การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- setta2001
- ขาประจำ
- โพสต์: 619
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 13:11
- team: ไม่มีมั่ว
- Bike: Intenso กะ AirBike กะ K2
- ติดต่อ:
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ขี่มาสิบกว่าปีไม่เคยหยุดอัพรถเลย ถูกบ้างแพงบ้าง มีความสุขที่ได้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ มีอะไรให้ทำเยอะแยะ มีความสุขที่ได้เห็นรถเราสวยและปั่นดีขึ้นมันยิ่งทำให้อยากปั่นมากขึ้น แต่ต้องอยู่ในงบที่เราพอซื้อได้ไม่เดือดร้อน มันคือรางวัลสำหรับชีวิตผมครับ
- Tdf
- ขาประจำ
- โพสต์: 1703
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2012, 22:06
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ผมมาเห็นสัจธรรมตอนไปลองแข่งพวกใจเกินร้อยมาหลายงาน เจอคนที่ได้ตำแหน่งใช้รถเฟรมอลูธรรมดา หรือตอนปั่นสู้รถเสือภูเขาหนักๆผู้หญิงเด็กไม่ได้ ถึงได้บรรลุว่าความเร็วแรงมันอยู่ที่คนไม่ใช่รถหรืออุปกรณ์ หลังจากนั้นเลิกแต่งรถตั้งหน้าตั้งตาซ้อมเป็นหลัก
-
kk
- ขาประจำ
- โพสต์: 690
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:27
- Tel: 0814287206
- team: -
- Bike: salsa
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ก็ปั่นไป ปั่นให้คุ้ม ยังไงมันก็คุ้มกว่าไม่ปั่นแล้วป่วย
ผมมีเพียบ ก็คนมันชอบ มันมีความสุข ทั้งได้ดู ได้ปั่น
ทำงานมาเหนื่อย มันก็ให้รางวัลตัวเองบ้าง
แล้วมันก็เป็นงานออกแบบที่ดี บางเฟรมเป็นงานดีไซน์ที่คิดมาเยอะ
ไอ้ปั่นแรงก็อีกเรื่อง คนมีเวลาซ้อมมันแรงทุกคนแหล่ะ คนงานยุ่ง ซ้อมไม่เท่าเขา
มันจะแรงได้ไง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องมาเปรียบกัน
รถแพงแรงไม่มี อะไรเนี่ย เก็บกดทั้งนั้น
อัพเท่าที่เราไม่เป็นหนี้ก็พอ
ผมมีเพียบ ก็คนมันชอบ มันมีความสุข ทั้งได้ดู ได้ปั่น
ทำงานมาเหนื่อย มันก็ให้รางวัลตัวเองบ้าง
แล้วมันก็เป็นงานออกแบบที่ดี บางเฟรมเป็นงานดีไซน์ที่คิดมาเยอะ
ไอ้ปั่นแรงก็อีกเรื่อง คนมีเวลาซ้อมมันแรงทุกคนแหล่ะ คนงานยุ่ง ซ้อมไม่เท่าเขา
มันจะแรงได้ไง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องมาเปรียบกัน
รถแพงแรงไม่มี อะไรเนี่ย เก็บกดทั้งนั้น
อัพเท่าที่เราไม่เป็นหนี้ก็พอ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
มันก็พูดยากครับ แต่ละคนก็มีปรัชญาในการใช้ชีวิตและการแสวงหาความสุขที่แตกต่างกัน
การจะเปลี่ยนจากสายวัตถุ มาเป็นสายใช้งานได้นั้น มันก็ต้องใช้เวลา
ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนผมถ่ายรูปมาตั้งแต่สมัยกล้องฟิล์ม เคยทำตัวเป็นสายวัตถุ หาเลนส์โน่นนี่นั่นมาใช้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็พบความจริงว่า ถ้าไม่ออกไปถ่าย ไม่ออกไปภาคสนาม มีอุปกรณ์แพงๆก็แค่นั้น
พอมาเป็นจักรยาน ตั้งแต่ยุคเสือภูเขา ระยะแรกๆก็แสวงหาครับ แล้วก็มาถึงจุดที่เหมือนกับกล้องถ่ายรูปก็คือ พบว่าสัจจธรรมของมันคล้ายกัน คือ จะเอาชนะสิ่งข้างหน้าได้ก็คือต้องฝึกซ้อม ( เหมือนกับต้องออกไปถ่ายภาพเพื่อพัฒนาฝีมือนั่นแหละ นั่งดูรูปกับอุปกรณ์มันไม่ช่วยให้เก่งขึ้นได้ )
พอปั่นไปได้ถึงจุดหนึ่ง ก็เริ่มเข้าใจ เปลี่ยนจากการแสวงหาอุปกรณ์เป็นแสวงหาวิธีการและเวลาในการซ้อม
ลองเปลี่ยนไปเน้นหาวิธีการซ้อม หาเพื่อนซ้อม หาเวลาซ้อม บางทีก็จะเลิกอัพอุปกรณ์เองแหละครับ
หรือ บางทีอาจจะต้องอัพจนไม่รู้จะอัพอะไรก่อนกระมังจึงค่อยแสวงหาวิธีการซ้อม ฮ่า ฮ่า ฮ่า
การจะเปลี่ยนจากสายวัตถุ มาเป็นสายใช้งานได้นั้น มันก็ต้องใช้เวลา
ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนผมถ่ายรูปมาตั้งแต่สมัยกล้องฟิล์ม เคยทำตัวเป็นสายวัตถุ หาเลนส์โน่นนี่นั่นมาใช้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็พบความจริงว่า ถ้าไม่ออกไปถ่าย ไม่ออกไปภาคสนาม มีอุปกรณ์แพงๆก็แค่นั้น
พอมาเป็นจักรยาน ตั้งแต่ยุคเสือภูเขา ระยะแรกๆก็แสวงหาครับ แล้วก็มาถึงจุดที่เหมือนกับกล้องถ่ายรูปก็คือ พบว่าสัจจธรรมของมันคล้ายกัน คือ จะเอาชนะสิ่งข้างหน้าได้ก็คือต้องฝึกซ้อม ( เหมือนกับต้องออกไปถ่ายภาพเพื่อพัฒนาฝีมือนั่นแหละ นั่งดูรูปกับอุปกรณ์มันไม่ช่วยให้เก่งขึ้นได้ )
พอปั่นไปได้ถึงจุดหนึ่ง ก็เริ่มเข้าใจ เปลี่ยนจากการแสวงหาอุปกรณ์เป็นแสวงหาวิธีการและเวลาในการซ้อม
ลองเปลี่ยนไปเน้นหาวิธีการซ้อม หาเพื่อนซ้อม หาเวลาซ้อม บางทีก็จะเลิกอัพอุปกรณ์เองแหละครับ
หรือ บางทีอาจจะต้องอัพจนไม่รู้จะอัพอะไรก่อนกระมังจึงค่อยแสวงหาวิธีการซ้อม ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- urii
- สมาชิก
- โพสต์: 90
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 12:41
- ติดต่อ:
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
อันนี้บอกกันยากครับ ต้องเจอกับตัวถึงจะเข้าใจว่า มากไปแล้วน่ะ ควรหยุดหรือลดลงหน่อยน่ะ
ส่วนตัวผมใช้วิธี หากิจกรรมอื่นลองทำดู นอกจากการปั่นครับ เช่นวิ่ง ว่ายน้ำ และเอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่มันเห็นผลตอบแทน
พอเราได้ลองำหลายอย่าง จักรยานก็จะไม่ใช่สิ่งเดียวที่เรามีอีกต่อไป (ในกรณีผมเองน่ะครับ)
ต่อไปเราก็จะเริ่มเข้าใจว่าการออกซ้อมนั้นสำคัญกว่าอุปกรณ์ ความฟิตสำคัญกว่าความเร็ว และความสนุกหรือความสุขก็สามารถหาได้จากสิ่งอื่นได้เหมือนกัน
ส่วนตัวผมใช้วิธี หากิจกรรมอื่นลองทำดู นอกจากการปั่นครับ เช่นวิ่ง ว่ายน้ำ และเอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่มันเห็นผลตอบแทน
พอเราได้ลองำหลายอย่าง จักรยานก็จะไม่ใช่สิ่งเดียวที่เรามีอีกต่อไป (ในกรณีผมเองน่ะครับ)
ต่อไปเราก็จะเริ่มเข้าใจว่าการออกซ้อมนั้นสำคัญกว่าอุปกรณ์ ความฟิตสำคัญกว่าความเร็ว และความสนุกหรือความสุขก็สามารถหาได้จากสิ่งอื่นได้เหมือนกัน
- peep_bmw
- ขาประจำ
- โพสต์: 1783
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2013, 15:48
- Bike: Trek 4900
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
คห.ผม ถ้าไม่เดือดร้อนใครจริงๆ ทั้งตัวเองและครอบครัว เรามีความสุขที่ตรงไหนก็ทำไปเถอะครับ บางคนมีความสุขกับการอัพ การทดลองอะไหล่ใหม่ๆไปเรื่อยๆ ออกไปปั่นมากหรือน้อยก็ไม่ใช่ประเด็น เลือกที่เราแฮปปี้ ไม่งั้นพอคนบอกว่าเราซื้อมาแพงแต่ปั่นน้อย เรามานั่งคิดมากก็เป็นทุกข์อีก ต้องบอกว่า "เอาที่สบายใจ" ละกันครับ
-
khantaseree
- สมาชิก
- โพสต์: 65
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2014, 09:28
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
เข้ามาอิจฉาหลายๆท่านมีตังค์อัพของใหม่ครับ
ผมก็ชอบอัพครับ หาของเอง ทำเอง ได้ศึกษาแก้ไขปัญหาไปเรื่อย มันก็สนุกดีครับ
แต่ผมเน้นของมือสองครับ งบน้อย 55
ผมก็ชอบอัพครับ หาของเอง ทำเอง ได้ศึกษาแก้ไขปัญหาไปเรื่อย มันก็สนุกดีครับ
แต่ผมเน้นของมือสองครับ งบน้อย 55
- mek777
- ขาประจำ
- โพสต์: 754
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:02
- team: (- -" )
- Bike: Java Decaf TT
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
จขกท.ครับ รู้สึกว่าคนยุจะมากกว่านะครับ ตามกระแสเถอะ
-
simple_shot
- ขาประจำ
- โพสต์: 118
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2014, 12:24
- Bike: Bianchi Sempre pro
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ถ้า up แล้วเอามาขี่ ไม่ได้จอดไว้เฉยๆ ถือว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปครับ มันเป็นการกระตุ้นให้เราอยากขี่เรื่อยๆ
ยิ่งออกกำลังกายบ่อยสุขภาพก็จะดีขึ้น
เงินเสียเงินไปถ้าเทียบกับการ admit ในโรงพยาบาลเอกชนซัก 3-4 วัน นี่อาจจะน้อยกว่านะครับ
ใช้เงินแบบนี้ดีกว่าเอาเงินไปให้หมอครับ
ปล.แต่โปรดขี่ด้วยความระมัดระวัง อย่าห้าวเกินจำเป็น ถ้าล้มแรงๆทีนึง ก็ต้องจ่ายให้ทั้งหมอและค่าจักรยานใหม่เลย
ยิ่งออกกำลังกายบ่อยสุขภาพก็จะดีขึ้น
เงินเสียเงินไปถ้าเทียบกับการ admit ในโรงพยาบาลเอกชนซัก 3-4 วัน นี่อาจจะน้อยกว่านะครับ
ใช้เงินแบบนี้ดีกว่าเอาเงินไปให้หมอครับ
ปล.แต่โปรดขี่ด้วยความระมัดระวัง อย่าห้าวเกินจำเป็น ถ้าล้มแรงๆทีนึง ก็ต้องจ่ายให้ทั้งหมอและค่าจักรยานใหม่เลย
-
tianyou
- สมาชิก
- โพสต์: 50
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2013, 12:34
- Bike: XDS K800
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ตอนนี้ผมเล่นกีฬาอย่างอื่นสลับกับปั่น ช่วยได้เยอะครับ เล่นอย่างอื่นมันไม่ต้องมานั่งอัพทุกเดือน อาจจะมีค่าสนาม ค่าอุปกรณ์
-
restart
- ขาประจำ
- โพสต์: 494
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2016, 13:29
- Bike: MTB และ รถพับ
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ให้อัพตัวที่ชอบไปเลยครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งอัพอีก อย่างน้อยก็หยุดความอยากไปได้หลายปีก่อนจะที่จะอัพอีกครั้ง 
-
paisral
- สมาชิก
- โพสต์: 16
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2014, 13:13
- Tel: +66-044-252047
- team: อิสระ
- Bike: spacializer allez , Cannoldale CAAD 10
- ติดต่อ:
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ปั่นให้มากๆครับ จะลืมอัฟไปเรย แล้วจะรู้ว่ามันอยู่ทีความแข็งแรงของเราไม่ใช่ที่อุปกรณ์ ผมเนี่ยะ เคยอยากจะอัฟล้อแพงๆ ทีเค้าว่าดี แต่ปั่นไปปั่นมาผมยังใช้ล้อเดิมยุเรย ลืมอัฟไปเรย
-
inugami
- ขาประจำ
- โพสต์: 158
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2013, 09:31
- Tel: 0894530511
- Bike: Ridley Noah RS
Re: การจะหยุดอัพรถ หยุดเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยๆ มีแนวคิดอย่างไรกันบ้างคับ
ความพอดีมันไม่มีหรอกครับ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ลองตลอดเวลา แต่ขี่ได้แต่บนเทรนเนอร์ด้วยความที่หน้าที่การงานทำให้ไม่สะดวกจะออกปั่น แต่ถามว่ามีความสุขดีไหม ก็สุขดีครับ ได้ศึกษา ได้ลองใช้อุปกรณ์โน่นนั่นนี่เยอะแยะ แต่ผมมันเบี้ยน้อยหอยน้อยหน่อยก็อาศัยซื้อมือสองขายมือสามเอาครับ ขาดทุนน้อยหน่อย ส่วนของที่ซื้อมาแล้วตัดใจขายไม่ได้ก็ไม่ต้องขายครับ เก็บไว้ให้มันหายอยาก แตก่็ต้องทำใจว่าเดี๋ยวมันตกรุ่นราคาก็ตก หรือเราซื้อของใหม่มามันก็อาจจะถูกขายออกไปทั้งที่เรายังไม่ได้ใช้มันเลย แต่นั่นมันก็ไม่เชิงว่าเป็นปัญหาหรอกครับ ตราบใดที่เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินๆทองๆ
ส่วนตัวผมขี่มาราวๆสองปี เปลี่ยนเฟรมไป4(สเป ไจแอนท์ ลุค ริดลีย์) ชุดเกียร์4(105 athena athenaEPSที่ไม่ทันได้ประกอบ Superrecord) ล้อเกิน 10คู่(Zipp303-2 404-2คู่ DT powertap ซีรอคโค่ ชามาล อีสตันec90 aero นิช ล้อประกอบอีก2-3คู่) เบาะเกิน 10 ใบ(เบาะนี่เกินครึ่งลองไม่เกิน1ชม.ก็ขาย) นี่ยังไม่นับช่วงที่บ้าจักรยานวินเทจ ซื้อเฟรมซื้อเกียร์มายำเองประกอบเองมาถ่ายรูปแปบๆละก็ขายประมาณ 4-5คัน อันนี้หมดเยอะมาก 555 ถามว่ามีคิดแบบคุณพี่ไหมผมก็คิดนะว่าเอาเงินส่วนต่างที่เสียไปนี่ซื้อรถเทพๆได้คันนึงแล้วมั้ง แต่ผมว่าทำแบบนั้นมันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ที่เราต้องการอยู่ดีครับ ในเมื่อเราชอบที่จะลองเราก็ควร"ลอง"ให้มันสุดไปครับ ถ้ากลัวเจ็บตัวมากก็มาเล่นมือสอง ซื้อมาขายไป ก็ช่วยโปะให้มันไม่บานปลายได้พอสมควร
ปัจจุบันเหลือหมอบ 1 คัน วินเทจ1คัน และก็ภูเขาไว้ขี่เล่นอีก 1 คัน ที่ผ่านมาเราก็หมดไปเยอะแต่เราก็ได้รู้ได้ลองอะไรมากกว่าคนอื่นๆเหมือนกันครับ และสำหรับผมมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการซ้อมของเราเลยด้วยครับเพราะเราก็ยังขี่คันอื่นได้อยู่ และเป้าหมายที่อยากจะ "แรง" กับอยากจะ "ลอง" มันก็คนละเป้าหมายกันครับ ผมถือคติว่า อยากแรงก็ซ้อม อยากลองก็ซื้อครับ
ปล. เป้าหมายต่อไป Bora One 50 2016 งอกอีกแล้วครับ 5555
ส่วนตัวผมขี่มาราวๆสองปี เปลี่ยนเฟรมไป4(สเป ไจแอนท์ ลุค ริดลีย์) ชุดเกียร์4(105 athena athenaEPSที่ไม่ทันได้ประกอบ Superrecord) ล้อเกิน 10คู่(Zipp303-2 404-2คู่ DT powertap ซีรอคโค่ ชามาล อีสตันec90 aero นิช ล้อประกอบอีก2-3คู่) เบาะเกิน 10 ใบ(เบาะนี่เกินครึ่งลองไม่เกิน1ชม.ก็ขาย) นี่ยังไม่นับช่วงที่บ้าจักรยานวินเทจ ซื้อเฟรมซื้อเกียร์มายำเองประกอบเองมาถ่ายรูปแปบๆละก็ขายประมาณ 4-5คัน อันนี้หมดเยอะมาก 555 ถามว่ามีคิดแบบคุณพี่ไหมผมก็คิดนะว่าเอาเงินส่วนต่างที่เสียไปนี่ซื้อรถเทพๆได้คันนึงแล้วมั้ง แต่ผมว่าทำแบบนั้นมันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ที่เราต้องการอยู่ดีครับ ในเมื่อเราชอบที่จะลองเราก็ควร"ลอง"ให้มันสุดไปครับ ถ้ากลัวเจ็บตัวมากก็มาเล่นมือสอง ซื้อมาขายไป ก็ช่วยโปะให้มันไม่บานปลายได้พอสมควร
ปัจจุบันเหลือหมอบ 1 คัน วินเทจ1คัน และก็ภูเขาไว้ขี่เล่นอีก 1 คัน ที่ผ่านมาเราก็หมดไปเยอะแต่เราก็ได้รู้ได้ลองอะไรมากกว่าคนอื่นๆเหมือนกันครับ และสำหรับผมมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการซ้อมของเราเลยด้วยครับเพราะเราก็ยังขี่คันอื่นได้อยู่ และเป้าหมายที่อยากจะ "แรง" กับอยากจะ "ลอง" มันก็คนละเป้าหมายกันครับ ผมถือคติว่า อยากแรงก็ซ้อม อยากลองก็ซื้อครับ
ปล. เป้าหมายต่อไป Bora One 50 2016 งอกอีกแล้วครับ 5555