ผมเข้าใจมาโดยตลอดว่า Tarmac นุ่มกว่า F8socool2 เขียน:ดูจากสถานที่ขี่ผมเชียร์ F8ครับ
+1 เรื่องความนุ่มครับ นุ่มกว่า tarmac เยอะ
เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
om_caad10
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 09:58
- Tel: 0956363695
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
จะขึ้นดอยอินท์ ก็รีบๆขึ้นเถอะครับ สว.อย่างผมยังขึ้นมาแล้ว 2 ปีซ้อนเลย ปีนี้ว่าจะขึ้นให้ได้โดยไม่เป็นตะคริวหละ
R5 รูปร่างมันธรรมดามากๆครับ ธรรมดาจนดูไม่ออกว่า”แพง” สีปีใหม่ๆนี่บอกตรงๆว่าดูออกจะmodernแต่บอกตรงๆว่าไม่ค่อยโดนใจนัก แพงขนาดนี้ ก็น่าจะทำgraphic design ให้ดูแล้วรู้สึกว่า”ไม่ธรรมดา”สักหน่อยไม่ได้เหรอ
F8 นี่ รูปร่างหน้าตา ดูยังไงก็รู้ว่า”แพง”นะครับ ทรงตะเกียบก็ล้ำแล้ว
Rไหนๆหรือ Sใดๆ พี่แกทำท่อนั่งเอียง 73องศาทุกขนาด ชายไทยตัวต่ำๆ ต่อให้ใส่หลักอานตรงก็ยังไม่สามารถปั่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้ ( ถ้าเข้าใจศาสตร์ของ Fitting และ วิธีการออกแรงของกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดแล้ว ก็จะไม่สงสัยอะไร )
F8 ถ้าเลือกหลักอานตรงตั้งแต่แรกเลย ผู้ชายไทยตัวต่ำๆก็จะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะมุมท่อนั่งที่ชันกว่าย่อมเซทรถได้ง่ายกว่านั่นเอง
R5ใช้กระโหลก BBRight แน่นอนครับ ถ้าไม่อยากคบกับ Rotor 3D+ ชีวิตก็คงต้องคบกับกระโหลกแปลงหรือadapter ไม่รู้ ใช้เฟรมแพงขนาดนี้แล้ว จะฆ่าควายเสียดายพริกไปทำไม
F8ใช้กระโหลกเกลียวอิตาเลี่ยน อะไรๆก็ใส่ได้ ชีวิตจัดง่ายกว่ากันเยอะ
น้ำหนักเฟรม ไม่รู้เหมือนกัน R5ทำสีมาซะขนาดนั้น นน.จริงๆคงจะป้วนเปี้ยนแถวๆ 900กรัมหย่อนๆ ( เกือบๆ 900 นั่นแหละ ) เพราะขนาด R3 ปี 15 ที่ผมเคยใช้นั่น บอกว่ารถsize M หนัก 900กรัมแท้ๆ พอเอาเข้าจริงๆ เฟรมsize XS แท้ๆยังล่อไป 1000 กรัมเลย หนักสีแบบเน้นๆเลยแหละ ส่วน F8 นน.ในราคาคุยอยู่ที่ 860 กรัมในsize 54 และตะเกียบอีก 360 กรัม ซึ่งดูแล้วเอาเข้าจริงๆ ผมว่า R5น่าจะเบากว่า หลักอานกลมธรรมดาก็น่าจะเบากว่าหลักอานจำเพาะติดรถของF8อย่างแน่นอน โดยรวมแล้ว ถ้าเน้นรถเบาเอาไปไต่เขา ผมว่า R5น่าจะมีต้นทุนในการทำเบาได้ดีกว่า F8 นะ แต่อย่างว่าแหละ แค่เพิ่มกำลังต่อน้ำหนักรวมๆทั้งคนทั้งรถให้ได้ ผมว่ารถเบาต่างกันขีดเดียว มันไม่ได้ชัดเจนมากนักหรอกครับ ขึ้นดอยอินท์ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ถนนเส้นนี้ยาว
R5 รูปร่างมันธรรมดามากๆครับ ธรรมดาจนดูไม่ออกว่า”แพง” สีปีใหม่ๆนี่บอกตรงๆว่าดูออกจะmodernแต่บอกตรงๆว่าไม่ค่อยโดนใจนัก แพงขนาดนี้ ก็น่าจะทำgraphic design ให้ดูแล้วรู้สึกว่า”ไม่ธรรมดา”สักหน่อยไม่ได้เหรอ
F8 นี่ รูปร่างหน้าตา ดูยังไงก็รู้ว่า”แพง”นะครับ ทรงตะเกียบก็ล้ำแล้ว
Rไหนๆหรือ Sใดๆ พี่แกทำท่อนั่งเอียง 73องศาทุกขนาด ชายไทยตัวต่ำๆ ต่อให้ใส่หลักอานตรงก็ยังไม่สามารถปั่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้ ( ถ้าเข้าใจศาสตร์ของ Fitting และ วิธีการออกแรงของกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดแล้ว ก็จะไม่สงสัยอะไร )
F8 ถ้าเลือกหลักอานตรงตั้งแต่แรกเลย ผู้ชายไทยตัวต่ำๆก็จะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะมุมท่อนั่งที่ชันกว่าย่อมเซทรถได้ง่ายกว่านั่นเอง
R5ใช้กระโหลก BBRight แน่นอนครับ ถ้าไม่อยากคบกับ Rotor 3D+ ชีวิตก็คงต้องคบกับกระโหลกแปลงหรือadapter ไม่รู้ ใช้เฟรมแพงขนาดนี้แล้ว จะฆ่าควายเสียดายพริกไปทำไม
F8ใช้กระโหลกเกลียวอิตาเลี่ยน อะไรๆก็ใส่ได้ ชีวิตจัดง่ายกว่ากันเยอะ
น้ำหนักเฟรม ไม่รู้เหมือนกัน R5ทำสีมาซะขนาดนั้น นน.จริงๆคงจะป้วนเปี้ยนแถวๆ 900กรัมหย่อนๆ ( เกือบๆ 900 นั่นแหละ ) เพราะขนาด R3 ปี 15 ที่ผมเคยใช้นั่น บอกว่ารถsize M หนัก 900กรัมแท้ๆ พอเอาเข้าจริงๆ เฟรมsize XS แท้ๆยังล่อไป 1000 กรัมเลย หนักสีแบบเน้นๆเลยแหละ ส่วน F8 นน.ในราคาคุยอยู่ที่ 860 กรัมในsize 54 และตะเกียบอีก 360 กรัม ซึ่งดูแล้วเอาเข้าจริงๆ ผมว่า R5น่าจะเบากว่า หลักอานกลมธรรมดาก็น่าจะเบากว่าหลักอานจำเพาะติดรถของF8อย่างแน่นอน โดยรวมแล้ว ถ้าเน้นรถเบาเอาไปไต่เขา ผมว่า R5น่าจะมีต้นทุนในการทำเบาได้ดีกว่า F8 นะ แต่อย่างว่าแหละ แค่เพิ่มกำลังต่อน้ำหนักรวมๆทั้งคนทั้งรถให้ได้ ผมว่ารถเบาต่างกันขีดเดียว มันไม่ได้ชัดเจนมากนักหรอกครับ ขึ้นดอยอินท์ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ถนนเส้นนี้ยาว
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
TJA
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
- team: ลูกเจี๊ยบส์
- Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ฟังดูสลับๆกันรึเปล่าครับ เฟรมเปล่าR5เบากว่าF8อยู่พอสมควรนะ เผลอๆจะเบากว่าF8 X-Ligtที่เพิ่งออกมาอีกflybigbear เขียน:ส่วนตัว ถ้าปั่นสนามฟ้าและบนท้องถนนแถวภาคกลางไม่ได้ขึ้นเขา จะเอา R5
แต่แถวบ้านมีทั้งราบทั้งเขาทั้งเนินสาระพัด คงต้องเอา F8
- sai-lom
- ขาประจำ
- โพสต์: 225
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2013, 22:22
- Tel: 0828997941
- team: ปั่นเดี๋ยว ไร้สำนัก
- Bike: Specialized Sirrus, Specialized E5 Smartweld, Cevelo R5, Nielpryde, CBoardman Air9.8, Pinarello F8 BOB, Canyon Endurace
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ขอบคุณครับ อ.ลูฯ สาธยายมากระจ่างแจ้งที่เดียวครับ แม้ไม่ได้ฟันธงไปซะทุกเรื่อง แต่ก้อมากด้วยเหตุและผลให้เอาไปคิดต่อเองได้ไม่ยาก สุดท้ายผมว่าเรื่องเบาเพื่อไต่เขาเนี่ย นน.ตัวคนปั่นนั่นแหละ เป็นอะไรที่ลดได้ในราคาถูกที่สุด แถมได้หล่ออีกด้วย
...หวังว่าจะได้ไปดอยอินปีหน้าพร้อมอาจารย์ครับ ตอนนี้คงต้องฝึกเยอะๆ
OSK106
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย
- sai-lom
- ขาประจำ
- โพสต์: 225
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2013, 22:22
- Tel: 0828997941
- team: ปั่นเดี๋ยว ไร้สำนัก
- Bike: Specialized Sirrus, Specialized E5 Smartweld, Cevelo R5, Nielpryde, CBoardman Air9.8, Pinarello F8 BOB, Canyon Endurace
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
lucifer เขียน:
R5 รูปร่างมันธรรมดามากๆครับ ธรรมดาจนดูไม่ออกว่า”แพง” สีปีใหม่ๆนี่บอกตรงๆว่าดูออกจะmodernแต่บอกตรงๆว่าไม่ค่อยโดนใจนัก แพงขนาดนี้ ก็น่าจะทำgraphic design ให้ดูแล้วรู้สึกว่า”ไม่ธรรมดา”สักหน่อยไม่ได้เหรอ
F8 นี่ รูปร่างหน้าตา ดูยังไงก็รู้ว่า”แพง”นะครับ ทรงตะเกียบก็ล้ำแล้ว
Rไหนๆหรือ Sใดๆ พี่แกทำท่อนั่งเอียง 73องศาทุกขนาด ชายไทยตัวต่ำๆ ต่อให้ใส่หลักอานตรงก็ยังไม่สามารถปั่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้ ( ถ้าเข้าใจศาสตร์ของ Fitting และ วิธีการออกแรงของกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดแล้ว ก็จะไม่สงสัยอะไร )
F8 ถ้าเลือกหลักอานตรงตั้งแต่แรกเลย ผู้ชายไทยตัวต่ำๆก็จะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะมุมท่อนั่งที่ชันกว่าย่อมเซทรถได้ง่ายกว่านั่นเอง
R5ใช้กระโหลก BBRight แน่นอนครับ ถ้าไม่อยากคบกับ Rotor 3D+ ชีวิตก็คงต้องคบกับกระโหลกแปลงหรือadapter ไม่รู้ ใช้เฟรมแพงขนาดนี้แล้ว จะฆ่าควายเสียดายพริกไปทำไม
F8ใช้กระโหลกเกลียวอิตาเลี่ยน อะไรๆก็ใส่ได้ ชีวิตจัดง่ายกว่ากันเยอะ
อ่านพารากราฟนี้แล้ว รู้เลยว่าจะทำชีวิตให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร...ผมเนี่ยเกือบจะเป็น smurf rider ล่ะครับ สูง 168 inseem 77 // ขอบคุณคอาจารย์อีกครั้ง
OSK106
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย
-
noiutd
- ขาประจำ
- โพสต์: 203
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2014, 12:52
- Bike: CROSSWAY XT
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ทั้งความสูงทั้งอินซีม เท่าผมเลยครับsai-lom เขียน:lucifer เขียน:
R5 รูปร่างมันธรรมดามากๆครับ ธรรมดาจนดูไม่ออกว่า”แพง” สีปีใหม่ๆนี่บอกตรงๆว่าดูออกจะmodernแต่บอกตรงๆว่าไม่ค่อยโดนใจนัก แพงขนาดนี้ ก็น่าจะทำgraphic design ให้ดูแล้วรู้สึกว่า”ไม่ธรรมดา”สักหน่อยไม่ได้เหรอ
F8 นี่ รูปร่างหน้าตา ดูยังไงก็รู้ว่า”แพง”นะครับ ทรงตะเกียบก็ล้ำแล้ว
Rไหนๆหรือ Sใดๆ พี่แกทำท่อนั่งเอียง 73องศาทุกขนาด ชายไทยตัวต่ำๆ ต่อให้ใส่หลักอานตรงก็ยังไม่สามารถปั่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดได้ ( ถ้าเข้าใจศาสตร์ของ Fitting และ วิธีการออกแรงของกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดแล้ว ก็จะไม่สงสัยอะไร )
F8 ถ้าเลือกหลักอานตรงตั้งแต่แรกเลย ผู้ชายไทยตัวต่ำๆก็จะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะมุมท่อนั่งที่ชันกว่าย่อมเซทรถได้ง่ายกว่านั่นเอง
R5ใช้กระโหลก BBRight แน่นอนครับ ถ้าไม่อยากคบกับ Rotor 3D+ ชีวิตก็คงต้องคบกับกระโหลกแปลงหรือadapter ไม่รู้ ใช้เฟรมแพงขนาดนี้แล้ว จะฆ่าควายเสียดายพริกไปทำไม
F8ใช้กระโหลกเกลียวอิตาเลี่ยน อะไรๆก็ใส่ได้ ชีวิตจัดง่ายกว่ากันเยอะ
อ่านพารากราฟนี้แล้ว รู้เลยว่าจะทำชีวิตให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร...ผมเนี่ยเกือบจะเป็น smurf rider ล่ะครับ สูง 168 inseem 77 // ขอบคุณคอาจารย์อีกครั้ง
-
Pisitkai
- สมาชิก
- โพสต์: 2
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2015, 22:31
- Tel: 0834000699
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
เคยคบกับR3มาพักใหญ่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นF8 เรื่องนุ่ม พุ่งโดยส่วนตัวแยกไม่ออกครับแต่ถ้าไหลF8ไหลกว่าค่อนข้างชัดครับแต่เหนือสิ่งอื่นใดผมเลือกรถที่หน้าตามันชวนอยากเอาออกไปปั่นเป็นอันดับแรกครับ
- ไฟล์แนบ
-
- image.png (626.9 KiB) เข้าดูแล้ว 599 ครั้ง
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
F8 เป็นรถที่ดีถึงจะแต่งเบาก็ยังสู้เฟรมพวก All around อย่างR5 ไม่ได้(น้ำหนัก)แน่นอน รูปทรงF8กินขาดออกแนวแอรโร่ปั่นไกลๆผมว่าเหนื่อยกว่าพวกR5 แน่ๆ เพราะF8 รู้สึกได้ว่าสะเทือนมืออย่างชัดเจน ถ้าเน้นขึ้นเขาเน้นไม่ก้มเยอะก็คงแนะตัวR5 ถ้าเน้นเนินบางเขาไม่ชันมากทางเรียบๆก็จัดF8 ส่วนตัวชอบF8 เพราะชอบรูปทรงตะเกียบหน้าและสีสันที่ดุดัน 
- ไฟล์แนบ
-
- 13669594_1022388134524081_8381520373472977239_n.jpg (94.38 KiB) เข้าดูแล้ว 520 ครั้ง
- flybigbear
- ขาประจำ
- โพสต์: 557
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2014, 13:45
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดแพร่
- Bike: NICH SIGNATURE
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ยางตัวนี้ 23 หรือ 25 ครับwutthinan22 เขียน:F8 เป็นรถที่ดีถึงจะแต่งเบาก็ยังสู้เฟรมพวก All around อย่างR5 ไม่ได้(น้ำหนัก)แน่นอน รูปทรงF8กินขาดออกแนวแอรโร่ปั่นไกลๆผมว่าเหนื่อยกว่าพวกR5 แน่ๆ เพราะF8 รู้สึกได้ว่าสะเทือนมืออย่างชัดเจน ถ้าเน้นขึ้นเขาเน้นไม่ก้มเยอะก็คงแนะตัวR5 ถ้าเน้นเนินบางเขาไม่ชันมากทางเรียบๆก็จัดF8 ส่วนตัวชอบF8 เพราะชอบรูปทรงตะเกียบหน้าและสีสันที่ดุดัน
- sai-lom
- ขาประจำ
- โพสต์: 225
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2013, 22:22
- Tel: 0828997941
- team: ปั่นเดี๋ยว ไร้สำนัก
- Bike: Specialized Sirrus, Specialized E5 Smartweld, Cevelo R5, Nielpryde, CBoardman Air9.8, Pinarello F8 BOB, Canyon Endurace
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
เรื่องสะท้านสะเทือนของ F8 ไม่ทราบว่าการใช้แฮนด์-สเต็มคาร์บอนจะช่วยได้บ้างรึเปล่า หรือยางหน้ากว้าง 25 มิลและสูบลมอ่อนหน่อย น่าจะพอไหว?
OSK106
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย
Line ID: niththeeye
Nothing Happen by Chance!
เสือเฒ่าสายแฟชั่น ซ้อมน้อยแรงไม่ค่อยมี ดีแต่อัพรถไปเรื่อย
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ทดสอบ Cervelo R5.
ตัวผมเองใช่รถ All around. มาตลอด แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่รถเฟรมแอโร่ Aero กำลังบูมทำให้ผมคาใจเรื่องความแตกต่างระหว่าง รถไต่เขาหรือ All around. กับรถสไตล์แอโร่ว่ามันต่างกันอย่างไร.
ผมเลยหาขอมูลอยู่นาน จึงได้โอกาสซื้อเฟรม Venge. มาทดสอบลองใช้ดู และก็ถูกใจกับความโหดสัสสลัดผักของเฟรมแอโร่อยู่พักใหญ่ๆ.
แต่พอเข้าใจถึงสภาพรวมๆ ผมพบว่า Venge. ไม่เหมาะกับสไตล์การปั่นของผม และไม่เหมาะกับสภาพเส้นทางในการใช้ชีวิตประจำวันของผม. ผมเลยกลับไปมองหารถสไตล์ All around. อีกครั้ง.
Cervelo เคยเป็นรถในดวงใจผมอยู่นาน ผมได้แต่ลองปั่นของคนอื่นแบบนิดๆหน่อยๆ.. ไม่เคยมีเป็นของตัวเอง เพราะราคามันค่อยข้างสูง ผมได้แต่คิดและหาข้อมูลมาตลอดว่าจะซื้อหามาใช้ดีหรือไม่
ผมหาข้อมูลของ Cervelo. ตระกูล R. อยูนานหลายปี อ่านพบว่ามันดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ แต่ก็ได้แต่อ่านที่เขาพูดเขาเขียนไว้ ไม่เคยได้ลองตัวเป็นๆแบบเต็มประสิทธิภาพเลยสักครั้ง
จนอยู่มาวันหนึ่งเพื่อนที่รู้จักกันใจดีให้ผมทดสอบลองปั้น Cervelo R5 ตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ผมขอทดสอบถึงสองครั้ง. ทั้งทางเขาและทางเรียบ จนหายคาใจ ผมเลยตัดสินใจซื้อมาใช้เอง ผมพบว่ามันเป็นรถที่ถูกสไตล์การปั่นและเข้ากับเส้นทางที่ใช้ปั่นของผมมากๆ มิติการวางองศาท่อต่างๆก็เข้ากับตัวผมมาก
มีข้อติอยู่ตรงท่อนั่งที่เอียงราดมากอยู่แล้ว. แต่ดันให้หลังอานเยื้องหลังมาอีก ผมเป็นคนลำตัวสั้น เลยต้องหาหลักอานแบบตรงมาใช้ (หลายๆคนในโปรทัวร์ก็ใช้หลักอานแบบตรงนะ)
ฟิลลิ่งการปั่น. รถสไตล์นี้ก็เหมือนๆกันกับรถ All around. ทั่วๆไป คือเน้นเรื่องความเบา. และความแข็งของจุดต่างๆที่ต้องการในการที่จะกดบ้นไดเพื่อส่งความเร็วในการไต่เขาให้เสียแรงน้อยที่สุด
Cervelo R5. ก็เช่นกัน ทำได้ดีมาก ดีกว่ารถสไตล์. All around. อื่นๆที่ผมเคยปั่นและเคยทดสอบมาก่อน
คงเป็นเพราะว่ารถทีมีน้ำหนักเบามาก และจุดต่างๆเช่นกระโหลกที่แข็งมาก สามารถกดยืนโยกแรงๆ แทบไม่เจอการบิดย้วยของส่วนนั้น ซึ่งนี้คือจุดขายที่เฟรม All Around ดีๆต้องมี.
ซึ่งจุดนี้ผมชอบมาก เพราะเวลาเราไต่เขาเรายืนโยกได้โดยที่เสียแรงน้อยที่สุด และไปได้ดั่งใจ โดยไม่เสียความรู้สึก แต่กลับสร้างความสนุกตื่นเต้นทุกครั้งที่กดบันไดให้รถมันพุ่งทะยานออกไป สร้างความเหนือชั้นอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างกับรถ All around. อื่นๆที่ผมได้ลองใช้มาก่อน.
ท่านั่งปั่น กับการยืนโยกปั่น ทดสอบด้วยความรู้สึก บอกได้เลยว่ามันสมดุลมาก คือไม่ได้เด่นด้านใดด้านหนึ่งในเรื่องการที่จะเอามานั่งปั่นหรือยืนโยกปั่น
ซึงในเฟรมรถไต่เขาบางตัว นั่งปั่นกับยืนโยกปั่นจะเห็นความแตกต่างของจุดด้อยอย่างรู้สึกได้. คือต้องคอยจัดท่านั่งให้มันลงตัว... แต่ R5. จะนั่งจะยืนมันไปได้ดั่งใจจริงๆเหมือนๆกัน
ความแข็งของเฟรม บอกได้เลยว่าแข็งมากๆ แต่ไม่ได้แข็งจนกระด้างกระเด็นกระดอนแบบเฟรมแอโรทั่วๆไป เป็นเพราะว่ามีท่อตะเกียบนั่งที่เล็กบาง ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีมากๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Cervelo. ที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้. สามารถเอาไปปั่นในทางที่เป็นพื่นถนนไม่เรียบได้ดีและสนุกมาก.
เรื่องการสปินท์ออกตัวก็ทำความเร็วได้ดีมากจนน่าแปลกใจ (ผมเคยดูรายการโปรทัวร์ นักปั่นในทีมที่ใช้รถ Cervelo. เขาเลือกใช้เฟรม R5 เป็นรถสำหรับทางเรียบสปินเข้าเส้นชัย และสามารถได้ที่ 3 ในการแข่งTDF 2013. Stage 21. )
นั้นแสดงว่ามันต้องสปินได้ดีมาก ซึ่งผมก็ได้ทดสอบด้วยตัวเองและพบว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ.
การเข้าโค้ง การบังคับรถได้ง่ายและสนุกกับมันมาก ไม่ต้องโหนรถเวลาเข้าโค้งแรงๆ. ตะเกียบหน้าชันเข้าโค้งได้คม ท่อคอแข็งไม่มีสั่น ทำให้รถไม่ส่ายเสียไลน์เวลาเข้าโค้ง ควบคุมรถง่ายมากๆ
ประสิทธิภาพในการปั่นทางเรียบยาวๆ อันนี้แหละมีปัญหา คือรถน้ำหนักเบามาก (แรกเลยผมทำน้ำหนักไว้ที่ 5.8 ซึ่งมันเบาเกินไป ปั่นวืดๆปล่อยขาความเร็วตกทันที ขึ้นเขาดีแต่พอลงเขารถมันเบามาก เจอลมปะทะสั่นเหมือนผีเข้า ทำให้ปั่นไม่สนุก ผมเลยเปลี่ยนอุปกรณ์ เพิ่มน้ำหนักให้ไปที่ 6.2 ก็โอเคขึ้น เปลี่ยนล้อเป็นขอบสูงเมื่อต้องการปั่นในทางเรียบยาวๆในความเร็วสูงๆ
เรื่องการเซ็ทรถผมเซ็ทรถไปตามสภาพเส้นทาง ผมไม่ยึดติดแบบตายตัว ผมเลือกซื้อรถที่ประสิทธิภาพ ไม่ได้เลือกซื้อที่ความสวยงามหรือยี้ห้อเป็นหลัก ผมเลยเซ็ทรถให้เข้ากับตัวเองมากที่สุดตามความเป็นจริง ทำ Fitting. หาคำตอบให้กับตัวเองไปตามสภาพที่ปั่น ซึ่งปัญหานี้แหละที่เราสามารถตอบตัวเองได้ดีที่สุด.
การออกแบบผมมองว่ามันเรียบง่ายเกินไป ทางผู้ออกแบบเน้นเรื่องทำน้ำหนักให้เบามากเกินไป เลยลืมนึกถึงเรื่องความแข็งแรงในบางจุดที่ควรจะมี เช่น ปลายตะเกียบโซ่ที่ยึดดรอปเอาท์ทำออกมาได้แย่มาก ไม่มีความแข็งแรง เวลาปลี่ยนเกียร์ในบางจังหวะที่โหดๆระหว่างปีนเขา ดรอปเอาท์หักได้ง่ายมาก เป็นเพราะเขาออกแบบมาให้มันหักง่าย ถ้าเขาทำให้หักยาก ตะเกียบโซ่กับตะเกียบท่อนั่งจะหักแทน
เวลาดรอปเอท์หัก จะเฉือนครูดกับปลายตะเกียบโซ่ทำให้เนื้อควร์บอนส่วนนั้นเสียหายได้ อันนี้ผมอ่านเจอในเวปต่างประเทศที่ผู้ใช้เขาบ่นเรื่องนี้กันมาก ผมเองก็ดรอปเอาท์หักถึงสองครั้งแล้ว.
สรุป Cervelo. R5. ปั่นสนุกมากครับ ใครที่อยากมีรถที่มีประสิทธิภาพดีๆใช้ได้ในทุกสภาพ ผมแนะนำว่ามันเหมาะมาก แต่ใครที่ต้องการรถสวยๆเอาไว้โชว์. ผมว่า Cervelo. R5. อาจดูเรียบง่ายเกินไปไม่โดดเด่น ไม่เหมาะสำหรับปั่นโชว์.
แต่ถ้าใครที่มีงบน้อยหน่อย ผมแนะนำให้ลอง Cervelo R3. ปี 2014 ขึ้นไป เพราะเท่าที่ผมได้ทดสอบเปรียบเทียบกับ. Cervelo R5
ความแตกต่างมีเพียง เรื่องน้ำหนักเฟรม และความแข็งของบริเวณท่อระโหลกเท่านั้นที่พอรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง แต่ก็ไม่ใช้เรื่องซีเรียสที่จะต้องเอาไปคิดให้หนักหัว เพราะมันปั่นได้สนุกไม่แพ้กันครับ.
ประสิทธิภาพ 9/10
ความสวยงาม 7/10
ความคุ้มค่า 8/10
ตัวผมเองใช่รถ All around. มาตลอด แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่รถเฟรมแอโร่ Aero กำลังบูมทำให้ผมคาใจเรื่องความแตกต่างระหว่าง รถไต่เขาหรือ All around. กับรถสไตล์แอโร่ว่ามันต่างกันอย่างไร.
ผมเลยหาขอมูลอยู่นาน จึงได้โอกาสซื้อเฟรม Venge. มาทดสอบลองใช้ดู และก็ถูกใจกับความโหดสัสสลัดผักของเฟรมแอโร่อยู่พักใหญ่ๆ.
แต่พอเข้าใจถึงสภาพรวมๆ ผมพบว่า Venge. ไม่เหมาะกับสไตล์การปั่นของผม และไม่เหมาะกับสภาพเส้นทางในการใช้ชีวิตประจำวันของผม. ผมเลยกลับไปมองหารถสไตล์ All around. อีกครั้ง.
Cervelo เคยเป็นรถในดวงใจผมอยู่นาน ผมได้แต่ลองปั่นของคนอื่นแบบนิดๆหน่อยๆ.. ไม่เคยมีเป็นของตัวเอง เพราะราคามันค่อยข้างสูง ผมได้แต่คิดและหาข้อมูลมาตลอดว่าจะซื้อหามาใช้ดีหรือไม่
ผมหาข้อมูลของ Cervelo. ตระกูล R. อยูนานหลายปี อ่านพบว่ามันดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ แต่ก็ได้แต่อ่านที่เขาพูดเขาเขียนไว้ ไม่เคยได้ลองตัวเป็นๆแบบเต็มประสิทธิภาพเลยสักครั้ง
จนอยู่มาวันหนึ่งเพื่อนที่รู้จักกันใจดีให้ผมทดสอบลองปั้น Cervelo R5 ตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ผมขอทดสอบถึงสองครั้ง. ทั้งทางเขาและทางเรียบ จนหายคาใจ ผมเลยตัดสินใจซื้อมาใช้เอง ผมพบว่ามันเป็นรถที่ถูกสไตล์การปั่นและเข้ากับเส้นทางที่ใช้ปั่นของผมมากๆ มิติการวางองศาท่อต่างๆก็เข้ากับตัวผมมาก
มีข้อติอยู่ตรงท่อนั่งที่เอียงราดมากอยู่แล้ว. แต่ดันให้หลังอานเยื้องหลังมาอีก ผมเป็นคนลำตัวสั้น เลยต้องหาหลักอานแบบตรงมาใช้ (หลายๆคนในโปรทัวร์ก็ใช้หลักอานแบบตรงนะ)
ฟิลลิ่งการปั่น. รถสไตล์นี้ก็เหมือนๆกันกับรถ All around. ทั่วๆไป คือเน้นเรื่องความเบา. และความแข็งของจุดต่างๆที่ต้องการในการที่จะกดบ้นไดเพื่อส่งความเร็วในการไต่เขาให้เสียแรงน้อยที่สุด
Cervelo R5. ก็เช่นกัน ทำได้ดีมาก ดีกว่ารถสไตล์. All around. อื่นๆที่ผมเคยปั่นและเคยทดสอบมาก่อน
คงเป็นเพราะว่ารถทีมีน้ำหนักเบามาก และจุดต่างๆเช่นกระโหลกที่แข็งมาก สามารถกดยืนโยกแรงๆ แทบไม่เจอการบิดย้วยของส่วนนั้น ซึ่งนี้คือจุดขายที่เฟรม All Around ดีๆต้องมี.
ซึ่งจุดนี้ผมชอบมาก เพราะเวลาเราไต่เขาเรายืนโยกได้โดยที่เสียแรงน้อยที่สุด และไปได้ดั่งใจ โดยไม่เสียความรู้สึก แต่กลับสร้างความสนุกตื่นเต้นทุกครั้งที่กดบันไดให้รถมันพุ่งทะยานออกไป สร้างความเหนือชั้นอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างกับรถ All around. อื่นๆที่ผมได้ลองใช้มาก่อน.
ท่านั่งปั่น กับการยืนโยกปั่น ทดสอบด้วยความรู้สึก บอกได้เลยว่ามันสมดุลมาก คือไม่ได้เด่นด้านใดด้านหนึ่งในเรื่องการที่จะเอามานั่งปั่นหรือยืนโยกปั่น
ซึงในเฟรมรถไต่เขาบางตัว นั่งปั่นกับยืนโยกปั่นจะเห็นความแตกต่างของจุดด้อยอย่างรู้สึกได้. คือต้องคอยจัดท่านั่งให้มันลงตัว... แต่ R5. จะนั่งจะยืนมันไปได้ดั่งใจจริงๆเหมือนๆกัน
ความแข็งของเฟรม บอกได้เลยว่าแข็งมากๆ แต่ไม่ได้แข็งจนกระด้างกระเด็นกระดอนแบบเฟรมแอโรทั่วๆไป เป็นเพราะว่ามีท่อตะเกียบนั่งที่เล็กบาง ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีมากๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Cervelo. ที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้. สามารถเอาไปปั่นในทางที่เป็นพื่นถนนไม่เรียบได้ดีและสนุกมาก.
เรื่องการสปินท์ออกตัวก็ทำความเร็วได้ดีมากจนน่าแปลกใจ (ผมเคยดูรายการโปรทัวร์ นักปั่นในทีมที่ใช้รถ Cervelo. เขาเลือกใช้เฟรม R5 เป็นรถสำหรับทางเรียบสปินเข้าเส้นชัย และสามารถได้ที่ 3 ในการแข่งTDF 2013. Stage 21. )
นั้นแสดงว่ามันต้องสปินได้ดีมาก ซึ่งผมก็ได้ทดสอบด้วยตัวเองและพบว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ.
การเข้าโค้ง การบังคับรถได้ง่ายและสนุกกับมันมาก ไม่ต้องโหนรถเวลาเข้าโค้งแรงๆ. ตะเกียบหน้าชันเข้าโค้งได้คม ท่อคอแข็งไม่มีสั่น ทำให้รถไม่ส่ายเสียไลน์เวลาเข้าโค้ง ควบคุมรถง่ายมากๆ
ประสิทธิภาพในการปั่นทางเรียบยาวๆ อันนี้แหละมีปัญหา คือรถน้ำหนักเบามาก (แรกเลยผมทำน้ำหนักไว้ที่ 5.8 ซึ่งมันเบาเกินไป ปั่นวืดๆปล่อยขาความเร็วตกทันที ขึ้นเขาดีแต่พอลงเขารถมันเบามาก เจอลมปะทะสั่นเหมือนผีเข้า ทำให้ปั่นไม่สนุก ผมเลยเปลี่ยนอุปกรณ์ เพิ่มน้ำหนักให้ไปที่ 6.2 ก็โอเคขึ้น เปลี่ยนล้อเป็นขอบสูงเมื่อต้องการปั่นในทางเรียบยาวๆในความเร็วสูงๆ
เรื่องการเซ็ทรถผมเซ็ทรถไปตามสภาพเส้นทาง ผมไม่ยึดติดแบบตายตัว ผมเลือกซื้อรถที่ประสิทธิภาพ ไม่ได้เลือกซื้อที่ความสวยงามหรือยี้ห้อเป็นหลัก ผมเลยเซ็ทรถให้เข้ากับตัวเองมากที่สุดตามความเป็นจริง ทำ Fitting. หาคำตอบให้กับตัวเองไปตามสภาพที่ปั่น ซึ่งปัญหานี้แหละที่เราสามารถตอบตัวเองได้ดีที่สุด.
การออกแบบผมมองว่ามันเรียบง่ายเกินไป ทางผู้ออกแบบเน้นเรื่องทำน้ำหนักให้เบามากเกินไป เลยลืมนึกถึงเรื่องความแข็งแรงในบางจุดที่ควรจะมี เช่น ปลายตะเกียบโซ่ที่ยึดดรอปเอาท์ทำออกมาได้แย่มาก ไม่มีความแข็งแรง เวลาปลี่ยนเกียร์ในบางจังหวะที่โหดๆระหว่างปีนเขา ดรอปเอาท์หักได้ง่ายมาก เป็นเพราะเขาออกแบบมาให้มันหักง่าย ถ้าเขาทำให้หักยาก ตะเกียบโซ่กับตะเกียบท่อนั่งจะหักแทน
เวลาดรอปเอท์หัก จะเฉือนครูดกับปลายตะเกียบโซ่ทำให้เนื้อควร์บอนส่วนนั้นเสียหายได้ อันนี้ผมอ่านเจอในเวปต่างประเทศที่ผู้ใช้เขาบ่นเรื่องนี้กันมาก ผมเองก็ดรอปเอาท์หักถึงสองครั้งแล้ว.
สรุป Cervelo. R5. ปั่นสนุกมากครับ ใครที่อยากมีรถที่มีประสิทธิภาพดีๆใช้ได้ในทุกสภาพ ผมแนะนำว่ามันเหมาะมาก แต่ใครที่ต้องการรถสวยๆเอาไว้โชว์. ผมว่า Cervelo. R5. อาจดูเรียบง่ายเกินไปไม่โดดเด่น ไม่เหมาะสำหรับปั่นโชว์.
แต่ถ้าใครที่มีงบน้อยหน่อย ผมแนะนำให้ลอง Cervelo R3. ปี 2014 ขึ้นไป เพราะเท่าที่ผมได้ทดสอบเปรียบเทียบกับ. Cervelo R5
ความแตกต่างมีเพียง เรื่องน้ำหนักเฟรม และความแข็งของบริเวณท่อระโหลกเท่านั้นที่พอรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง แต่ก็ไม่ใช้เรื่องซีเรียสที่จะต้องเอาไปคิดให้หนักหัว เพราะมันปั่นได้สนุกไม่แพ้กันครับ.
ประสิทธิภาพ 9/10
ความสวยงาม 7/10
ความคุ้มค่า 8/10
- ไฟล์แนบ
-
- image.jpeg (96.28 KiB) เข้าดูแล้ว 420 ครั้ง
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
- hydrogen
- ขาประจำ
- โพสต์: 699
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 14:03
- team: WIHARNDANG BIKE CLUB / SARABURI
- Bike: ORBEA LANZA 2009 / Scott Addict SL 2015 / Scott Foil Premium 2016
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ค่าย R น่าจะขึ้นเขาดี แต่เพราะเฟรมเบา การลงเขาจะสู้พวกแอร์โร่และหนักกว่าไม่ได้
ผมใช้ addict sl ลงเขานี่ ลำบากใจมากที่จะตาม ยิ่งจานคอมแพค ลงเขานี่ควงขาสาหัสมาก 555
ผมใช้ addict sl ลงเขานี่ ลำบากใจมากที่จะตาม ยิ่งจานคอมแพค ลงเขานี่ควงขาสาหัสมาก 555
h 2 @ m i | z P i x a r
facebook: http://www.facebook.com/wihandaeng
facebook: http://www.facebook.com/wihandaeng
-
supawit
- ขาประจำ
- โพสต์: 127
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2013, 18:36
- Tel: xxx
- team: อิสระ
- Bike: trek 8500
- ติดต่อ:
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
แอบมาอ่าน ตัดสินใจไม่ผิดที่สั่ง F8 มาให้แม่บ้านขี่ สิ้นเดือนนี้คงจะได้
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
25ครับผม.flybigbear เขียน:ยางตัวนี้ 23 หรือ 25 ครับwutthinan22 เขียน:F8 เป็นรถที่ดีถึงจะแต่งเบาก็ยังสู้เฟรมพวก All around อย่างR5 ไม่ได้(น้ำหนัก)แน่นอน รูปทรงF8กินขาดออกแนวแอรโร่ปั่นไกลๆผมว่าเหนื่อยกว่าพวกR5 แน่ๆ เพราะF8 รู้สึกได้ว่าสะเทือนมืออย่างชัดเจน ถ้าเน้นขึ้นเขาเน้นไม่ก้มเยอะก็คงแนะตัวR5 ถ้าเน้นเนินบางเขาไม่ชันมากทางเรียบๆก็จัดF8 ส่วนตัวชอบF8 เพราะชอบรูปทรงตะเกียบหน้าและสีสันที่ดุดัน
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
Re: เทียบระหว่าง R5 กับ F8 ตัวไหนน่าเล่นกว่ากัน?
ก็ยังช่วยได้นิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆนะครับแต่ก็ยังดีกว่าพวกแฮนด์อลูเท่าที่ลองมา ส่วนตัวใช้แฮนด์Ax ครับ ให้รูปทรงสวยจับแล้วถนัดมือกว่าตัว3Tตัวท๊อปสะอีกsai-lom เขียน:เรื่องสะท้านสะเทือนของ F8 ไม่ทราบว่าการใช้แฮนด์-สเต็มคาร์บอนจะช่วยได้บ้างรึเปล่า หรือยางหน้ากว้าง 25 มิลและสูบลมอ่อนหน่อย น่าจะพอไหว?