เจาะลึก การเปิดตัว Trek Domane ใหม่ 2016 เสือหมอบสายคลาสสิครองรับได้ทุกความทรหด

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

เจาะลึก การเปิดตัว Trek Domane ใหม่ 2016 เสือหมอบสายคลาสสิครองรับได้ทุกความทรหด

โพสต์ โดย giro »

เจาะลึก การเปิดตัว Trek Domane ใหม่ 2016
เสือหมอบสายคลาสสิครองรับได้ทุกความทรหด
(Public on 5/4/2016)
00.jpg
00.jpg (88.04 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ความเหนือชั้นควรค่าแห่งการจดจำ
ในโลกแห่งกีฬาจักรยาน สมรภูมิที่แพ้ชนะกันได้ทุกวินาทีบนเส้นทางเก่าแก่ของยุโรปตอนเหนือแห่ง "ปารีส-รูเบซ์" และ "ทัวร์ออฟแฟลนเดอร์" ที่ห้ำหั่นกันมากว่าศตวรรษ เส้นทางแข่งขันได้เฟ้นหาผู้ชนะที่เป้นดั่งขุนศึกที่ต้องพจญกับความหฤโหดของลมหนาว ถูกบดบังสายตาด้วยฝุ่นฟุ้งของโลกยุคโบราณ และกระดูกลั่นจากแรงสั่นสะเทือนของพื้นผิวถนนอิฐอายุกว่าพันปี เพื่อโอกาสที่จะได้ครอบครองชัยชนะในการแข่งขันระดับโลก

01.jpg
01.jpg (46.79 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
เรียบกว่าคือความเร็วที่มากกว่า ของ "โดมาเน่"
พื้นผิวถนนอิฐเป็นตัวบ่งชี้สำคัญระหว่างความอ่อนแอและล้มเหลวของการออกแบบจักรยาน ออกจากความแข็งแกร่งและวิศวกรรมอันล้ำหน้าที่จะพานักจักรยานที่ผ่านการทดสอบไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ ในขณะที่เทือกเขาสูงชันของยุโรปใต้เป็นอาณาจักรยานแห่งนักไต่เขาที่เชี่ยวชาญ เส้นทางทรหดแห่งยุโรปเหนือคือสนามรบถนัดของนักปั่นที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง ในปี 2013 นั้น โลกได้ตราตรึงกับชัยชนะของฟาเบียน คันเฃลลาร่า บนรายการสำคัญทั้งแฟลนเดอร์ และรูเบซ์ติดๆกัน ด้วยจักรยานโดมาเน่ และพาตัวเองขึ้นสู่หนึ่งในทำเนียบตำนานนักปั่นที่ถูกบันทึกเอาไว้ได้สำเร็จ

โดมาเน่รุ่นแรกถูกแนะนำด้วยเทคโนโลยีการออกแบบที่โดดเด่นของเทร็ค "ไอโซ่สปีด" (IsoSpeed) ที่สามารถสร้างการขับขี่ที่นุ่มนวลราบเรียบที่สุดในการออกแบบจักรยานเสือหมอบแข่งขันสักคัน และปีนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเกียรติยศอันไร้กาลเวลาของรายการคลาสสิค และความเกรียงไกรของนักแข่ง โดมาเน่ใหม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นจักรยานที่ไม่มีใครสามารถทัดเทียมเปรียบเทียบได้
03.jpg
03.jpg (35.69 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
โดมาเน่ใหม่ถูกพัฒนามาบนเส้นทางแห่งความท้าทายของความทรหดแบบนี้เป็นหลัก ด้วยแนวความคิดในการออกแบบที่ชัดเจน และปัจจัยแวดล้อมระดับการแข่งขันที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดของโลกเป็นมาตรฐานที่ต้องเอาชนะให้ได้ ควบคู่กับนักกีฬาที่ทรงพลังและมีความสามารถอยู่ในระดับสูงที่สุดของโลกร่วมเป็นหนึ่งในการทดสอบและสรรค์สร้างให้โดมาเน่ใหม่ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ก้าวต่อไปอีกขั้นหนึ่ง
02.jpg
02.jpg (32.71 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ประกอบด้วย 3 เทคโนโลยีสำคัญได้แก่ ไอโซสปีดด้านหน้า, ไอโซสปีดแบบปรับได้ และชุดแฮนด์แบบไอโซคอร์ ที่ประกอบกันเป็นเหตุแห่งผลของการขับขี่ที่ราบเรียบสบาย ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการทดสอบด้วยโปรทีมระดับโลก "เทร็ค-เซกาเฟรโด้ โปรไซคลิ่งทีม" บนเส้นทางในป่าของอาเร็นเบิร์ก และเนินเขาของแฟลนเดอร์ พร้อมด้วยการสร้างเส้นทางจำลองยาว 100 เมตร ขึ้นมาเพื่อทดสอบพัฒนาโดมาเน่โดยเฉพาะ

ผลที่ได้คือการซับแรงสะเทือนที่ทำได้มากที่สุดในเสือหมอบแข่งขันที่มี ด้วยการเพิ่มขึ้น 14% ของการซับแรงด้านหลังในการปรับตั้งต่ำสุด บวกกับซับแรงได้เพิ่มขึ้น 10% ที่ด้านหน้าของเฟรม และ 20% ที่ช่วงแฮนด์เมื่อเทียบกับแฮนด์คาร์บอนโดยทั่วไป ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เป็นรถในฝันบนเส้นทางสุดโหดของนักแข่งชั้นนำทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะไม่เคยมีจักรยานคันไหนที่เทียบเท่ากับเทคโนโลยีสำคัญของโดมาเน่ได้สำเร็จ

เส้นทางถนนอิฐจึงกลายเป็นที่สุดของการทดสอบวิศวกรรมการออกแบบจักรยานแข่งและนักแข่งที่แกร่งที่สุดของโลก ซึ่งโดมาเน่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ของคำว่าสบายบนจักรยานแข่งขันและการขับขี่ควบคุมที่ยอดเยี่ยมแม้แต่บนเส้นทางแข่งขันที่ยากลำบากที่สุด



Front ISOSpeed
ไอโซสปีดด้านหน้า
05.jpg
05.jpg (98.63 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ระบบซับแรงสะเทือนด้านหน้าที่ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลมากขึ้น และสมดุลย์ของการควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้น เป็นแรงส่งให้การขับขี่สามารถทำได้เร็วขึ้น ดุดันขึ้น อย่างไม่ต้องกังวล ด้วยการออกแบบซางตะเกียบที่เป็นอิสระจากภายในท่อคอสามารถขยับเพื่อลดแรงสะเทือนที่ส่งมาจากล้อหน้า ส่งผลให้ซับแรงได้มากกว่าปกติอีก 10% ซึ่งระบบไอโซสปีดสามารถลดแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนจากผิวถนนลงได้โดยไ่ม่เสียความสามารถในการควบคุมรถที่มั่นคงไปด้วย



Rear ISOSpeed
ระบบไอโซสปีดหลังปรับได้
04.jpg
04.jpg (38.63 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ระบบไอโซสปีดที่ลือชื่อของเทร็คสามารถซับแรงสะเทือนจากถนนที่ขรุขระที่สุดได้ ช่วยเพิ่มความสบายและการควบคุมรถที่มั่นคงยิ่งขึ้น และเร็วยิ่งขึ้น ระบบปรับได้แบบใหม่สามารถปรับให้ไอโซสปีดซับแรงสะเทือนในระดับต่างๆตามความเหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ของแต่ละคนและเส้นทางบ เพื่อเลือกระหว่างความแข็งและความราบเรียบที่ต้องการ ทำให้ระบบไอโซสปีดใหม่เป็นเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่าโดมาเน่เดิม สามารถปรับให้การซับแรงสะเทือนทำได้มากกว่าโดมาเน่เดิมอีก 14% ที่กรับปรับตั้งต่ำสุด



ISOSPEED
ไอโซสปีดเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับมาจากการวิจัยและศึกษาจักรยานแข่งขันบนเส้นทางสุดโหดเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกว่า 18 เดือน ได้ผลเป็นความสามารถในการซับแรงสะเทือนส่งให้เกิดความสบายต่อนักจักรยาน ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเทร็คไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาให้ความสามารถในการขับขี่ที่ได้จากรถที่ออกแบบ และตัวเลขจากห้องวิจัยที่พิสูจน์ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
06.jpg
06.jpg (27.15 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
การศึกษาเริ่มขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2014 เมื่อเทร็คเริ่มศึกษาข้อมูลจากผู้ใช้งานและนักแข่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาครั้งใหม่ ปัญหาสำคัญที่ได้จากการศึกษาคือระบบไอโซสปีดเดิมของเทร็คไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักจักรยานที่มีร่างกายแตกต่างกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นโจทย์ในการออกแบบครั้งใหม่ก็คือการออกแบบระบบไอโซสปีดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีความสามารถในการปรับแต่งเพื่อความเหมาะสมสมบูรณ์ที่สุดกับร่างกายและกายภาพของนักจักรยานที่แตกต่างกัน เพราะไม่มีนักแข่ง หรือนักจักรยานคนไหนที่มีร่างกายที่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้นักจักรยานทุกๆคน เข้าถึงความสบายทีใฝ่ฝันได้เหมือนกัน

จากข้อมูลที่ประจักษ์ในห้องวิจัยและการศึกษาการใช้งานจริงยังพบอีกด้วยว่าด้านหน้าของเฟรมที่ยังคงกระด้างสะเทือนส่งผลกับความสามารถในการควบคุมรถและความสบายในการขี่แม้ว่าโดมาเน่เก่าจะมีระบบไอโซสปีดรองรับอยู่ที่ด้านหลังของเฟรม และกลายเป็นอีกโจทย์ในการพัฒนาโดมาเน่ใหม่โดยที่ต้องไม่เสียสละข้อดีในการควบคุมรถไปกับความสบายที่แลกมา ดังนั้นระบบไอโซสปีดด้านหน้าจึงเกิดขึ้นและส่งประสิทธิภาพได้อย่างอิสระเพื่อความสบายของด้านหน้ารถที่เหมาะสม
22.jpg
22.jpg (52.5 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
เมื่อเวลาผ่านพ้นไป 7 เดือน แนวคิดต่างๆในการออกแบบได้ถูกนำมาสรรค์สร้างออกมาเป็นชุดเฟรมตัวอย่างในการศึกษาและพัฒนา ด้วยเฟรมต้นแบบ 3 เฟรม, ตะเกียบต้นแบบ 2 ชุด และชุดแฮนด์ต้นแบบอีก 2 ชุด ต้นแบบทั้งหมดถูกศึกษาทั้งในห้องวิจัยและบนถนนจริงด้วยการทดสอบโดยนักจักรยานในการใช้งานจริง การทดสอบด้วยแรงกระทำจริงในห้องทดลอง และการจำลองระบบเสมือนด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาพิสูจน์สมมุติฐานในการออกแบบให้ได้มากที่สุดก่อนจะเริ่มการผลิตโดมาเน่ใหม่จริงในอนาคต ซึ่งก็ได้ออกมาเป็นปัจจัยสำคัญทั้ง 3 ของมาตรฐานความสบายใหม่ที่เกิดขึ้นบนโดมาเน่



ระบบไอโซสปีดปรับได้
ความสบายที่เลือกปรับได้ตามต้องการ
07.jpg
07.jpg (35.98 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ระบบไอโซสปีดที่เรารู้จักกันดีถูกสร้างมาบนการออกแบบที่สวยงามของระบบท่อนั่ง 2 ชั้นซ้อนกันที่สามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจากถนนและแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน ท่อนั่งทั้ง 2 ยึดติดเข้าด้วยกันด้วยจุดเชื่อมต่อและข้อต่อที่ขยับได้ และมีระบบรองรับแรงที่เกิดขึ้น โดยโครงสร้างทั้ง 2 สามารถขยับให้ได้ได้ในแนวตรง หรือขยับหน้า-หลัง ได้ตามแรงที่ส่งมาจากถนนและน้ำหนักของผู้ขี่ที่กดลงมาเมื่อเกิดแรงกระแทก ช่องว่างภายในช่วยให้แรงสะเทือนที่เกิดขึ้นหมดไปกับการขยับของท่อนั่งที่ขยับได้ ในขณะที่ตัวเฟรมยังคงนิ่งลแะเป็นโครงสร้างหลักของการส่งกำลังเหมือนเดิม การขยับได้ในแนวหน้า-หลังนี่เองที่ช่วยให้ผู้ขี่สามารถรับรู้ความสบายได้แตกต่างกัน แนวคิดในการปรับตั้งความสบายจึงใช้ประโยชน์จากการปรับระยะอิสระในการเคลื่อนที่นี้ หากตัวปรับอยู่ในตำแหน่งด้านล่าง(ใกล้กระโหลก) ระบบไอโซสปีดจะขยับได้มากกว่าส่งผลให้แรงสะเทือนถูกสลายไปมากกว่า และหากปรับตัวปรับขึ้นด้านบน(ใกล้จุดต่อไอโซสปีด) ระบบก็จะให้ตัวได้น้อยลงเนื่องจากตัวปรับได้เข้าไปลดพรื้นที่ว่างในการขยับตัวของท่อนั่งที่เป็นอิสระจากกัน
08.jpg
08.jpg (28.73 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
การทดสอบในห้องวิจัยพิสูจน์ได้ผลออกมาอย่างที่คาดหมาย เมื่อระบบการปรับตั้งไอโซสปีดแบบใหม่ช่วยให้ผู้ขี่สามารถเลือกปรับความสามารถในการซับแรงของไอโซสปีดได้ตามต้องการ ในการทดสอบบนถนนจริง ผู้ขี่สามารถรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนไปของความสบายที่ได้รับเมื่อปรับไอโซสปีดไปอยู่ในตำแหน่งต่างๆ อย่างไรก็ดี ตัวเลขก็เป็นสิ่งสำคัญในการยืนยันประสิทธิภาพที่ชัดเจนกว่า

ในห้องทดสอบวัดความกระด้างแนวตั้ง (Vertical Stiffness) *ความสติฟของเฟรมแบ่งเป็น Vertical Stiffness หรือความสามารถในการรับแรงแนวตั้งส่งผลกับความสบายและ Lateral Stiffness หรือความแข็งในแนวนอนที่เป็นหัวใจหลักของการส่งกำลังที่ดี ด้วยแรงกระทำ 99 นิวตันต่อมิลลิเมตรและ 144 นิวตันต่อมิลลิเมตร ที่การปรับตัวปรับตำแหน่งสูงสุดและต่ำสุด สำหรับโดมาเน่เดิมสามารถรับแรงกระทำได้ 115 นิวตันต่อความบิดตัว 1 มิลลิเมตร นั่นแปลว่าที่ระดับการปรับตั้งแข็งที่สุด โดมาเน่ใหม่มีความแข็งและให้ตัวได้น้อยกว่า ส่วนที่การปรับตั้งที่ระดับความสบายสูงสุด โดมาเน่ใหม่สามารถซับแรงกระแทกและให้ตัวได้ดีกว่าเดิม

เทร็คยังคงนำรถตัวอย่างไปทดสอบยังเส้นทางจริงในป่าอาเร็นเบิร์กด้วยการทดสอบปั่น 43 ครั้งบนความเร็วและรูปแบบการเซ็ทที่แตกต่างกัน และตรวจจับการเคลื่อนที่ของท่อนั่งไอโซสปีดที่แตกต่างกันที่ตัวปรับตั้งแตกต่างกันเทียบกับโดมาเน่เดิม และได้ผลที่น่าพอใจเมื่อโดมาเน่เดิมเก็บข้อมูลได้เทียบเท่ากับช่วงระหว่างการปรับไอโซสปีดใหม่ที่ตำแหน่งตัวเลื่อนกลางและล่าสงสุด และได้ค่าเฉลี่ยของความแตกต่างอยู่ที่ 16% ในตำแหน่งปรับตัวเลื่อนต่างๆ ส่วนผลในห้องทดลองพบว่าค่าเฉลี่ยของความแตกต่างการเคลื่อนที่ของแนวตัวเลื่อนที่ปรับสูงสุด-ต่ำสุดอยู่ที่ 23% และตรวจพบความแตกต่างของการให้ตัวได้สูงสุดถึง 31% ในกระบวนการทดลองการปรับตัวเลื่อนในห้องทดลอง



ไอโซสปีดด้านหน้า
09.jpg
09.jpg (25.84 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
จุดประสงค์ของระบบไอโซสปีดด้านหน้าคือการนำเอาความเด่นของไอโซสปีดที่มีอยู๋ในด้านหลังมาปรับให้ส่งผลดีของความสบายของเฟรมในด้านหน้า โดยนำแนวความคิดมาดัดแปลงให้ตัวซางตะเกียบภายในสามารถขยับได้ในแนวหน้า-หลัง เป็นอิสระจากท่อคอของเฟรม และควบคุมอัตราการให้ตัวที่เหมาะสมด้วยการออกแบบท่อคอด้านบนจำกัดการเคลื่อนตัวของซางตะเกียบที่พอเหมาะ ด้วยการประเมินการให้ตัวต่างๆกันที่ความยาวเสต็มแตกต่างกัน จากข้อสังเกตุที่พบโดยตรงว่าความยาวของเสต็มส่งผลกับความกระด้างของแรงที่ส่งมาสู่ปลายเสต็ม แต่ระบบใหม่ของโดมาเน่เองก็ส่งผลต่างของแรงกระทำได้ดีขึ้นระหว่าง 5-10% การทดสอบนี้ทำให้ทีมงานออกแบบของเทร็คมั่นใจว่าระบบไอโซสปีดด้านหน้าเป็นกุญแจหลักสู่การพัฒนาเฟรมที่มีความสบายสูงขึ้นกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน ขั้นตอนต่อไปก็คือการทดสอบรถตัวอย่างนี้บนถนนจริง และเส้นทางทรหดของจริง การทดสอบถูกทำขึ้นบนทางอิฐจำลองยาว 100 เมตรในมลรัฐวิสคอนซิน จำลองจากเส้นทางถนนอิฐของจริงในอาเร็นเบิร์ก ห้องทดลองนี้ช่วยให้เทร็มีเวลาทดสอบได้อย่างละเอียดตลอดเวลาทั้งปี ควบคุมตัวแปรต่างๆได้อย่างเต็มที่ และทำการปรับละเอียดเพื่อติดตามผลได้ดียิ่งขึ้น
21.jpg
21.jpg (41 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
การทดสอบทั้ง 43 ครั้งบนเส้นทางจำลองดังกล่าวแสดงผลที่น่าพอใจเมื่อโดมาเน่ใหม่สามารถรองรับแรงสะเทือนและให้ตัวในแนวหน้า-หลังได้ดีกว่าโดมาเน่เดิมเฉลี่ย 10% จากทุกๆค่าการปรับตั้ง



เทคโนโลยีไอโซคอร์
10.jpg
10.jpg (27.74 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ด้วยการพัฒนาระบบแฮนด์ไอโซโซน เทร็คได้ต่อยอดมาสู่เทคโนโลยีล่าสุดที่มีชื่อว่า"ไอโซคอร์" ที่รวมเอาพัฒนาการระหว่างแผ่นรองรับแบบไอโซโซนเข้ากับระบบการซับแรงสะเทือนแบบไอโซสปีด ส่วนผสมของยางพิเศษที่สามารถซับแรงสะเทือนได้ถูกใส่เข้าในระหว่างชั้นคาร์บอนแต่ละชั้น ในจุดที่จำเพาะเจาะจงพิเศษเพื่อให้ได้สมรรถนะที่ต้องการมากที่สุด ก่อให้เกิดชั้นพิเศษที่รองรับแรงบิดและสะเทือนได้ดี ทำให้แรงสะเทือนจากผิวถนนถูกสลายออกไปก่อนที่จะส่งต่อมายังมือและร่างกายของนักจักรยาน
11.jpg
11.jpg (27.61 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
กราฟดังกล่าวแสดงให้เห็นความสามารถในการส่งแรงแนวดิ่งของแฮนด์แบบต่างๆบนผิวถนนอิฐที่ทำการทดสอบ ที่สามารถตรวจจับความเร่งของการให้ตัวเมื่อรับแรงกระแทกจากผิวถนนอิฐของแฮนด์แบบต่างๆได้อย่างละเอียด และส่งผลออกมาเป็นตัวเลขที่น่าอัศจรรย์เมื่อแฮนด์ระบบไอโซคอร์สามารถทำประสิทธิภาพได้เหนือแฮนด์อลูมินั่มและคาร์บอนทั่วไปได้ถึง 24% และ 20% ตามลำดับ



ช่องว่างใส่ยางหน้ากว้างขึ้น
15.jpg
15.jpg (48.46 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ด้วยการออกแบบให้รองรับยางขนาดใหญ่ขึ้น โดมาเน่ใหม่สามารถขับขี่ไปบนถนนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน การออกสำรวจเส้นทาง ท่องเที่ยว ไปบนเส้นทางที่เสือหมอบทั่วไปยากจะเข้าไปทำความเร็วได้ Domane SLR มาพร้อมกับการออกแบบเฟรมระบบริมเบรคและรองรับดิสค์เบรค เมื่อโดมาเน่ใหม่สามารถรองรับยางหน้ากว้าง 28c ในรุ่นริมเบรคและ 32c ในรุ่นดิสค์เบรค โดยที่ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของ CPSC และ ISO

สำหรับรุ่นริมเบรคใช้เบรคแบบไดเร็คเมาท์ และแกนสอดแบบ 12 มม. สำหรับรุ่นใบดิสค์เบรค เลือกใช้ระบบ Flat Mount ที่เล็กลง บางลง แต่ยังคงให้คุณภาพการเบรคที่เหนือชั้น

20.jpg
20.jpg (60.42 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
นอกจากนั้นยังได้นำจุดเด่นจากเสือหมอบรุ่นอื่นๆของเทร็คมาใส่เอาไว้ในโดมาเน่ใหม่เช่นระบบโดมาเน่คอนโทรลเซ็นเตอร์(Domane Control Center) หรือช่องใส่อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับชุดเกียร์ไฟฟ้าที่รวมเอาจุดเชื่อมต่อ แบทเตอรี่และอจุดชาร์จแบทเตอรี่เอาไว้ที่ท่อล่างเพื่อความเรียบสมบุรณ์และช่วยเพ่ิมความแอโร่ไดนามิคส์ให้เฟรมอีกด้วย

12.jpg
12.jpg (45.73 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
อย่าเพิ่งเข้าใจกันว่าโดมาเน่จะเป็นรถขี่สบายที่ยวบยาบในการส่งกำลัง เพราะทีมออกแบบของโดมาเน่ยังคงรักษามาตรฐานของความสามารถในการส่งกำลังที่เหมาะสมเพื่อรองรับนักแข่งที่แข็งแกร่งในการแข่งขันบนเส้นทางสุดโหดนี้ได้เป็นอย่างดีไม่ต่างจากรถแข่่งขันสายพันธุ์อื่นๆของเทร็ค และเลือกใช้ระบบกะโหลกที่เป็นจุดเด่นของเทร็คอย่าง BB90 และการออกแบบท่อคอแบบ E2 ที่ส่งกำลังได้ดี มีความสติฟในแนวระนาบที่เชื่อถือได้



OCLV
19.jpg
19.jpg (23.75 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
สำหรับเทร็ค มั่นใจในความสามารถของเทคโนโลยีคาร์บอนเป็นที่สุด ด้วยความสามารถในอุตสาหกรรมคาร์บอนระดับแนวหน้า รวมกับประสบการณ์อันยาวนานอันดับต้นๆของการเลือกใช้คาร์บอนในการออกแบบจักรยานในอุตสาหกรรมจักรยานเป็นรายแรกๆ ทำให้เทร็คซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นของตนเองสามารถควบคุมการผลิตได้ตั้งแต่ระดับวัสดุตั้งต้นเพื่อมาผลิตเฟรมจักรยานที่ดีที่สุด ด้วยแนวคิดหลักของอุตสาหกรรมคาร์บอนได้แก่ คุณภาพ, ความแม่นยำ และ มาตรฐานที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุระดับไหน ความละเอียดในจุดสำคัญเพียงใด โรงงานอุตสาหกรรมคาร์บอนของเทร็คก็ต้องสามารถผลิตเฟรมจักรยานคาร์บอนออกมาได้ตามมาตรฐานที่ต้องการทุกครั้ง
13.jpg
13.jpg (54.78 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ย้อนกลับไปเมื่อ 24 ปีที่แล้ว เทร็คตัดสินใจเริ่มต้นอุตสาหกรรมคาร์บอนของตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลอย่างละเอียด ถือเป็นการลงทุนที่เสี่ยงและใช้ต้นทุนสูงมากๆสำหรับอุตสาหกรรมจักรยาน แต่ด้วยปรัชญาของการทำงานของเทร็คที่ต้องการความสมบูรณ์แบบทำให้จุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมคาร์บอนของเทร็คในอเมริกากลายเป็นสิ่งพิสูจน์ความมุ่งมั่น เมื่อโรงงานของเทร็คเข้าถึงมาตรฐานอุตสาหกรรมชั้นสูง ทั้งคุณภาพการผลิตและการควบคุมคุณภาพ โดยเลือกใช้คาร์บอนจากแหล่งวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น
16.jpg
16.jpg (31.71 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
จุดเด่นที่สำคัญของ OCLV คือการควบคุมคุณภาพของคาร์บอน ไม่เพียงการเลือกใช้วัสดุที่ดีมาก แต่ยังหมายถึงการควบคุมคุณภาพของการผลิตทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐานเดียวกันกับโรงงานของเทร็คในอเมริกา ดังนั้นไม่ว่าเทร็คแต่ละรุ่นจะผลิตที่ใดก็ตามในโลกนี้ ย่อมต้องใช้เกณฑ์มาตรฐานและการควบคุมคุณภาพของเทร็คเป็นสำคัญ ซึ่งระบบซ่อนสายแบบใหม่ของแนวการออกแบบเสือหมอบกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่แบ่งแยกเฟรมที่ดีมีคุณภาพออกจากเฟรมที่วิ่งไล่ตามการออกแบบ เมื่อการซ่อนระบบต่างๆหมายถึงการเลือกใช้คาร์บอนที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น การผลิตและออกแบบที่ต้องเข้าถึงรายละเอียดมากกว่า ไม่ใช่เพียงการเจาะรูบนเฟรมเพื่อให้สายวิ่งผ่านด้านในเท่านั้น

และสุดท้ายคือการทดสอบที่หนักหนายิ่งกว่าการใช้งาน เพื่อให้แน่ใจว่าเฟรมของเทร็คที่ออกมาจากมาตรฐานที่รับรองสามารถใช้งานได้จริงและรองรับเหตุไม่คาดฝันได้ยิ่งกว่าที่คาดเอาไว้ เพราะในการแข่งขันจักรยานไม่ใช่เพียงต้องเบาและแข็งแรงรับแรงจากนักกีฬาได้ แต่ต้องทนทานที่จะฝ่าไปบนถนนที่สุดโหด พบกับแรงสะเทือน กระแทกต่างๆมากมาย รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเทร็คจึงสร้างมาตรฐานการทดสอบเหล่านี้เอาไว้รองรับการใช้งานที่แท้จริง



การออกแบบองศาให้เหมาะสม
17.jpg
17.jpg (58.72 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะออกแบบเฟรมจักรยานที่ดี ให้กับใครสักคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะออกแบบเฟรมที่ดีเหมาะสมสำหรับนักขี่หลายๆคนโดยที่เฟรมนั้นยังคงมีสมรรถนะไม่แตกต่างกัน สำหรับโดมาเน่ เป้าหมายสำคัญคือการแข่งขัน แต่ยังคงต้องมุ่งเน้นไปที่ความสบายและการควบคุมรถที่ดีเยี่ยม ดังนั้นองศาของการออกแบบจึงสร้างให้ออกมามีมิติที่เอื้อให้ผู้ขี่อยู่ในท่าทางที่สบายได้ง่าย ท่อคอที่สูงกว่าส่งผลให้อัตราการก้มลดลง และควบคุมรถบนเส้นทางขรุขระได้ง่ายยิ่งขึ้น องศาเหล่านี้ได้มาจาก ฐานล้อที่ยาวขึ้น ท่อคอที่สั้นดุดัน จุดศูนย์ถ่วงของเฟรมและกะโลหกที่ลดต่ำลง ทั้ง 3 อย่างเทร็คเรียกมันว่า Pro Endurance Geometry ซึ่งหมายถึงองศาที่เหมาะกับการแข่งขันแบบทรหด ไม่ใช่การออกแบบรถขี่เล่นๆสบายๆออกมาเท่านั้น

เฟรมจึงมีบุคลิกภาพที่เหมือนกับรถแข่งที่ยังคงตอบสนองได้ดี ฉับไว แต่ควบคุมได้ง่าย มั่นคงบนเส้นทางยากลำบาก มีความมั่นคงสูงในเส้นทางแคบและการเข้าโค้งความเร็วสุงอย่างรวดเร็วในช่องทางแคบๆของถนนอิฐ องศาต่างๆช่วยให้สามารถเซ็ทรถออกมาในลักษณะดุดันได้เต็มที่ เพื่อความแอโร่ไดนามิคส์ยืดระยะการเอื้อมไปด้านหน้าได้อย่างมั่นใจ ในขณะที่ไม่เสียการทรงตัวและควบคุมรถที่ดีไป


อีกไม่นาน DOMANE 2016 ก็จะมาถึงเมืองไทย สำหรับนักปั่นชาวไทยส่วนมากเมื่อพูดถึงเสือหมอบ"เอ็นดูแรนซ์" ก็จะส่ายหัวแล้วบอกว่าหนัก ย้วย ขี่ไม่สนุก ไม่เหมาะกับการทำความเร็ว ...แต่สำหรับสายตาของนักออกแบบและนักปั่นระดับโลก จักรยานอย่าง DOMANE คือความลงตัวของการแข่งขันที่สำคัญ สิ่งหนึ่งที่ต้องแก้ไขความเข้าใจกันให้ได้ก่อนจะเปิดใจรอคอย DOMANE คือ "รถนุ่มไม่พุ่ง" ...นี่คือความเชื่อผิดๆที่ฝังลึกอยู่มานานสำหรับค่านิยมเดิม แต่ใครจะรู้สึกมันได้บบ้าง ต้องลองศึกษาและจับตามอง "โดมาเน่" หนึ่งในผู้นำการพลิกการออกแบบเสือหมอบแข่งขันที่อยู๋บนแนวคิดของความสบายเพื่อการออกแรงได้ดีเยี่ยม และความมั่นคงบนเส้นทางที่ยากลำบาก

กี่คนแล้วที่พยายามฝืนสังขาร ลุยไปบนทางยาวไกลบนรถที่กระด้างและการฟิตรถออกมาดุดันจนหมดสภาพหมดแรง และอีกกี่คนที่พยายามทำความเร็วบนถนนที่สั่นสะท้าน กระเด้งกระดอนควบคุมรถไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุเจ็บตัวเสียทรัพย์ ลองทำความรู้จักกับรถที่ออกแบบมาลักษณะของ DOMANE ดูสักนิด อาจจะพบกับเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากเสือหมอบอื่นๆก็เป็นได้
18.jpg
18.jpg (91.37 KiB) เข้าดูแล้ว 8684 ครั้ง
[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 722326.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
ตาโจ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4193
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 16:38
ติดต่อ:

Re: เจาะลึก การเปิดตัว Trek Domane ใหม่ 2016 เสื้อหมอบสายคลาสสิครองรับได้ทุกความทรหด

โพสต์ โดย ตาโจ »

ขอเสริมด้วยคลิปพรีเซ็นต์ Domane SLR จาก Trek ครับ

[align=center][/align]
รูปประจำตัวสมาชิก
sompong39
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2664
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 08:33
Tel: 0981019695
team: แอบขี่ ...
Bike: แม่บ้าน พับ หมอบ ภูเขา ทัวร์ริ่ง

Re: เจาะลึก การเปิดตัว Trek Domane ใหม่ 2016 เสื้อหมอบสายคลาสสิครองรับได้ทุกความทรหด

โพสต์ โดย sompong39 »

:?
___H__
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”