ตอนที่แล้วผมไปเขี่ยเอาต่ิมถูกใจแฟนๆ ดูทีมและนักปั่นที่จี๊ดสมใจกับจี๊ดเกินใจไปแล้ว ตามสัญญากันเอาไว้ว่ารอบนี้ ภาคกลาง จะมาดูบ้างว่าใครและทีมไหนที่มาโชว์ฟอร์มในการแข่งนี้แบบโบ๋ๆ และทำแฟนๆผิดหวังกันไปบ้างนะครับ ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่ใช่การมาถล่มด่าว่าไม่ดี ไม่เด่น แต่แค่ "ไม่เกิด" กับ "ต่ำกว่าเป้า" ซึ่งมีปัจจัยหลายๆอย่างที่น่าจะต้องยกประโยชน์ให้จำเลย แต่ของแบบนี้ กีฬา มีแพ้มีชนะ มีพลาดพลั้ง เราไม่ได้มาถล่มกัน แต่เรามาสร้างรสสร้างสีให้คราวหน้า ติดตามชมกันต่อไปยาวๆครับ อย่าลืมนะครับว่าปีที่แล้ว แม้แต่ดาราดังๆยังครองที่สองตลอดตั้งหลายเสตจ แต่ก็ยังเลิฟยังเชียร์ และปีนี้ก็มาซะแรงจนแฟนๆยิ้มกันตาหยีตีนกาบานเลย

เอาล่ะครับผมขอเริ่มต้นด้วยการมองจากล่างขึ้นบน ในการแข่งรายการระดับนี้ ทีมที่ได้สิทธิเข้าร่วมโดยอัตโนมัติคือทีมในระดับดิวิชั่นหนึ่งทั้งหมด (เวิลด์ทัวร์ทีม) และจะมีทีมได้รับเชิญเข้าแข่งจากดิวิชั่นสอง (โปรฯคอนติเน็นตัลทีม) รวมทั้งสิ้น 28 ทีม โดยแบ่งสัดส่วนดังนี้
เวิลด์ทัวร์ทีม จำนวน 18 ทีม
โปรฯคอนติเน็นตัล จำนวน 4 ทีม
เราจะมาโฟกัสกันที่ทีมรับเชิญกันก่อน ซึ่ง 4 ทีมนี้ประกอบไปด้วย

ฟอร์จูนนีโอ-ไวทัลคอนเซ็ปท์ ทีมสัญชาติฝรั่งเศส
โคฟิดิส, โซลูชั่นเครดิทส์ ทีมสัญชาติฝรั่งเศส
ไดเร็คท์เอเนอร์จี้ ทีมสัญชาติฝรั่งเศส
โบร่า-อาร์กอน 18 ทีมสัญชาติเยอรมัน
ทีมเชิญในระดับนี้ก็แน่นอนล่ะครับที่มีขนาดทีม(รวม)เล็กกว่า มีเงินทุนน้อยกว่าและก็มีเพดานค่าเหนื่อยนักปั่นที่น้อยกว่าทีมดิวิชั่นสูงสุด ดังนั้นคงจะยากหากทีมจะมาพร้อมกับดาราดังเต็มทีมพร้อมเพรียงจะคว้าแชมป์ตูร เดอ ฟร็องซ์ แต่ทีมที่ได้รับเชิญมาแข่งคือทีมที่มีผลงานโดดเด่นในระดับตนเองและได้รับเชิญมาร่วมในรายการสูงสุดอื่นๆมาแล้ว ที่สำคัญสามารถทำผลงานได้เข้าตาผู้จัด เอามาแข่งแล้วไม่เป็นกลุ่มหนีบ๊วย นับว่าเป็นสุดยอดโอกาสดีมากๆที่ทีม นักปั่น และสปอนเซอร์จะมีโอกาสแสดงฝีมือ อวดให้คนได้เห็นทีม เห็นสปอนเซอร์ของทีมออกอากาศ ออกข่าว มีคนเห็นเป็นสิบๆล้านคนได้จากการแข่ง ดังนั้นเป้าหมายของทีมเล็กที่ได้มาร่วมคือการหาโอกาสแสดงฝีมือ มองไปที่รางวัลที่เหมาะสม หรืออย่างน้อย ขยันหนีรอดมากลุ่มท้ายๆ ไปหลุดหน้าเส้นก็ยังดี เพราะแค่หนีออกมาได้ ก็เหมือนกับได้พาเอาเสื้อและสปอนเซอร์ออกมาเข้ากล้องแล้ว ดีกว่าปั่นอยู๋เงียบๆหมกไปในเปโลตองทั้งวัน
ไม่ใช่ว่าทีมเล็กๆจะไม่มีโอกาสทำผลงานใหญ่นะครับ ในอดีต ทีมบาร์โลเวิลด์ ที่ได้รับเชิญเข้ามาเช่นเดียวกัน สามารถครองรางวัลจ้าวภูเขาได้โดยนักปั่นชาวโคลัมเบีย ฮวน เมาริซิโอ้ โซเลยร์ ดังนั้นทีมเชิญหากวางแผนดีๆ วางตัวเหมาะๆก็จะมีพิษสงพร้อมฉกฉวยนอกขากโอกาสเอาเสตจยังสามารถคว้าสะสมแต้มเล่นชิงรางวัลใหญ่ได้เลย ซึ่งในการแข่งปีนี้ ทีมเชิญต่างก็ทำผลงานได้เป็นที่ถูกอกถูกใจ ช่วยให้การแข่งเร่าร้อนสนุกสนาน มาดูตัวอย่างฝ่ายดีงามกันก่อนครับ

เอ็มมานูเอล บัคมานน์ จากทีมโบร่า-อาร์กอน 18 ทำผลงานเวลารวมได้อันดับสามในกลุ่มอายุไม่เกิน 25 ปี พลิกมาแซงวาเร็น บากีล์ จากไจแอ็นท์-อัลเปซีนได้ แถมทีมโบร่า-อาร์กอน 18 ยังขยันส่งนักปั่นหนีบ่อยมากๆ และหลายๆเสตจเราจะเห็นว่าไม่ได้ส่งไปคนเดียว ส่งไปเป็นคู่ดูโอ้ด้วย นั่นแปลว่าเป้าหมายของทีมคือการส่งคนหนีไปเล่นเกมส์กับกลุ่มหนีเพื่อไปเอาเสตจให้ได้ แม้ว่าจะไม่สามารถเก็บเสตจมาได้สำเร็จ แต่อย่างน้อยแสดงออกชัดเจนว่าทีมไม่ได้มาแบบเหนียมๆ และก็แน่นอนครับ สปอนเซอร์ยิ้มออกแล้ว ใครจำไม่ได้ ย้อนไปดูวันแรกๆครับ สัปดาห์แรก ขยันมาก
ด้าน ไดเร็คท์-เอเนอร์จี้ ก็ทำผลงานได้มากกว่าระดับชั้นตัวเองมาก แต่ทีมนี้ไม่ใช่ทีมเล็กไร้ชื่อแต่อย่างได เพราะจริงๆก็คือทีม "ยุโรปคาร์" อดีตทีมดิวิชั่นสูงสุดที่ร่วงลงไปดิวิชั่นรองเพราะปัญหาทางการเงินของทีม ดังนั้นทั้งโธมัส โวคเลอร์, ซิลแวน ชาวาเนล สองชื่อนี้ไม่ใช่นักปั่นระดับพื้นๆ เป็นนักแข่งแถวหน้า ซึ่งการแข่งครั้งนี้ก็มาอวดโฉมเอาวันท้ายๆ และบนเขาทำได้ไม่เลวเลย ถึงปีนี้จะเก็บเสตจไม่ได้ก็ยังทำความสนุกให้กับการแข่งได้ไม่น้อย และที่สำคัญเราอย่าลืม ไบรอัน คอคารด์ที่สปรินท์เบียดยักษ์อย่างเมามันส์ในสัปดาห์แรกของการแข่งนะครับ ตัวทีมเองก็มุ่งหมายเอาเสตจทางราบอย่างชัดเจน ตั้งแถวแย่งตำแหน่งส่งสปรินท์เตอร์ขึ้นมาทุกครั้งที่เป็นเสตจทางราบ

แดเนียล นาวาโร่ นักไต่เขาจากทีมโคฟิดิสฯ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หากใครติดตามดูการแข่งจะจำได้ไม่ยาก เพราะชุดสีแดงสดบนภูเขาที่ขยันเหลือเกิน มีเขาวันไหนต้องได้เห็นนาวาโร่ลุยออกไป และวันที่ติดตาที่สุดคือเสตจที่ 7 ซึ่งกลุ่มหนีแตกกันเอง มีสตีเฟ่น คัมมิ่ง หนีเดี่ยวขึ้นเขาไปคนแรก นาวาโร่ที่ดูแล้วเรี่ยวแรงยังดีเกาะกลุ่มกันมาเป็นกลุ่มไล่รวม 3 คน ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามช่วยกันไล่โดยมี วินเชนโซ่ นิบาลี จากทีมอัสทาน่าทำงานเยอะที่สุดแต่แล้วก็ไม่สามารถปิดแก็ปได้แถมคัมมิ่งยังหนีไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ภาพที่ติดตาคือ นาวาโร่ ตัดสินใจสลัดนิบาลีกระชากทีแรก นิบาลียังเหนียวตามมาเกาะได้ กระชากดอกที่สองเท่านั้น นิบาลีก็โบกมือลาไปแล้วเหลือกลุ่มตามเพียง 2 คน ปล่อยให้นิบาลีคอตกตามมาห่างๆ นี่แหละครับ บทบาทของทีมเชิญต้องมาสร้างความมันส์แบบนี้

ฟอร์จูนนีโอ-ไวทัลคอนเซ็ปท์
ใครจดจำอะไรได้บ้างครับกับทีมนี้? ... ไม่มีเสตจไหนที่ใกล้เคียง ไม่มีส่วนร่วมกับการชิงเสื้อตัวไหนเลย มีทำเกมส์หนีออกไปบ้างแต่ก็ไม่โดดเด่นและหายไปทันทีเมื่อกลุ่มหนีเกิดการกระชากกันเองอีกครั้ง สรุปว่าช่วงครึ่งหลังของเสตจต่างๆก็แทบจะไม่เห็นนักปั่นทีมนี้แล้ว อันดับเวลารวมดีที่สุดคืออันดับ 59 เก็บแต้มสปรินท์จากการหนีออกมาได้คะแนนรวมอันดับที่ 28 ยังเก็บแต้มจ้าวภูเขามาได้อันดับที่ 17 ที่เข้าตาสุดก็ เอ็ดเวิร์ด เอ็ดดูอาร์โด้ ที่ได้อันดับที่ 8 ในกลุ่มลุ้นเสื้อขาว
ดูแล้วช่างเป็นม้านอกสายตาเสียเหลือเกินกับทีมนี้ มาทำความรู้จักกันสักนิดครับ

ทีมเป็นทีมของเมืองเบรดาน ดำเนินการโดยหน่วยงานกึ่งๆรัฐและเอกชน ก็ละม้ายลักษณะเดียวกันกับสโมสรฟุตบอลอาชีพครับ มีงบประมาณส่วนใหญ่มาจากการสนับสนุนของเมือง ใช้ชื่อเมืองเป็นชื่อทีมหลักมาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2005 จนปี 2013 ได้รับการสนับสนุนเงินก้อนโตจากบริษัท เซเช่-เอ็นวิรอนเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทจัดการขยะรายใหญ่ ก่อนจะได้เงินทุนใหญ่มาจากฟอร์จูนนีโอ-ไวทัลคอนเซ็ปท์ สัญญาสนับสนุนทีมในปีนี้จนถึงสิ้นสุดปี 2017 ทีมเคยเข้าร่วม ตูร เดอ ฟร็องซ์มาแล้ว 3 ปีติดๆกัน
ผู้จัดการทีมคือเซบาสเตียน ฮิโนลท์ อดีตนักปั่นชาวฝรั่งเศสที่เพิ่งอำลาวงการนักปั่นอาชีพแขวนคลีทไปหมาดๆใช้ชีวิต 2 ปีสุดท้ายของการเป็นนักปั่นกับทีมไอแอมไซคลิ่งในปี 2013-2014 แต่ช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดคือช่วงที่สังกัดเอจีทูอาร์-ลาม็องเดรียล ตั้งแต่ปี 2009-2012 หลังจากแจ้งเกิดมากับทีม แกน ในปี 2007-2008 ดังนั้นถือว่าทีมถูกบริหารจัดการด้านการกีฬาโดยนักปั่นฝรั่งเศสเลือดใหม่ ซึ่งผลงานของ ผจก. ในอดีตก็ใช่ย่อย เคยชนะเสตจในรายการเวลต้า เอ เอสปันญ่า และได้เสตจจากทัวร์ออฟโปแลนด์กับทัวร์เดอลังกาวี เข้าแข่งแกรนด์ทัวร์รวมกันถึง 16 ครั้งตลอดอาชีพนักปั่น

ผลงานของทีมในปี 2015-2016 ได้มาจากการชนะเสตจรายการโปรทัวร์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเน้นไปที่รายการสำคัญๆในระดับดิวิชั่นตนเองและมีได้มาจากรายการใหญ่ที่ได้รับเชิญไปบ้าง นี่คือสาเหตุหลักสำคัญในการได้รับเชิญมาร่วมแข่ง ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ถึง 3 ปีซ้อน แต่แน่นอนว่าสาเหตุใหญ่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการเป็นทีมสัญชาติฝรั่งเศสที่กำลังเติบโต ก้าวขึ้นมาจากการเป็นทีมของเมืองเล็กๆและเริ่มได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจเข้ามาร่วมสนับสนุน จัดการทีมโดยนักปั่นหัวสมัยใหม่ ดังนั้นทางผุ้จัดย่อมต้องดึงเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งอยู่แล้ว

เอาล่ะครับ มานั่งไล่ชื่อนักแข่งในทีมไปก็คงจะไม่มีใครรู้จักกันนัก ถ้าใครรู็จักก็คงเป็นระดับแฟนกีฬาจักรยานเข้าเส้นซึ่งหาได้ยากยิ่งอย่างแน่นอน ส่วนตัวผมมองว่าถึงแม้ผลงานของทีมจะทำได้ดีจากการแข่งทัวร์ต่างๆ แต่ผลงานที่เด่นสะดุดตามักจะมาจากการแข่งวันเดียว(รายการคลาสสิค) ถึงแม้จะไม่ได้ไปถึงระดับลุ้นชนะ ลุ้นโพเดี้ยม แต่เห็นทีมขยันทำเกมส์ สร้างสีสัน หลายๆช่วงการแข่ง ราวกับว่ามีวันเดียว โอกาสน้อย ต้องจัดให้หนัก พอมาแข่งทัวร์ยาวๆอย่างแกรนด์ทัวร์เลยดูเงียบๆไปมาก แม้แต่วันที่เปโลตองปั่นกันนิ่ง เกมส์อืด ก็ยังยากที่จะได้เห็นพลพรรคฟอร์จูนฯ มีส่วนร่วมกับการแข่งขัน ดังนั้น ผมจึงขอยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่ทำให้แฟนๆผิดหวัง โดยเฉพาะ แฟนๆของจักรยาน "LOOK" หนึ่งในจักรยานแบรนด์คลาสสิค การออกแบบล้ำหน้า และราคาระดับพรีเมี่ยม ที่แทบจะมองหาแบรนด์โปรดไม่เจอกับการแข่งรายการสุดยอดของประเทศต้นกำเนิดแบรนด์

แต่เมื่อมองมาถึงสุดยอดแห่งความเซ็งคงไม่พ้น อัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ ที่ก่อนแข่งไม่นานฟอร์มกำลังดี ฟาดฟัน เฉือนกันมันส์กับคริส ฟรูมมาในช่วงอุ่นเครื่อง ทำเอาสื่อและแฟนๆพากันลุ้นว่าปีนี้จะได้เห็นการแข่งสุดคลาสสิค ดวลกันชนิดไม่ยอมกันของตำนานนักปั่นกับนักแข่งที่เรียกว่าแกร่งที่สุดของยุคเจ้าตัวเองก็ร่ำๆจะรีไทร์แขวนคลีทอยู๋แล้วหากจบสวยๆ ปีนี้กลับทำเอาต้องโก่งตัวลุ้นเมื่อเปิดมาก็ล้มเจ็บไปแต่แรก อาการเจ็บดูแล้วไม่น้อยแต่ก็แถลงข่าวว่าไม่หนัก แล้วก็ล้มซ้ำอีก พอไปบนเขาก็หลุดเอาดื้อๆ ดูไม่ออกเลยว่าเป็นเพราะเจ็บหรือเพราะจบกันแน่ วันสุดท้ายมีโชว์ออฟเบรคอะเวย์มาแบบเบาๆก่อนจะโดนรวบอย่างรวดเร็ว ปีหน้าข่าวล่าสุดก็คือการย้ายทีมไปสู่ค่ายเดิมที่เคยแจ้งเกิดมาได้ การไปร่วมกับ เทร็ค-เซกาเฟรโด้ ในปีที่จะถึงน่าจะถูกจับตามอง เพราะเทร็ค-เซกาเฟรโด้ ในทุกวันนี้ก็เหมือนทีมบ้านพักคนชราเข้าไปทุกที

และเมื่อพูดถึง เทร็ค-เซกาเฟรโด้ ไม่พูดถึง บอเก้ โมเลม่าก็คงไม่ได้ เพราะปีนี้ ทำเอาแฟนๆเทใจให้กันไปเต็มเลยกับลีลาการปั่นที่สุดๆแห่งความบู๊ แลกทุกอย่างที่มา ก่อนมาแข่งก็ถูกมองเป็นเพียงไม้ประดับที่อย่างมากก็ลุ้น top 10 ทีมก็ไม่ได้วางตัวมาเพื่อช่วยมากนักแต่สุดท้ายสามารถทำผลงานสูงสุดสะสมเวลารวมขึ้นไปได้ถึงอันดับ 2 ก่อนจะรูดลงมา หลุด top 10 ไปเพราะกรอบจากการแข่งระยะยาวขนาดนี้ แถมปั่นแบบมวยไม่ยอมกัน บนม็องต์ วองตู น่าจะจดจำกันได้ว่า โมเลม่า เป็นฝ่ายกระชากยิงหนีกลุ่มใหญ่ขึ้นมาไล่ทันคริส ฟรูม กับ ริชชี่ พอร์ท กลายเป็น 3 คนตัวเต็งคุมเชิงกันเหนียวแน่น และโมเลม่านี่แหละที่เปิดฉากใส่ฟรูมและพอร์ทแบบไม่เกรงกลัว
เรามาทำความรู้จักกับเค้ากันนะครับ
บอเก้ โมเลม่า
นักปั่นชาวดัทช์(เนเธอแลนด์) อายุ 29 ปีที่เทิร์นโปรมากับทีมใหญ่อย่างราโบแบ็งค์ ก่นอจะย้ายไปสังกัด เทร็ค-แฟคโทรี่ 2015 นี้เอง ตั้งแต่ปี 2008-2014 โมเลม่า เป็นตัววางอันดับรองของทีมราโบแบ็งค์มาตลอดเพราะแม้จะเป็นนักแข่งแบบ "ออลราวเดอร์" ก็ยังไม่ใช่ตัวสำคัญของทีมสักเท่าไหร่ ต้องทำใจเพราะราโบแบ็งค์เป็นทีมใหญ่ของเนเธอแลนด์(ปัจจุบันคือทีมล็อตโต้เอ็นแอล-ยัมโบ้) นอกจากจะมีนักแข่งระดับโลกมาร่วมทีมหลายคน ก็ยังมีนักปั่นชาวดัทช์ที่ปั้นกันมาตั้งแต่ชุดเยาวชนอยู่เพียบ(โมเลม่าเองก็เป็นผลผลิตของอะคาเดมี่ของทีม) สาเหตุนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งให้โมเลม่าย้ายไปสังกัดกับค่ายเทร็คฯ เพราะเทร็คฯเองก็เน้นการดึงเอานักปั่นแววดี มีแนวทางรุ่งเข้าไปร่วมทีมเสริมกับนักปั่นลายครามที่นับเวลาเกษียณอายุ
โมเลม่า มีส่วนผสมของการเป็นนักปั่นแกรนด์ทัวร์ที่ดีอยู๋ในตัว เป็นเหตุที่ทำให้เทร็คฯมองเห็นอนาคตสดใส เพราะสามารถขี่ไทม์ไทรอัลได้ดีแถมยังไต่เขาได้ไม่แพ้นักไต่เขา แต่สิ่งที่น่าเศร้าใจคือทีมเทร็คฯเองไม่ได้วางแผนทำทีมเพื่อเน้นการเอาชนะแกรนด์ทัวร์เป็นหลัก ดังนั้นส่วนผสมของทีมจึงมาแบบกลางๆ ประกอบกับทีมเน้นไปที่การแข่งช่วงฤดูใบไม้ผลิกับรายการคลาสสิคสำคัญๆของฟาเบียน คันเซลลาร่าเสียมากกว่า แผนการทำทีมและการบริหารนักแข่งจึงเอนไปในรูปแบบทีมคลาสสิค เหตุนี้ทำให้โมเลม่าเหมือนเป็นอัศวินเดี่ยวเอาตัวรอดคนเดียว และเล่นทั้งเกมส์รุกและรับคนเดียว แม้ว่าจะมีชเล็คค่อยช่วยแต่ลำพังความฟิตและการตอบสนองของดาราโรยแรงไม่เพียงพอที่จะรับมือทีมอย่างโมวี่สตาร์และทีมสกายที่กะมาเอารายการนี้ ไหนจะบีเอ็มซีเรสซิ่งที่ช่วงท้ายก็มากัน 2 คนทั้งทีเจย์ แวนเกรเดร็นกับริชชี่ พอร์ท หรืออัสทาน่าที่มียอค็อบ ฟูกแซง กับฟาบิโอ อารู

โมเลม่า ลงแข่งตูร เดอ ฟร็องซ์มาแล้วถึง 6 ครั้ง โดยที่ติด top 10 ในช่วงปี 2013-2015 ก็เพิ่งจะมีปีนี้นั่นแหละครับที่หลุดอันดับ top 10 ไปแบบน่าเสียดาย การมาของอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ในปีหน้า หมายถึงสัญญาณอันดีที่บ่งบอกว่าทีมเทร็ค-เซกาเฟรโด้ จะหันมามองการวางตัวนักแข่งเพื่อแกรนด์ทัวร์มากขึ้น วางแผนเพื่อทำผลงานให้ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน แต่คำถามอยู่ที่ว่า "แล้วใครจะเป็นผู้นำ?" ระหว่างหน้าใหม่ที่ฟอร์มดี กับตำนานที่หากนับเอาเข้าจริงก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีโมเลม่าก็ทำผลงานสู้คอนทาดอร์ไม่ได้ สิ่งที่ผมจะรอดูก็คือ วินาทีที่โมเลม่าต้องชั่งใจว่าจะอยู๋ช่วยคอนทาดอร์หรือจะออกไปเพื่อทำอันดับของตนเอง วงเวียนแห่งกรรมจะวนมาหาคอนทาดอร์หรือไม่? เมื่อวันที่เขาแถลงข่าวว่าเป็นผู้ช่วยของแลนซ์ อาร์มสตรอง แต่แล้วก็กระชากหนีออกไป ปล่อยให้แลนซ์ผจญกับวิบากชีวิต ต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง มันช่างละม้ายคล้ายกันเสียเหลือเกิน

ว่ากันด้วยคู่หูดูโอ้ ในปีนี้ นอกจาก โพลส์กับฟรูม ก็ยังมี อเลฮานโดร วาลเวอร์เด้ กับ ไนโร ควินทาน่า และ ทีเจย์ แวนเกรเดร็น กับ ริชชี่ พอร์ท ซึ่งแต่ละทีมที่กล่าวมา(ยกเว้นสกาย)ใช้ตัวนักแข่งหลักสองคนของทีมในการแข่งขันได้อย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะวาลเวอร์เด้ ที่แม้จะเก๋ากว่า ก็ยอมให้กับควินทาน่าที่ถึงจะดูพรสวรรค์อนาคตไกลแต่ขาดความเฉียบขาด จังหวะไม่คมและดูลังเลในบางครั้ง ยังดีที่สามารถเซฟตำแหน่งไล่มายืนโพเดี้ยมได้ในที่สุด วันที่เสียหายมากที่สุด คือวันที่คริส ฟรูมได้ฉลองใส่เสื้อเหลือง ด้วยการดิ่งลงเขามาอย่างเร็ว เป็นอีกภาพจดจำของท่าลงเขาแบบใหม่ แต่ที่ยอดเขาวินาทีที่ฟรูมกระชากออกมานั้น ควินทาน่าอยู่ไม่ห่างมาก มัวแต่ลังเล และรอจนกว่าวาลเวอร์เด้จะขึ้นมาเป็นคนช่วยไล่ลงเขา ซึ่งก็สายไปเสียแล้ว เปิดระยะออกไปขนาดนั้น ฟรูมก็เหมือนได้ตั๋วรถด่วนบินยาวเข้าเส้นชัยไปเอาเสื้อเหลืองมาครองยาวๆกันไปเลย ณ เวลานั้น โมวี่สตาร์มี 2 คนส่วนบีเอ็มซีก็มี 2 คนหากผนึกกำลังกันและเฉียบขาด เกมส์การแข่งขันอาจเปลี่ยนไปไม่เป็นเช่นที่เราชมกัน กว่าบีเอ็มซีฯจะขยับมาช่วยไล่ก็ทำได้เพรียงช่วยให้เสียเวลาน้อยที่สุดเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งในปีนี้
แต่มีอีกหนึ่งทีม ที่ก็มีนกแข่งระดับโลกขนมา และเป็นความคาดหวังของแฟนๆไม่น้อย

อัสทาน่า
ไม่อ้อมค้อมล่ะครับ ส่วนตัวผมผิดหวังกับอัสทาน่าในปีนี้ แน่นอนผมไม่ได้หวังให้วินเชนโซ่ นิบาลีชนะ ความกรอบล้ามาจากรายการจิโร่ ดิตาเลียก่อนหน้านี้ย่อมส่งผล แต่ในครั้งนี้ทีมส่งนักปั่นมาแข่งมีรายชื่อ 3 นักปั่นระดับแนวหน้าของโลก วินเชนโซ่ นิบาลี, ฟาบิโอ อารู และยาค็อบ ฟูกแซง เอาจำนวนการแข่งแกรนด์ทัวร์ของทั้งสามคนมารวมกัน 16+6+10 = 32 ครั้ง แถมทั้งนิบาลีและอารูเคยชนะแกรนด์ทัวร์มาแล้วหลายครั้ง ส่วนฟุกแซงอาจจะไม่เคยชนะแต่ผลงานการแข่งเคยได้ top 10 และเป็นหนึ่งในส่วนร่วมสำคัญของความสำเร็จของทีมมาตลอด องค์ประกอบแบบนี้ดูแล้วแม้ว่าอัสทาน่าอาจดูมีแต้มต่อในการลุ้นแชมป์เสียเปรียบ แต่ก็ไม่น่าจะพลาดที่จะบอกว่าฟอร์มมาลุ้นโพเด้ยม อย่างน้อยๆก็ top 5 ได้สักคนไม่น่าหลุด แต่ผลสุดท้าย ทั้งหมด 3 คนจบลงนอก top 10 หมดสิ้น

ฟาบิโอ อารู อันดับ 13 หลุดออกมาแบบเหี่ยวๆในช่วงภูเขา 2 วันสุดท้าย วินเชนโซ่ นิบาลี จบลงที่อันดับเวลารวมที่ 30 ส่วนยาค็อบ ฟูกแซง จบที่อันดับ 52 ก่อนการแข่งทางอัสทาน่าชัดเจนว่าการแข่งนี้วางตัวให้ฟาบิโอ อารู เป็นผู้นำทีมและจะพยายามทำอันดับให้ได้ดีที่สุด ซึ่งทุกคนก็เข้าใจกันว่านิบาลี จะกลายเป็นซุปเปอร์โดเมสทีคแบบสุดยอดขั้นซุปเปอร์ให้กับอารู และน่าจะกลายเป็นคู่ดูโอ้ที่แข็งแกร่งพอจะลุ้นโพเดี้ยมได้ เพราะด้วยหน้าที่ของฟูกแซงที่ทำเกมส์รับบนเขาให้กับทีมได้ดีมาตลอด หากได้นิบาลีและอารูช่วยกันทั้งรุกและรับ อย่างน้อยการทำอันดับเวลารวมก็น่าจะไม่ยากเกินไป

แต่แล้วสิ่งที่แฟนๆได้เห็นคือ วินเชนโซ่ นิบาลี ขยันเบรคอะเวย์ออกไปแทบจะทุกวันที่มีโอกาสอำนวย ราวกับว่าอัสทาน่าสิ้นหวังแล้วกับการทำเวลารวมของฟาบิโอ อารู ลุ้นกับตัวนิบาลี ส่ง'ซุปตาร์ ออกไปล่าเสตจดีกว่า ผลสุดท้ายที่จบลงแบบเสียหายหนักคือไปโดนชาวบ้านกระชากไส้แตก หม้อน้ำระเบิดบนเขาทุกลูกที่มีจุดชี้ขาด เรียกว่าหนีไปจนจะสิ้นทางก็ไปหมด กรอบ แล้วโดนเค้าทิ้งไปทุกครั้ง จากเดิมที่ดิ่งลงเขาได้บ้าบิ่นทำเวลาได้ดี พอขาดแรงบันดาลใจไปเอาเสตจได้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เต็มที่เหมือนเก่า ใครที่ชมการแข่งโดยเฉพาะวันภูเขาจะเห็นภาพนิบาลีหลุดกลุ่มกับโดนเค้ากระชากกรอบในปีนี้จนชินล่ะครับ

สุดท้ายแล้ว อารู ต้องผจญวิบากกรรมอยู่คนเดียว ผสมกับความล้า กรอบมาตลอด กลายเป็นมนุษย์เดียวดายทันทีที่ฟูกแซงโบกมือลาหมดหน้าที่ ในเมื่อคู่แข่งอื่นๆมีแรงเหลือทั้งโยฮิคิม โรดิเกสจากคาทูช่า และโรมัน ครูซิเกอร์จากธิงจัดหนักในโค้งสุดท้ายก่อนจบ ทำเวลาบนเขากันแบบไม่คิดชีวิต เพื่อพลิกอันดับขึ้นอาเอา top 10 เราก็ยังเห็นทีมอัสทาน่าส่งนีบาลีหนีในเสตจเขาสุดท้าย แล้วก็จบลงด้วยโดยทุบก่อนถึงยอดเขา วืดเสตจไปอีกโดยปริยาย สรุปแล้ว โบ๋ล้วนๆ
โบ๋หมดทั้งเสตจและอันดับเวลารวม ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับทีมใหญ่อย่างอัสทาน่า
เอาล่ะครับก็ขอจบภาคสอง(ภาคกลาง) เดี๋ยวเรามาดูภาคปิดท้ายกัน กลับมาดูอะไรที่เจริญใจกันบ้าง กับนักปั่นขวัญใจมหาชน และการฟาดฟันกันของสปรินท์เตอร์ ที่ปีนี้ สุดมันส์กันจริงๆ แต้มเล่นกันแหลก จนแต้มขาดก็ยังเบียดกันแย่งเสตจกันอีก รวมถึงเสื้อจ้าวภูเขาที่ปีนี้สมานฉันท์เวียนกันใส่คนละนิดละหน่อยเปลี่ยนมือไปมาเพิ่งมานิ่งเอาช่วงใกล้จบการแข่ง
พบกันตอนต่อไปครับ[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 933723.jpg[/homeimg]