Road Bike Racing Team
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
กฏการใช้บอร์ด
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
- joearmstrong
- ขาประจำ
- โพสต์: 804
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2008, 22:06
- Tel: 0814016894
- team: RBR and Ramindra
- Bike: Bianchi Ducati
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
รถสวยมากครับ ของผมก็อุปกรณ์ธรรมดาเหมือนกัน เดี๋ยวไว้กลับบ้านก่อนแล้วส่งรูปให้ดูครับ
บ้าน RBR ได้ที่ Road Bike Racing Team
[url]http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=690
[url]http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=690
-
กบducati
- ขาประจำ
- โพสต์: 9253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 19:13
Re: Road Bike Racing Team
ขอบคุณมากครับ คุณJoeทีแรกเลยไม่ได้เป็นแบบนี้เลย มีคุณหนูขลุงช่วยจัด เบาะ ยางครอบชิพเตอร์ ผ้าพันแฮนด์มาให้โดยสำรองไปก่อน และพี่ไก่ Kcc ยกแฮนด์ของ TOKENให้ ทำให้รถออกมาสวยกว่าที่กำลังทรัพย์ของผมควรจะเป็น ขอขอบคุณบุคคลที่กล่าวชื่อมาด้วยครับ และยังไงขอชื่นชมรถสวยของคุณ Joeบ้างน๊ะครับ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
ช่วงนี้เสาร์อาทิตย์ไม่ได้ไปปั่นเลยครับทั้งรามอินทราและพระรามเก้า ยุ่งๆวุ่นวายมากๆ วันธรรมดาก็อาศัยเทรนเนอร์เป็นหลัก อยากจะไปแถว ราบ11 ก็เวลาไม่เหมาะ จะไปกลางคืนกับพระราม4 ก็ไม่สะดวก 
วันธรรมดาตอนสายๆผมแอบไปปั่นพระรามเก้าอยู่บ้างก็เงียบๆ ช่วงนี้เป็นช่วงปั่นแบบสันโดษครับ
รบกวนถามคุณกบDucati เห็นบอกว่า"เมืองจันท์" นี่หมายถึง จ.จันทบุรีหรือไม่ครับ?? คือผมมีบ้านมีที่อยู่ทางนั้นเมื่อเดือนก่อนกลับไปดูมาและคิดว่าหน้าร้อนปีหน้าจะไปลงสวนยางกับแก้วมังกรเสียหน่อยดีกว่าให้ที่อยู่เฉยๆไม่มีประโยชน์ กะว่าหน้าหนาวนี้จะไปเที่ยวๆพักผ่อนซักครั้งสองครั้ง ไปเล็งเส้นทางมาจากแถวๆเนินสูง(บ้าน) - ไปทางท่าใหม่ - ออกไปถึงจ้าวหลาว ระยะทางกำลังดี ถนนไม่เลวไปกลับกำลังเหนื่อย เส้นทางนี้น่าสนน่าปั่นมั้ยครับ??
และสงสัยว่าปกติชาวเสือหมอบเมืองจันท์ปั่นกันเส้นใหนครับ? ที่สำคัญถ้าอยากขึ้นเขาเนี่ย.... ลูกใหนที่น่าเอาใว้ซ้อมเขามั่งครับ??
วันธรรมดาตอนสายๆผมแอบไปปั่นพระรามเก้าอยู่บ้างก็เงียบๆ ช่วงนี้เป็นช่วงปั่นแบบสันโดษครับ
รบกวนถามคุณกบDucati เห็นบอกว่า"เมืองจันท์" นี่หมายถึง จ.จันทบุรีหรือไม่ครับ?? คือผมมีบ้านมีที่อยู่ทางนั้นเมื่อเดือนก่อนกลับไปดูมาและคิดว่าหน้าร้อนปีหน้าจะไปลงสวนยางกับแก้วมังกรเสียหน่อยดีกว่าให้ที่อยู่เฉยๆไม่มีประโยชน์ กะว่าหน้าหนาวนี้จะไปเที่ยวๆพักผ่อนซักครั้งสองครั้ง ไปเล็งเส้นทางมาจากแถวๆเนินสูง(บ้าน) - ไปทางท่าใหม่ - ออกไปถึงจ้าวหลาว ระยะทางกำลังดี ถนนไม่เลวไปกลับกำลังเหนื่อย เส้นทางนี้น่าสนน่าปั่นมั้ยครับ??
และสงสัยว่าปกติชาวเสือหมอบเมืองจันท์ปั่นกันเส้นใหนครับ? ที่สำคัญถ้าอยากขึ้นเขาเนี่ย.... ลูกใหนที่น่าเอาใว้ซ้อมเขามั่งครับ??
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
กบducati
- ขาประจำ
- โพสต์: 9253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 19:13
Re: Road Bike Racing Team
สวัสดีครับคุณ Giro ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเป็นแฟนของคุณเลยครับในการที่คุณได้ออกความคิดเห็นและข้อมูลต่างๆได้อย่างโดนใจครับ
เมืองจันท์ก็คือจันทบุรีนี่เองครับ ส่วนผมย้ายมาอยู่เมืองจันทบุรีได้ 6ปีครับ พื้นเพผมเป็นคนอยุธยาครับ ส่วนแฟนเป็นคนจันทบุรีครับเส้นทางที่คุณ Giroเล่าให้ฟังเป็นเส้นที่เหมะแก่การซ้อมให้ได้ระยะทางครับวงรอบที่ว่าจะประมาณ 100 upครับ จะผ่านเนิน และชายทะเล ผ่านสะพานที่สร้างใหม่คือ สะพานปากนำแหลมสิงห์ มาออกแหลมสิงห์เข้าเส้นสุขุมวิท ครบวงรอบพอดีครับ
แต่ถ้าเป็นพวกต้องการซ้อมเขาโดยเฉพาะแล้วจะมีเส้น บ่อเวฬเป็นที่ๆทรมานสำหรับผมครับ รถน้อย มีเนินพอสมควร วงรองประมาณ 70 upครับ
ส่วนเส้นที่ทรมานมากที่สุดสำหรับผู้ชายวับ 46อย่างผมคือเส้น เขื่อนคีรีธาร เท่าที่น้องเจ๋เคยไปวัดมีความตั้งชันในบางจุดประมาณ 14-18องศา ครับ วงรอบประมาณ 140กิโลครับคุณ Giro
ส่วนชาวจักรยานจันท์มีหลายกลุ่มครับ ถ้ารถถนนจะกระจัดกระจายหลายพื้นที่
ถ้าพวกอัดกันใครดีใครอยู่ มีเสือหมอบผสมเสือภูเขา จะปั่นกันที่แหลมสิงห์ครับ
เพื่อสุขภาพจะเป็นชุดลุงตุ้ย
ถ้าออกแนวอัดยืดสุดทรมานบวกสปริ้นท์เท่าที่เห็นชุดขลุงครับ
ถ้าพวกชื่นชมเขาเป็นพิเศษ และเป็นนักแข่งจะมีชุด คุณสันติ เจ้าของร้านเพื่อนักปั่นครับ
เมืองจันท์ก็คือจันทบุรีนี่เองครับ ส่วนผมย้ายมาอยู่เมืองจันทบุรีได้ 6ปีครับ พื้นเพผมเป็นคนอยุธยาครับ ส่วนแฟนเป็นคนจันทบุรีครับเส้นทางที่คุณ Giroเล่าให้ฟังเป็นเส้นที่เหมะแก่การซ้อมให้ได้ระยะทางครับวงรอบที่ว่าจะประมาณ 100 upครับ จะผ่านเนิน และชายทะเล ผ่านสะพานที่สร้างใหม่คือ สะพานปากนำแหลมสิงห์ มาออกแหลมสิงห์เข้าเส้นสุขุมวิท ครบวงรอบพอดีครับ
แต่ถ้าเป็นพวกต้องการซ้อมเขาโดยเฉพาะแล้วจะมีเส้น บ่อเวฬเป็นที่ๆทรมานสำหรับผมครับ รถน้อย มีเนินพอสมควร วงรองประมาณ 70 upครับ
ส่วนเส้นที่ทรมานมากที่สุดสำหรับผู้ชายวับ 46อย่างผมคือเส้น เขื่อนคีรีธาร เท่าที่น้องเจ๋เคยไปวัดมีความตั้งชันในบางจุดประมาณ 14-18องศา ครับ วงรอบประมาณ 140กิโลครับคุณ Giro
ส่วนชาวจักรยานจันท์มีหลายกลุ่มครับ ถ้ารถถนนจะกระจัดกระจายหลายพื้นที่
ถ้าพวกอัดกันใครดีใครอยู่ มีเสือหมอบผสมเสือภูเขา จะปั่นกันที่แหลมสิงห์ครับ
เพื่อสุขภาพจะเป็นชุดลุงตุ้ย
ถ้าออกแนวอัดยืดสุดทรมานบวกสปริ้นท์เท่าที่เห็นชุดขลุงครับ
ถ้าพวกชื่นชมเขาเป็นพิเศษ และเป็นนักแข่งจะมีชุด คุณสันติ เจ้าของร้านเพื่อนักปั่นครับ
-
Ian101
- สมาชิก
- โพสต์: 65
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 14:12
- team: Ramindra, RBR
Re: Road Bike Racing Team
กราบเรียนคุณ giro เรื่องการปั่นเป็นกลุ่มอีกทียิ่งในเฉพาะเรื่อง circular v single ว่ามันแตกต่างอย่างไรหรือคับ แล้วเทคนิกในการทำ ขอให้ละเอียดได้ไหม อาทิว่าต้องมีขั้นต่ำกี่คน เวียนซ้ายหรือขวา ขึ้นทีละกี่คน คนนำต้องเร่งมากกว่าปกติเท่าไร และอื่นๆ ที่จำเป็นในการฝึกฝน ก็อย่างที่เคยอ่านว่าตอนนี้ทางกลุ่มเริ่มมีการปั่นเป็นกลุ่มบ้างแล้วแต่ก็ยังฝืดอยู่ คราวนี้อยากหาของเล่นมาใหม่แต่ไม่ค่อยมีความรู้เสียเท่าไร ตอนแรกคุณโจเีคยทำแต่เนื่องจากไม่ค่อยว่าง ไม่รู้ว่าปั่นอะไรกันแน่แต่หวังว่าไม่ต้องใช้น้ำมันจิงเหลนนะgiro เขียน:วิธีทำ pacing line แบบ circular นั้น มันส์มากๆครับ ปั่นที่บ้านเรามาปีนึงยังเคยได้ขี่ในกลุ่มแบบนี้แค่ครั้งเดียวที่สะพานแขวนเท่านั้นเอง ส่วนมากจะเป็นแบบ single มากกว่า
ส่วนตัวแล้วผมชอบแบบ circular มากๆมันมันส์ มันดูจะทำ pacing ได้สูงกว่าแบบ single และดูเหมือนว่าจะป้องกันคนลักไก่ break away ไปได้มากกว่า แต่ในการขี่แบบนี้ต้อง"รู้ทาง"พอดู ไม่งั้นเกี่ยวกันกลิ้งเอาตอนเลื่อนลงจากคนนำหนึ่งมาเป็นคนนำสองนี่แหละ
ตอนที่เคยขี่กับฝรั่ง เวลาคนหน้าสุดที่ลากนำอยู่จะลงมาคนที่สองจะค่อยๆเลื่อนลงมาพอล้อหน้าคนสองพ้นล้อหลังคนหนึ่งก็จะมีเสียงบอกว่า"clear"แล้วคนหน้าก็จะตบออกซ้ายมา ค่อยๆผ่อนจนล้อหน้าเราพ้นแนวล้อหลังคนหน้าก็ให้เสียง"clear"คนที่ลากอยู่ก็จะตบออกมาอยู่หน้าเรา และเมื่อเราไหลเลื่อนลงไปเรื่อยๆจนเราไม่มีใครต่อหลังก็จะตบออกไปต่อคนด้านหข้างเรา(ซึ่งก็คือคนที่อยู่หลังเราก่อนหน้านี้) ผมเคยถามถึงข้อดีของ pacing line แบบนี้ก็คือ มันทำความเร็วได้สูงโดยที่งานไม่หนักอยู่ที่คนนึงนานจนเกินไป ระยะเวลาในการนำจะสั้นกว่าทำให้ลากได้แรงกว่า คือพอคนหน้าลากแล้วจากนั้นจะเป็นการประคองและผ่อนลงนิดๆจนกว่าจะ จะย้ายไปอยู่อีกแถวก็จะถึงเวลาเซ็ทความเร็วตัวเองใหม่ค่อยๆไต่ไปเรื่อยๆจนถึงคนหน้าสุดก็ระเบิดพลังมาลากอีกครั้ง
เห็นบ่อยๆในทัวร์ว่าพวกกลุ่มที่หนีจะชอบใช้วิธีนี้ครับ เสียดายที่ผมเองไม่ค่อยมีกลุ่มที่ปั่นประจำๆที่สามารถซ้อมหัดพวกนี้กันได้ให้เข้าขา ใครมีโอกาสปั่นกันบ่อยๆลองเอาไปเล่นดูนะครับ มันส์มากๆ มันจะมันส์และเหนื่อยน้อยหกว่าเวลาตั้งแถวไล่แล้วทำงานกันไม่กี่คน ไอ้ข้างหลังก็ไม่เคยขึ้นมาหน้า วันดีคืนดีพักมาแรงเยอะแกเล่นกระชากอีกซะงั้น แถวแบบนี้โดยรวมจะมีอัตราในการลากพอๆกัน(เพราะเราจะตบออกได้ก็ต่อเมื่อคนก่อนเราเลื่อนออกไปจากแนวล้อเราแล้ว ซึ่งมึนก็คืออัตราเวลาพักที่กลุ่มค่อยๆเวียนเปลี่ยนกันไป)
ยิ่งมีเยอะ ยิ่งมันส์เพราะเท่าที่เคยขี่ คนยิ่งเยอะ ยิ่งลากแรง แต่ลากสั้นลงเพราะได้ผ่อนยาวกว่าเดิมได้พักนานขึ้น
ปล.ผมมาเจอหน้านี้ได้เพราะหาว่า Bianchi Club จะไปใหน ที่แท้ก็ไปป้อมพระจุล ทริปสุมทุมลุ่มน้ำแม่กลองนี่เอง
ลองทำครั้งแรก(มีทั้งหมด 4 คน) ในช่วงที่ผมได้พักซะระยะหนึ่งแล้วคนนำกำลังจะให้สัญญานคนต่อไปให้ขึ้น ในจังหวะนั้นเองผมไปเสยล้อหลังเพื่อนและปาดหน้ารถบรรทุกน้ำแข็งเล่นๆ
สรุปว่าสนุกมาก และความเร็วเฉลี่ย 80km อยู่ที่ 32-33
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
ขอบคุณสำหรับเส้นทางครับ
เดี๋ยวเอาใว้ระบุเวลาไปได้แน่ๆจะมาขอเส้นทาง+แผนที่อีกครั้ง ยิ่งถ้าทราบว่าทางน้องเจ๋(เคยเห็นกันวันแข่งแกรนด์ฟอนโด)มี GPS แล้วยิ่งดีเลยครับ
จะได้เอามาเป็นลายแทงตอนปั่นเสียหน่อย
หรือไม่อย่างนั้นเดี๋ยวถ้ารู้วันไปแล้วจะลองนัดหมายให้หากลุ่มมาพาปั่นกันสบายๆพอได้เหงื่อได้เมื่อยกันก็ไม่เลว
:)
ผมค่อนข้างประทับใจกับรูปแบบเส้นทางที่เมืองจันท์ครับ เพราะมันผสมไปด้วยทางราบก็มีเยอะ ทางชายทะเลลมก็แรงไม่เลว และมีเนินมีเขามากมาย ถ้าปีหน้าลงไปจัดการเรื่องสวนตามที่วางแผนใว้อาจจะไปแซ้อมทางนั้นบ่อยกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นผลดีกว่าอยู่กรุงเทพ บอกตรงๆว่าถ้าทำมาหากินอยู่ทางนั้น ผมจะปั่นจักรยานมันทุกวันเลยครับปั่นมากปั่นน้อยก็ว่ากันไปเพราะออกมาหน้าบ้านก็เจอถนนเรียบวนออกไปซ้ายก็ไปท่าใหม่ ออกขวาก็ไปเนินสูง
เส้นที่ผมเล็งใว้น่าจะออกจากทางเนินสูงวิ่งไปทางเส้นที่ไปท่าใหม่ ผ่านรันเวย์เครื่องบินตรงที่เ)็นสนามบินรันเวย์ลูกรัง ตรงไปลงเนินดิ่งไปทางอำเภิท่าใหม่(แถวๆร้านก๋วยเตี๋ยวป้าติ๊ด) ทะลุออกไปทางลงหาดจ้าวหลาว วิ่งไปตามทางเรื่อยๆผ่านมหาวิทยาลัยอะไรซักอย่างที่ถนนดูจะดีพอสมควรมีอพาร์ทเมนท์ขึ้นให้เห็นพอดู ก่อนถึงหาดมีเนินเขาเล็กๆให้ได้โยกย้ายแล้วลงมาหน้าหาด ไม่แน่ใจว่าระยะทางเท่าใหร่แล้ววนกลับทางเดิม ขากลับน่าจะเป็นเนินซิมๆเยอะพอสมควร(เดา) ผมเข้าใจว่าเส้นนี้ไปกลับไม่น่าจะเกินร้อย ผมว่าประมาณ 70-80 กิโล กำลังดีกับการปั่นได้ทุกวัน นี่คือเส้นทางจ้องเล็งเอาใว้ครับ จะมียุ่งยากก็ตอนต้องทะลุช่วงอำเภอท่าใหม่หน่อยเท่านั้น
ส่วนเส้นอื่นๆคงต้องรบกวนนักปั่นพื้นที่พาปั่นล่ะครับ
ผมเชื่อว่าไปปั่นเดือนละครั้ง ไม่ซ้ำเส้นทางยังได้ 5555+
ทางบ้านแม่ผมนั้นเป็นชาวจันท์กันหมดครับจึงมีสวนมีที่มีบ้านอยู่ทางโน้นอยู่แล้ว กำลังพูดคุยกันว่าจะเอาที่พวกนั้นมาก่อประโยชน์งอกเงยทำสวนและลงไปดูแลกันเรื่อยๆดีกว่าปล่อยใว้ว่างๆ ที่ตรงริมหาดจ้าวหลาวนั้นก็กำลังหาทางพัฒนาอยู่ เสียดายว่าดูแล้วซบเซาลงไปไม่ค่อยบูมนักไม่เช่นนั้นคงจะลงทุนขึ้นรีสอร์ทกันเองแล้วอาจจะต้องไปปักหลักทำเป็นการถาวร (ได้ปั่นจักรยานทุกวันอีกต่างหาก)
ถ้าไปรอบหน้าผมจะติดจักรยานไปปั่นด้วยแน่นอนครับ ไม่ทราบว่าอยู่ใกล้ไกลกันแค่ใหน แต่หากไม่เป็นการรบกวนก็จะชักชวนนักปั่นเมืองจันท์มาแจมกันสนุกๆครับ
อยู่กรุงเทพ ออกจากบ้านก็เจอซอยลัดรถเยอะ ออกจากซอยก็เจอถนนใหญ่รถเมล์วิ่งรถติดสนิท เลี้ยวซ้ายเจอจตุจักรเลี้ยวขวาเจออนุเสาวรีย์ชัยฯ ..... จนใจจนปัญญาจะหาที่ปั่น ....... อย่าว่าแต่ปั่นจักรยานเลยครับ ที่ที่จะพาหมาจูงเดินยังหาไม่ได้เลย....
เดี๋ยวเอาใว้ระบุเวลาไปได้แน่ๆจะมาขอเส้นทาง+แผนที่อีกครั้ง ยิ่งถ้าทราบว่าทางน้องเจ๋(เคยเห็นกันวันแข่งแกรนด์ฟอนโด)มี GPS แล้วยิ่งดีเลยครับ
หรือไม่อย่างนั้นเดี๋ยวถ้ารู้วันไปแล้วจะลองนัดหมายให้หากลุ่มมาพาปั่นกันสบายๆพอได้เหงื่อได้เมื่อยกันก็ไม่เลว
ผมค่อนข้างประทับใจกับรูปแบบเส้นทางที่เมืองจันท์ครับ เพราะมันผสมไปด้วยทางราบก็มีเยอะ ทางชายทะเลลมก็แรงไม่เลว และมีเนินมีเขามากมาย ถ้าปีหน้าลงไปจัดการเรื่องสวนตามที่วางแผนใว้อาจจะไปแซ้อมทางนั้นบ่อยกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นผลดีกว่าอยู่กรุงเทพ บอกตรงๆว่าถ้าทำมาหากินอยู่ทางนั้น ผมจะปั่นจักรยานมันทุกวันเลยครับปั่นมากปั่นน้อยก็ว่ากันไปเพราะออกมาหน้าบ้านก็เจอถนนเรียบวนออกไปซ้ายก็ไปท่าใหม่ ออกขวาก็ไปเนินสูง
เส้นที่ผมเล็งใว้น่าจะออกจากทางเนินสูงวิ่งไปทางเส้นที่ไปท่าใหม่ ผ่านรันเวย์เครื่องบินตรงที่เ)็นสนามบินรันเวย์ลูกรัง ตรงไปลงเนินดิ่งไปทางอำเภิท่าใหม่(แถวๆร้านก๋วยเตี๋ยวป้าติ๊ด) ทะลุออกไปทางลงหาดจ้าวหลาว วิ่งไปตามทางเรื่อยๆผ่านมหาวิทยาลัยอะไรซักอย่างที่ถนนดูจะดีพอสมควรมีอพาร์ทเมนท์ขึ้นให้เห็นพอดู ก่อนถึงหาดมีเนินเขาเล็กๆให้ได้โยกย้ายแล้วลงมาหน้าหาด ไม่แน่ใจว่าระยะทางเท่าใหร่แล้ววนกลับทางเดิม ขากลับน่าจะเป็นเนินซิมๆเยอะพอสมควร(เดา) ผมเข้าใจว่าเส้นนี้ไปกลับไม่น่าจะเกินร้อย ผมว่าประมาณ 70-80 กิโล กำลังดีกับการปั่นได้ทุกวัน นี่คือเส้นทางจ้องเล็งเอาใว้ครับ จะมียุ่งยากก็ตอนต้องทะลุช่วงอำเภอท่าใหม่หน่อยเท่านั้น
ส่วนเส้นอื่นๆคงต้องรบกวนนักปั่นพื้นที่พาปั่นล่ะครับ
ทางบ้านแม่ผมนั้นเป็นชาวจันท์กันหมดครับจึงมีสวนมีที่มีบ้านอยู่ทางโน้นอยู่แล้ว กำลังพูดคุยกันว่าจะเอาที่พวกนั้นมาก่อประโยชน์งอกเงยทำสวนและลงไปดูแลกันเรื่อยๆดีกว่าปล่อยใว้ว่างๆ ที่ตรงริมหาดจ้าวหลาวนั้นก็กำลังหาทางพัฒนาอยู่ เสียดายว่าดูแล้วซบเซาลงไปไม่ค่อยบูมนักไม่เช่นนั้นคงจะลงทุนขึ้นรีสอร์ทกันเองแล้วอาจจะต้องไปปักหลักทำเป็นการถาวร (ได้ปั่นจักรยานทุกวันอีกต่างหาก)
ถ้าไปรอบหน้าผมจะติดจักรยานไปปั่นด้วยแน่นอนครับ ไม่ทราบว่าอยู่ใกล้ไกลกันแค่ใหน แต่หากไม่เป็นการรบกวนก็จะชักชวนนักปั่นเมืองจันท์มาแจมกันสนุกๆครับ
อยู่กรุงเทพ ออกจากบ้านก็เจอซอยลัดรถเยอะ ออกจากซอยก็เจอถนนใหญ่รถเมล์วิ่งรถติดสนิท เลี้ยวซ้ายเจอจตุจักรเลี้ยวขวาเจออนุเสาวรีย์ชัยฯ ..... จนใจจนปัญญาจะหาที่ปั่น ....... อย่าว่าแต่ปั่นจักรยานเลยครับ ที่ที่จะพาหมาจูงเดินยังหาไม่ได้เลย....
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
วิธีปั่นแบบวนหรือ circular มันต่างจากแบบ single อยู่หลายจุดนะครับในความคิดของผมที่แน่ๆคือ
ปั่นแบบ single จะเร็วหรือช้าอยู่ที่คนหน้าคนเดียว จะนานหรือจะแป้บเดียวแล้วเปลี่ยนก็อยู่ที่คนหน้าคนเดียว และพบบ่อยครั้งมากๆที่พอเราลากจนลิ้นห้อยแล้วคนต่อจากเราแกคงพักมาซะสด แกเล่นกระชากความเร็วเอาดื้อๆ คนอื่นๆก็ต้องกระเสือกกระสนยกตามกัน ไอ้เราที่เพิ่งลากเสร็จหมาดๆนี่สิ โอยยยยย ....... หลุด ผมโดนบ่อยเลยครับ
เพราะว่าในกลุ่มที่มักจะรวมกันมาแบบร้อยพ่อพันชมรมนั้นต่างคนต่างมุ่งหวังเพื่อให้ตัวเองไปได้เร็วที่สุดและอาจจะด้วยความหวังดีว่าอยากลากให้ได้คุ้มค่า ผมเองก็เป็นเช่นนั้นครับบางทีพอถึงตาเราได้ลากบ้างเราเห็นพี่คนหน้าลากเรามานานแล้วข้างหน้ามีเนินยาว เอาล่าเว้ย ขอลากกลุ่มข้ามเนินนี้ในใจก็ฮึดแล้วกดควงกันไปหันมาอีกที อ้าวเฮ้ย.... กลุ่มก้มหน้าก้มตาทิ้งห่างไป 40 เมตรแถมมีส่งสายตามาค้อนอีกต่างหาก
มันกะยากครับว่า"เท่าใหร่"จึงจะพอดียิ่งในเส้นทางที่เป็นเนินเขาสลับๆสูงชันกันไป บางครั้งคิดว่าลากหนักแล้วเต็มที่แล้วแต่กลายเป็นความเร็วกลุ่มตก ก็จะมีคนยิงขวาออกมาตั้งความเร็วใหม่ นี่คือปัญหาของ single line pacing ครับ แถมถ้ามีคนกลางกลุ่มปล่อยขาดด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ในบางครั้งกลุ่มก็ลากซะสุดโหด 38-40 แล้วคนกลางปล่อยขาด คนหลังๆนี่ซวยครับ ต้องยกรีบไล่ไปเกาะกลุ่มให้ได้ นับว่าเหนื่อยกันสุดๆ
ดังนั้นโดยส่วนตัวผมถ้าซ้อมเล่นแบบ circular ได้ก็จะดีมากๆ เพราะในการปั่นแบบ circular นั้นความเร็วกลุ่มจะสอดคล้องกันทุกคน คนแรกจะลงมาก็ต่อเมื่อคนที่เพิ่งลงไปหลบไปพ้นแนวล้อเท่านั้น ทำให้ทั้งหลุ่มได้พักได้ลากด้วยระยะเวลาที่พอๆกัน ทำงานกันเป็นทีมจริงๆ
ส่วนมากบ้านเราจะชินกับคำว่า"หัวลาก" ที่ทำหน้าที่กันไป ต่างกับแบบ circular ที่ไม่มีคนใหนเป็นหัวลากได้นานครับ เพราะถ้าดื้อลากนาน คนข้างๆเค้าหลบพ้นแนวไปแล้วก็ยังลากต่อไป สุดท้ายกลุ่มจะทบๆๆมากลายเป็น single ไปเอง ทำให้การจัดกระบวนทัพแบบ circular พังไปโดยปริยาย
วิธีทำก็คล้ายแบบ single ล่ะครับ แต่แทนที่คนนำจะออกไปต่อท้ายเฉยๆ พอคนแรกลงแล้วกะแค่พ้นล้อหลังคนนำก็ส่สงเสียงให้คนนำหลบออกมาซะ ทำเช่นี้ไปเรื่อยๆ คนนึงจะลากแค่ระยะสั้นแค่หนึ่งช่วงรถเท่านั้นเอง ทำให้ลากได้แรง คนที่อยู่แถวพักก็ต้องรักษาระยะห่างจากล้อคนหน้าให้คงที่ เค้าจะปล่อยมาฟรีแค่ใหน(ซึ่งไม่ควรทำ) ก็ต้องปล่อยให้ห่างเท่ากันใว้ แล้วพอเปลี่ยนไปอยู่แถวที่กำลังทำการลากอยู่ก็ค่อยรักษาแนวและตั้งความเร็วตามคนหน้า(ซึ่งคือคนหลังเราก่อนหน้านี้)
ปั่นแบบ single จะเร็วหรือช้าอยู่ที่คนหน้าคนเดียว จะนานหรือจะแป้บเดียวแล้วเปลี่ยนก็อยู่ที่คนหน้าคนเดียว และพบบ่อยครั้งมากๆที่พอเราลากจนลิ้นห้อยแล้วคนต่อจากเราแกคงพักมาซะสด แกเล่นกระชากความเร็วเอาดื้อๆ คนอื่นๆก็ต้องกระเสือกกระสนยกตามกัน ไอ้เราที่เพิ่งลากเสร็จหมาดๆนี่สิ โอยยยยย ....... หลุด ผมโดนบ่อยเลยครับ
ดังนั้นโดยส่วนตัวผมถ้าซ้อมเล่นแบบ circular ได้ก็จะดีมากๆ เพราะในการปั่นแบบ circular นั้นความเร็วกลุ่มจะสอดคล้องกันทุกคน คนแรกจะลงมาก็ต่อเมื่อคนที่เพิ่งลงไปหลบไปพ้นแนวล้อเท่านั้น ทำให้ทั้งหลุ่มได้พักได้ลากด้วยระยะเวลาที่พอๆกัน ทำงานกันเป็นทีมจริงๆ
ส่วนมากบ้านเราจะชินกับคำว่า"หัวลาก" ที่ทำหน้าที่กันไป ต่างกับแบบ circular ที่ไม่มีคนใหนเป็นหัวลากได้นานครับ เพราะถ้าดื้อลากนาน คนข้างๆเค้าหลบพ้นแนวไปแล้วก็ยังลากต่อไป สุดท้ายกลุ่มจะทบๆๆมากลายเป็น single ไปเอง ทำให้การจัดกระบวนทัพแบบ circular พังไปโดยปริยาย
วิธีทำก็คล้ายแบบ single ล่ะครับ แต่แทนที่คนนำจะออกไปต่อท้ายเฉยๆ พอคนแรกลงแล้วกะแค่พ้นล้อหลังคนนำก็ส่สงเสียงให้คนนำหลบออกมาซะ ทำเช่นี้ไปเรื่อยๆ คนนึงจะลากแค่ระยะสั้นแค่หนึ่งช่วงรถเท่านั้นเอง ทำให้ลากได้แรง คนที่อยู่แถวพักก็ต้องรักษาระยะห่างจากล้อคนหน้าให้คงที่ เค้าจะปล่อยมาฟรีแค่ใหน(ซึ่งไม่ควรทำ) ก็ต้องปล่อยให้ห่างเท่ากันใว้ แล้วพอเปลี่ยนไปอยู่แถวที่กำลังทำการลากอยู่ก็ค่อยรักษาแนวและตั้งความเร็วตามคนหน้า(ซึ่งคือคนหลังเราก่อนหน้านี้)
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
จะออกซ้ายหรอขวาแล้วแต่ตกลงกันครับ ส่วนมากดูจากทิศทางลมเป็นหลักว่าจะออกไปบังลมหรือจะออกไปหลบลมด้วย สามคนสี่คนก็ทำได้แล้วครับ ลักษณะมันจะคล้ายๆกับการปั่นคู่กันไปสองแถวนั่นแหละครับ
ต้องระวังตอนที่คนหน้าที่นำอยู่จะออกข้างมาอีกแถว ต้องแน่ใจและมั่นใจว่าล้อหลังเราพ้นแนวล้อหน้าคนข้างๆแล้ว ไม่งั้นปัดออกมาปุ้บ ปาดล้อหน้าคนนั้นล้มโครม พังทังแถว ดังนั้นคนที่อยู่แถวช้างจะส่งเสียงบอกคนที่นำอยู่เวลาเราหลบพ้นแนวล้อเค้าแล้ว เมื่อได้ยินเสียงบอกคนนำก็ควรจะออกข้างมีอีกแถวมาบังลมให้คนที่ส่งเสียงบอกและคนต่อไปก็ตั้งความเร็วรักษาต่อไปเรื่อยๆ คนนำที่เพิ่งเปลี่ยนแถวมาก็ค่อยๆผ่อนลงมาพอล้อหน้าพ้นล้อหลังคนนำก็ส่งเสียงบอก ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ
ทางด้านท้ายแถวเมื่อเราพักและผ่อนลงมาจนล้อหน้าเราพ้นแนวล้อหลังคนแถวข้างๆแล้วพบว่าเราคือคนสุดท้าของแถวไม่มีคนต่อแล้วก็ตบไปอีกแถว(แถวที่กำลังตั้งความเร็ว) ตรงนี้ไม่ต้องส่งเสียงครับเพราะคนเปลี่ยนแถวคือเราเอง ก็เปลี่ยนไปเฉยๆนั่นแหละ แต่อย่าไปเปลี่ยนโดยที่ไม่ถึงคิวเรา(ยังไม่เป็นคนท้ายแต่อยากเปลี่ยน) อันนั้นพังครับเสียลำดับหมดเลย
ทำแบบนี้ทุกคนโดนบังคับให้ทำงานเหมือนกัน หมกนิ่งไม่ได้เดี๋ยวยังไงๆก็ต้องวนชึ้นไปแน่ๆ ไม่อยากทำงานนานมากก็ลากแรงๆหน่อยเดี๋ยวพอล้อเราเคลียร์ออกอีกแถวได้ก็ได้เปลี่ยนแถวไปพักแล้ว ทำให้ส่วนมากจะลากกันแรงเพื่อลดเวลาแบกภาระของแต่ละคน แต่ถ้าตั้งความเร็วน้อยไปลากแล้วช้า ทีนี้ก็จะกลายเป็นว่าลากยังไงๆคนแถวข้างๆก็ไม่พ้นแนวล้อเสียที ไม่ได้ยินเสียงบอกว่าเคลียร์ก็เปลี่ยนไม่ได้กลายเป็นปั่นสองแถวคู่กันไปงั้นแหละ ไม่มีประโยชน์ ถ้าเห็นว่าเป็นอย่างนั้นคนลากก็ต้องเพิ่มแรงลากไปเองแหละครับเพื่อให้การเปลี่ยนทำได้ราบลื่นต่อไป
อีกอย่างที่ดีมากคือ สามารถสนทนาส่งซิกกันได้ในกลุ่มครับ เพราะทุกคนจะผ่านกันหมด สามารถส่งน้ำ ส่งของ ส่งซิกกันได้สบายๆ
ผมเคยปั่นแบบนี้สมัยปั่นกับฝรั่ง แล้วคนสองคนที่นำอยู่ของแต่ละแถว แกส่งซิกอีท่าใหน แกยกพร้อมกันสองคนกระชากเปรี้ยงทำลายกลศึกแบบ circular ซะดื้อๆ หนีไปเลยสองคน
แต่ไม่นานก็ตั้งแถว circular ไล่กันได้อีกรอบทำความเร็วได้เยอะ ตั้งแถวแบบนี้ถ้าหลบลมดีๆ แทบไม่รู้สึกเลยครับเพราะนอกจากแรงดูดจากคนหน้า ถ้าสองแถวชิดกันดี เราจะไม่มีการรบกวนจากลมข้างด้วย
ที่สำคัญคือต้องส่งเสียงส่งสัญญาณบอกสภาพทางด้านหน้าให้ดีๆ เพราะไปกันเป็นยักษ์คู่แบบนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้น กลิ้งกันระเนระนาดเลยครับ
แต่สนุกจริงๆนะครับ
ต้องระวังตอนที่คนหน้าที่นำอยู่จะออกข้างมาอีกแถว ต้องแน่ใจและมั่นใจว่าล้อหลังเราพ้นแนวล้อหน้าคนข้างๆแล้ว ไม่งั้นปัดออกมาปุ้บ ปาดล้อหน้าคนนั้นล้มโครม พังทังแถว ดังนั้นคนที่อยู่แถวช้างจะส่งเสียงบอกคนที่นำอยู่เวลาเราหลบพ้นแนวล้อเค้าแล้ว เมื่อได้ยินเสียงบอกคนนำก็ควรจะออกข้างมีอีกแถวมาบังลมให้คนที่ส่งเสียงบอกและคนต่อไปก็ตั้งความเร็วรักษาต่อไปเรื่อยๆ คนนำที่เพิ่งเปลี่ยนแถวมาก็ค่อยๆผ่อนลงมาพอล้อหน้าพ้นล้อหลังคนนำก็ส่งเสียงบอก ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ
ทางด้านท้ายแถวเมื่อเราพักและผ่อนลงมาจนล้อหน้าเราพ้นแนวล้อหลังคนแถวข้างๆแล้วพบว่าเราคือคนสุดท้าของแถวไม่มีคนต่อแล้วก็ตบไปอีกแถว(แถวที่กำลังตั้งความเร็ว) ตรงนี้ไม่ต้องส่งเสียงครับเพราะคนเปลี่ยนแถวคือเราเอง ก็เปลี่ยนไปเฉยๆนั่นแหละ แต่อย่าไปเปลี่ยนโดยที่ไม่ถึงคิวเรา(ยังไม่เป็นคนท้ายแต่อยากเปลี่ยน) อันนั้นพังครับเสียลำดับหมดเลย
ทำแบบนี้ทุกคนโดนบังคับให้ทำงานเหมือนกัน หมกนิ่งไม่ได้เดี๋ยวยังไงๆก็ต้องวนชึ้นไปแน่ๆ ไม่อยากทำงานนานมากก็ลากแรงๆหน่อยเดี๋ยวพอล้อเราเคลียร์ออกอีกแถวได้ก็ได้เปลี่ยนแถวไปพักแล้ว ทำให้ส่วนมากจะลากกันแรงเพื่อลดเวลาแบกภาระของแต่ละคน แต่ถ้าตั้งความเร็วน้อยไปลากแล้วช้า ทีนี้ก็จะกลายเป็นว่าลากยังไงๆคนแถวข้างๆก็ไม่พ้นแนวล้อเสียที ไม่ได้ยินเสียงบอกว่าเคลียร์ก็เปลี่ยนไม่ได้กลายเป็นปั่นสองแถวคู่กันไปงั้นแหละ ไม่มีประโยชน์ ถ้าเห็นว่าเป็นอย่างนั้นคนลากก็ต้องเพิ่มแรงลากไปเองแหละครับเพื่อให้การเปลี่ยนทำได้ราบลื่นต่อไป
อีกอย่างที่ดีมากคือ สามารถสนทนาส่งซิกกันได้ในกลุ่มครับ เพราะทุกคนจะผ่านกันหมด สามารถส่งน้ำ ส่งของ ส่งซิกกันได้สบายๆ
ผมเคยปั่นแบบนี้สมัยปั่นกับฝรั่ง แล้วคนสองคนที่นำอยู่ของแต่ละแถว แกส่งซิกอีท่าใหน แกยกพร้อมกันสองคนกระชากเปรี้ยงทำลายกลศึกแบบ circular ซะดื้อๆ หนีไปเลยสองคน
ที่สำคัญคือต้องส่งเสียงส่งสัญญาณบอกสภาพทางด้านหน้าให้ดีๆ เพราะไปกันเป็นยักษ์คู่แบบนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้น กลิ้งกันระเนระนาดเลยครับ
แต่สนุกจริงๆนะครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
Ian101
- สมาชิก
- โพสต์: 65
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 14:12
- team: Ramindra, RBR
Re: Road Bike Racing Team
ขอบคุณครับคุณ giro สำหรับข้อมูลเทคนิค เด๋วผมลองไปฝึกดูก่อน
ขอถามเพิ่มเติมเกี่ยวกะการปั่นแบบ circular กะการปันแบบ 2 line เป็นการยกตัวอย่างนะครับ
ถ้าผมมีสมาชิกเยอะพอแล้วเปลี่ยนการปั่นแบบ circular มาเป็นแบบ 2 แถวนะคับ แล้วสมาชิกแรงหนีกันไม่ขาด ถ้าวิ่งแบบสองแถวจะรักษาความเร็วที่สูงกว่าหรือป่าวเมื่อเทียบกะ circular เพราะว่ามีพื้นที่บังลมเยอะขึ้นเลยทำให้หางขบวนพักมากขึ้นหรือป่าว
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะปรึกษามากๆ คือผมมีปัญหาเรื่องนั่งปั่นตรงที่ไม่ค่อยมีแรงกดความเร็วสูงสุดอาจจะได้ 49-51 แต่ถ้ายืนโยกแล้วกำลังมาเยอะมากแต่แรงหายไปเยอะด้วย ความเร็วสูงสุดน่าจะเต็มที่ 59 ไม่รู้ว่าต้องฝึกกล้ามขาอย่างไรดี ดูจากพวกทีมโลกนั่งปั่นแล้วรักษาความเร็วเฉลี่ย 55-65 เลยงงแล้วคิดว่าน่าจะต้องหันกลับมาดูวิธีปั่นใหม่ว่าผมปั่นเป็นหรือป่าว
อาจารย์ผมบอกว่าให้ควงแต่ผมคิดว่าผมก็ควง จนหลายครั้งผมชอบเป็นตระคริวที่หลังเข่าบ่อยๆ ซึ่งเวลาเป็นแล้วห้ามดึงบันได
เพราะว่าตระคริวชอบตอด และถ้าปั่นธรรมดาแบบขาแข็งนั้น หมดแรงเร็วมาก จนยิ่งถามยิ่งไม่เข้าใจและอาจจะต้องเริ่มต้นจากพื้นฐานใหม่อีกรอบ
ขอถามเพิ่มเติมเกี่ยวกะการปั่นแบบ circular กะการปันแบบ 2 line เป็นการยกตัวอย่างนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะปรึกษามากๆ คือผมมีปัญหาเรื่องนั่งปั่นตรงที่ไม่ค่อยมีแรงกดความเร็วสูงสุดอาจจะได้ 49-51 แต่ถ้ายืนโยกแล้วกำลังมาเยอะมากแต่แรงหายไปเยอะด้วย ความเร็วสูงสุดน่าจะเต็มที่ 59 ไม่รู้ว่าต้องฝึกกล้ามขาอย่างไรดี ดูจากพวกทีมโลกนั่งปั่นแล้วรักษาความเร็วเฉลี่ย 55-65 เลยงงแล้วคิดว่าน่าจะต้องหันกลับมาดูวิธีปั่นใหม่ว่าผมปั่นเป็นหรือป่าว
อาจารย์ผมบอกว่าให้ควงแต่ผมคิดว่าผมก็ควง จนหลายครั้งผมชอบเป็นตระคริวที่หลังเข่าบ่อยๆ ซึ่งเวลาเป็นแล้วห้ามดึงบันได
-
กบducati
- ขาประจำ
- โพสต์: 9253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 19:13
Re: Road Bike Racing Team
ถ้ามีโอกาสมาจันท์ จะตามน้องเจ๋มาด้วยครับ เนี่ยเปิดเทอมมานี่ไม่ได้เห็นหน้าเลยครับ ของผมอยู่ที่สวนสาธรณะทุ่งนาเชยครับ แต่ตอนนี้เท่าทีทราบและได้ไปเห็นกับตาน๊ะครับคุณ Giro เจ้าหลาวบูมกว่าเดิมมากครับ และมีรีสอร์ทเกิดขึ้นอีกมากมาย และในส่วนของอ่างคุ้งวิมาน ก็มีรีสอร์ทเกิดขึ้นอีกมากครับ ซึ่งเคยลงแนะนำในหนังสือ แพรวด้วยผมจำชื่อไม่ได้ครับ(ตามประสาคนแก่ ฮอร์โมนลดครับ) ถ้ามาทำธุรกิจและมีที่อยู่แล้วลงตัวมากครับ ช่วงหน้าหนาวและหน้าร้อนคุณ Giroก็อยู่เมืองจันท์มากหน่อยจะได้ซ้อมแยะๆ พอหน้าฝนก็ค่อยหนีไปอยู่บางกอก เพราะที่นี่หน้าฝนบางทีตกทีนึง 2อาทิตย์เลยครับ น่าอึดอัดมากสำหรับผม ยังไงลองพิจรณาดูครับ
- joearmstrong
- ขาประจำ
- โพสต์: 804
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2008, 22:06
- Tel: 0814016894
- team: RBR and Ramindra
- Bike: Bianchi Ducati
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
ตาผมโชว์รถบ้างครับ ขอขอบคุณ คุณ giro ที่ได้แบ่งปัญความรู้ให้สมาชิกทุก ๆ ท่าน ถ้ามีโอกาส ผมจะจัดขี่ไปเยี่ยมครับ
บ้าน RBR ได้ที่ Road Bike Racing Team
[url]http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=690
[url]http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=690
-
กบducati
- ขาประจำ
- โพสต์: 9253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 19:13
Re: Road Bike Racing Team
ถ้าดูไม่ผิดรถเราเหมือนกันเลยครับ ดีใจจัง..จัง...คันนี้เป็นคันเดิมครับ
- ไฟล์แนบ
-
- DSC00352%20%28Custom%29%20%28Custom%29.JPG (31.82 KiB) เข้าดูแล้ว 693 ครั้ง
- joearmstrong
- ขาประจำ
- โพสต์: 804
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2008, 22:06
- Tel: 0814016894
- team: RBR and Ramindra
- Bike: Bianchi Ducati
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
ถูกต้องคร๊าบบบ ยังไม่ค่อยแต่งอะไรมากครับ
คุณกบ มีรถหลายคันจริง ๆ
คุณกบ มีรถหลายคันจริง ๆ
บ้าน RBR ได้ที่ Road Bike Racing Team
[url]http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=690
[url]http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &start=690
-
กบducati
- ขาประจำ
- โพสต์: 9253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 19:13
Re: Road Bike Racing Team
ตัวเบียงคี่ เป็นอดีตไปแล้วครับ เมือปีที่แล้วเกิดอุบัติเหตุเลยทำให้ตะเกียบหลังร้าวครับ เลยต้องเอาเฟรม ดูคาติมาใช้ครับ ปัจจุบันมีแค่ 2คันครับ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: Road Bike Racing Team
เรื่องตั้งแถวแบบสองแถวนั้นผมไม่แน่ใตว่าจะเป็นอย่างไรแต่ผมขอให้ความเห็นง่ายๆว่า
ถ้าทั้งกลุ่มความเร็วไม่ทิ้งกัน จะตั้งแถวแบบมีโอกาสหนีกันไปเพื่ออะไร?? เพราะหนีไปได้ไม่เท่าใหร่ก็ไล่กันทันอยุ่ดีสุ้ทั้งหมดร่วมมือร่วมใจกันสู้กับคนอื่นดีกว่าครับ ตั้ง single สองแถวนั้นอาจจะคล้ายกับ circular ก็จริงแต่ในแง่ของระยะเวลาการนำและการเฉลี่ยแรงนั้นมีจุดอ่อนที่สุ้ circular ม่ได้แน่ๆครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่าในแง่ของการแบ่งงานกันทำนั้น circular เป็นทางออกที่ดีที่สุด
โดยส่วนตัวผมถ้าหมดแรงจริงๆ ผมเอาตัวรอดได้แบบเห็นแก่ตัวในแถวแบบ single ได้ง่ายมากๆ เพียงแค่ทำตัวเองให้ห่างจากหัวแถว เปิดช่องให้คนแทรกก็ทเ่านั้น แต่ในระบบ circular เท่าที่เจอมา จะไม่มีโอกาสทำได้เลย ขี้หมุขี้หมาก็ต้องทำงานครับ ถ้าไม่ทำกระบวนยุทธก็พังทันที
ส่วนเรื่องแรงปั่นนั้น ต้องบอกอีกเช่นกันว่าผมเองก็เป็นครับ กล้ามเนื้อใต้ท้องขาและใต้เข่านั้นเป็นชิ่้นที่นักปั่นเราอ่อนแอมากๆเพราะในชีวิตจริงแทบไม่ได้ใช้เลย แต่ในการควงบันไดเราใช่เยอะมากๆครับ การควงนั้นเป็นสิ่งที่เรา"ควร"ทำ แต่ในกรณีผมที่ไม่ได้ซ้อมเยอะมาก เมื่อเจอทริปหนักๆจริงๆ กล้ามเนื้อส่วนนี้จะไปก่อนแน่นอนครับ เป็นผลให้เราต้องออกแรง"กดไมากกว่าเดิม ผลก็คือไม่นานต้นขาและสะโพกจะเป็นตะคริวตามไปด้วย ทางออกที่ดีที่สุดก็คือต้องซ้อมครับ มันต้องเสริมสร้าง strength ให้้กล้ามเนื้อรเาด้วย โดยส่วนตัวผมพยายามสร้างและลบจุดด้อยข้อนี้ทุกทางครับด้วยการเซทรถที่มุ่งเน้นไปหาการออกแรงจากต้นขามากกว่า แต่อย่างไรก็ดี การซ้อม ซ้อม และก็ซ้อม นั้นคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ
ถ้าทั้งกลุ่มความเร็วไม่ทิ้งกัน จะตั้งแถวแบบมีโอกาสหนีกันไปเพื่ออะไร?? เพราะหนีไปได้ไม่เท่าใหร่ก็ไล่กันทันอยุ่ดีสุ้ทั้งหมดร่วมมือร่วมใจกันสู้กับคนอื่นดีกว่าครับ ตั้ง single สองแถวนั้นอาจจะคล้ายกับ circular ก็จริงแต่ในแง่ของระยะเวลาการนำและการเฉลี่ยแรงนั้นมีจุดอ่อนที่สุ้ circular ม่ได้แน่ๆครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่าในแง่ของการแบ่งงานกันทำนั้น circular เป็นทางออกที่ดีที่สุด
โดยส่วนตัวผมถ้าหมดแรงจริงๆ ผมเอาตัวรอดได้แบบเห็นแก่ตัวในแถวแบบ single ได้ง่ายมากๆ เพียงแค่ทำตัวเองให้ห่างจากหัวแถว เปิดช่องให้คนแทรกก็ทเ่านั้น แต่ในระบบ circular เท่าที่เจอมา จะไม่มีโอกาสทำได้เลย ขี้หมุขี้หมาก็ต้องทำงานครับ ถ้าไม่ทำกระบวนยุทธก็พังทันที
ส่วนเรื่องแรงปั่นนั้น ต้องบอกอีกเช่นกันว่าผมเองก็เป็นครับ กล้ามเนื้อใต้ท้องขาและใต้เข่านั้นเป็นชิ่้นที่นักปั่นเราอ่อนแอมากๆเพราะในชีวิตจริงแทบไม่ได้ใช้เลย แต่ในการควงบันไดเราใช่เยอะมากๆครับ การควงนั้นเป็นสิ่งที่เรา"ควร"ทำ แต่ในกรณีผมที่ไม่ได้ซ้อมเยอะมาก เมื่อเจอทริปหนักๆจริงๆ กล้ามเนื้อส่วนนี้จะไปก่อนแน่นอนครับ เป็นผลให้เราต้องออกแรง"กดไมากกว่าเดิม ผลก็คือไม่นานต้นขาและสะโพกจะเป็นตะคริวตามไปด้วย ทางออกที่ดีที่สุดก็คือต้องซ้อมครับ มันต้องเสริมสร้าง strength ให้้กล้ามเนื้อรเาด้วย โดยส่วนตัวผมพยายามสร้างและลบจุดด้อยข้อนี้ทุกทางครับด้วยการเซทรถที่มุ่งเน้นไปหาการออกแรงจากต้นขามากกว่า แต่อย่างไรก็ดี การซ้อม ซ้อม และก็ซ้อม นั้นคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/