อันนี้เขียนจากประสพการณ์ที่ใช้แว่นยี่ห้อนี้มานานมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ยุค M Frame , Pro M Frame ในตำนาน ( Pro M Frame เหมือนกับ M Frame ทุกอย่าง แต่พับขาแว่นไม่ได้ ) มีเลนส์ในครอบครองตั้งแต่ Black Iridium , VR28 , Persimmon , clear black iridium ( Photochromic lens ) , High Intensity Yellow
ตอนนี้ก็มาคบกับ RadarLock กับ เลนส์ในกลุ่ม Iridium อีก 3 ชิ้น คือ Black iridium , Fire iridium และ Positive red iridium
ยังไม่นับแว่นกันแดดที่ผมใช้ขับรถเป็นประจำ และแว่นกันแดดที่สนับสนุนให้คุณภรรยาใช้ขับรถ
*****************************************************************************************************
เพื่อนฝูงหลายคนถามผมเสมอว่า ทำไมใช้แต่ Oakley ไม่ลองยี่ห้ออื่นบ้างหรือ ?
ก็บอกไปว่า ผมเคยใช้มาหลายยี่ห้อ เช่น Spyder , Briko , Rudy , CatEye บางยี่ห้อที่เพื่อนให้ลองยืมใส่ เช่น Smith แต่ละยี่ห้อก็มีข้อดีข้อเสียคนละแบบกันไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ Oakley รุ่นใช้ทั้ง 2 รุ่นนั้น มันรับกับสันจมูกที่เล็กของผมได้เป็นอย่างดี ทำให้เวลาใส่แล้วแว่นไม่เลื่อนไหลลงไป รวมไปถึงขอบบนของเลนส์ที่ยกสูงขึ้นมาช่วยบังลมไม่ให้เล็ดรอดพาฝุ่นเข้าไปในตาได้แบบแว่นบางยี่ห้อที่ผมเคยซื้อมาใช้แล้วต้องขายต่อไปอย่างน่าเสียดาย
*****************************************************************************************************
ใช้แล้วติดใจมันยังไง
1. แว่นที่ผมใช้เป็นแว่นกรอบล่างเปลือย ( Pro M frame , M frame และ RadarLock ) สิ่งที่ต้องตระหนักเกี่ยวกับแว่นกรอบล่างเปลือย ก็คือ ขอบของเลนส์จะสัมผัสหรือเฉี่ยวกับโหนกแก้ม ถ้าเป็นพวกแว่นทำเทียมเลียนแบบ หรือแม้แต่แว่นแท้ๆบางยี่ห้อก็ยังไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวตรงนี้ เมื่อเอานิ้วมาลูบขอบเลนส์ด้านล่าง เราจะสัมผัสได้ถึง”ความคม”ของมัน แต่สำหรับเลนส์Oakleyนั้น จะโดนลบขอบ ลบเหลี่ยม ลบคม ขัดจนมนกลม เอามือลูบแล้วไม่สะดุด ซึ่งนั่นแปลว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ขอบเลนส์แทบจะไม่ทำอันตรายให้กับโหนกแก้มของเรา หรือ อย่างมากที่สุดก็แค่รอยถลอกตื้นๆ ผิดกับแว่นบางยี่ห้อที่เห็นกับมากับตา ในเวลาที่เพื่อนฝูงเกิดอุบัติเหตุ ขอบแว่นมันบาดแก้ม บาดหน้าได้ขนาดนั้นเลยทีเดียว
2. ใส่แล้วสบายตา ทั้งๆที่เป็นแว่นที่เลนส์กว้าง โค้ง กรอกตาไปมาแล้วไม่รู้สึกถึงอาการ”หลอกตา” ซึ่งพบได้กับแว่นราคาประหยัด แว่นของเทียม แม้แต่แว่นแท้ๆบางยี่ห้อก็เคยเจออาการหลอกตาให้เสียความรู้สึกได้เช่นกัน
3. คุ้มภัยได้จริง อันนี้มารู้ภายหลังที่ซื้อมาใช้ คือ ไปอ่านพบว่า เขาผ่านการทดสอบการทำ High velocity , low mass impact test และ High mass , low velocity impact test มาแล้ว แต่นั่นก็คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับผม เพราะส่วนตัวแล้วผมเคยปืนBB ใส่กระสุนหัวหนัก กับแกสแรงดันสูง จ่อยิงแว่น Oakleyปลอมจากคลองถมมาแล้ว ยิงกันจะๆหลายนัด ไม่มีนัดใดเลยที่สามารถเจาะเลนส์Polycarbonateที่เป็นวัสดุมาตรฐานในการทำเลนส์สำหรับกีฬากลางแจ้งไปได้เลยสักนัด แต่นัดสุดท้ายทำให้ตัวเลนส์กระเด็นหลุดออกมาจากกรอบ และกรอบแว่นปลอมแตก ( แปลว่าเลนส์OK แต่กรอบแว่นไม่เหนียวพอ )
4. ใส่แล้วมันเข้ากับหน้าของเรา ลมไม่เล็ดรอดเข้ามา ฝุ่นและแมลงไม่เข้าตาในเวลาปั่นกลางคืน ซึ่งมันก็คือหลักการสำคัญในการเลือกแว่น อย่าเลือกเพราะสวยแต่ใส่แล้วไม่ได้ประโยชน์หรือคุ้มกันป้องกันฝุ่นผงแมลงไม่ได้
ใช้แล้ว เจอปัญหาอะไรบ้าง ?
1. ลอก !!! “แว่นออกจะแพง ทำไมลอกกันง่ายๆ” , “ลอกสิของแท้ ไม่ลอกสิของเทียม” , “ห่วย” ผมว่านะ วลีเหล่านี้น่าจะผ่านปากของผู้ใช้หลายคน ผ่านตาผู้อ่านหลายท่าน ผ่านหูของเพื่อนหลายๆคน เพราะเป็นประสพการณ์ตรงของผู้ใช้แทบทุกคน ผมเองก็เจอ
ทำไมถึงลอก ?
โดยทั่วไปแล้วเลนส์แว่นกันแดดจะมีวิธีการผลิตอยู่หลายขั้นตอน เริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมชิ้นเลนส์ อาจจะหล่อหรือฉีดขึ้นรูป ขัดปัดผิวให้เรียบไม่มีริ้วเป็นลอน ที่จะทำให้เกิดการ”หลอกตา” ตัวเลนส์เองก็อาจจะเจือสีเข้าในเนื้องานตั้งแต่เริ่มขึ้นรูป หรือบางยี่ห้อก็อาจจะใช้วิธีการย้อมสีเข้าไปในตัวเลนส์ เพื่อให้เลนส์มีสีต่างๆและมีความเข้มเพื่อกรองความสว่างอันเจิดจ้าของแสงอาทิตย์ได้
ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การเคลือบผิวเลนส์ เลนส์ในกลุ่ม “ iridium “ จะเคลือบผิวเลนส์ด้านหลังเอาไว้ ซึ่งสิ่งที่เคลือบนี้จะช่วยลดการสะท้อน การกระจาย และการฟุ้งของแสงสว่างได้เป็นอย่างดี ทำให้ภาพที่มองเห็นผ่านเลนส์มีความคมชัดยิ่งขึ้น
แล้วทำไมต้องเคลือบไว้ด้านหลัง ไม่เคลือบไว้ด้านหน้าหละ ผมเชื่อว่าผู้ผลิตรู้ดีว่า หากเคลือบไว้ด้านนอก เมื่อผิวเลนส์กระทบกับฝุ่น ผง หรือ การขูดขีด สารที่เคลือบไว้ก็อาจจะหลุดลอกได้โดยง่าย ทั้งนี้เพราะด้านหน้าของเลนส์เป็นบริเวณที่ถูกกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้ได้ง่ายที่สุด
เคลือบไว้ด้านหลังแท้ๆ ยังลอกได้ !!!
ปัญหาเรื่องเลนส์ oakley ลอกนั้น ผมรู้มามากกว่า 10ปีแล้ว รู้มาตั้งแต่เริ่มใช้ Oakleyใหม่ๆ เพราะ เพื่อนๆของผมเจอกันมาหลายคน ถึงกับpostรูปมาสอบถามกันเลยว่าผมเจอแบบนี้บ้างไหม แถมบางคนลอกน่ากลัวมาก คือ หลุดเป็นแผ่นๆเหมือนคนผิวลอกหลังจากโดนแดดเผามา
เราก็สืบเสาะหาต้นเหตุกัน ทุกคนที่ลอกจะใช้ครีมกันแดดทุกคน แต่ผมเองก็ใช้ครีมกันแดดแล้วทำไมไม่ลอก?
ก็เลยมีการถามถึง”ยี่ห้อ”และ”รุ่น”ของครีมกันแดดกัน เพื่อนในกลุ่มส่วนใหญ่รวมทั้งผมด้วย ต่างก็ใช้ครีมกันแดดยี่ห้อ “Banana Boat” ซึ่งเป็นครีมกันแดดที่หาซื้อได้ง่ายที่สุดในยุคนั้น ทุกคนที่ผิวเลนส์ลอกจะใช้ครีมกันแดดสำหรับผู้ใหญ่ทั้งนั้น ในขณะผมใช้ครีมกันแดดสำหรับเด็ก ซึ่งในตอนนั้นคือรุ่น “Baby block” หลอดสีชมพู
เราก็มาค้นดูต้นตอกันหละว่า ความแตกต่างของมันคืออะไร ครีมกันแดดของผู้ใหญ่มีสารเคมีหลายตัวมากที่จะดูดซึมเข้าไปในผิวหนังทำให้ผิวหนังทนทานต่อUV ในขณะที่ของเด็กทารกจะมีเพียง Titanium dioxide ที่ทำหน้าที่ในการสะท้อน UV ออกไปเพียงอย่างเดียว
ครีมกันแดดสำหรับผู้ใหญ่ไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายให้แก่ผิวเคลือนด้านในของOakley แล้ว ขอบแว่น พลาสติก สีที่เคลือบขอบแว่นของแว่นตาบางยี่ห้อ ( บางยี่ห้อไม่ได้ใช้วิธีผสมสีเข้าไปในเนื้อพลาสติก แต่ใช้การย้อมแทน ) ก็เสียหาย ย่น หลุด ลอกได้ทั้งสิ้น ดูแล้วช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ใช้แว่นราคาหลายพัน มาพังเพราะครีมกันแดดหลอดละไม่ถึงร้อยบาท เศร้าแป๊บบบบบ
จนผมหยุดปั่นจักรยานกลางแดดไปนานหลายปี จน Baby blockหมดสภาพ แถมหาซื้อไม่ได้อีกต่างหาก ก็เลยไปหาซื้อครีมกันแดดสำหรับเด็กยี่ห้ออื่นมาใช้แทน ด้วยความชะล่าใจว่า ครีมกันแดดของเด็กไม่เคยสร้างปัญหาให้ หลังจากกลับจากทริป 217 กม. ก็มืดค่ำ เหนื่อยเปลี้ยเพลียHeart ก็ยัดแว่นลงไปในกล่อง แล้วอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว แล้วกลับบ้าน 2 วันต่อมานึกขึ้นได้ เลยหยิบแว่นมาดู อ้าวขอบเลนส์ช่วงที่สัมผัสกับโหนกแก้มที่ครีมกันแดดพอกเอาไว้ เกิดอาการยอดฮิต คือ ลอก!!! แต่นั่นหนะ เลนส์ Black iridium ชุดนี้มันติดมากับ M Frame แล้วมันก็ใช้งานมามากกว่า 10 ปีแล้วนะ ถึงเพิ่งจะลอกกับเขา

จากนั้นก็เลยมาดูเลนส์ Yellow ที่มีอายุอ่อนพรรษากว่าเจ้า Black iridium อยู่สัก 2 ปี ไปค้นดูคู่มือของเลนส์ มันบอกว่ามันเป็น Iridium coating กับเขาเหมือนกันนะ แล้วบริเวณขอบเลนส์ด้านล่างที่สัมผัสกับโหนกแก้ม ก็เริ่มมีรอยลอกให้เห็นเป็นบริเวณแคบๆเช่นกัน
เจ้า High intensity yellow นี่ ไม่เคยปั่นกลางแดดเลยนะครับ ( จะบ้าเหรอ เลนส์ชุดนี้เขาออกแบบมาให้ใช้ปั่นในเวลาโพล้เพล้ เพราะมันทำให้เห็นภาพดูสว่างขึ้น และcontrastจัดขึ้น , ทั้งๆที่เหลือแสงผ่านออกมา 86% แต่กลางแดดแล้ว มันจะแสบตามากๆเลย ) แต่มันสัมผัสกับโหนกแก้มในลักษณะถูๆไถๆ กับทั้งเหงื่อ ทั้งฝุ่น แล้วที่สำคัญเป็นแว่นที่ใส่ปั่นตอนเย็นค่ำ ปั่นกลับมา ก็ถอดเก็บเลย จะบอกว่า “โยนขึ้นชั้นวางของเลย” ก็ไม่ผิดความหมาย และไม่เคยโดนครีมกันแดดเลยด้วย

แหม มันลอกที่เดียวกันเลยนะเนี่ย patternคล้ายๆกันเสียด้วย
ก็เหมือนว่า ผมจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า มันลอกได้จาก 2 กรณีคือ
1. สัมผัสกับครีมกันแดดโดยตรง และนานพอ(สำหรับครีมกันแดดที่ออกแบบมาใช้กับผิวเด็ก)
2. การเสียดสีกับผิวหนังที่มีเหงื่อไคลและฝุ่นคราบสกปรก และปล่อยให้มันเกาะผิวเลนส์ไว้โดยไม่คิดจะทำความสะอาดมันเลย
ทั้งนี้ก็เพราะเลนส์ที่ไม่ใช้ เก็บใส่ตู้เก็บกล้องไว้ มันไม่เคยมีการลอกหลุดเลยแม้แต่น้อย มันลอกเองไม่ได้แน่ๆ
แต่พอหยิบเอาเจ้า M Frame ที่ใส่ Clear Black iridium มาดูบ้าง อ้าวเฮ้ย มันคือ อัลไร

เจ้า Clear Black iridium มันคือ เลนส์ photochromic หรือ เลนส์ที่เปลี่ยนค่าความเข้มได้ตามความแรงของ UV ( อ่านให้ดีนะครับ ปรับตาม UV ไม่ใช่ปรับตามความสว่างของแสงแดดนะ ดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับกลางแจ้ง ไม่ใช่ใส่ขับรถ เพราะในรถมันเหลือ UV เล็ดรอดผ่านกระจกหน้ารถเข้ามาน้อยมาก แล้วระดับของ UV กับ ความสว่างเจิดจ้ามันก็ไม่ได้ไปด้วยกันเสมอไปนะ ) ตามคู่มือบอกว่า เลนส์ชุดนี้ปรับความสว่างให้แสงรอดผ่านเข้ามาได้ 10-66% แต่ผ่าดิ ตั้งแต่ใช้มา มันยังไม่เคยกรองแสงให้เหลือแค่ 10% แบบที่ Black iridium แท้ๆทำได้เลยสักครั้ง แม้แต่กลางแดดตอนเที่ยงของบ้านเรา ( ก็บอกแล้วว่า มันเข้มขึ้นตาม UV ไม่ใช่ตามความสว่างของแสงแดด )
เลนส์และกรอบ M Frame ชุดนี้ สั่งมาจากเมืองนอก ในช่วงปลายปี 2555 (เมืองไทยไม่มีขาย !!!) ออกแดดอยู่ไม่กี่ที เพราะเอาไม่อยู่ เลยเอามาปั่นช่วงเย็นๆ เดือน มีค. ถึง กค. โดยเฉพาะช่วงนี้ เพราะกว่าจะมืดจริงๆก็ปาไปเกือบทุ่ม
ตอนนี้ เลนส์เริ่มมีอาการเป็นจุดๆ คล้ายๆกับอาการเลนส์ L ของCanon ขึ้นฝ้าอย่างนั้นเลยแหละ เพียงแต่มันกระจายห่างๆ และมีรอยชัดที่สุดตรงส่วนที่สัมผัสกับกรอบแว่นด้านบน ซึ่งเป็นช่วงที่สัมผัสและรับแรงบิดแรงเค้นเวลาที่เราถอดและใส่เลนส์เข้าไปในกรอบแว่น ( กรอบแว่นอันนี้ ผมถอดและใส่เลนส์ สลับกันระหว่าง Clear black iridium กับ เลนส์ตัวอื่นของผมอยู่บ่อยๆ ระยะหลังๆ เลิกถอดเข้าถอดออกแล้ว )
M frame ไม่ใช่กรอบแว่นที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ง่ายเหมือนกับพวก RadarLock ในปัจจุบัน เพราะต้องมีการดัด บิด เลนส์อยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะขั้นตอนในการใส่เลนส์เข้าไปในกรอบแว่น (ไม่งั้นมันไม่ขัดเข้าร่อง เข้าที่ เข้าทางของมัน ) การบิดเลนส์ย่อมส่งความเครียดไปกระทำต่อผิวเลนส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตรงผิวเลนส์ที่สัมผัสกับกรอบแว่นตอนถอดๆใส่ๆ ก็เลยโดนไปด้วย แน่นอนผิวเคลือบเลนส์ก็ย่อมได้รับกรรมนั้นไปด้วย (กรูละเบื่อ)
ส่วนเจ้า RadarLock กับเลนส์ Black iridium , Positive Red iridium และ Fire iridium ที่จัดหามาใช้ตั้งแต่ กลางปี 2557 และใช้มาโดยตลอดในทริปกลางแดด ก็ยังไม่เคยมีปัญหาหลุดลอกใดๆมาก่อนเลย เพราะผมเข้าใจถึงปัญหาของมันแล้ว
*****************************************************************************************************
ทำอย่างไรหละไม่ให้เลนส์แพงๆลอกง่ายๆ ทุกข์จึงต้องแก้กันที่ต้นเหตุแห่งทุกข์ ในเมื่อเรารู้แล้วถึงต้นเหตุ ก็ย่อมป้องกันได้
1. ครีมกันแดด
ผมหยุดใช้ครีมกันแดดไปพักใหญ่ๆ โพกหน้าบ้าง ใส่โม่งบ้าง สุดท้ายก็ทนไม่ไหว หายใจลำบาก ต้องยอมให้แดดเผาหน้าแดง หน้าคล้ำไป หนักๆเข้าก็ไม่ไหวแฮะ รู้ทั้งรู้ ว่าแสงแดดบ้านเราอันตรายแค่ไหน จะเข้าตำรา”ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” ซะงั้น ก็คงต้องกลับไปใช้ครีมกันแดดอีกหละดิ
ครีมกันแดดที่ทิ้งคราบเป็นเนื้อครีมไว้บนใบหน้านั้น ผมจัดว่าเป็น”สิ่งต้องห้าม” สำหรับเลนส์ Oakley ตระกูล iridium ทุกรุ่น ถ้าทาทิ้งเอาไว้ แล้วเอามือลูบหน้าแล้วมีเนื้อครีมหรือคราบมันๆติดมือออกมาด้วย แปลว่า”ห้ามใช้” ไม่ว่าจะเป็นครีมสำหรับผู้ใหญ่ หรือ สำหรับเด็กเองก็เถอะ ( ยกเว้นคุณจะนั่ง time machine แล้วไปหา Baby block รุ่นเก่ามาใช้ได้เท่านั้นแหละ ) ยกเว้นจะไปเจอครีมกันแดดที่บอกเลยว่า มีแต่ Titanium dioxide เป็นองค์ประกอบหลักเท่านั้น
ผมขอเรียกสิ่งที่ผมแนะนำให้ใช้นี้ว่า “เวชสำอางค์กันแดด” แทน “ครีมกันแดด” ลองถามสาวๆดูสิครับว่า เขาใช้”รองพื้นกันแดด”ยี่ห้ออะไรกันบ้าง รองพื้นพวกนี้เมื่อเอามาทากับใบหน้าเพียงบางๆ ปาดป้ายและคลึงจนทั่วหน้า รอจนกระทั่งมัน”แห้ง” มันก็จะไม่ทิ้งคราบมันเอาไว้บนใบหน้า หากเอานิ้วไปลูบดู ก็จะสัมผัสกับผิวแห้งๆ ที่คล้ายๆกับมีว่ามีสารเคลือบผิวอยู่ คุณเธอถึงสามารถลงประทินผิวลงไปอีกชั้นหนึ่งได้ หน้าเธอถึงได้ผ่องแม้แต่อยู่กลางแสงแดด โดยไม่ต้องคลุมโม่งให้บดบังความงาม
เวชสำอางค์เหล่านี้ มีตั้งแต่ราคาไม่แพงนัก จนกระทั่งแพง แต่ก็ใช้คุ้มค่าเพราะว่าใช้เพียงบางๆก็เอาอยู่แล้ว แล้วก็มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ มีตั้งแต่เป็นสเปรย์ที่พ่นจนทั่วใบหน้า หรือ เป็นหลอดเล็กๆไว้ทาเฉพาะหน้าอย่างเดียว ( เขาไม่ใช้ทาตัวหรอกนะครับ มันแพง ฮ่า ฮ่า เขาผลิตมาไว้ทาหน้าเท่านั้น ขนาด SPF50 PA++++ ทาแล้วยังไม่แสบหน้าเลย ) เมื่อแห้งแล้วก็จะไม่มีลักษณะเป็นเนื้อครีมอีก เอามือป้ายก็ไม่หลุด เหงื่อออกก็ไม่หลุด ดังนั้นเหงื่อเข้าตาก็ไม่แสบ แถมล้างหน้าด้วยสบู่ก็ยังไม่หลุดออกมาง่ายๆ
เฮ้ยยยยย แล้วจะล้างออกยังไง
ก็ต้องใช้โฟมล้างหน้าหรือครีมล้างหน้าสำหรับล้างเครื่องสำอางค์หนะสิครับ ถึงจะเอาออก เข้าใจคำว่า “เวชสำอางค์”กันบ้างแล้วใช่ไหมครับ
อยากรู้มียี่ห้อไหนบ้าง ถามเอาจากคุณแฟนที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่วนใครที่ยังไม่มีแฟน ก็ลองถามจากเพื่อนผู้หญิงที่หน้าตาผ่องๆดูนะครับ ว่าคุณเธอใช้อะไรบ้าง
หรือ จะลองสอบถามดูจากร้านจักรยานใหญ่ๆแถวสารสินดูก็ได้ครับ ผู้นำเข้าเขารู้จักบุกตลาดจักรยานกันแล้ว
แว่นมันแพงครับ แต่ก็อะนะ บางครั้ง เสื้อผ้าหน้าผมมันก็ต้องมา จักรยานราคาก็ใช่ว่าถูกๆกัน ก็ยังหาซื้อกันมาได้ แค่เวชสำอางค์แค่นี้ ลงทุนเพิ่มอีกนิด ป้องกันแว่นแพงๆให้อยู่ไปนานๆ แต่ที่สำคัญคือ รักษาหน้าของคุณไม่ให้ไหม้ ไม่ให้เกรียม ไม่เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง
2. ห้ามซกมก
เมื่อใช้งานเสร็จ สิ่งที่ต้องทำคือ ล้างคราบสกปรก คราบเหงื่อ คราบฝุ่นด้วยสบู่อ่อน หรือ น้ำยาล้างจานที่เจือจางกับน้ำแล้วก็ได้ แล้วรีบเช็ดให้แห้งด้วยผ้า microfiber แล้วเก็บใส่กล่องไว้ดังเดิม
3. ไม่จำเป็น ก็อย่าเปลี่ยนเลนส์ถอดเลนส์บ่อยนัก การบิดเลนส์อย่างรุนแรง ก็ใช่ว่าจะดีนัก ( แมร่ง เคลือบผิวมาได้ห่วยเหมือนกันนะเนี่ย ) ถึงจะเป็นกรอบแว่นที่ถอดเลนส์ได้ง่ายก็ตาม เพราะขอบของเลนส์บริเวณที่สัมผัสกับกรอบ จะได้รับผลกระทบไปด้วย
4. ห้ามใช้กระดาษทิชชู่มาเช็ดเลนส์นะครับ ใช้ซับน้ำออกได้ แต่อย่าเอามาเช็ด
ผ้าไมโครไฟเบอร์ของ 3M ( Magic cloth ) ผืนออกจะใหญ่ ราคาไม่แพง ใช้แล้วซักน้ำได้ เอากลับมาใช้งานใหม่ได้ ( มันดีขนาดว่าเช็ดผิวของแผ่น CD ได้โดยไม่ทิ้งรอยขนแมวเอาไว้ , ผมใช้ผืนใหม่สำหรับเช็ดผิวเลนส์ถ่ายรูป และฟิลเตอร์เป็นประจำ )
5. หรือ จะเปลี่ยนมาใช้รุ่นที่ไม่ใช่แบบเปลือยกรอบล่าง ก็มีอยู่หลายรุ่นนะครับ ทรงคล้ายๆกับพวก RadarLock ก็เช่นพวก JawBreaker ก็ได้ครับ แค่อย่าซกมกเป็นพอ ตัวเลนส์แทบจะไม่มีโอกาสสัมผัสกับครีมกันแดดได้ง่ายๆแบบพวกกรอบเปลือย
*****************************************************************************************************
อีกปัญหาหนึ่งที่ผมเจอกับแว่นกันแดดบางยี่ห้อ และเพื่อนผมเจอกับ Oakley รุ่น Pro M Frame ในสมัยเมื่อ 10 กว่าปีก่อนคือ “กรอบแว่นหัก” ร้อยทั้งร้อยที่หัก คือ ใช้วิธีง้างขาแว่นสองข้างออก แล้วสวมเข้าไปโดยตรงจากด้านหน้า ผมเคยเจอกับตัวเองคือ แว่น CatEye ซื้อมา 2 อัน ใส่สลับกันวันต่อวัน ใช้งานไปได้ประมาณ 6 เดือน ก็ทะยอยกันกรอบแตก หัก ไล่ๆกัน โดยอันหนึ่งค่อยๆปรากฏรอยร้าว ส่วนอีกอันหนึ่งหักต่อหน้าต่อตาในขณะที่กำลัง”ง้าง”ขาแว่นอยู่พอดี
ทำยังไงไม่ให้หักง่ายๆ ? ก็อย่าไปง้างขาแว่นสิครับ มีบางคนถามว่า ไม่ง้างแล้วจะใส่ได้ยังไง หน้าเบ่อเริ่ม แว่นกะจิ๊ดเดียว เขามีวิธีใส่กันครับ
1. แบบแรก เขาใช้กับแว่นกันแดดแฟชั่น คือ สวมจากด้านบนลงมา เหมือนๆกับสวมหมวกนั่นแหละ
2. แบบสอง ใช้สำหรับเวลาสวมหมวกกันกระแทก คือ สอดแว่นเข้าไปที่คอ แล้วยกแว่นขึ้นมาผ่านคางขึ้นไปหาหู ดูมันจะยุ่งยากอยู่นะ ไม่ลองทำดูก็คงไม่รู้หรอกว่ามันไม่ได้ยุ่งยากเท่าไหร่เลย
( เคยแนะนำเรื่องการใส่แว่นแบบนี้ ก็ปรากฏว่ามีคนจำพวกแก้วคว่ำอยู่กลางสายฝน เถียงว่า ก็ง้างแว่นใส่เข้าประจำก็ยังไม่เคยหักเลย ก็แล้วแต่เถอะครับ แว่นของท่าน แล้วก็เงินของท่าน แต่ผมใส่แบบนี้มากว่า 10 ปีแล้ว กรอบ Pro M frame และ M frame ของผมก็ยังสุขภาพดีอยู่ แต่ง้างขาใส่แบบที่เล่าให้ฟังนี่ เจ้าแว่น CatEye หักหลังจากใช้งานแทบทุกวันภายในเวลาแค่ครึ่งปี )
ปล. ใครจะเห็นต่างอย่างไร เป็นสิทธิของท่านนะครับ ผมแค่แชร์ประสพการณ์ส่วนตัวที่คบหากับแว่นยี่ห้อนี้มามากกว่า 10 ปี ผมเจอปัญหากับแว่นยี่ห้อนี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมได้แล้ว ผมว่ามันคุ้มค่า(สำหรับผม)