5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย giro »

5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ
รูปภาพ


เรื่องเบาๆ(แต่เจ็บ) กันบ้างดีกว่าครับ
เรื่องจักรยานล้ม มันเป็นของสามัญประจำบ้านของเราชาวนักปั่นกันอยู๋แล้ว แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้ต้องเจ็บตัวกันอยู๋แล้วล่ะ แต่สำหรับนักแข่งอาชีพ ที่ปีๆนึงขี่จักรยานกันมากกว่าพวกเราๆหลายๆเท่า แน่นอนว่าก็ย่อมต้องพบเจอกับเหตุโครมครามกันมากกว่าพวกเรา แถมยังเรื่องของความเสี่ยงที่ยอมแลกกันได้มากกว่า ก็แหงล่ะครับ ความรุ่งเรื่อง เจริญของสัมมาอาชีพเค้าอยู๋ตรงนั้น และในบรรดาอุบัติเหตุที่ถ้าใครเป็นแฟนจักรยาน ก็จะพบว่ามีกันทุกงาน ทุกรายการ ทุกสนาม ก็มีการล้มหลายต่อหลายครั้งที่กลายเป็นวินาทีคลาสสิค น่าจดจำ ผมก็ขอ งัดมา 5 เหตุการณ์ ที่เชื่อว่า แฟนๆจักรยานต้องจดจำกันได้อย่างแน่อน และเป็นภาพเตือนใจสำหรับเพื่อนๆนักปั่นทุกๆคนว่า อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เมื่อความประมาทเข้ามาแทนที่ยามเราก้าวล้ำเส้นคำว่า"เสี่ยง" เข้าไป (แต่ในลิสท์นี้ มีบางอันที่ต้องเรียกว่า "ซวย"มากกว่าครับ)
เอ้า ไปชมกัน



อันดับที่ 5
ยวน โอเฟรโด้ ล้มในปารีส-รูเบซ์ 2013

ปารีส-รูเบซ์ ผ่านไปได้ครึ่งทาง ยวน โอเฟรโด้ ติดต่อทางวิทยุกลับมาที่รถทีมเพื่อขอเปลี่ยนจักรยานสำรอง โอเฟรโด้ ซึ่งถือเป็นตัวสำคัญของทีม ในระดับ "ไพร่ตาย" ใบที่สองของทีม กลับต้องจบการแข่งในครั้งนั้นเพียงครึ่งทาง หลังจากที่ด้วยสาเหตุใดไม่ทราบได้ เมื่อกลุ่มแหวกหลบเกาะกลางถนนออก โอเฟรโด้ พุ่งเข้าใส่เกาะกลางถนนด้วยความเร็วเต็มที่ แบบหลบไม่ได้ แทบไม่มีการเบรคเลย ผลทำให้เค้าต้อง"บิน" ข้ามแฮนด์ ลงมาบนพื้นอย่างแรง อาการบาดเจ็บแผลถลอกตามแขนขา อาการบาดเจ็บที่ซี่โครงและคางแตก ยังไม่หนักเท่ากับนิ้วหักจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งทำให้โอเฟรโด้ แทนที่จะได้จักรยานสำรองไปเปลี่ยน กลับกลายเป็นต้องกลับไปจบที่โรงพยาบาลและฟังวิทยุรายงานการแข่ง ซึ่งในวิทยุก็เป็นข่าวร้ายของทีม เอฟดีเจ ในปีนั้น เมื่อตัววางหลักของทีม ก็ประสบอุบัติเหตุล้มลงที่ระยะอีก 60 กม. จะถึงเส้นชัยเช่นกัน

ไม่บ่อยที่เราจะเห็นนักปั่นอาชีพล้มด้วยภาพแบบนี้ นั่นสอนให้รู้ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด มาดโปรยังรู้พลั้ง ประสาอะไรกับนักปั่นบ้านๆอย่างเราล่ะครับ? พึงมองข้างหน้าเอาไว้ ระมัดระวังตัว อย่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตาเกาะล้อหน้ามุดหัวหมายปั้นเอวีงามๆกันอยู่ เพราะถ้าซี่โครงเจ็บ คางแตก นิ้วหัก นอกจากจะต้องบากหน้ากลับไปหา ผบ. ที่บ้าน อาจต้องเอาเหตุผลไปบอกกับเจ้านายที่ทำงานว่าไปทำอะไรมา!



อันดับที่ 4
จอห์น ลี ออกัสติน ตกเขาในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 2008

ในการแข่งจักรยานที่เราชมกันมา ช็อตที่สนุกและตื่นเต้นปนหวาดเสียวของทุกๆครั้งหนึ่งในนั้นคือช่วงเวลาของการลงเขา ซึ่งในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ปี 2008 ในขณะที่กำลังเข้มข้นกันอยู่ นักแข่ง จอห์น ลี ออกัสติน ผู้ซึ่งข้ามเขาลูกสุดท้ายไปได้เป็นอันดับแรก กำลังดิ่งลงเขาระยะ 23 กม. พร้อมๆกับกลุ่มนักแข่งชั้นนำของโลกที่ไม่ห่างกันนัก แต่เพียงชั่ววินาทีเดียวที่ออกัสติน เกิดผิดพลาดเลือกใช้ความเร็วเข้าโค้งอันตรายผิดไปนิดเดียว พาเอาเค้าต้องร่วงหล่นลงไปในหุบเขาชันลึกหลายร้อยฟิต เดชะบุญที่ตัวเค้าหล่นลงไปเพียง 20-30 เมตร ส่วนจักรยานนั้นร่วงลงไปนอนกองอยู๋กับกองกรวดหินเบื้องล่างเป็นที่เรียบร้อย แต่ออกัสตินวัย 22 ปี ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เค้ากลับปีนขึ้นมายืนรอจักรยานสำรองและมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับที่ 35 ของวันนั้น ห่างจากผู้ชนะเสตจเพียงราวๆ 5 นาทีเท่านั้น

ในบ้านเรามีข่าวนักปั่นสาวลงเขา ตกเขาเสียชีวิตผ่านมาไม่นานมานี้ เคสของออกัสตินก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องของความโชคดีด้วย เพราะหากผิดพลาดเพียงนิดเดียว เค้าอาจต้องลงไปนอนจมอยู่ในหุบเขาลึก ไม่เพียงแต่ต้องออกจากการแข่งขัน อาจได้ไปพบกับพญายมแทนเลยก็เป็นได้ แต่สิ่งที่ต้องเคารพในใจของนักปั่นอาชีพเหล่านี้คือ หัวจิตหัวใจที่แกร่งเกินคน เป็นพวกเรา เจอกับเหตุกาณ์แบบนี้ อย่าว่าแต่จบอันดับที่ 35 เลยครับ จะมีแรงก้าวขาขึ้นคร่อมจกรยานปั่นต่ออีกหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เฉียดตายมาเพียงคืบเท่านั้น



อันดับที่ 3
มาร์คัส เบอร์คาร์ต ชนกับเจ้าหมา ในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 2007

ถ้าให้เลือกว่าช็อตไหนดังที่สุดและติดตาที่สุด ผมเลือกเคสนี้ครับ แต่น่าเสียดายว่าอาจแพ้ความ "ยิ่งใหญ่" ไปบ้าง แต่รับรองว่าภาพแบบนี้ ไม่ใช่จะพบกันได้ง่ายๆ เมื่อ มาร์คัส เบอร์การ์ต ทีมที-โมบาย เกิดดวงสมพงษ์กับเจ้าตูบลาบาดอร์ ถึงขนาดว่า พุ่งเข้าหากันจังๆระหว่างการแข่งขันเสตจที่ 8 ของ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ปี 2007 แต่งานนี้ไม่มีใครต้องเจ็บหนัง เพราะทั้งหมา ทั้งคน ปลอดภัยดีทั้งคู่ เหยื่อเคราะห์ร้ายของงานนี้คือ ล้อหน้าตัวโปรโตไทป์ยี่ห้อหนึ่งที่พับเป็นขนมเบื้องไปเลยงานนี้พิสูจน์ว่า หมากับจักรยาน ใครแข็งกว่ากัน!

และกรณีชนหมา อาจพบได้ยากในการแข่งอาชีพทั่วๆไป แต่เป็นเรื่องง่ายสำหรับบ้านเรา เพราะเมืองพุทธอย่างเรามีเจ้าตูบอยู๋เต็มไปหมด ทั้งนอนเล่นข้างทาง หรือมาร่วมเข้ากลุ่มเปโลตองวิ่งกวดมาแบบมัตรภาพ มีบางครั้งที่ได้ข่าวว่ามีหมาที่น่าจะเรียกว่าซุ่มซ่ามพอที่จะมาอยู่ขวางทางล้อหน้าของนักปั่นส่งผลให้เทกระจาดลงไปกันเป็นฝูงมาแล้ว แน่ล่ะครับ เอาแน่เอานอนไม่ได้ เค้าว่าอย่าไว้ใจสัตว์หน้าขน



อันดับที่ 2
แลนซ์ อาร์มสตรอง ล้มในตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ปี 2003

ในปี 2003 เป็นปีที่ แลนซ์ อาร์มสตอรง ขับเคี่ยวกับ แยน อูริค อย่างสนุกสนาน ถึงอกถึงใจคนดูมาก แต่แล้ววินาทีที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อแลนซ์ เกิดไปเกี่ยวกับคนดูที่ยื่นออกมาจากรั้วกั้นด้านข้างทำให้จู่ๆก็ร่วงล้มลงไปแบบกระทันหัน แต่ด้วยการตอบสนองที่ว่องไว เค้าสามารถกลับมาขึ้นบนจักรยานและรีบกลับเข้าสู่การแข่งขันได้อีกครั้ง ชาตะโชคร้ายยังไม่จบเพียงเท่านั้น เหมือนสวรรค์จะเป็นใจ ฟ้ามีตา ลงโทษฮีโร่ผุ้ปิดบังการโด๊ปต่อโลกให้เค้าเกือบล้มอีกครั้งเมื่อบันไดคลิปมีปัญหา เท้าหลุดออกมาในขณะที่กำลังออกแรงโยกขึ้นเขา ทำเอาเกือบหน้าทิ่มลงพื้นไปอีกรอบ แต่แรงฟ้าหรือจะสู้แรงโด๊ปไปได้ เมื่ออะดรีนาลีนพรั่งพรูรวมกับเม็ดเลือดแดงที่ได้มาจากการทำ EPO ส่งผลให้แลนซ์ นอกจากกลับมาู่การแข่งขัน ยังสามารถหนีทำเวลาออกไปจากอริคได้อีกด้วย

ช็อตนี้ต้องยกให้เป็นช็อตคลาสสิคของการดวลกันบนเขา ที่มีทั้งการรุกไล่ ล้ม และอุปสรรค ยุคนั้นแฟนๆของแลนซ์ต่างสะใจที่ได้เห็นฮีโร่ในดวงใจ สู้จนหยดสุดท้าย ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา อย่างไรก็ดี เรื่องราวการโด๊ปกลับทำให้ชายผู้นี้เปลี่ยนจากไอด้อลของทุกคน กลายเป็นตัวโกงอันแสนชั่วร้ายไปได้ในภายหลัง แต่โด๊ปก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องซ้อมนะครับ เมื่อกลับไปชมการเชือดเฉือนของยุคนั้น ก็ยังต้องยอมรับว่าสนุกและตื่นเต้น สีสันบางอย่างพบไม่ได้อีกแล้วในเกมส์จักรยานยุคปัจจุบัน



และสุดท้ายอันดับที่ 1 ของการล้มสุดบรรลืโลก ผมขอยกให้ช็อตนี้ครับ เป็นอื่นอีกไม่ได้จรีงๆ
คริส ฟรูม ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 2016

อีก 10 ปี ช็อตนี้ก็จะยังคงเป็นที่กล่าวถึง และน่าจะกลายเป็นหนึ่งในบันทึกของการแข่งจักรยานของโลกเราตราบนานเท่านั้น เมื่อการแข่งขันเสตจสำคัญบนยอดของ มองต์ วองตู ภูเขาสำคัญของรายการใหญ่ของโลก ที่จำต้องย้ายเส้นชัยลงมาเพื่อลดความเสี่ยงจากกระแสลมแรงบนยอดเขาที่พัดด้วยความเร็วกว่าร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้กองเชียร์มาอัดกันอยู่อย่างหนาแน่น และเมื่อมีกองเชียร์ที่ทั้งเซ่อและบ้าบิ่นพยายามอยากออกทีวีมีส่วนร่วมกับนักแข่ง วิ่งนำ วิ่งล้อมหน้าล้อมหลังทั้งนักแข่งและจักรยานยนต์นำ เกิดพลาดท่าเสียหลักล้มลง ส่งผลให้จักรยานยนต์นำกลุ่มผู้นำสำคัญอันได้แก่่ ริชชี่ พอร์ท, บอเก้ โมเลม่า และคริส ฟรูม ต้องอัดก็อปปี้เข้าอย่างจัง ฟรูมนั้นโชคร้ายที่สุดเมื่อมีจักรยานยนต์ตามมาเยียบเอาพินาเรลโล่ ด็อกม่า เอฟเอท ของเค้าพังไปคาล้อ ส่งผลให้ไม่สามารถหาจักรยานมาแทนได้ในเวลานั้น ทางด้านโมเลม่า ได้ฉวยจังหวะนั้นคว้าจักรยานของตนทำเวลาหนีห่างออกไปได้แล้ว

สิ่งที่ตามมาช็อคชาวโลกเมื่อฟรูมตัดสินใจออกวิ่งขึ้นเขาไปแบบไม่คิดชีวิต ก่อนจะได้จักรยานสำรองจากการแข่ง ซึ่งก็เกิดปัญหาใช้ไม่ได้เนื่องจากบันไดคนละแบบอีก กว่าจะได้จักรยานที่ใช้ได้จริงๆก็เสียเวลาไปนานโข เล่นเอาโลกและแฟนๆอึ้งกันไปกับชะตากรรมกันแสนโหดร้าย ก่อนที่ผู้จัดจะประกาศให้เวลาเป็นกลางกับทุกๆคนที่ประสบเหตุในวันนั้น และต่อมาจบการแข่งด้วยชัยชนะครั้งที่ 3 ของคริส ฟรูม นักปั่นจอมถึง ขาโหดของแฟนๆได้สะใจไปตามๆกัน



ยังมีการล้มอีกหลายๆครั้งที่น่าจดจำ เอาไว้จะรวบรวมกันมาใหม่นะครับ ทั้งล้มเพราะโดนรถเบียดตกถนน ล้มเพราะลมแรงหอบปลิวเอาดื้อๆ หรือล้มเพราะแฟนๆออกมายืนถ่ายรูปขวางหน้าแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากฝากเพื่อนนักปั่นเอาไว้คือ อย่าประมาท อะไรก็เกิดขึ้นได้ คำว่าเสี่ยงของแต่ละท่านไม่เท่ากัน อยู่ที่ปัจจัยแวดล้อมจะเข้ามา ที่สำคัญ ของแบบนี้บางทีก็ต้องโทษไปที่ ...ดวง ...[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 986148.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
wongmano
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 50
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2014, 17:44
Tel: 0835786567
team: Thumdee desigh cycling team
Bike: Bianchi Sempre pro

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย wongmano »

ขอบคุณมาก ครับ ได้ความรู้
รูปประจำตัวสมาชิก
ethylalc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 628
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 19:59
Bike: Specialized E5 2015
ตำแหน่ง: onnut bkk

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย ethylalc »

นาทีที่ 3:18 ครับมึนมากเลยอยู่ดีดีก็ล้มกัน *0*
https://www.youtube.com/watch?v=0ppQA4GPIdQ
รูปประจำตัวสมาชิก
numvitamilkchiangmai
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1671
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2010, 18:42
Tel: 0801266977
team: ไวตามิ้ลค์ เชียงใหม่
Bike: Specialized Chisel 29er

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย numvitamilkchiangmai »

ขอบคุณครับ :D :D :D
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย giro »

ethylalc เขียน:นาทีที่ 3:18 ครับมึนมากเลยอยู่ดีดีก็ล้มกัน *0*
https://www.youtube.com/watch?v=0ppQA4GPIdQ
สปอนเซอร์บนพื้นเป็นเหตุครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย Paxxa »

ปี 2003 นี่เขายังไม่มีกันน้อคใส่แข่งขันเลยนะเนี่ย
nopparat2510
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 849
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2014, 12:43
team: --
Bike: Fuji3.0 , Eddy mercxk
ตำแหน่ง: เพชรเกษม 63

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย nopparat2510 »

ขอถือโอกาสถามความเห็นคุณ GIRO เลยครับ เคยมีกะทู้เกี่ยวกับท่าล้มในฝัน คือ เก็บคอ งอเข่า เท้าชิด คุณว่าในชั่วพริบตาก่อนลงพื้นมันทำกันได้จริงหรือ YOU TUBE ที่ดู เป็นการเตี๊ยมกันเห็น ๆ ส่วนอุบัติเหตุรายการแข่งระดับโลก หรืออุบัติเหตุแข่งระดับรองผมไม่เคยเห็นนักปั่นคนไหน ล้มในท่าเซฟได้สักราย มีแต่ เอามือยันพื้นผ่อนแรงกระแทก ซึ่ง ในคำแนะนำที่ผมคิดว่าไม่เข้าท่าจะบอกว่าอย่าทำ จะทำให้ข้อมือหัก ให้ล้มด้วยท่าในอุดมคติ
ผมคิดว่าในข้อคิดเห็นของคุณต้องมีผลต่อ สมาชิกที่สนใจอ่านไม่น้อย จะได้มีมุมมองในการเซฟตัวเองที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเสือหมอบ ท่านั่งมันก็ยิ่งไม่เอื้อต่อท่าล้มในฝันเป็นอย่างยิ่ง ผมเคยล้มรอดจากหนักเป็นเบาก็ด้วยการใช้มือรองรับก่อนกระแทกพื้น ความเร็ว35+ ลักษณะแขนลงพื้นคล้ายโช๊คอัพ ก็แค่หมูแดงข้อศอก เข่าเล็กน้อย
mazzazo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 246
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2012, 18:57
team: Audax Independent
Bike: BH Quartz 2015

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย mazzazo »

รบกวนคุณ Giro แก้ตรงนี้นิดนะครับ

>>ตัวสำคัญของทีม ในระดับ "ไพร่ตาย"<<

ขอรบกวนแก้เป็น ไพ่ตาย นะครับ

ผมอ่านแล้วมันสะดุ้งๆ ยังไงไม่รู้
รูปประจำตัวสมาชิก
liwan
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 570
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2009, 16:41
team: Alone
Bike: Bianchi Attivo/ Missile stout/Specialized Sirrus

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย liwan »

อันนี้ ก็น่าเป็น ตำนาน เหมือนกันนะ
12td07.gif
12td07.gif (838.5 KiB) เข้าดูแล้ว 6124 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ethylalc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 628
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 19:59
Bike: Specialized E5 2015
ตำแหน่ง: onnut bkk

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย ethylalc »

nopparat2510 เขียน:ขอถือโอกาสถามความเห็นคุณ GIRO เลยครับ เคยมีกะทู้เกี่ยวกับท่าล้มในฝัน คือ เก็บคอ งอเข่า เท้าชิด คุณว่าในชั่วพริบตาก่อนลงพื้นมันทำกันได้จริงหรือ YOU TUBE ที่ดู เป็นการเตี๊ยมกันเห็น ๆ ส่วนอุบัติเหตุรายการแข่งระดับโลก หรืออุบัติเหตุแข่งระดับรองผมไม่เคยเห็นนักปั่นคนไหน ล้มในท่าเซฟได้สักราย มีแต่ เอามือยันพื้นผ่อนแรงกระแทก ซึ่ง ในคำแนะนำที่ผมคิดว่าไม่เข้าท่าจะบอกว่าอย่าทำ จะทำให้ข้อมือหัก ให้ล้มด้วยท่าในอุดมคติ
ผมคิดว่าในข้อคิดเห็นของคุณต้องมีผลต่อ สมาชิกที่สนใจอ่านไม่น้อย จะได้มีมุมมองในการเซฟตัวเองที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเสือหมอบ ท่านั่งมันก็ยิ่งไม่เอื้อต่อท่าล้มในฝันเป็นอย่างยิ่ง ผมเคยล้มรอดจากหนักเป็นเบาก็ด้วยการใช้มือรองรับก่อนกระแทกพื้น ความเร็ว35+ ลักษณะแขนลงพื้นคล้ายโช๊คอัพ ก็แค่หมูแดงข้อศอก เข่าเล็กน้อย
ถ้าจะล้มแบบให้เซฟกันที่สุดเป็นปกติกันง่ายที่สุดคงต้องไปฝึกยูโดครับ
เพราะต้องมีการฝึกโดนจับทุ่ม ให้ลงพื้นได้อย่างปลอดภัยอยู่ตลอดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด
และคนที่ฝึกยูโดมา เขามักจะไม่ตกใจเมื่อมีการเสียหลักหรือลื่นล้มใด เพราะจังหวะโดนทุ่มมันไวกว่าเยอะ
อย่างนักฟุตบอลที่ล้มกันเป็นปกติ โดนขัดขาจนตัวลอยหรือที่เรียกว่าพุ่งล้มจังหวะกระแทกพื้นก็ไม่มีใครเอามือยันพื้นนะ
เพราะเขาฝึกที่จะล้มมา ที่คุณบอกว่าแม้แต่โปรก็ยังล้มกันได้ไม่เซฟ ก็คงเป็นเพราะเขาไม่ได้ฝึกล้มมาหรอกครับ
บางทีการรู้หลักการแต่ไม่ได้ฝึกฝนมันก็ทำไม่ได้หล่ะครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย giro »

เดี๋ยวแก้"ไหร่ตาย"ครับขอประทานโทษด้วย ผมไม่มีเจตนาจะลากนำเข้าไปสู๋เนื้อหาการเมืองการปกครองแต่อย่างไร ไพร่ตาย อำมาตย์รอด อำนาจมั่นคง ไพร่คึกคะนอง หนุนอำนาจ อำมาตย์ใช้เป็น ...เอ้าจบๆๆๆ เดี๋ยวโดนเรียกไปปรับทัศนคติ



เรื่องหมวก... uci บังคับเรื่องหมวกมาตลอดครับ แต่นักแข่ง "ประท้วง" ให้เหตุผลว่าหมวกมันร้อน และบนเขามันไม่ค่อยมีลม มันร้อน ไม่ใส่(โว้ย) ก็เลยต้องหยวนๆกันไป ทีนี้กรรมไปตกที่ไหน? ตกที่บริษัทหมวกสิครับ เพราะมันกลายเป็นสร้างความรู้สึกว่า โปรต้องเท่ห์ที่ไม่ใส่หมวก (โปรยุคเก่าก็คิดแบบนั้นจริงๆครับ ขึ้นเขา จะล้มหัวฟาดกันซักเท่าไหร่ ขี่ก็เก่ง คุมรถอยู่ ล้มก็เป็น) แถมหมวกร้อนยิ่งถูกตอกย้ำว่ามันร้อน ต่อมา uci และค่ายหมวกช่วยกันดัน ฝ่ายบังคับก็เข้มแข็ง ฝ่ายผลิตก็พยายามเอาใขนักแข่ง สำหรับผมมองว่ามันคือเรื่องของเงินชัดๆครับ ค่ายหมวกลงทุนควักเงินจ้างนักแข่งว่า "เวลาขขึ้นเขาห้ามถอดหมวกนี้นะ" แล้วก็บอกว่าหมวกนี้เย็นมากๆ ใส่ขึ้นเขาได้สบายๆเหงื่อไม่ท่วม เท่านั้นแหละ ขายดีไปเลย และก็กลายเป็นเรื่องปกติไป uci ก็กวดขันเรืองหมวกด้วย จึงจบยุคไต่เขาคาดแว่น หรือโพกหัวไปเพียงตรงนั้น แต่...ต่อมาก็กลับมาใส่หมวกแอโร่ฯ ทนร้อนขึ้นเขากันได้เนอะ ...เงินครับเงินเรื่องนี้

กติกาสมัยนั้นคือ บนเขาถอดได้ เสตจจบเส้นชัยบนเขาถอดโยนไว้ได้เลย เสตจปกติ ทางราบ อย่างน้อยระยะเท่าไหร่ๆต้องใส่หมวก หน้าเส้นต้องใส่แน่นอน ลงเขามีสต๊าฟเอาหมวกไปให้บนยอดเขา ใส่แล้วลงเขามา พอขึ้นเขาก็เก็บอีก เก็บมีทั้งโยนไว้ หรือฝากเพื่อในทีมไปโยนใส่รถ สมัยนี้ก็ยังพอเห็นแบบคล้ายๆกันคือ บนทางราบความเร็วสูงลมแรงใส่หมวกรุ่นนึง พอจะขึ้นเขา มีเพื่อนขนหมวกมาเปลี่ยน หรือลงไปเปลี่ยนที่รถทีมให้ก็ได้ แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมว่าเจตนาถอดเพื่อความสบายหรือถอดเปลี่ยนครับ โทษมีระบุเอาไว้ชัดเจน

อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรื่องหมวกมันเข้มแข็งคือการบาดเจ็บหนักจากอุบัติเหตุของนักแข่งด้วยครับ เหมือนกับว่ามาเสริมกันทุกปัจจัยพอดีๆ ส่วนตัวผมมองว่ามาแค่ปัจจัยเดียวเช่น uci เข้มงวด หรือมีเหตุโศก หรือค่ายหมวกอยากยัดตลาด อาจไปไม่รอด แต่พอมาหนุนพร้อมกัน ก็สวยงามตามท้องเรื่องจนทุกวันนี้นั่นเอง



เรื่องล้ม อันนี้ต้องเรียนว่า มันต้องอยู๋ที่เหตุและวาระแห่งกรรมนั้นด้วยครับ
แต่โดยทฤษฏีแล้ว การเอามือยัน มันส่งผลร้าย (มีโอกาส)ได้มากกว่าดีครับ ไล่มาตั้งแต่นิ้ว ข้อมือ ไปจนยันไว้ ไม่กระแทก มือไม่เป็นอะไร แต่มาป๊อกที่ไหก็มีนะครับ ส่วนมากการล้มความเร็วสุงๆ มักไม่หนักอย่างที่คิดเพราะมันจะไปในเชิง"ไถล"ไปมากกว่า ล้มที่ความเร็วกลางๆจะหนักกว่าโดยเฉพาะกับคนที่่างกายหนักหน่อย มีพี่ที่เคยล้ม ความเร็วแค่ 30 เอาแขนยัน ไหหักครับ หรือไม่นานมีนี้ ก็มีเฮียท่านหนึ่งแขนหนักจากการเอาแขนยันเช่นกัน

การล้มโดยมากพยายามให้ร่างกายส่วนหนาลงพื้นมากกว่า ซึ่งเห็นจากโปร"ส่วนใหญ่" เวลาล้มก็ประมาณนั้นครับ สังเกตุรอยแผลดีๆ จะเป็นที่ศอก ไหล่ สะโพก ก้น สีข้าง เข่า มากกว่าซึ่งเกิดจากการพยายามไม่เอา "ระยางค์" ลงไปรับแรงกระแทกก่อน ผมเคยเจ็บจนข้อต่อนิ้วชี้มีปัญหาก็เพราะเอามือยันนี่แหละ ไม่ได้ยันรับน้ำหนักด้วย แต่ยันแบบ พุ่งล้มม้วนตัวแบบยูโดเลยด้วยครับ สวยงามมาก บินข้ามแฮนด์ไป มือวางม้วนตัวหนึ่งรอบ รถติดเท้าลอยข้ามเห็นเป็นภาพ slow motion กระแทกพื้นหลุดกระเด็นไป 15 เมตร นอนนิ่ง สรุปคือ มันแรงกว่าแรงที่โดนทุ่มมาก ส่งผลให้จังหวะถ่ายแรงมันเร็วไม่พอ แรงไปส่งที่นิ้วนึง เจ็บไปเป็นเดือนครับ และข้อนั้นทุกวันนี้ก็ไม่ปกติ

ดังนั้น ถามผมว่า ถึงเวลาใช้ได้มั้ย? ชื่อมันก็บอกอยู๋แล้วว่าคือ อุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเหตุ ที่อุบัติขึ้นมาทันที มีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง ถึงตอนนั้นอาจเรียกมาใช้ได้หรือไม่ได้ก็ได้ แต่ทั้งนี้ การฝึกหัดเอาไว้บ้าง มันช่วยได้ดีกว่าการไม่รู็ ไม่เรียน ไม่ฝึกเลยครับ การฝึกมันก็มีหลายอย่างครับ ฝึกจากของจริง ผมเชื่อว่าโปรพวกนี้ ฝึกจากของจริง คือล้มอย่างบ่อย ล้มจนชิน(มั้ง) และเรียนรู้ อย่างเคสแรกสุด นิ้วหัก เห็นชัดๆครับว่าเอามือไปรับแรงกระแทกด้วย ต่อด้วยคาง และสีข้าง แต่เคสนั้นมันสุดๆครับ พุ่งเข้าหาป้ายบอกทางเฉยเลย มันคงเลือกท่าลงไม่ได้ล่ะครับ สุดจะทำอะไรได้

สิ่งที่ต้องระวังก็คือการยันรับน้ำหนัก หรือการเอาไหล่ลงกระแทกก่อน ไหล่เราหนาจริงแต่แรงมันถ่ายไปถึงไหปลาร้าครับ แต่สัญชาติญาณคนเรา ถ้าหน้าจะลงพื้นก่อน อย่างไรเสีย มือ แขน มันก็ไปครับ อยู่ที่จะมีผ่อนหนักเบาอย่างไร การทำแขนเป็นโช็ค หรือการรีดแขนไปตามแรงเหมือนยูโดก็เป็นทางออกที่ผ่อนแรงกระแทกได้บ้าง จริงๆหลักการมันง่ายๆ(แต่ทำยาก) คืออย่าให้แรงกระแทกนั้นรวมอยู่ที่จุดเดียว ขยายพื้นที่รับแรงไปให้กว้างๆ จะลดอาการบาดเจ็บหนักได้มากกว่า



เล่าต่อเลยครับ ทีมสาวๆที่จับมาหัดแข่งจักรยาน พบว่า 5 คน ร้อยละ 100% พอลองให้ล้มกันดู ครั้งแรก"ทุกคน" พยายามเอามือยันพื้น เอาข่าลงรองตัวเองไว้ หรือเอาข้อศอกลงไปยันตัวเองไว้ก่อน ซึ่งมันน่ากลัวมากๆ อย่างน้อยที่ความเร็วสุงๆเวลาล้มทำให้ตัวเองหนาๆ ไปตามแรง แล้วไหลครูดไป อย่างดีก็ถลอก ดีกว่าหัก น้องคนหนึ่งเคยล้มมาตั้งแต่ปีใหม่(ต้นปี) ศอกแตก เพราะศอกลงพื้น ต้องผ่าตัดใส่เหล็ก มาขี่ได้อีกไม่กี่เดือน ก็ต้องไปผ่าเอาเหล็กออก ตอนนี้พักฟื้น อีกสักพักกว่าจะกลับมาขี่ได้ใหม่อีกครั้ง กลายเป็นปีที่ขี่น้อยมากๆ จากความโชคร้ายเพียงเสี้ยววินาทีเดียว(ของรถที่วิ่งสวนมา ทำเอาต้องพุ่งลงข้างทาง)

ตลอดปีที่ผ่านมา ผมได้เจอเคสแขนหัก ไหหัก ถึงจะไม่ได้กับตา แต่ก็ผ่านพบไม่ห่างจากเวลาเกิดเหตุทั้งในทางปั่นและทริปหรือการแข่งมาราว 3 เคส ทุกเคส เกิดจาก ไหล่อัดลงพื้น แขนยัน ทั้งสิ้นเลยครับ เราคงต้องแยกแยะประเด็นวิธีการล้มในสถานการณ์ต่างๆ ความเร็วต่างๆกันไปครับ บินข้ามแฮนด์ อย่างไรก็ต้องเลือกไม่มือก็หน้าจะลงก่อน แต่จะเอาระยางค์ลงอย่างไรให้ไม่เจ็บ อันนี้สิสำคัญกว่า กรณีซื่อเกินไปไม่เอามือยันแล้วหน้าลง จนเสียโฉม ฟันหัก ปากฉีก ก็มีมาแล้ว (ผมว่าคนล้มไม่ได้เจตนาแบบนั้นครับ แต่มันสุดวิสัยจริงๆ แก้ไม่ทัน) เคยถามโปรว่าเคยเรียนรู็การล้มมั้ย? เค้าบอกว่า ... ไม่เคย ล้ม และเห็นการล้มก็ชิน ร่างกายตอบสนองไปเอง อย่างไรก็ดี ...

โปรเจ็บหนักๆก็มีเยอะแยะครับ ซี่โครงร้าว กระดูกสันหลังร้าว สะโพกแตก เข่าแตก แขนหัก ขาหัก นิ้วหัก ไหแตก เยอะแยะไปหมดในหนึ่งปี จักรยานก็คือกีฬาความเร็ว ที่มีสิ่งป้องกันแค่หมวกกับฝ้ายืดบางๆ จากนั้นเป็นเนื้อหนังและกระดูกกับพื้นแข็ง
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: 5 ล้มในตำนาน จักรยานอาชีพ

โพสต์ โดย thaicom »

ขอบคุณคร้าบที่นำเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง :D
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”