การปั่นจักรยานทัวริ่ง ถ้าคนที่ไม่รู้จักจักรยานอาจเข้าใจว่า
นักปั่นทัวริ่ง คงต้องแข็งแรงมาก ทน ถึก อึด เป็นแรดเสื้อเกราะ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักจักรยานทัวริ่ง ไม่ได้แข็งแรงมากมาย
แต่สิ่งที่นักทัวริ่งจำเป็นต้องมีคือ ความหน้าด้าน ครับ
คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะต้องมีความรู้สึกไม่รู้ร้อนรู้หนาว
แดดออกจัดๆ ร้อนมากๆ ก็ เฉย
ฝนตกลงมา เปียกทั้งตัว ก็เฉย
หมาวิ่งไล่ ก็เฉย
นอนศาลาวัด หมาหอน ก็เฉย
หากขี่จักรยานเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น ออกทริปกับเพื่อน ขี่ออกกำลังกาย ขี่แข่งขันตามงานที่จัดกันหลายๆแห่ง
สิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ทัวริ่งเป็นการขี่จักรยานหลายวันต่อเนื่องกัน ต้องถนอมร่างกายอย่าให้บอบช้ำ
นั่นคือ
การสะสมกรดแลคติค ในร่างกาย
การสะสมกรดของแต่ละคนไม่เท่ากันแล้วแต่การฟิตซ้อม บางคนซ้อมมมาดี สะสมกรดน้อย และกำจัดกรดได้เร็ว
ก็จะมีความทนทานขี่ทั่วริงต่อเนื่องกันได้หลายๆวัน
แต่
การกำจัดกรดของร่างกายไม่สามารถทำได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเนื่องจากการสะสมกรดทีละน้อยในแต่ละวัน
ตัวอย่างเช่น วันแรกสมมุติว่า เราสะสมกรดไว้ 100 หน่วย ตอนเย็นเราพักผ่อนนอนหลับ กินอาหารครบหมู่
เรากำจัดกรดออกไปจากร่างกายได้ 80 หน่วย เราก็ยังมีกรดคงค้างอยู่ 20 หน่วย
วันต่อมาเราสะสมกรดอีก 100 หน่วย รวมของเดิมเป็น 120 หน่วย แต่เราสามารถกำจัดกรดได้ 80 หน่วยเท่าเดิม
ทำให้เราเกิดกรมสะสมเพิ่มขึ้นมาเป็น 40 หน่วย
เมื่อผ่านไปหลายๆวัน กรดสะสมเพิ่มขึ้นทีละนิดจนครบ 100 หน่วย เราก็จะล้าและเกิดอาการไม่อยากปั่นต่อ
วิธีการขี่จักรยานทัวริ่งจึงแตกต่างไปจากการขี่จักรยานแบบแข่งขัน เพราะขี่แบบแข่งขัน
จะมีกรดมากหรือน้อยไม่เป็นไร เพราะขี่เสร็จก็สามารถพักผ่อนยาวๆ กำจัดกรดออกจากร่างกายได้จนหมด
แต่ถ้าขี่ทัวริ่งทำไม่ได้ เพราะหากเกิดการสะสมกรดมากจนเกิดอาการล้า แล้วขี่ต่อไม่ได้ทริปนั้นก็จบทันที
การขี่ทัวริ่งระยะทางและความเร็วจึงไม่มาก ในแต่ละวัน จะประมาณ 80-120 กม.
ความเร็วเฉลี่ยในการปั่นจะประมาณ 22-23 กม./ชม
นักปั่นทัวริ่งสามารถปั่นเร็วกว่านี้ได้หรือไม่ คำตอบคือ ปั่นได้ แต่ไม่ปั่น
นักปั่นทัวริ่งสามารถปั่นไกลถึงวันละ 200 กม ได้หรือไม่ คำตอบคือ ปั่นได้แต่ไม่ปั่น
ในบางสถานการณ์ นักปั่นทัวริ่ง จึงต้องมีความอดกลั้น ที่จะไม่เริงใจไปกับความเร็วอย่างเมามัน
เพราะยิ่งปั่นเร็วมากเท่าใด ทริปทัวริ่งก็จะจบเร็วเท่านั้น
ทริปเลยเถิดเตลิดเปิดเปิงของผม จบลงแบบดื้อ เพราะอยากจะจบ
เพราะการเริ่มต้นของทริปเกิดขึ้นก็เพราะอยากจะเดินทาง นึกอยากจะหยุดก็หยุด นึกอยากจะไปต่อก็ไป
นึกอยากจะออกนอกเส้นทางเดิมที่กำหนดไว้ ก็ไปมันซะงั้น
