แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
คือว่าสนใจรถ TT ครับ แต่จะเปลี่ยนค้อกพิทเป็น TT เต็มตัวนี่ก็หลายบาทเลย(เพราะต้องเปลี่ยน shifter di10 sp ด้วย) อยากขอพี่น้องช่วยแชร์ ปสก ท่านที่เคยติดแอโร่บาร์ด้วยครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใช้ได้ดีมั้ย ต้องปรับระยะสเตมขึ้นลง สั้นยาว หรืออย่างไรครับ(geometry รถของผมนี่ใกล้เคียงรถ TT ของแบรนด์เดิมมากเพราะเขาออกแบบมาสไตล์นี้ stack ผมสูงกว่า 10 มม. รีชยาวกว่า 5 มม.นอกนั้นเหมือนกัน จึงคิดว่าน่าจะประหยัดเฟรมได้ครับ) ขอบคุณครับ
- NOKNICE
- ขาประจำ
- โพสต์: 10236
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
- team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
- Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ขาอ่อนอย่างผมไปฟิตติ้งโดยถอดแอโร่บาร์ออก กลับมาค่อยใส่ใหม่ เดี๋ยวฟิตเตอร์จะเซ็ทเผื่อแอโร่บาร์ ตอนปั่นปกติก็นั่งท่าที่เซ็ทมา ถ้าอยากจับแอโร่บาร์ก็ขยับไปนั่งปลายเบาะหน่อย จริงๆมันไม่เหมือนปั่น TT หรอกครับ(จากที่เคยปั่นและก็ขายไป)

- ไฟล์แนบ
-
- 1467505870521.jpg (76.81 KiB) เข้าดูแล้ว 4501 ครั้ง
-
- tt2.jpg (100.59 KiB) เข้าดูแล้ว 4501 ครั้ง
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณครับ รถสวยด้วย
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
แอโร่บาร์ มีหน้าที่อะไร?
ทำความเข้าใจก่อนครับว่ามันคือ เครื่องมือที่กำกับร่างกายของเราให้อยู๋ในท่าที่แอโร่ฯที่สุดในการปั่น ตัวมันเองไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะครับ เพราะ อุปสรรคที่เป็นภาระของอากาศที่สุดบนจักรยานคือร่างกายของเรา ดังนั้น เจ้าแอโร่บาร์จึงเข้ามาช่วยจัดระเบียบร่างกายเอาไว้นั่นเอง
เมื่อเข้าใจครงนี้ ก็จะได้คำตอบว่า
แฮนด์หมอบติดแอโร่บาร์ กับ ไตรบาร์ครบชุด ไม่ได้ทำให้"ร่างกาย" ของคุณแตกต่างกันแม้แต่นิดเดียว(ถ้าฟิตและปรับตั้งถูกต้อง)
สิ่งที่ต่างคือ ความแอโร่ฯที่ได้มา(ไม่มาก) จากการเปลี่ยนจากแฮนด์หมอบและมือชิฟท์เตอร์หมอบเป็นเบสบาร์ของชุดแฮนด์ไตรฯ กับก้ามเบรคแอโร่ จะว่าไปส่งผลน้อยกว่าหมวก ชุดสกินสูท เสียด้วยซ้ำ
ทว่า หากจะมองในสถานการณ์แข่งขัน ที่ทุกอย่างมันเป็นของมีค่า แน่นอนครับว่าต้องเปลี่ยนให้ได้เปรียบทั้งหมด แต่ .... การแข่งโปรบางงานที่ห้ามใช้รถไทม์ไทรอัล พวกโปรก็ใช้คลิปออนแอโร่บาร์นี่แหละ ติดกับเสือหมอบแล้วแข่งกันตามปกติ
แต่ฝากไว้หน่อยนะครับว่า แอโร่บาร์ ไม่เหมาะกับการปั่นเสือหมอบแบบรถถนน หรือแบบเป็นกลุ่มๆ เพราะนอกจากคุมรถได้ยาก(โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ที่อาศัยน้ำหนักตัวทิ้งลงบนแขนในการคุมรถ) มือก็อยู๋ไกลเบรค เกิดอะไรขึ้นก็แก้ไขไม่ได้ทันท่วงที ดังนั้น .... อย่าใช้เวลาปั่นกลุ่ม
อย่าไปมองเทียบกับขาแรงสิงห์ไทม์ไทรที่สามารถปั่นกันเป็นฝูงได้ อย่างที่ผมบอกครับ ทักษะการคุมรถมันคนละเรื่องกัน ที่สำคัญ เค้าปั่นนิ่งกันทั้งกลุ่ม และเข้าขา รู็ขากันดี
ทำความเข้าใจก่อนครับว่ามันคือ เครื่องมือที่กำกับร่างกายของเราให้อยู๋ในท่าที่แอโร่ฯที่สุดในการปั่น ตัวมันเองไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะครับ เพราะ อุปสรรคที่เป็นภาระของอากาศที่สุดบนจักรยานคือร่างกายของเรา ดังนั้น เจ้าแอโร่บาร์จึงเข้ามาช่วยจัดระเบียบร่างกายเอาไว้นั่นเอง
เมื่อเข้าใจครงนี้ ก็จะได้คำตอบว่า
แฮนด์หมอบติดแอโร่บาร์ กับ ไตรบาร์ครบชุด ไม่ได้ทำให้"ร่างกาย" ของคุณแตกต่างกันแม้แต่นิดเดียว(ถ้าฟิตและปรับตั้งถูกต้อง)
สิ่งที่ต่างคือ ความแอโร่ฯที่ได้มา(ไม่มาก) จากการเปลี่ยนจากแฮนด์หมอบและมือชิฟท์เตอร์หมอบเป็นเบสบาร์ของชุดแฮนด์ไตรฯ กับก้ามเบรคแอโร่ จะว่าไปส่งผลน้อยกว่าหมวก ชุดสกินสูท เสียด้วยซ้ำ
ทว่า หากจะมองในสถานการณ์แข่งขัน ที่ทุกอย่างมันเป็นของมีค่า แน่นอนครับว่าต้องเปลี่ยนให้ได้เปรียบทั้งหมด แต่ .... การแข่งโปรบางงานที่ห้ามใช้รถไทม์ไทรอัล พวกโปรก็ใช้คลิปออนแอโร่บาร์นี่แหละ ติดกับเสือหมอบแล้วแข่งกันตามปกติ
แต่ฝากไว้หน่อยนะครับว่า แอโร่บาร์ ไม่เหมาะกับการปั่นเสือหมอบแบบรถถนน หรือแบบเป็นกลุ่มๆ เพราะนอกจากคุมรถได้ยาก(โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ที่อาศัยน้ำหนักตัวทิ้งลงบนแขนในการคุมรถ) มือก็อยู๋ไกลเบรค เกิดอะไรขึ้นก็แก้ไขไม่ได้ทันท่วงที ดังนั้น .... อย่าใช้เวลาปั่นกลุ่ม
อย่าไปมองเทียบกับขาแรงสิงห์ไทม์ไทรที่สามารถปั่นกันเป็นฝูงได้ อย่างที่ผมบอกครับ ทักษะการคุมรถมันคนละเรื่องกัน ที่สำคัญ เค้าปั่นนิ่งกันทั้งกลุ่ม และเข้าขา รู็ขากันดี
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณมากครับ
ถ้างั้นผมจับดรอปก็น่าจะพอแล้ว
ถ้างั้นผมจับดรอปก็น่าจะพอแล้ว
-
Hxs
- ขาประจำ
- โพสต์: 509
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2016, 08:28
- Bike: Avenger R8
- ตำแหน่ง: Louiaiana
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ความได้เปรียบของ TT แบ่งเป็น 2 ส่วนครับ
1.) ความกว้างลดลง อันนี้ไม่ต้องพูดไรมาก แขนมันลู่เข้าขนาดนั้นย่อมลู่ลมกว่ากางแขนกว้างๆครับ แต่จริงๆใช้แฮนด์หมอบแคบๆก็ได้นะ 36,38 อะไรแบบนี้ งานวิจัยใหม่ๆเขาเสนอมาว่าแฮนด์ไม่ต้องกว้างเท่าไหล่หรอก ยังไงศอกก็พับแขนเข้ามาอยู่ดี
2.) TT position มันจะเซ็ตเบาะสูงและล้ำหน้าจนน้ำหนักลงมือลงแขนเยอะเกินกว่าที่จะปั่นบน roadbike ปกติได้สบายครับ ที่เขาทำแบบนั้นเพราะจะได้เซ็ตแฮนด์ต่ำลงอีกโดยที่มุมสะโพกยังเปิดมากพอให้ออกแรงได้เต็มที่ โดยที่น้ำหนักส่วนเกินนั้น มีที่รองศอกมารับอยู่แล้ว การที่น้ำหนักลงที่ขาน้อยลงเพราะไปลงที่มือซะเยอะ หมายความว่าเราจะกระชาก กดหนักๆได้น้อยลงด้วย (ยกเว้นเราจะเกร็งหลังยกตัวขึ้นมาจากบาร์) แต่การปั่นนิ่งๆต่อเนื่องนานๆไม่ต้องใช้การกระชากครับ แอโร่ให้ประหยัดแรงซะดีกว่า
อันนี้หมอบปกติที่ไม่ติดแอโร่บาร์ เซ็ตเบาะล้ำหน้าและสูงกว่าปกติ แฮนด์ต่ำกว่าปกติ เพื่อเลียนแบบตำแหน่ง TT จะเมื่อยมือเมื่อยแขนพอตัวเลยหละเพราะไม่มีที่รองศอก แล้วก็ได้ข้อเสียเรื่องแรงกดบันไดน้อยลงเพราะไปลงที่มือซะเยอะมาด้วย แต่แอโร่ดีอยู่นะ
ถ้าติดแอโร่บาร์เข้าไปแล้วเซ็ตแบบนี้เลย ตอนจับแอโร่มันก็ดีครับ แต่ตำแหน่งบาร์ปกติมันจะเมื่อยน่ะสิ
งั้นถ้าอยากให้ดีทั้ง 2 ตำแหน่ง ต้องใช้หลักอานแบบปรับได้ครับ
Redshift Seatpost, ปรับเบาะได้ 2 ตำแหน่ง, ล้ำหน้าและสูง หรือ ถอยหลังและเตี้ย
https://www.redshiftsports.com/dual-position-seatpost/
1.) ความกว้างลดลง อันนี้ไม่ต้องพูดไรมาก แขนมันลู่เข้าขนาดนั้นย่อมลู่ลมกว่ากางแขนกว้างๆครับ แต่จริงๆใช้แฮนด์หมอบแคบๆก็ได้นะ 36,38 อะไรแบบนี้ งานวิจัยใหม่ๆเขาเสนอมาว่าแฮนด์ไม่ต้องกว้างเท่าไหล่หรอก ยังไงศอกก็พับแขนเข้ามาอยู่ดี
2.) TT position มันจะเซ็ตเบาะสูงและล้ำหน้าจนน้ำหนักลงมือลงแขนเยอะเกินกว่าที่จะปั่นบน roadbike ปกติได้สบายครับ ที่เขาทำแบบนั้นเพราะจะได้เซ็ตแฮนด์ต่ำลงอีกโดยที่มุมสะโพกยังเปิดมากพอให้ออกแรงได้เต็มที่ โดยที่น้ำหนักส่วนเกินนั้น มีที่รองศอกมารับอยู่แล้ว การที่น้ำหนักลงที่ขาน้อยลงเพราะไปลงที่มือซะเยอะ หมายความว่าเราจะกระชาก กดหนักๆได้น้อยลงด้วย (ยกเว้นเราจะเกร็งหลังยกตัวขึ้นมาจากบาร์) แต่การปั่นนิ่งๆต่อเนื่องนานๆไม่ต้องใช้การกระชากครับ แอโร่ให้ประหยัดแรงซะดีกว่า
อันนี้หมอบปกติที่ไม่ติดแอโร่บาร์ เซ็ตเบาะล้ำหน้าและสูงกว่าปกติ แฮนด์ต่ำกว่าปกติ เพื่อเลียนแบบตำแหน่ง TT จะเมื่อยมือเมื่อยแขนพอตัวเลยหละเพราะไม่มีที่รองศอก แล้วก็ได้ข้อเสียเรื่องแรงกดบันไดน้อยลงเพราะไปลงที่มือซะเยอะมาด้วย แต่แอโร่ดีอยู่นะ
ถ้าติดแอโร่บาร์เข้าไปแล้วเซ็ตแบบนี้เลย ตอนจับแอโร่มันก็ดีครับ แต่ตำแหน่งบาร์ปกติมันจะเมื่อยน่ะสิ
งั้นถ้าอยากให้ดีทั้ง 2 ตำแหน่ง ต้องใช้หลักอานแบบปรับได้ครับ
Redshift Seatpost, ปรับเบาะได้ 2 ตำแหน่ง, ล้ำหน้าและสูง หรือ ถอยหลังและเตี้ย
https://www.redshiftsports.com/dual-position-seatpost/
ตัวเล็กก็ยอมรับความจริงบ้าง อย่าหลอกตัวเองแล้วใช้อุปกรณ์ไซส์เกินตัวเลย
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
เรื่องน้ำหนักลงแขน เป็นความเชื่อที่ผิดในการทำรถ TT ครับ
ลองปรึกษากับนักกายภาพ และฟิตเตอร์ รวมถึงโปร(จริงๆ) ดูครับ การขี่จักรยานไม่ว่าหมอบหรือถูเขาหรือ TT น้ำหนักตัวเราจะไม่ลงไปที่แฮนด์ครับ ร่างกายท่อนบนทั้งหมดสามารถคงอยู๋ได้ด้วยกล้ามเนื้อแกนกลาง(core muscle) กล่าวคือ ที่องศาที่เหมาะสม เราสามารถเอนตัวมาข้างหน้าได้เท่ากันกับที่เราก้มจับแฮนด์ โดยที่น้ำหนักนั้นมั่นคง ซึ่งจะทำได้ต้องมีทั้งความยืดหยุ่นและกล้ามเนื้อแกนกลางที่ดี
แต่คนส่วนมากปั่นเล่นๆกัน ไม่มีการสนใจเรื่องนี้นัก ก็เน้นก้มต่ำ ทิ้งน้ำหนักลงแขน นอกจากจะส่งผลเรื่องอาการเมื่อยล้า บาดเจ็บ(ในกรณีที่เลวร้ายมาก) ก็ส่งผลถึงการคุมรถที่ย่ำแย่เพราะอาศัยน้ำหนักกดลงที่แฮนด์คุมรถเอาไว้ให้นิ่งและตรง
ส่วนคำแนะนำที่มีมานานแล้วด้วยครับไม่ใช่เพิ่งมี คือ การปรับท่าขี่แบบ TT ที่มีน้ำหนักลงมาด้านหน้า ใช่อยู๋แต่น้ำหนักไม่ได้ทิ้งลงบน "มือ" หรือ "แขน" ครับ น้ำหนักนั้นถูก "ประคอง" เอาไว้ที่จุดสัมผัสที่แป้นรอง เพียงเพื่อประคองรถเอาไว้ ประคองร่างกายเอาไว้ แต่ร่างกายท่อนบนสามารถตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยกล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรง
ดังจะเห็นบ่อยๆจาก TT หรือนักไตรหน้าใหม่ ที่เมื่อก้มลงจับแอโร่บาร์แล้วรถหน้าส่ายยิกๆ ยิ่งเวลาออกแรงปั่นแรงๆ รถยิ่งส่ายมาก เพราะกล้ามเนื้อแกนกลางไม่ได้ช่วยประคองเอาไว้เลย ดังนั้นเมื่อเอนตัวลงมาทิ้งน้ำหนักลงไปด้านหน้าเต็มๆ ตั้งไต่ไหล่ สะบัก ไปจนต้นแขน และแขนไปจนข้อมือรองรับร่างกายอยู่ แบบนั้นปั่นอย่างไรก็ไม่ดีครับ
โปร(เมืองนอก) จึงมีการ*พัฒนา* ท่าปั่น TT ที่ดีที่สุด โดยคำแนะนำของสำนักโค้ช และสำนักฟิตติ้งสากลทั้งหลายแนะนำให้จัดหาตำแหน่งที่สอดคล้องกับที่กล่าวมา และปั่น รวมถึงทำการบริหารและเสริมความแข็งแรงของร่างกายส่วนบนแล้วมาพัฒนาท่าให้ดุดันมากขึ้นเข้าไปอีกอย่างมีคตุณภาพ แตกต่างจากแนวคิดจัดท่าให้ดุ หลบลมทิ้งน้ำหนักลงแล้วพยายามหัดฝืนปั่นให้ดี
ต้นฤดูกาล จะเห็นว่าโปรทั้งหลาย เซ็ท TT ของตนเองคนละเรื่องกับช่วงพีคๆเลย อย่างฟาเบียน คันเซลลาร่า ต้นฤดูกาล มีการซ้อม "endurance" บน TT โดยที่รถไม่ได้ปรับให้ดุมากนัก และปั่นอยู๋บนท่านั้น 6 ชม. ร่วมกับโปรแกรมการเล่นเวทเทรนนิ่ง และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลาง และสุดท้ายก็ได้ท่าที่เหมาะสมที่สุดทั้งแอโร่ไดนามิคส์และความสามารถในการออกแรงที่สมเหตุสมผลครับ
ส่วนเรื่อง"แฮนด์เท่าไหล่" ทุกวันนี้ก็ยังแนะนำให้เลือกเช่นนั้นครับ เพราะนั่นคือการเลือกไซส์ให้เหมาะสมกับคนทั่วไป แต่แนวคิดการเลือกแฮนด์เล็กลง เป็นเพียงเทร็นด์หนึ่งเท่านั้นครับ เพื่อให้แอโร่ฯขึ้นอย่างที่กล่าวมา แต่สิ่งที่แลกมาคือความไม่สบายและความลำบากในการหายใจ ดังนั้น แม้แต่โปรทัวร์เองก็ยังไม่ได้เป็น "ปกติ" ที่จะเห็นการเลือกใช้แฮนด์ขนาดเล็กลงนะครับ ที่สำคัญ ลองดูในรายการคลาสสิค จะพบว่าสัดส่วนของโปรที่ใช้แฮนด์เล็กน้อยมากๆ โปรส่วนมากยังใช้ขนาดมาตรฐาน และโปรบางคน ใช้แฮนด์กว้างขึ้นนิดด้วยซ้ำครับ
แฮนด์ TT ทำไมแคบได้? ก็เพราะแฮนด์ TT ออกแบบมาให้ขี่ TT ซึ่งระยะเวลาการขี่ไม่ได้นานมากครับ แต่...ลองดูรถของแชมป์ RAAM ครับ เค้าเลือกใช้แฮนด์ TT ที่กว้างเท่ากับแฮนด์หมอบเพื่อให้จับขึ้นเขายาวๆได้ถนัด หายใจได้สะดวก เซ็ทความกว้างของแอโร่บาร์ค่อนข้างสบาย ให้หายใจสะดวก และอยู๋ในท่านั้นได้เป็นวันๆ รวมถึงระยะการก้มและยืดก็อยู่ในระยะที่สบายกว่าท่าปกติเยอะมาก
ประการสุดท้าย การเซ็ทเบาะมาข้างหน้า ไม่ใช่ทางออกทางเดียวและทางออกสำคัญของการเซ็ทรถ TT นะครับ เพราะมันมีจุด optimum อยู่ หากมาข้างหน้ามากเกินไป การใช้กล้ามเนื้อของขาจะเปลี่ยนไป ซึ่งอาจส่งผลเสียมากกว่าได้ อาจสามารถออกแรงรู้สึกว่าใช้ได้ดีขึ้นในระยะหนึ่งๆ แต่เมื่อใช้เวลาบนจักรยานนานขึ้น จะกลายเป็น"ง่อย" กินไปแทน เพราะระยะของการนั่งทั้งหมด ส่งผลกับการเลือกใช้มัดกล้ามเนื้อในสัดส่วนต่างๆกันไปด้วย ไม่ได้แปลว่าพอจะมาเซ็ทรถไตร รถ TT ต้องเซ็ทแบบนั้นแบบนี้จะขี่ดี เซ็ทมาแล้วขี่ไปไม่เป็นเลยก็มีเยอะแยะครับ สำคัญกว่านั้นอีก องศาของเข่าที่ล้ำหน้ามากเกินไปมากๆๆๆ ระยะยาวๆอาจส่งผลต่อความเสียหายบาดเจ็บของข้อต่อได้ เพราะเกิดแรงดันสะสมในข้อต่อเข่ามากเกินไป ฝืนทนปั่นไปได้ แต่ไม่ได้แปลว่านานๆผ่านไปหลายๆๆๆ ปี จะดีต่อร่างกาย และอย่าลืมกติกา 5 ซม. นะครับ เค้ายังมีข้อกำหนดนี้เอาไว้อยู่
รายละเอียดเรื่องนี้ยังคงลงลึกไปที่ร่างกายของแต่ละคนอีกด้วย นักวิ่งนักไตรฯ จะมีกล้ามเนื้อขาแตกต่างจากนักจักรยาน นักจักรยานจึงมีการเซ็ทรถที่มีรายละเอียดยิบย่อยแตกต่างกันจากรถไตรกีฬาด้วย เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่แค่การปรับท่าให้เข้าที ท่าขี่อุดมคติ และ "ดูดี" เท่านั้น
ของพวกนี้อยู๋ที่"ความเหมาะสม" ในการเลือกใช้ครับ
ลองปรึกษากับนักกายภาพ และฟิตเตอร์ รวมถึงโปร(จริงๆ) ดูครับ การขี่จักรยานไม่ว่าหมอบหรือถูเขาหรือ TT น้ำหนักตัวเราจะไม่ลงไปที่แฮนด์ครับ ร่างกายท่อนบนทั้งหมดสามารถคงอยู๋ได้ด้วยกล้ามเนื้อแกนกลาง(core muscle) กล่าวคือ ที่องศาที่เหมาะสม เราสามารถเอนตัวมาข้างหน้าได้เท่ากันกับที่เราก้มจับแฮนด์ โดยที่น้ำหนักนั้นมั่นคง ซึ่งจะทำได้ต้องมีทั้งความยืดหยุ่นและกล้ามเนื้อแกนกลางที่ดี
แต่คนส่วนมากปั่นเล่นๆกัน ไม่มีการสนใจเรื่องนี้นัก ก็เน้นก้มต่ำ ทิ้งน้ำหนักลงแขน นอกจากจะส่งผลเรื่องอาการเมื่อยล้า บาดเจ็บ(ในกรณีที่เลวร้ายมาก) ก็ส่งผลถึงการคุมรถที่ย่ำแย่เพราะอาศัยน้ำหนักกดลงที่แฮนด์คุมรถเอาไว้ให้นิ่งและตรง
ส่วนคำแนะนำที่มีมานานแล้วด้วยครับไม่ใช่เพิ่งมี คือ การปรับท่าขี่แบบ TT ที่มีน้ำหนักลงมาด้านหน้า ใช่อยู๋แต่น้ำหนักไม่ได้ทิ้งลงบน "มือ" หรือ "แขน" ครับ น้ำหนักนั้นถูก "ประคอง" เอาไว้ที่จุดสัมผัสที่แป้นรอง เพียงเพื่อประคองรถเอาไว้ ประคองร่างกายเอาไว้ แต่ร่างกายท่อนบนสามารถตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยกล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรง
ดังจะเห็นบ่อยๆจาก TT หรือนักไตรหน้าใหม่ ที่เมื่อก้มลงจับแอโร่บาร์แล้วรถหน้าส่ายยิกๆ ยิ่งเวลาออกแรงปั่นแรงๆ รถยิ่งส่ายมาก เพราะกล้ามเนื้อแกนกลางไม่ได้ช่วยประคองเอาไว้เลย ดังนั้นเมื่อเอนตัวลงมาทิ้งน้ำหนักลงไปด้านหน้าเต็มๆ ตั้งไต่ไหล่ สะบัก ไปจนต้นแขน และแขนไปจนข้อมือรองรับร่างกายอยู่ แบบนั้นปั่นอย่างไรก็ไม่ดีครับ
โปร(เมืองนอก) จึงมีการ*พัฒนา* ท่าปั่น TT ที่ดีที่สุด โดยคำแนะนำของสำนักโค้ช และสำนักฟิตติ้งสากลทั้งหลายแนะนำให้จัดหาตำแหน่งที่สอดคล้องกับที่กล่าวมา และปั่น รวมถึงทำการบริหารและเสริมความแข็งแรงของร่างกายส่วนบนแล้วมาพัฒนาท่าให้ดุดันมากขึ้นเข้าไปอีกอย่างมีคตุณภาพ แตกต่างจากแนวคิดจัดท่าให้ดุ หลบลมทิ้งน้ำหนักลงแล้วพยายามหัดฝืนปั่นให้ดี
ต้นฤดูกาล จะเห็นว่าโปรทั้งหลาย เซ็ท TT ของตนเองคนละเรื่องกับช่วงพีคๆเลย อย่างฟาเบียน คันเซลลาร่า ต้นฤดูกาล มีการซ้อม "endurance" บน TT โดยที่รถไม่ได้ปรับให้ดุมากนัก และปั่นอยู๋บนท่านั้น 6 ชม. ร่วมกับโปรแกรมการเล่นเวทเทรนนิ่ง และการบริหารกล้ามเนื้อแกนกลาง และสุดท้ายก็ได้ท่าที่เหมาะสมที่สุดทั้งแอโร่ไดนามิคส์และความสามารถในการออกแรงที่สมเหตุสมผลครับ
ส่วนเรื่อง"แฮนด์เท่าไหล่" ทุกวันนี้ก็ยังแนะนำให้เลือกเช่นนั้นครับ เพราะนั่นคือการเลือกไซส์ให้เหมาะสมกับคนทั่วไป แต่แนวคิดการเลือกแฮนด์เล็กลง เป็นเพียงเทร็นด์หนึ่งเท่านั้นครับ เพื่อให้แอโร่ฯขึ้นอย่างที่กล่าวมา แต่สิ่งที่แลกมาคือความไม่สบายและความลำบากในการหายใจ ดังนั้น แม้แต่โปรทัวร์เองก็ยังไม่ได้เป็น "ปกติ" ที่จะเห็นการเลือกใช้แฮนด์ขนาดเล็กลงนะครับ ที่สำคัญ ลองดูในรายการคลาสสิค จะพบว่าสัดส่วนของโปรที่ใช้แฮนด์เล็กน้อยมากๆ โปรส่วนมากยังใช้ขนาดมาตรฐาน และโปรบางคน ใช้แฮนด์กว้างขึ้นนิดด้วยซ้ำครับ
แฮนด์ TT ทำไมแคบได้? ก็เพราะแฮนด์ TT ออกแบบมาให้ขี่ TT ซึ่งระยะเวลาการขี่ไม่ได้นานมากครับ แต่...ลองดูรถของแชมป์ RAAM ครับ เค้าเลือกใช้แฮนด์ TT ที่กว้างเท่ากับแฮนด์หมอบเพื่อให้จับขึ้นเขายาวๆได้ถนัด หายใจได้สะดวก เซ็ทความกว้างของแอโร่บาร์ค่อนข้างสบาย ให้หายใจสะดวก และอยู๋ในท่านั้นได้เป็นวันๆ รวมถึงระยะการก้มและยืดก็อยู่ในระยะที่สบายกว่าท่าปกติเยอะมาก
ประการสุดท้าย การเซ็ทเบาะมาข้างหน้า ไม่ใช่ทางออกทางเดียวและทางออกสำคัญของการเซ็ทรถ TT นะครับ เพราะมันมีจุด optimum อยู่ หากมาข้างหน้ามากเกินไป การใช้กล้ามเนื้อของขาจะเปลี่ยนไป ซึ่งอาจส่งผลเสียมากกว่าได้ อาจสามารถออกแรงรู้สึกว่าใช้ได้ดีขึ้นในระยะหนึ่งๆ แต่เมื่อใช้เวลาบนจักรยานนานขึ้น จะกลายเป็น"ง่อย" กินไปแทน เพราะระยะของการนั่งทั้งหมด ส่งผลกับการเลือกใช้มัดกล้ามเนื้อในสัดส่วนต่างๆกันไปด้วย ไม่ได้แปลว่าพอจะมาเซ็ทรถไตร รถ TT ต้องเซ็ทแบบนั้นแบบนี้จะขี่ดี เซ็ทมาแล้วขี่ไปไม่เป็นเลยก็มีเยอะแยะครับ สำคัญกว่านั้นอีก องศาของเข่าที่ล้ำหน้ามากเกินไปมากๆๆๆ ระยะยาวๆอาจส่งผลต่อความเสียหายบาดเจ็บของข้อต่อได้ เพราะเกิดแรงดันสะสมในข้อต่อเข่ามากเกินไป ฝืนทนปั่นไปได้ แต่ไม่ได้แปลว่านานๆผ่านไปหลายๆๆๆ ปี จะดีต่อร่างกาย และอย่าลืมกติกา 5 ซม. นะครับ เค้ายังมีข้อกำหนดนี้เอาไว้อยู่
รายละเอียดเรื่องนี้ยังคงลงลึกไปที่ร่างกายของแต่ละคนอีกด้วย นักวิ่งนักไตรฯ จะมีกล้ามเนื้อขาแตกต่างจากนักจักรยาน นักจักรยานจึงมีการเซ็ทรถที่มีรายละเอียดยิบย่อยแตกต่างกันจากรถไตรกีฬาด้วย เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่แค่การปรับท่าให้เข้าที ท่าขี่อุดมคติ และ "ดูดี" เท่านั้น
ของพวกนี้อยู๋ที่"ความเหมาะสม" ในการเลือกใช้ครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
Hxs
- ขาประจำ
- โพสต์: 509
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2016, 08:28
- Bike: Avenger R8
- ตำแหน่ง: Louiaiana
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณครับ อันนี้ท่านอธิบายดีมากgiro เขียน:เรื่องน้ำหนักลงแขน เป็นความเชื่อที่ผิดในการทำรถ TT ครับ
ส่วนคำแนะนำที่มีมานานแล้วด้วยครับไม่ใช่เพิ่งมี คือ การปรับท่าขี่แบบ TT ที่มีน้ำหนักลงมาด้านหน้า ใช่อยู๋แต่น้ำหนักไม่ได้ทิ้งลงบน "มือ" หรือ "แขน" ครับ น้ำหนักนั้นถูก "ประคอง" เอาไว้ที่จุดสัมผัสที่แป้นรอง เพียงเพื่อประคองรถเอาไว้ ประคองร่างกายเอาไว้ แต่ร่างกายท่อนบนสามารถตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยกล้ามเนื้อแกนกลางที่แข็งแรง
ผมอ่านบทความมาครับว่า เรื่องแฮนด์เท่าไหล่น่ะมันเกิดจากตำราอิตาลีเขาวัดไหล่ไว้กว้างเกิน (คือจุดข้อไหล่ที่เราวัดๆกันบ่อยๆน่ะ ไม่ใช่จุดที่เหมาะสม เขาวัดผิดจุดต่อๆกันมา) หลังจากอิตาลีเริ่มเรื่องฟิตติ้ง ต่อมาทั้งโลกก็ลอกมากันหมด โดยมันดันบอกไว้กว้างเกินตั้งแต่แรกแต่ก็มองผ่านๆดูสมเหตุสมผล ส่วนค่าที่"น่าจะ"เหมาะสมตามกระดูกจริงๆมักจะเป็นประมาณ -2cm จากที่วัดออกมาด้วยวิธีปกติที่เขาแนะนำกันครับ ณ จุดนั้นเขาว่าน่าจะยังไม่มีผลลบกับการหายใจครับ เหมือนเคยใช้บาร์กว้างเกินมาก่อนแล้วหดกลับมาเป็นบาร์ขนาดที่เหมาะสม การหายใจก็ไม่แย่ลง มันจะแย่ลงเมื่อแคบเกินไปgiro เขียน: ส่วนเรื่อง"แฮนด์เท่าไหล่" ทุกวันนี้ก็ยังแนะนำให้เลือกเช่นนั้นครับ เพราะนั่นคือการเลือกไซส์ให้เหมาะสมกับคนทั่วไป แต่แนวคิดการเลือกแฮนด์เล็กลง เป็นเพียงเทร็นด์หนึ่งเท่านั้นครับ เพื่อให้แอโร่ฯขึ้นอย่างที่กล่าวมา แต่สิ่งที่แลกมาคือความไม่สบายและความลำบากในการหายใจ ดังนั้น แม้แต่โปรทัวร์เองก็ยังไม่ได้เป็น "ปกติ" ที่จะเห็นการเลือกใช้แฮนด์ขนาดเล็กลงนะครับ ที่สำคัญ ลองดูในรายการคลาสสิค จะพบว่าสัดส่วนของโปรที่ใช้แฮนด์เล็กน้อยมากๆ โปรส่วนมากยังใช้ขนาดมาตรฐาน และโปรบางคน ใช้แฮนด์กว้างขึ้นนิดด้วยซ้ำครับ
ทั้งนี้ไม่รวมถึงว่าท่าแต่ละท่านกางศอกกางแขนห่อไหล่ยืดไหล่ต่างกันยังไง และไม่ได้คิดที่บาร์บางอันมันแอบหดให้แคบกว่าเสป็คเฉพาะตรง Hood ให้แล้ว (เช่น บอก 40 บาร์ล่างกว้าง 40 จริง แต่ข้างบนคือ 36, เช่น Enve SES Aero road handlebar) ดังนั้นเลยไม่สามารถบอกได้ว่าควรจะใช้ค่าที่วัด มา -2 หรือ -4 หรือไม่ลบเลย หรือแม้แต่บวกเพิ่ม บอกได้เพียงว่าไม่จำเป็นต้องกว้างเท่าไหล่เท่านั้นครับ
ปล.ฟังหูไว้หูนะ ผมค้นบทความนั้นไม่เจอแล้ว เจอแต่ที่คนพูดถึงใน Forum
ตัวเล็กก็ยอมรับความจริงบ้าง อย่าหลอกตัวเองแล้วใช้อุปกรณ์ไซส์เกินตัวเลย
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ผมลองปั่นโดยจับที่สเตม แขนก็จะลู่เป็นสามเหลี่ยมคล้ายท่า TT พบว่าที่ความเร็วเดิมนี่ขาผมเบาแรงลดลงอย่างชัดเจนแต่ก็ยังหายใจได้ปกตินะครับ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
เคยผ่านเห็นแว๊บๆเรื่อง old school fitting ครับ
แต่แม้แต่ "ศาสตร์" ใหม่ ที่ทาง specialized ฝึก จนท. (ไม่ใช่ BG Fit นะครับ เป็นแค่ sizing) ตามร้านของเครือโดยเฉพาะร้าน chain ใมหญ่ๆในอเมริกาเหนือ มีวิธีการวัดแบบใหม่แล้ว ซึ่งวัดตัวแบบเดียวกับที่ฟิตติ้งยุคใหม่วัดแหละครับ และยังคงเลือกความกว้างแฮนด์ที่ใกล้เคียงระยะไหล่
นั่นเพราะเค้าต้องการปิดความเสี่ยงที่ได้แฮนด์เล็กเกินกว่าค่าอันควรปกติของบุคคลธรรมดา แล้วทำให้มนุษย์ผู้นั้น ไม่สบาย ไม่สะดวก ไม่สนุกกับจักรยานครับ เพราะหากศึกษาเรื่องของค่าต่างๆอย่างชัดเจน จะลืมไปเลยเรื่อง"กระแส" หรือ "วิถี" โปรครับ พวกนั้นมันเกินค่าเฉลี่ยมนุษย์ไปหมดทั้งสิ้นเพราะร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การแนะนำหรือให้คำแนะนำใดๆแก่บุคคลทั่วไปส่วนตัวผม มองว่าควรใช้เกณฑ์มาตรฐานในการแนะนำครับ เมื่อก่อนผมก็มองว่า ไม่เห็นเป็นไร เทร็นด์มา แฟชั่นมา นักปั่นไทยเราแรงๆ เจ๋งๆ เยอะแยะ ขาแรงทั้งนั้น แต่สุดท้ายๆๆๆ พอได้มีโอกาสสัมผัสนักปั่นมากๆจริงๆ ได้พบคนเยอะ ทุกระดับ ทุกแบบ ทุกแนว ได้พบผู้เชี่ยวชาญฟิตติ้ง หลากหลายวิชาสำนัก ผมกลับรู้สึกว่า เออ เฮ้ย ... ไอ้วิชาเรียนสมัยก่อนที่เรียนออกแบบมันมีเหตุมีผลที่เราต้องรู้มิติพื้นฐานเฉลี่ยมนุษย์ว่ะ นั่นคือคนส่วนมาก เราเอาพวก "เกินคน" มาคิดไม่ได้จริงๆ
ผมได้พบเคสการ"เน้นเจ๋ง" ปั่นมาสิบกว่าปี ถึงระดับกีฬาแห่งชาติแต่ตอนนี้บาดเจ็บเรื้อรัง ตอนหนุ่มๆมันทำได้ ทนได้ แต่พอแก่ มันออกอาการ ผมได้เจอเคสทีมชาติรุ่นเก๋าที่กรุณาเล่าเรื่องกายภาพสรีระร่างกายให้ฟัง ที่สำคัญ ได้พบกับขาแรงและนักกีฬาบางคนที่ร่างกายพังต้องจบความฝัน เพราะทำทุกอย่างตามกระแสนิยมไปหมด อะไรมา ก็ทำ คนนั้นทำแบบนั้นแล้วแรงก็ทำ คนนั้นทำแบบนี้แรงก็ทำ เซ็ทอย่างโปร แล้วใช้ความทนถึกลุยเดินหน้าต่อไป
ตามนั้นครับ ไม่ผิดอะไร แต่มันเป็นแค่"เทร็นด์" ที่เพิ่งมา
ปล.จริงๆไม่ได้เพิ่งมานะ รถลู่นี่มานานแล้วครับ
ขอบคุณครับ ยังประโยชน์แก่เพื่อนนักปั่นในสังคมเป็นอย่างยิ่ง
แต่แม้แต่ "ศาสตร์" ใหม่ ที่ทาง specialized ฝึก จนท. (ไม่ใช่ BG Fit นะครับ เป็นแค่ sizing) ตามร้านของเครือโดยเฉพาะร้าน chain ใมหญ่ๆในอเมริกาเหนือ มีวิธีการวัดแบบใหม่แล้ว ซึ่งวัดตัวแบบเดียวกับที่ฟิตติ้งยุคใหม่วัดแหละครับ และยังคงเลือกความกว้างแฮนด์ที่ใกล้เคียงระยะไหล่
นั่นเพราะเค้าต้องการปิดความเสี่ยงที่ได้แฮนด์เล็กเกินกว่าค่าอันควรปกติของบุคคลธรรมดา แล้วทำให้มนุษย์ผู้นั้น ไม่สบาย ไม่สะดวก ไม่สนุกกับจักรยานครับ เพราะหากศึกษาเรื่องของค่าต่างๆอย่างชัดเจน จะลืมไปเลยเรื่อง"กระแส" หรือ "วิถี" โปรครับ พวกนั้นมันเกินค่าเฉลี่ยมนุษย์ไปหมดทั้งสิ้นเพราะร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น การแนะนำหรือให้คำแนะนำใดๆแก่บุคคลทั่วไปส่วนตัวผม มองว่าควรใช้เกณฑ์มาตรฐานในการแนะนำครับ เมื่อก่อนผมก็มองว่า ไม่เห็นเป็นไร เทร็นด์มา แฟชั่นมา นักปั่นไทยเราแรงๆ เจ๋งๆ เยอะแยะ ขาแรงทั้งนั้น แต่สุดท้ายๆๆๆ พอได้มีโอกาสสัมผัสนักปั่นมากๆจริงๆ ได้พบคนเยอะ ทุกระดับ ทุกแบบ ทุกแนว ได้พบผู้เชี่ยวชาญฟิตติ้ง หลากหลายวิชาสำนัก ผมกลับรู้สึกว่า เออ เฮ้ย ... ไอ้วิชาเรียนสมัยก่อนที่เรียนออกแบบมันมีเหตุมีผลที่เราต้องรู้มิติพื้นฐานเฉลี่ยมนุษย์ว่ะ นั่นคือคนส่วนมาก เราเอาพวก "เกินคน" มาคิดไม่ได้จริงๆ
ผมได้พบเคสการ"เน้นเจ๋ง" ปั่นมาสิบกว่าปี ถึงระดับกีฬาแห่งชาติแต่ตอนนี้บาดเจ็บเรื้อรัง ตอนหนุ่มๆมันทำได้ ทนได้ แต่พอแก่ มันออกอาการ ผมได้เจอเคสทีมชาติรุ่นเก๋าที่กรุณาเล่าเรื่องกายภาพสรีระร่างกายให้ฟัง ที่สำคัญ ได้พบกับขาแรงและนักกีฬาบางคนที่ร่างกายพังต้องจบความฝัน เพราะทำทุกอย่างตามกระแสนิยมไปหมด อะไรมา ก็ทำ คนนั้นทำแบบนั้นแล้วแรงก็ทำ คนนั้นทำแบบนี้แรงก็ทำ เซ็ทอย่างโปร แล้วใช้ความทนถึกลุยเดินหน้าต่อไป
ตามนั้นครับ ไม่ผิดอะไร แต่มันเป็นแค่"เทร็นด์" ที่เพิ่งมา
ปล.จริงๆไม่ได้เพิ่งมานะ รถลู่นี่มานานแล้วครับ
ขอบคุณครับ ยังประโยชน์แก่เพื่อนนักปั่นในสังคมเป็นอย่างยิ่ง
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ผมว่าเซทอัพของโปรแต่ละคนนั่นเซทมาให้เหมาะกับแต่ละคน เราคงมองผ่านๆ มาแล้วเอามาปรับใส่ตัวเองทันทีคงไม่ได้
-
vikrom888
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2016, 13:13
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ผมใช้ซ้อมและแข่งไตรอยู่ เอา aero มาติดรถ infinite r-flow pro al โอเคนะความเร็วเพิ่มขึ้น 2-3 กม/ชม ครับ ผมใช้ 3T นะ มันมี stack ปรับสูงต่ำได้ โอเคมาก
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
ต้องลดความยาวสเตมมั้ยครับvikrom888 เขียน:ผมใช้ซ้อมและแข่งไตรอยู่ เอา aero มาติดรถ infinite r-flow pro al โอเคนะความเร็วเพิ่มขึ้น 2-3 กม/ชม ครับ ผมใช้ 3T นะ มันมี stack ปรับสูงต่ำได้ โอเคมาก
-
vikrom888
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2016, 13:13
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
อย่าพึ่งไปปรับเปลี่ยนอะไรครับ แค่หาaero bar มาใส่ก่อน ปรับเบาะไปด้านหน้าสุดๆ ถ้าไม่ไหวก็ค่อยเปลี่ยนนะผมคิดว่า อย่าไปลงทุนซื้อไรมามากมายเดี๋ยวไม่ได้ใช้เปลืองเงินครับPaxxa เขียน:ต้องลดความยาวสเตมมั้ยครับvikrom888 เขียน:ผมใช้ซ้อมและแข่งไตรอยู่ เอา aero มาติดรถ infinite r-flow pro al โอเคนะความเร็วเพิ่มขึ้น 2-3 กม/ชม ครับ ผมใช้ 3T นะ มันมี stack ปรับสูงต่ำได้ โอเคมาก
- benpariwat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1935
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2013, 07:58
- Bike: Specialized Tarmac comp 2012
Re: แฮนด์หมอบติดแอโร่ บาร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ
แอโร่บาร์ติดลงไป แรงก็ลดไปเยอะแล้วครับที่ความเร็วเดิม
แต่ผมว่า ขี่หมอบแฮนหมอบธรรมดานี่แหละครับมันมาก ขี่โต้ลม แรงล้วนๆครับ ใส่แอโร่บาร์เหมือนโกงอ่ะครับ 5555
แต่ผมว่า ขี่หมอบแฮนหมอบธรรมดานี่แหละครับมันมาก ขี่โต้ลม แรงล้วนๆครับ ใส่แอโร่บาร์เหมือนโกงอ่ะครับ 5555