@Khao Yai 80k ono-stop


เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ผม ในนามตัวแทน thaimtb ได้รับเชิญจาก Sport Bicycle บริษัทจักรยานยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของบ้านเรา ไปร่วมกิจกรรมที่คอนเซ็ปการจัดน่าสนใจมากๆ และมีรูปแบบการจัดที่ได้ทั้งความสนุก มันส์ พ่วงด้วยเนื้อหาความรู็เพื่อการพัฒนาการปั่นที่ครบรส โดยทีมงานที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นกลิ่นอายของการจัดทริปที่ห่างหายไปนานจากซอกหลืบของความทรงจำ ในขณะที่ทุกวันนี้ การจัดทริปมองไปหาของที่ระลึก เสื้อยืดแจก เหรียญ การดูแลระดับวีไอพี แต่ทริปนี้อบอุ่น เล็ก และถึงเนื้อถึงตัวกันเหมือนครอบครัวเดียวกัน ดูแลกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เดินเข้ามาถึงจุดลงทะเบียนด้วยซ้ำ

Cycling Class ชื่อก็บอกอยู๋แล้วครับว่า แนวคิดหลักของการขัดทริปนี้คือ การชวนเพื่อนๆนักปั่นมาร่วมฟังการบรรยายเนื้อหาเกี่ยวกับการปั่นจักรยานอย่างไรให้พัฒนาได้ โดยเนื้อหาไม่ได้เริ่ด หรู เข้าใจยากอะไร ไม่ได้ต้องการการทุ่มเทเวลาจนต้องบดบังเวลาอันมีค่าอื่นๆ แต่หัวใจของการบรรยาย มุ่งเน้นแนะนำให้ "นักปั่นสุดสัปดาห์" หรือ "นักรบเสาร์อาทิตย์" (ฝรั่งเรียกแมนๆว่า weekend warrior) สามารถสนุกกับจักรยานได้ ออกทริป ปั่นไปด้วยกันกับงานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจัดมาอย่างต่อนเื่องตั้งแต่ต้นปี หมุนเวียนเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ จนมีแฟนๆตามติดเป็นจำนวนมาก


ต้องปรบมือดังๆให้กับการจัดของ Sport Bicycle ที่ใจกว้างรับจักรยานทุกค่ายอย่างไม่มีข้อแม้ ยี่ห้อไหน อะไรก็ได้ แค่สนใจ อยากสนุก อยากรับรู้เนื้อหาที่มีประโยชน์ และร่วมปั่นกันไปบนกติกา รูปแบบที่ให้ทุกคนได้มีโอกาสพัฒนา สนุกไปด้วยกันได้อย่างปลอดภัย ก็เป็นข้อกำหนดง่ายๆที่หากใครสนใจก็สามารถมาร่วมได้อย่างไม่มีค่าใช้จ่าย แถมมีอาหาร น้ำดื่ม รถเซอร์วิส และสต๊าฟดูแลความปลอดภัยให้ทุกท่านตลอดทริปอีกด้วย


สำหรับแนวคิดของกิจกรรมประจำเดือนมิถุนายนนี้ถูกวางอยู๋บนแนวคิดของ 80K non-stop หรือ การปั่น 80 กม. โดยไม่หยุด เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้ทดลองพัฒนาการปั่นในลักษณะเอนดูแรนซ์ บนระยะเวลาต่อเนื่องราวๆ 3 ชม. อาศัยเส้นทาง อ.ปากช่อง นครราชสีมา ลัดเลาะถนนเส้นด้านใน ลักษณะเนินเขาขึ้นลงไม่ชันมาก กับลมที่เป็นอุปสรรคท้าใจ เทียบง่ายๆก็คล้ายๆกับเส้นทางในชะอำแต่เนินจะมากกว่าหน่อย แต่ไม่มากเท่ากับเส้นทางในแถบราชบุรี หรือเลี้ยวออกไปทางวังน้ำเขียว ดังนั้น น่าจะเหมาะกับนักปั่นหลากหลายรูปแบบ หลากหลายระดับความเข้มข้น ขาแรงก็สามารถท้าทายกันได้ด้วยเนิน มือใหม่ก็วัดความทนที่จะไปให้จบพังกำแพงความทนทานของตนลงให้ได้


ทริปมีข้อกำหนดง่ายๆว่า ในช่วงแรกของเส้นทาง จะปั่นกันบนโซน 2 เสียเป็นส่วนใหญ่เพื่อค่อยๆไล่ระดับความเข้มข้นไปเรื่อยๆจากนั้นจะค่อยๆมีแทรกโซน 3 ไปบ้างตามเนินที่เริ่มเข้ามา และช่วงครึ่งทางสุดท้าย เชื่อว่าเนินจะคัดแยกนักปั่นแต่ละระดับด้วยตัวของมันเอง กลุ่มขาแรงจะคุมให้อยู่ระหว่างโซน 3 เป็นส่วนมากและแทรกโซนผีผลักเข้าไปตามกำลังความห้าวของผู้ร่วมประกอบการ ในขณะที่กลุ่มหลังน่าจะประคองกันไปด้วยโซน 2-3 ไปจนจบเส้นทาง ซึ่งถือว่า ได้ประโยชน์และความสนุกกันถ้วนหน้า ทีมงานสต๊าฟปั่นแยกกันดูแลเพื่อนนักปั่นตามกลุ่มต่างๆอย่างทั่วถึง สต๊าฟขาโหด เฝ้าระวังคุมกลุ่มหน้า และสต๊าฟใจดีคอยดูแลเพื่อนๆที่หลุดออกมา ปิดท้ายด้วยรถตู้ตามเซอร์วิสที่ไม่ปล่อยใครทิ้งเอาไว้กลางทางอย่างแน่นอน


แต่...เรื่องราวมันไม่ง่ายแบบนั้นครับ ชีวิตมันต้องดิ้นรถ เหมือนชีวิตต้องโดนทำร้าย จะเอาเรือน้อยออกจากฝั่ง ไปจนสุดขอบฟ้า ก็เหมือนกับต้องเจอยาพิษอุปสรรคหลายๆอย่างเข้ามา แต่เราก็มองให้ผ่านไปเหมือนแค่อากาศ เพราะการบรรยายต้องยืดเยื้อเพิ่มเติมทบทวนเนื้อหากันยาวกว่าที่คาดเอาไว้ สภาพอากาศที่ดูเหมือนฝนจะมาต้อนรับกันช่วงเย็น และกรอบเวลาจำกัดก่อนที่แสงจะหมดของเย็นย่ำแห่งปากช่องบีบเข้ามา ผนวกกับข่าวการเสด็จราชกรณียกิจบนเส้นทางที่เราวางเอาไว้ อาจทำให้การปั่นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ เพื่อให้ทริปลุล่วงไปได้อย่างสวยงามและจบอย่างปลอดภัย


ความปลอดภัยเป็นเป้าหมายหลักที่สุดของผู้จัด ด้วยคะแนนสะสมระดับ 0 แต้มของทุกๆกิจกรรมที่จัดมาตลอดปี 2016 ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุในทริป Cycling Class เลย เป็นตัวค้ำคออยู่ว่าทริปนี้แม้จะเสี่ยงฝน เสี่ยงมืด ก็จะต้องไม่มีเรื่องน่าปวดใจเกิดขึ้นในอุ้งมือของทีมงานกิจกรรมพิเศษเด็ดขาด ดังนั้นทุกอย่างจึงต้อง "ด้น" เอาหน้างานตามความเหมาะสม

เริ่มปล่อยตัว
เป็นไปด้วยความพร้อมเพรียงตามวสัยของทริป Cycling Class ทั้งหมดรวมกลุ่มกันอย่างว่าง่าย เกาะกลุ่มไปด้วยกันดูแลความเร็วและขบวนโดยหัวลากทีมงานสต๊าฟ Sport Bicycle ทุกคนอยู๋ด้วยกันอย่างเคร่งครัดครับ

เส้นทางช่วง 10-15 กม. แรก เป็นเนินสลับขึ้นๆลงๆเบาๆ ซึมๆ ไม่ชันมากนักแต่หากผลีผลากเร่งออกไป ความหวังของการตั้งใจจะมาปั่นแบบ"คุมโซน" จะพังลงในทันทีเพราะช่วง 3 กม. แรกเนินจะหนักหน่อย ถ้าใครอัดจนล้นตั้งแ่ตรงนี้จะเจอกับอาการ"หัวใจลอย" ค้างเต่อไม่ลงมา หอบ หม้อน้ำระเบิดเอาได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้น ทีมงานเองก็พยายามคุมขบวนให้นิ่งที่สุดรักษาความเร็วไม่ให้เร็วหรือช้าเกินไป บนเนินก็ผ่อนความหนักลงมา ลงเนินก็เลี้ยงประคองเอาไว้



สมาชิกร่วมกิจกรรมนี้ราว 50 ชีวิต แพ็คไปด้วยกันอย่างสบายๆ คุยกันไปเรื่อยๆตลอดทาง ไม่มีใครมีอาการหอบเหนื่อย ยิ้มแย้มร่าเริงกันดี ระยะยืดๆหดๆกันบ้างตามแต่ละช่วงแต่ก็ถือว่ายังอยู่ในกลุ่มใหญ่เดียวกันตลอดทางเฟสแรกที่สุด ก่อนจะเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่เส้นทางแยกวังน้ำเขียว ที่แผนวางเอาไว้ว่าจะเร่งความเร็วขึ้นอีกขั้นในตอนนั้น ดังนั้น ช่วงนี้เหมือนเป็นโอกาสเหมาะให้ทักทาย ถามไถ่กัน



กลุ่มนักปั่นที่มาร่วม มีทั้งมือใหม่ซิงฟหมาดๆ เพิ่งออกรถมาไม่กี่เดือน แต่ใจรักและสู้ มาลองทริปแบบนี้ดู วันนี้ระยะทางไม่ถึงร้อยก็จริง แต่โจทย์เส้นทางไม่ง่าย ใช้แรงและความทนมากกว่าปั่นทริปร้อยโลทางราบๆเยอะมาก รวมถึงสาวๆที่รักสุขภาพ นักปั่นสายเฮฮา รวมไปยันขาแรงระดับนักแข่งเจ้าถิ่นปากช่องก็มาต้อนรับพอให้ได้หอบหายใจ


จะเห็นได้ว่าท้ายๆกลุ่มเริ่มเว้นระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ เนินมาทีก็ยืดออกที ลงเนินทีก็ค่อยๆหดเข้าไปที เป็นสัจธรรมของจักรยานครับ ผมนั้นออกตัวท้ายสุด เพราะอยากสัมผัสกับบรรยากาศให้ทั่วถึง ถ้าอยู๋หน้าสุดสงสัยจะไม่ได้ดูเพื่อนนักปั่นด้านหลังว่าสนุกสนานกันขนาดไหน

แต่จะเว้นอย่างไร ไม่มีการขาดหายกันครับ สต๊าฟคอยขึ้น-ลงดูแลทั่วถึงมาก หากด้านหลังยืดห่างจนเกินไปและดูท่าไม่ดี จะรีบหน่วงกลุ่มด้านหน้าเอาไว้ ให้สามารถกลับไปรวมตัวกันได้ และไม่กดดัน ยิ้มแย้มกันถ้วนหน้า หนทางเพิ่งเร่มต้น หนังเรื่องนี้ ต้องชมยาวๆ มีพลิกโผกันหลายตลบ



แก็งค์สาวๆจากสกายเลน กลุ่มปั่น"สายดาร์ค" ที่เป็นขวัญใจโซเชียลของหลายๆคน ขาประจำปั่นบ่อยยังกับเป็นโปรอย่าง "กอล์ฟฟี่ห้าร้อยไลค์" และ "แอน หมูหวาน" งานนี้มาร่วมทริปด้วย ถึงน้องจะมาช้า แต่น้องก็ปั่นกันทันพี่ๆนะคะ
ผมออกตัวมาอยู๋คุยเฮฮากับกลุ่มด้านหลังนี้แหละครับ บันเทิงรับกับบรรยากาศป่าไม้ร่มรื่นดีเหลือเกิน

แต่ขวัญใจขอมอบให้สิบกะโหลกเลยคือท่านี้ครับ ทราบว่าเพิ่งปั่นจักรยานมาไม่นาน ใช้เกียร์ยังไม่คล่องเลย วันนี้มาเจอโจทย์ท้าใจ ถึงจะเจออุปสรรคในช่วงหลัง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงสู้ไปจนจบทริปได้ ใจสู้แบบนี้ หากนำเอาเนื้อหาที่ได้รับจากการบรรยายไปใช้ เชื่อว่าอนาคตต้องขี่ได้ดีอย่างแน่นอน






ถึงจะคุมเข้มอย่างไร เนินก็คือเนินครับ กลุ่มเริ่มแยกบ้างนิดๆหน่อยๆ ยิ่งผ่านไป 40 นาที เริ่มมีเพื่อนนักปั่นออกอาการอ้าปากกันแล้ว ไม่แปลกและไม่ผิดอะไร สำหรับระยะเวลานี้เป็นระยะเวลายอดฮิตของนักปั่นสายสุขภาพ แต่วันนี้เป็น 40 นาทีที่เจอเนินนวดๆเบาๆ ย่อมเหนือ่ยกว่าปกติเป็นธรรมดา มาถึงจุดที่จะเลี่ยว ก็ผ่านไป 20 กม. ถือว่ามาได้ 1/4 แล้ว
ข้างหน้ากำลังจะเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางมุ่งห้นาวังน้ำเขียวแล้ว ตามแผนเดิมคือเร่งความเร็วขึ้นนิดหน่อย แต่ยังคงไปด้วยกัน คุมโซน 3-4 สลับกันไป แต่ผมดูจากอาการของรอบตัว ดูจากสภาพการปั่นของหัวแถวและสมาชิกเบื้องหน้าที่ดูแล้วพกดาบพกปืนมาไม่น้อย อะไรบางอย่างในสัญชาตญาณบอกผมว่า มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน รู็สึกว่าอยู่ตรงนี้ต่อไป คงไม่ดีแน่ แล้วก็ ... ขอบอกลาสาวๆ ด้านหลังไปอย่างไม่เอ่ยปาก

ส่วนน้อง"กอล์ฟฟี่ห้าร้อยไลค์" ยังคงไม่สนใจ บริโภคเป็นงานหลักต่อไป

จังหวะเลี้ยวเข้าไปมีเนินรับหนึ่งยกพอดีตามคาดที่ปั่นเส้นนี้กันบ่อยๆ ถนนดี สวยแต่แคบ ดังนั้นกลุ่มก็จะเร่งความเร็วออกตัวจากโค้ง ออกเป็นแถวเรียงเดี่ยว (ตามนัดหมาย) นั่นแปลว่าความเร็วจะสูงขึ้นในลักษระ"กระชาก" หนึ่งช่วงอย่างแน่นอน ซึ่งระยะเวลา 15 วินาทีแรกที่ออกจากโค้งะกลายเป็นตัวชี้วัดว่าจะขาดช่วงจกคนหน้า กลุ่มหน้าเราหรือเปล่า แต่จากใบบอกวันนี้ ต่อให้ขาด ด้านหน้าก็น่าจะรอเพื่อรวมตัวกัน

หัวขบวนเร่งความเร็วออกไปยืดห่างเห็นอยู๋ไกลๆ ขบวนไม่ขาดตอนยังคงยื้อกันอยู๋ห่างๆ แต่เนื่องจากสภาพเส้นทางในช่วงนี้ที่เนินจะชันขึ้น สั้นลง ทำให้การคุมความเร็วให้คงที่ มันหมายถึงการเร่งยัดใส่เนินพุ่งขึ้นไป ถ้าอยู๋หัวแถว มันจะเป็นการนวดขึ้นไปที่โซน 4 ไม่มากไปกว่านั้น แต่สำหรับท้ายๆแถว ที่ระยะห่างเริ่มมากขึ้น และขาดออกจากกัน มันหมายถึงการต้องพยายามกระชากตามไปเพราะกลัวว่าจะหลุดยาว

ตัวแปรที่สองที่ทำให้หนังชีวิตแนวสวีเดนที่น่าจะเนิบนาบ หนักแน่นสวยงาม เริ่มเข้าทางหนังฮ่องกง ยัดกระหน่ำยิงหั่นแหลก เมื่อทีมงานตัดสินใจรีบเร่งความเร็ว หมายพากลุ่มหลักไปให้พ้นจากระยะทางเส้นวังน้ำเขียวก่อนที่ขบวนเสด็จจะมาแล้วเราอาจต้องถูกสั่งพักเพื่อความเรียบร้อยกันยาวๆ ว่าแล้ว หัวแถวยัดกันไป 45-47 ยาวๆกันไป ผมเห็นไกลๆจากท้ายว่าหัวแถวเร่งออกไปอย่างแรง

ตามกติกาเดิมที่ทีมงานแจ้งผมคือ หากใครเปรี้ยวจัดๆ เห็นว่าเราปั่นช้ากันเกินไป จะหนีกลุ่มออกไปลากเดี่ยวให้จบเร็วๆก็ตามสะดวก แต่กลุ่มจะไม่ไปคอยยุยงส่งเสริม รถนำจะไม่ไปคอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้ แต่ภาพที่เห็นหัวแถวที่แร่งออกไปนั่น ... เสื้อขาวหมดเลย เป็นเสื้อทีมงานนั่นเอง งั้นแปลว่า จุดเปลี่ยนดอกนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของทริปแล้ว หนังชีวิตของกลุ่มกลางตอนนี้คือการกลับไปหากลุ่มหน้าให้ได้ โดยที่อุปสรรคคือเนินที่ตัดอยู่เป็นช่วงๆ

แต่กลุ่มหน้าก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรมากนัก เพราะเวลาลงเนินก็จะลดความเร็ว(ลดความหนักลง) ให้กลุ่มค่อยๆกลับมาได้ สถานการณ์แบบนี้ รวมตัวกันขี่ทำความเร็วเฉลี่ยให้มากกว่าข้างหน้า ง่าย สบาย และกลับไปเร็วที่สุดครับ แต่ส่วนมากเหมือนปลาแตกฝูง ผึ้งแตกรัง ต่างคนต่างพยายามยัดใส่เนินเต็มเหนี่ยว เพื่อกลับไปหาหัวแถวให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งเข้าทางหมกขั้นเทพแบบผม

สังเกตุด้านหลังห่างๆดีๆครับ จะเห็นว่าแต่ละคนมีระยะห่างจากกันค่อนข้างมาก และพยายามปิดระยะห่างนั้นไปข้างหน้าเอง ซึ่งไม่เข้าสำนักวิชาวิทยายุทธหมกขั้นเทพ ผมอาศัยช่องว่างเหล่านี้ ค่อยๆขยับขึ้นไปทีละนิดๆ จากหลังคนนี้ ไปหลังอีกคน คนหน้าเริ่มช้าลง ก็เร่งออกไปหาคนต่อไป หากมีคนที่เร็วกว่าแซงมา ก็เกาะไปอย่างทันที พอเค้าผ่อนหมด ก็ไม่ผ่อน เดินหน้าหาช่องต่อไปไปเรื่อยๆ ไม่รีบเร่งใจร้อน ไม่นานนัก ผมก็เลื่นมาอยู่ก้อนแรกได้ไม่ยาก



การกระชาก ลาก ยิงกัน เป็นส่วนหนึ่งของสีสันในหัวแถวซึ่งทีมงานกำกับดูแลให้ไม่หนักหน่วงจนกลายเป็นการแข่ง เมื่อกลุ่มขาดมากๆ ก็ราขากันลงนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับรอจนทั้ง 50 คนกลับมารวมกัน ดังนั้นใครที่เผลอใจไปกับบรรยากาศแล้วกระชากตามกลุ่มหน้าจนเพลิน จะเปลี่ยนให้ทริปปั่นทนกลายเป็นทริปทนปั่นในภายหลัง เพราะเจ้าบ้านเค้ามาต้อนรับอย่างดีครับ จำทางแม่นเหมือนสวนหลังบ้าน มีเนิน มีลม ยกกันสนุกหมด พอให้ได้ยืดเส้น

กลุ่มหน้าเล็กลงเรื่อยๆ สมาชิกเหลือน้อยลงๆ ระยะห่างหลุดไปไม่นาน แต่ก็ห่างพอที่จะกลายเป็นปั่นคนเดียวและห่างออกไปทีละคนสองคน เส้นทางแบบนี้ นอกจากความฟิตและแรง การอ่านสถานการณ์เบื้องหน้าเป็นสิ่งสำคัญ

หนังช็อตนี้บู๊ไปสมบูรณ์แบบครับ เปลี่ยนโหมดเฮฮา มาเป็นโหมดแยกเขี้ยวกัน แต่เป็นแบบมิตรภาพสมานฉันท์นะครับไม่ได้จะเอากันจนขาดใจตาย หรือลงดาบกันให้น่วม เพราะทริปเป็นทริปเอามันส์ อีกอย่างผมเคยชินกับนักแข่งเจ้าถิ่นจากที่เคยมาแข่งที่นี้ พอจะเดาไสตล์การปั่นออกว่ายามลงดาบนั้นหนักหน่วง กระสุนเยอะ แต่ระยะผ่อนก็ผ่อนยาวและเบาลงมากไปด้วย เช่นนั้นแล้วก็อย่าเร่งร้อน ดาบไหนไม่สำคัญก็หลบเฉียดๆไม่ต้องเสียแรงขยับ ดาบไหนดูจะเฉียดจุดตายก็ปัดป้องขยับตัวบ้าง เพราะถ้าผลีผลามตามยัดทุกดอก รับรองว่าไม่นานได้ออกอาการหมดแน่

ตัดภาพมาดูด้านหลังกันบ้าง ในขณะที่หัวแถวโบยบินกันออกไปไกล ถ้าทางตรงก็น่าจะพอเห็นกันอยู่บ้าง แต่ถ้าทางโค้งก็คงลับสายตาและห่างไปเรื่อยๆ ช่วนให้ท้อถอยยิ่งนัก แต่กลุ่มหลังเค้าก็ยังไม่ย่อท้อนะครับ ยังคงเดินหน้าพากันปั่นสู้เนินแบบไม่ลดละ ทั้งหนุ่ม ทั้งสาว ไม่ย่อท้อ มาได้เกือบๆจะครึ่งทางกันแล้ว





ในขณะนั้นเอง กลุ่มหน้าก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยควบคุมความเรียบร้อยของสองข้างทางในขบวนเสด็จเรียกให้กลุ่มนักปั่นหยุดรอขบวนเสด็จ ก็ได้จังหวะเหมาะๆกับร้านขายของริมทาง เอาเป็นว่าในขณะที่เครื่องกำลังได้ที่ ก็มีระฆังมาช่วยชีวิตกันเอาไว้ ได้พักพันยาวล่ะครับงานนี้ มี 30 นาท่ีแน่นอน พักกันนานแค่ไหน ถึงกับมีนักปั่นสั่งบะหมี่นั่งกินฆ่าเวลาเลย รอกลุ่มหลังมารวมตัวกันแล้วก็ปล่อยตัวกันใหม่อีกหนึ่งรอบ รอบนี้ ตามแผนเดิมน่าจะไปด้วยกันกลุ่มใหญ่ๆ แต่แผนต้องมีปรับ กันได้ตลอดเวลา เอาเป็นว่า เกือบๆจะโอเพ่นกันไปเลยแล้วกัน ด้านหน้า ใส่กันสนุก ขึ้นๆลงๆ กันไปแบบเร่งสักพัก ห่อนสักหน่อย ใครหมดก็หลุด แต่จุดอันตราย ทางแคบ หรือหลุม ก็เบาขาผ่านไปแบบเนียนๆไม่น่ากลัวแต่อย่างใด มีโอกาสให้ด้านหลังไหลมารวมตัวกันใหม่ ก่อนจะ ยืดออกไปเวลาขึ้นเนิน ใครที่โยโย่หลายรอบ ยืดๆหดๆจนหมดแรง ก็โบกมือลา จนช่วงระยะ 20-30 โลท้ายเหลือกลุ่มหน้ากันสิบกว่าคน กลุ่มสองรวมกันมาได้อีก 5-6 คน และที่เหลือประกรายตามทาง แต่ก็มีสต๊าฟคอยดูแลอยู่เป็นช่วงๆ ที่สำคัญ รถปิดท้ายก็ยังคงไม่ทอดทิ้ง





แต่แล้วฝันก็เริ่มสลาย เพราะเมฆฝนก่อตัวกันมาแบบมืดครึ้ม ผนวกกับเวลาของแสงแดดเริ่มค่อยๆหมดไปอย่างรวดเร็ว ใกล้โพล้เพล้ ฝนกระหน่ำลงมาพร้อมกับฟ้าที่เริ่มมืด สำหรับกลุ่มหน้า เจอฝนกันก็ตอนที่ใกล้ครบทริปแล้ว ระยะทางไปราวๆ 75 กม. เรียกว่าทริปนี้ไม่คุ้มเพราะเปียกน้อย แต่นักปั่นด้านหลัง ทริปนี้ถือว่าคุ้ม นอกจากได้ปั่นนาน ยังได้เปียกมากกว่าเพื่อนด้วย




แล้วก็จบลงไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีใครถูกทิ้งเอาไว้ ไม่มีการโกรธ โมโห ดราม่าใส่กันหลังปั่น รอยยิ้ม สนุกสนาน งานนี้ ได้ความรู้ ได้ปั่น เลี้ยงอาหาร ดูแลกันใกล้ชิด แถมได้รับเสด็จ ได้โดนแดดร้อนๆยามบ่ายแก่ๆ เจอเนิน ลมแรง ปิดท้ายด้วย ฝนชุ่มฉ่ำ กับไนท์ทริป งานเดียว ได้ทุกแนว ครบรส


อย่าตกใจที่เห็นปั่นกันมืดๆนะครับ อาจจะเป็นโชคที่ไม่ดีที่มีอุปสรรคมาทำให้เวลาของทริปต้องยาวเกินกว่าที่คะเนเอาไว้ แต่ผู้จัดได้ลงข้อมูลเอาไว้ในการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าแล้วว่าให้เตรียมไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยมาด้วย และมีมอเตอร์ไซค์คอยดูแล รวมถึงรถตู้ปิดท้ายขบวนพร้อมข้อความให้ระมัดระวังจักรยานอยู่ตลอด และก็จบทริปไปอย่างสดชื่ม มื่นม่วนกันถ้วนหน้า ทั้งหนุ่ม ทั้งสาว เจ้าบ้านแยกย้ายกันไปคนละทาง นอกนั้นกลับมาเกสัมภาระและแยกย้ายกันไป น่าจะได้ประสบการณ์ ความสนุก มิตรภาพกลับไปกันทุกคน
ทริปนี้อาจไม่ยิ่งใหญ่ คนนับร้อย นับพัน ไม่มีของแจกล้นมือกลับบ้าน ไม่ต้องมีเหรียญหรือโล่ห์อะไร แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านที่ได้ร่วมทริปไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของละครเรื่องยาวนี้ ล้วนสำเร็จในสิ่งที่ต้องการกันทั้งนั้น ได้ความรู็ไปเป็นแนวทางปฏิบัติ ร่ำลากันตรงนี้ด้วยภาพของท่านนี้อีกครั้งครับ สุดยอดจริงๆ

ติดตามข่าวสารกิจกรรมใหม่ๆของทาง Sport Bicycle ได้ทางแฟนเพจ ได้ข่าวว่าครั้งต่อไปจะไปเยือนพี่น้องนักปั่น จังหวัด ขอนแก่น
https://www.facebook.com/sport.bicycle/[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 875329.jpg[/homeimg]