รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
twut
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2014, 14:04
- Tel: 0830903698
- team: n/a
- Bike: Bianchi
รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
เคยลดระยะ stem จาก 90 เป็น 70 รู้สึกว่าหน้าไวเหมือนใครๆเขาบอกจริง ถ้าใส่ 90กลับแล้วเปลี่ยนแฮนด์ ให้มีระยะเอื้อม reach ลดลง 20mm แทน ผลคือหน้าจะไวน้อยลงมั๊ยครับ
อีกข้อ ความกว้างแฮนด์ 42นิ้ว หน้าจะไวกว่า 40 นิ้ว ใช่มั๊ยครับ
อีกข้อ ความกว้างแฮนด์ 42นิ้ว หน้าจะไวกว่า 40 นิ้ว ใช่มั๊ยครับ
-
s81283
- ขาประจำ
- โพสต์: 438
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2011, 11:24
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
กว้าง 42 หน้าจะนิ่งกว่า
ยาว 90 น่าจะนิ่งกว่า
ยิ่งจุดหมุน ณ ตำแหน่างที่คุณจับห่างจากซางออกไปมากเท่าไหร่ มีแนวโน้มว่าจะนิ่งกว่า
ยาว 90 น่าจะนิ่งกว่า
ยิ่งจุดหมุน ณ ตำแหน่างที่คุณจับห่างจากซางออกไปมากเท่าไหร่ มีแนวโน้มว่าจะนิ่งกว่า
Save water.. Drink beer
-
twut
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2014, 14:04
- Tel: 0830903698
- team: n/a
- Bike: Bianchi
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
พอจะได้คำตอบแล้วครับ
แฮนด์กว้างนิ่งกว่า
stem ยาวนี่งกว่า
การลด stem เวลาจับตำแหน่งชิพเตอร์ กับจับที่แฮนด์บาร์ หน้าจะไวขึ้นทั้งคู่
การเปลี่ยนแฮนด์ที่มีระยะ reach ลดลง เวลาจับตำแหน่งชิพเตอร์ หน้าจะไวขึ้น แต่ถ้าจับที่แฮนด์บาร์หน้าจะนิ่งเท่าเดิม ถูกต้องมั๊ยครับ
แฮนด์กว้างนิ่งกว่า
stem ยาวนี่งกว่า
การลด stem เวลาจับตำแหน่งชิพเตอร์ กับจับที่แฮนด์บาร์ หน้าจะไวขึ้นทั้งคู่
การเปลี่ยนแฮนด์ที่มีระยะ reach ลดลง เวลาจับตำแหน่งชิพเตอร์ หน้าจะไวขึ้น แต่ถ้าจับที่แฮนด์บาร์หน้าจะนิ่งเท่าเดิม ถูกต้องมั๊ยครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
เอางี้ ผมจะอธิบายอะไรที่ค่อนข้างจะเข้าใจไม่ยากและไม่ง่ายให้ฟัง
จักรยานมันไม่ได้เลี้ยวด้วยการหักแฮนด์เสมอไป และวิธีการเลี้ยวที่ความเร็วต่ำกับความเร็วสูงก็ไม่เหมือนกัน
เรื่องความยาว stem กับ ระยะreach ก็คงจะเป็นเรื่องที่เจ้าของกระทู้เข้าใจดีอยู่แล้วครับ ที่ถามมานะ เข้าใจไม่ผิดหรอกครับ แต่ก่อนจะฟันธงอะไรลงไป มาอ่านทฤษฎีในการเลี้ยวของจักรยานก่อนดีกว่า
ที่ความเร็วต่ำๆ จักรยานจะอาศัยการหักแฮนด์เป็นหลักครับ แน่นอน พวกstemสั้นหรือreachสั้นๆแล้วจับบนฮู้ด ( มือบน ) พวกนี้จะว่องไวครับ หักนิดเดียวรถก็เลี้ยวแล้ว
เช่นกัน ที่ความเร็วสูง คนที่ขี่ไม่นิ่ง มือไม้ชอบขยับไปจับโน่นนี่นั่น โอกาสที่หน้ารถจะแกว่งไปตามการขยับของแฮนด์แบบเล็กๆน้อยๆ ก็จะรู้สึกได้ไวขึ้น ยิ่งถ้าเผลอไผลเอามือไปกระแทกแฮนด์โดยไม่ทันระวัง พวกstemสั้น จะแสดงอาการได้น่าตื่นเต้นกว่า
แต่พอใช้ความเร็วสูงขึ้น จนสูงมาก จักรยานจะเปลี่ยนวิธีการเลี้ยวใหม่ คือ จะใช้วิธีการเอียงตัวเข้าโค้ง และขยับแฮนด์อีกเล็กน้อย ตรงนี้แหละที่รถstemสั้นจะไม่คล่องตัว การบอกว่ารถstemสั้นหน้าไวนั้นจึงไม่ถูกทุกกรณี เพราะเมื่อใช้stemที่ยาวขึ้น น้ำหนักที่ไปตกลงบนล้อหน้าจะยิ่งมากขึ้น อาการเลี้ยวไวในโค้งที่ความเร็วสูงจะเด่นขึ้นมาทันที
ตรงนี้เอง ที่ทักษะของผู้ขี่จะเข้ามามีบทบาทในการบังคับรถ
เสือหมอบอาจจะเห็นอะไรได้ไม่ชัดนัก แต่เสือภูเขาในทางsingle tractจะเห็นชัดมาก รถในกลุ่ม old school คือ พวกท่อบนสั้น stemยาว ยกตัวอย่าง เช่น พวก Ritchey ที่สมัย Tom Ritchey แกเชื่อมเฟรมเองในโรงรถของแก ( ไม่นับ New Ritchey ในปัจจุบันที่รสชาติไม่ใช่แบบดั้งเดิม ) รถพวกนี้เวลาเข้า single tract จะปราดเปรียวมาก สามารถเข้าโค้งที่ความเร็วสูงได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องโหนอะไรมากมาย แต่เวลาความเร็วต่ำๆ จะต้องหักแฮนด์เยอะนิดหนึ่งจึงจะชดเชยกันได้ แน่นอน รถแบบนี้ขี่ยาก รถอะไรก็ตามที่เข้าโค้งที่ความเร็วสูงได้ง่ายๆ ก็แปลว่า พร้อมจะล้มเอาได้ง่ายๆอีกเช่นกัน เวลาผ่านไปMTB จึงปรับปรุง Geometry ใหม่ ด้วยการเพิ่มความยาวท่อบน และหดstemให้สั้นขึ้น ทำให้รถรุ่นใหม่ๆเลี้ยวที่ความเร็วต่ำๆได้คล่องมาก แต่ที่ความเร็วสูงๆจะต้องเปลี่ยนวิธีการเข้าโค้งใหม่ ด้วยการ"โหนรถ"แทน ซึ่งดูเหมือนจะยุ่งยากเล็กน้อยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ๆ แต่นั่นก็ทำให้รถพร้อมจะกลับมาวิ่งตรงได้ใหม่
เสือหมอบหรือเสือภูเขาก็ดี ก็มีการออกแบบระยะ Fork rake ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับจักรยานที่มีมุมท่อคอ ก็จะเกิดระยะ Trail ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้รถแต่ละขนาดมีนิสัยแตกต่างกันไปตามมุมท่อคอ และ รถต่างยี่ห้อกันที่มุมท่อคอเท่ากันแต่มีระยะfork rakeแตกต่างกันก็ยังมีนิสัยในการเข้าโค้งที่แตกต่างกันอีกเช่นกันครับ
ดังนั้นถ้าจะถามว่า Stem สั้นลง หน้าไวขึ้นไหม ก็ตอบว่า มันวอกแว่กขึ้น แต่ที่ความเร็วสูงกลับเข้าโค้งได้ไม่คล่องตัวเท่ากับพวกstemที่ยาวกว่า
แล้วถามว่าพวก stemยาว รถนิ่งกว่าจริงไหม ก็ตอบว่า ไม่จริงเสมอไป เพราะที่ความเร็วสูงๆ พวก stemยาว มีความพร้อมที่จะเลี้ยวได้ทุกเมื่อ และเช่นกัน ก็มีความพร้อมที่จะล้มได้ง่ายกว่าเช่นกัน มันเป็นเรือ่งของการกระจายน้ำหนัก และการย้ายน้ำหนักตัวของผู้ขี่ด้วยเป็นสำคัญ
ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวสำหรับทุกๆกรณีครับ
จักรยานมันไม่ได้เลี้ยวด้วยการหักแฮนด์เสมอไป และวิธีการเลี้ยวที่ความเร็วต่ำกับความเร็วสูงก็ไม่เหมือนกัน
เรื่องความยาว stem กับ ระยะreach ก็คงจะเป็นเรื่องที่เจ้าของกระทู้เข้าใจดีอยู่แล้วครับ ที่ถามมานะ เข้าใจไม่ผิดหรอกครับ แต่ก่อนจะฟันธงอะไรลงไป มาอ่านทฤษฎีในการเลี้ยวของจักรยานก่อนดีกว่า
ที่ความเร็วต่ำๆ จักรยานจะอาศัยการหักแฮนด์เป็นหลักครับ แน่นอน พวกstemสั้นหรือreachสั้นๆแล้วจับบนฮู้ด ( มือบน ) พวกนี้จะว่องไวครับ หักนิดเดียวรถก็เลี้ยวแล้ว
เช่นกัน ที่ความเร็วสูง คนที่ขี่ไม่นิ่ง มือไม้ชอบขยับไปจับโน่นนี่นั่น โอกาสที่หน้ารถจะแกว่งไปตามการขยับของแฮนด์แบบเล็กๆน้อยๆ ก็จะรู้สึกได้ไวขึ้น ยิ่งถ้าเผลอไผลเอามือไปกระแทกแฮนด์โดยไม่ทันระวัง พวกstemสั้น จะแสดงอาการได้น่าตื่นเต้นกว่า
แต่พอใช้ความเร็วสูงขึ้น จนสูงมาก จักรยานจะเปลี่ยนวิธีการเลี้ยวใหม่ คือ จะใช้วิธีการเอียงตัวเข้าโค้ง และขยับแฮนด์อีกเล็กน้อย ตรงนี้แหละที่รถstemสั้นจะไม่คล่องตัว การบอกว่ารถstemสั้นหน้าไวนั้นจึงไม่ถูกทุกกรณี เพราะเมื่อใช้stemที่ยาวขึ้น น้ำหนักที่ไปตกลงบนล้อหน้าจะยิ่งมากขึ้น อาการเลี้ยวไวในโค้งที่ความเร็วสูงจะเด่นขึ้นมาทันที
ตรงนี้เอง ที่ทักษะของผู้ขี่จะเข้ามามีบทบาทในการบังคับรถ
เสือหมอบอาจจะเห็นอะไรได้ไม่ชัดนัก แต่เสือภูเขาในทางsingle tractจะเห็นชัดมาก รถในกลุ่ม old school คือ พวกท่อบนสั้น stemยาว ยกตัวอย่าง เช่น พวก Ritchey ที่สมัย Tom Ritchey แกเชื่อมเฟรมเองในโรงรถของแก ( ไม่นับ New Ritchey ในปัจจุบันที่รสชาติไม่ใช่แบบดั้งเดิม ) รถพวกนี้เวลาเข้า single tract จะปราดเปรียวมาก สามารถเข้าโค้งที่ความเร็วสูงได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องโหนอะไรมากมาย แต่เวลาความเร็วต่ำๆ จะต้องหักแฮนด์เยอะนิดหนึ่งจึงจะชดเชยกันได้ แน่นอน รถแบบนี้ขี่ยาก รถอะไรก็ตามที่เข้าโค้งที่ความเร็วสูงได้ง่ายๆ ก็แปลว่า พร้อมจะล้มเอาได้ง่ายๆอีกเช่นกัน เวลาผ่านไปMTB จึงปรับปรุง Geometry ใหม่ ด้วยการเพิ่มความยาวท่อบน และหดstemให้สั้นขึ้น ทำให้รถรุ่นใหม่ๆเลี้ยวที่ความเร็วต่ำๆได้คล่องมาก แต่ที่ความเร็วสูงๆจะต้องเปลี่ยนวิธีการเข้าโค้งใหม่ ด้วยการ"โหนรถ"แทน ซึ่งดูเหมือนจะยุ่งยากเล็กน้อยสำหรับการเรียนรู้ใหม่ๆ แต่นั่นก็ทำให้รถพร้อมจะกลับมาวิ่งตรงได้ใหม่
เสือหมอบหรือเสือภูเขาก็ดี ก็มีการออกแบบระยะ Fork rake ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับจักรยานที่มีมุมท่อคอ ก็จะเกิดระยะ Trail ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้รถแต่ละขนาดมีนิสัยแตกต่างกันไปตามมุมท่อคอ และ รถต่างยี่ห้อกันที่มุมท่อคอเท่ากันแต่มีระยะfork rakeแตกต่างกันก็ยังมีนิสัยในการเข้าโค้งที่แตกต่างกันอีกเช่นกันครับ
ดังนั้นถ้าจะถามว่า Stem สั้นลง หน้าไวขึ้นไหม ก็ตอบว่า มันวอกแว่กขึ้น แต่ที่ความเร็วสูงกลับเข้าโค้งได้ไม่คล่องตัวเท่ากับพวกstemที่ยาวกว่า
แล้วถามว่าพวก stemยาว รถนิ่งกว่าจริงไหม ก็ตอบว่า ไม่จริงเสมอไป เพราะที่ความเร็วสูงๆ พวก stemยาว มีความพร้อมที่จะเลี้ยวได้ทุกเมื่อ และเช่นกัน ก็มีความพร้อมที่จะล้มได้ง่ายกว่าเช่นกัน มันเป็นเรือ่งของการกระจายน้ำหนัก และการย้ายน้ำหนักตัวของผู้ขี่ด้วยเป็นสำคัญ
ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวสำหรับทุกๆกรณีครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
อย่าลืมอีกจุดครับ เชื่อว่าหลายคนไม่รู้ตัวหรือไม่สังเกตุถึงจุดนี้
เสือหมอบโดยธรรมชาติ เวลาสปริ้นออกตัวหรือเร่งความเร็วโดยการก้มต่ำศอกตั้งขนานพื้นจับดรอป เสือหมอบที่มีสเตมสั้น เข่าจะตีโดนแฮนหรือศอกตัวเองกว่าครึ่งเลยครับ เร่งตัวไม่ออกแน่นอน เพราะไม่สามารถย้ายจุดศูนย์ถ่วงน้ำหนักมาข้างหน้าได้ถนัด จะโน้มตัวไปข้างหน้าก็ไม่ได้ หัวเข่ามันจะเสยแฮนกับศอกตัวเองเพราะสเตมมันสั้น สุ่มเสี่ยงต่อการพลาดเข่ากระแทกแฮนหมุนรถล้มได้ง่าย ๆ โดยปกติแล้วแฮนเสือหมอบจะมีลักษณะอย่างที่เราก็รู้ ๆ กันอยู่ คือมันเป็นลักษณะเหมือนเขาควายกลับหัว ทำให้ปลายแฮนมันโค้งงุ้มเข้าหาเข่า
ถ้าเป็นเสือภูเขาที่ใช้แฮนตรงหรือแฮนรูปตัว V เอียงขึ้นหรือเข้าหาตัว มันจะไม่มีปัญหาหัวเข่ากระแทกแฮนเวลายืนโยก
พอโน้มตัวไปข้างหน้าไม่ได้ จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายก็จะอยู่ท้ายรถหลังแกน BB กล้ามเนื้อก็ใช้ได้ไม่เต็มที่ แรงก็ไม่มา
ปั่นเสือหมอบสไตล์สบาย ๆ อาจจะไม่มีปัญหาครับ หลายคนก็ไม่ใช่ว่าจะปั่นเสือหมอบสไตล์โปรกันทุกคน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบปั่นแนว Aggressive เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยหรืออย่างใด แต่ถ้าใครคิดว่าเน้นสเต็มสั้น ๆ รถเล็ก ๆ แล้วขี่แบบก้มดุแล้วมันจะดี ผมขอให้คุณคิดถึงตรงนี้ด้วยครับ
เสือหมอบโดยธรรมชาติ เวลาสปริ้นออกตัวหรือเร่งความเร็วโดยการก้มต่ำศอกตั้งขนานพื้นจับดรอป เสือหมอบที่มีสเตมสั้น เข่าจะตีโดนแฮนหรือศอกตัวเองกว่าครึ่งเลยครับ เร่งตัวไม่ออกแน่นอน เพราะไม่สามารถย้ายจุดศูนย์ถ่วงน้ำหนักมาข้างหน้าได้ถนัด จะโน้มตัวไปข้างหน้าก็ไม่ได้ หัวเข่ามันจะเสยแฮนกับศอกตัวเองเพราะสเตมมันสั้น สุ่มเสี่ยงต่อการพลาดเข่ากระแทกแฮนหมุนรถล้มได้ง่าย ๆ โดยปกติแล้วแฮนเสือหมอบจะมีลักษณะอย่างที่เราก็รู้ ๆ กันอยู่ คือมันเป็นลักษณะเหมือนเขาควายกลับหัว ทำให้ปลายแฮนมันโค้งงุ้มเข้าหาเข่า
ถ้าเป็นเสือภูเขาที่ใช้แฮนตรงหรือแฮนรูปตัว V เอียงขึ้นหรือเข้าหาตัว มันจะไม่มีปัญหาหัวเข่ากระแทกแฮนเวลายืนโยก
พอโน้มตัวไปข้างหน้าไม่ได้ จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายก็จะอยู่ท้ายรถหลังแกน BB กล้ามเนื้อก็ใช้ได้ไม่เต็มที่ แรงก็ไม่มา
ปั่นเสือหมอบสไตล์สบาย ๆ อาจจะไม่มีปัญหาครับ หลายคนก็ไม่ใช่ว่าจะปั่นเสือหมอบสไตล์โปรกันทุกคน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบปั่นแนว Aggressive เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยหรืออย่างใด แต่ถ้าใครคิดว่าเน้นสเต็มสั้น ๆ รถเล็ก ๆ แล้วขี่แบบก้มดุแล้วมันจะดี ผมขอให้คุณคิดถึงตรงนี้ด้วยครับ
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ตำราฟิตติ้งโบราณในอดีตนั้น บอกว่า ความยาวสเตมที่สั้นที่สุดและยังเหมาะสมอยู่นั้น เมื่อยกเข่าขึ้นมาให้ขาจานอยู่ในตำแหน่งบันไดที่ 7นาฬิกา เข่าควรจะห่างจากศอกหรือสัมผัสกับศอกได้แค่เฉียดๆ
แต่เชื่อป่าวครับ เอาเข้าจริงๆแล้วไม่มีผลเลย แม้แต่คันในรูปคือ
ระยะ cockpit สั้นกว่ารถที่ผมขี่ประจำด้วยซ้ำไป ( รถsize XXS เล็กกว่ารถที่ผมขี่ประจำอยู่ 1size , ปกติผมก็ขี่รถเล็กกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำอยู่ 1 size อยู่แล้ว อาศัยเป็นสว.ตัวไม่แข็งแหละครับ เลยสบายๆ )
ระยะเข่า-ศอก ไม่ได้ตามทฤษฎีโบราณ ถ้าหุบศอก กางเข่าหละก้อ เข่าเจ็บ ศอกเดี้ยงแน่
แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ทะเลาะกับศอกเลย ขนาดตอนลงแอ่งกระทะที่เขาใหญ่นี่ ผมก้มจับดรอปแล้วยิงลงไปเลย ยังไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ในท่าปั่นจักรยานที่ถูกวิธีนั้น เราจะไม่ปั่นกางเข่า เวลาที่ก้มจับดรอป แนวเข่ากับ แนวศอก จะอยู่คนละแนวกัน( ศอกอยู่นอก เข่าอยู่ใน ) ถึงมันจะซ้อนกัน แต่ก็ไม่ตีกัน ลองมองจากทางด้านหน้ารถสิครับ แนวของบันไดจะอยู่ใกล้กับเฟรมมากกว่าแนวของดรอป ดังนั้นถ้าเป็นคนที่ไม่ปั่นกางเข่า รับรองว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ยกเว้น คนที่ปั่นผิดท่า คือ ปั่นกางเข่า แบบนี้ ถ้าลากเส้นตัดในแนวดิ่งเมื่อมองจากข้างหน้า แนวสะโพก เข่า และข้อเท้าจะไม่ตรงกัน เล่นกันหนักๆ สุดท้ายปวดเข่าครับ
แต่เชื่อป่าวครับ เอาเข้าจริงๆแล้วไม่มีผลเลย แม้แต่คันในรูปคือ
ระยะ cockpit สั้นกว่ารถที่ผมขี่ประจำด้วยซ้ำไป ( รถsize XXS เล็กกว่ารถที่ผมขี่ประจำอยู่ 1size , ปกติผมก็ขี่รถเล็กกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำอยู่ 1 size อยู่แล้ว อาศัยเป็นสว.ตัวไม่แข็งแหละครับ เลยสบายๆ )
ระยะเข่า-ศอก ไม่ได้ตามทฤษฎีโบราณ ถ้าหุบศอก กางเข่าหละก้อ เข่าเจ็บ ศอกเดี้ยงแน่
แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ทะเลาะกับศอกเลย ขนาดตอนลงแอ่งกระทะที่เขาใหญ่นี่ ผมก้มจับดรอปแล้วยิงลงไปเลย ยังไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ในท่าปั่นจักรยานที่ถูกวิธีนั้น เราจะไม่ปั่นกางเข่า เวลาที่ก้มจับดรอป แนวเข่ากับ แนวศอก จะอยู่คนละแนวกัน( ศอกอยู่นอก เข่าอยู่ใน ) ถึงมันจะซ้อนกัน แต่ก็ไม่ตีกัน ลองมองจากทางด้านหน้ารถสิครับ แนวของบันไดจะอยู่ใกล้กับเฟรมมากกว่าแนวของดรอป ดังนั้นถ้าเป็นคนที่ไม่ปั่นกางเข่า รับรองว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ยกเว้น คนที่ปั่นผิดท่า คือ ปั่นกางเข่า แบบนี้ ถ้าลากเส้นตัดในแนวดิ่งเมื่อมองจากข้างหน้า แนวสะโพก เข่า และข้อเท้าจะไม่ตรงกัน เล่นกันหนักๆ สุดท้ายปวดเข่าครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
twut
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2014, 14:04
- Tel: 0830903698
- team: n/a
- Bike: Bianchi
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ขอบคุณครับ ได้ความรู้มากเลย ที่มาของคำถามเพราะลองปั่นให้นิ่งตรงอยู่บนเส้นขาวตลอดไม่ได้ เลยคิดว่าหน้ามันไวจากที่เคยลดสเต็มครับ
- yai-united
- สมาชิก
- โพสต์: 82
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ม.ค. 2015, 14:26
- ติดต่อ:
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
นั่นนะซิครับ..ไอ้เข่าชนศอกยังนึกภาพออกเพราะรถผมเข่าก็เสมอสัมผัสศอกได้พอดีแต่ไอ้เข่าชนกับแฮนด์นี่นึกภาพไม่ออกเลยเพราะระยะเข่ากับแฮนด์มันห่างกันมากพอควรเลยไม่น่าจะไปชนได้ในตอนปั่นหรือยกสปรินต์นะlucifer เขียน:ตำราฟิตติ้งโบราณในอดีตนั้น บอกว่า ความยาวสเตมที่สั้นที่สุดและยังเหมาะสมอยู่นั้น เมื่อยกเข่าขึ้นมาให้ขาจานอยู่ในตำแหน่งบันไดที่ 7นาฬิกา เข่าควรจะห่างจากศอกหรือสัมผัสกับศอกได้แค่เฉียดๆ
แต่เชื่อป่าวครับ เอาเข้าจริงๆแล้วไม่มีผลเลย แม้แต่คันในรูปคือ
ระยะ cockpit สั้นกว่ารถที่ผมขี่ประจำด้วยซ้ำไป ( รถsize XXS เล็กกว่ารถที่ผมขี่ประจำอยู่ 1size , ปกติผมก็ขี่รถเล็กกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำอยู่ 1 size อยู่แล้ว อาศัยเป็นสว.ตัวไม่แข็งแหละครับ เลยสบายๆ )
ระยะเข่า-ศอก ไม่ได้ตามทฤษฎีโบราณ ถ้าหุบศอก กางเข่าหละก้อ เข่าเจ็บ ศอกเดี้ยงแน่
แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ทะเลาะกับศอกเลย ขนาดตอนลงแอ่งกระทะที่เขาใหญ่นี่ ผมก้มจับดรอปแล้วยิงลงไปเลย ยังไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ในท่าปั่นจักรยานที่ถูกวิธีนั้น เราจะไม่ปั่นกางเข่า เวลาที่ก้มจับดรอป แนวเข่ากับ แนวศอก จะอยู่คนละแนวกัน( ศอกอยู่นอก เข่าอยู่ใน ) ถึงมันจะซ้อนกัน แต่ก็ไม่ตีกัน ลองมองจากทางด้านหน้ารถสิครับ แนวของบันไดจะอยู่ใกล้กับเฟรมมากกว่าแนวของดรอป ดังนั้นถ้าเป็นคนที่ไม่ปั่นกางเข่า รับรองว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ยกเว้น คนที่ปั่นผิดท่า คือ ปั่นกางเข่า แบบนี้ ถ้าลากเส้นตัดในแนวดิ่งเมื่อมองจากข้างหน้า แนวสะโพก เข่า และข้อเท้าจะไม่ตรงกัน เล่นกันหนักๆ สุดท้ายปวดเข่าครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
โอกาสเข่าตีกับแฮนด์ สำหรับเสือหมอบ ก็มีเหมือนกันนะครับ แต่จะเกิดกับคนที่ชอบยืนโยกขึ้นเขาในลักษณะที่โน้มตัวไปข้างหน้ามากๆ
จริงๆแล้วถึงStemยาวกำลังดี แต่แฮนด์สูงไปนิดหนึ่งก็มีโอกาสยกเข่าขึ้นไปตีกับแฮนด์ได้ครับ
วิธีแก้ง่ายๆ คือ เอาแหวนรองคอออกไปให้แฮนด์เตี้ยลงอีกนิดเดียว ส่วนใหญ่ก็มักจะพ้นแล้ว
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เคยยืนขึ้นเขาในลักษณะที่โน้มตัวไปข้างหน้าแบบนั้น เพราะพื้นฐานที่เคยปั่นเสือภูเขามาทำให้พบว่า การยืนขึ้นเขาในลักษณะนั้น น้ำหนักตัวจะไปตกที่ล้อหน้ามากเกินไป ทำให้ล้อหลังฟรี เนื่องจากเสือภูเขาไม่ได้ปั่นบนถนนดำกัน
ทักษะแบบนี้ผมจึงไม่คุ้นเคย แต่ก็ทราบว่าเป็น"ลีลา"ของนักปั่นบางท่านที่ผมรู้จักเช่นกัน
จริงๆแล้วถึงStemยาวกำลังดี แต่แฮนด์สูงไปนิดหนึ่งก็มีโอกาสยกเข่าขึ้นไปตีกับแฮนด์ได้ครับ
วิธีแก้ง่ายๆ คือ เอาแหวนรองคอออกไปให้แฮนด์เตี้ยลงอีกนิดเดียว ส่วนใหญ่ก็มักจะพ้นแล้ว
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เคยยืนขึ้นเขาในลักษณะที่โน้มตัวไปข้างหน้าแบบนั้น เพราะพื้นฐานที่เคยปั่นเสือภูเขามาทำให้พบว่า การยืนขึ้นเขาในลักษณะนั้น น้ำหนักตัวจะไปตกที่ล้อหน้ามากเกินไป ทำให้ล้อหลังฟรี เนื่องจากเสือภูเขาไม่ได้ปั่นบนถนนดำกัน
ทักษะแบบนี้ผมจึงไม่คุ้นเคย แต่ก็ทราบว่าเป็น"ลีลา"ของนักปั่นบางท่านที่ผมรู้จักเช่นกัน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
twut
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2014, 14:04
- Tel: 0830903698
- team: n/a
- Bike: Bianchi
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เยอะเลย ผมคิดว่ารถหน้าไวตรงที่ลองปั่นบนเส้นขาวแล้วมันส่ายๆอยู่ไม่ได้นาน เพิ่งถามเพื่อนๆบอกปกติ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ถ้าต้องการอยู่ได้นานๆ ต้องฝึกครับ
ลูกกลิ้งสามลูก เป็นเครื่องมือที่ช่วยเรื่องความสมดุลในการทรงตัวได้ดีมากๆ
การฝึกปั่นโดยการปล่อยมือก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง หลายคนอาจจะมองว่าอันตราย แต่ก็อยากจะบอกว่า จริงๆแล้วจักรยานมันไม่ล้มเองหรอกครับ คนต่างหากที่ทำให้มันล้ม ( มีคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง ที่เอาจักรยานเปล่าๆ แล้วดันให้มันไหลลงเนิน มันเหมือนจะล้มในตอนแรก แล้วก็กลับมาทรงตัววิ่งได้เอง จนกระทั่งหมดความเร็วนั่นแหละ ถึงจะล้ม ) การฝึกคนให้ทรงตัวนิ่งๆ ช่วงแขนนิ่ง ช่วงหลังนิ่ง ออกแรงปั่นได้สมมาตร จักรยานก็ทรงตัวเองได้ไม่ล้มเช่นกันครับ
ผมมีรถพับอยู่คันหนึ่ง ไม่มีstem ผู้ผลิตเขาใช้วิธีเอียงคอให้ไปด้านหน้า เมื่อลากเส้นจากแฮนด์ลงมา ก็เสมือนว่ามีstemสั้นๆเช่นกัน
พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย เอาไปปั่นถนนเลียบคลองแถวบ้าน แรกสุดเลยนี่ เสียวดีพิลึก แต่พอปั่นได้พักหนึ่งก็เริ่มเฉยๆ ( ระยะหลังไปหาstemสำหรับรถพับมาใส่ อาการก็ดีขึ้นเยอะ )
มันเฉยเพราะว่า วกกลับไปที่เบสิคครับ อยากให้จักรยานวิ่งตรงไปทางไหน ก็มองตรงไปทางนั้น ต่อให้มันยุกยิกๆยังไง มันก็ยังวิ่งตรงทางอยู่ เช่นกันครับปั่นบนเส้นขาว ปั่นไปโดยมองไปไกลๆ มองไปที่ปลายเส้นขาวด้านหน้า ทำตัวหย่อนๆ อย่าเกร็งแขน อย่าเกร็งไหล่ อย่าเกร็งหลัง ทำตัวผ่อนคลาย แป๊บเดียวก็นิ่งครับ รถพับขี่ให้นิ่งยากกว่า ก็ยังขี่ให้นิ่งได้ นับอะไรกับเสือหมอบ
ลูกกลิ้งสามลูก เป็นเครื่องมือที่ช่วยเรื่องความสมดุลในการทรงตัวได้ดีมากๆ
การฝึกปั่นโดยการปล่อยมือก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง หลายคนอาจจะมองว่าอันตราย แต่ก็อยากจะบอกว่า จริงๆแล้วจักรยานมันไม่ล้มเองหรอกครับ คนต่างหากที่ทำให้มันล้ม ( มีคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง ที่เอาจักรยานเปล่าๆ แล้วดันให้มันไหลลงเนิน มันเหมือนจะล้มในตอนแรก แล้วก็กลับมาทรงตัววิ่งได้เอง จนกระทั่งหมดความเร็วนั่นแหละ ถึงจะล้ม ) การฝึกคนให้ทรงตัวนิ่งๆ ช่วงแขนนิ่ง ช่วงหลังนิ่ง ออกแรงปั่นได้สมมาตร จักรยานก็ทรงตัวเองได้ไม่ล้มเช่นกันครับ
ผมมีรถพับอยู่คันหนึ่ง ไม่มีstem ผู้ผลิตเขาใช้วิธีเอียงคอให้ไปด้านหน้า เมื่อลากเส้นจากแฮนด์ลงมา ก็เสมือนว่ามีstemสั้นๆเช่นกัน
พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย เอาไปปั่นถนนเลียบคลองแถวบ้าน แรกสุดเลยนี่ เสียวดีพิลึก แต่พอปั่นได้พักหนึ่งก็เริ่มเฉยๆ ( ระยะหลังไปหาstemสำหรับรถพับมาใส่ อาการก็ดีขึ้นเยอะ )
มันเฉยเพราะว่า วกกลับไปที่เบสิคครับ อยากให้จักรยานวิ่งตรงไปทางไหน ก็มองตรงไปทางนั้น ต่อให้มันยุกยิกๆยังไง มันก็ยังวิ่งตรงทางอยู่ เช่นกันครับปั่นบนเส้นขาว ปั่นไปโดยมองไปไกลๆ มองไปที่ปลายเส้นขาวด้านหน้า ทำตัวหย่อนๆ อย่าเกร็งแขน อย่าเกร็งไหล่ อย่าเกร็งหลัง ทำตัวผ่อนคลาย แป๊บเดียวก็นิ่งครับ รถพับขี่ให้นิ่งยากกว่า ก็ยังขี่ให้นิ่งได้ นับอะไรกับเสือหมอบ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- X10A
- สมาชิก
- โพสต์: 12
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2014, 11:23
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ได้ความรู้เยอะเลยครัช ... ขอบคุณทุกท่าน 
- mazz
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 10:20
- Tel: 0815325547
- team: เสืออิสระ
- Bike: trek ,merida
Re: รถหน้าไว กับสเต็มและแฮนด์ ไปทางไหนดี
ขอปักหน่อยครับ