สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
visual3dmax
- ขาประจำ
- โพสต์: 1346
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2014, 11:44
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
เอาช่วงทดรอบมาให้ดูครับ จะเกียใหนก่ช่างแต่ผมชอบรอบขา 90 รอบ 100 สำหรับผม มันโหลดหัวใจไปเลยไม่ชอบ แต่ถ้าจะใช้ตอน เมื่อยๆขา จะอัด 100 ซัก 2-3 นาทีไล่เมื่อยขา แค่นั้นครับ
**ปล.ผมตามดูดนะครับไม่ลากเลย ผมขาออ่น 50/11 รอบขา 90 นี่ใช้เฉพาะ 3km สุดท้ายก่อนถึงสะพานเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ทั้งรอบสนามฟ้า ผมปั่น 50/11 90 รอบ เลยยากได้ 52 เพื่อเบาหัวใจ**

- ไฟล์แนบ
-
- aa.jpg (198.01 KiB) เข้าดูแล้ว 361 ครั้ง
-
kob1234
- ขาประจำ
- โพสต์: 344
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2015, 13:28
- Tel: 0945599693
- ติดต่อ:
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
อธิบายเห็นภาพเลยครับ ผมก็ไปปั่นสกายเลน์ ใช้จาน 50 กับ 53 ต่างกันครับ 53 การเต้นของหัวใจน้อยกว่า รอบขาเท่ากัน 53 ก็ไปได้เร็วกว่า แล้วหากไปปั่นต่างจังหวัด ทางราบสลับเขา จาน50 ไปได้ดีกว่า 53 เพราะน้ำหนักจาน 53 มากกว่า แต่เราก็มีทางออกโดยการใช้เฟืองหลังช่วย ความแตกต่างก็น้อยลง บ้างvisual3dmax เขียน:เอาช่วงทดรอบมาให้ดูครับ จะเกียใหนก่ช่างแต่ผมชอบรอบขา 90 รอบ 100 สำหรับผม มันโหลดหัวใจไปเลยไม่ชอบ แต่ถ้าจะใช้ตอน เมื่อยๆขา จะอัด 100 ซัก 2-3 นาทีไล่เมื่อยขา แค่นั้นครับ**ปล.ผมตามดูดนะครับไม่ลากเลย ผมขาออ่น 50/11 รอบขา 90 นี่ใช้เฉพาะ 3km สุดท้ายก่อนถึงสะพานเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ทั้งรอบสนามฟ้า ผมปั่น 50/11 90 รอบ เลยยากได้ 52 เพื่อเบาหัวใจ**
![]()
วิธีปราบผยศ 53 ก็ต้องปั่นแต่ 53 ใส่ยาง 28 ปั่นล้ออลูขอบ35 ปั่นเส้นทางที่เป็นราบสลับเขา ซ้อมจังหวะเปลี่ยนเกียร์หนักขึ้นที่100รอบ เปลี่ยนเกียรเบาที่85 สำคัญสุดต้องซ้อมทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง หรือระยะทาง40 กิโลต่อวัน ซ้อมเดี่ยวนะครับ หากซ้อมกลุ่มก็ต้องเป็นหัวลาก แล้วเสาร์อาทิตย์ ก็ใส่ล้อคาร์บอน ยาง25 ปั่น จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน แล้วคุณจะหลงรักจาน53
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
อัตราทดเกียร์ มีเอาไว้ "ทดแรง" ครับไม่ได้เอาไว้ "ออกแรง"
กรณีที่ไม่พอ เช่นโปรขยายจานหน้า 55t พวกนั้นคือ "แรงบิด" เหลือ รอบมันไปสุดจนเกินจุดประสิทธิผลไปแล้ว ทางออกคือเพิ่มจานให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มีแรงบิดได้มากขึ้น มันก็คือการใช้อัตราทดนำกำลังออกมาขับเคลื่อนได้อย่างดีที่สุด
ในทางกลับกัน แรงบิดไม่พอ ไม่ไหว ก็ใช้อัตราทดเบาลงมาชดเชย ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับรอบขาที่ใช้ในการปั่นด้วย อาจสร้างกำลังวัตต์ได้เท่ากัน แต่แรงบิดจะแตกต่างกันไปตามรอบขาที่ใช้ครับ
อยากให้มองอย่างนี้มากกว่าครับ ถ้าทางราบกด 53 เฟือง 11 ไม่ได้ แทบไม่ได้ใช้เลย อันนั้นเรื่องหนึ่ง แต่ในการปั่นจะได้ใช้หรือไม่? ไปทริปทางไหนมีลงเขายาวๆหรือเปล่า? ไปลงงานแข่งที่ใส่กันยับเวลาลงเขายื้อกันยาวเหนียดมั้ย?? ถึงทางราบไม่ได้ใช้ แต่ถ้าเจอสถานการณ์แบบนั้น อย่างไรก็ต้องใช้จานใบใหญ่กับเฟือง 11 ครับ ถึงตอนนั้นต่อให้แรงไม่พอก็ได้กด
แต่โดยมาก มันแทบจะไม่ได้ใช้เลย แล้วต้องมาแบกภาระใช้จาน 39 ให้พจญวิบากกรรมบนเขา ดังนั้นทางออกจึงมาที่ 50/34 ครับ
แต่จาน 50 ถ้าเจอสถานการณ์ด้านบนๆล่ะก็ มีอ้วกครับ ซอยยิกเป็นลิงเต้นบนถ่านไฟเลย บางทีซอยสุดขีดก็ยังตามไม่ทัน เพราะทางลงซืมๆยาวๆ ตรงๆ ผมเจอลากกัน 70 เป็นนาทีๆ มาแล้ว (มันส์มาก) ดังนั้นจึงมาจบลงที่ความนิยม 52/36 เป็นตรงกลาง ซึ่งแต่ก่อนผมใช้ 53/36 ซึ่งใช้งานได้โอเคครับ เปลี่ยนได้แต่ต้องตั้งแบบดีๆหน่อยและรู้กันระหว่างรถกับคนขี่ ไม่งั้นเปลี่ยนทีมีวืดเอาไม่ยาก หรือเจอบางท่าน 52/34 บอกว่าใช้ได้ดีไม่เห็นเป็นไร อันนี้ก็แล้วแต่ครับ แต่ตามทฤษฏี ผู้ผลิตบอกว่า ความต่างมากสุดที่ทำให้จานหน้ายังใช้างนได้เหมาะสมกับที่ออกแบบมาคือ ห่างกันไม่เกิน 16 ฟันครับ(50-34=16, 52-36=16, 53-39=14, 55-39=16) และหากยิ่งน้อยก็จะยิ่งเปลี่ยนได้เร็ว นิ่ม ไว ขึ้นด้วย
สรุปครับ อย่าคิดว่า"เกียร์" คือเอาไว้เพิ่มความเร็วครับ ไม่เกี่ยวเลย คิดแค่ว่า เราต้องการมันในสถานการณ์ไหนบ้างก็พอครับ
ด้วยประการเช่นนี้ ค่ายชุดขับจึง"พยายาม" ทำให้สามารถใส่เฟืองหลังได้ใหญ่ขึ้นไงครับ การที่เพิ่มจำนวนเฟืองก็เป็นเรื่องหนึ่งเพราะสามารถเรียงเฟืองให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนเทคโนโลยีตีนผีมากนัก ตอนนี้ก็สามารถใช้เฟือง 28 (11-28)เป็นมาตรฐานแล้ว (ก่อนนี้เป็น 11-25) ซึ่งทาง Sram ก็ได้ออกแบบ wi-fly มารองรับได้ถึง 32 (ตามเสป็ค) และ shimano มีขายาวมารองรับได้ที่ 32 (ตามเสป็คเช่นกัน) แต่ปีหน้าสำหรับ 9100 ตีนผีมาตรฐานรองรับไปได้ที่ 30 ฟัน เพราะช่วยให้ยังสามารถใช้ 53/39 ได้โดยไม่นรกบนเขา และ 52/36 ในอัตราทดที่ใกล้เคียงกับจานคอมแพ็ค
แต่เสือหมอบยังไม่พบว่ามีการใช้เฟืองเล็กกว่า 11 เข้ามาในมาตรฐานครับ
กรณีที่ไม่พอ เช่นโปรขยายจานหน้า 55t พวกนั้นคือ "แรงบิด" เหลือ รอบมันไปสุดจนเกินจุดประสิทธิผลไปแล้ว ทางออกคือเพิ่มจานให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มีแรงบิดได้มากขึ้น มันก็คือการใช้อัตราทดนำกำลังออกมาขับเคลื่อนได้อย่างดีที่สุด
ในทางกลับกัน แรงบิดไม่พอ ไม่ไหว ก็ใช้อัตราทดเบาลงมาชดเชย ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับรอบขาที่ใช้ในการปั่นด้วย อาจสร้างกำลังวัตต์ได้เท่ากัน แต่แรงบิดจะแตกต่างกันไปตามรอบขาที่ใช้ครับ
อยากให้มองอย่างนี้มากกว่าครับ ถ้าทางราบกด 53 เฟือง 11 ไม่ได้ แทบไม่ได้ใช้เลย อันนั้นเรื่องหนึ่ง แต่ในการปั่นจะได้ใช้หรือไม่? ไปทริปทางไหนมีลงเขายาวๆหรือเปล่า? ไปลงงานแข่งที่ใส่กันยับเวลาลงเขายื้อกันยาวเหนียดมั้ย?? ถึงทางราบไม่ได้ใช้ แต่ถ้าเจอสถานการณ์แบบนั้น อย่างไรก็ต้องใช้จานใบใหญ่กับเฟือง 11 ครับ ถึงตอนนั้นต่อให้แรงไม่พอก็ได้กด
แต่โดยมาก มันแทบจะไม่ได้ใช้เลย แล้วต้องมาแบกภาระใช้จาน 39 ให้พจญวิบากกรรมบนเขา ดังนั้นทางออกจึงมาที่ 50/34 ครับ
แต่จาน 50 ถ้าเจอสถานการณ์ด้านบนๆล่ะก็ มีอ้วกครับ ซอยยิกเป็นลิงเต้นบนถ่านไฟเลย บางทีซอยสุดขีดก็ยังตามไม่ทัน เพราะทางลงซืมๆยาวๆ ตรงๆ ผมเจอลากกัน 70 เป็นนาทีๆ มาแล้ว (มันส์มาก) ดังนั้นจึงมาจบลงที่ความนิยม 52/36 เป็นตรงกลาง ซึ่งแต่ก่อนผมใช้ 53/36 ซึ่งใช้งานได้โอเคครับ เปลี่ยนได้แต่ต้องตั้งแบบดีๆหน่อยและรู้กันระหว่างรถกับคนขี่ ไม่งั้นเปลี่ยนทีมีวืดเอาไม่ยาก หรือเจอบางท่าน 52/34 บอกว่าใช้ได้ดีไม่เห็นเป็นไร อันนี้ก็แล้วแต่ครับ แต่ตามทฤษฏี ผู้ผลิตบอกว่า ความต่างมากสุดที่ทำให้จานหน้ายังใช้างนได้เหมาะสมกับที่ออกแบบมาคือ ห่างกันไม่เกิน 16 ฟันครับ(50-34=16, 52-36=16, 53-39=14, 55-39=16) และหากยิ่งน้อยก็จะยิ่งเปลี่ยนได้เร็ว นิ่ม ไว ขึ้นด้วย
สรุปครับ อย่าคิดว่า"เกียร์" คือเอาไว้เพิ่มความเร็วครับ ไม่เกี่ยวเลย คิดแค่ว่า เราต้องการมันในสถานการณ์ไหนบ้างก็พอครับ
ด้วยประการเช่นนี้ ค่ายชุดขับจึง"พยายาม" ทำให้สามารถใส่เฟืองหลังได้ใหญ่ขึ้นไงครับ การที่เพิ่มจำนวนเฟืองก็เป็นเรื่องหนึ่งเพราะสามารถเรียงเฟืองให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนเทคโนโลยีตีนผีมากนัก ตอนนี้ก็สามารถใช้เฟือง 28 (11-28)เป็นมาตรฐานแล้ว (ก่อนนี้เป็น 11-25) ซึ่งทาง Sram ก็ได้ออกแบบ wi-fly มารองรับได้ถึง 32 (ตามเสป็ค) และ shimano มีขายาวมารองรับได้ที่ 32 (ตามเสป็คเช่นกัน) แต่ปีหน้าสำหรับ 9100 ตีนผีมาตรฐานรองรับไปได้ที่ 30 ฟัน เพราะช่วยให้ยังสามารถใช้ 53/39 ได้โดยไม่นรกบนเขา และ 52/36 ในอัตราทดที่ใกล้เคียงกับจานคอมแพ็ค
แต่เสือหมอบยังไม่พบว่ามีการใช้เฟืองเล็กกว่า 11 เข้ามาในมาตรฐานครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- benpariwat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1935
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2013, 07:58
- Bike: Specialized Tarmac comp 2012
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
ทดหนัก ต้อง"เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ"เพื่อกดที่รอบเท่าเดิม ความเร็วเพิ่มขึ้น ทนกรดให้ได้มากขึ้น
เราใช้ปอดใช้หัวใจ เพิ่มรอบขาความเร็วก็มาเหมือนกัน
ผมว่า 50-34 ยังไงก็เหลือๆครับสำหรับผม และผมก็ไปเพิ่มกล้ามเนื้อไม่ไหวเหมือนกัน กว่าจะขี่ชิน ปวดหลังก่อน กดเยอะเกิน ไม่ได้ขี่กะกลุ่มพี่ๆเพื่อนๆอีก
ปล.ผม FTP ต่ำครับ แค่ 3.2 ไม่ใช่นักกีฬา ต้องนำข้อเท็จจริงนี้พิจารณาคำตอบผมด้วย 55555
เราใช้ปอดใช้หัวใจ เพิ่มรอบขาความเร็วก็มาเหมือนกัน
ผมว่า 50-34 ยังไงก็เหลือๆครับสำหรับผม และผมก็ไปเพิ่มกล้ามเนื้อไม่ไหวเหมือนกัน กว่าจะขี่ชิน ปวดหลังก่อน กดเยอะเกิน ไม่ได้ขี่กะกลุ่มพี่ๆเพื่อนๆอีก
ปล.ผม FTP ต่ำครับ แค่ 3.2 ไม่ใช่นักกีฬา ต้องนำข้อเท็จจริงนี้พิจารณาคำตอบผมด้วย 55555
-
visual3dmax
- ขาประจำ
- โพสต์: 1346
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2014, 11:44
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
ผมเพิ่มฐานปอดด้วยการ วิ่ง บนลู่ 1 ชม จาก 45 นาที ปั่นตามกลุ่มนำได้ 2 รอบ เมื่อก่อนได้แค่ 1.5 รอบปลาย รอบสองแรงหมด
- davelevi
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2015, 16:04
- Tel: 0897324425
- team: -
- Bike: TREK
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
ตอนแรกใช้ 53/39 Q-Ring เฟืองหลัง 11-28
ตอนนี้ใช้ 52/36 11-28 กับตีนผีขายาวเตรียมไว้สำหรับดอยยากๆ
สาเหตุที่เปลี่ยนคือ 53/39 เล่นทางเขายากครับ หาอะไหล่มือ 2 ก็ยากด้วย
โซ่จะยาวไปครับ เวลาไส่ 12-34 แล้ว เสี่ยงโซ่ตกมาก
ส่วนต่างกันยังไงเหมือนที่ น้าลู บอกอ่ะครับ มันเป็นเรื่องของความเคยชิน กับความรู้สึกมากกว่า
ตอนนี้ใช้ 52/36 11-28 กับตีนผีขายาวเตรียมไว้สำหรับดอยยากๆ
สาเหตุที่เปลี่ยนคือ 53/39 เล่นทางเขายากครับ หาอะไหล่มือ 2 ก็ยากด้วย
โซ่จะยาวไปครับ เวลาไส่ 12-34 แล้ว เสี่ยงโซ่ตกมาก
ส่วนต่างกันยังไงเหมือนที่ น้าลู บอกอ่ะครับ มันเป็นเรื่องของความเคยชิน กับความรู้สึกมากกว่า
-
สินชัย
- สมาชิก
- โพสต์: 8
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2014, 11:56
- Tel: 0899301112
- team: ิBlue Phoenix Cycling
- Bike: Trek emonda s5
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
ใครมีใบจานหน้า ชิมาโน่ 105 48 ฟัน ผมตามหาอยู่ครับ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: สอบถามวิธีพิชิตม้าพยศ จานหน้าstandard 52/36 53/39 ครัย
เอ้าไหนๆก็ไหนๆครับ ต้องมาเล่าต่อ
เรื่องจาน 53 กับเฟือง 11 ถามว่าได้ใช้หรือไม่ นอกจากจะถามว่า"ใช้ไหวหรือไม่" น่าจะต้องย้อนถามว่า"ได้ใช้แค่ไหน" มากกว่านะครับ (งงมั้ย)
ถ้าอยากจะมีเอาไว้เพื่อให้มัน"ได้ใช้" มันมีเหตุให้ได้ใช้บ่อยๆครับถ้ามี เช่นเมื่อวันเสาร์ ผมเจอสถานการณ์ซาดิสม์ ลาก 47 กันมายาวๆ 15-18 นาที แช่กันนิ่งๆ และเข้าสู่บั้นปลายเพื่อทำการ "กระแทก" สปรินท์กัน วินาทีนั้น ผมได้ลงไปที่เฟือง 11 ครับ ประมาณ 2-3 นาที เพื่อลดรอบขาลงมาที่ 80 ให้หัวใจลดลงก่อนที่จะต้องอัดปรี๊ดขึ้นไป สุดท้ายไม่นานก็สมหวังเมื่อข้างหน้ากระแทก ผมต้องยัดตามที่ 811 วัตต์หนึ่งดอก และใน 5 วินาที ก็ซ้ำ 740 วัตต์ อีกดอก ซึ่งทั้งสองดอก ผมไม่ได้กระทืบและยัดที่เฟือง 11 ครับ ผมใช้แค่จาน 53 กับเฟือง 12 และ 13 เท่านั้นเอง เพราะไม่สามารถกระทบแล้วค้างหนักๆขนาดนั้นเค้นได้นานเท่ากับยอมสปรินท์รอบขาร้อยกว่าๆ
แต่ถามว่าเฟือง 11 มันช่วยได้มั้ย? ถ้าไม่มีแล้วลดหัวใจลงไม่ได้ ก็คงไม่สามารถกระทืบแบบนั้นได้เช่นกันครับ
นี่ก็เป็นแค่หนึ่งในตัวอย่างหมาดๆที่นึกได้แล้วมาเล่าสู่กันฟังครับว่า บางที มีแล้วแต่ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ให้หมดครับ มันช่วยเราได้ยามต้องการก็พอแล้วล่ะนะ แต่ก่อนนี้ใช้ 52 หมดเฟืองประจำครับ ยิ่งช่วงลมส่งๆ หมดกันง่ายๆ ส่วน 50 บอกตามตรงๆครับว่าถ้าจะขี่จริงๆจังๆ เลยถือว่าลำบากครับ ทางราบก็เต็มที่ ถ้าเจอลงซึมๆ จบเห่ครับไปต่อไม่ได้เลย
ถ้าอยากให้ครอบจักรวาล รออีกไม่กี่ปีก็มีเฟืองโหล (12 เฟือง) และเฟืองอาถรรพ์(13 เฟือง) มาถึง เดี๋ยวก็ไล่งามๆกันไปตั้งแต่ 11 ไปยัน 34-36 แล้วครับ ปรับการออกแบบตีนผีใหม่อีกนิด แก้ใบสับจานหน้าและการเกี่ยวโซ่ให้เนียนๆขึ้น ก็ได้แล้ว
เรื่องจาน 53 กับเฟือง 11 ถามว่าได้ใช้หรือไม่ นอกจากจะถามว่า"ใช้ไหวหรือไม่" น่าจะต้องย้อนถามว่า"ได้ใช้แค่ไหน" มากกว่านะครับ (งงมั้ย)
ถ้าอยากจะมีเอาไว้เพื่อให้มัน"ได้ใช้" มันมีเหตุให้ได้ใช้บ่อยๆครับถ้ามี เช่นเมื่อวันเสาร์ ผมเจอสถานการณ์ซาดิสม์ ลาก 47 กันมายาวๆ 15-18 นาที แช่กันนิ่งๆ และเข้าสู่บั้นปลายเพื่อทำการ "กระแทก" สปรินท์กัน วินาทีนั้น ผมได้ลงไปที่เฟือง 11 ครับ ประมาณ 2-3 นาที เพื่อลดรอบขาลงมาที่ 80 ให้หัวใจลดลงก่อนที่จะต้องอัดปรี๊ดขึ้นไป สุดท้ายไม่นานก็สมหวังเมื่อข้างหน้ากระแทก ผมต้องยัดตามที่ 811 วัตต์หนึ่งดอก และใน 5 วินาที ก็ซ้ำ 740 วัตต์ อีกดอก ซึ่งทั้งสองดอก ผมไม่ได้กระทืบและยัดที่เฟือง 11 ครับ ผมใช้แค่จาน 53 กับเฟือง 12 และ 13 เท่านั้นเอง เพราะไม่สามารถกระทบแล้วค้างหนักๆขนาดนั้นเค้นได้นานเท่ากับยอมสปรินท์รอบขาร้อยกว่าๆ
แต่ถามว่าเฟือง 11 มันช่วยได้มั้ย? ถ้าไม่มีแล้วลดหัวใจลงไม่ได้ ก็คงไม่สามารถกระทืบแบบนั้นได้เช่นกันครับ
นี่ก็เป็นแค่หนึ่งในตัวอย่างหมาดๆที่นึกได้แล้วมาเล่าสู่กันฟังครับว่า บางที มีแล้วแต่ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ให้หมดครับ มันช่วยเราได้ยามต้องการก็พอแล้วล่ะนะ แต่ก่อนนี้ใช้ 52 หมดเฟืองประจำครับ ยิ่งช่วงลมส่งๆ หมดกันง่ายๆ ส่วน 50 บอกตามตรงๆครับว่าถ้าจะขี่จริงๆจังๆ เลยถือว่าลำบากครับ ทางราบก็เต็มที่ ถ้าเจอลงซึมๆ จบเห่ครับไปต่อไม่ได้เลย
ถ้าอยากให้ครอบจักรวาล รออีกไม่กี่ปีก็มีเฟืองโหล (12 เฟือง) และเฟืองอาถรรพ์(13 เฟือง) มาถึง เดี๋ยวก็ไล่งามๆกันไปตั้งแต่ 11 ไปยัน 34-36 แล้วครับ ปรับการออกแบบตีนผีใหม่อีกนิด แก้ใบสับจานหน้าและการเกี่ยวโซ่ให้เนียนๆขึ้น ก็ได้แล้ว
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/