ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
เชื่อเถอะ ต่อให้คุณเปิด google ค้นคำว่า Half tyre , Sterling cog และ Rear stur คุณก็ไม่มีทางเจอหรอก เพราะคำเหล่านี้เป็นความ"เพี้ยน"ของภาษาที่คนไทยเรียกขึ้นมาเอง อาจจะขำๆแล้วอนุมาณว่ามันเป็นวิวัฒนาการของภาษาแบบไทยๆก็คงได้กระมัง
อันที่จริงที่มาของยางฮาล์ฟนั้น ผมเคยนำเสนอมาแล้ว น่าจะราวๆปีกว่าๆมาแล้ว ( เคยลงใน duckingtiger http://www.duckingtiger.com/why-thai-pe ... es-a-half/ ) เล่าให้ฟังใหม่ก็ได้ครับ
ยางฮาล์ฟเป็นคำที่คนไทยเรียกกันมานานมากแล้ว เรียกกันมาก่อนที่ผมจะปั่นจักรยาน นานขนาดว่าอจ.หมอกฤษดา บานชื่น ซึ่งท่านเป็นผู้เขียนหนังสือจักรยานเพื่อสุขภาพก็ยังไม่ทราบที่มา แต่ถ้าอยากจะทราบจริงๆก็ต้องไปถามทีมชาติในยุคไล่ๆกันกับคุณปรีดา จุลละมณฑล ( ท่านเสียไปแล้ว คงต้องจุดธูปถามกันแทนเท่านั้น ) ซึ่งผมเองนึกถึงอจ.ปราจีน รุ่งโรจน์ หรือ โคช P ที่หลายคนคงจะเคยเห็นกันใน FB อจ.ปราจีนเป็นนักแข่งจักรยานทีมชาติในยุคนั้น ปัจจุบันยังเป็นอจ.ผู้ฝึกสอนในโรงเรียนกีฬาของกทม. ท่านเล่าให้ฟังว่า คำว่าฮาล์ฟนั้นมันเพี้ยนมาจากฮับ ( Hub ) ซึ่งเต็มๆแล้วเพี้ยนมาจากคำว่า ล้อฮับ ซึ่งก็ไล่ต่อมาจาก ล้อฟรีฮับ ( Freehub ) นั่นเอง ล้อแข่งถนนในสมัยก่อนจะเป็นล้อใส่ยางทากาวหรือ Tubular ยางจึงถูกเรียกพ้องไปกับล้อ กลายเป็นยางฮับ แล้วสุดท้ายก็เพี้ยนเป็นยางฮาล์ฟในที่สุด
ส่วนรถลู่นั้น ล้อหลังจะเป็นล้อที่ไม่มีฟรี ซึ่งปัจจุบันเราจะคุ้นในชื่อของล้อ Fixed gear แต่มีการเรียกไปว่าเป็นเฟืองสเตอริง ซึ่งเป็นคำที่ผมคุ้นหูมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะจักรยานแข่งที่ผมเห็นคนเอามาปั่นกันนั้นยังเป็นเฟืองหลังไม่มีฟรี อันที่จริง ถ้าลองไปค้นหาที่มากันจริงๆ เราก็จะรู้ว่ามันมาจากยี่ห้อจักรยาน Sterling เรียกกันไป เรียกกันมา เพี้ยนกันซะไม่รู้ทิศทาง
สุดท้าย สเตอร์หลัง บางคนเรียกเฟืองหลังของรถฟิกซ์เกียร์ว่า สเตอร์หลัง จริงๆแล้ว Stur นี่หาคำแปลแทบไม่ได้เลย เพราะจริงๆแล้วที่มานั้น มันเพี้ยนมาจาก Spur ซึ่งมีลักษณะเป็นกงจักรที่ติดไว้ปลายส้นรองเท้าสำหรับให้โคบาลใช้จิ้มสีข้างม้าเพื่อเร่งให้มันทะยานไปข้างหน้า ( ลองค้นรูปในgoogle ดูแล้วจะเข้าใจในทันทีว่าหน้าตามันเป็นแบบนี้ คนจึงเรียกตามแล้วเพี้ยนกันมา )
อจ.ปราจีน ย้ำว่า ในยุคนั้น นักกีฬาต้องเชื่อฟังโคชครับ ห้ามเถียงโคช โคชว่ายังไงก็ต้องว่าตามโคช โคชเรียกอะไรก็ต้องเรียกตามโคช ภาษาอังกฤษของคนไทยในยุคก่อนนั้นก็ไม่ได้แตกฉานกันแบบในปัจจุบัน
ปล. คุณน่าจะเคยได้ยินคำว่า "ดอกทอง" กันบ้าง และคงจะรู้ความหมายกันดีนะครับ เคยสงสัยไหมว่าทำไมนางเอกในเรื่องพระอภัยมณี จึงชื่อว่า นางสุวรรณมาลี ซึ่งก็แปลว่า ดอก(ไม้)ทอง(คำ) ,นางเอกละครจีน ก็ชื่อ กิมฮวย ( ดอก(ไม้)ทอง(คำ ) ) ไม่สงสัยกันบ้างหรือว่า ทำไมถึงมีแสลงคำนี้เกิดขึ้น
นางสุวรรณมาลี ชื่อนี้ถูกคิดขึ้นมาสมัยรัชกาลที่สาม แต่แสลงว่า"ดอกทอง"ว่ากันว่าเริ่มมีมาในสมัยรัชกาลที่ห้า ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจนะครับ
ที่มาของคำนี้มาจาก ในสมัยนั้นมีสำนักนางคณิกา(ซ่อง นั่นแหละ)แห่งหนึ่ง มีนางคณิกาหน้าตาดีอยู่หลายคน มีผู้นิยมไปใช้บริการกันมาก หน้าสำนักนางคณิกาแห่งนี้ มีต้นทองหลางที่ออกดอกบานสะะพรั่ง จึงกลายเป็นชื่อที่เรียกกันว่า บ้าน(ที่มี)ดอกทองหลาง(บาน) เรียกกันไป ผู้หญิงบ้านนั้นก็กลายเป็นผู้หญิงบ้านที่มีดอกทองหลางบาน
แแล้วมันก็สั้นลง กลายเป็นผู้หญิงบ้านดอกทองหลาง , ผู้หญิงดอกทองหลาง , ผู้หญิงดอกทอง ,หญิงดอกทอง , ดอกทอง , อีดอกทอง จนสุดท้ายเหลือแต่คำว่า อีดอก
อันที่จริงที่มาของยางฮาล์ฟนั้น ผมเคยนำเสนอมาแล้ว น่าจะราวๆปีกว่าๆมาแล้ว ( เคยลงใน duckingtiger http://www.duckingtiger.com/why-thai-pe ... es-a-half/ ) เล่าให้ฟังใหม่ก็ได้ครับ
ยางฮาล์ฟเป็นคำที่คนไทยเรียกกันมานานมากแล้ว เรียกกันมาก่อนที่ผมจะปั่นจักรยาน นานขนาดว่าอจ.หมอกฤษดา บานชื่น ซึ่งท่านเป็นผู้เขียนหนังสือจักรยานเพื่อสุขภาพก็ยังไม่ทราบที่มา แต่ถ้าอยากจะทราบจริงๆก็ต้องไปถามทีมชาติในยุคไล่ๆกันกับคุณปรีดา จุลละมณฑล ( ท่านเสียไปแล้ว คงต้องจุดธูปถามกันแทนเท่านั้น ) ซึ่งผมเองนึกถึงอจ.ปราจีน รุ่งโรจน์ หรือ โคช P ที่หลายคนคงจะเคยเห็นกันใน FB อจ.ปราจีนเป็นนักแข่งจักรยานทีมชาติในยุคนั้น ปัจจุบันยังเป็นอจ.ผู้ฝึกสอนในโรงเรียนกีฬาของกทม. ท่านเล่าให้ฟังว่า คำว่าฮาล์ฟนั้นมันเพี้ยนมาจากฮับ ( Hub ) ซึ่งเต็มๆแล้วเพี้ยนมาจากคำว่า ล้อฮับ ซึ่งก็ไล่ต่อมาจาก ล้อฟรีฮับ ( Freehub ) นั่นเอง ล้อแข่งถนนในสมัยก่อนจะเป็นล้อใส่ยางทากาวหรือ Tubular ยางจึงถูกเรียกพ้องไปกับล้อ กลายเป็นยางฮับ แล้วสุดท้ายก็เพี้ยนเป็นยางฮาล์ฟในที่สุด
ส่วนรถลู่นั้น ล้อหลังจะเป็นล้อที่ไม่มีฟรี ซึ่งปัจจุบันเราจะคุ้นในชื่อของล้อ Fixed gear แต่มีการเรียกไปว่าเป็นเฟืองสเตอริง ซึ่งเป็นคำที่ผมคุ้นหูมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะจักรยานแข่งที่ผมเห็นคนเอามาปั่นกันนั้นยังเป็นเฟืองหลังไม่มีฟรี อันที่จริง ถ้าลองไปค้นหาที่มากันจริงๆ เราก็จะรู้ว่ามันมาจากยี่ห้อจักรยาน Sterling เรียกกันไป เรียกกันมา เพี้ยนกันซะไม่รู้ทิศทาง
สุดท้าย สเตอร์หลัง บางคนเรียกเฟืองหลังของรถฟิกซ์เกียร์ว่า สเตอร์หลัง จริงๆแล้ว Stur นี่หาคำแปลแทบไม่ได้เลย เพราะจริงๆแล้วที่มานั้น มันเพี้ยนมาจาก Spur ซึ่งมีลักษณะเป็นกงจักรที่ติดไว้ปลายส้นรองเท้าสำหรับให้โคบาลใช้จิ้มสีข้างม้าเพื่อเร่งให้มันทะยานไปข้างหน้า ( ลองค้นรูปในgoogle ดูแล้วจะเข้าใจในทันทีว่าหน้าตามันเป็นแบบนี้ คนจึงเรียกตามแล้วเพี้ยนกันมา )
อจ.ปราจีน ย้ำว่า ในยุคนั้น นักกีฬาต้องเชื่อฟังโคชครับ ห้ามเถียงโคช โคชว่ายังไงก็ต้องว่าตามโคช โคชเรียกอะไรก็ต้องเรียกตามโคช ภาษาอังกฤษของคนไทยในยุคก่อนนั้นก็ไม่ได้แตกฉานกันแบบในปัจจุบัน
ปล. คุณน่าจะเคยได้ยินคำว่า "ดอกทอง" กันบ้าง และคงจะรู้ความหมายกันดีนะครับ เคยสงสัยไหมว่าทำไมนางเอกในเรื่องพระอภัยมณี จึงชื่อว่า นางสุวรรณมาลี ซึ่งก็แปลว่า ดอก(ไม้)ทอง(คำ) ,นางเอกละครจีน ก็ชื่อ กิมฮวย ( ดอก(ไม้)ทอง(คำ ) ) ไม่สงสัยกันบ้างหรือว่า ทำไมถึงมีแสลงคำนี้เกิดขึ้น
นางสุวรรณมาลี ชื่อนี้ถูกคิดขึ้นมาสมัยรัชกาลที่สาม แต่แสลงว่า"ดอกทอง"ว่ากันว่าเริ่มมีมาในสมัยรัชกาลที่ห้า ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจนะครับ
ที่มาของคำนี้มาจาก ในสมัยนั้นมีสำนักนางคณิกา(ซ่อง นั่นแหละ)แห่งหนึ่ง มีนางคณิกาหน้าตาดีอยู่หลายคน มีผู้นิยมไปใช้บริการกันมาก หน้าสำนักนางคณิกาแห่งนี้ มีต้นทองหลางที่ออกดอกบานสะะพรั่ง จึงกลายเป็นชื่อที่เรียกกันว่า บ้าน(ที่มี)ดอกทองหลาง(บาน) เรียกกันไป ผู้หญิงบ้านนั้นก็กลายเป็นผู้หญิงบ้านที่มีดอกทองหลางบาน
แแล้วมันก็สั้นลง กลายเป็นผู้หญิงบ้านดอกทองหลาง , ผู้หญิงดอกทองหลาง , ผู้หญิงดอกทอง ,หญิงดอกทอง , ดอกทอง , อีดอกทอง จนสุดท้ายเหลือแต่คำว่า อีดอก
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
Number8
- ขาประจำ
- โพสต์: 402
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
- Tel: 0898554137
- team: Dr.bike club/ Fang nopburi
- Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
- ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
มากด like คนแรก ของ column คนเก่ามาเล่าเรื่อง
ถ้าเริ่มใช้ได้ก็เลิกได้ละมั้งครับ ใช้ผิดๆ แบบไทยๆ เหมือน เปิดไฟฉุกเฉิน ตรงสี่แยก แล้วไปตรง
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
เป็นความรู้ตกทอดจากบรรพชนที่สุดยอดจริง ๆ ครับ 5555+ ขอรับไว้เป็นความรู้ใส่ไว้ในรอยหยักสมองของข้าพเจ้าเพื่อสืบทอดแก่ลูกหลานสืบไป 
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
- ethylalc
- ขาประจำ
- โพสต์: 628
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 19:59
- Bike: Specialized E5 2015
- ตำแหน่ง: onnut bkk
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
สเตอร์ นี่นึกว่ามาจากคำว่า stir ที่แปลว่า การคน หรือกวน อะไรประมาณนี้ซะอีกซึ่งเวลากวนหรือคนก็มักจะกวนเป็นวงกลม
- น้องหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 10662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
- Tel: 0891441866
- ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
- ติดต่อ:
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ขอบคุณครับ ติดตามอ่านมาหลายปีเหมือนกันครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ก็คงเหมือนคำว่า แฟ้บ หรืออะไรทำนองนี้ล่ะมั้งครับ แต่ผมว่าฮาฟมันก็เรียกง่ายดีนะ ไม่เหมือนทูบบูล่ามันยาวไปนิด ค่อยเก็บไว้พูดกะฝรั่งก็แล้วกันนะฮ้าฟ

ลูกเผลอแล้วเจอกัน
- irat
- ขาประจำ
- โพสต์: 875
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2013, 11:57
- team: 18+
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ชอบเรื่อง "สุวรรณมาลี" มากๆ ครับ 555
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย
-
Kize
- สมาชิก
- โพสต์: 71
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ธ.ค. 2015, 10:08
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
หลับฝันดีสักที ฮ่าๆๆ ขอบคุณอ.ลูครับ
- KleinMantra1998
- ขาประจำ
- โพสต์: 566
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2015, 14:48
- Bike: Trek
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ฮ่าฮ่าฮ่า ขึ้นต้นด้วยยางฮาร์ฟ มาลงท้ายด้วยคุณดอก งง หน่อยๆครับพี่หนก
แต่ยางฮาร์ฟ นี่ Thailand Only จริงๆครับ เรียกกันที่เดียวในโลก
แต่ยางฮาร์ฟ นี่ Thailand Only จริงๆครับ เรียกกันที่เดียวในโลก
-
Hxs
- ขาประจำ
- โพสต์: 509
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2016, 08:28
- Bike: Avenger R8
- ตำแหน่ง: Louiaiana
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ผมงงตั้งแต่สับจานกับตีนผีแล้วครับ
คือเริ่มปั่นอยู่เมกา พึ่งมาเข้าบอร์ดไทยทีหลัง แถวนี้ก็เรียกกันตรงๆนะ Front Derailleur, Rear Derailleur เข้าใจง่ายว่าตัวเปลี่ยนเกียร์หน้าหรือหลัง เจอศัพท์ตีนผีเข้าไป ตอนแรกนึกเลย หมายถึงไอ่ที่กางไว้กางตอนจอดกันจักรยานล้มป่าวหว่า 555
คือเริ่มปั่นอยู่เมกา พึ่งมาเข้าบอร์ดไทยทีหลัง แถวนี้ก็เรียกกันตรงๆนะ Front Derailleur, Rear Derailleur เข้าใจง่ายว่าตัวเปลี่ยนเกียร์หน้าหรือหลัง เจอศัพท์ตีนผีเข้าไป ตอนแรกนึกเลย หมายถึงไอ่ที่กางไว้กางตอนจอดกันจักรยานล้มป่าวหว่า 555
ตัวเล็กก็ยอมรับความจริงบ้าง อย่าหลอกตัวเองแล้วใช้อุปกรณ์ไซส์เกินตัวเลย
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
สูง 169cm, frame size=50, crank length=165mm, bar width=38cm
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
เออ ทำไมเขาเรียก ตีนผี ล่ะ? รบกวนอาจารย์ลูมาอธิบายคำ ๆ นี้ด้วยครับ
ไม่เก็ตอย่างแรง ทำไมถึงเรียก ตีนผี มันตีนผีตรงไหน
ไม่เก็ตอย่างแรง ทำไมถึงเรียก ตีนผี มันตีนผีตรงไหน
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ไทยแลนด์โอนลี่ : ยางฮาฟล์ ,เฟืองสเตอริง , สเตอร์ฺหลัง
ตีนผีนี่ไม่ทราบที่มาครับ
คำว่าตีนผีในศัพท์ไทยแลนด์โอนลี่นี่ มีหลายวงการนะครับ
จักรเย็บผ้า จะมีตีนผี ( ลองค้นดูในกูเกิลดูคำว่า ตีนผีจักรเย็บผ้า ดูครับ )
วงการช่าง ฝรั่งเรียก internal caliper ( ลองค้นคำนี้ดูนะครับ จะได้ดูรูปได้ ) คนไทยเรียกว่า ตีนผี เช่นกัน
คุณแมวทอง เคยเอารูปจักรยานเก่าๆที่มี rear derailleur ในยุคเริ่มต้น อุปกรณ์ตัวนี้ไม่ได้ใช้สายดึงเหมือนกับปัจจุบัน แต่เวลาเปลี่ยนเกียร์ นักปั่นจะต้องยื่นเท้าขวาไปเขี่ย ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า พอพัฒนาขึ้นมาก็เลยใช้สายสลิงดึงแทน นี่หรือเปล่าที่ทำให้เปลี่ยนจากตีนคนเป็นตีนผีแทน ฮ่า ฮ่า
คำว่าตีนผีในศัพท์ไทยแลนด์โอนลี่นี่ มีหลายวงการนะครับ
จักรเย็บผ้า จะมีตีนผี ( ลองค้นดูในกูเกิลดูคำว่า ตีนผีจักรเย็บผ้า ดูครับ )
วงการช่าง ฝรั่งเรียก internal caliper ( ลองค้นคำนี้ดูนะครับ จะได้ดูรูปได้ ) คนไทยเรียกว่า ตีนผี เช่นกัน
คุณแมวทอง เคยเอารูปจักรยานเก่าๆที่มี rear derailleur ในยุคเริ่มต้น อุปกรณ์ตัวนี้ไม่ได้ใช้สายดึงเหมือนกับปัจจุบัน แต่เวลาเปลี่ยนเกียร์ นักปั่นจะต้องยื่นเท้าขวาไปเขี่ย ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า พอพัฒนาขึ้นมาก็เลยใช้สายสลิงดึงแทน นี่หรือเปล่าที่ทำให้เปลี่ยนจากตีนคนเป็นตีนผีแทน ฮ่า ฮ่า
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน