
สำหรับการทดสอบ เลือกเส้นทางเขาอีโต้ เส้นเลียบหน้าผาขึ้นไปยังองค์พระ ไปสุดศาลาบนยอดเขา จากนั้นก็คงเส้นดาวน์ฮิลล์เส้นยาว ลงเขาตามทางยาว ข้ามลำธาร แล้วมาออกที่อ่างเก็บน้ำ เรียกได้ว่าจัดให้ครบรถ ทั้งซิงเกิลเทรค ทางเรียบขึ้นเขา ทางดาวน์ฮิล ดงหิน และ ทางลงแบบไฮสปีด
MT-3 ไม่เหมาะกับมือใหม่
จั๋วหัวมากันแบบนี้เลย เพราะผลจากการไปขี่ทดสอบรู้ซึ้งถึงความสติฟของเฟรมคาร์บอน XDS รุ่นนี้ โดยรวมแล้ว MT3 ให้การตอบสนองบันไดที่รวดเร็ว มีความมั่นคงในทางขุระสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ขี้จะต้องมีทักษะในการควบคุมรถพอสมควรที่ดีพอสมควร เพราะถ้าเป็นมือใหม่คงจะสะท้านจากกความสติฟของมัน
เอาที่ประทับใจสุดๆของรถรุ่นนี้คือ ช่วงเลยลำธารในทางยาว จะเป็นเส้นทางลาดลงเนินยาวๆ ปั่นเติมนิดเดียวสามารถทำความเร็วได้เยอะ ปกติจากที่เคยขี่รถฟูลซัสไหลรูดผ่านช่วงนี้แบบสบายๆ ด้วยการมีโช้คหน้า-หลังช่วยซัพแรง แต่เมื่อนำ MT3 มาลองขี่ในเส้นทางเดียวกัน ใช้วิธียกตูดขึ้นจากเบาะเล็กน้อย วางบันไดขนานพื้น แล้วไหลรูดผ่านเส้นทางด้วยความเร็วสูง( 35+)ในทางขุระ พบว่ารถมีความนิ่งมาก และ ไหลดี ปั่นส่งไม่มากสามารถไหลลงทางยาวเพียงแค่ขี่ในท่าดังกล่าว ประคองแฮนด์ให้มั่นคง ก็สามารถขี่ผ่านได้รูดไหลเร็วๆ ไม่แพ้รถฟูลซัส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ขี่ด้วยความสนุก เพราะถ้าเรามีทักษะพอและคุ้นชิ้นกับรถแล้ว ก็เหมือนเพื่อนที่รู้ใจ
3x10 สมัยนี้ยังใช้กันอีกหรือ
ชุดเกียร์ XT 3x10 ที่ให้มาถือว่าเพียงพอและครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย ถึงแม้สมัยนี้เขาจะไป 1x12 กันแล้ว แต่อย่าลืมว่าเราใช้ 3x9 กันมาเป็นสิบๆปี ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็น 10 ,11 และ 12 ด้วยเหตุผลทางการตลาด และ การเอาน้ำหนักที่เบามาเป็นตัวล่อ ในช่วงทางซิงเกิลแทร็กปกติ ใช้งานใบกลาง และ เล่นเฟืองหลัง ช่วยให้สามารถปรับอัตราทดของเกียร์ในเหมาะสมกับรอบขาและเส้นทางได้แบบสบายๆ
ช่วงเลยเนินพิศวงขึ้นไปยอดเขา ตรงนี้ชันยาวซึ่มๆ ลงมาจานหน้าเล็กสุด และ เปลียนเฟืองหลังตามความเหมาะสม ส่วนช่วงที่ลงเขาด้วยความเร็วสูง ปรับไปใช้จานหน้าใหญ่สุด แล้ว เล่นเฟืองหลัง รักษารอบขาไม่ให้เร็วจัด ยังช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น
โช้คหน้าที่ให้มา จัดว่าให้ความมั่นคงแข็งแรงในการใช้งานได้ดี ตามมาตรฐานโช้ค แค่เติมแรงดันลมและวัด SAG ให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวคนขี่ ก็สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมแล้ว ร่วนการขี่ตามเส้นทาง ก้านปรับ CTD สามารถปรับได้ง่ายสะดวก แมเไม่มีรีโมท จอดปรับนิดเดียวก็เปลี่ยนโหมดการทำงานได้แล้ว
-โหมด C ใช้สำหรับขึ้นเขาเป็นโหมดที่โช้คจะแข็ง ใช้ปรับสำหรับตอนขึ้นเขา หรือ จะปรับตอนขี่ทางเรียบก็ไม่ผิดกติกา
-โหมด T เป็นโหมดที่ใช้ขี่ในเส้นทางทั่วๆไป
-โหมด D เป็นโหมดใช้ปรับสำหรับตอนขี่ลงเขา
สรุบโดยรวม
MT3 ถือเป็นรถที่คุ้มค่า เหมาะสำหรับมือกลางๆขึ้นไป สามารถใช้ลงแข่งทำการแข่งขันได้สบายๆ จะใช้งานสบายๆออกทริปนี่เหลือๆ ด้วยความสติฟของเฟรมคงถูกใจเสือภูเขาทางเรียบ แต่ถ้าเอาไปลงแทร็กก็ต้องงัดทักษะการควบคุมรถกันหน่อย
ส่วนที่ไม่ด้อยในรถรุ่นนี้ น่าจะเป็นที่ล้อหน้า ยังไม่จัดเต็มเป็นดุมแกนสอด 15x100 มม ทั้งที่หางหลังเป็นแกนสอด 12x142 มม แล้ว ถ้าจัดมาให้เป็นแกนทั้งหน้าหลังจะลงตัวมากกว่านี้
ถ้าใครกำลังมองหารถที่คุ้มค่าคุ่มราคา สามารถใช้แข่งขันได้ รุ่นนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอขอบคุณ บริษัท TCA ที่ให้ยืมรถมาทดสอบด้วยน่ะครับ