ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
Body Geomtry Fit
[align=center][/align]
การฟิตติ้ง เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายๆคนตั้งคำถามว่า มันมีความสำคัญและจำเป็นมากขนาดไหน และทำเพื่ออะไรกันนะ? วันนี้ผมได้มีโอกาสอันดีที่จะไปสังเกตุการณ์การทำฟิตติ้งแบบครบวงจร ตั้งแต่แรกจนจบ ของแขกรับเชิญพิเศษ ร็อคสตาร์คนดัง "ตูน บอดี้แสลม" ที่มาหลงใหลกับจักรยาน และเห็นความสำคัญของการทำฟิตติ้ง จนเลือกมาใช้บริการฟิตติ้งของ Body Geometry Fit ณ Specialized Concept Store
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าฟิตติ้ง?
การทำฟิตติ้ง แปลง่ายๆคือการ "ปรับ" จักรยานให้เหมาะกับร่างกายของคนขี่ ซึ่งแตกต่างจากการเลือกไซส์จักรยาน(หรือเรียกว่า"ไซส์ซิ่ง")อย่างสิ้นเชิง เพราะการทำฟิตติ้งมุ่งเน้นที่กายภาพของผู้ขี่เป็นหลัก แล้วปรับให้ผู้ขี่อยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสมที่สุด โดยการปรับระยะต่างๆบนจักรยานให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งหัวใจของ BG Fit ไม่ไดบอกเอาไว้ว่า องศาเท่าไหร่ มุมแบบไหน จึงจจะเป็นคำตอบที่เหมาะสม แต่เน้นไปที่การตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาระยะมิติต่างๆให้ได้เสียก่อน จากนั้น จึงนำมาปรับจักรยานให้ได้ตามค่าดังกล่าว ที่สำคัญ การฟิตติ้งแบบ BG Fit เน้นที่ตัวผู้ปั่นเป็นหลัก ดังนั้น การตอบสนองต่างๆจากผู้ขี่ เป็นแนวทางที่สำคัญกว่าท่าขี่ที่สวยงาม หรือองศาในอุดมคติ เนื่องจาก ทุกคนไม่ได้มีกายภาพเหมือนกันเสมอไป
กระบวนการในการทำฟิตติ้งของ BG Fit 1.การสัมภาษณ์ข้อมูล
เพื่อให้ได้แนวทางในการทำฟิตติ้งว่าจะออกมาในรูปแบบใด วัตถุประสงค์ในการขี่ ปริมาณการขี่ของแต่ละคน รวมถึงตรวจสอบปูมหลังอาการบาดเจ็บ อุบัติเหตุ และข้อจำกัดพื้นฐานของนักปั่นแต่ละคน ที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฟิตติ้งนำไปแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อถึงขั้นตอนการปรับระยะจักรยานได้อย่างมีเหตุมีผล 2.การตรวจร่างกาย
หมายถึงการตรวจข้อต่อ กล้ามเนื้อ มุม องศา และความสามารถทางกายภาพในการขยับในลักษณะต่างๆ เพื่อนำไปออกแบบเป็นท่าขี่ที่เหมาะสมกับคนๆนั้นมากที่สุด ไม่ต้องฝืนร่างกายเพื่อให้ได้มุมที่ถูกต้องแต่ผิดกายภาพ หรือหาองศาที่เหมาะสมกับการออกแรงได้ดีที่สุดโดยคำนึงถึงระยะของข้อต่อ ขั้นตอนนี้กินเวลาเกือบๆ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว และยิ่งใช้เวลามากขึ้นหากพบว่าร่างกายของนักปั่นมีข้อจำกัดต่างๆจากปกติ ยิ่งตรวจละเอียดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรู็ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการปรับจักรยานมากเท่านั้น และมีกระบวนการเตรียมเพื่อแก้ปัญหาให้ได้เต็มที่และตรงจุดนั่นเอง 3.การปรับระยะให้เหมาะสม
ขั้นตอนนี้กระทำบนเครื่องมือที่เรียกว่า Retul ซึ่งสามารถปรับระยะต่างๆจำลององศาของจักรยานได้อย่างแม่นยำ ร่วมกับเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อตรวจสอบในซอฟท์แวร์ว่ามีการขยับในองศาต่างๆตามที่วัดมาได้แค่ไหน ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฟิตติ้ง สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ทันทีในการเคลื่อนไหว ไม่ต้องคอยวัดระยะและมุมต่างๆจากตัวผู้ขี่ แต่อย่างที่บอกครับ มันคือเครื่องมือเท่านั้น สุดท้ายแล้วการเลือกปรับระยะต่างๆ หรือชดเชยด้วยอุปกรณ์เสริม เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของการทำฟิตติ้งที่ผุ้เชี่ยวชาญต้องตัดสินใจเอง หลังจากนั้นถ่ายเอาค่าที่วัดได้ทั้งหมดมายังจักรยานของผู้ทำฟิตติ้ง ว่าต้องปรับระยะหลักอานอย่างไร เลือกใช้แหวนรองคอเท่าไหน เสต็มจะยาวเท่าไหร่ ไปจนแม้แต่ตำแหน่งการติดตั้งมือชิฟท์เตอร์ รวมถึงองศาของแฮนด์ก็สามารถได้คำตอบจากกระบวนการทั้งหมดได้ และผลลัพธ์ก็คือจักรยานที่ถูกปรับให้เหมาะกับตัวผู้ขี่นั่นเอง
อย่างไรก็ดี การทำฟิตติ้งไม่ใช่สิ่งที่"จบ" ในกระบวนการนี้ เพราะการติดตามผลและปรับแต่งเป็นสิ่งสำคัญ BG Fit แนะนำให้นักจักรยานที่มาทำฟิตติ้งควรกลับมาติดตามผลการปรับอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลกับฟิตเตอร์ในการแก้ไขหรือปรับปรุงระยะต่างๆให้สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญกว่านั้น ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝน พัฒนา ทั้งด้านความทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมาแล้ว ก็จะรองรับท่าขี่ที่เปลี่ยนไปได้ แม้แต่อาการบาดเจ็บ การเว้นช่วงการซ้อม หรืออายุที่เปลี่ยนไป ก็ส่งผลให้จำเป็นต้องปรับการฟิตติ้งใหม่เป็นระยะๆเช่นกัน
สุดท้าย สำหรับนักจักรยานหลายๆคน ที่มีปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ตั้งแต่มือชา เท้าชา ไปจนถึงระดับเจ็บ ปวด กดทับ หรือร้าวราน ปัญหาทั้งหมดอาจแก้ไข่ได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น แต่บางครั้งยิ่งแก้ยิ่งแย่ ยิ่งปรับยิ่งยุ่ง การตัดสินใจไปทำฟิตติ้ง เพื่อค้นหาปูมแห่งปัญหาต่างๆที่ร่างกายเรา ก็เป็นทางแก้ที่ตรงจุดที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักปั่นที่มีกายภาพไม่ปกติ ...ซึ่งถ้าให้ผมบอกตามตรงก็คือทุกๆคนนั่นแหละครับที่ไม่ปกติ เพราะไม่ขายาวไม่เท่ากัน ก็มีมือยาวไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อซีกซ้าย ขวาแข็งแรงไม่เท่ากันจากการใช้งานหรือเล่นกีฬาบางชนิด ไปจนองศาของกระดูก ข้อต่อ ที่ยากจะหาใครที่ตรงเป๊ะ 100% ได้ ดังนั้น นี่อาจเป็นมิติเล็กน้อยที่เราคาดไม่ถึงแต่ส่งอาการสะท้อนออกมาบนจักรยาน ลดความสุข สนุกสนานบนสองล้อไปในที่สุดนั่นเอง[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 897855.jpg[/homeimg]
[align=center][/align]
การฟิตติ้ง เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายๆคนตั้งคำถามว่า มันมีความสำคัญและจำเป็นมากขนาดไหน และทำเพื่ออะไรกันนะ? วันนี้ผมได้มีโอกาสอันดีที่จะไปสังเกตุการณ์การทำฟิตติ้งแบบครบวงจร ตั้งแต่แรกจนจบ ของแขกรับเชิญพิเศษ ร็อคสตาร์คนดัง "ตูน บอดี้แสลม" ที่มาหลงใหลกับจักรยาน และเห็นความสำคัญของการทำฟิตติ้ง จนเลือกมาใช้บริการฟิตติ้งของ Body Geometry Fit ณ Specialized Concept Store
อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าฟิตติ้ง?
การทำฟิตติ้ง แปลง่ายๆคือการ "ปรับ" จักรยานให้เหมาะกับร่างกายของคนขี่ ซึ่งแตกต่างจากการเลือกไซส์จักรยาน(หรือเรียกว่า"ไซส์ซิ่ง")อย่างสิ้นเชิง เพราะการทำฟิตติ้งมุ่งเน้นที่กายภาพของผู้ขี่เป็นหลัก แล้วปรับให้ผู้ขี่อยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสมที่สุด โดยการปรับระยะต่างๆบนจักรยานให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมกับร่างกาย ซึ่งหัวใจของ BG Fit ไม่ไดบอกเอาไว้ว่า องศาเท่าไหร่ มุมแบบไหน จึงจจะเป็นคำตอบที่เหมาะสม แต่เน้นไปที่การตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาระยะมิติต่างๆให้ได้เสียก่อน จากนั้น จึงนำมาปรับจักรยานให้ได้ตามค่าดังกล่าว ที่สำคัญ การฟิตติ้งแบบ BG Fit เน้นที่ตัวผู้ปั่นเป็นหลัก ดังนั้น การตอบสนองต่างๆจากผู้ขี่ เป็นแนวทางที่สำคัญกว่าท่าขี่ที่สวยงาม หรือองศาในอุดมคติ เนื่องจาก ทุกคนไม่ได้มีกายภาพเหมือนกันเสมอไป
กระบวนการในการทำฟิตติ้งของ BG Fit 1.การสัมภาษณ์ข้อมูล
เพื่อให้ได้แนวทางในการทำฟิตติ้งว่าจะออกมาในรูปแบบใด วัตถุประสงค์ในการขี่ ปริมาณการขี่ของแต่ละคน รวมถึงตรวจสอบปูมหลังอาการบาดเจ็บ อุบัติเหตุ และข้อจำกัดพื้นฐานของนักปั่นแต่ละคน ที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฟิตติ้งนำไปแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อถึงขั้นตอนการปรับระยะจักรยานได้อย่างมีเหตุมีผล 2.การตรวจร่างกาย
หมายถึงการตรวจข้อต่อ กล้ามเนื้อ มุม องศา และความสามารถทางกายภาพในการขยับในลักษณะต่างๆ เพื่อนำไปออกแบบเป็นท่าขี่ที่เหมาะสมกับคนๆนั้นมากที่สุด ไม่ต้องฝืนร่างกายเพื่อให้ได้มุมที่ถูกต้องแต่ผิดกายภาพ หรือหาองศาที่เหมาะสมกับการออกแรงได้ดีที่สุดโดยคำนึงถึงระยะของข้อต่อ ขั้นตอนนี้กินเวลาเกือบๆ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว และยิ่งใช้เวลามากขึ้นหากพบว่าร่างกายของนักปั่นมีข้อจำกัดต่างๆจากปกติ ยิ่งตรวจละเอียดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรู็ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการปรับจักรยานมากเท่านั้น และมีกระบวนการเตรียมเพื่อแก้ปัญหาให้ได้เต็มที่และตรงจุดนั่นเอง 3.การปรับระยะให้เหมาะสม
ขั้นตอนนี้กระทำบนเครื่องมือที่เรียกว่า Retul ซึ่งสามารถปรับระยะต่างๆจำลององศาของจักรยานได้อย่างแม่นยำ ร่วมกับเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อตรวจสอบในซอฟท์แวร์ว่ามีการขยับในองศาต่างๆตามที่วัดมาได้แค่ไหน ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฟิตติ้ง สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ทันทีในการเคลื่อนไหว ไม่ต้องคอยวัดระยะและมุมต่างๆจากตัวผู้ขี่ แต่อย่างที่บอกครับ มันคือเครื่องมือเท่านั้น สุดท้ายแล้วการเลือกปรับระยะต่างๆ หรือชดเชยด้วยอุปกรณ์เสริม เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของการทำฟิตติ้งที่ผุ้เชี่ยวชาญต้องตัดสินใจเอง หลังจากนั้นถ่ายเอาค่าที่วัดได้ทั้งหมดมายังจักรยานของผู้ทำฟิตติ้ง ว่าต้องปรับระยะหลักอานอย่างไร เลือกใช้แหวนรองคอเท่าไหน เสต็มจะยาวเท่าไหร่ ไปจนแม้แต่ตำแหน่งการติดตั้งมือชิฟท์เตอร์ รวมถึงองศาของแฮนด์ก็สามารถได้คำตอบจากกระบวนการทั้งหมดได้ และผลลัพธ์ก็คือจักรยานที่ถูกปรับให้เหมาะกับตัวผู้ขี่นั่นเอง
อย่างไรก็ดี การทำฟิตติ้งไม่ใช่สิ่งที่"จบ" ในกระบวนการนี้ เพราะการติดตามผลและปรับแต่งเป็นสิ่งสำคัญ BG Fit แนะนำให้นักจักรยานที่มาทำฟิตติ้งควรกลับมาติดตามผลการปรับอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลกับฟิตเตอร์ในการแก้ไขหรือปรับปรุงระยะต่างๆให้สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญกว่านั้น ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝน พัฒนา ทั้งด้านความทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมาแล้ว ก็จะรองรับท่าขี่ที่เปลี่ยนไปได้ แม้แต่อาการบาดเจ็บ การเว้นช่วงการซ้อม หรืออายุที่เปลี่ยนไป ก็ส่งผลให้จำเป็นต้องปรับการฟิตติ้งใหม่เป็นระยะๆเช่นกัน
สุดท้าย สำหรับนักจักรยานหลายๆคน ที่มีปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ตั้งแต่มือชา เท้าชา ไปจนถึงระดับเจ็บ ปวด กดทับ หรือร้าวราน ปัญหาทั้งหมดอาจแก้ไข่ได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น แต่บางครั้งยิ่งแก้ยิ่งแย่ ยิ่งปรับยิ่งยุ่ง การตัดสินใจไปทำฟิตติ้ง เพื่อค้นหาปูมแห่งปัญหาต่างๆที่ร่างกายเรา ก็เป็นทางแก้ที่ตรงจุดที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักปั่นที่มีกายภาพไม่ปกติ ...ซึ่งถ้าให้ผมบอกตามตรงก็คือทุกๆคนนั่นแหละครับที่ไม่ปกติ เพราะไม่ขายาวไม่เท่ากัน ก็มีมือยาวไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อซีกซ้าย ขวาแข็งแรงไม่เท่ากันจากการใช้งานหรือเล่นกีฬาบางชนิด ไปจนองศาของกระดูก ข้อต่อ ที่ยากจะหาใครที่ตรงเป๊ะ 100% ได้ ดังนั้น นี่อาจเป็นมิติเล็กน้อยที่เราคาดไม่ถึงแต่ส่งอาการสะท้อนออกมาบนจักรยาน ลดความสุข สนุกสนานบนสองล้อไปในที่สุดนั่นเอง[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 897855.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- Meow-Meow
- ขาประจำ
- โพสต์: 1244
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ต.ค. 2011, 22:17
- Bike: Cinelli Xperiance;Giant Yukon ปี2000
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
Fitting ระบบนี้สามารถใช้กับรถยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ specialized หรือเปล่าครับ
- เสือสวาท
- สมาชิก
- โพสต์: 82
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2011, 16:02
- nond9972
- ขาประจำ
- โพสต์: 873
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2012, 13:10
- Tel: 0942653514
- team: Turtle Cycling Club Thailand / SoitanBKK
- Bike: Kaze Race Ronin-ER
- ตำแหน่ง: facebook : nond9972
- ติดต่อ:
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
Dynamic Fitting คือการทำฟิตติ้งโดยวัดข้อมูลขณะเคลื่อนไหว ไม่ต้องหยุดปั่นเพื่อเอาเครื่องมือวัดท่าทางองศา ดังนั้น ทีหลายที่ที่ได้รับอบรมมาครับ (ว่าด้วยด้านของเครื่องมือนะหรือ ศาสตร์) ส่วนว่า ไบค์ฟิตเตอร์ คนไหนที่เป็นขวัญใจของคนจักรยานนั่นคือ ศิลป์ ครับ ไบค์ฟิตเตอร์ที่นำ ศาสตร์ และศิลป์ มาหลอมเข้าด้วยกันได้ผลดี ก็คือไบค์ฟิตเตอร์ที่เป็นขวัญใจมหาชนแหล่ะครับMeow-Meow เขียน:Fitting ระบบนี้สามารถใช้กับรถยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ specialized หรือเปล่าครับ
เพราะลำพังการทำฟิตติ้งจักรยานเพียงแค่เอาเครื่องมือมาวัดแล้วปรับตาม ก็เชื่อว่า เพียงมีทุนทรัพย์ก็ซื้อหามาทำกันเองได้ แต่ ประสบการณ์ในการประมวลข้อมูล นำมาแก้ไขให้เรารู้สึกสบายในการปั่น ไม่ใช่ทุกคนที่อ่านขาด ตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญมากครับ ไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดอาการแก้ไม่ถูกจุด แก้ไม่ขาด แก้ไม่จบ จนถึงต้องเปลี่ยนไบค์ฟิตเตอร์กันเลย
ลองพิจารณาหาข้อมูลดูครับ ไม่ว่าจากโซเชียลมีเดีย หรือ จากเพื่อนๆนักปั่นจักรยาน เพื่อประกอบการตัดสินใจ มีหลายที่ที่รับทำฟิตติ้งลักษณะนี้ครับ
>>เรื่องปั่นเรามักท้อ เรื่องแต่ง(รถ)หล่อเราไม่เคยพอ<<
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
แก้ไขครับ
ไดนามิคฟิตติ้ง คือการฟิตติ้งแบบให้ขยับตัวหรือปั่นบนจักรยานปรับระยะแล้วดูองศาร่างกายจากทั้งระบบซอฟท์แวร์หรืออุปกรณ์ใดๆ ส่วนอีกแบบคือสแตติคฟิตติ้ง คือการฟิตติ้งแบบไม่ขยับครับพูดง่ายๆคือใช้การวัดมุมต่างๆ แล้วปรับแก้
การปรับระยะมีทั้งมือปรับ มือหมุน ไปยันไฮดรอลิคส์ปรับไปปั่นไปคอมฯเลื่อนให้อันนี้แล้วแต่ แต่โดยรวมมันคือไม้บรรทัดที่เอาไว้วัดและปรับครับ
ส่วนศาสตร์ในการฟิตจริงๆคือเรื่องของวิชาการ กายภาพ วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับกายวิภาคครับ แต่ละตำราจะแตกต่างกันออกไป บ้างก็ยึดมุมองศาอุดมคติ บ้างก็เน้นที่การศึกษาร่างกายอันนี้ผมไม่ฟันว่าวิชาไหนดีกว่านะครับ
ส่วน BG Fit เป็นวิชาที่เริ่มมาจากการศึกษาร่างกายคนเหมือนกายภาพหลักที่จะแปลงไปเป็นองศาต่างๆ จะแก้ไขมุมให้ได้ด้วยการปรับระยะให้ใกล้เคียงกับขีดจำกัดร่างกายมากกว่าเอามุมอุดมคติ และจะพยายามเสริมรองยัดต่อให้น้อยถ้าไม่จำเป็น
เนื้อหาวิชานี้มีการเรียนและสอบระดับกับหลักสูตรของ Specialized ที่ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเต็มตัวทำการวิจัยศึกษาเรื่องนี้มานานแล้ว ฟิตเตอร์สิทธิคนนี้เป็น 1 ใน 2 คนไทยที่จบเลเวล 2 และทำงานปรึกษากับผู้เี่ยวชาญขั้นสูงใน ตปท. ในเคสที่ยาก เลเวล 3 ยังไม่มีคนไทยไปถึงเพราะจะเป็นขั้นที่เริ่มไปสู่การเเป็นผู้สอน ส่วนเลเวล 4 ก็คือผู้สอนฟิตติ้งได้แล้ว
ปัจจุบันอุปกรณ์ รีทูลหรือเครื่องนี้อยู่ภายใต้ร่มชายคาของ Specialized แล้วเนื่องจากทาง BG มีศาสตร์แต่ขาดเครื่องมือส่วนรีทูลเป็นเครื่องมือกึ่งสำเร็จรูปตั ดังนั้นจึงนำเอามาปนวกกันไว้ได้พอดี
ส่วนศาสตร์สำนักอื่นเราจะไม่แตะไม่เทียบนะครับ คงยากจะมานั่งเถียงกันว่าหมอรามา หมอจุฬา ใครเรียนมาดีกว่า แถมยังมีหมอแมะ หมอสมุนไพร ที่ถูกจริตกับบางท่านก็ไม่ควรเทียบกันข้ามวิชา
ศิลป์นั้นคือการนำวิชามาแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด ตัววิชาสำนักใหญ่จริงๆการแก้ปัญหามีระบุขั้นตอนเป็นวิทยาศาสตร์จาก 1 ไป 2 ชัดเจนเพื่อไล่หาต้นตอแต่ก็มีบ้างที่างครั้งการเลือกวิธีแก้ให้เหมาะอยู่ที่ผู้ทำฟิตติ้ง ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นจะมาช่วยในจุดนี้ครับ
ผมตอบให้ว่า BG ทำได้ทุกยี่ห้อครับไม่ใช่เฉพาะค่ายเค้าและมีฟิตเตอร์ที่ผ่านการอบรมกับ BG อยู่หลายท่านในที่ต่างๆ แต่ แต่ละท่านผ่านการทดสอบ หรือเลเวลอะไรเราไม่เอามาเทียบดีกว่านะครับ
ไดนามิคฟิตติ้ง คือการฟิตติ้งแบบให้ขยับตัวหรือปั่นบนจักรยานปรับระยะแล้วดูองศาร่างกายจากทั้งระบบซอฟท์แวร์หรืออุปกรณ์ใดๆ ส่วนอีกแบบคือสแตติคฟิตติ้ง คือการฟิตติ้งแบบไม่ขยับครับพูดง่ายๆคือใช้การวัดมุมต่างๆ แล้วปรับแก้
การปรับระยะมีทั้งมือปรับ มือหมุน ไปยันไฮดรอลิคส์ปรับไปปั่นไปคอมฯเลื่อนให้อันนี้แล้วแต่ แต่โดยรวมมันคือไม้บรรทัดที่เอาไว้วัดและปรับครับ
ส่วนศาสตร์ในการฟิตจริงๆคือเรื่องของวิชาการ กายภาพ วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับกายวิภาคครับ แต่ละตำราจะแตกต่างกันออกไป บ้างก็ยึดมุมองศาอุดมคติ บ้างก็เน้นที่การศึกษาร่างกายอันนี้ผมไม่ฟันว่าวิชาไหนดีกว่านะครับ
ส่วน BG Fit เป็นวิชาที่เริ่มมาจากการศึกษาร่างกายคนเหมือนกายภาพหลักที่จะแปลงไปเป็นองศาต่างๆ จะแก้ไขมุมให้ได้ด้วยการปรับระยะให้ใกล้เคียงกับขีดจำกัดร่างกายมากกว่าเอามุมอุดมคติ และจะพยายามเสริมรองยัดต่อให้น้อยถ้าไม่จำเป็น
เนื้อหาวิชานี้มีการเรียนและสอบระดับกับหลักสูตรของ Specialized ที่ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเต็มตัวทำการวิจัยศึกษาเรื่องนี้มานานแล้ว ฟิตเตอร์สิทธิคนนี้เป็น 1 ใน 2 คนไทยที่จบเลเวล 2 และทำงานปรึกษากับผู้เี่ยวชาญขั้นสูงใน ตปท. ในเคสที่ยาก เลเวล 3 ยังไม่มีคนไทยไปถึงเพราะจะเป็นขั้นที่เริ่มไปสู่การเเป็นผู้สอน ส่วนเลเวล 4 ก็คือผู้สอนฟิตติ้งได้แล้ว
ปัจจุบันอุปกรณ์ รีทูลหรือเครื่องนี้อยู่ภายใต้ร่มชายคาของ Specialized แล้วเนื่องจากทาง BG มีศาสตร์แต่ขาดเครื่องมือส่วนรีทูลเป็นเครื่องมือกึ่งสำเร็จรูปตั ดังนั้นจึงนำเอามาปนวกกันไว้ได้พอดี
ส่วนศาสตร์สำนักอื่นเราจะไม่แตะไม่เทียบนะครับ คงยากจะมานั่งเถียงกันว่าหมอรามา หมอจุฬา ใครเรียนมาดีกว่า แถมยังมีหมอแมะ หมอสมุนไพร ที่ถูกจริตกับบางท่านก็ไม่ควรเทียบกันข้ามวิชา
ศิลป์นั้นคือการนำวิชามาแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด ตัววิชาสำนักใหญ่จริงๆการแก้ปัญหามีระบุขั้นตอนเป็นวิทยาศาสตร์จาก 1 ไป 2 ชัดเจนเพื่อไล่หาต้นตอแต่ก็มีบ้างที่างครั้งการเลือกวิธีแก้ให้เหมาะอยู่ที่ผู้ทำฟิตติ้ง ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นจะมาช่วยในจุดนี้ครับ
ผมตอบให้ว่า BG ทำได้ทุกยี่ห้อครับไม่ใช่เฉพาะค่ายเค้าและมีฟิตเตอร์ที่ผ่านการอบรมกับ BG อยู่หลายท่านในที่ต่างๆ แต่ แต่ละท่านผ่านการทดสอบ หรือเลเวลอะไรเราไม่เอามาเทียบดีกว่านะครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
Paxxa
- ขาประจำ
- โพสต์: 603
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
- Bike: cBoardman elite air 9.2s
- ติดต่อ:
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
สนใจมากครับ ขอทราบค่าใช้จ่าย และ ระยะเวลาการทำคร่าวๆ ด้วยสิครับ
- nond9972
- ขาประจำ
- โพสต์: 873
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2012, 13:10
- Tel: 0942653514
- team: Turtle Cycling Club Thailand / SoitanBKK
- Bike: Kaze Race Ronin-ER
- ตำแหน่ง: facebook : nond9972
- ติดต่อ:
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
ยินดีครับgiro เขียน:แก้ไขครับ
ไดนามิคฟิตติ้ง คือการฟิตติ้งแบบให้ขยับตัวหรือปั่นบนจักรยานปรับระยะแล้วดูองศาร่างกายจากทั้งระบบซอฟท์แวร์หรืออุปกรณ์ใดๆ ส่วนอีกแบบคือสแตติคฟิตติ้ง คือการฟิตติ้งแบบไม่ขยับครับพูดง่ายๆคือใช้การวัดมุมต่างๆ แล้วปรับแก้
การปรับระยะมีทั้งมือปรับ มือหมุน ไปยันไฮดรอลิคส์ปรับไปปั่นไปคอมฯเลื่อนให้อันนี้แล้วแต่ แต่โดยรวมมันคือไม้บรรทัดที่เอาไว้วัดและปรับครับ
....
ที่ผมกล่าวไปใน คห.ก่อนนั้น ผมหมายถึง
เวลาเราทำไบค์ฟิตติ้งแบบ static ไบค์ฟิตเตอร์ก็จะให้เราปั่นไปเรื่อยๆ แล้ว หยุดค้างไว้ในท่าปั่น ในองศาของการวางเท้าที่ลูกบันไต ตำแหน่ง KOP และตำแหน่งที่ 6 นาฬิกา แล้วเอาไม้บรรทุดทาบกางแกนไม้บรรทัดเพื่อวัดองศา แล้วให้เราลงจากรถ เพื่อปรับตำแหน่งหลักอาน การก้มเงย เลื่อนหน้าเลื่อนหลังเบาะ
ในขณะที่ทำไบค์ฟิตติ้งแบบ dynamic เมื่อไบค์ฟิตเตอร์ติดเซนเซอร์ไว้ตามจุดต่างๆของร่างกาย ก็จะให้เราปั่นไปตามธรรมชาติ แล้วเซนเซอร์จะวัดองศาการปั่นเป็น real time ซึ่งจะเป็นการวัดองศาท่าทางการปั่นที่สมบูรณ์กว่าการหยุดค้างแล้ววัดองศาซึ่งอาจผิดเพี้ยนจากท่าทางตามธรรมชาติที่เราปั่นจริง
เมื่อค่าต่างๆ แสดงออกมา ก็จะปรับแก้ไข แล้วให้ลองปั่นซ้ำอีก เรื่อยๆ จนกว่าค่าจะอยู่ใน range ที่ต้องการ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การแก้โจทย์ของไบค์ฟิตเตอร์ที่มีฐานข้อมูลจากการวัดร่างกาย สอบถามความบกพร่องของร่างกายลูกค้าก่อนหน้านั้น
ส่วนเทคนิค ประสบการณ์ และระดับการศึกษาเรื่องไบค์ฟิตติ้งของไบค์ฟิตเตอร์ ก็ไม่ขอกล่าวถึงเช่นกันครับ
>>เรื่องปั่นเรามักท้อ เรื่องแต่ง(รถ)หล่อเราไม่เคยพอ<<
- nomnao
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2016, 22:57
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
ขอทราบราคาหน่อยครับ
- nomnao
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2016, 22:57
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
ขอทราบราคาหน่อยครับ
- nomnao
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2016, 22:57
Re: ทำความรู้จักกันกับระบบฟิตติ้ง BG Fit และแขกพิเศษสุด "ตูน บอดี้แสลม"
ขอทราบราคาหน่อยครับ