ภาพ Jirayut Singprecha และ ทีมงาน Bike And Body



27 มีนาคม 2559 ทีมจักรยาน Bike And Body Cycling เริ่มต้นฤดูกาล 2016 แบบเต็มทีมอย่างเป็นทางการโดยเลือกวางแผนเข้าร่วมการแข่งขันจักรยาน Tour of korat ฉลองชัยท้าวสุรนารี นครราชสีมา ในรุ่นเสือหมอบโอเพ่นชายและหญิง บนระยะทาง 109 กม. โดยรายการนี้มีสมาชิกทีมหญิงลง 4 คน และทีมชายอีก 5 คน ซึ่งถือว่าเกือบครบทีม พร้อมด้วยทีมงานเซอร์วิส ช่าง และกำลังใจคอยเชียร์ เตรียมการ จัดของ อีกหลายคน รวมแล้วเป็นคณะเดินทางใหญ่ครั้งแรกของทีมในปีนี้ก็ว่าได้
เป้าหมายของทีมทั้งชายและหญิงโดยรวมไม่ต่างกันมาก ในสนามแรกก็คือการทดสอบว่าปีนี้ เราจะเริ่มต้นฤดูกาลกันได้ไปในทิศทางไหน ทางทีมชายที่เป็นการเริ่มของจริงกันหลังจากที่ทดลองผ่านมาครึ่งปี ก็มีความท้าทายรออยู่ เมื่อสมาชิกถูกคั้นออกมาเหลือเพียง 5 คน แต่ละคนต้องพยายามสร้างความเข้มข้น เพื่อมุ่งสู่การแข่งขันที่สูงขึ้น มีความสามารถเฉพาะตัวที่มากขึ้น ทางด้านทีมหญิงที่เป็น"หน้าใหม่" เสียเกือบทั้งหมด งานระยะนี้ เป็นการทดสอบว่าพวกเธอจะสามารถนำสิ่งที่ฝึกซ้อมและเรียนรู้ไปใช้บนสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน และที่สำคัญทั้งหมดทุกชีวิตรวมถึงทีมงานเซอร์วิสก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู็การทำงานร่วมกันบนเส้นทาง และสถานการณ์ของจริงในงานนี้นั่นเอง

เมื่อเดินทางถึงโคราช ประตูสู่ภาคอีสาน จัดการลงทะเบียนรับหมายเลขและเตรียมการคตรวจเช็ครถกันจนเรียบร้อย ทั้งนักปั่นและช่างเริ่มต้นทำงานกันตั้งแต่เย็น เพราะผิดแผนเรื่องเวลากันยกใหญ่ จากที่วางเป้าหมายพร้อมออกปั่นชมเมือง 17.00 กลับกลายเป็นเพิ่งถึงที่พักกันตอน 17.00 ดังนั้นต้องเตรียมรถทั้งหมดที่ลานจอดรถ ซึ่งพลาดโอกาสได้ลองออกวอร์มร่างกายกันตามปกติ แต่ก็ยังดีที่มีเวลาตรวจความเรียบร้อย เช็คเกียร์ จูนล้อ กันเป็นการสมบูรณ์ ป้องกันปัญหาจากรถในวันรุ่งขึ้น และค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยการประชุมทีมชายสิ้นสุดบนโต๊ะอาหารด้วยข้อสรุปง่ายๆว่า
"ไปให้ได้ ไปให้จบ ทุกอย่างอยู่ที่วินาทีนั้น" เพราะนี่คือการเอาทีมมาลงรุ่นโอเพ่นยกทีมเป็นครั้งแรก ซึ่งเรารู้ดีว่ามีนักแข่งทั้งระดับงานประเทศ และตัวแข็งต่างชาติมาลงไม่น้อยแน่นอน ไม่ต้องกังวลเลย เพราะมีการรับรองโดยสมาคมจักรยานฯมาเรียบร้อย แม้จะชนกับงานเก็บคะแนนชิงแชมป์ประเทศไทยก็ตาม

ทางด้านทีมหญิง ถือโอกาสกางแผนที่ เส้นทางและกติกา นั่งหารือกันว่าจะทำอย่างไรบ้าง ทีมเซอร์วิสถูกวางให้ดูแลสาวๆเป็นหลัก เนื่องจากการแข่งแจ้งมาว่าไม่มีคนส่งน้ำในจุดให้น้ำที่วางไว้ ดังนั้นทีมจึงเลือกจุดให้น้ำที่เหมาะสมกับนักปั่นแต่ละคน เรารู็กันดีว่าใครดื่มน้ำมากแค่ไหน จุดให้น้ำต้องสอดคล้องกัน รถเซอร์วิสจะวิ่งตามหลังกลุ่มเป็นหลักเท่านั้น ไม่มีการขึ้นตีคู่กลุ่มอย่างเด็ดขาด หากจะมุ่งหน้าไปจุดให้น้ำ รถจะแซงเลยไปดักรอแต่เนิ่นๆ นี่คือกติกาที่เรามุ่งมั่นเคารพเพื่อเป็นการฝึกเตรียมความพร้อมกับงานในระดับสากลที่รอเราอยู๋ในอนาคต สำหรับทีมชาย ใช้วิธีให้น้ำโดยต้องส่งคนลงมาท้ายกลุ่ม รับน้ำจากรถแล้วกลับเข้ากลุ่มไป อย่าหวังว่าจะรับน้ำจากรถที่ตีคู่ ส่วนทีมหญิง ใช้วิธียื่นน้ำจากจุดให้น้ำที่ผู้จัดกำหนดเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของนักแข่งท่านอื่นๆ
เอาล่ะครับในที่สุดก็ได้ถึงเวลาเตรียมออกสตาร์ทกัน

ทีมเซอร์วิสแจกเสบียงสำหรับแต่ละคน จัดน้ำดื่มเย็นๆเอาไว้ให้พร้อมสรรพ ในขณะที่นักปั่นทั้ง 9 ชีวิตปั่นจักรยานกินลมชมอากาศเย็นยามเช้าของโคราชมุ่งหน้าสู่"ลานย่าโม"เพื่อรอทำพิธีเปิดและเข้าสู่การเริ่มปล่อยตัวกัน สำหรับทีมชายดูเป็นอะไรที่ผ่อนคลาย ไร้ความกดดันอย่างที่สุด เพราะด้วยคำว่า"รุ่นโอเพ่น" วันนี้ก็แค่รวมพลังกันเอาให้รอดไปตามเกมส์ที่จะเกิด อ่านทิศทางให้ได้ รอดไปแล้วค่อยว่ากันอีกที แต่น้องๆสาวๆ ที่บางคนเพิ่งหัดปั่นจักรยานมาได้ไม่กี่เดือน บางคนเพิ่งลงรายการใหญ่เป็นครั้งแรก และเกือบทุกคน ไม่มีใครเคยแข่งระยะเกินร้อยกิโลมาก่อน เช้าๆดูแล้วมีอาการประหม่าอยู่ไม่น้อย แต่ผมขอบอกเลยว่าถ้าใครคิดว่าน้องๆพวกนี้ เอามาเป็นนางฟ้าสวยๆ ปั่นกันหวานๆล่ะก็คิดผิดนะครับ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่คัดตัวเข้าทีม จนถึงวันแข่ง พวกาวๆหน้าหวานๆเจอโจทย์คอร์สวัตต์โหด ถึงกับแทบคลานลงจากจักรยาน เจอกับการซ้อมเอาระยะที่แทบจะสุกคาแดดเที่ยง และแบบฝึกโจทย์เกมส์การแข่งขันที่บังคับให้ต้องเค้นแล้วเค้นอีก กันมา
แต่จะพอเพียงหรือไม่กับการแข่งระยะร้อยกว่ากิโลเมตร บนคำว่า "รุ่นโอเพ่นหญิง"? ผมว่านี่คงเป็นความวิตกของพวกเธอและทีมงานที่คอยติดตามอย่างแน่นอน


งานยิ่งใหญ่ คนร่วมเยอะมาก นี่คือสิ่งที่เซอร์ไพรส์พวกเราเพราะคนมาเป็นหลักพันอย่างแน่นอน สำหรับรุ่นชายโอเพ่น ระยะ 109 กม. มีคนร่วมเกือบ 600 คน และสาวๆโอเพ่นอีกกว่า 30 คน ซึ่งพิธีกรบนเวทีได้ร่ายรายชื่อนักแข่งรับเชิญ และทีมแรงที่มาร่วมแข่ง เล่นเอาผู้ชายยืนขนคอลุกชันกันเลยทีเดียว เพราะคิดว่าวันนี้ไส้แตกอย่างแน่นอน รอบๆตัวมีเพื่อนนักปั่นขาแรง ทีมใหญ่ๆล่าถ้วยมางานนี้ไม่น้อยเลย แต่สำหรับสาวๆ เป็นบรรยากาศอีกแบบครับ

บรรยากาศแบบนี้ครับ ...ซึ่งสร้างรอยยิ้มและคลายความกังวลลงได้มากเลยทีเดียว เมือมีเพื่อนนักปั่นมาทักทาย และให้กำลังใจกัน ยิ่งเมื่อรู็ว่าพวกสาวกลุ่มนี้ลงระยะ 109 กม. ที่หนุ่มๆอีกหลายๆคนยังไม่หาญกล้าก็ยิ่งเชียร์ให้กำลังใจกัน

ทีมชายอยู๋กันอย่างเงียบๆ ทักทายคนรู้จักบ้าง เดินไปเดินมารอเวลาบ้าง ถึงแม้ปีนี้จะพยายามเตรียมพร้อมมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าห่างไกลขาแรงนัก จากนั้นไม่นานก็ได้เวลาปล่อยตัวโรลลิ่งกันไปประมาณ 10 กม. เพื่อไปรีสตาร์ทอีกครั้งนอกเขตเมือง เริ่มต้นด้วยการปล่อยตัวรุ่นโอเพ่นหญิง 109 กม. เป็นอันดับแรก และตามด้วยโอเพ่นชาย 109 กม. ห่างกัน 5 นาที

จากจุดปล่อยตัว รุ่นหญิงดำเนินการแข่งช่วงแรกไปแบบเรื่อยๆ เริ่มมีการมองคนรอบๆตัวกันว่าใครบ้างจะมีแนวโน้มว่าเป็นขาแรง จากวิทยุสื่อสารที่พวกผมได้ยินลอยมาจากระยะไกล พวกเธอเริ่มสื่อสารกันให้จับตามองหมายเลขต่างๆ และผลัดกันขึ้นนำกลุ่มทำความเร็วไปเรื่อยๆ ไม่มีการกระชากกระชั้นกันมากนัก เหมือนกับจะรื่นเริงพากันไปเส้นชัย แต่สิ่งที่(สาวๆ)ไม่คาดคิด (แต่พวกเราคาดเอาไว้แล้ว) ก็เกิดขึ้น เมื่อผ่านไประยะราวๆ 30 กม.

บนถนนช่วงแรกที่มีการซ่อมบำรุงผิวจระจรด้านซ้ายเกิดเป็นร่องแตก และหลุมทรายเป็นระยะ พวกกับผิวถนนที่เหลือที่มีร่องและสภาพผิวที่ไม่เป็นมิตรกับล้อขนาด 25 มม. กองทัพนักปั่นชายรุ่นโอเพ่นกว่า 500 ชีวิตพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ระยะ 30 กม. แรกของโอเพ่นชายแม้จะไม่เดือดมากนัก แต่เพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากนี้เราจะแยกนักปั่นชนะใจกับนักแข่งชนะกายออกจากกัน ทุกคนต้องเลือกอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องให้ได้ก่อนที่เกมส์จะเริ่มขึ้น ดังนั้น อย่าแปลกใจที่เมื่อผมจบการแข่งพบว่าความเร็วเฉลี่ยช่วงแรกอยู่ที่ประมาณ 42 กม./ชม. และความเร็วสูงสุดคือ 62 กม./ชม. เร็วยิ่งกว่าความเร็วเฉลี่ยตลอดทางเสียอีก

เหตุผลง่ายๆครับ .. เนื่องจากกลุ่มหน้าสุดมีการกระตุกกระชากกันพอเป็นพิธี หมายจะดึงระยะห่าง และค่อยๆตัดตัวกลุ่มหลายร้อยให้เหลือตัวละครหลักสายแข็ง แต่ละครั้งที่กระแทกออกไปกลุ่มก็ยืดห่าง และขาดจากกัน เมื่อขาดข้างหลังก็พากันไล่หดกลับไปใหม่ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที กลุ่มโอเพ่นชายกว่าครึ่งพันก็เหลืออยู่ราวร้อยคนเท่านั้น และแน่นอนว่าในนั้น รวมถึงโอเพ่นหญิงที่ถูกรวบรวมมาด้วยความโกลาหลนั่นเอง

สิ่งไม่คาดฝันก็คืออุบัติเหตุหนักของรายการนี้ ที่เกิดจากผิวถนนด้านซ้ายที่ไม่ดี บวกกับกลุ่มนักปั่นที่มาทับกันจำนวนมากพยายามเอาตัวรอดไปกับความเร็วสูงให้ได้ นักปั่นผู้โชคร้าย เจอกับการล้ม ชนและบาดเจ็บหนักที่ปากและคางแตก และความเสียหายถึงขั้นเฟรมขาด ตัวผมและเกือบทุกคนในทีมอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 10 เมตร เสียงที่คุ้นหูลอยมา เป็นเสียงล้อสะบัดกับพื้น เสียงของหนักกระแทกพื้น และเสียงลั่นของคาร์บอนหัก หากใครได้ยินสักครั้งจะจำได้ไปอีกนาน พวกเรารีบตะโกนบอกกันว่าให้ออกมาเลือกไลน์ที่ปลอดภัย ทว่าสาวน้อยสุดท้องของเรา

"น้องน้ำอิง" ที่ยังเรียนระดับมหาวิทยาลัย อดีตสาวนาฏศิลป์หน้าหวานที่มาปั่นจักรยานเสือหมอบได้ไม่กี่เดือนได้เจอกับภาพและเสียงราวกับสนามรบเป็นครั้งแรกเกิดกลัวจนต้องร้องออกมาบอกพี่ๆทันที "น้ำอิงกลัว" และเริ่มฟรีขอถอยลงไป ผมและพี่ๆผู้ชาย พวกเรากำชับกันมาอย่างดีว่าเราจะไม่ช่วยอะไรพวกผู็หญิงเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่แม้แต่รับน้ำส่งให้ ไม่ช่วยบัง ไม่ช่วยลาก พวกเราหันไปมอง ได้แต่ตะโกนบอกว่า "น้ำอิงสู้ๆ เข้มแข็งไว้ อย่าเพิ่งปล่อยให้หลุด"
ผมรีบบอกแบบนั้นเพราะสถานการณ์เกมส์ข้างหน้าเริ่มเข้มขึ้น การกระชากเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ การตัดตัวกำลังใกล้เข้ามาในไม่ช้าอย่างแน่นอน หากมัวแต่รีรอตรงนี้ โอกาสที่วันนี้จะเดียวดายมีสูงมาก วินาทีนั้นผู้หญิงเกือบทั้งหมดกระจัดกระขายปนกับผู้ชายไปเรียบร้อยแล้ว ใครอยู่ไหนก็ไม่รู็ เราได้แต่หวังว่าน้องๆจะปลอดภัย การซ้อมที่ผ่านมา ไม่เคยฝึกขี่กลุ่มใหญ่เป็นร้อยแบบนี้มาก่อน แถมเป็นกลุ่มแข่งที่มีการแทรก การเลื่อนขึ้นลงตลอดเวลา กับผิวถนนที่ต้องวางใจคนหน้า ...เวลาน้อย ขณะนั้นพี่ชายใหญ่ของเราได้ขึ้นไปอยู๋แถวหน้าพร้อมระเบิดเกมส์กับขาแรงต่างชาติอย่างไม่เกรงกลัวแล้ว อีก 3 ชีวิตที่เหลือไม่มีเวลามาเป็นพี่เลี้ยงตรงนี้ ฉับพลันกลุ่มเกิดการแยกตัวอย่างรุนแรงจากการกระทุ้งของ 2 ต่างชาติ กลุ่มหน้ารีบดึงเชื่อมเอาไว้จนเริ่มเปิดระยะออก ผมรีบตะโกนทันที "ไปๆๆ ไปเลย" จังหวะนั้นเองที่ด้านหน้าเกิดการยิง รวบ สวน กันอยู่หลายดอก กลุ่มถูกตัดขาดทันที โดยมีพวกเรา 3 คนเข้าสู่หัวขบวนสำคัญ ซึ่งจะกลายเป็นเปโลตองหลักของรุ่นโอเพ่นชายในไม่ช้า

ตั้งทีมรีบเข้าสู่ตำแหน่งปลอดภัย อาศัยหัวลากทางราบแรงดีๆ โมเมนตั้มสวยๆ ค่อยๆไต่กลุ่มเข้าไป แหวกทางได้ง่ายไม่ต้องซ่อกแซ่กมากก็สามารถเข้าไปอยู๋กลางกลุ่มได้อย่างง่ายดาย

เกมส์การแข่งของรุ่นโอเพ่นชายเข้าที่นิ่งด้วยกลุ่มเบรคอะเวย์โดยหนึ่งฝรั่งและหนึ่งญี่ปุ่นขาดยาวออกไปเป็นหลายนาที ในขณะที่ชาวไทยที่เหลือผลัดกันขึ้นพยายามปิดระยะห่างบ้าง แต่เมื่อกลุ่มหนีออกไปสุดสายตา ก็ไม่เหลือใครขึ้นมาทำหน้าที่นี้อีก หลายๆทีมที่มากันเยอะก็เสียเพื่อนร่วมทีมไปกับขบวนยาวเป็นร้อยคน ที่กระโดดจับจังหวะสำคัญไม่ทัน บ้างก็ล้ม เกิดอุบัติเหตุหลุดไป นักปั่นที่เหลือรู็ว่าเส้นทางยังอีกยาวไกล ต่างเซฟแรงเอาไว้ ปล่อยให้เป็นการคุมกลุ่มโดยสองนักปั่นซามูไร BJCC (Bangkok Japane Cycling club) ที่เพื่อนหนีออกไปกับฝรั่งแรงระดับเทพได้สำเร็จ แน่นอนว่ากลุ่มก็ลดความเร็วลงให้ระยะห่างมากขึ้น

แผนการของทีมตอนนี้ไม่คุ้มที่จะยกพวกกันขึ้นไปปิดแก็ปอย่างแน่นอนเพราะสองซามูไรของทีมยังอยู่ ขาแรงทีมอื่นก็มีอีกมาก หากทุ่มกำลัง 3 คนขึ้นลากปิดระยะ มีหวังได้พลีชีพแน่นอน เพราะเมื่อรวบตัวสองตัวหนีได้ ย่อมเกิดดาบสอง ดาบสามทันที สุดท้ายก็จะเสียพลังไปโดยไม่เกิดประโยชน์ และในเมื่อกลุ่มไม่ร่วมกันตั้งความเร็วไล่ ทางเดียวที่จะแก้ทาสงนี้ได้ก็คือ ส่งผู้ห้าวหาญของเราหนีออกไปแทน

ตัดฉากมาที่กลุ่มสาวๆและรุ่นโอเพ่นหญิงที่ปะปนกับกลุ่มผู้ชาย สาวๆหัวแถวสามารถเอาตัวเองอยู๋รอดกับกลุ่มผุ้ชายกลุ่มที่สองที่ขาดออกจากวินาทีตัดทอนได้สำเร็จ กลุ่มนี้เองก็พยายามทำความเร็วกลับหาเปโลตองชาย แต่ด้วยความเร็วสูงมากของกลุ่มหน้าทำให้สุดท้ายก็เข้าสู่สภาพนิ่งสงบ พากันไปทั้งหมดแบบนิ่งๆ นวดเนิน ทุบลมกันตามแต่แรงจะมี น้องน้ำอิงสาวน้อยที่หลุดไปตั้งแต่ไก่โห่ ต้องค่อยๆไล่กลับมา จากการตามคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง พักเหนื่อยแซงขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นระยะทางกว่า 40 กม. ที่ต้องโดดเดี่ยว

ทางด้านชะตากรรมของอีก 3 สาวที่ยังติดไปกับกลุ่มผู้ชายก็เริ่มออกอาการเมื่อ มิณมิณ เสมิร์ฟเล็กสุดของทีมที่ทำขวดน้ำตกไปตั้งแต่แรก ได้ชีวิตรอดด้วยน้ำจากเพื่อนร่วมทีม รูมเมทตลอดกาลอย่างสาวนักวิ่ง "น้องใหม่" ที่งานนี้ทำหน้าที่โดเมสทีคได้อย่างยอดเยี่ยม รับน้ำ แบ่งน้ำให้กันจนมาถึงตรงนี้ รวมกับสาวก้อย ที่เพิ่งฟื้นจากข้อศอกแตก ในการล้มที่เขาใหญ่ช่วงปีใหม่ทำหน้าที่ลากกันมา มันอาจจะหนักไปสำหรับมิณมิณ เมื่อตะคริวมาหาอยู๋เรื่อยๆจนถึงขั้นต้องจอดฉีดเสปรย์

ในที่สุด ก็ครบทั้ง 4 คน เมื่อน้องสาวคนเล็กตามมาเจอพี่ๆจอดช่วยเหลือกันอยู่ และแล้วก็เข้าถึงเวลาสำคัญที่ซ้อมกันมาตลอดหลายเดือนเพื่อรับมือกับการแข่งแบบผู้หญิงล้วนๆ ไม่ใช่ชายปนหญิงแบบนี้ เมื่อ 4 คนที่ฟื้นตัวและมีกำลังใจ ช่วยกันเวียนสลับนำวนตามที่ฝึกมาในโซนของแต่ละคน ใครเหลือมากลากมาก ใครเหลือน้อยลากน้อย ระยะทางหลายสิบกิโลเมตรสุดท้ายนี้ พวกเธอเอาตัวรอดช่วยกันแบบทีมเวิร์คสุดๆเท่าที่จะทำได้ ใครเริ่มไม่ไหวเพื่อนรีบขึ้นมาช่วย ส่งน้ำ แบ่งน้ำกันตลอดทาง


ตัดกลับมาด้านหน้า ที่ความเร็วเฉลี่ยราว 38-39 กม./ชม.

กลุ่มเสือหมอบชายขณะนี้เหลือเปโลตองหลักไม่น่าจะเกิน 60 คน จากเนินซึมยาวสลับลมแรงที่ตัดทอนหายไป แม้กระทั่งสมาชิกสำคัญหน้าเส้นของทีมเรา รถถังคันใหญ่ที่หลุดไปก่อนในระยะเนินซึมยาว

เหลือสมาชิกทีมชาย 3 คนจาก 5 ที่ยังอยู๋ในกลุ่มนำ แต่มีเพียง 2 คนที่ยังอยู่กับเปโลตองเท่านั้น เปโลตองที่ถูกคุมระยะโดยสองนักปั่นญี่ปุ่น ที่รับภาระหนักคอยไล่เก็บคนหนีที่อาจเป็นภัยคุกคาม หรือปล่อยระยะห่างให้กลุ่มหนีเกี่ยงกันจนหมดแรงลงมาเองทั้งวัน

ซึ่งกลายเป็นเกมส์ของ"JoJo" ผู้หาญกล้า หนีแล้ว หนีอีก หลายครั้งหมายจะหาเพื่อนร่วมทางพากันไปไล่ล่า 2 ต่างชาติที่ป่านนี้ไปรอสั่งพิซซ่ากินก่อนเข้าเส้นก็ยังทัน แต่ความพยายามยากจะสำเร็จเมื่อขาดพันธมิตรที่เหมาะสม ดังนั้นช็อตนี้ต้องวัดดวง ยอมเดี่ยวยาว อย่างน้อยถึงไล่หัวไม่ทัน ก็เซฟอันดับ 3 ได้อย่างแน่นอน

แต่เกมส์ไม่ง่ายขนาดนั้นเมื่อ BJCC เองก็ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ค่อยๆคุมระยะห่างอยู่ไกลๆ แต่ไม่รีบกวดเข้ามา อาจเพราะมั่นใจว่าผู้กล้าของเราจะต้องหมดแรงลงมาอย่างแน่นอน

รูปากรณ์แบบนี้ กลุ่มเหลือเพียงเท่านี้ ก็ถึงเวลาเล่นแท็กติคกันบ้างเพื่อความชัวร์ว่าแม่ทัพของเราวันนี้จะหลุดไปได้

โดยการขึ้นมาหัวขบวนเข้าสู่ตำแหน่งสลับนำเปโลตอง ไม่ใช่หมายเพื่อทำความเร็วแต่ค่อยๆลดความเร็วกลุ่มลงทุกครั้งที่เป็นคิวของเรา ทั้งสองคน วิธีการแบบนี้เป็นกลยุทธสีเทา ที่ไม่สะอาดแต่ก็ไม่สกปรกนักในเกมส์กีฬาจักรยาน

ซึ่งสองนักปั่นญี่ปุ่นก็เก๋าพอจะอ่านหมากนี้ออก ในเมื่อดูเชิงกันอยู๋พักหนึ่งพบว่าสองหมากนี้ขึ้นมาเพื่อดึงเกมส์ลง จึงเปิดออกซ้าย และตั้งหน้าทำความเร็วไล่เข้าทันที ด้วยการรู้ถึงภัยคุกคามจากผู้กล้าของเราที่ออกไปห่างเรื่อยๆ และเป็นการแสดงเจตนาชัดเจนว่าวันนี้ทีมชุดขาว-ดำ ที่ตอนนี้เริ่มห้าว มีประสงค์ร้ายกับอันดับโพเดี้ยมอย่างแน่นอน

ซึ่งใช้เวลาอีกไม่นาน กลุ่มก็ตั้งความเร็วสูงปิดแก็ปที่เกิดขึ้น วิทยุสื่อสารถูกส่งสัญญาณเสียงไปบอกแม่ทัพทันทีว่า ศัตรูโต้กลับหนักแล้ว ท่าจะยันไม่อยู๋แน่ ถอนทัพลงมาได้เลย จัดหาทางรับมือใหม่ เปลี่ยนกลยุทธดีกว่าฝืนทุ่มต่อไปแบบไม่มีทางสำเร็จ

ไม่นานระยะห่างของกลุ่มหนีก็กลับสู่ระยะปลอดภัย และถูกกลุ่มรวบตัวกลืนมาได้ในที่สุด เป็นอันสิ้นสุดเกมส์หนีที่ห้าวหาญ จากนี้ต่อไปเกมส์ถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบกระทืบ กระชากทุกเนินเพื่อตัดตัด และเตรียมเข้าสู่การสปรินท์หน้าเส้น การกระแทกทุกครั้งไม่ใช่ความแรงที่หมายจะเปิดแก็ปสำเร็จ กลุ่มเองก็เหนียวไม่ปล่อยให้ใครมีแก็ปมาได้ง่ายๆ จนกระทั่งถึงระยะ 5 กม.สุดท้าย

เมื่อกลุ่มรวบตัวนักปั่น BJCC ที่หนีออกไปแล้วหลุดจากฝรั่งขาแรงระดับเทพมาได้ ตอนนี้ความสับสนของผมเองสร้างปัญหาทันที เมื่อผมเข้าใจว่าเหลืออีก 15 กม. (ไม่ได้หักระยะโรลลิ่ง) และตัดสินใจเรียกรถทีมลงไปรับน้ำและเกลือแร่หมายจะนำกลับมาให้กับทีมอีก 2 คน เพื่อให้ทั้งสองเป็นดาบ 1 และดาบ 2 ตามที่ซ้อมเอาไว้ บทบาทหน้าเส้นชัยไม่ใช่ที่ๆผมจะมีประโยชน์ การทุ่มแรงช่วยฟื้นตัวให้เพื่อนย่อมมีผลดีกว่า

อนิจจา... น่าเศร้า จากที่พยายามอยู่หน้ากลุ่มทำให้ผมไม่รู็ว่าสปรินท์เตอร์ดาบ 2 ของเราได้หลุดไปนานแล้วเมื่อกำลังยัดขวดน้ำใส่เสื้อที่รถเซอร์วิสเพิ่งบอก ซ้ำร้ายที่ระยะ 4 กม. สุดท้ายกลุ่มเล่นเกมส์ตัดตัวกันอย่างแรง ตั้งความเร็วเข้าสู่การสปรินท์หน้าเส้น คงไม่ต้องบรรยายว่าหนังชีวิตของผมจบลงด้วยการไส้แตก แบกน้ำเต็มเสื้อ ยัดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าได้แต่ ก้มหน้าลงพื้น คอตก ภาวนาให้แม่ทัพของเราได้อันดับที่ดี

ยัดของลงเสื้อไปเต็มพิกัด แต่รู้ว่าเหลือเพียง 2 คน รีบแหวกเสื้อโยนทิ้ง เหลือเพียงน้ำไปเผื่อเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรครออยู่คือกลุ่มที่กำลังกระชากกันอย่างหนัก เป็นจังหวะผิดพลาดมหันต์ที่ไม่รู็ว่าเส้นชัยจะมาถึงแล้ว การออกมาจากกลุ่มตอนนี้ก็คือโบกมือลาสถานเดียว ต่อให้รถตั้งความเร็วให้ ก็ไม่มีทางกลับไปได้อีกครั้ง

ในเวลาเดียวกันนั้น ด้านท้ายทิ้งห่ายกลุ่มไปราวๆ 5 นาที สปรินท์เตอร์ของทีมก็ต้องเรียกหาความช่วยเหลือจากเซอร์วิส เนื่องจากกล้ามเนื้อเกิดไม่ยอมฟังคำสั่ง ประทิ้วงไม่อยากปั่นต่อเอาดื้อๆ

ส่วนเจ้าของทีม ผู้นำเข้าสนับสนุนหลักของทีม ลงมาแข่งด้วยในระยะ 109 กม. โอเพ่นชาย อยู่กับทีมมาเกือบตลอดทาง หลุดออกไปช่วงครึ่งทาง แต่ก็สามารถเข้าเส้นชัยตามมาทีหลังห่างไปไม่นานได้
แต่สิ่งที่น่าเศร้าไปยิ่งกว่านั้น....

เมื่อผมเข้าเส้นชัยตามมาหลังกลุ่มสปรินท์ พบว่า อันดับ 2-5 ไม่ใช่พวกเรา ซึ่งก็ไม่ได้ผิดหวังมากนัก เพราะทำดีที่สุดแล้วในวันนี้ แต่สิ่งที่ผมตกใจมากกว่าคือ ... ผมต้องไปหาเพื่อนร่วมทีมผมที่รถพยาบาล แทนที่จะได้ยืนฟังพี่แกฝอยอย่างสนุกสนานถึงวินาทีหน้าเส้น

เมื่อรางวัลของวันนี้ ทีมชายได้รับแผลเย็บ 7 เข็ม เนื้อฉีก จากการเกี่ยวกันล้มของกลุ่มรุ่นชายโอเพ่นที่เข้าเส้นชัยมาพร้อมกับรุ่นใจเกินร้อยที่ใกล้หมดแรง ขวางทางอยู่ จังหวะโกลาหลนั้นเองที่เกมส์สปรินท์เบียดไลน์ไปทำเอานักปั่นใจเกินร้อยเสียหลักล้มลงมาทางแม่ทัพเราในวันนี้ กวาดลงพื้นกระเด็นลงกองกรวดข้างทางที่ความเร็ว 55 กม./ชม.

กระแทกพื้น หมวกแตก ... กลายเป็นรางวัลราคาแพงที่ได้รับจากการจัดการหน้าเส้นการแข่งขันที่ไม่ได้คุณภาพตามที่แสดงเอาไว้ว่าเป็นการจัดการแข่งที่รับรองโดยสมาคมจักรยานฯ ซึ่งไม่ควรปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้หน้าเส้นชัยความเร็วสูง ชิงอันดับของรุ่นโอเพ่นชาย

อีกด้านหนึ่งในขณะที่กำลังเครียดกับการตามรถเซอร์วิสเพื่อส่งสมาชิกทีมไปโรงพยาบาล แชมป์รุ่นโอเพ่นหญิงก็เข้าเส้นชัยมาอย่างนิ่มๆพร้อมๆกับกลุ่มเสือหมอบโอเพ่นชายกลุ่มที่ 3 ทุกคนชะเง้อคอดูน้องสาวของพวกเรากันแต่ไม่พบ ลับหลังเพียง 30 วินาทีหลังจากนั้น เราก็เห็นเสื้อขาว-ดำ หมวกขาว ผมยาวปลิวผ่านเข้าเส้นชัยไป น้องสาวคนเล็กที่กลัวจนแทบเลิกปั่น ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่เกือบครึ่งทาง สปรินท์เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 3 ด้วยขบวนสามัคคีของเพื่อนร่วมทีม ตามมาติดๆด้วยครูมิณมิณ เสมิร์ฟน้อยตะคริวกัน ปิดท้ายด้วยน้องก้อย และซุปเปอร์โด(เรม่อน) น้องใหม่ เก็บอันดับ 3-6 ของรุ่นโอเพ่นไปได้แบบเกินคาด

ซุปเปอร์โดฯใหม่(ซ้าย) มิณมิณเสมิร์ฟ(ขวา) นั่งเฮฮาก่อนขึ้นพิธีมอบถ้วย ความสนุกเข้ามาแทนความเหนื่อยไปเรียบร้อย หรือจะเพราะอาหารเที่ยงลงท้องเลยยิ้มได้ก็ไม่รู้สินะ

และแล้ว 3 สาวก็ได้รับรางวัลที่เกินคาด ซึ่งอันดับจะเป็นเท่าไหร่ เราไม่ได้ซีเรียส เมื่อสอบถามกรรมการเรื่องการทับกันของกลุ่มชายและหญิงเป็นที่เรียบร้อยพบว่าการแข่งนี้อยู่ในบริบทเช่นนี้ เราผิดตรงไหน พลาดอย่างไรก็ต้องนำไปเรียนรู้ แต่สิ่งที่มีค่ามากยิ่งกว่ารางวัลก็คือ ความจริงที่ไม่ได้หลอกลวง เมื่อมิตรภาพ และทีมเวิร์ค สามารถพาให้พวกเธอมาถึงเส้นชัยในอันดับนี้ได้ แบบพร้อมๆกัน ไม่่ทิ้งกัน ดูแลกัน

สิ่งสำคัญที่ได้จากการแข่งนี้ คือประสบการณ์ การทำงานร่วมกัน และปัญหาที่ต้องนำไปแก้ไข แต่สำหรับผม มันสะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงาน ที่ดูยิ่งใหญ่ มีการรับรอง มีการยอมรับ แต่ในไส้ที่แท้จริงกลับเต็มไปด้วยปัญหา ที่นอกจากส่งผลถึงการแข่งขันที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเกมส์ที่ไม่เหมาะสม จนถึงอุบัติเหตุต่างๆ หนักบ้าง เบาบ้าง เสียทรัพย์ เจ็บตัว เสียของ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ประโยคง่ายๆว่า "การแข่งจักรยาน มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้เสมอ" เพราะเหตุการณ์ที่ผมต้องพบ ทีมผมต้องประสบ ไม่ใช่เหตุที่ควรเกิดแม้แต่นิดเดียว หากมีการจัดการการแข่งที่มีมาตรฐานดีกว่านี้
ผมขอฝากผู้จัดแข่งทุกท่าน ... อย่ามองว่าการจัดแข่งจักรยานเป็นเพียงแหล่งกำไร หรือแสวงหาชื่อเสียง จงสำนึกกันไว้ว่าทุกวันนี้กิจกรรม กีฬาจักรยานเติบโตได้ก็เพราะคนมาปั่นกันมาก จนมีสปอนเซอร์เข้ามาจับ มีการถ่ายทอดสด เม็ดเงินไหลมาเทมา เพราะมีผู้สนใจเยอะ หากวันหนึ่งกิจกรรมไร้มาตรฐานกลับมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนเข็ดหลาบ เบื่อหน่ายการร่วมกิจกรรมเหล่านี้ ตลาดจักรยานก็จะเริ่มซบเซาลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายผู้สนับสนุนต่างๆก็จะหายไปหมดสิ้น เมื่อปราศจากมูลค่าการตลาดของสังคมโดยรวม คงไม่ง่ายหากจะนึกย้อนไปถึง 10-15 ปีที่ผ่านมาว่าตลาดเป็นอย่างไร อย่าให้ถึงวันเช่นนั้นเลยครับ ช่วยกันสร้างรายการแข่ง และกิจกรรมที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง
ไม่ต้องไประดับโลก หรือระดับประเทศ แต่ทำให้คนไทยได้มีรายการจักรยานดีๆ สนุก ปลอดภัยก็พอครับ
คลายร้อนลาไปด้วยรอยยิ้มของ 4 สาว พบกันใหม่ในเร็วๆนี้ ครับ และอย่าพลาดสาระที่เก็บมาได้จากการแข่งครั้งนี้จะถูกนำมาเรียบเรียงเป็นบทความที่จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนนักปั่นต่อไป

เก็บตกกิจกรรมคัดตัวทีม Bike And Body หญิง ก่อนจะมาเป็นพวกเธอ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1375071
เก็บตกบรรยากาศการซ้อม
[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 708529.jpg[/homeimg]
ไดอารี่การแข่ง โดย น้องน้ำอิง
https://www.facebook.com/naming.jazzy/p ... 6927692278

ประสบการณ์ดีๆของหนู จบงานนี้ต้องฝึกความกล้าลบความกลัวกันอีกมากๆเลย
#tourofkorat งานนี้ขอบอกเลยว่า อื้อหืออออ
มาเริ่มกันเลยค่ะ.......
งานนี้เค้าปล่อยตัวรุ่นผู้หญิงก่อนเลย ออกตัวปุ๊ป ก็ยังเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ไม่มีการฉุดกระชากลากถูกันแต่อย่างใด สาวๆ พลัดกันขึ้นนำคนละนิดละหน่อย เจ๊ก้อยของหนู ขึ้นไปเป็นหัวลากอยู่พักใหญ่ เลยต้องบอกให้เจ๊ลงมาพักบ้าง สลับคนอื่นขึ้นบ้าง ส่วนตัวน้ำอิงอยู่ท้ายแถว แหะๆ เหลือบไปเห็นเป็น เจ๊มิณๆ สุดสตรองขึ้นไปเป็นหัวลากซะงั้น โอ๊ยยยยหนูกลัวเจ๊หัวใจทะลุ คิดในใจ เราต้องขึ้นแล้ววว กดบันไดขึ้นไป เจ๊ๆถาม น้ำอิงไหวมั้ย พยักหน้าตอบ ไหวๆค่ะ ตอนนั้นจะเข้ากิโลที่ 20 กว่าๆ แต่ไม่ทันใดนั้นเอง รุ่นโอเพ่นผู้ชายก็ถูกปล่อยตัวออกมา ประหนึ่งฝูงผึ้งแตกรังเลยทีเดียว ความเร็วสูง เข้ามารวบกลุ่มผู้หญิงซึ่งน้อยนิด ทุกๆคนเริ่มแทรกซึมเข้ากับกลุ่มผู้ชาย ตอนนี้ต้องระวังมากๆ เพราะถนนไม่ดีอย่างแรง น้ำอิงตามกลุ่มไปได้ถึงประมานกิโลเมตรที่ 35 ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นค่ะ เหลือบไปทางซ้ายมือ จักรยานล้มค่ะ แรงมากด้วย ตกใจอย่างมาก ความเร็วค่อยๆลดๆๆๆ ลงมาเลย เพราะกลัวไปด้วย ใจคอไม่ดี เหลือบไปเห็นพี่โจ้ พี่ไกด์ พี่นัด หันไปบอกพี่ๆว่า "โอ๊ยยยย น้ำอิงกลัววววววอะพี่"
พี่ๆบอก ไปๆพยายามตามๆกลุ่มไปน้ำอิงสู้ๆ แต่ตอนนั้นขาของหนูก็ผ่อนลงมาเรื่อยๆ จากนั้นก็ค่อยๆหลุดลงมาจากกลุ่ม โดดเดี่ยวผู้น่าสงสารค่ะ ตอนนี้ฝากความหวังไว้ที่เจ๊ๆของหนูละ ติดกลุ่มไปได้ รวมถึงสาวๆอีกหลายคนที่กล้าหาญกว่าน้ำอิงมากๆ เอางัยต่อหล่ะทีนี้ กดบันไดพยายามตามกลุ่มค่ะ ห่างแค่เพียงเอื้อมมือแต่มันคือแสนไกลลลลลลลล และสุดท้ายกลุ่มก็หายขาดไปสุดตา ท้อแท้มากตอนนั้น แต่เราต้องสู้ค่ะ รอบขาหนูแน่นมากก พยายามไต่ไปเรื่อยๆ เริ่มเจอกลุ่มที่หลุดๆลงมาบ้าง พยายามเกาะๆกลุ่มไป กลุ่มช้าไปบ้างจนหนูต้องพยายามขึ้นไปเองบ้างง เริ่มเจอสาวๆที่หลุดๆลงมาบ้าง ก็จะชวนให้ไปด้วยกันค่ะ แต่ในขณะที่น้ำอิงกำลังพยายามไต่ขึ้นไปเองนั้น มีพี่ผู้ชายท่านนึง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาขอเซลฟี่กับน้ำอิง
เอิ่มมมพี่คะ ถ่ายตอนนี้เนี่ยน้าาา อ่ะๆๆ น้ำอิงก็ยิ้มจิกกล้องแตกค้าาา และพี่เค้าก็จากไป ฟิ้วววววส ความพยายามยังเนืองแน่น เริ่มเห็นกลุ่มอยู่ลางๆ กว่าจะมาเจอกลุ่มได้ ทรมานบันเทิงไปเอง 30 กว่าโล เข้ากิโลที่ 60 กว่า เจอเจ๊ๆ ทั้ง 3 ของหนูรออยู่ ดีใจน้ำตาจิไหล เจ๊บอก ไปๆๆๆไปต่อ เพราะสาวๆข้างหน้ามีไม่กี่คนพอจะตามทัน ตอนนี้เราทั้งสี่รวมตัวค่ะตั้งกลุ่มตามไปได้เรื่อยๆเลยค้าาา ระหว่างทางคุณแม่สุดที่รักของหนู คอยรายงานตลอดข้างหน้าหลุดไปได้กี่คน เราต้องสู้ เจ๊มิณๆตะคริวมาเป็นระยะๆ แต่ขาก็ไม่หยุดปั่น เจ๊ใหม่คอยเชคตลอด ทั้งยังคอยรับส่งทั้งน้ำทั้งเสปรย์ให้อีก เจ๊ก้อยคงความสตรองเป็นหัวลากของหนู รวมกลุ่มได้แล้วว สามัคคีคือพลัง รวมพลังพาวเวอพับเกิร์ลค้าาาา จุดรับน้ำ แม่อ้อของหนู ยืนยื่นน้ำให้อยู่ เอาหล่ะ จะรับน้ำจากแม่ แต่ในขณะนั้น มีชายคนนึงคว้าน้ำจากแม่ไปต่อหน้าต่อตา
หือๆ แย่งหนูทำมายยย โอเค ไปรับอีกทีข้างหน้าก็ได้ ใกล้ถึงแล้ว พอรับน้ำได้ ทั้งกระดกทั้งราดขา เต็มที่ เฮือกสุดท้าย กดไปให้ถึงเส้นชัยข้างหน้า เข้ามาพร้อมๆกันกับเจ๊มิณๆ แล้วเจ๊ก้อย กับเจ๊ใหม่ก็ตามมาไม่ห่าง วินาทีนั้นยังไม่รู้ว่าเข้าถึงที่เท่าไหร่ แต่ดีใจมากที่เราจบพร้อมกันตามที่ตั้งเป้าไว้ ออกตัวว่าสวยแล้ว เข้าเส้นสวยยิ่งกว่า
แต่ก็มีอุบัติเหตุกับพี่โจ ไม่น่าเกิดขึ้นเลย ขอให้พี่โจหายเร็วๆค่ะ
ขอบคุณ เจ๊ใหม่ Mai Srivoravieng เจ๊มิณ Gagamin Orawee เจ๊ก้อย Karamel KoiKoii ( เจ๊กิ๊บ ด้วยถึงแม้ไม่ได้มาแต่ก็ส่งกำลังใจให้น้องๆ )
ขอบคุณพี่ๆทีมชาย พี่โจ พี่วีระ พี่นัด พี่ไกด์ พี่โจ้ ด้วยค่ะ พี่ตาล Tarn Buranasitiporn คนสวยของน้องด้วย ดูแลพวกเราดีมากๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณแม่คุณแม่ น้ำอิงที่เป็นกำลังใจให้ตลอดๆๆๆ
#Bikeandbody #Kemobikes #Methalmet #fizik
ไดอารี่การแข่ง โดย น้องก้อย
https://www.facebook.com/notes/karamel- ... 7376538938

Tour of Korat
งานแข่งทีมครั้งแรก เริ่มแรกขอเปิดเรื่องล้อก่อนเลย555 ตอนแรกก้อยจะใช้ล้อก้อยซึ่งเป็นขอบต่ำอลู แต่เปลี่ยนใจลองยืมล้อพวกพี่ๆดู เพราะได้ยินมาว่าเป็นงานทางราบ มีเนินชันแค่3% นิดเดียวเองนี่....สบาย
พอเค้าเริ่มปล่อยตัว ซึ่งปล่อยผู้หญิงก่อน(หืม?....) ผู้หญิงก็ปั่นความเร็วระดับสบายๆอยู่ค่ะ ยังไม่มีเล่นเกมส์ยังไม่มีใครหลุด สาวๆก็ผลัดกันขึ้นลาก รวมถึงเราที่ขึ้นไปลากความเร็วประมาณ38-40 ลมส่งไปสักพัก แต่คืนก่อนแข่งที่เราสาวๆBike&Bodyคุยกันไว้คือลาก32-33 พอนะ ระยะทางตั้ง109 โล พอนึกถึงคำพูดตัวเองได้ วินาทีนั้นเลยพยายามจะชะลอความเร็วให้เหลือซัก35-36 บวกค่าลมส่งไปด้วย555
แต่ยังไม่ทันได้ชะลอได้ยินเสียงใครสักคนในทีมบอก ”ก้อยลงมาได้แล้ว” โอเคค่ะ เราเชื่อฟังคำสั่งค่ะ เพราะหนทางอีกยาวไกลถ้าไม่ประมาณตนเองแบบอาจจะไม่จบเอาได้ เพราะไม่ได้ปั่น100โล++ มานานตั้งแต่อุบัติเหตุ ขอบคุณเสียงนั่นที่ช่วยเตือนสติ ลงมาเกาะกลุ่มก็ผลัดให้สาวคนอื่นต่อ มีคนอื่นบ้าง สาวทีมเราบ้างก็ผลัดกันไปค่ะ
ทีนี้ ประมาณกิโลที่30 จำกิโลแน่นอนไม่ได้ เห็นฝรั่งผู้ชายเบรคอเวย์มาแซงกลุ่มสาวๆ ความเร็วโหดมาก(ยูวจ๋า นี่ยูวปั่นยานหรือขี่บิ๊กไบค์อยู่จ๊ะ??) ตอนนั้นคิดในใจเอาแล้ว...เตรียมรับสึนามิได้เลย แล้วก็จริงๆแปปเดียวเท่านั้นโดนกลุ่มสึนามิผู้ชายกลืนไปเลย สาวๆจากที่เรียงเป็นแถวเริ่มกระจายตัวโดนผู้ชายมาคั่นมาแทรกปนกันมั่วไปหมด (จริงๆไม่ควรเลยค่ะไม่ควรปล่อยผู้หญิงก่อน รู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นยังไง อย่างงี้ไม่ต้องแยกชายหญิงแต่แรกยังดีกว่า มาแชลก็ไม่ห้ามด้วย) ปั่นไปสักพัก มีอุบัติเหตุค่ะ ต่อหน้าต่อหน้าเลย ช่วงนั้นถนนไม่ดีเอามากๆ ร่องถนนใหญ่ ไหนจะทรายจะหิน คนล้มแรงมากด้านซ้ายมือ หลังจากนั้นน้องสุดท้องของทีม น้องน้ำอิงหายไปเลย น้องกลัวมาก เราแข่งมาบ่อยๆเรายังกลัวเลย(ล้มไปอีกทีหมอด่าแน่ๆ เดือน6-7ก็จะได้ผ่าเหล็กออกแล้ว) ก้อยรีบหาทางแทรกไปออกด้านขวาเลยค่ะ ตอนนั้นในกลุ่มที่เกาะไปได้ มีพี่ใหม่ พี่มิณ ก้อย และยังคงเห็นผู้หญิงอีก2คนข้างหน้าอยู่ในกลุ่มเหมือนกัน อุ่นใจขึ้นมานิดนึง ที่เค้ายังไม่หายกันไปไหน555
มีช่วงนึง จำกิโลไม่ได้จริงๆตาแทบจะไม่ได้มองไมล์เลย ระแวงซ้ายขวาหน้าหลังอยู่กลัวล้มจริงๆ ไม่ทันไรเจอทางโค้งค่ะ เรารู้เลยผู้ชายเค้าโค้งเสร็จต้องยิงแน่ๆ โค้งแรกผ่านไปอย่างปลอดภัยและยิงตามได้ แต่โค้งที่สองนี่สิ คือยังอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่มาก กำลังเค้าโค้งคนข้างหน้าเราหักหลบซ้าย ทำให้เราเห็นกรวยอยู่ตรงหน้าจังๆเลย อีกนิดเดียวจะชนอยู่แล้ว แต่หักหลบขวาได้ทันแบบฉิวเฉียดมากๆ เฮ้ออออ....มัวแต่ตกใจกรวย ลืมไปเลยนี่มันโค้งเค้าต้องยิงกันอีกแน่ๆ........ไม่ทันละค่ะ ผู้ชายข้างหน้าๆยิงกันตุบตับ ดูอีกทีผู้หญิง2คนข้างหน้าที่ไม่ใช่ทีมเราก็หายไปแล้วเหมือนกัน ฮือออ.... เหลือแค่พี่มิณ พี่ใหม่ ก้อยที่เป็นผู้หญิงอยู่ในกลุ่ม สักพักไปเรื่อยๆ ด้วยทางที่เป็นเนินเยอะ(ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าเป็นทางราบนั้น....==;) ทำให้พี่ใหม่ซึ่งใช้จานหน้า52 ค่อยๆหายไปจากกลุ่ม เหลือแค่พี่มิณที่ขึ้นเนิน เจอลม แดดร้อนก็เกาะได้แบบเนียนๆ ไปได้เรื่อยๆทั้งที่ตะคริวมา กระติกน้ำก็หล่นไม่มีน้ำกิน กับก้อยซึ่งใช้ขอบสูงอลูอันหนักหน่วง พยายามกัดฟันอัดขึ้นเนินเพื่อตามกลุ่มให้ทัน
สักพักพี่มิณมาบอกก้อยว่าหิวน้ำไม่มีน้ำกินเราให้น้ำเสร็จแล้ว พี่มิณขอให้ลากไปเกาะกลุ่มหน้าได้มั้ย เราคิดว่าได้สิ...ปกติเรื่องไล่ตามเนี่ยจะชอบมาก แต่ตอนนั้นดันเป็นเนินค่ะ (พี่มิณนู๋พยายามจะไปให้ทันข้างหน้าแล้วจริงๆไปเท่าไรก็ไปไม่ถึง หนักขามาก T^T) จนต้องลงแบบไม่ไหวแล้ว พี่มิณขึ้นมาลากให้ค่ะ ทั้งที่ตัวเล็กมากและกำลังกินเจลอยู่ ตะคริวก็มา ขอบคุณมากๆเลย สักแปปจอดกันค่ะเพื่อเอาน้ำและฉีดสเปรย์กันตะคริว
ระหว่างที่จอดอยู่นั้น....พี่ใหม่ก็ตามมา ดีใจมาก และกำลังจะออกน้ำอิงค่ะ!น้ำอิงตามมาได้ ดีใจมากกว่าเดิมอีกอยู่กันครบ><
และแล้วเราก็ตั้งกลุ่มลากกัน พยายามไต่ไปข้างหน้าเรื่อยๆ ซึ่งก้อยลากไม่ดูตาม้าตาเรือ หันไปอีกทีเหลือแค่พี่ใหม่ เอาวะ...เหลือกัน2ยังดีกว่าเหลือ1 พี่ใหม่ขึ้นไปลากก้อยตามสักพัก ก้อยเห็นกลุ่มหน้าและกลุ่มหน้าไปอีกเป็นพี่โจ้พี่ผู้ชายในทีมเรา ก้อยเลยขึ้นไปลากเพื่อไล่ให้ทันกลุ่มข้างหน้าก่อนแล้วจะไล่ไปถึงกลุ่มพี่โจ้อีกที แต่แล้วอีกครั้งก้อยลากไม่ดูตาม้าตาเรือหรืออาจจะเป็นนิสัยการกระชากและการปั่นไม่นิ่ง หันไปอีกทีพี่ใหม่หายไปค่ะ ณ.จุดนั้นดราม่าจริงๆ ในใจคิดโทษตัวเอง แล้วก็คิดจะทำไงดี เรา....เป็นคนที่ทิ้งเพื่อนใช่มั้ยเราควรต้องรอ....กลับกันหรือจะไปต่อเพื่อเสื้อทีมบนโพเดี้ยม คิดไปคิดมาระหว่างสองสิ่ง บอกตรงๆตอนนั้นยังไม่เข้าใจความหมายของทีม ปั่นเดี่ยวมาตลอด นู๋ควรทำไง? ในเคสแบบนี้
.........เราคิดไปปั่นไปเรื่อยๆเลยตัดสินใจไปต่อค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดมั้ย ขอโทษนะ T T ก้อยอยู่กับกลุ่มผู้ชายประมาณ5คนค่ะ แต่ละคนดูอ่อนแรง ก้อยก็ผลัดขึ้นไปช่วยบ้างตามแรงที่มี ทางข้างหน้ามองไม่เห็นกลุ่มพี่โจ้แล้วค่ะ ไล่ไม่ทัน สักพักก่อนขึ้นสะพานมีกลุ่มใหญ่มากตามมา เราเกาะกลุ่มไปเลย และแล้วทีมก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง น้ำตาจะไหล เราปั่นไปเรื่อยๆจนเริ่มเข้าใกล้เส้นชัยซึ่งเป็นทางเนินยาวๆ ก้อยกะพี่ใหม่หลุดกลุ่มเลยค่ะ ไม่ไหวกะเนินแล้วจริงๆ มีพี่มิณกับน้องน้ำอิงรอดไปได้อย่างสบายๆ พี่มิณรับน้ำไม่ได้ พี่ใหม่เป็นคนเดียวที่รับน้ำส่งน้ำให้เพื่อนได้ ตอนนั้นพี่ใหม่หลุดกลุ่มมาแล้วแต่ก็ยังพยายามจะไล่ตามเพื่อส่งน้ำให้พี่มิณ นับถือใจจริงๆ พี่ใหม่พ้นเนินไปแล้วค่ะ เหลือเราที่ยังคงดราม่าอยู่กะเนิน แต่พอเราพ้นเนินเท่านั้นแหละ เรารีบเร่งลงเนินคือแบบเจิดจรัสมาก ด้วยความที่เป็นขอบสูงและความหนักของล้ออลู ลงเนินทีนี่พี่ยังกะจะสยายปีก ตามพี่ใหม่ทันแล้วหันไปมองหน้าแว๊บนึงประหนึ่งว่าจะส่งซิกให้พี่ใหม่ตามมา แต่พูดไม่ออกเนื่องจากเหนื่อยจากเนินมามากๆ แล้วไม่นานก็ถึงเส้นชัย พี่ใหม่ตามมาติดๆ ก่อนหน้านี้มีน้ำอิงกะพี่มิณๆเข้าไปแล้ว
สรุปสาวๆทีมเราได้อันดับ3 4 5 6 เรียงเลยค่ะ จบสวยมาก ดีใจ น้ำตาจิไหล.......
จากงานนี้ก้อยได้เรียนรู้ความเสียสละของพี่ใหม่ Mai Srivoravieng พี่ใหม่เป็นDomesticที่ดีมากๆ เป็นผู้เสียสละ หลุดหรือเหนื่อยแค่ไหน แต่ใจคิดแต่จะส่งน้ำกะฉีดสเปรย์ให้เพื่อน พี่มิณ Gagamin Oraweeสาวตัวเล็กแต่เนียนมาก เหมือนจะไม่ไหวแต่ก็ไปได้เรื่อยๆ เจอลมหรือเนินเค้าเกาะไปได้แบบเนียนๆเรื่อยๆ ตัวเล็กแต่น่ากลัวจริงๆ ส่วนน้องน้ำอิง Nattha Klongklaewเรื่องใจสู้นี่ยกให้เลย หลุดไปนานแล้วแต่ก็ยังตามมาได้ และไปต่อได้ดีด้วยกับรอบขาอันเลื่องชื่อ ขอบคุณทุกๆคนเลย
ขอบคุณพี่ๆทีมชายด้วย Nutz Prombutra Jologo G Shock Jojo Gateravee Phairojchaiyakul Aphikhup Prasopsub Veera Pornpipatkul เป็นห่วงน้องๆเหลือเกิน น่ารัก อิอิ
ขาดไม่ได้ขอบคุณคุณแม่น้องน้ำอิง พี่ตาล Tarn Buranasitiporn พี่ซัน Kurozaki Ejiko เป็นทีมเซอร์วิสและทีมเชียร์ที่สุดยอดจริงๆค่ะ
สุดท้ายขอบคุณพี่ป๊อป Pop Kurochan สำหรับทุกอย่างที่ทำให้เลย
เราจะนำจุดบกพร่องของทีมมาวิเคราะห์ ค่อยๆเรียนรู้ซึมซับสิ่งดีๆของทีมเพื่อหาความหมายของทีมกันไปเรื่อยๆ เราจะต้องได้คำตอบสักวันว่า “การเป็นทีมคืออะไร?” และเราจะพยายามกลายเป็นทีมเวิร์คที่ดีมากๆสักวันให้ได้ค่ะ
ปล.งานหน้ามีพี่กิ๊บ Kibbu Pajaree อีกคน มันส์ขึ้นแน่นอน อิอิ




