
....."ล้อขอบสูง 50 มม. เหมาะกับความเร็วสูง ทำงานได้ดีที่ 35+ กม./ชม. ถ้าขี่ประมาณ 25+ กม./ชม. ให้ใช้ล้อขอบสูงประมาณ 38-40 มม. เพราะมันทำงานที่ความเร็วต่ำ"
.....เป็นข้อความที่นักปั่นเสือหมอบคุ้นหูกันมากในช่วงหลังๆนี้ ซึ่งวันนี้ thaimtb จะมาอธิบายให้ฟังว่าเรื่อง"ความเชื่อ"นี้มีอะไรที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงกันบ้างครับ
ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 คลิ๊กเข้าไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1456068
ก่อนอื่นเรามาเข้าใจกันก่อนว่าสิ่งที่ต้านการเคลื่อนที่ของล้อจักรยานเรานั้นมีอะไรบ้าง
1.น้ำหนักของล้อ กรณีนี้แน่นอนครับว่ากฏพื้นฐานที่เรียนกันมา น้ำหนักน้อยใช้แรงน้อยขยับ น้ำหนักมากใช้แรงมากขยับ ซึ่งน้ำหนักแบ่งเป็นสองหมวดย่อยได้แก่น้ำหนักล้อรวม และน้ำหนักขอบล้อ เอาไว้ลงลึกกันอีกทีนะครับ
2.แรงต้านและฉุดจากอากาศ ล้อที่วิ่งฝ่าอากาศไปจะต้องฝ่าแรงต้านของอากาศและที่สำคัญตัวล้อเองก็สร้างให้เกิดแรงฉุด(drag) ซึ่งเกิดส่วนมากที่ซี่ล้อมากกว่าที่ขอบเยอะมาก
3.แรงเสียดทานการหมุน ทั้งแรงที่เกิดจากดุมล้อ ลูกปืน ไปจนแรงเสียดทานที่ถนนทำกับยางล้อ หรือแรงดันลมยางก็มีผลกับแรงต้านการเคลื่อนที่ของล้อเช่นกัน

แล้วแรงใดกันนะที่ส่งผลมากที่สุด? ผมว่าคนส่วนมากจ้องไปที่"น้ำหนัก"ก่อน แต่ดูจากแผนภูมิวงกลมนะครับ จากการทดลองเปรยบเทียบพลังวัตต์ที่ใช้ในการเร่งความเร็ว 5 วินาที เทียบกันระหว่างล้อ 2 ชุดที่มีน้ำหนักต่างกัน 400g แต่น้ำหนักรวมทั้งรถเท่าเดิม และน้ำหนักรวมต่างกัน 400g แต่ใช้ล้อชุดเดียวกัน
สีน้ำเงิน หมายถึงความต่างของแรงที่ใช้เมื่อน้ำหนักรวมต่างกัน 400g
สีแดง หมายถึงความความต่างของแรงที่ใช้เพื่อสู้กับกระแสต้านและฉุดของอากาศ
สีเหลือง หมายถึงความต่างของแรงที่ใช้เมื่อมีแรงต้านการหมุนน้อยลง จากแรงเสียดทานของยาง
สีเขียว หมายถึงความต่างของแรงที่ต้องการใช้เพื่อเร่งขอบล้อที่หนักขึ้น 400g
สรุปได้ว่าจริงๆแล้วน้ำหนักขอบต่างกันแต่น้ำหนักรวมเท่ากัน กลับส่งผลกับความต้องการแรงน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมาก สิ่งที่ส่งผลมากกว่ากลับเป็นแรงต้านการหมุน และไม่น่าสงสัยว่าเรื่องของ aerodynamics มันส่งผลมากเป็นปัจจัยจริงๆ
ทีนี้แปลมาเป็นการใช้งานว่าอะไร??

ก่อนอื่นมาดูแผนภูมิเส้นอันต่่อไปก่อนนะครับ (เข้าไปดูในภาพประกอบ) เป็นกราฟแสดงแรงต้านที่เกิดขึ้นจาก aerodynamics ที่เพิ่มขึ้นของล้อ 2 แบบบ 24 มม. และ 56 มม. ที่ความเร็วต่างๆกัน โดยล้อสองชุดมีซี่ล้อ 24 ซี่เท่ากัน

เห็นได้ชัดเจนว่าที่ทุกช่วงความเร็ว ล้อขอบสูงกว่าสร้างความได้เปรียบทางอากาศได้ดีกว่า(เกิด drag น้อยกว่า) ส่วนล้อขอบเตี้ยสร้างแรงฉุดมากกว่า และยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ
จากสองแผนภูมิมาผสมกัน จะเห็นได้ว่าที่ความเร็วต่ำ อัตราการได้เปรียบของล้อขอบสูงจะใกล้เคียงกับล้อขอบต่ำมาก ในขณะที่เรื่องของน้ำหนักยังส่งผลในสัดส่วนเดิม แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น สัดส่วนของน้ำหนักลดปัจจัยลงเพราะความต่างเรื่องของ aerodynamics เข้ามาส่งผลเยอะขึ้นหลายเท่า
เอาล่ะครับ ได้เวลาแปลเนื้อหาให้เป็นเรื่องสำหรับนักปั่นกันแล้ว
.....ก่อนอื่นเราต้องมาจำแนกการปั่นเป็น 2 ชนิดก่อนครับคือ การปั่นที่ใช้ความเร็วคงที่ เช่นไตรกีฬา, Time Trial และการปั่นที่ใช้ความเร่งมากๆเช่น Criterium, Inline Race
กรณีการขี่ด้วยความเร็วคงที่ จะเห็นได้ว่าหากปัจจัยเรื่องแรงเสียดทานการหมุนไม่ต่างกัน ล้อที่ขอบสูงกว่าอย่างไรก็ยังได้เปรียบแม้ว่าจะขี่ด้วยความเร็วไม่สูงมาก จะมากหรือน้อยก็เท่านั้นเอง ส่วนที่ความเร็วสูงๆจะรู้สึกทันทีว่าล้อขอบเตี้ยมัน"หน่วง"เพราะแรงฉุดมันมากจนการคงความเร็วทำได้ยากมาก ต้องคอย"เติม"ตลอดเวลา
การขี่แบบใช้ความเร่งบ่อยๆ ที่ความเร็วค่อนข้างต่ำอาจพบว่าล้ำขอบสูงกว่าที่มีน้ำหนักขอบมากกว่าเกิดเป็นภาระในการเร่งความเร็วมากกว่าล้อที่ขอบมีน้ำหนักเบาๆเพราะอัตราได้เปรียบทางอากาศมีน้อยมาก แรงต้านการหมุนก็เท่าเดิม ส่วนที่เพิ่มความสำคัญคือน้ำหนักของขอบนั่นเอง แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ความต่างของเรื่อง aerodynamics เข้ามามีบทบาทมากขึ้น น้ำหนักที่ต่างกันส่งผลเท่าเดิมทำให้สัดส่นมันลดน้อยลงไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดๆหนุ่ง น้ำหนักจะไม่ส่งผลสำคัญกับความเร่งอีกแล้ว เมื่อสัดส่วนความได้เปรียบทางอากาศส่งผลมากกว่าน้ำหนัก ดังนั้นที่ความเร็วสูงๆ ล้อขอบสูงจึงไม่เป็นภาระในการเร่งความเร็วอีกต่อไป
ด้วย 2 ปัจจัยนี้ทำให้คนเรา"รู้สึก"ว่าล้อขอบสูง"ทำงาน"ได้ในย่านความเร็วที่ต่างกัน ซึ่งมันเป็นความจริงที่คลาดเคลื่นอย่างที่อธิบายมาทั้งหมดครับ ข้อเท็จจริงที่ควรทราบคือหากทุกท่านรู้"แนวการปั่น"ของท่าน ย่อมสามารถเลือกล้อได้ง่ายและชัดเจน เช่นหากท่านมาทางสายไตรกีฬาหรือเป็นนักปั่นชอบปั่นยาวๆนิ่งๆ ล้อขอบสูงคือคำตอบที่เหมาะไม่ว่าจะขี่เร็วหรือช้าเพียงใด
และความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือ พฤติกรรมการขี่"เสือหมอบ"ของหลายๆคนที่ขี่เกาะกลุ่มกัน แม้ว่าจะพยายามรักษาความเร็วให้คงที่เพียงไร แต่จริงๆมันก็ยังคงเป็นการเร่งและฟรีขาอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่เกิดระยะห่างก็จะรีบอัดเร่งเข้าย่นระยะและเมื่อเข้าใกล้ระยะก็จะปล่อยฟรีขาหรือแม้แต่เบรคราล้อเอาไว้ ทำให้เกิดภาวะเหมือนขี่ๆ หยุดๆ หรือเร่งตลอดเวลานั่นเอง
และนี่คือที่มาว่า ...ทำไมล้อขอบสูงจึง"หน่วง"ขาสำหรับหลายๆคน
เอาไว้เรามาคุยกันเรื่องที่มาที่ไปและกลไกการทำงานของล้อขอบสูงที่ฝ่าอากาศไปกันต่อในโอกาสหน้านะครับ รับรองว่าจะคลายความสงสัยและกังขาในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 844659.jpg[/homeimg]