
เรื่องเบาๆ(แต่เจ็บ) กันบ้างดีกว่าครับ
เรื่องจักรยานล้ม มันเป็นของสามัญประจำบ้านของเราชาวนักปั่นกันอยู๋แล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้ต้องเจ็บตัวกันอยู๋แล้วล่ะ แต่สำหรับนักแข่งอาชีพ ที่ปีๆนึงขี่จักรยานกันมากกว่าพวกเราๆหลายๆเท่า แน่นอนว่าก็ย่อมต้องพบเจอกับเหตุโครมครามกันมากกว่าพวกเรา แถมยังเรื่องของความเสี่ยงที่ยอมแลกกันได้มากกว่า ก็แหงล่ะครับ ความรุ่งเรื่อง เจริญของสัมมาอาชีพเค้าอยู๋ตรงนั้น และในบรรดาอุบัติเหตุที่ถ้าใครเป็นแฟนจักรยาน ก็จะพบว่ามีกันทุกงาน ทุกรายการ ทุกสนาม ก็มีการล้มหลายต่อหลายครั้งที่กลายเป็นวินาทีคลาสสิค น่าจดจำ ผมก็ขอ งัดมา 5 เหตุการณ์ ที่เชื่อว่า แฟนๆจักรยานต้องจดจำกันได้อย่างแน่อน และเป็นภาพเตือนใจสำหรับเพื่อนๆนักปั่นทุกๆคนว่า อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เมื่อความประมาทเข้ามาแทนที่ยามเราก้าวล้ำเส้นคำว่า"เสี่ยง" เข้าไป (แต่ในลิสท์นี้ มีบางอันที่ต้องเรียกว่า "ซวย"มากกว่าครับ)
เอ้า ไปชมกัน
อันดับที่ 5
ยวน โอเฟรโด้ ล้มในปารีส-รูเบซ์ 2013
ปารีส-รูเบซ์ ผ่านไปได้ครึ่งทาง ยวน โอเฟรโด้ ติดต่อทางวิทยุกลับมาที่รถทีมเพื่อขอเปลี่ยนจักรยานสำรอง โอเฟรโด้ ซึ่งถือเป็นตัวสำคัญของทีม ในระดับ "ไพร่ตาย" ใบที่สองของทีม กลับต้องจบการแข่งในครั้งนั้นเพียงครึ่งทาง หลังจากที่ด้วยสาเหตุใดไม่ทราบได้ เมื่อกลุ่มแหวกหลบเกาะกลางถนนออก โอเฟรโด้ พุ่งเข้าใส่เกาะกลางถนนด้วยความเร็วเต็มที่ แบบหลบไม่ได้ แทบไม่มีการเบรคเลย ผลทำให้เค้าต้อง"บิน" ข้ามแฮนด์ ลงมาบนพื้นอย่างแรง อาการบาดเจ็บแผลถลอกตามแขนขา อาการบาดเจ็บที่ซี่โครงและคางแตก ยังไม่หนักเท่ากับนิ้วหักจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งทำให้โอเฟรโด้ แทนที่จะได้จักรยานสำรองไปเปลี่ยน กลับกลายเป็นต้องกลับไปจบที่โรงพยาบาลและฟังวิทยุรายงานการแข่ง ซึ่งในวิทยุก็เป็นข่าวร้ายของทีม เอฟดีเจ ในปีนั้น เมื่อตัววางหลักของทีม ก็ประสบอุบัติเหตุล้มลงที่ระยะอีก 60 กม. จะถึงเส้นชัยเช่นกัน
ไม่บ่อยที่เราจะเห็นนักปั่นอาชีพล้มด้วยภาพแบบนี้ นั่นสอนให้รู้ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด มาดโปรยังรู้พลั้ง ประสาอะไรกับนักปั่นบ้านๆอย่างเราล่ะครับ? พึงมองข้างหน้าเอาไว้ ระมัดระวังตัว อย่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตาเกาะล้อหน้ามุดหัวหมายปั้นเอวีงามๆกันอยู่ เพราะถ้าซี่โครงเจ็บ คางแตก นิ้วหัก นอกจากจะต้องบากหน้ากลับไปหา ผบ. ที่บ้าน อาจต้องเอาเหตุผลไปบอกกับเจ้านายที่ทำงานว่าไปทำอะไรมา!
อันดับที่ 4
จอห์น ลี ออกัสติน ตกเขาในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 2008
ในการแข่งจักรยานที่เราชมกันมา ช็อตที่สนุกและตื่นเต้นปนหวาดเสียวของทุกๆครั้งหนึ่งในนั้นคือช่วงเวลาของการลงเขา ซึ่งในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ปี 2008 ในขณะที่กำลังเข้มข้นกันอยู่ นักแข่ง จอห์น ลี ออกัสติน ผู้ซึ่งข้ามเขาลูกสุดท้ายไปได้เป็นอันดับแรก กำลังดิ่งลงเขาระยะ 23 กม. พร้อมๆกับกลุ่มนักแข่งชั้นนำของโลกที่ไม่ห่างกันนัก แต่เพียงชั่ววินาทีเดียวที่ออกัสติน เกิดผิดพลาดเลือกใช้ความเร็วเข้าโค้งอันตรายผิดไปนิดเดียว พาเอาเค้าต้องร่วงหล่นลงไปในหุบเขาชันลึกหลายร้อยฟิต เดชะบุญที่ตัวเค้าหล่นลงไปเพียง 20-30 เมตร ส่วนจักรยานนั้นร่วงลงไปนอนกองอยู๋กับกองกรวดหินเบื้องล่างเป็นที่เรียบร้อย แต่ออกัสตินวัย 22 ปี ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เค้ากลับปีนขึ้นมายืนรอจักรยานสำรองและมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับที่ 35 ของวันนั้น ห่างจากผู้ชนะเสตจเพียงราวๆ 5 นาทีเท่านั้น
ในบ้านเรามีข่าวนักปั่นสาวลงเขา ตกเขาเสียชีวิตผ่านมาไม่นานมานี้ เคสของออกัสตินก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องของความโชคดีด้วย เพราะหากผิดพลาดเพียงนิดเดียว เค้าอาจต้องลงไปนอนจมอยู่ในหุบเขาลึก ไม่เพียงแต่ต้องออกจากการแข่งขัน อาจได้ไปพบกับพญายมแทนเลยก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ต้องเคารพในใจของนักปั่นอาชีพเหล่านี้คือ หัวจิตหัวใจที่แกร่งเกินคน เป็นพวกเรา เจอกับเหตุกาณ์แบบนี้ อย่าว่าแต่จบอันดับที่ 35 เลยครับ จะมีแรงก้าวขาขึ้นคร่อมจกรยานปั่นต่ออีกหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เฉียดตายมาเพียงคืบเท่านั้น
อันดับที่ 3
มาร์คัส เบอร์คาร์ต ชนกับเจ้าหมา ในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 2007
ถ้าให้เลือกว่าช็อตไหนดังที่สุดและติดตาที่สุด ผมเลือกเคสนี้ครับ แต่น่าเสียดายว่าอาจแพ้ความ "ยิ่งใหญ่" ไปบ้าง แต่รับรองว่าภาพแบบนี้ ไม่ใช่จะพบกันได้ง่ายๆ เมื่อ มาร์คัส เบอร์การ์ต ทีมที-โมบาย เกิดดวงสมพงษ์กับเจ้าตูบลาบาดอร์ ถึงขนาดว่า พุ่งเข้าหากันจังๆระหว่างการแข่งขันเสตจที่ 8 ของ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ปี 2007 แต่งานนี้ไม่มีใครต้องเจ็บหนัง เพราะทั้งหมา ทั้งคน ปลอดภัยดีทั้งคู่ เหยื่อเคราะห์ร้ายของงานนี้คือ ล้อหน้าตัวโปรโตไทป์ยี่ห้อหนึ่งที่พับเป็นขนมเบื้องไปเลยงานนี้พิสูจน์ว่า หมากับจักรยาน ใครแข็งกว่ากัน!
และกรณีชนหมา อาจพบได้ยากในการแข่งอาชีพทั่วๆไป แต่เป็นเรื่องง่ายสำหรับบ้านเรา เพราะเมืองพุทธอย่างเรามีเจ้าตูบอยู๋เต็มไปหมด ทั้งนอนเล่นข้างทาง หรือมาร่วมเข้ากลุ่มเปโลตองวิ่งกวดมาแบบมัตรภาพ มีบางครั้งที่ได้ข่าวว่ามีหมาที่น่าจะเรียกว่าซุ่มซ่ามพอที่จะมาอยู่ขวางทางล้อหน้าของนักปั่นส่งผลให้เทกระจาดลงไปกันเป็นฝูงมาแล้ว แน่ล่ะครับ เอาแน่เอานอนไม่ได้ เค้าว่าอย่าไว้ใจสัตว์หน้าขน
อันดับที่ 2
แลนซ์ อาร์มสตรอง ล้มในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ปี 2003
ในปี 2003 เป็นปีที่ แลนซ์ อาร์มสตอรง ขับเคี่ยวกับ แยน อูริค อย่างสนุกสนาน ถึงอกถึงใจคนดูมาก แต่แล้ววินาทีที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อแลนซ์ เกิดไปเกี่ยวกับคนดูที่ยื่นออกมาจากรั้วกั้นด้านข้างทำให้จู่ๆก็ร่วงล้มลงไปแบบกระทันหัน แต่ด้วยการตอบสนองที่ว่องไว เค้าสามารถกลับมาขึ้นบนจักรยานและรีบกลับเข้าสู่การแข่งขันได้อีกครั้ง ชาตะโชคร้ายยังไม่จบเพียงเท่านั้น เหมือนสวรรค์จะเป็นใจ ฟ้ามีตา ลงโทษฮีโร่ผุ้ปิดบังการโด๊ปต่อโลกให้เค้าเกือบล้มอีกครั้งเมื่อบันไดคลิปมีปัญหา เท้าหลุดออกมาในขณะที่กำลังออกแรงโยกขึ้นเขา ทำเอาเกือบหน้าทิ่มลงพื้นไปอีกรอบ แต่แรงฟ้าหรือจะสู้แรงโด๊ปไปได้ เมื่ออะดรีนาลีนพรั่งพรูรวมกับเม็ดเลือดแดงที่ได้มาจากการทำ EPO ส่งผลให้แลนซ์ นอกจากกลับมาู่การแข่งขัน ยังสามารถหนีทำเวลาออกไปจากอริคได้อีกด้วย
ช็อตนี้ต้องยกให้เป็นช็อตคลาสสิคของการดวลกันบนเขา ที่มีทั้งการรุกไล่ ล้ม และอุปสรรค ยุคนั้นแฟนๆของแลนซ์ต่างสะใจที่ได้เห็นฮีโร่ในดวงใจ สู้จนหยดสุดท้าย ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา อย่างไรก็ดี เรื่องราวการโด๊ปกลับทำให้ชายผู้นี้เปลี่ยนจากไอด้อลของทุกคน กลายเป็นตัวโกงอันแสนชั่วร้ายไปได้ในภายหลัง แต่โด๊ปก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องซ้อมนะครับ เมื่อกลับไปชมการเชือดเฉือนของยุคนั้น ก็ยังต้องยอมรับว่าสนุกและตื่นเต้น สีสันบางอย่างพบไม่ได้อีกแล้วในเกมส์จักรยานยุคปัจจุบัน
และสุดท้ายอันดับที่ 1 ของการล้มสุดบรรลืโลก ผมขอยกให้ช็อตนี้ครับ เป็นอื่นอีกไม่ได้จรีงๆ
คริส ฟรูม ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 2016
อีก 10 ปี ช็อตนี้ก็จะยังคงเป็นที่กล่าวถึง และน่าจะกลายเป็นหนึ่งในบันทึกของการแข่งจักรยานของโลกเราตราบนานเท่านั้น เมื่อการแข่งขันเสตจสำคัญบนยอดของ มองต์ วองตู ภูเขาสำคัญของรายการใหญ่ของโลก ที่จำต้องย้ายเส้นชัยลงมาเพื่อลดความเสี่ยงจากกระแสลมแรงบนยอดเขาที่พัดด้วยความเร็วกว่าร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้กองเชียร์มาอัดกันอยู่อย่างหนาแน่น และเมื่อมีกองเชียร์ที่ทั้งเซ่อและบ้าบิ่นพยายามอยากออกทีวีมีส่วนร่วมกับนักแข่ง วิ่งนำ วิ่งล้อมหน้าล้อมหลังทั้งนักแข่งและจักรยานยนต์นำ เกิดพลาดท่าเสียหลักล้มลง ส่งผลให้จักรยานยนต์นำกลุ่มผู้นำสำคัญอันได้แก่่ ริชชี่ พอร์ท, บอเก้ โมเลม่า และคริส ฟรูม ต้องอัดก็อปปี้เข้าอย่างจัง ฟรูมนั้นโชคร้ายที่สุดเมื่อมีจักรยานยนต์ตามมาเยียบเอาพินาเรลโล่ ด็อกม่า เอฟเอท ของเค้าพังไปคาล้อ ส่งผลให้ไม่สามารถหาจักรยานมาแทนได้ในเวลานั้น ทางด้านโมเลม่า ได้ฉวยจังหวะนั้นคว้าจักรยานของตนทำเวลาหนีห่างออกไปได้แล้ว
สิ่งที่ตามมาช็อคชาวโลกเมื่อฟรูมตัดสินใจออกวิ่งขึ้นเขาไปแบบไม่คิดชีวิต ก่อนจะได้จักรยานสำรองจากการแข่ง ซึ่งก็เกิดปัญหาใช้ไม่ได้เนื่องจากบันไดคนละแบบอีก กว่าจะได้จักรยานที่ใช้ได้จริงๆก็เสียเวลาไปนานโข เล่นเอาโลกและแฟนๆอึ้งกันไปกับชะตากรรมกันแสนโหดร้าย ก่อนที่ผู้จัดจะประกาศให้เวลาเป็นกลางกับทุกๆคนที่ประสบเหตุในวันนั้น และต่อมาจบการแข่งด้วยชัยชนะครั้งที่ 3 ของคริส ฟรูม นักปั่นจอมถึง ขาโหดของแฟนๆได้สะใจไปตามๆกัน
ยังมีการล้มอีกหลายๆครั้งที่น่าจดจำ เอาไว้จะรวบรวมกันมาใหม่นะครับ ทั้งล้มเพราะโดนรถเบียดตกถนน ล้มเพราะลมแรงหอบปลิวเอาดื้อๆ หรือล้มเพราะแฟนๆออกมายืนถ่ายรูปขวางหน้าแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากเพื่อนนักปั่นเอาไว้คือ อย่าประมาท อะไรก็เกิดขึ้นได้ คำว่าเสี่ยงของแต่ละท่านไม่เท่ากัน อยู่ที่ปัจจัยแวดล้อมจะเข้ามา ที่สำคัญ ของแบบนี้บางทีก็ต้องโทษไปที่ ...ดวง ...[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 986148.jpg[/homeimg]