หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย giro »

หมกขั้นเทพ!
วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน
*คำเตือน บทความนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อส่งเสริมนิสัยการเห็นแก่ตัว

รูปภาพ
การ"หมก" เป็นศาสตร์และทักษะสำคัญขั้นหนึ่งของการก้าวขึ้นมาเป็นจอมยุทธนักปั่นจักรยานที่ดี ด้วยกฏพื้นฐานของกีฬาจักรยานที่อาศัยพื้นฐานด้านอากาศพลศาสตร์ เมื่อคนหน้าทำหน้าที่แหวกลมไปข้างหน้า คนหลังจะสามารถลดภาระทางอากาศลงไปได้มากมาย จะมากจะน้อยขึ้นอยู๋กับลักษณะของลม ณ เวลานั้น ร่วมกับจำนวนและรูปแบบการปั่นของกลุ่มน้ั้นๆ และที่สำคัญ การหมกไม่ใช่เพียงแค่ไปต่อท้ายแล้วปั่นๆไป ก็จะลดภาระที่ต้องออกแรงไปได้ เพราะหากท่านหมกไม่ดี แน่นอนว่านอกจากจะเซฟแรงไม่ได้มากเท่าที่มันควรจะเป็น ยังต้องพบกับสภาพที่อาจจะหนักและเหนื่อยกว่าการปั่นคนเดียวเสียด้วยซ้ำ
รูปภาพ
เป็นที่ทราบกันดีมาอยู่แล้วว่า แรงต้านสำคัญแรงหนึ่งที่ส่งผลกับเราๆนักปั่นก็คืออากาศ หากอากาศอยู่นิ่งๆ(ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้) เราเคลื่อนที่เร็วเท่าไหร่ ก็เหมือนกับมีลมมากระแทกหน้าเราเร็วเท่านั้น ลองคิดดูว่าเราปั่นจักรยานด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. ก็เหมือนเรายืนอยู่เฉยๆแล้วมีลมเข้ามาหาเราที่ความเร็ว 30 กม./ชม. และหากลมมีความแรง 20 กม./ชม. สวนมาหาเราตรงๆแล้วเราปั่นจักรยานฝ่าไปด้วยความเร็วอีก 30 กม./ชม. ก็เท่ากับเราต้องแหวกอากาศที่มีความเร็วราว 50 กม./ชม. ซึ่งหากอยากรู็ว่ามันแรงขนาดไหน ลองขับรถยนต์ด้วยความเร็วดังกล่าวแล้วยื่นมือออกไปนอกกระจกรถดูครับ ลองตั้งมือเอาฝ่ามือรับลมเต็มๆดูจะรู็ว่าอากาศผลักเราด้วยแรงแค่ไหน และลองสังเกตุสัมผัสที่ด้านหลังมือดูจะรู้สึกว่าอากาศในตรงนั้นนิ่งและไม่มีแรงกระแทก นี่คือพื้นฐานสุดๆแล้วสำหรับการเป็นนักปั่นที่จะเริ่มเข้าสู่ยุทธจักร(ยาน) เพราะถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ คงต้องบอกว่าลำบากแน่นอนครับ

ดังนั้น ทำไมเราถึงต้อง"หมก" หรือที่ฝรั่งเรียกมันว่าการ "ดราฟท์" (dragt) เพราะเมื่อเราไปอยู่หลังจักรยานทีอคันหนึ่ง อากาศที่ต้องแหวกไปจะลดลงอย่างมากมายเนื่องจากช่องว่างด้านหลังที่เกิดขึ้น และยิ่งมีนักปั่นอยู่เบื้องหน้าเรามากเท่าไหร่ ใหญ่เท่าไหร่ ผลของการดราฟท์ก็จะยิ่งมากขึ้นไปด้วย ข้อนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เปรียบเทียบง่ายๆก็คล้ายกับว่าคน(ทุกคน)ที่อยู๋เบื้องหน้าเรา ทำหน้าที่เป็นกำแพงกันลมให้กับเรานั่นเอง ยิ่งแถวยาว หรือมีจำนวนมากขึ้น อากาศก็จะยิ่งวิ่งหลีกออกไปจากเรามากขึ้นไปด้วย
รูปภาพ
ตามแผนภาพประกอบด้านบนนี้ จะเห็นว่าการอยู๋ในกลุ่ม(เปโลตอง) สามารถส่งผลเซฟแรงได้ถึง 30% ซึ่งยิ่งใหญ่ขนาดไหน คงอธิบายเป็นฟิลลิ่งยาก แต่ลองคิดง่ายๆครับ มนุษย์หนึ่งคน ออกแรง 200 วัตต์ ฝ่าอากาศเบื้องหน้าไปด้วยความเร็วหนึ่ง ขณะนั้นเอง หากมนุษย์คนนั้นหมกอยู๋ในกลุ่มขนาดใหญ่ ก็จะใช้แรงเพียง 140 วัตต์ ในการเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วเดียวกัน ซึ่งหากคิดแบบกำปั้นทุบดินง่ายๆว่า 200 วัตต์เป็นโซน 4 ของคนๆนั้น (โซนที่หมดสูบอัดได้ 1 ชม.) หัวใจสูบฉีดเลือดราว 160-180 ครั้งต่อนาที ลากไปได้ครึ่งชั่วโมงก็หอบแล้วอย่างแน่นอน ส่วน 140 วัตต์คือ ปลายๆโซน 2 ที่สามารถปั่นเป็นทางไกลได้อย่างสบายใจเฉิบ ให้ปั่นไปครึ่งวันก็ยังได้ คุยกันไปด้วยก็ยังไหว ความต่างระหว่างความเหนื่อยระดับพูดคำตอบคำ กับฝอยน้ำลายกระเด็นนั่นเอง



แต่ช้าก่อน ... นี่เป็นแค่วิทยายุทธชั้นแรกของด่านอรหันต์แห่งการหมกเท่านั้น โลกความเป็นจริงมันมีอุปสรรคที่มากกว่านั้นอีกมาก ซึ่งอุปสรรคสำคัญได้แก่

1.เนิน!
เนินเป็นปัจจัยที่หลอกหลอนนักจักรยานอยู่ทุกที่ทุกแห่ง ไม่ว่าจะ 2% หรือ 12% ก็ส่งผลในทางเดียวกันนั่นคือน้ำหนักรวมของคนและรถจะเข้ามามีบทบาททันที ยิ่งเนินชันเท่าไหร่ ภาระของการพาน้ำหนักก็จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากต้องการรักษาการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเดิม ก็ต้องออกแรงเพิ่มอีกมากมาย ยิ่งน้ำหนักมากขึ้นผลต่างของแรงที่ต้องออกก็ยิ่งมากเป็นทวีขึ้นไปด้วย ทำให้ความได้เปรียบของอากาศพลศาสตร์ลดบทบาทลง และยิ่งในทางปฏิบัติ ทุกครั้งที่เจอเนิน ความเร็วก็จะลดลง เมื่อความเร็วลด ความได้เปรียบก็ยิ่งลดลงไปด้วย การหมกอยู่จึงไม่ได้ส่งผลสบายตัวดังเช่นเคย

2.กระชาก
ผลของความได้เรปียบที่เกิดขึ้นมักวัดจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ มีโมเมนตั้มที่คงที่ แต่เมื่อไหร่ที่มีการ"เร่ง" หมายถึงแต่ละคนต้องออกแรงไม่เท่ากันในการพาสังขารที่น้ำหนักแตกต่างกันไปข้างหน้า รวมถึงแรงที่สะสมมาภายในก็ไม่เท่ากัน ยิ่งเร่งความเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้แรงมากขึ้น และแน่นอนว่าคนด้านหลังก็ต้องออกแรงตาม แม้ว่าจะยังคงได้เปรียบในด้านอากาศพลศาสตร์ แต่ก็ต้องเสียแรงไปไม่น้อยเช่นกันในการรักษาระยะห่างเอาไว้ให้เหมือนเดิม เพราะหากปล่อยเอาไว้ยิ่งห่างออกไป อาจหลุดออกไปจากสลิปสตรีม (slipestream : กระแสอากาศนิ่งด้านหลังวัตถุ) แล้วหมดสภาวะได้เปรียบในการหมกไปในที่สุด


รูปภาพ
จากสองปัจจัยนี้ จะพบได้ในการแข่งขันจักรยาน ที่นักแข่งใช้เพื่อ "ตัดตัว" หรือการค่อยๆกำจัดชาวเกาะออกไปจากกลุ่ม และทำเกมส์การแข่งขันกันเป็นปกติ เพราะถ้าทำความเร็วกันไปนิ่งๆตลอดทาง ก็ไม่ต่างกับขบวนผ้าป่าสามัคคีที่อุทิศส่วนบุญให้กับเพื่อนด้านหลัง และความโหดร้ายก็จะมาเยือนเมื่อเอาทั้งเนินและกระชากมารวมกัน สิ่งที่พบเห็นจนชินตาก็คือ เหยื่อเคราะห์ร้าย ที่ร่วงหลุดออกมาจากฝูงเปโลตองทีละคนสองคน ยิ่งกระแทกลงดาบปลิดชีวิตกันซ้ำๆหลายครั้งเข้า จำนวนเปโลตองก็จะลดลงเรื่อยๆ เบื้องหลัง ซากของเหยื่อกระบี่ที่หมดแล้วซึ่งกำลังภายใน กรอบไปบนถนนอย่างสิ้นหวังเกลื่อนไปหมด นี่คือโลกปกติของเกมส์กีฬาจักรยานครับ มันไม่ใช่ความป่าเถื่อนหรือไร้น้ำใจ กีฬานี้เป็นเช่นนี้ในตัวมันเอง ก็เหมือนกับที่ทำไมเทนนิสต้องหวดลูกไปให้อีกคนต้องออกแรงโยก หรือฟุตบอลต้องล็อคหลบให้อีกฝ่ายแทบจะหัวทิ่ม แล้วไปสอบประตูของอีกฝ่าย

ต่อไปนี้เข้าเรื่องของวิทยายุทธขั้นสูงในการอยู่ในกลุ่มแบบนี้ให้ได้รอดปลอดภัยและรักษากำลังภายใน(อันน้อยนิด)เอาไว้ไปให้จบถึงปลายทาง หรือใช้ในยามที่ต้องการ ซึ่งไม่เพียงแค่ในสภาพการแข่งขันนะครับ เพราะในทริปหรือการปั่นต่างๆ บางครั้งสถานการณ์ก็ไม่ต่างไปจากการแข่งขันนัก เมื่อเส้นทางมีทั้งลมกรรโชกและเนินหรือสะพานคอยดักเชือดเราอยู่ตามทาง เริ่มกันเลย!



ท่าขี่
รูปภาพ
ข้อนี้จริงๆแล้วทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว เมื่อมาปั่นจักรยานเสือหมอบ เพราะโดยชื่อของมันก็แปลอยู๋แล้วว่าเราจะ"หมอบ" ซึ่งการหมอบนี้ก็คือท่าทางที่ก้มลงหลบไปจากกระแสอากาศที่ต้องแหวกผ่านไป เพียงแต่ส่วนมากนักปั่นจะพยายาม"แอโร่" กันเมื่อปั่นคนเดียวหรืออยู๋ด้านหน้าที่เจอกับลม แต่เมื่ออยู่ด้านหลังก็จะลืมไปว่าการแอโร่ฯนั้นสำคัญมากขนาดไหน ผลการวิจัยพบแล้วว่า ท่าขี่ที่เหมาะสมจะส่งผลกับความได้เปรียบ แม้ว่าเราจะหมกอยู่ในกลุ่มก็ตาม ดังนั้น บริหารระหว่างความแอโร่ฯและความสบายกับสถานการณ์เบื้องหน้าให้เหมาะสมคือวิทยายุทธที่สำคัญ อย่ามัวแต่ชะเง้อคอตั้งตรง หย่อนใจสบาย เพราะหากแค่งอศอกนิดหน่อย เก็บหัวลงมา อาจจะเป็นความต่างระหว่างโซนการออกแรงและส่งผลระยะยาวอย่างที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้
รูปภาพ
และเมื่อกลุ่มมีความเร็วสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วหรือลมส่ง และทางลงเนิน พึงระลึกเสมอว่าทุกๆความเร็วที่มากขึ้น หมายถึงอากาศที่ไหลผ่านไปมากขึ้น ความได้เปรียบเล็กๆน้อยๆจะยิ่งส่งผลมากขึ้นเป็นเงาที่แซงตัวมันเอง ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือไม่เหนื่อย เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าความเร็วสูงขึ้น จงทำตัวเองให้เป็นภาระกับสารร่างน้อยที่สุด และคว้าเอาความได้เปรียบนั้นมามากที่สุด



ตำแหน่งที่อยู่
รูปภาพ
ลม ไม่ได้มาจากด้านเดียวเสมอไป นี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง โอกาสที่ลมจะมาหาแบบ 0 องศาเข้าหน้าตรงๆนั้นน้อยนิดเหลือเกิน ไม่ซ้ายก็ขวา จะต้องมีทิศทางต้นกำเนิดบ้างไม่มากก็น้อย และเมื่อมากถึงระดับหนึ่ง การเลือกที่อยู่ก็จะกลายเป็นวรยุทธสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ถึงจะไม่จำเป็นต้องทำการดราฟท์เฉียงแบบบรรดาโปรแข่งขัน บางครั้งการเลือกฝั่งที่อยู่ในกลุ่มก็เพียงพอแล้ว เพราะการจะตั้งแถวเฉียงที่เหลื่อมกันได้แบบนั้น จำเป็นต้องมีทักษะการขี่กลุ่มและความเข้าใจในระดับสูง ส่วนในขั้นวรยุทธของจอมกระบี่สุดสัปดาห์ แค่ต่อท้ายแบบไปฝั่งซ้ายหรือขวานิดหน่อย ก็ช่วยเซฟได้แล้ว และแน่นอนว่าในกรณีที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ คนฉลาด เลือกข้างอยู่ได้ถูกที่ถูกเวลา เปลืองแรงน้อยกว่ากันเยอะ

บางตำแหน่งที่อยู่จะสบายเหมือนกับได้ปั่นนิ่งๆคนเดียว ยิ่งถ้าคนรอบตัวและเราได้ไปพร้อมๆกัน ก็ยิ่งเมหือนช่วยกันไปเซฟแรงไปได้เรื่อยๆ บางตำแหน่งเหนื่อยเสียยิ่งกว่าอยู่หน้ากลุ่ม หรือยอมไปปั่นคนเดียวดีกว่า เพราะยืดๆหดๆ ไม่ต่างจากสภาพการปั่นแบบอินเทอร์วัล ข้างหน้าเร่งกัน 40 แต่พอยืดหดกันมากๆ ต้องซัดกัน 45 ถึงจะหดระยะเข้าไปได้ การปั่นแบบเร่งๆ เบาๆ สลับกันไปเรื่อยๆไม่ใช่เรื่องดีสำหรับแรงที่มีน้อยนิดนะครับ จงจำเอาไว้อีกอย่างว่า ยิ่งเร่งเครื่องบ่อยแงานมากขึ้นตามไปด้วย แล้วพลังงานมนุษย์มันไม่ได้หากันง่ายๆ หมดแล้วแทบจะหมดเลย ซ้ำหนักเคราะห์ร้าย คุณตาคอยมาถามชวนจอดแล้วจะจบไม่สวย


จังหวะ
ข้อนี้ ยากที่สุดและเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นจอมยุทธที่พอจะมีกระบวนท่าชั้นสูงเลยทีเดียว ผมจะอธิบายเป็นลำดับขั้นตอนนะครับ อย่าลืมว่าในกระบวนนี้ ท่านต้องมีความเข้าใจอ่านรูปกระบวนยุทธที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าได้บ้าง ต้องอ่านการณ์ในอนาคตและเส้นทางประกอบกันให้ขาดเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพราะไม่มีสูตรสำเร็จว่าเพลงไหนจะต้องนำมารับเมื่อไหร่
ภาพแรก แสดงสภาพกลุ่มที่เคลื่อนที่ไปอย่างปกติยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
01.jpg
01.jpg (92.46 KiB) เข้าดูแล้ว 47203 ครั้ง
ซึ่งถ้าไปกันแบบนี้ตลอดทาง จะสลับกันหรือไม่ก็ตามก็ถือว่าเป็นผ้าป่าสามัคคีที่สวยงามแบบตามไสตล์เมืองพุทธรักกันไปด้วยกันเลือดนักปั่น แต่แน่นอนครับว่า ไทยเรานี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ดังนั้น ไม่ว่าจะด้วยความจงใจหรือไม่ก็ตาม สมมุติว่า มีการเร่งความเร็วขึ้นของกลุ่ม ก็จะกลายเป็นสถานการณ์ดังภาพต่อไปนี้
02.jpg
02.jpg (92.04 KiB) เข้าดูแล้ว 47203 ครั้ง
ซึ่งโดยปกติแล้ว หากเราไม่ได้คิดเตรียมเอาไว้ก่อน หรือตอบสนองกับสิ่งที่เกิดเบื้องหน้าแบบใจเย็น เช้าชามเย็นชามกันไปเรื่อยๆ สภานการณ์ของกลุ่มนี้ในอีกประมาณ 10 วินาทีให้หลังจะกลายเป็นดังภาพต่อไปนี้
03.jpg
03.jpg (85.75 KiB) เข้าดูแล้ว 47203 ครั้ง
ในเมื่อ 2 รอให้ 1 ขยับแล้วจึงเร่งตาม และ 3 ก็ออกแรงเร่งตามตอนที่ 2 เริ่มมีระยะห่างออกไปแล้ว ดังนั้นยิ่งกลุ่มยาว(หรือใหญ่)ขึ้นเท่าไหร่ หางทางด้านหลังก็จะยิ่งมีระยะห่างมากขึ้นเท่านั้นกว่าจะสามารถปิดระยะห่างที่เกิดขึ้นได้ก็อาจจะสายเกินไปหรือเสียแรงไปมากเสียยิ่งกว่าปั่นคนเดียวนิ่งๆ เพราะเมื่อหลุดออกจากระยะได้เปรียบทางแอโร่ฯไปแล้ว แต่หัวแถวยังคงไม่สิ้นความอำมหิตลงดาบฟันอย่างต่อเนื่องความเร็วไม่ลดลงง่ายๆ เราก็ต้องออกแรงไปมากกว่าเดิมเพื่อเข้าไปสู่ระยะห่างตั้งต้นให้ได้สำเร็จ

นี่คือตัวอย่างของจังหวะที่ "ช้าเกินไป" ซึ่งทางแก้คือการมองไปข้างหน้าตลอดเวลา มองเส้นทางเบื้องหน้า และเตรียมพร้อมขยับตัวทุกครั้งที่เกิดจุดเปลี่ยน



ใจเย็น
ข้อนี้ตรงกันข้ามกับข้อก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เพราะบางครั้งการผลีผลามทำอะไรมากไป ก็จะยิ่งเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์ ต่อเนื่องจากสถานการณ์สมมุติที่ผ่านมา ตอนนี้ ระยะห่างได้ยืดออกจนน่ากลัวเสียแล้ว แต่เบื้องหน้ามองไปไกลๆเห็นเนินใหญ่ดักอยู๋ หรือแม้แต่เป็นทางลงเนินยาวๆที่รู้ว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้นได้ง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรงเยอะ และท่าทีของคนหน้าเรากำลังมุ่งมั่นกลับเข้าหาอย่างไม่ลดละ เมื่อเห็นแล้วว่าที่หัวแถวไกลๆเริ่มกระจุกตัวรวมกันอีกรอบเป็นสัญลักษณ์ว่าความเร็วเริ่มลดลง
04.jpg
04.jpg (86.26 KiB) เข้าดูแล้ว 47203 ครั้ง
วินาทีนี้ หากออกแรงเต็มเหนี่ยวเพื่อเร่งความเร็วตามไป ก็จะกลายเป็นว่าต้องเร่งความเร็วแล้วไปชลอหรือแตะเบรคเอาเมื่อใกล้ถึงก็เ)็นได้ จงจำเอาไว้ว่าทุกครั้งที่เราต้องลดความเร็วเพราะออกแรงมาเกิน หรือแตะเบรคเพื่อลดความเร็ว เท่ากับแรงที่ออกไปก่อนหน้านั้นได้เสียเปล่าไปโดยไร้ค่า ยิ่งทำเช่นนั้นบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งผลาญแรงอันน้อยนิดของตัวเองไปโดยไม่จำเป็น กรณีนี้ลองฝากชีวิตเอาไว้กับคนหน้า เร่งความเร็วแค่พอจะไปอยู๋ในเงาของคนหน้าเราที่ดูโหงวเฮ้งเหมาะสมและท่าทีมีแรงพอจะกลับไปหากลุ่มได้อย่างแน่นอน จากนั้นจงตื่นตัวดูทุกอย่างเบื้องหน้าพร้อมจะแก้ไขเหตุการณ์ต่อไปได้หากอะไรๆเปลี่ยนแปลง
05.jpg
05.jpg (86.56 KiB) เข้าดูแล้ว 47203 ครั้ง
ลองจินตนาการว่าในระยะห่างที่เกิดขึ้นด้านหลังไม่ได้มีเพียง 2 ชีวิตแต่มีร่วมกันหลายๆสิบชีวิต ก็จตะกลายเป็นพันธมิตรย่อยที่เกิดขึ้นได้ทันทีหากรอยแยกนั้นไม่มีท่าทีจะหดสั้นลง โดยเฉพาะในสถานการณ์แข่งขัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ด้านหน้ารับรู้ว่าเกิดรอยแยกเช่นนี้ แน่นอนว่าจะช่วยกันเร่งลงดาบสองและสามเพื่อปลิดชีพให้ขาดสิ้นลงให้ได้ จากนี้ไปก็อยู่ที่"บุญกรรม"ที่ทำร่วมกันมา แต่โดยมาก หากใจเย็นและร่วมมือกัน คนด้านหลังออกแรงกันคนละนิดละหน่อย ก็จะย่นระยะห่างนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอ่านสถานการณ์เส้นทางข้างหน้าได้อย่างเท่าทัน


รูปภาพ
ทุกกระบวนท่ารวมเป็นหนึ่ง
ขั้นสูงสุดของหนังกำลังภายในก็มักจะเป็นเคล็ดวิชาลับที่จับเอาทุกกระบวนท่าของสำนักมาเรียงร้อยเข้ากันเป็นท่าสุดยอด สำหรับวิทยายุทธการหมกขั้นสูงเองก็เช่นกัน เพราะกระบวนท่าสำคัญของการหมกอย่างชาญฉลาด ก็คือการรวมทุกๆเทคนิคและทักษะเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตำแหน่งที่อยู่ที่เหมาะสม เหมาะกับเส้นทาง เหมาะกับรูปการณ์ เลือกตอบสนองกับช่องว่างเบื้องหน้าอย่างสุขุมหรือรับมือได้แบบสายฟ้าแลบ ในการปั่นจักรยาน คนที่แข็งแรง ออกแรงได้มากที่สุดอาจไม่ใช่คนที่ไปได้จนตลอดรอดฝั่งหรือไปสู่เส้นชัยได้ก่อน แต่คนที่ใช้แรงได้ฉลาดที่สุด คือคนที่สามารถยิ้มได้และได้ยิ้ม



สรุปปิดท้าย
อย่างที่ออกตัวแต่แรก ผมไม่ได้นำเสนอบทความนี้เพราะต้องการให้ทุกท่านเป็นชาวเกาะที่เห็นแก่ตัวครับ แต่มันเกิดจากสิ่งที่ผมพบเห็นจากการไปแข่งและไปร่วมทริปต่างๆมา ไม่มากก็น้อย และทุกครั้งที่มีโอกาสมักจะสังเกตุอาการของเพื่อนนักปั่นรอบๆตัว โดยเฉพาะทริปที่ได้ห้อยท้ายกลุ่ม ผมพบว่าหลายๆท่านดูท่าทางแข็งแรงและมีความฟิตยิ่งกว่าผมเสียอีกแต่กลับไปไม่ถึงปลายทางด้วยกันได้ สิ่งที่สำคัญจึงมาอยู่ที่เทคนิคและทักษะสำคัญเหล่านี้ที่นำมาเหลาสู่กันฟังนั่นเอง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะช่วยให้ท่าน"เซฟแรง" และมีแรงพอที่จะวนขึ้นไปช่วยเพื่อนด้านหน้าได้ หรือสร้างสรรค์การแข่งขันที่เร้าใจสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการรุกเร้าเผ็ด้อนจากนักปั่นที่แรงสะสมมาดี หรือเกมส์รับที่เหนียบวแน่นร่วมมือกันไล่เหนี่ยวกลับมาของบรรดาผ้าป่าสามัคคีเวอร์ชั่นนักรบจิตอาสา ที่สำคัญที่สุด มันน่าจะช่วยให้เราๆนักปั่นสามารถสนุกไปบนเส้นทางได้อย่างครื้นเครง ร่วมกับเพื่อนได้นานขึ้น ไกลขึ้น (ไม่ถูกทิ้งเอาไว้กลางทาง) เพราะผมเชื่อว่ายิ่งเราไปได้ไกลขึ้น จักรยานก็ยิ่งสนุกขึ้นไม่มีวันเบื่อนั่นเอง


เนื้อหาเชื่อมโยงที่น่าจะเป็นประโยชน์
PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1371204
5 เคล็ดลับเอาตัวรอด
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1456059[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 853736.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Tdf
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1703
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2012, 22:06

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย Tdf »

สำนวนในบทความนี้อ่านแล้วคันหูมากเลยครับ :lol:

จากประสบการณ์ขาอ่อนหมกกลุ่มใน skylane บ่อยๆ ช่วงปั่นสวนลมแรงๆนี่ถ้าปั่นคนเดียวได้ความเร็ว 23-25 เอง แต่ถ้าหมกกลุ่มหรือมีคนบังลมให้นี่ได้ความเร็ว 28-30 เป็นปกติ โดยใช้วัตต์พอๆกัน hr อยู่ระดับเดียวกัน แต่พอช่วงตามลมลมส่งถ้ายังหมกกลุ่มอยู่ความเร็วจะขึ้นไปได้ถึง 38-40 โดยใช้วัตต์และ hr อยู่ในโซนเดียวกันเช่นกัน แต่ถ้าแยกออกมาปั่นคนเดียวจะได้แค่ 33-35 แค่นั้นเอง จากประสบการณ์สุดยอดที่ได้เจอครั้งเดียวในการหมกกลุ่มก็คือช่วงตามลมหมกอยู่ในกลุ่มใหญ่อยู่ท้ายๆกลุ่ม ความเร็วขึ้นไป 40+ ตลอดทางแต่ออกแรงประมาณ 100-130 วัตต์เท่านั้น เบาขาขนาดใช้จานหน้า 53 แต่ลงเฟืองหลังลงมาจนถึงอันเล็กสุดได้ คงเป็นผลจากทั้งลมดูดของกลุ่มใหญ่และลมส่งจากด้านท้ายที่ลด drag ไปได้เยอะมาก
arm123kup
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2009, 22:20
Tel: 0877526079
Bike: ยังไม่มีครับ

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย arm123kup »

เยี่ยมเลยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
nond9972
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 873
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2012, 13:10
Tel: 0942653514
team: Turtle Cycling Club Thailand / SoitanBKK
Bike: Kaze Race Ronin-ER
ตำแหน่ง: facebook : nond9972
ติดต่อ:

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย nond9972 »

ขอปัก ครับ
>>เรื่องปั่นเรามักท้อ เรื่องแต่ง(รถ)หล่อเราไม่เคยพอ<<
kaemart
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 462
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2008, 08:36
Tel: 0845107205
team: pumeng mtb khonkaen
Bike: ตราแข้

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย kaemart »

ขอหมก เอ้ย..ขอปักหน่อยครับกระทู้ดีๆ ผมติดตามอ่านกระทู้ของคุณgiro ตลอดครับ แบบว่าเป็นแฟนกระทู้สาระดีๆทั้งนั้นครับ ปกติจะปั่นคนเดียวตลอดไม่ได้หมกใครและไม่มีใครหมกแต่อ่านไว้ก็เป็นความรู้ดีครับ
ลิงกังปั่นหมอบ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 906
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย ลิงกังปั่นหมอบ »

ตอนไล่ตามหลังรถบรรถทุกที่แซงไปอยู่ห่าง ๆ 10-20 เมตร สปีดขึ้นน่ากลัวเลยทีเดียว :mrgreen:

เป็นการลองทำขำ ๆ ไม่ได้ไปท้าตาย แถวบ้านไม่มีเปโลตองหรือกลุ่มให้ดูด ผลก็คือ รอบขามาไวยังกับโกหก สนุกดีครับ
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
รูปประจำตัวสมาชิก
irat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 875
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2013, 11:57
team: 18+

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย irat »

คนตัวใหญ่ดูดคนตัวเล็กนี่แทบไม่ต่างจากปั่นเองคนเดียว
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย
รูปประจำตัวสมาชิก
gpitoon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 226
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.พ. 2009, 00:18
Tel: 086-xxx-0069
team: ปัน ปั่น ปั้น
Bike: Felt F-75, BMC SLR01
ตำแหน่ง: เขาใหญ่

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย gpitoon »

เขียนสนุก เข้าใจง่าย ได้สาระครับ

แต่เสริมนิดเดียว ถ้าไปเจอกันใหม่ๆ จะหมกไรมีมารยาท ให้เสียงกันนิด เพื่อความปลอดภัย

แล้วถ้าไม่ได้ปั่นด้วยกันจนรู้จังหวะ สละวัตต์สักนิด เว้นช่องล้อหน่อย ปลอดภัยๆไปด้วยกันถึงที่หมายครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
OA6789
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 27
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มิ.ย. 2016, 13:32
Tel: 085-9999-XXX
team: เมียสั่งปั่น
Bike: Java

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย OA6789 »

ขอบคุณครับสำหรับความรู้
:D ปั่นเพื่อสุขภาพ ปั่นเรื่อยๆ ตามแรงที่มี ไม่ได้แข่งกับใคร :D
orifice
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 13
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2014, 02:05
Bike: Merida Scultura 500
ติดต่อ:

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย orifice »

ความรู้ ความรู้
รูปประจำตัวสมาชิก
ethylalc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 628
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 19:59
Bike: Specialized E5 2015
ตำแหน่ง: onnut bkk

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย ethylalc »

อย่าว่าแต่แข่งเลยครับ ปั่นซ้อม SKL หัวลากยังลงดาบกันไม่ยั้งเลย
dumber
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 786
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ต.ค. 2012, 21:38
Bike: bianchi
ติดต่อ:

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย dumber »

ข้อมูลดีๆเอาไว้หมกชาวบ้าน
ขอบคุณมากครับ
  • http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=64&t=270637
  • http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=64&t=301411
bleacher
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2015, 11:25

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย bleacher »

ท่าพี่ GIRO นี่ตอนมา เขาใหญ๋ 80 km non-stop หรือเปล่าครับ คุ้นๆๆมาก
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย giro »

ใช่แล้วครับ ภาพนั้นตอนไปเขาใหญ่กับ Sport Bicycle กันครับ
มันเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้จากความอ่อนแอ และหลายๆเส้นทางที่ไปร่วมมาครับว่า เราสามารถเซฟแรงได้จากท่าปั่น เมื่อคนหน้าเราห่างออกไป และเบื้องหน้าไม่ได้กระชากตัวมากนัก เพียงแค่ทำตัวให้เป็นภาระกับกระแสอากาศน้อยที่สุด ก็สามารถปิดช่องว่างได้โดยแทบไม่ต้องใช้แรง หรือสถานการณ์ที่ยืดๆหดๆ บางทีใจเย็นๆปล่อยไหลไปแบบมุดๆ ก็กลับเข้าที่เดิมได้แบบไม่เสียแรงเช่นกัน

จริงๆมันมาจากผมพยายามหัดสปรินท์ท่าเจ้าหนูกิมจิครับ คาเล็บ ยวน
รูปภาพ
ประกอบกับพยายามหัดคุมรถในท่าลงเขาแนวสุดขีดของบรรดาโปรชอบใช้กันเวลาลงเขาเร็วๆ ทางยาวๆ
รูปภาพ
และแบบนี้
รูปภาพ
รูปภาพ

ซึ่งทำแล้วรถไม่นิ่ง ทรงตัวไม่ดี ก็เลยพยายามหัดทำเรื่อยๆบนทางราบเวลาว่างๆ จากช้าๆ นั่งให้น้ำหนักมันไปข้างหน้า (ลงไปนั่งบนท่อนอนแล้วทรงตัวให้ตรงๆ) จนเริ่มชินแล้วกล้าที่จะผลักตัวไปข้างหน้ามากๆได้ แต่ในสถานการณ์จริงๆ กลุ่มปั่น ผมก็ยังระแวงไม่กล้าลงไปขดเป็นแมวน้ำบนท่อนอน เพราะกลัวว่าข้างหน้ามีอะไรจะขยับไม่ทัน

ในระหว่างหัดทำส่ายไปส่ายมาบ้าง ก็พบว่า เฮ้ย มันเซฟวัตต์มหาศาลเลยนะเนี่ย แต่ไอ้ครั้นจะปั่นท่านี้ตลอดคงไม่ได้แน่ เลยค่อยๆทำจนชินไปเรื่อยๆ และในงานแข่งครั้งหนึ่ง จู่ๆก็ทำไปโดยสัญชาติญาณภายในไหลไปไหลมาตามจังหวะกลุ่ม เร่งบ้าง กระชากบ้าง แต่โดยรวมเซฟแรงได้จากทักษะนี้เยอะเลย ยิ่งถ้าไปออกแรงหัวกลุ่มลากบ้าง ทำไรบ้าง แล้วลงมาท้าย มันช่วยได้มากๆครับ (เลือกที่อยู่ดีๆนะครับ ถ้าคนหน้า คนรอบๆดูท่าทีไม่นิ่งก็อย่าเสี่ยงเลย)

รวมถึงในงานปากช่องครั้งนั้นด้วย ที่ก็ปั่นไปด้วยกันสบายๆ ขึ้นๆลงๆเนิน ไหลบ้าง เร่งบ้าง
และจุดประกายให้ผมสังเกตุคนรอบตัวที่มักจะออกแรงเร่งปิดช่องว่างเพราะกลัวหลุดกลุ่ม แล้วก็ไปฟรีขาหรือเลียเบรคเมื่อแปะกลับได้ ผมว่ามันเปลืองแรง

ประกอบกับที่สัมภาษณ์โปรญี่ปุ่น เล่าให้ฟังว่าแข่งเกือบ 5 ชั่วโมง แกฟรีขาไหลไปรวมกัน 2 ชั่วโมง เลยได้ไอเดียนี้มาครับ
นั่นคือ...ที่มา ที่ไปไม่มีครับ ผุดมาเองแบบบังเอิญ

ท่านั้นยังไม่สมบูรณ์นะ ต้องไปข้างหน้าอีก ศอกต้องเก็บเข้ามาอีก และต้องขี่ให้นิ่งกว่านี้ด้วยครับ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของแรงแล้ว เป็นทักษะล้วนๆเลย ใครสนใจไปลองหัดดูครับ เอาไว้สำเร็จท่าสวย ใช้งานได้ดี ค่อยมาเรียงว่าฝึกยังไงบ้างตั้งแต่แรก
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
ดำรงค์ วงค์คำ
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 14
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2016, 13:43
Tel: 0817165084
team: เสือดอยคำ
Bike: merida tfs500
ติดต่อ:

Re: หมกขั้นเทพ! วิทยายุทธชั้นสูงของการรักษากำลังภายใน

โพสต์ โดย ดำรงค์ วงค์คำ »

ปักไว้อ่าน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”