมแค่ไหน ขี่แค่ไหน

เราก็เร็วได้แค่นั้นแล . . .

ลองคุณไปหาการแข่งจักรยานยุค 80 90 มาดูนะครับ เขาขี่จักรยานกันได้ "บ้าคลั่ง" กว่ายุคนี้เยอะ ทำไมเขาขี่กันได้เร็วกันนักล่ะ? คุณขี่เฟรมรุ่นใหม่กว่าเขา คาร์บอนเบากว่าเป็นโล ล้อก็ขอบสูง ดูซี่ เขาขี่เฟรมโครโม ล้อก็ขอบเตี้ย 32 ซี่ลวด ยางก็กระจิ๋วหลิว 20mm ยังไงก็เร็วกว่าเขา แต่คุณดูเถอะ คุณมีปัญญาขี่ได้แบบเขาหรือยัง? อันนี้เป็นคำถามให้ลองคิดดูนะครับ

ขออภัย ช่วงสุดท้าย ออกแนวเทศนาไปหน่อยนะครับ ใครอ่านแล้วคิ้วกระตุก ผมขออภัย อย่างไรก็ปั่นจักรยานให้สนุกครับ ร่างกายเราคือของจริงครับ
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
bigfat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 106
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2015, 23:00
Bike: JBC

Re: เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย bigfat »

uciเป็นเสมือนเครื่องหมายมาตฐานว่าเฟรมยี่ห้อนี้ผลิตได้มาตฐานความปลอดภัย คือเหมือนกับของไทยก็คือมอก.จริงเท็จแค่ไหมก็ไม่แน่ใจครับ เพราะฟังเขาโม้มาครับ
Blue Haro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1136
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2009, 20:03
team: วงลงเขา

Re: เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย Blue Haro »

มันแปลว่าขนาดรูปทรงของเฟรมผ่านกฏิกาทางเทคนิคของUCIมั้งครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
พี่แวว
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2016, 18:39

Re: เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย พี่แวว »

ลิงกังปั่นหมอบ เขียน:พูดตามประสบการณ์การปั่นและการศึกษาข้อมูลโดยการอาศัยอ่านและสังเกตุของผมนะครับ

ต่อให้เฟรมมันออกแบบมาโดยไม่มีตรา UCI ซึ่งแปลว่าเฟรมมันจะออกมาแนวประหลาดเยี่ยงไรก็ได้ มีปีกบินได้ มีเกราะกันลมครอบล้อหน้า ๆลๆ สารพัดไอเดียจะบรรเจิดจะยัดใส่ลงไป ขึ้นกับวิศวะกรสติเฟื่องของแต่ละบริษัทจะคิดจะค้นได้

มันก็ยังไม่พ้นแนวเดิม ฉีกหนีจากมุขเดิม นั้นคือ "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน"

จุดที่ผู้คิดค้นปวดกบาลมากที่สุดไม่ใช่ UCI มาคอยสั่งห้ามนู่นนี่ ห้ามเบากว่านี่ ห้ามบานกว่านี่ ห้ามมีไอ้นี่ยื่น ๆ ออกมาเกิน 3:1 ห้าม 5:4 บลา บลา บลา

สุดท้ายก็ไม่เคยฉีกพ้นไปจากแนวคิด "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน" เพราะอะไร? เพราะมันสมบูรณ์แบบแล้ว แทบจะไม่สามารถพัฒนาจักรยานให้มันสมบูรณ์ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

คุณคงจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้มั้ยครับ? "ข้อเสียคือสมบูรณ์แบบเกินไป" ทำให้เกิดการพัฒนาต่อได้ยาก ต่อให้ฉีกแนวเดิม ๆ ก็จะมีข้อเสียตามมาทันที ทำให้ผ่านไป 100 กว่าปี จักรยานก็ยังคงเป็น "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน" ต่อไป

แท้จริงแล้ว อุปสรรคต่อความเร็วของจักรยาน ไม่ใช่มาจากตัวจักรยานครับ แต่ 80% มันมาจากร่างกายคนครับ ไม่ว่าจะเป็นพลังกล้ามเนื้อของขา ความลู่ลมของร่างกายที่นักปั่นสามารถอ่อนตามลมได้ ความอึดของหัวใจและปอดที่มีผลต่อความเร็วเฉลี่ย และ จิตใจที่ไม่ท้อแท้ต่อลมฝนแดดและความหิว ฉะนั้นต่อให้คุณขี่จักรยานที่ลู่ลมแค่ไหน คุณก็ไม่ได้เร็วขึ้นหรอกครับ . . . สิ่งที่คุณคิดว่ามันเร็วขึ้นมันคือสิ่งที่ได้จาก ความฮึกเหิมที่ได้ขี่ของใหม่ แรงฮึดที่ได้รถใหม่ เพียงประเดี๋ยวก็กลับสู่วงจรเดิม แล้วก็มาฉงนว่า ทำไมมันไม่แรงขึ้นเลยหนอ หรือเราซ้อมมากไปหนอ เปล่าเลย แท้จริงแล้วฝึกซ้อมนี่แหละคือของจริง เราซ้อมแค่ไหน ขี่แค่ไหน

เราก็เร็วได้แค่นั้นแล . . .

ลองคุณไปหาการแข่งจักรยานยุค 80 90 มาดูนะครับ เขาขี่จักรยานกันได้ "บ้าคลั่ง" กว่ายุคนี้เยอะ ทำไมเขาขี่กันได้เร็วกันนักล่ะ? คุณขี่เฟรมรุ่นใหม่กว่าเขา คาร์บอนเบากว่าเป็นโล ล้อก็ขอบสูง ดูซี่ เขาขี่เฟรมโครโม ล้อก็ขอบเตี้ย 32 ซี่ลวด ยางก็กระจิ๋วหลิว 20mm ยังไงก็เร็วกว่าเขา แต่คุณดูเถอะ คุณมีปัญญาขี่ได้แบบเขาหรือยัง? อันนี้เป็นคำถามให้ลองคิดดูนะครับ

ขออภัย ช่วงสุดท้าย ออกแนวเทศนาไปหน่อยนะครับ ใครอ่านแล้วคิ้วกระตุก ผมขออภัย อย่างไรก็ปั่นจักรยานให้สนุกครับ ร่างกายเราคือของจริงครับ
TT diamond black ลำใหม่มีสามเหลี่ยมเดียวครับ
หน้าตายังกะมอเตอร์ไซค์
ryuzamaru
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 172
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ม.ค. 2014, 15:46

Re: เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย ryuzamaru »

สงสัยจะไม่นับพวกbeam bike กับจักรยานนอนปั่นสินะ เพราะถ้าไม่มีกฎพวกนี้ พวกทางเรียบไม่ใช่ทรงที่เราๆๆขี่กันหรอกครับ
DoDo-Bic
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 187
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 เม.ย. 2014, 00:55
Bike: Giant TCR SLR, Focus Izalco Max
ติดต่อ:

Re: เฟรมที่ไม่ผ่าน UCI approved นี่จะต่างจากเฟรมรุ่นที่ผ่านอย่างไรครับ

โพสต์ โดย DoDo-Bic »

พี่แวว เขียน:
ลิงกังปั่นหมอบ เขียน:พูดตามประสบการณ์การปั่นและการศึกษาข้อมูลโดยการอาศัยอ่านและสังเกตุของผมนะครับ

ต่อให้เฟรมมันออกแบบมาโดยไม่มีตรา UCI ซึ่งแปลว่าเฟรมมันจะออกมาแนวประหลาดเยี่ยงไรก็ได้ มีปีกบินได้ มีเกราะกันลมครอบล้อหน้า ๆลๆ สารพัดไอเดียจะบรรเจิดจะยัดใส่ลงไป ขึ้นกับวิศวะกรสติเฟื่องของแต่ละบริษัทจะคิดจะค้นได้

มันก็ยังไม่พ้นแนวเดิม ฉีกหนีจากมุขเดิม นั้นคือ "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน"

จุดที่ผู้คิดค้นปวดกบาลมากที่สุดไม่ใช่ UCI มาคอยสั่งห้ามนู่นนี่ ห้ามเบากว่านี่ ห้ามบานกว่านี่ ห้ามมีไอ้นี่ยื่น ๆ ออกมาเกิน 3:1 ห้าม 5:4 บลา บลา บลา

สุดท้ายก็ไม่เคยฉีกพ้นไปจากแนวคิด "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน" เพราะอะไร? เพราะมันสมบูรณ์แบบแล้ว แทบจะไม่สามารถพัฒนาจักรยานให้มันสมบูรณ์ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

คุณคงจะเคยได้ยินคำ ๆ นี้มั้ยครับ? "ข้อเสียคือสมบูรณ์แบบเกินไป" ทำให้เกิดการพัฒนาต่อได้ยาก ต่อให้ฉีกแนวเดิม ๆ ก็จะมีข้อเสียตามมาทันที ทำให้ผ่านไป 100 กว่าปี จักรยานก็ยังคงเป็น "สามเหลี่ยมทองคำ 2 ชิ้นประกบกัน" ต่อไป

แท้จริงแล้ว อุปสรรคต่อความเร็วของจักรยาน ไม่ใช่มาจากตัวจักรยานครับ แต่ 80% มันมาจากร่างกายคนครับ ไม่ว่าจะเป็นพลังกล้ามเนื้อของขา ความลู่ลมของร่างกายที่นักปั่นสามารถอ่อนตามลมได้ ความอึดของหัวใจและปอดที่มีผลต่อความเร็วเฉลี่ย และ จิตใจที่ไม่ท้อแท้ต่อลมฝนแดดและความหิว ฉะนั้นต่อให้คุณขี่จักรยานที่ลู่ลมแค่ไหน คุณก็ไม่ได้เร็วขึ้นหรอกครับ . . . สิ่งที่คุณคิดว่ามันเร็วขึ้นมันคือสิ่งที่ได้จาก ความฮึกเหิมที่ได้ขี่ของใหม่ แรงฮึดที่ได้รถใหม่ เพียงประเดี๋ยวก็กลับสู่วงจรเดิม แล้วก็มาฉงนว่า ทำไมมันไม่แรงขึ้นเลยหนอ หรือเราซ้อมมากไปหนอ เปล่าเลย แท้จริงแล้วฝึกซ้อมนี่แหละคือของจริง เราซ้อมแค่ไหน ขี่แค่ไหน

เราก็เร็วได้แค่นั้นแล . . .

ลองคุณไปหาการแข่งจักรยานยุค 80 90 มาดูนะครับ เขาขี่จักรยานกันได้ "บ้าคลั่ง" กว่ายุคนี้เยอะ ทำไมเขาขี่กันได้เร็วกันนักล่ะ? คุณขี่เฟรมรุ่นใหม่กว่าเขา คาร์บอนเบากว่าเป็นโล ล้อก็ขอบสูง ดูซี่ เขาขี่เฟรมโครโม ล้อก็ขอบเตี้ย 32 ซี่ลวด ยางก็กระจิ๋วหลิว 20mm ยังไงก็เร็วกว่าเขา แต่คุณดูเถอะ คุณมีปัญญาขี่ได้แบบเขาหรือยัง? อันนี้เป็นคำถามให้ลองคิดดูนะครับ

ขออภัย ช่วงสุดท้าย ออกแนวเทศนาไปหน่อยนะครับ ใครอ่านแล้วคิ้วกระตุก ผมขออภัย อย่างไรก็ปั่นจักรยานให้สนุกครับ ร่างกายเราคือของจริงครับ
TT diamond black ลำใหม่มีสามเหลี่ยมเดียวครับ
หน้าตายังกะมอเตอร์ไซค์
เป็นรถไตรครับ ไม่ใช่รถ TT ครับ
เลยไม่ต้องผ่านเกณฑ์ UCI ครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”