ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
คือได้ยินมานานแล้วครับว่า ล้อใหม่นี่ต้องรอรันอินก่อนแล้วจะลื่น ระยะรันอินปกติคือ 1000 กม. ฟังแล้วใจหาย คนปั่นออกกำลังกายวันละ 20-30 กม สัปดาห์ละ 2-4 วันนี่กว่าล้อจะเข้ารันอินนี่...กี่เดือนกี่ปีกันล่ะครับ แล้วในความเป็นจริงแล้วผู้ผลิตเขาตั้งใจให้รันอินกันเป็นพันกิโลเลยรึครับ นักปั่น นักกีฬา โปรทัวร์ ฯลฯ ที่ต้องใช้ล้อใหม่นี่เขาทำไงล่ะครับ มีเครื่องหมุนล้อรันอิน รึ มีทีมปั่นรันอินล้อให้อะครับ แล้วทำไมผู้ผลิตไม่หมุนรันอินมาพร้อมใช้งานเลยล่ะครับ รันอินพันกิโลนี่เราคิดกันเองรึผู้ผลิตเขาระบุไว้แต่ผมก็ไม่เคยอ่านเจอเลยนะครับ มันคืออย่างไรกันครับ ขอบคุณครับ
-
poohbear
- สมาชิก
- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2013, 16:40
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ใส่จารบี คหสต. ยังไงก็ต้องมีรันอิน ครับ
โดยทั่วไปแล้ว จารบีมันมีความหนืดกว่าจะเข้าที่ครับแต่ก็ติดอยู่นาน ต่างกับน้ำมันที่ใช้แล้วลื่นเลยแต่ก็ต้องคอยหยอด
- ถ้าผู้ผลิตรันอินมาให้ มันคงไม่เรียกว่าล้อใหม่ครับ
- ผมเคยเป็นนักกีฬาชนิดอื่น โดยทั่วไปแล้วนักกีฬาไม่นิยมใช้อุปกรณ์ใหม่แกะกล่องแข่งทันที กรณีอุปกรณ์สำรองต้องใกล้เคียงกับอุปกรณ์ใช้แข่งที่สุดครับ ยกเว้นไม่มีทางเลือก คิดว่าจักรยานไม่น่าต่างกัน
- ระยะรันอินแต่ละล้อไม่เท่ากัน รุ่นเดียวกัน ไม่เท่ากันเลยด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรมาเป็นตัวบ่งชี้เปะๆครับ
- ยกตัวอย่าง ล้อScirocco ยอดฮิต ถกเถียงกันเยอะแยะ เรื่องรันอินเนี่ย 500 โลบ้าง 1,000 โลบ้าง
บางคนก็ว่าไม่มีรันอินขาแข็งแรงขึ้นบ้าง 555555 ส่วนตัวผม 400 โล "เริ่มลื่น"ขึ้นหน่อย พันโลไปแล้วก็ลื่นขึ้นอีกนิดนึง
โดยทั่วไปแล้ว จารบีมันมีความหนืดกว่าจะเข้าที่ครับแต่ก็ติดอยู่นาน ต่างกับน้ำมันที่ใช้แล้วลื่นเลยแต่ก็ต้องคอยหยอด
- ถ้าผู้ผลิตรันอินมาให้ มันคงไม่เรียกว่าล้อใหม่ครับ
- ผมเคยเป็นนักกีฬาชนิดอื่น โดยทั่วไปแล้วนักกีฬาไม่นิยมใช้อุปกรณ์ใหม่แกะกล่องแข่งทันที กรณีอุปกรณ์สำรองต้องใกล้เคียงกับอุปกรณ์ใช้แข่งที่สุดครับ ยกเว้นไม่มีทางเลือก คิดว่าจักรยานไม่น่าต่างกัน
- ระยะรันอินแต่ละล้อไม่เท่ากัน รุ่นเดียวกัน ไม่เท่ากันเลยด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรมาเป็นตัวบ่งชี้เปะๆครับ
- ยกตัวอย่าง ล้อScirocco ยอดฮิต ถกเถียงกันเยอะแยะ เรื่องรันอินเนี่ย 500 โลบ้าง 1,000 โลบ้าง
บางคนก็ว่าไม่มีรันอินขาแข็งแรงขึ้นบ้าง 555555 ส่วนตัวผม 400 โล "เริ่มลื่น"ขึ้นหน่อย พันโลไปแล้วก็ลื่นขึ้นอีกนิดนึง
- winhaha
- ขาประจำ
- โพสต์: 518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2014, 21:27
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
จารบีที่อัดมา โดนความร้อนภายใน ต้มจนละลาย เลยลื่น....... จะเรียกว่า RUN IN ก็ได้มั้ง ????
ขายติมเรื่อย............ไป
- movieplus
- ขาประจำ
- โพสต์: 373
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ส.ค. 2008, 20:30
- team: Super(Lo)Speeds Team
- Bike: GiantTcrSl+DI2+Rotor3D+P2M+Tune+TokenKonexPro+ZippSL
- ตำแหน่ง: ส.ฎ. 84000
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่า ล้อมาตรฐานดีๆใช้แค่ 200-300กม. ก้รับรู้ถึงความลื่นไหลได้แล้ว 
Sl2+Nazare1,2+TCRsl=CampySR+Di2+Red=GipH60+DAC50tu,C35tu,C35,Ulterga,RS11+BoraOne35,One50,Khamsin,Zonda,Eurus,Mille+ZeroNite+ReynoldsAssault,Strike+Zipp404,303+VisionMetron40,55+GiantPR2+EquinoxRt55+TokenT50,KonaxPro+DTrr22+EastonEC90+CorimaDisc+GZt50=P2M=Speedneedle=ZippSL+Santini,SportFul,Castelli
-
Chai_7682
- ขาประจำ
- โพสต์: 120
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2015, 19:57
- ติดต่อ:
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ อะไรเป็นตัวบ่งชี้ว่าล้อต้องรันอินก่อนแล้วจะลื่นขึ้น
คิดว่าล้อที่ออกจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตนั่นแหละลื่นที่สุดแล้ว
ลื่นตามระดัยราคาก็แล้วกัน
ต้องรันอินก่อน แล้วเสียงโม่จะดังขึ้น อะไรที่ทำให้เสียงมันดังขึ้น จารบีแห้ง? หรือกลไกภายในสึกหรอ ทำให้เสียดสีกันแล้วเกิดเสียง?
ต้องรันอินก่อน แล้วล้อจะลื่นขึ้น ซี่ลวดเข้าที่กว่าเดิมยังงั้นหรอ? ซี่หลวม ล้อส่าย สั่น สะบัด จะลื่นขึ้นได้อย่างไร?
จริงน่าจะมีหลายๆอย่างมากกว่าคำว่าล้อต้องรันอินก่อนแล้วจะลื่นขึ้น เช่น น้ำหนักรถ แรงดันลมยาง ยางนอกที่ใช้ องศาเฟรม ระบบชุดขับเคลื่อนหรือชุดเกียร์
ที่สำคัญที่สุด แรงคนปั่นนั่นแหล่ะ
(ความคิดเห็นส่วนตัวน่ะครับ)
คิดว่าล้อที่ออกจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตนั่นแหละลื่นที่สุดแล้ว
ลื่นตามระดัยราคาก็แล้วกัน
ต้องรันอินก่อน แล้วเสียงโม่จะดังขึ้น อะไรที่ทำให้เสียงมันดังขึ้น จารบีแห้ง? หรือกลไกภายในสึกหรอ ทำให้เสียดสีกันแล้วเกิดเสียง?
ต้องรันอินก่อน แล้วล้อจะลื่นขึ้น ซี่ลวดเข้าที่กว่าเดิมยังงั้นหรอ? ซี่หลวม ล้อส่าย สั่น สะบัด จะลื่นขึ้นได้อย่างไร?
จริงน่าจะมีหลายๆอย่างมากกว่าคำว่าล้อต้องรันอินก่อนแล้วจะลื่นขึ้น เช่น น้ำหนักรถ แรงดันลมยาง ยางนอกที่ใช้ องศาเฟรม ระบบชุดขับเคลื่อนหรือชุดเกียร์
ที่สำคัญที่สุด แรงคนปั่นนั่นแหล่ะ
(ความคิดเห็นส่วนตัวน่ะครับ)
ID LINE : chai_7682
-
pt123
- ขาประจำ
- โพสต์: 322
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2014, 12:10
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ล้อบางรุ่นประกอบมาแน่นมากๆถึงแน่นเกินไป จนไปกดทับตลับลูกปืนจนฝืด
ใช้ระดับ500-1000โล ส่วนที่แน่นหรือกดทับเกินไปก็คงเริ่มสึกทีล่ะนิดจนล้อเริ่มลื่นทำงานเป็นปกติ
อย่างผมได้ล้อใหม่มาจะถอดไขฝาปิดดุมออกมาก่อนเลย ใช้นิ้วจับแกนลูกปืนหมุนดูก่อนว่าลื่นประมาณไหน
แล้วค่อยประกอบคืนแค่พอแน่นพอดี และลองจับที่ฝาปิดดุมหมุนอีกทีว่าต่างกันมากมั้ย..ถ้าลื่นไม่ต่างก็จบ
แต่ถ้าฝืดก็ต้องดูรายละเอียดว่ามีอะไรแน่นผิดปกติหรือป่าว
ปล.อย่างScirocco ตอนที่เคยใช้ของใหม่ออกจากโรงงานมาก็รู้สึกว่าแน่นฝืดกว่าล้ออื่น
กว่าจะใช้จนลื่นก็หลายร้อยโล และสุดท้ายอายุการใช้งานของลูกปืนก็ไปเร็วกว่าล้ออื่น
ล้อดีๆราคาสูงหน่อยจะประกอบออกมาจากโรงงานได้เป๊ะมาก ไขแน่นๆระบบก็จะไม่กดทับตลับลูกปืน
และระบบดุมก็จะกันน้ำกันฝุ่นได้ดีกว่า
ใช้ระดับ500-1000โล ส่วนที่แน่นหรือกดทับเกินไปก็คงเริ่มสึกทีล่ะนิดจนล้อเริ่มลื่นทำงานเป็นปกติ
อย่างผมได้ล้อใหม่มาจะถอดไขฝาปิดดุมออกมาก่อนเลย ใช้นิ้วจับแกนลูกปืนหมุนดูก่อนว่าลื่นประมาณไหน
แล้วค่อยประกอบคืนแค่พอแน่นพอดี และลองจับที่ฝาปิดดุมหมุนอีกทีว่าต่างกันมากมั้ย..ถ้าลื่นไม่ต่างก็จบ
แต่ถ้าฝืดก็ต้องดูรายละเอียดว่ามีอะไรแน่นผิดปกติหรือป่าว
ปล.อย่างScirocco ตอนที่เคยใช้ของใหม่ออกจากโรงงานมาก็รู้สึกว่าแน่นฝืดกว่าล้ออื่น
กว่าจะใช้จนลื่นก็หลายร้อยโล และสุดท้ายอายุการใช้งานของลูกปืนก็ไปเร็วกว่าล้ออื่น
ล้อดีๆราคาสูงหน่อยจะประกอบออกมาจากโรงงานได้เป๊ะมาก ไขแน่นๆระบบก็จะไม่กดทับตลับลูกปืน
และระบบดุมก็จะกันน้ำกันฝุ่นได้ดีกว่า
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ของทุกชนิดมีช่วง break in / run in หมดครับ เรื่องนี้ไม่ได้คิดกันไปเอง
โซ่แกะกล่องใหม่ ๆ ลื่นน้อยกว่าโซ่ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 500 กิโล (ยกเว้นโซ่รุ่นพิเศษ เช่น ยี่ห้อ Ceramic Speed ที่มันหยอด Wax สีขาว ๆ มาให้ทั้งเส้น สำหรับใส่แข่งโดยเฉพาะ อันนั้นเขาทำมาพิเศษโดยเฉพาะ ไม่ต้องรันอิน)
ยางใหม่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานมากกว่ายางเก่า (แปลว่า ยางใหม่ กลิ้งช้ากว่า ยางเก่า)
อานใหม่ แข็งกว่า อานที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง หรือกล่าวก็คือ แรก ๆ นั่งอาจจะไม่นิ่ม ไม่คุ้น แต่ใช้ไปสักระยะ จะนั่งสบายยาว ๆ เลย เพราะอานจะเริ่มมีการให้ตัวและเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสรีระก้นและกระดูกเชิงกรานเราเองตามธรรมชาติ
ยกตัวอย่าง ของที่ไม่ใช่จักรยานบ้าง เขาก็ยังมีรันอินเหมือนกัน
เช่น CPU แกะกล่องใหม่ ๆ เอาไป overclock มันทำความเร็วได้ไม่ค่อยดี เพราะตัวสารประจุกึ่งน้ำไฟฟ้ามันยังไม่ขยายตัว ทำให้กระแสไฟไหลผ่านได้ระดับนึง แต่พอใช้ไปสักระยะ มันจะขยายตัว รับแรงโหลดกกระแสไฟได้ดีขึ้น ทำให้ overclock ได้ดีขึ้น
เช่น หูฟัง ฟังใหม่ ๆ เสียงโครตกาก เบส ไม่มี แหลม ไม่ลึก ร้อง ไม่หวาน พอฟังไปสัก 300 ชั่วโมง ทีนี้ล่ะ เสียงร้องหวานอวบอิ่ม เบสมาเป็นลูก แหลมลึกขึ้น เพราะสายทองแดงใหม่ ๆ มันยังไม่ผ่านการใช้งาน เวลากระแสไฟวิ่งผ่านมันจึงผ่านได้ยากช่วงแรก ๆ แต่เนื่องจากใช้งานไปเรื่อย ๆ สายทองแดงในสายหูฟังจะขยายตัวเองโดยธรรมชาติ กระแสไฟไหลได้ดีขึ้น เป็นต้น
โซ่แกะกล่องใหม่ ๆ ลื่นน้อยกว่าโซ่ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 500 กิโล (ยกเว้นโซ่รุ่นพิเศษ เช่น ยี่ห้อ Ceramic Speed ที่มันหยอด Wax สีขาว ๆ มาให้ทั้งเส้น สำหรับใส่แข่งโดยเฉพาะ อันนั้นเขาทำมาพิเศษโดยเฉพาะ ไม่ต้องรันอิน)
ยางใหม่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานมากกว่ายางเก่า (แปลว่า ยางใหม่ กลิ้งช้ากว่า ยางเก่า)
อานใหม่ แข็งกว่า อานที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง หรือกล่าวก็คือ แรก ๆ นั่งอาจจะไม่นิ่ม ไม่คุ้น แต่ใช้ไปสักระยะ จะนั่งสบายยาว ๆ เลย เพราะอานจะเริ่มมีการให้ตัวและเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสรีระก้นและกระดูกเชิงกรานเราเองตามธรรมชาติ
ยกตัวอย่าง ของที่ไม่ใช่จักรยานบ้าง เขาก็ยังมีรันอินเหมือนกัน
เช่น CPU แกะกล่องใหม่ ๆ เอาไป overclock มันทำความเร็วได้ไม่ค่อยดี เพราะตัวสารประจุกึ่งน้ำไฟฟ้ามันยังไม่ขยายตัว ทำให้กระแสไฟไหลผ่านได้ระดับนึง แต่พอใช้ไปสักระยะ มันจะขยายตัว รับแรงโหลดกกระแสไฟได้ดีขึ้น ทำให้ overclock ได้ดีขึ้น
เช่น หูฟัง ฟังใหม่ ๆ เสียงโครตกาก เบส ไม่มี แหลม ไม่ลึก ร้อง ไม่หวาน พอฟังไปสัก 300 ชั่วโมง ทีนี้ล่ะ เสียงร้องหวานอวบอิ่ม เบสมาเป็นลูก แหลมลึกขึ้น เพราะสายทองแดงใหม่ ๆ มันยังไม่ผ่านการใช้งาน เวลากระแสไฟวิ่งผ่านมันจึงผ่านได้ยากช่วงแรก ๆ แต่เนื่องจากใช้งานไปเรื่อย ๆ สายทองแดงในสายหูฟังจะขยายตัวเองโดยธรรมชาติ กระแสไฟไหลได้ดีขึ้น เป็นต้น
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
- enter_it
- สมาชิก
- โพสต์: 85
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ธ.ค. 2015, 19:02
- Tel: 075412848
- team: -
- Bike: java feroce
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ในรถยนต์ จักรยานยนต์ บอกชัดเจนครับต้องรันอิน ส่วนล้อจักรยานในคู่มือไม่บอก แต่ความรู้สึกส่วนตัว ต้องรันอินครับส่วนจะกี่กิโลไม่แน่ใจ
-
Hxs
- ขาประจำ
- โพสต์: 509
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2016, 08:28
- Bike: Avenger R8
- ตำแหน่ง: Louiaiana
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
แต่กลับกัน ยางใหม่แอโร่ดีกว่ายางเก่านะครับ ยังกลมๆโค้งๆลิงกังปั่นหมอบ เขียน: ยางใหม่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานมากกว่ายางเก่า (แปลว่า ยางใหม่ กลิ้งช้ากว่า ยางเก่า)
ยางเก่าสึกจนเป็นสี่เหลี่ยม แอโร่แย่ลงเยอะ
มี Silca เทสไว้ รวมสองล้อ ความเร็วสูงหน่อย ต่างกันเกือบสิบวัตต์เลยหละ
https://silca.cc/blogs/journal/part-5-t ... rodynamics
ตัวเล็กก็ยอมรับความจริงบ้าง อย่าหลอกตัวเองแล้วใช้อุปกรณ์ไซส์เกินตัวเลย
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
จารบีหนืดจนต้องรันอิน เช่นนี้แล้วทำไมผู้ผลิตไม่เลือกความหนืดที่เหมาะสมล่ะครับ
ลื่นเพราะปั่นจนจารบีหายหมด เช่นนี้แล้วควรใส่จารบีมั้ย รึ ระบบไม่ดี จารบีจึงหมดได้
ปั่นรันอินจนอะไหล่สึกจึงลื่น เช่นนี้แล้วนน่าจะทำอะไหล่มาไม่พอดีจึงกดทับเบียดกันจนหมุนไม่ไป รึ ไม่ก็ต้องเอามาถูด้วยกระดาษทรายให้มีพื้นที่หลวมๆ จะดีกว่ามั้ย
และอื่นๆ นี่อ่านแล้วก็เหมือนจะมะโนกันเองว่าต้องรันอิน ถ้าไม่ใช่มะโนก็ผู้ผลิตผลิตมาไม่ดีมากกว่าจะมีการระบุว่าต้องรันอิน ผมว่ามันไม่ใช่รองเท้าหนังแท้ที่ใส่ๆ ไปแล้วจะยืดนิดๆ เข้ารูปเท้านะ หรือ มีเหตุผลอื่นๆ อีกครับ
ลื่นเพราะปั่นจนจารบีหายหมด เช่นนี้แล้วควรใส่จารบีมั้ย รึ ระบบไม่ดี จารบีจึงหมดได้
ปั่นรันอินจนอะไหล่สึกจึงลื่น เช่นนี้แล้วนน่าจะทำอะไหล่มาไม่พอดีจึงกดทับเบียดกันจนหมุนไม่ไป รึ ไม่ก็ต้องเอามาถูด้วยกระดาษทรายให้มีพื้นที่หลวมๆ จะดีกว่ามั้ย
และอื่นๆ นี่อ่านแล้วก็เหมือนจะมะโนกันเองว่าต้องรันอิน ถ้าไม่ใช่มะโนก็ผู้ผลิตผลิตมาไม่ดีมากกว่าจะมีการระบุว่าต้องรันอิน ผมว่ามันไม่ใช่รองเท้าหนังแท้ที่ใส่ๆ ไปแล้วจะยืดนิดๆ เข้ารูปเท้านะ หรือ มีเหตุผลอื่นๆ อีกครับ
-
Ti.chon
- สมาชิก
- โพสต์: 17
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2015, 10:37
- Bike: MTB Bianchi 27.1
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
จริงครับ ตามความเห็นด้านบนบางที่อาจต้องคลายฝาปิดดุมออกแล้วขันเข้าไปแค่ตึงๆมือ อะไรประมาณนั้น
จากที่ประสบมา ล้อที่ได้มาใหม่ๆนี่มันค่อนข้างหน่วงขาเลยครับ ปั่นไปปั่นไปเริ่มเบาเริ่มลื่นดีขึ้น แต่ผมว่าสัก 500 กม.นี่ก็พอเอาได้แล้วครับ ถ้าล้อผ่านการประกอบมาดีๆ
จากที่ประสบมา ล้อที่ได้มาใหม่ๆนี่มันค่อนข้างหน่วงขาเลยครับ ปั่นไปปั่นไปเริ่มเบาเริ่มลื่นดีขึ้น แต่ผมว่าสัก 500 กม.นี่ก็พอเอาได้แล้วครับ ถ้าล้อผ่านการประกอบมาดีๆ
- phantom
- ขาประจำ
- โพสต์: 276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 เม.ย. 2012, 22:56
- Tel: 0819820282
- Bike: Giant Tcr sl Giant xtc
- ติดต่อ:
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
[quote="Chai_7682"]ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ อะไรเป็นตัวบ่งชี้ว่าล้อต้องรันอินก่อนแล้วจะลื่นขึ้น
ประสบการณ์ครับ ล้อที่เคยผ่านมือมา9คู่ ทั้งถูกทั้งแพง ทุกคู่เหมือนกันหมดคือใช้ไปสักระยะจะลื่นกว่าตอนใหม่ๆ แม้แต่ใช้ไปนานๆจนลื่นดีแล้วพอเอาไปเซอวิสอัดจารบีใหม่มันก็จะฝืดกว่าเดิมนิดๆ พอใช้ๆไปก็จะลื่นเหมือนเดิมแต่ใช้เวลาไม่นานเหมือนตอนแรก ส่วนรันอินจะ 500 จะ1000 หรือกี่โลก็แล้วแต่ล้อ
ประสบการณ์ครับ ล้อที่เคยผ่านมือมา9คู่ ทั้งถูกทั้งแพง ทุกคู่เหมือนกันหมดคือใช้ไปสักระยะจะลื่นกว่าตอนใหม่ๆ แม้แต่ใช้ไปนานๆจนลื่นดีแล้วพอเอาไปเซอวิสอัดจารบีใหม่มันก็จะฝืดกว่าเดิมนิดๆ พอใช้ๆไปก็จะลื่นเหมือนเดิมแต่ใช้เวลาไม่นานเหมือนตอนแรก ส่วนรันอินจะ 500 จะ1000 หรือกี่โลก็แล้วแต่ล้อ
อุปกรณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
-
ก้อย
- ขาประจำ
- โพสต์: 5452
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 22:29
- Tel: 0909094825/0896896722
- team: K-45
- Bike: เสือหมอบtrek madone /mtb ritchey/fix fuji/touring darkrock
- ตำแหน่ง: ทรงกลด สงขกุล 1141ม.7 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ10270
- ติดต่อ:
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ล้อผมไม่ค่อยรู้สึกทันทีไม่เหมือนยางใหม่ๆหนืดมากโดยเฉพาะเสือภูเขา
อยู่ไปone one
- ktspyder
- ขาประจำ
- โพสต์: 1048
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2013, 09:15
- Tel: 0818352055
- team: DSR
- Bike: Kuwahara/Kestrel/Kramer
- ตำแหน่ง: บางนา กทม.
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
จารบีใช้งานไปถึงระดับหนึ่งมันจะกระจายตัวออกเปนเส้นฝอยๆครับ ความหนืดแบบจับเปนก้อนลดน้อยลง แต่แทรกตัวปกป้องชิ้นส่วนตามร่องเล็กๆได้ดี
....ลองนึกถึงเวลาทำไข่เจียวสิครับ
....ลองนึกถึงเวลาทำไข่เจียวสิครับ
line id: ktspy
ใหม่ที่นี่ แต่เก่า(โคตร)ที่นู่น
http://www.guitarthai.com/member/accoun ... raID=18283
ใหม่ที่นี่ แต่เก่า(โคตร)ที่นู่น
http://www.guitarthai.com/member/accoun ... raID=18283
- winhaha
- ขาประจำ
- โพสต์: 518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2014, 21:27
Re: ไขข้อข้องใจเรื่องรันอินล้อ 1000 กม.นี่จริงหรือมะโนครับ
ผู้ผลิตเค้าต้องการให้เป็นแบบนั้นครับ คือลดการสึกหรอเลยใช้จารบี ค่าความหนืดเบอร์นั้น แต่ผู้บริโภค ต้องการให้มันลื่นขึ้น เลยปล่อยจนจารบีมันละลายครับ มันไม่ได้หายไปไหนนะครับ แต่มันเริ่มเสื่อมสภาพเลยเหลวขึ้นครับ ซึ่งจริงๆเค้าต้องการให้หนืด เพื่อลดการสึกหรอ ครับ เค้าจึงมีประกันตามอายุ ของสินค้านั้นๆ เพราะรู้ว่าผู้บริโภค ต้องปล่อยจนมันละลายเสื่อมสภาพ และทำให้อุปกรณ์นั้นๆ สึกหรอครับ ส่วนผู้บริโภคที่ทำแบบนั้น เพราะเค้าพอใจที่จะให้มันลื่นขึ้น และรับต่ออายุการใช้งานที่สั้นลงได้ครับ ไม่ต้องล้อจักรยานครับ อุปกรณ์ชนิดใดๆที่ต้องใช้จารบี ในการลดการสึกหรอ ก็เป็นแบบนี้หมด ไม่ใช้ผู้ผลิตไม่ได้ให้ความใส่ใจ แต่ผู้บริโภคต้องการเช่นนั้นPaxxa เขียน:จารบีหนืดจนต้องรันอิน เช่นนี้แล้วทำไมผู้ผลิตไม่เลือกความหนืดที่เหมาะสมล่ะครับ
ลื่นเพราะปั่นจนจารบีหายหมด เช่นนี้แล้วควรใส่จารบีมั้ย รึ ระบบไม่ดี จารบีจึงหมดได้
ปั่นรันอินจนอะไหล่สึกจึงลื่น เช่นนี้แล้วนน่าจะทำอะไหล่มาไม่พอดีจึงกดทับเบียดกันจนหมุนไม่ไป รึ ไม่ก็ต้องเอามาถูด้วยกระดาษทรายให้มีพื้นที่หลวมๆ จะดีกว่ามั้ย
และอื่นๆ นี่อ่านแล้วก็เหมือนจะมะโนกันเองว่าต้องรันอิน ถ้าไม่ใช่มะโนก็ผู้ผลิตผลิตมาไม่ดีมากกว่าจะมีการระบุว่าต้องรันอิน ผมว่ามันไม่ใช่รองเท้าหนังแท้ที่ใส่ๆ ไปแล้วจะยืดนิดๆ เข้ารูปเท้านะ หรือ มีเหตุผลอื่นๆ อีกครับ
ขายติมเรื่อย............ไป