Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
auegranfondoBMC
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 16
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2016, 11:47
Bike: BMC, STORCK aerfast
ตำแหน่ง: คันนายาว

Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย auegranfondoBMC »

หลังจากห่างหายมาจากวงการจักรยาน มานานพอสมควร เนื่องจาก งาน เรียน และ ปัญหาเรื่องจะปั่นไหนดี ช่วงนี้เริ่มมีเวลามากขึ้น เลยจะหวนสู่วงการปั่นอีกครั้ง (ปั่นออกกำลังกาย) อีกทั้ง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนเริ่มหันมาปั่นจักรยานมากขึ้น ยิ่งช่วยสุมไฟในการอยากกลับมาปั่นได้อย่างดี จะรออะไรล่ะครับ ใจมาซะขนาดนี้ เริ่มสืบเสาะหาข้อมูล โจทย์ง่ายๆคือ จักรยานปั่นสบายๆ ไม่เอาแนว แอโร่มากนัก all around เหมาะถนนเมืองไทยซับแรงได้ดี งบประมาณประมาณนึง หาข้อมูลอยู่สัก 2-3 อาทิตย์ ก็มาพบรักกับเจ้า BMC รูปทรงโอเค สวยงามตามท้องเรื่อง ราคาพอสมควรแต่ยังอยู่ในงบประมาณ จากนั้นก็สืบเสาะหา ตัวแทนจำหน่าย แล้วก็รีบไปยังร้านทันที
และเมื่อออกมาจากร้าน ผมก็ได้เจ้าตัวนนี้มา ชื่อ BMC granfondo GF02 มาเป็นยานปั่นคู่กาย หลังจากได้ทดลองปั่น ขึ้นขย่ม โขยก ควงบันไดไปกว่า 1000 กิโลเมตรแล้วนั้น พอจะได้ข้อมูลมาระดับหนึ่ง ก็อยากจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ รีวิวเล็กๆ ของเจ้า BMC granfondo GF02 กัน

BMC granfondo GF02 ตัวนี้ เป็น ม้าศึกตัวรองของ BMC ทีมในการแข่งขัน Endurance ในรายการ Paris-Roubaix หรือแปลกันตรงตัวว่า Hell of the North เพราะว่าระยะทางส่วนใหญ่ เป็นถนนที่ปูด้วยหิน (cobblestones) ที่เขย่าตับไตใส้พุงให้เคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้น เจ้าม้าศึก BMC granfondo GF01 ก็ได้เวลาออกรบแล้ว (BMC team ใช้ granfondo GF01 ในการแข่งนะครับ ส่วนจักรยานคู่ใจของผมเป็นตัวรองนั่นคือ granfondo GF02)
เอาล่ะ กลับมาที่ จักรยานคู่ใจของผมดีกว่า BMC granfondo GF02 สเปกคร่าวๆที่ให้มากับรถก็ ชุดขับเคลื่อน Shimano 105 ทั้งชุด ล้อขอบอลูมิเนียมและดุมเป็น Shimano RS010 ส่วนยางเป็นยางงัด continental ultra-sport แฮนด์ สเต็ม และหลักอาน เป็นของ BMC ส่วนเบาะของเดิมให้ Selle Royal Saba ซึ่งเมื่อลองนั่งปั่นดู รู้สึกว่ามันนุ่มเกินไป เวลาควงบันไดแล้วมันเด้งๆแปลกๆ ผมเปลี่ยนมาใช้ ASTUTE รางคาร์บอนแทน เพราะดูโฉบเฉี่ยวกว่า และรู้สึกนั่งปั่นสบายเข้ากับตูดผมมากกว่า น้ำหนักตัวพิกัดตามสเปกของ BMC เคลมไว้ที่ 8.1 กิโลกรัม
มาดูกันที่เฟรมดีกว่า BMC ใช้เทคโนโลยีผลิตเฟรมขั้นสูงที่เรียกว่า TCC – Tuned Compliance Concept เป็นการผสมผสานกันระหว่าง stiffness และ Compliance หรือ เรียกง่ายๆว่า การผสมผสานระหว่าง ความพุ่งและการให้ตัว
จากรูป เฟรมในส่วนสีฟ้า จะมีขนาดใหญ่ ใช้เส้นใยคาร์บอนที่มีความเหนียวสูง (High-modulus) ช่วยให้ประสิทธิภาพในการส่งแรง กดมาๆ ตามสั่ง (BMC เค้าว่ามาอย่างงี้) ในส่วนสีส้ม ตามภาพ คือ ส่วนที่ทำหน้าที่คอยซับแรงหรือให้ตัวในทางที่ขรุขระ เพื่อป้องกันไม่ใช้ผู้ขับขี่ เกิดการตับไตไส้พุงเคลื่อนที่

[img]
เทคโนโลยี TCC ที่ทาง BMC เคลมว่า รับแรงสะเทือนได้ดี
เทคโนโลยี TCC ที่ทาง BMC เคลมว่า รับแรงสะเทือนได้ดี
TCC concept.png (161.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

การออกแบบ staychain ให้มีขนาดใหญ่และ dropouts ที่มีระยะ เพื่อคอยซับแรงที่เกิดจากล้อหลัง อีกทั้งตะเกียบหน้า ในส่วนของ dropouts ที่มีระยะเช่นเดียวกับล้อหลัง เพื่อคอยซับแรงที่เกิดขึ้นจากล้อหน้า อีกทั้งองศาของ ท่อหลักอาน (seat tube) ยิ่งช่วยให้ตัวและซับแรงที่จะส่งไปถึงผู้ขับขี่บนอาน เฟรม BMC ตัวนี้ ไม่ใช่เฟรมแบบซ่อนสาย หลายคนอาจจะชอบเพราะง่ายต่อทำความสะอาด ในขณะเดียวกันหลายๆคนก็ไม่ชอบเพราะไม่สวย สำหรับผม ก็โอเคนะครับ ทำความสะอาดง่าย สะดวกดี ถึงแม้ BMC จะไม่ได้ทำการซ่อนสายในเฟรม แต่ก็ซ่อนสายจากสายตาเรานะครับ คือเดินสายไว้ใต้ท่อล่าง

[img]
ตัวเต็มๆของ BMC granfondo GF02
ตัวเต็มๆของ BMC granfondo GF02
IMG_2503.JPG (193.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

[img]
ไม่มีการซ่อนสายในตัวเฟรมยกเว้น สายเกียร์ที่ซ่อนในตะเกียบโซ่ ไปยังตีนผีหลัง
ไม่มีการซ่อนสายในตัวเฟรมยกเว้น สายเกียร์ที่ซ่อนในตะเกียบโซ่ ไปยังตีนผีหลัง
IMG_2505.JPG (133.79 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

[img]
เทคโนโลยี TCC angle Compliance เพื่อมาซับแรงสะเทือนที่ส่งมาทางล้อหน้า
เทคโนโลยี TCC angle Compliance เพื่อมาซับแรงสะเทือนที่ส่งมาทางล้อหน้า
IMG_2506.JPG (132.4 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

[img]
ลายสกรีนบนเฟรมที่ท่อนอน บ่งบอกถึงสัญชาติ ได้อย่างดี
ลายสกรีนบนเฟรมที่ท่อนอน บ่งบอกถึงสัญชาติ ได้อย่างดี
IMG_2508.JPG (59.99 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

มาถึงส่วนของความรู้สึกในการปั่นเจ้า BMC granfondo GF02 กันดีกว่า

ผมสูง 175 cm มีระยะ inseam 80 cm ทางร้านแนะนำว่า เฟรม size 54 ระยะหลักอาน ท่านั่ง ผมมาปรับเอง โดยเปิดจากหา internet ในการทำ bike fitting ด้วยตัวเองอย่างง่าย แบบบ้านๆ รวมถึงการตั้ง บันไดคลีท การติดตั้งแผ่นคลีทกับรองเท้าคลีท

เอารถไปทดลองปั่น บนถนนราบเรียบ มีเนินนิดหน่อย และ skylane การขับขี่ค่อนข้างดี นุ่มในระดับหนึ่ง ปั่นผ่านรอยต่อของถนนปูนซีเมนต์ มีแรงสะเทือนสะท้อนมือค่อนข้างน้อย ไม่แข็งกระด้าง แต่ถึงแม้จะนุ่มก็ไม่ได้มีผลต่อความสามารถในการพุ่งมากนัก เวลากดอาจจะมีย้วยนิดหน่อย เวลากดบันไดไม่ถึงกับกดแล้วมาเลยทีเดียว และมี stiffness ที่น้อยกว่า เจ้าตัวชูโรงอย่าง SLR การควบคุมค่อนข้างทำได้กี ถึงดีมาก การเลี้ยว ในที่แคบ หรือแม้แต่เลี้ยวโค้งที่ความเร็วก็ไม่มีอาการดิ้นให้เห็น (ทดสอบที่ความเร็ว 34 km/hr) มีวันหนึ่ง ไปปั่นที่ sky lane เข้าไปปั่นก็ 6 โมงเย็นกว่าๆ ตอนแรกก็คาดว่าจะปั่นได้สักสองรอบกำลังดี แต่ตกลงกับเพื่อนว่า รอบแรกจะควงขาก่อนประมาณ 90-100 รอบ แล้วรอบสองค่อยปั่นหนัก ก็ควงขากับไปเรื่อยๆ จนมาถึงประมาณกิโลเมตรที่ 15 สะดุ้งเฮือก พร้อมตะโกนถามเพื่อน รอบสองต้องอย่างน้อยกี่โมงว่ะ ถึงจะไปต่อได้ เพื่อนสวนกลับมา ทุ่มสิบห้า เห้ยยย นี่มันทุ่มกับแปดนาที แล้วว่ะ สายตาที่สบกัน รู้ทันทีว่าต้องกดเต็มที่เพื่อรอบสอง มือซ้ายและมือขวาพลางกระแทกมือตบเพื่อเลื่อนเกียร์ กดบันได้ด้วยแรงที่มีกะว่า จะให้ไปทันได้ปั่นต่อรอบสอง แต่แล้วเมื่อไปถึง ก็มีพนักงานมายืนกันกรวยรอบ พร้อมไฟกระพริบสีแดง เป็นสัญญาณบอกว่า มาช้าไปแล้วน้องเอ๋ยย แต่การออกแรงกระทืบบันไดในครั้งนั้นมันไม่เสียเปล่า ถึงแม้จะไม่ได้ปั่นรอบสอง แต่ผมก็ได้รู้จักเจ้า GF02 ของผมมากขึ้น จังหวะที่กดบันไดไป รับรู้ได้ถึงอาการย้วยของรถที่มีพอสมควรเหมือนกัน เนื่องจากรถถูกออกแบบมาสำหรับ endurance เรื่องย้วยต้องมีแน่นอน แต่รู้สึกผิดหวังเล็กๆเพราะมีอาการย้วยมากกว่าที่คิดไว้ ออกแรงกดลงไปบนบันได รถก็มีอาการย้วย ราวกับตะเกียบหน้ามีโช๊คหน้าเล็กๆคู่นึงติดอยู่ยังไงอย่างั้น(หรือผมอาจจะคิดไปเอง) ระยะ 7 กิโลเมตรจาก กิโลเมตรที่ 15 ถึง 22 พยายามยืนความเร็วที่ 45++ แต่รู้สึกได้ถึงรถมันตื้อๆ ที่ความเร็ว 40 ขึ้นไป มีเติมเยอะพอสมควรถึงเยอะมาก หรืออาจจะเพราะล้อเดิมๆ shimano RS010 ที่ทำให้ความเร็วตื้อๆก็อาจจะเป็นได้ เลยยังไม่ปักใจเศร้าตรงความเร็วตื้อๆนัก

[img]
ชุดขับเคลื่อน shimano 105 เต็มกรุ๊ป และ TCC angle compliance ที่ตะเกียบโว่ เพื่อช่วยซับแรงสะเทือนที่ส่งมาจากล้อหลัง
ชุดขับเคลื่อน shimano 105 เต็มกรุ๊ป และ TCC angle compliance ที่ตะเกียบโว่ เพื่อช่วยซับแรงสะเทือนที่ส่งมาจากล้อหลัง
IMG_2504.JPG (188.6 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

ชุดขับที่ให้ Shimano 105 groupset มานั้น ก็ถือว่าทำได้ไม่เลว อาจจะมีการเปลี่ยนเกียร์ช้าบ้าง (อาจจะเป็นเพราะผมยังไม่ได้จูนระบบเกียร์เต็มที่)
ในส่วนตำแหน่งในการนั่งก็ค่อนข้างสูงกว่าเจ้า SLR อยู่ประมาณหนึ่ง เพราะท่อคอที่สูงกว่า อยู่ 10 mm จึงทำให้ปั่นสบาย ไม่เมื่อมาก แต่หากจะแอโร่ กดตามกลุ่มก็จับแฮนด์ตรงระยะ reach หมอบหน่อยๆ ก็พอถูไถไปได้ แบบไม่น่าเกลียดนัก ผมเลยลองร่นแฮนด์ให้ต่ำลง ถอดแหวนรองคอออก ระยะก้มต่ำลง 10 mm ทำให้รู้สึกที่แตกต่างพอสมควร รู้สึกหน้าไม่เชิดเกินไป ตำแหน่งนั่งดีขึ้น แต่หากใครสายแอโร่ อาจจะอึดอัดกับตำแหน่งการนั่งพอสมควร จะก้มก็ไม่สุด จะยืดก็ไม่เด่น เอ๊ะยังไง

ด้วยเหตุบังเอิญ หรืออะไรก็ไม่แน่ใจ หลังจากซื้อรถและซ้อมได้ประมาณพันกว่าโล กับเดือนนิดๆ เพื่อนๆพี่ๆในกลุ่มก็ชวนไปลงแข่งงาน แหลมฉบังใจเกินร้อยครั้งที่ 3 ตอนที่ตอบตกลงและสมัครนั้นก็ไม่ได้ศึกษาเส้นทาง กะไปปั่นสนุกๆ แต่เมื่อสมัครเสร็จ วันงานแข่งเริ่มเข้ามา เลยเข้าไปศึกษาดูเส้นทางซะหน่อย พอเปิดเว็ปดูเท่านั้นล่ะครับ นี่มัน!!!! ทางขึ้นเขาชัดๆ จุดสูงสุดก็ 150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล พร้อมอุทานออกมาคนเดียวว่า จะรอดไหมเนี๊ยะ สงสัยต้องใช้การเล่นรอบขาเข้าแล้วงานนี้แข่งจบงานบอกตรงๆเล่นซะเข่าร้อนเลยครับ เนินทั้งนั้น แต่พอเข้าเส้นชัย (อย่าถามว่าที่เท่าไหร่ เอาเป็นว่าเข้าเส้นก็พอ 555 :lol: ) รู้สึกดีใจ ปรื้มปริ่ม ไม่คิดว่าจะรอด แต่ก็เอาตัวรอดจนได้ จบงานก็ได้รู้จักกับเจ้า GF02 ผมมากขึ้นเช่นเคย เนื่องจากเส้นทางในการแข่ง เป็นเส้นทางขึ้นเขา และที่น่าสนใจคือ สภาพทางที่ลัดเลาไปตามหมู่บ้าน ถนนชนบท บางพื้นที่เป็นยางมะตอยและพื้นปูนซีเมนต์ ที่ผิวหน้าปูนลอกร่อนไปหมด เผยผิวหินขรุขระ ต้องตาต้องใจให้ไปทดสอบความทนทานความด้านชาของฝ่ามือของนักปั่น บางช่วงก็มีรอยต่อถนน ร่องใหญ่เล็กปะปนกันไป ฝาท่อ หลุม ถนนพัง รางรถไฟ เรียกว่า มาครบ ทุกสภาพการณ์ ผลที่รับรู้ได้คือ มีความนุ่มนวลที่ดีเลยล่ะ สภาพถนนที่ขรุขระ วิ่งผ่านถนนก็ซับแรงได้เป็นอย่างดี ทั้งตรงแฮนด์และซับแรงที่ส่งมายังเบาะให้น้อยลง เว้นแต่หลุมใหญ่ๆต้องคอย ยกตูดให้เหนืออานขึ้นบ้าง พื้นผิวที่ขรุขระต่างๆก็กดบันไดรูดผ่านไปได้อย่างดี ผมลองถามเพื่อนที่ไปปั่นด้วยกัน มันปั่นเฟรมอลู มันบอกว่า ไม่ไหวว่ะ สั่นไปทั้งตัว ปั่นเร็วก็ไม่ได้ ต้องคอยหลบหลุม แต่อย่างว่าละครับ เฟรมคาร์บอน กับ อลู เอามาเทียบกันก็จะผิดมวย แต่เอาเป็นว่า เรื่องความนุ่มถือว่าทำได้ดีมากเลยล่ะครับ ส่วนเรื่องความพุ่งอาจจะต้องทำใจเพราะ รถ endurance ทำมาให้ปั่นยาวๆ ปั่นสบายๆ ผมทำใจมาระดับนึง แต่แอบผิดหวังเล็กๆเพราะย้วยมากไปนี่สิครับ แต่ว่าจะลองเปลี่ยนล้อเป็นล้อคาร์บอนขอบสูง แล้วมาลองจัดหนักๆเน้นๆดูสักตั้ง ว่าจะย้วยเหมือนเดิมรึป่าว

[img]
มาพร้อมกับล้อ Shimano RS010
มาพร้อมกับล้อ Shimano RS010
IMG_2507.JPG (166.82 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
[/img]

มาที่ล้อกันหน่อย ล้อเดิมๆขอบอลู ในรหัส Shimano RS010 ตามสเปกบอกน้ำหนักมา 1.88 กิโลกรัม(ไม่รวมแกนปลด) แต่ไม่ได้ลองชั่งจริง ล้อสแตนดาร์ดธรรมดา ประเด็นมันอยู่ตรงนี้นี่สิ ในวันแข่งงาน แหลมฉบังใจเกินร้อย ผมก็ใส่ล้อชุดนี้ด้วย (มีล้อคู่เดียว 555 :roll: ) อย่างที่เกริ่นๆไว้ตอนแรก เส้นทางขึ้นเขาซะส่วนมาก มีช่วงหนึ่ง ในช่วงไหลลงเนิน ระยะทางประมาณ กิโลกว่าๆ เพื่อนผมขี่ spe ล้อ VISP ขอบสูง 38/50 mm ช่วงลงเนินไม่มีการปั่นส่งเลย เพราะกว่าจะขโยกมาถึงยอดเนินก็แทบจะลงเข็น เลยปล่อยไหล ผลที่ได้ค่อนข้างแปลกใจทีเดียว ดุมล้อลื่นมาก ไหลพอสมควร ผมขึ้นเนินตามท้ายเพื่อนมา พอช่วงลงเนิน ผมและเพื่อนปล่อยไหลไปจนสุด เจ้าดุม shimano WH RS010 ของ GF02 ไหลอย่างดี ไหลแซงเพื่อนผมอย่างนิ่มๆ ผมนี่อุทานในใจ บร๊ะ ล้อแตนๆชิมาโน่ ก็ไม่ทำธรรดานะเนี๊ยะ ถือว่าพอใจในระดับนึงในความไหลลื่นของดุม

เรื่องความสวยงาม ส่วนตัวก็ ดูโอเคนะครับ ไม่ถือว่าขี้เหร่เกินไป อาจจะดูขัดๆตาตรงท่อนอนที่ถูกออกแบบมาให้มความลาดเอียง เพื่อซับแรง อีกทั้งสีที่ออกโทนขาวดำ หากได้ล้อ ดุๆหน่อยก็จะทำให้ดูดีกว่านี้
บทสรุปคือ เจ้า BMC grandfondo GF02 ตัวนี้ เหมาะสำหรับเป็นรถ all around ปั่นสั้นสนุก ปั่นยาวสบาย หากคนไหนชอบสไตล์ปั่นยาวๆ เรื่อยๆ เช่น ลง audax ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ
เอาไว้ อัพพลังขา อัพล้อเมื่อไหร่ จะมารีวิวให้ชมอีกนะครับ

ยังไงก็ฝากกดไลค์ กดติดตาม
เพจ facebook ชื่อว่า Salaryman Cycling

https://www.facebook.com/Salaryman-Cycl ... 253165016/

ด้วยนะครับ มีข้อมูล ประสบการณ์ปั่น เทคนิค หรือ ข่าวสารต่างๆดี หรือความรู้ต่างๆที่หลายๆคนกำลังตามหาอยู่ก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ
ร่างกายไม่ไหว หรือใจที่มันอ่อนแอ
mokmok
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2015, 14:58

Re: Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย mokmok »

" สูง 175 cm มีระยะ inseam 80 cm ทางร้านแนะนำว่า เฟรม size 54 "

ผมว่าน่าจะ size 51 ถึงจะกำลังดีครับ
ดูจากรูปการเซทรถแล้ว ท่านั่งต่ำไปหน่อยครับ

รีวิวดีครับ ตรงไปตรงมา :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
auegranfondoBMC
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 16
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2016, 11:47
Bike: BMC, STORCK aerfast
ตำแหน่ง: คันนายาว

Re: Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย auegranfondoBMC »

mokmok เขียน:" สูง 175 cm มีระยะ inseam 80 cm ทางร้านแนะนำว่า เฟรม size 54 "

ผมว่าน่าจะ size 51 ถึงจะกำลังดีครับ
ดูจากรูปการเซทรถแล้ว ท่านั่งต่ำไปหน่อยครับ

รีวิวดีครับ ตรงไปตรงมา :lol:
ขอบคุณครับผม

จริงๆผม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทางร้านนานพอสมควรนะครับ เค้าลองให้ผมคล่อมทั้ง size 51 และ 54 เค้าบอกว่า อย่างผมต้อง 54 เพราะ 51 ดูเล็กไป ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนักนะครับ ก็คิดว่าทางร้านน่าจะรู้มากกว่า เลยตัดสินใจเอา size 54 มา เเต่พอมาลองปั่นจริงๆ รู้เลยว่า 54 มันใหญ่ไปตามที่คุณ mokmok บอกเลยครับ :cry: :cry:

คงต้องลองปรับๆอีกสักพัก หากไม่ดีจริงๆ อาจจะต้องเปลี่ยน size เฟรม อันนี้เรื่องยาวเลยครับ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำติชมนะครับ :D :D
ร่างกายไม่ไหว หรือใจที่มันอ่อนแอ
รูปประจำตัวสมาชิก
nongnoey
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 356
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 เม.ย. 2014, 16:09
Tel: 0812860287
team: ไม่มี
Bike: Cannondale Supersix Evo , Guru Flite , fm066sl , Cannondale Caad10 , Giant XTC , Dahon Visc , แม่บ้าน LA

Re: Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย nongnoey »

ดู geo แล้ว ไซส์ 54 น่าจะถูกแล้วครับ ไม่ใหญ่ไป ขี่ๆไปเดี่ยวเข้าที่เองครับ รถเป็นแนวขี่สบายครับ stack สูง reach สั้น เซ็ทรถออกมาก็จะได้ประมาณนี้ล่ะครับ ถ้อีกหน่อยอยากก้มอีกก็ค่อยเปลี่ยนสเต็ม กดแฮนด์ลงก็จะได้สวยกว่านี้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
auegranfondoBMC
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 16
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2016, 11:47
Bike: BMC, STORCK aerfast
ตำแหน่ง: คันนายาว

Re: Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย auegranfondoBMC »

nongnoey เขียน:ดู geo แล้ว ไซส์ 54 น่าจะถูกแล้วครับ ไม่ใหญ่ไป ขี่ๆไปเดี่ยวเข้าที่เองครับ รถเป็นแนวขี่สบายครับ stack สูง reach สั้น เซ็ทรถออกมาก็จะได้ประมาณนี้ล่ะครับ ถ้อีกหน่อยอยากก้มอีกก็ค่อยเปลี่ยนสเต็ม กดแฮนด์ลงก็จะได้สวยกว่านี้ครับ
ขอบคุณมากครับผม

ช่วงนี้ก็เริ่มปรับตัวได้พอสมควรเล้วครับ ค่อยๆถอดแหวนรองคอจนหมดแล้ว รู้สึกแอร์โร่ขึ้นมา (คิดไปเองทั้งนั้น) :lol: :lol:
ร่างกายไม่ไหว หรือใจที่มันอ่อนแอ
Nut kosalavit
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 66
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2015, 16:42
Tel: 0943065888
team: -
Bike: Focus

Re: Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย Nut kosalavit »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ...ผมเคยหารถรุ่นนี้อยู่ตั้งนานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วแต่ก็ไม่ได้
จนได้ giant tcx มาแทนครับ สวยครับสวย
compass
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 791
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2011, 23:16
Bike: TREK EMONDA SL6, Nich KEM, TREK MADONE 3.1 2012
ตำแหน่ง: จตุจักร กรุงเทพฯ
ติดต่อ:

Re: Customer Review: BMC granfondo GF02 เสือหมอบสายพันธุ์ เอ็นดูรานซ์ จากสวิส

โพสต์ โดย compass »

Nut kosalavit เขียน:ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ...ผมเคยหารถรุ่นนี้อยู่ตั้งนานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วแต่ก็ไม่ได้
จนได้ giant tcx มาแทนครับ สวยครับสวย
รบกวนถามหน่อยครับ Giant TCX รุ่นที่ใช้นี่ล้อใช้แกนปลดใช่มั้ยครับไม่ใช่ TruAlx อยากถามว่าตอนถอดใส่ล้อแล้วมีปัญหาเรื่องใบดิสค์สีกับผ้าเบรคเหมือนพวกเสือภูเขาหรือเปล่าครับ ผมสนใจอยู่แต่ไม่ชอบยุ่งยากกับการตั้งเบรค
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”