ปั่นแล้วชะลอโค้งบ่อยๆกับปั่นทางตรงยาวๆ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
junhom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 327
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2014, 20:37
Tel: 0896119759
team: แอวมองไซคลิ่งทีม
Bike: Giant TCR Advance

ปั่นแล้วชะลอโค้งบ่อยๆกับปั่นทางตรงยาวๆ

โพสต์ โดย junhom »

ที่มาคือปกติจะออกปั่นกันทุกๆเย็น แถวบ้านก็จะมีเส้นทางให้เลือกปั่นอยู่2เส้นทางคือ
1.เส้นทางรอบๆบึง1รอบมีระยะทาง6กิโล แต่มีทั้งโค้งทั้งทางขรุขระบ้าง เส้นนี้จะยืนความเร็วได้30-40เพียง2-3กิโลเท่านั้น เพราะจะต้องชะลอความเร็วเจอโค้งเจอทางขรุขระต้องระวังรถสัญจรไปมาเพราะเป็นสวนสาธารณะ
และเส้นทางที่ 2.ปั่นไหล่ทางถนนยาวประมาณ40กิโล ทางตรงยาวไม่มีอุปสรรคต้องให้ชะลอความเร็วบ่อยแต่มีลมบ้างพอขนกระดิก สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ถ้าไม่หมดก่อน
2เส้นทางนี้ เส้นทางไหนให้ประโยชน์มากกว่ากันครับ :D
"ขอแค่ได้ปั่น"
L-Mong cycling
รูปประจำตัวสมาชิก
Aegistrator
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 142
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2011, 10:47
Tel: 0924023366
Bike: Wilier Cento 1SR/ Cento 1Air
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

Re: ปั่นแล้วชะลอโค้งบ่อยๆกับปั่นทางตรงยาวๆ

โพสต์ โดย Aegistrator »

จริงๆ ผมว่าจำเป็นทั้ง 2 อย่างนะครับ
1. ซ้อมทางโค้งเยอะๆ ผู้คนเยอะหน่อย ข้อดีคือ ได้ฝึกการถ่ายเทน้ำหนักในการเข้าโค้ง จุดนี้จำเป็นตอนที่คุณต้องไปออกไปทริปขึ้น/ลงเขา ทางภูเขาไม่มีทางตรงให้ยาวๆ มีแต่โค้งมากมาย การถ่ายเทน้ำหนักในการเข้าโค้งสำคัญ ฝืกให้ชินเพื่อที่จะได้รู้ว่าแค่ไหนที่เราจะปลอดภัย ส่วนทางขรุขระมีรถสัญจรและผู้คนมาใช้สวนสาธารณะ เป็นการฝึกการตัดสินใจ รวมไปถึงการมีสมาธิ เพราะถ้าพลาดก็คืออบัติเหตุ บางอย่างไม่ได้มาถ้าไม่มีประสบการณ์เฉียดทั้งหลาย

2. เส้นที่ 2 ก็เอาไว้ซ้อมรอบขาและ endurance ซึ่งก็ต้องใช้ประสบการณ์จากเส้นทางแรกเช่นกัน เพราะบางทีไปเรื่อยๆ ทำความเร็วได้สูงก็จริง แต่ความผิดพลาดและอุปสรรค์เราก็ไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่จริงไหมครับ ซึ่งบางวันอาจจะราบเรียบ บางวันอาจจะมีอะไรกีดขวางอยู่ แต่เพราะเราคิดว่าเส้นทางนี้หลับตาปั่นได้ ทำให้เกิดความประมาท

ปั่นจักรยานควรมีสติและพร้อมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสมอ เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด หรือไม่่มีเลยเป็นดี
เสือกินปลาทู
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1469
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:24
Tel: 0887544460
team: ซับซ้อนทีม
Bike: pinarello

Re: ปั่นแล้วชะลอโค้งบ่อยๆกับปั่นทางตรงยาวๆ

โพสต์ โดย เสือกินปลาทู »

junhom เขียน:ที่มาคือปกติจะออกปั่นกันทุกๆเย็น แถวบ้านก็จะมีเส้นทางให้เลือกปั่นอยู่2เส้นทางคือ
1.เส้นทางรอบๆบึง1รอบมีระยะทาง6กิโล แต่มีทั้งโค้งทั้งทางขรุขระบ้าง เส้นนี้จะยืนความเร็วได้30-40เพียง2-3กิโลเท่านั้น เพราะจะต้องชะลอความเร็วเจอโค้งเจอทางขรุขระต้องระวังรถสัญจรไปมาเพราะเป็นสวนสาธารณะ
และเส้นทางที่ 2.ปั่นไหล่ทางถนนยาวประมาณ40กิโล ทางตรงยาวไม่มีอุปสรรคต้องให้ชะลอความเร็วบ่อยแต่มีลมบ้างพอขนกระดิก สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ถ้าไม่หมดก่อน
2เส้นทางนี้ เส้นทางไหนให้ประโยชน์มากกว่ากันครับ :D
บึงขุนทะเลในสุราษฏร์ป่ะคับ :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
junhom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 327
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2014, 20:37
Tel: 0896119759
team: แอวมองไซคลิ่งทีม
Bike: Giant TCR Advance

Re: ปั่นแล้วชะลอโค้งบ่อยๆกับปั่นทางตรงยาวๆ

โพสต์ โดย junhom »

เสือกินปลาทู เขียน:
junhom เขียน:ที่มาคือปกติจะออกปั่นกันทุกๆเย็น แถวบ้านก็จะมีเส้นทางให้เลือกปั่นอยู่2เส้นทางคือ
1.เส้นทางรอบๆบึง1รอบมีระยะทาง6กิโล แต่มีทั้งโค้งทั้งทางขรุขระบ้าง เส้นนี้จะยืนความเร็วได้30-40เพียง2-3กิโลเท่านั้น เพราะจะต้องชะลอความเร็วเจอโค้งเจอทางขรุขระต้องระวังรถสัญจรไปมาเพราะเป็นสวนสาธารณะ
และเส้นทางที่ 2.ปั่นไหล่ทางถนนยาวประมาณ40กิโล ทางตรงยาวไม่มีอุปสรรคต้องให้ชะลอความเร็วบ่อยแต่มีลมบ้างพอขนกระดิก สามารถรักษาความเร็วได้คงที่ถ้าไม่หมดก่อน
2เส้นทางนี้ เส้นทางไหนให้ประโยชน์มากกว่ากันครับ :D
บึงขุนทะเลในสุราษฏร์ป่ะคับ :mrgreen:
ป่าวครับ ขอนแก่นครับผม :D
"ขอแค่ได้ปั่น"
L-Mong cycling
inugami
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 158
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2013, 09:31
Tel: 0894530511
Bike: Ridley Noah RS

Re: ปั่นแล้วชะลอโค้งบ่อยๆกับปั่นทางตรงยาวๆ

โพสต์ โดย inugami »

ผมคิดว่าทางที่ 2 มันใช้ประโยชน์ได้หลากหลายกว่านะ เพราะในเมื่อมันโล่งมันว่าง เราอยากจะซ้อมขี่แบบไหนก็ตามใจเราเลย ส่วนทางแรกนี่ถ้าไม่มีทางขรุขระมันก็ใช้เป็นเส้นทางฝึก Interval ที่ดีได้อยู่หรอก ก็คือเข้าช่วงทางตรง 2-3โลที่ว่าก็ใส่ให้ยับไปเลย สุดทางก็วนไปขี่เรื่อยๆให้เป็นช่วงฟื้นตัว วนสัก 5-6 รอบก็น่าจะไม่เลวครับ แต่ที่จริงจะฝึกแบบนี้บนทางที่ 2 มันก็ได้เหมือนกันไง แค่เส้นทางมันไม่บังคับเรา เราต้องจับเวลาเองแค่นั้นแหละ

สรุปคือถ้าไม่อยากยุ่งยาก ใช้ประโยชน์จากเส้นทางที่บังคับก็ไม่เลวครับ ซ้อมสลับกันระหว่างสองเส้นทาง วันนึงปั่นหนักสลับเบาบนทาง 1 อีกวันก็ปั่นนิ่งๆยาวๆบนทาง 2 ครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”