ณ 26/12/2014
ร้อนใด้ใจจริงๆครับวันนี้ หลังจากปะยางแล้ว ปั่นมาใด้แค่ 6 กม. ระบบขับถ่ายเริ่มทำงานก็เลยแวะเข้าห้องน้ำปั๊ม
(54 km) ตัวเบาแล้วก็ลุยกันต่อ ปั่นมาอีกนิดก็ต้องแวะเติมน้ำเกลือแร่ ที่ร้านของชำเลยแยกทางเข้า
อุทัยธานี มานิดหน่อยผลมาจากความร้อนของอากาศ(วันนี้ก้มหน้าก้มตาตามพี่เค้าอย่างเดียวเลย ป้ายแต่ละจังหวัด ที่ตั้งใจจะถ่ายเก็บใว้ก็ปั่นเลยมาหมด 555) วันนี้ระยะไกลกว่าวันที่ผ่านๆมา ขาก็มีอาการล้าสะสมดีที่พี่ดุสิตลากให้ยาวๆ (58 km) ตั้งใจว่าจะต้องปั่นอย่างน้อย 30 กม.ค่อยพักสัก 5-10นาที แต่เพราะความร้อนของแสงแดดวันนี้ทำให้ต้องพักบ่อยกว่าที่คาดใว้ 76 km. หลบแดดจัดกาแฟเย็นสักแก้ว ...ปั่นๆๆๆๆๆจนเข้าเขต สิงห์บุรี ใด้ระยะ 101 km. แวะจัดข้าวแกงในปั๊ม ปตท. ฉลองซักหน่อย นั้งคุยกันอีกเกือบๆชัวโมงให้อาหารมันย่อยแล้วปั่นต่อไป อีกแค่ 99 กิโลถึงบ้านแว้วสู้โว้ย....
ปั่นต่อใด้แค่ 13 กิโลต้องหลบแดดอีกแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ย 34 องศา บวกกับข้างทางที่ไม่มีต้นไม้สักต้น มันทรมานดีจริงๆ พัก 10 นาที แล้วไปต่อ (114 km.) และ ณ. กม.ที่ 130 พี่ที่มาด้วยกันก็ขอแวะเข้าห้องน้ำหน่อย ผมก็เลยถือโอกาส นอนรอซะเลย สักพักมีผู้ชายมาหยิบถุงมือพี่ที่ปั่นมาด้วยกันไปเฉยงงไปเลยผม ดีว่ามองเห็นพอดี ก็เลยเดินไปขอคืน เค้าตอบมาว่าเห็นตกอยู่เลยเก็บมา ก็เลยต้องขอบคุณไปอย่าง งงๆว่า ของตกอยู่ข้างจักรยานนี้นะ ทำใจร่มๆแล้วปั่นต่อดีกว่า..... ปล.อ่างทอง แล้ว.
ปั่น..ไป ปั่น..ไป พอใด้ล้างหน้าล้างตาศักหน่อยแรงก็กลับมา ออกตัวใด้อัดเล่นกัน 33-34 มาใด้แค่ 3 กิโลเบรกกันตัวโก่งเลย ผมตะโกน พี่ๆๆๆ เดินเล่นบ้านหุ่นเหล็กแป็บสิ เข็นย้อนกลับ 200เมตร อีก 10 นาทีปิดนะค่ะ เสีงพนักงานบอก งันมาพี่ถ่ายสักรูปเป็นที่ระลึก (16:12 / 133km.) ใด้รูปแล้วเราก็ไปต่อ
ปั่นตีคู่กันไปเริ่มหิวหลังจากที่พ้นเขต
"อ่างทอง" มุงหน้าสู่
"พระนครศรีอยุธยา" เราก็ตกลงปลงใจกันว่าหาข้าวเย็นกินกันดีกว่าก่อนจะหมดแรง แวะร้านก๋วยเตี๋ยวกระทิสด แต่สั่งข้าวผัดไก่+ไข่เจียว ตบท้ายด้วยน้ำแดงมะนาวโซดาเพิ่มความสดชื่น เติมพลังงานเสร็จแล้วเราก็ออกแรงขาต่อกันเลย(17:04 /150km.) อากาศเริ่มเย็นลงปั่นสบายขึ้น เสียแต่ว่าลืมเติมน้ำกันต้องแวะปั๊ม(อีกแล้ว 555) กม.ที่ 158 น้ำพร้อมคนพร้อมลุย... ทิวทัศน์รอบๆดูสวยขึ้นเนื่องจากแสงอาทิตย์อ่อนๆสาดลงมาบนทุ่นนาที่มีแต่ซางข้าวสีทอง(แล้วมันสวยตรงใหน) เราทั้งคู่เริ่มเร่งความเร็วมาอยู่ที่ สามสิบต้นๆ กำลังใด้ที่ ยางหน้าของพี่ดุสิต รั่วแผลค่อนข้างใหญ่ เป็นรอยบาดยาวเกือบเซนต์ สองแผลใกล้ๆกัน ดูแล้วปะไม่น่าจะอยู่เลยเปลี่ยนยางเส้นใหม่แต่ก็เจอกับปัญหาจุ๊ปสั้นเกินไปเนื่องจากล้อ mini java เป็นขอบสูง นั้งมองหน้ากันเอาไงดี ผมเลยลองโทรหาพี่ที่กำลังขับรถลงมาจากลำปางว่าถึงใหนแล้วจะให้แวะมารับ แต่ก็อยู่ไกลเกินไป ทางเลือกที่สอง Line เข้ากลุ่มจักรยานแถวบ้าน ก็มีสองสามคนที่เสนอตัวมารับ นั้งอึ่งไป 2 นาที
แสงสุดท้ายของวันค่อยๆหายไป พร้อมๆกับเป้าหมายที่ดูเลือนลางลงทุกที (169 km.) นั้งคุยกันสองคนผลสรุป ลองปะดูก่อนไปใด้แค่ใหนแค่นั้น ฟ้าก็จะมืดแล้ว ปะแบบแผ่นปะซ้อนกันสามแผ่นถึงจะคลุมแผลที่รั่ว ค่อยๆปั่นกันไปช่วงแรกก็ช้าๆก่อน ปั่นไปซักพักแวะปั๊มตรวจดูยางโชคดีที่เราเอามันอยู่ สบายใจแล้วก็ทำการงติดไฟหน้าหลัง แล้วจัดนม จัดเจเล่ คนละขวดสองขวด แล้วไปต่อ( 177 km.) ถนนช่วงนี้รถเยอะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ผมจะเน้นไฟท้ายหลายๆจุดติดเพิ่มที่หมวก กระเป๋า หลักอาน หางหลัง ให้รถที่ตามมาเห็นชัดๆ แล้วปั่นอยู่หลังตลอด เราทำความเร็ว อยู่ที่ 32+ จนมาถึงจุดที่อันตรายที่สุดคือเราต้องปั่นตัดเลนเพื่อขึ้นสะพานวงแหวนไปทาง "นวนคร" หลังข้ามมาใด้ด้วยความปลอดภัยก็ขอแวะเข้าปั๊ม เอาน้ำออกจากร่างกายคลายแรงกดดันซะหน่อย (191 km.) แล้วมานั้งคุยว่าจะเข้าบ้านเส้นใหนดี คลองหลวง หรือจะปั่นผ่านวัดธรรมกาย ใด้ข้อสรุปคือปั่นผ่านวัดดีกว่า รถน่าจะน้อย ใด้เส้นทางแล้วเราก็ปั่น กันจนถึงบ้านอย่างปลอดภัย (8:52pm. / 208 km.)
จบทริป บ้านๆ