ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

ผมห่างหายไปจากบอร์ดนี้นานหลายปีทีเดียว

วันนี้มีเวลานั่งจัดไฟล์ในคอมพิวเตอร์ใหม่

ถึงได้มีโอกาสได้กลับมาอ่านบันทึกการเดินทางครั้งหนึ่ง...

ที่ปั่นจักรยานจาก กรุงเทพฯ เพื่อไปบึงกาฬ

ซึ่งบันทึกการเดินทางนี้ได้เขียนขึ้นเมื่อปลายปี 2557

จากการเดินทางที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายปีของปี 2556

ความตั้งใจแรกตอนที่เขียนบันทึกนี้เพื่อที่จะถ่ายทอดการเดินทางผ่านนิตยสารจักรยานฉบับหนึ่ง

แต่ก็มาเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝัน สำหรับการจากไปของพี่อิทเสียก่อน

บันทึกนี้ก็เลยถูกเก็บไว้อย่างเงียบๆ ในคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของผม

ในเมื่อวันนี้... ผมได้กลับมาอ่านเรื่องราวนี้ เลยถือโอกาสร่วมแชร์กับชาวนักปั่นด้วยเลย

จึงเป็นที่มาของการกลับมาในบอร์ดนี้ในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง...




ด้วยรักและคิดถึงพี่อิท Cycling Plus ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

หลักสี่ กรุงเทพฯ – บุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ

การปั่นจักรยานทางไกลมักมีจุดเริ่มต้นจากความท้าทาย นักปั่นจักรยานหลายต่อหลายคนที่ก้าวเข้าสู่โลกของการปั่นทัวร์ริ่ง เพราะอยากออกไปผจญภัย พร้อมกับบททดสอบสภาพร่างกาย และจิตใจของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักจักรยานที่ปั่นเดี่ยวเดินทางตามลำพัง หัวใจที่แน่วแน่มั่นคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ แต่เมื่อผ่านการเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่า ประสบการณ์มักจะสอนให้นักทัวร์ริ่งมองความท้าทายเป็นเรื่องรอง เป้าหมายที่แท้จริงคือการได้ออกไปเผชิญโลกกว้าง ได้มองเห็นธรรมชาติ วิถีชีวิตอย่างใกล้ชิดที่เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการปั่นจักรยานทางไกลทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขบนความเหนื่อยล้า และที่กล่าวมาข้างต้น ก็ไม่ได้ยกเว้นสำหรับตัวผมเช่นกัน
ผมเริ่มเดินทางไกลด้วยจักรยานครั้งแรกก็ด้วยเพราะความที่อยากพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเอง ฝึกซ้อมมาตามหลัก เน้นหนักเรื่องพละกำลัง คิดว่าปั่นให้ไกล ไปให้นาน น่าจะพอทัวร์ริ่งกับเขาได้ ครั้งหนึ่ง ณ ประจวบคีรีขันธ์ ได้พบกับนักปั่นทัวร์ริ่งมากประสบการณ์ชาวออสเตรเลีย ซึ่งแกให้ทัศนะกับการปั่นของผมในคราวนั้นว่า ผมอาจเป็นนักปั่นไกลที่ทำเวลาได้ดี แต่ยังห่างกับการเป็นนักปั่นทัวร์ริ่ง คำพูดนี้ทำให้ผมเก็บมาครุ่นคิดอยู่นาน และกว่าจะเข้าใจถึงความหมายของมันอย่างลึกซึ้ง ต้องแลกมาด้วยการเดินไกลนับหมื่นกิโลเมตรทีเดียว นักปั่นทัวร์ริ่งคุณภาพมีทั้งทฤษฎี และความแข็งแกร่งเป็นพื้นฐาน เพราะหากขาดทั้งสองอย่างนี้เป็นการยากที่จะปั่นได้ไกลและนานอย่างมีความสุข เมื่อฝึกฝนจนถึงจุดหนึ่งประสบการณ์จะสร้างรูปแบบการปั่นที่เป็นเฉพาะตัวของนักปั่นแต่ละคน หัวใจของการปั่นแบบทัวร์ริ่งไม่ได้คำนึงถึงความเร็ว และเวลา แต่อยู่ที่การเดินทางอย่างมีอิสระ จุดหมายชัดเจน ใส่ใจในรายละเอียดทั้งเรื่องของการปั่น ภูมิศาสตร์ ดินฟ้าอากาศ ชุมชน ธรรมชาติ และสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย
ย้อนหลังกลับไปสักขวบปีที่ผ่านมา ได้มีความคิดเล่นๆ ที่จะปั่นไปยลแม่น้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดิมทีมีเส้นทางอยู่ในใจค่อนข้างหลากหลาย แต่ครั้นเมื่อรู้แน่ว่าจะออกเดินทาง จึงกางแผนที่เพื่อวางเส้นทางพร้อมกำหนดจุดหมาย ซึ่งเกือบทุกครั้งที่ผ่านมา ผมจะเริ่มออกเดินทางจากหน้าประตูบ้านแถวแยกหลักสี่ กรุงเทพฯ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ส่วนปลายทางนั้นได้กำหนดไว้ที่สุดขอบประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ การออกแบบการเดินทางคราวนี้ ไม่ได้ดูจากเส้นทางยอดนิยมของนักปั่นท่านอื่น แต่เป็นการเลือกท่องเที่ยวไปในที่ที่ไม่เคยปั่นมาก่อน ผสมผสานการเดินทางค้างแรมทั้งในเขตตัวเมืองและชนบทคละเคล้ากันไป มีเป้าหมายเล็กๆ ทางภูมิศาสตร์ คือการได้ไปสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำมูล แม่น้ำชี แม่น้ำสงคราม และแม่น้ำโขง ซึ่งหมายถึงครบแม่น้ำสายสำคัญทั้งสี่ของภาคอิสาน และเหมือนเคย ผมเป็นนักปั่นเดี่ยวที่รักความสบาย จึงเลือกพักตามโอมสเตย์ เกสเฮ้าท์บรรยากาศดี พร้อมสุนทรียภาพส่วนตัวบ้างตามที่สามารถบรรจุลงบนหลังจักรยานได้ เลือกจักรยานทัวร์ริ่งเฟรมเหล็กชุดขับเคลื่อนแบบผสมเป็นเพื่อนเดินทาง สัมภาระหนักอึ้งตามแบบฉบับรวมน้ำหนัก 15 กิโลกกรัม เผื่อเวลาเดินไว้สักอาทิตย์เศษ บนระยะทางประมาณ 900 กิโลเมตร เมื่อตัวพร้อม ใจพร้อม จักรยานพร้อม ก็ออกเดินทางกันเลย
ในวันที่ออกเดินทางเป็นช่วงปลายเดือนกันยายนซึ่งฝนยังตกชุกอยู่มาก ผมตื่นแต่เช้ามืดอย่างงัวเงียทีเดียว เนื่องจากยังคงต้องทำงานดึกจนถึงคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ปลดจักรยานพร้อมกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ด้านท้ายออกจากแท่นวาง วินาทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน หวังจะเห็นทุ่งหญ้ากว้าง และมิตรภาพใหม่ๆ หวังจะเห็นตัวเองในยามที่เหนื่อยล้ายังเป็นคนเดิม คนเดียวกับตอนที่สบายดี อยากปล่อยให้เวลาเดินไปเรื่อยๆ กับชีวิตช้าๆ และมองดูดวงอาทิตย์ขึ้นลงแทนนาฬิกา เมื่อขึ้นนั่งบนอานหนังแผ่นเดิม เริ่มควงรอบขาตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้า ใบหน้าเปื้อนยิ้มประหนึ่งได้เจอเพื่อนเก่า นั่นหมายถึงการเดินทางได้เริ่มขึ้นแล้ว ผมปั่นบนทางเล็กคู่ขนานกับถนนวิภาวดีมาจนถึงแถวรังสิต ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกสู่ถนนใหญ่ เนื่องจากเป็นเช้าวันจันทร์ ทั้งการจราจร และผู้คนจึงพลุกพล่านจนแทบไม่เหลือที่ให้สองล้อกระเป๋าหนักได้แล่นสักเท่าไหร่ กว่าจะปั่นผ่านชุมทางแยกวังน้อยมาได้เรียกว่าน่ามืดทีเดียว พ้นช่วงยุ่งนี้มาได้ ยังคงใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าแยกมิตรภาพสระบุรี มาแวะพักทานกาแฟในร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งอย่างสบายใจ ตอนนั้นยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเส้นทางข้างหน้านั้นสาหัสจริงๆ
ในช่วงครึ่งวันแรกอากาศดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน ตลอดเส้นทางของพหลโยธินก่อนที่จะเข้าสระบุรี ถนนมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ รอยต่อถนนห่างและไม่ได้ระดับ ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนทำให้มีน้ำขังอยู่ข้างทาง จักรยานทัวร์ริ่งของผมไปได้อย่างทุลักทุเล ประกอบกับเส้นทางขนานด้านในมีรถส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกหนัก และรถพ่วง เรียกได้ว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเลือกเส้นทางนี้จะดีกว่า เมื่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพในตอนบ่าย ฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก สภาพถนนดีขึ้นกว่าเมื่อตอนเช้าบ้าง แต่รถใหญ่กลับมากขึ้น กว่าจะขึ้นเนินยาวที่มวกเหล็ก ก็เป็นช่วงเวลาบ่ายแก่แล้ว มาถึงอำเภอปากช่องก่อนอาทิตย์ลับฟ้าเล็กน้อย ก่อนจะได้ที่พักริมธารน้ำใส บทสรุปในวันแรกบนระยะทาง 155 กิโลเมตร เป็นเพียงการปั่นเพื่อเดินทางและเก็บระยะอย่างแท้จริง
ไฟล์แนบ
ออกเดินทางผ่านรังสิตมาได้สักพัก
ออกเดินทางผ่านรังสิตมาได้สักพัก
20130923_073648.jpg (182.14 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
แวะกินกาแฟระหว่างทาง
แวะกินกาแฟระหว่างทาง
20130923_091056.jpg (136.18 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
ก่อนจะเข้าสู่ถนนมิตรภาพ
ก่อนจะเข้าสู่ถนนมิตรภาพ
20130924_152315.jpg (157.6 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
มวกเหล็ก
มวกเหล็ก
20130923_162530.jpg (205.88 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย wintutor เมื่อ 30 มี.ค. 2016, 20:21, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

ตื่นเช้าที่ปากช่อง อากาศค่อนไปทางร้อน ผมเก็บข้าวของออกจากที่พักตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง มุ่งหน้าสู่อำเภอพิมายปลายทางของวันนี้ ปั่นมาจนเห็นฟ้าสว่างที่ลำตะลอง ผมพิงจักรยานไว้กับก้อนหินข้างทาง แล้วเดินตัดลงไปตามพงหญ้าริมเขื่อน สูดอากาศเข้าเต็มปอด แล้วยืนมองแสงแดดที่ค่อยๆ สาดส่องลงบนภูเขาเขียวที่อยู่คนละฝั่งคุ้งน้ำ อาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ ระบายสีเขียวอ่อนลงบนภูเขาสีเข้ม แค่เพียงอึดใจศิลปินแห่งธรรมชาติก็สร้างทัศนียภาพงดงามอยู่เบื้องหน้าจนเสร็จสิ้น ข้อดีของการเดินทางด้วยจักรยานก็คือ สะดวกอิสระที่จะแวะลงตรงจุดไหนก็ได้ ในขณะที่เจ้าสองล้อนี้ก็มีความเร็วมากพอที่จะพาเราเดินทางนับร้อยกิโลเมตรในวันหนึ่งๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่า อรรถรสที่ได้จากการทัวร์ริ่งแบบนี้ ต่างจากการท่องเที่ยวแบบอื่นมากทีเดียว เมื่อปั่นผ่านลำตะคอง มุ่งหน้าสู่อำเภอสูงเนิน ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเมืองโคราช ถนนช่วงนี้เป็นเนินลาดขึ้นเล็กน้อยเป็นส่วนใหญ่ รถบรรทุกขนาดใหญ่ยังวิ่งอยู่อย่างไม่ขาดสาย ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ประกอบกับช่วงสายนี้อากาศร้อนระอุ ท้องฟ้าใสเมฆน้อย สร้างความเหนื่อยล้าให้พอสมควรทีเดียว มาแยกซ้ายเข้าทางหลวง 304 เลี่ยงเมืองนครราชสีมา ก่อนจะกลับเข้าสู่ถนนมิตรภาพอีกครั้ง ตรงนี้เองที่อยู่ๆ ฝนก็ตกหนักลงมาอย่างไม่มีวี่แวว พักเดียวเท่านั้นฟ้าก็กลับสดใสขึ้นมาอีก ทิ้งไว้แต่ถนนเปียกลื่นให้ได้เห็น วันนี้เส้นทางส่วนใหญ่ยังคงอยู่บนถนนสายหลัก ไม่ได้มีสถานที่รื่นรมย์ให้ได้แวะมากนัก จนกระทั่งมาถึงทางแยกถนนหมายเลข 206 ห่างจากอำเภอพิมายราว 10 กิโลเมตร ผมมานั่งพักที่ร้านกาแฟใกล้ทางแยกนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่อำเภอพิมาย
สิ่งแรกที่ทำเมื่อถึงพิมายคือ ปั่นตรงเข้าไปที่ตัวปราสาทหินที่อยู่ใจกลางเมือง ผมเคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มาด้วยจักรยาน และนับว่าโชคดีมากที่วันนี้ภายในตัวปราสาทมีนักท่องเที่ยวอยู่ไม่มาก จึงทำให้สามารถเดินชมได้อย่างเต็มที่ มีเวลาเหลือพอสมควรก่อนที่ปราสาทจะปิดลงในตอนเย็น เลยมานั่งอ้อยอิ่งพักเหนื่อยอยู่ด้านหน้าตัวปราสาทหลักอย่างเย็นใจ เมื่อออกจากอุทยานประวัติศาสตร์แล้ว ก็ปั่นจักรยานวนไปรอบๆ เมืองพิมาย พร้อมกับได้ที่พักแนวโฮมสเตย์ เป็นเรือนไม้หลังย่อมอยู่ริมแม่น้ำมูลพร้อมมีชายระเบียงยื่นออกไปในแม่น้ำ ถามได้ความว่าเจ้าของที่พักนี้เป็นชาวเยอรมันที่ย้ายมาอยู่ที่พิมายได้หลายปีแล้ว และสำหรับค่ำคืนนี้ ผมปั่นจักรยานมามากกว่า 300 กิโลเมตร และได้นั่งชมดาวอยู่ริมมูลตามที่ได้ตั้งใจไว้
ไฟล์แนบ
แดดยามเช้าที่ลำตะคอง
แดดยามเช้าที่ลำตะคอง
20130924_070207.jpg (103.61 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
ใกล้ถึงพิมายแล้ว
ใกล้ถึงพิมายแล้ว
20130924_164330.jpg (150.59 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
20130924_164435.jpg
20130924_164435.jpg (125.1 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
ในปราสาทหินพิมาย
ในปราสาทหินพิมาย
20130924_172941.jpg (111.3 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
ปราสาทหินพิมาย
ปราสาทหินพิมาย
20130924_174129.jpg (211.32 KiB) เข้าดูแล้ว 3117 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

เช้าวันที่สามผมตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นริมมูลแต่เช้าตรู่ ทางโอมสเตย์เตรียมข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้ตั้งแต่เช้า ได้ทีผมจึงหยิบกาแฟสดที่บดมาพร้อมกับเครื่องชงอย่างง่ายออกมาจากกระเป๋าข้างของจักรยาน แม้จะไม่ใช่กาแฟที่ดีที่สุด แต่เมื่ออยู่ในบรรยากาศที่ดีแบบนี้แล้ว นี่คือเช้าที่สมบูรณ์แบบ จากนั้นผมวนผ่านบึงวัดสระเพลงเข้าไปชมไทรงาม ที่ไทรงามวันนี้ยังมีร่องรอยของน้ำท่วมอยู่ไม่สามารถเดินเข้าไปด้านในได้ เมื่อออกจากตัวอำเภอพิมายเข้าสู่ทางชนบท เพื่อจะลัดไปออกทางหลวงหมายเลข 2175 ระหว่างทางนี้เองผมปั่นผ่านเข้าไปในทุ่งกว้างที่มีต้นมะขามเทศใหญ่ ด้านข้างเป็นศาลาแคร่ไม้ยกสูง เล่าให้ฟังแบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสลักสำคัญนัก แต่สำหรับผมคนปั่นจักรยานทางไกลที่มีแรงบันดาลใจมาจากความต้องการสัมผัสชีวิตชนบทเรียบง่าย และใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เอง นี่คือภาพที่ใกล้เคียงที่สุดกับจินตนาการที่เคยวาดไว้ตั้งแต่เริ่มออกทัวร์ริ่งครั้งแรก และมันก็ไม่ต่างกับการที่ได้พบเจอสิ่งที่ค้นหามานาน ผมหยิบใบชาจีนชั้นเลิศ พร้อมทั้งถ้วย และกาชาออกมาจากกระเป๋าท้าย เริ่มชงชาอย่างพิถีพิถันบนศาลานี้เอง การได้จิบชาดีถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่การได้ดื่มอยู่ในสถานที่ที่ใกล้เคียงกับที่เคยวาดหวังเอาไว้นั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศในตอนนี้ต้องเรียกว่าไร้ที่ติ
เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายในวันนี้อยู่ที่อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ผมแวะกินข้าวเที่ยงอย่างง่ายๆ แถวอำเภอชุมพวง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2226 เที่ยงนี้แดดแรงมาก เผาทั้งผิว และพลังงานของผมจนเกือบหมด สิ่งที่นักปั่นจักรยานทัวร์ริ่งต้องเผชิญไม่ใช่เพียงการปั่นวันละหนึ่งร้อยหรือสองร้อยกิโลเมตร แต่คือการปั่นทางไกลท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาเป็นเวลาหลายวันติดกัน ทั้งยังต้องแบกน้ำหนักสัมภาระสำหรับการเดินทาง สิ่งเหล่านี้เองคือเสน่ห์ของการปั่นจักรยานแบบพึ่งพาตัวเอง ที่แยกบ้านแพ ผมเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสาย 2074 ปั่นข้ามแม่น้ำมูลอีกครั้งก่อนไปถึงอำเภอพุทไธสงในช่วงเย็น คืนนี้ได้ที่พักเป็นเรือนไม้สวยงาม อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 4 กิโลเมตร ด้วยระยะทาง 400 กิโลเมตรในสามวัน คืนนี้เป็นคืนที่ถือว่าหลับสนิทอีกคืน
ไฟล์แนบ
ริมแม่น้ำมูลยามเช้า
ริมแม่น้ำมูลยามเช้า
20130925_055905.jpg (57.48 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
ชงกาแฟก่อนออกเดินทาง
ชงกาแฟก่อนออกเดินทาง
20130925_063341.jpg (111.29 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
บริเวณใกล้กับไทรงาม
บริเวณใกล้กับไทรงาม
20130925_083332.jpg (135.48 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
นี่คือภาพในฝันของการปั่นทัวร์ริ่งของผม
นี่คือภาพในฝันของการปั่นทัวร์ริ่งของผม
20130925_085037.jpg (219.15 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
มุ่งหน้าอำเภอชุมพวง
มุ่งหน้าอำเภอชุมพวง
20130925_113006.jpg (220.06 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
ก่อนจะถึงจุดหมายของวันนี้
ก่อนจะถึงจุดหมายของวันนี้
20130925_145640.jpg (111.05 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
ข้ามแม่น้ำมูลอีกครั้งหนึ่ง
ข้ามแม่น้ำมูลอีกครั้งหนึ่ง
20130925_153925.jpg (108.11 KiB) เข้าดูแล้ว 3116 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

เข้าสู่วันที่สี่ของการเดินทาง ปลายทางของวันนี้อยู่ที่เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากพุทไธสง 100 กิโลเมตร อากาศในช่วงเช้าเย็นลงกว่าสามวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ทางหลวงสาย 2601 ที่มุ่งหน้าอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย สองข้างทางเป็นทุ่งกว้าง มีไอหมอกบางๆ ยามเช้า ถนนราบเรียบ มีรถผ่านไปมาน้อย ผมควงรอบช้าที่ความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพลิดเพลินกับการมองโลกสีเขียวสด ไม่นานก็มาถึงชุมทางพยัคฆภูมิพิสัย แยกซ้ายมือบนทางหลวง 2045 เพื่อไป อำเภอนาดูน และร้อยเอ็ดตามลำดับ เมื่อเริ่มมุ่งหน้าอำเภอนาดูน ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา แต่ยังสามารถเดินทางต่อไปได้ ผมมาแวะชงชาอีกครั้งหนึ่งที่ศาลาพักข้างทางริมนาข้าวเขียวชอุ่ม อาจเป็นเพราะเมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้ทานเพียงขนมกรอบเล็กน้อย และมัวแต่สนุกกับความสวยงามริมทางจนลืมข้าวมื้อใหญ่เสียได้ ระยะทางระหว่างอำเภอนาดูนถึงวาปีปทุมเพียงประมาณ 30 กิโลเมตร ตรงนี้เองที่ความหิวรุมเร้าเสียจนเสียสมาธิ ช่วงไม่กี่สิบกิโลเมตรนี้แทบไม่มีร้านค้าและร้านอาหารอยู่เลย จนกระทั่งมาเจอร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่อยู่ชายทุ่งด้านขวามือ ที่ต้องเล่าถึงตรงนี้ก็เพราะว่า ร้อยวันพันปีผมไม่เคยสนใจก๋วยเตี๋ยวไก่มะระมาก่อน แต่เมื่อยามหิวโหยขาดแคลนความเรื่องมากก็ลดลง และตั้งแต่เดินทางมาสี่วัน ต้องบอกว่ามื้อที่เกิดจากความหิวนี้อร่อยที่สุด ผมใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างสบายๆ ในตัวเมืองร้อยเอ็ด เดินเล่นเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายเปลี่ยนอิริยาบทบ้าง
นักจักรยานหลายคนให้ความสนใจเรื่องคาโบไฮเดรตโหลดก่อนการปั่นทางไกล หรืออาหารเสริมให้พลังงานซึ่งน่าจะช่วยได้อยู่บ้าง และน่าจะเหมาะสำหรับการแข่งขัน แต่สำหรับการเดินทางของผมแล้ว ผมพยายามจะปฏิบัติทั้งการกินและความเป็นอยู่ให้เหมือนปกติ คือกินตามมื้อ เมื่อเดินทางไกลอาจจะทานมากกว่าเดิมอยู่บ้าง ไม่พึ่งพาน้ำตาลจากน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มเกลือแร่มากนัก ที่ทำเช่นนี้เพราะอยากให้การปั่นจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หันมาให้ความสำคัญกับดูแลร่างกาย เทคนิคการใช้กล้ามเนื้อ และสมดุลด้านแอโรบิคระหว่างการปั่น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้น่าจะมีพลังมากพอสำหรับการปั่นทางไกลติดต่อกันหลายๆ วันแล้วล่ะครับ
ไฟล์แนบ
บรรยากาศยามเช้าที่พยัคฆถูมิพิสัย
บรรยากาศยามเช้าที่พยัคฆถูมิพิสัย
20130926_071216.jpg (107.82 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
แวะจิบชาอย่างเย็นใจ
แวะจิบชาอย่างเย็นใจ
20130926_094109.jpg (93.42 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

อาหารเช้าที่ร้อยเอ็ดเป็นโจ๊กหมูชามย่อม อากาศเย็นสบาย ฟ้ามัวเหมือนฝนเริ่มจะตั้งเค้า การเดินทางในวันที่ห้านี้เองน่าจะเป็นวันที่สบายที่สุด ระยะทาง 50 กิโลเมตรบนทางราบสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้ไม่มีอะไรที่ต้องรีบร้อน ทุกรอบที่ล้อหมุนไปอย่างช้าๆ คือการซึมซับอรรถรสแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง บทถนนหลวงหมายเลข 214 ผมมานั่งพักที่ขอบสะพานข้ามแม่น้ำชี คว้าถ้วยกาน้ำชาขึ้นมาชง และจะยกดื่มในช่วงเงียบกริบยามที่สะพานไร้การสัญจรอย่างเย็นใจ ถือได้ว่าบรรลุอีกเป้าหมายหนึ่งของการเดินทางแล้ว ก่อนที่จะถึงตัวเมืองกาฬสินธุ์ไม่มากนัก เสียงดังจากล้อหลังก็ดังมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เสียงนี้เคยดังเมื่อตอนขึ้นเขาที่ปากช่องครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็หายไป ทำให้ต้องลดความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย เมื่อถึงกาฬสินธุ์จึงแวะเข้าไปที่ร้านจักรยานของคุณหนุ่ม พบว่าปัญหาอยู่ที่ลูกปืนล้อหลัง ช่างของคุณหนุ่มจึงทำการซ่อมแซมให้จนเรียบร้อยด้วย ที่นี่เองที่ผมพบกับทั้งครูผู้ฝึกสอนจักรยาน นักจักรยานหลายท่าน ทำให้นึกถึงบรรยากาศโรงเตี๊ยมในหนังจีนที่เต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธ ผมแลกเบอร์โทรกับพี่นักจักรยานคนหนึ่งที่มาจากสกลนคร ที่ที่กำลังจะเป็นเยือนในวันต่อไป นัดแนะกันว่าน่าจะได้พบปะกันที่ตัวเมืองสกลฯอีกสักครั้ง ยามบ่ายที่กาฬสินธุ์ผมง่วนอยู่กับการซ่อมจักรยาน และซักเสื้อผ้า จนหมดวันโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่นั่งมองฝนที่ตกหนักช่วงค่ำ จนต้องยอมปั่นตากฝนเพื่อกลับที่พัก
ไฟล์แนบ
จิบชาพูดคุยกับแม่น้ำชี
จิบชาพูดคุยกับแม่น้ำชี
20130927_093939.jpg (90.91 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

เข้าสู่การเดินทางวันที่หก ผมตื่นแต่เช้ามืด ตื่นเต้นกับการที่จะไต่ขึ้นภูพานในวันนี้ รีบออกมาตรวจดูลมฟ้าอากาศ และนับว่าโชคดีที่ท้องฟ้าดูปรอดโปร่ง เมื่อขึ้นบนจักรยานเสียงดังจากลูกปืนล้อเงียบสนิท ทำให้การปั่นในเช้านี้ไหลลื่นมีความสุข ทางหลวงหมายเลข 213 ที่จะไปสกลนคร มีการซ่อมถนนเป็นระยะตลอดทางจนถึงอำเภอสมเด็จ ถนนเป็นเนินขึ้นลงสลับกันไปตลอดเส้นทาง ก่อนจะไต่ขึ้นเขา ผมแวะซื้อไก่ย่างข้าวเหนียว ขนมขบเคี้ยว เติมน้ำดื่มจนเต็มกระติก ภูพานเป็นเส้นทางภูเขาที่มีความยาว ลักษณะเป็นการปั่นข้ามเขาลูกใหญ่ที่มีเนินย่อยๆ หลายเนิน โดยมีเขื่อนน้ำพุงอยู่ระหว่างเทือกเขา ถนนมีความชันไม่มากเมื่อเทียบกับดอยสูง (ภูพานสูงจากระดับน้ำทะเล 200-600 เมตร) เมื่อขึ้นสู่ด้านบนของเทือกเขาภูพาน จะมองเห็นต้นไม้หนาทึบ ทิวทัศน์สวยงาม นักไต่เขาหลายคนคงเข้าใจดี ว่าความสวยจนลืมเหนื่อยนั้นเป็นอย่างไร ผมแวะลงมาชมความงามหลายครั้งตลอดเส้นทางนี้ มานั่งกินไก่ย่างอยู่ข้างหลักกิโลตามลำพัง ก็ไม่ได้เงียบเหงา เพราะสำหรับนักปั่นเดี่ยวแล้วธรรมชาติคือเพื่อนเดินทางที่อยู่กับเราในทุกที่
130 กิโลเมตรจากกาฬสินธุ์ สู่สกลนคร เส้นทางส่วนใหญ่เป็นเขา และเนินเขา มีความหลากหลายค่อนข้างมาก สิ่งนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่ว่าทำไมหลายครั้งนักจักรยานระดับชาติถึงเลือกมาฝึกซ้อมและเก็บตัวที่จังหวัดนี้ ผมมาถึงโค้งปิ้งงูในตอนบ่าย ปั่นวนเวียนขึ้นลงบริเวณโค้งตัวงูอยู่หลายรอบ เป็นเส้นทางที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกเส้นหนึ่ง แวะนั่งพักถ่ายรูปกับหลักกิโลยักษ์ ก่อนจะไหลลงสู่พื้นราบ เข้าสู่เมืองสกลนคร เมื่อมาถึงที่พักอาบน้ำตัวยังไม่ทันแห้ง พี่นักปั่นที่เจอกันที่กาฬสินธุ์เมื่อวานก็แวะมาหา และต้อนรับขับสู้ด้วยอาหารมื้อเย็นอย่างเป็นกันเอง เรานั่งพูดคุยกันอย่างถูกคออยู่จนดึกดื่นก่อนจะแยกย้าย มิตรภาพเกิดขึ้นได้ในทุกที่ และทุกสถานการณ์ ถ้าล้อหลังไม่มาเสียกลางทางแบบนี้ มิตรภาพครั้งนี้ก็อาจไม่เกิด
ไฟล์แนบ
แถวๆ อำเภอสมเด็จ
แถวๆ อำเภอสมเด็จ
20130928_065919.jpg (117.69 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
ก่อนขึ้นภูพาน
ก่อนขึ้นภูพาน
20130928_100707.jpg (148.89 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
ขึ้นภูพาน
ขึ้นภูพาน
20130928_114056.jpg (139.56 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
โอบล้อมด้วยทิวเขา
โอบล้อมด้วยทิวเขา
20130928_114257.jpg (99.06 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
โค้งปิ้งงู
โค้งปิ้งงู
20130928_164100.jpg (121.85 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

ออกเดินทางมาเป็นวันที่เจ็ด ห่างจากบ้านราว 700 กิโลเมตร จุดหมายก็ใกล้เข้ามาในทุกขณะ และถ้าไม่ติดขัดอะไรในวันนี้ ผมน่าจะได้เห็นแม่น้ำโขงก่อนค่ำ เมื่อออกจากสกลนครก็ปั่นอ้อมทางซ้ายของหนองหานบนถนนหมายเลข 22 บริเวณลำห้วยด้านตรงข้ามหนองหานยังมีชาวบ้านจำนวนมากมาจับปลาเล็กปลาน้อยด้วยวิธียกยอ เข้าใจว่าส่วนใหญ่เอาไปทำเป็นปลาร้า นับเป็นภาพที่งดงามทีเดียว จากนั้นแยกซ้ายที่บ้านท่าแร่ เปลี่ยนเส้นทางมาใช้ถนนสายรอง 2132 สู่อำเภอศรีสงคราม ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายเล็กมีรถน้อย ลัดเลาะผ่านชุมชนน้อยใหญ่ ได้มองเห็นวิถีชีวิต และธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน มาแวะพักทานข้าวกลางวันง่ายๆ ที่อำเภอศรีสงคราม ก่อนจะมุ่งหน้าสู่บ้านแพง จังหวัดนครพนม ช่วงบ่ายนี้อากาศร้อนจัด แต่บรรยากาศริมสะพานข้ามแม่น้ำสงครามซึ่งเป็นแม่น้ำสายเล็กที่แยกตัวออกมาจากแม่น้ำโขง ก็ช่วยคลายความเหนื่อยจากอากาศร้อนลงได้บ้าง เมื่อออกจากทางหลวง 2390 เข้าสู่ทางหลวง 212 เพื่อจะปั่นเข้าสู่อำเภอบ้านแพง ก่อนจะถึงบ้านแพงเล็กน้อย ผมเลือกปั่นเข้าไปในถนนของชุมชนซึ่งเป็นถนนที่ตัดเลียบแม่น้ำโขง ไปถึงท่าน้ำเล็กๆ ก่อนตัวอำเภอบ้านแพงเล็กน้อย ได้เห็นฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีในตอนเย็น แสงสีทองตัดกับสีฟ้าเข้มที่ริมโขงสวยเกินบรรยายจริงๆ
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายยาว ที่พาดผ่านสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายต่อหลายที่ แต่ที่บ้านแพง นี่คือวิถีชีวิตริมโขงที่ยังคงบริสุทธิ์ ชุมชนอยู่กันแบบดั้งเดิมเรียบง่าย ชาวบ้านที่นี่ดูยังไม่ชินตากับนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นนักเดินทางที่มากับสองล้อถีบด้วยแล้ว ปั่นผ่านทีเดียวคนทั้งอำเภอก็แทบจะจำได้หมด ตรงนี้เองที่ทำให้บ้านแพงดูจะแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวริมโขงอื่นๆ ที่ผมเคยสัมผัส และต้องบอกว่าบรรยากาศแบบนี้เองที่ผมตามหา และได้พบพานแล้ว ช่วงค่ำผมมาเดินเล่นอยู่ในงานวัดเล็กๆ ในอำเภอ อากาศเย็นสบายไม่มีมลพิษ ความเหนื่อย เมื่อยล้าจากการเดินทางไกลได้จางหายไปหมด เมื่อมายืนอยู่ที่นี่ “บ้านแพง”
ไฟล์แนบ
มุ่งหน้าศรีสงคราม
มุ่งหน้าศรีสงคราม
20130929_110149.jpg (113.77 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
ริมโขงที่บ้านแพง
ริมโขงที่บ้านแพง
20130929_175640.jpg (91.9 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
ยามเย็นริมโขง
ยามเย็นริมโขง
20130929_175734.jpg (69.6 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

กว่า 800 กิโลเมตรที่ผ่านมากับเวลาเจ็ดวันเต็ม ไม่ทำให้วันที่แปดในการเดินทางรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเลย เช้าวันนี้ผมแวะซื้อหมูปิ้งข้าวเหนียว แล้วรักษาเส้นทางเดิมสาย 212 เพื่อจะไปดูแม่น้ำโขงที่อำเภอบุ่งคล้า เดิมทีรู้แต่ว่าบุ่งคล้าเป็นอำเภอเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง แต่ก็ยังไม่เคยได้เข้าไป และยังนึกสภาพไม่ออกจริงๆ ว่าที่นั่นเป็นอย่างไร มีเพียงชาวบ้านบอกเพียงว่า อำเภอนี้อยู่ห่างจากบ้านแพงไปอีกราว 60 กิโลเมตร พร้อมกับกำชับกับผมว่า อย่าปั่นเลยนะ เนื่องจากที่บุ่งคล้านั้นดูจะเหมือนหมู่บ้านมากกว่าอำเภอ ตลอดเส้นทางในช่วงเช้านี้ถนนร่มรื่นทั้งสองข้างทาง ผมแวะชงกาแฟสดอีกครั้งกลางทาง ดื่มทั้งกาแฟดื่มทั้งบรรยากาศรับอรุณที่ตะเข็บจังหวัดบึงกาฬ ถนนตลอดแนวจากบ้านแพงคล้ายจะออกแบบเป็นเสมือนคันดินสูง เพื่อรองรับอุทกภัยสำหรับเมืองริมแม่น้ำใหญ่ สองข้างทางที่เคยเห็นเป็นใบยาสูบก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นต้นกล้ายางมากขึ้น ผมปั่นสบายๆ มาถึงบุ่งคล้าตั้งแต่ยังไม่เที่ยงวัน ได้ที่พักเป็นบ้านหลังเล็กๆ ติดริมแม่น้ำโขง พร้อมด้วยระเบียงกับโต๊ะไม้ยาวที่มองเห็นกระแสน้ำ และฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน
เป็นจริงตามที่คนบ้านแพงบอก ที่บุ่งคล้านี้เป็นอำเภอเล็ก มีสี่แยกหลักเพียงแยกเดียว ไม่มีร้านค้าตลาดที่เป็นของฝรั่งแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับบ้านแพงแล้วที่นี่เจริญน้อยกว่ามาก ทั้งที่บุ่งคล้าห่างจากตัวเมืองบึงกาฬเพียงไม่ถึง 50 กิโลเมตร แต่ที่นี่คือที่ที่ผมประทับใจที่สุด ความสวยงามริมโขงที่มีสายน้ำ และวิถีชีวิตชนบทอย่างแท้จริง ชาวบุ่งคล้าดำเนินชีวิตประจำวันโดยไม่สนใจนักเดินทางท่องเที่ยวอย่างผม มีร้านค้าไม่มาก และมีร้านอาหารอยู่เพียงไม่กี่ร้านในตลาดให้ฝากท้อง ผมโยนเสื้อผ้าลงในเครื่องซักแบบหยอดเหรียญ แล้วนั่งมองดูผู้คนใช้ชีวิตยามบ่ายอย่างมีความสุข ชีวิตที่นี่เชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและไมตรี เย็นย่ำนี้ผมนั่งจิบเบียร์ไทยเย็นๆ อยู่ริมฝั่งโขงมองดูแม่น้ำสายใหญ่ไหลเอื่อยๆ จนสิ้นแสงสุดท้ายของวัน
ผมเลือกที่จะปิดการเดินทางที่อำเภอบุ่งคล้า เมืองแห่งความสุขเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง ในวันหนึ่งที่การท่องเที่ยวขยายเข้ามา คงเป็นการยากที่แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้จะยังคงรักษาวิธีปฏิบัติแบบเดิมนี้ไว้ได้ ซึ่งนั่นจะเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ผมรอนแรมออกจากเมืองใหญ่มาหลายวัน ได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ได้สัมผัสธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ได้อยู่กับตัวเอง และได้เรียนรู้ว่าเราเพียงเหน็ดเหนื่อยบนความท้าทาย แต่ยังมีคนอีกมากที่ความเหน็ดเหนื่อยคือชีวิตทั้งชีวิต สำหรับนักจักรยานทั้งหลาย การออกเดินทางไกลไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง และอาจไม่ใช่บททดสอบใดๆ เลย แต่นี่คือบทเรียนบทหนึ่งที่จะได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของการใช้ชีวิต ระยะทางไกลมิได้พิสูจน์กำลังวังชา แต่พิสูจน์จิตใจที่มุ่งมั่นบนความเหนื่อยล้า ความภาคภูมิใจที่ได้คือแรงบันดาลใจสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ต่อๆ ไป และแม้ผมจะร้อยเรียงคำบอกเล่าอีกกี่พันกี่หมื่นตัวอักษร ก็ไม่อาจบรรยายได้เท่ากับสักกิโลเมตรเดียวที่ได้เดินทางด้วยตัวเอง
ไฟล์แนบ
บุ่งคล้าในความทรงจำ
บุ่งคล้าในความทรงจำ
20130930_143439.jpg (125.3 KiB) เข้าดูแล้ว 3115 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
wintutor
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
Tel: 0849290036
Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
ตำแหน่ง: BKK

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย wintutor »

ขอบพระคุณนักปั่นทุกท่านที่ติดตามมาจนจบครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
นายณรงค์ จันทร์ห้วย
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 39
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2015, 16:00
Tel: 0899252877
team: ไม่สังกัด (อิสระ)
Bike: เสือหมอบ

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย นายณรงค์ จันทร์ห้วย »

ขอชมว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ได้ทั้งความรู้จากประสบการณ์ที่เล่า เส้นทางที่จะทำให้หลายคนที่อ่านแล้วคงอยากลองไปดู..(เช่นตัวผมเอง) ที่สำคัญได้สอดแทรกสาระของการท่องเทียวคนเดียวแบบนี้......ชอบคุณมากครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
irat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 875
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2013, 11:57
team: 18+

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย irat »

อยากไปบ้างครับ :)
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย
สนั่น อันทเกตุ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2779
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 14:51
ติดต่อ:

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย สนั่น อันทเกตุ »

เข้ามาติดตามอ่าน ครับ
ผมเคยสตาร์ตจากกทม.กลับบุรีรัมย์ ๒ ครั้ง
ครั้งแรกไปทางสระบุรี ครั้งที่ สอง แกล้งปั่นอ้อม
ไปชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์
ตั้งใจจะข้ามภูพาน สักครั้ง และอยากจะปั่นเลียบโขง จากเมืองเลย
ไปจนถึงอุบลแล้วลัดเลาะอิสาณใต้ เข้าบุรีรัมย์ สักครั้ง แต่ยังอยู่ในความฝัน ครับ
"ลูกอิสานพลัดถิ่น จากแดนดินไหปลาแดก เร่ร่อนรอนแรมเดินทางดั้นด้น มาสู่โคนต้นสะตอ ณ เรือนเวียงวิมาน(รูปประจำตัว)คือที่มั่นสุดท้ายของข้าฯ"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ


คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
jamornboy
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 13:03
Tel: 0815755220
Bike: dahon

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย jamornboy »

ติดตามาตลอดครับ ตั้งแต่ EP1 EP2
รูปประจำตัวสมาชิก
KONG_BIKE
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 44
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2016, 16:33
Tel: 0918098968
team: ไม่มีครับผม
Bike: เสือหมอบมือสับถัง มือ 2 ครับ
ตำแหน่ง: ระยอง ตัวเมือง

Re: ข้ามาคนเดียว กรุงเทพฯ - บึงกาฬ

โพสต์ โดย KONG_BIKE »

อ่านตั้งแต่ตัวอักษรตัวแรกสุดยันหมดตัวอักษรสุดท้าย
ได้ความบรรเทิงเพลิดเพลินไปกับการทัวมากครับ ตัวผมมีคุณย่า ท่านอยู่ที่ "บ้างแพง" ครับผมแกขายผัก ขายหมาก ยาทาปากใบยาสูบทั้งหมดหามาเองครับอยู่ในตลาดสดหา่งจากตัวบ้านแกประมาณ 1 กิโล บางแพงเดินเล่นก็น่าจะ เกือบ ครึ่งวัน 3-4 ชั่วโมงก็น่าจะทั่วแล้วครับ ถึงจุดนี้แล้วทำให้ผมอยากปั่นไปหา ย่า และก็เลยปั่นไปเขาภูทอกเล่นซะด้วยเป็นเหมือนวัดป่าวัดเขาครับที่สร้างที่บำเพ็ญอยู่ตามเข้าถ้ำหน้าผาทำให้ได้ความสุขและอิ่มบุญได้ไม่น้อยมีความสงบและเป็นธรรมชาติมากครับ

ปบ.ขอบคุณภาพสวย ๆ ที่เก็บมาฝากกันระหว่างทางนะครับ SAVE AS เกือบทุกภาพเลยชอบมาก
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”