อัพอย่างไร ให้ได้ผลเหมาะสม
การอัพเกรดชิ้นส่วนของจักรยาน เป็นเหมือนดั่งเชื้อที่ฝังตัวมาพร้อมกับความลุ่มหลงในการปั่นจักรยานของนักปั่นทุกๆคน เมื่อได้ครอบครองจักรยานคันโปรดมาเป็นที่เรียบร้อย ด้วยกระแสให้คลื่นลมสังคมและค่านิยมการตลาด โถมเข้าใส่ไม่นาน ก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า "คัน" ขึ้นมาไม่ช้าก็เร็ว เพราะต้องการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆให้ได้การขี่ที่ถูกอกถูกใจมากขึ้น ซึ่งบทความนี้จะไม่พูดว่ามันถูกหรือผิด เพราะ กระเป๋าเราคนละใบนะครับ ใครนิยมแบบพอเพียง ก็ไม่สามารถไปวัดได้ว่าสิงห์นักอัพเค้าลงเงินไปแล้วคุ้มหรือไม่ เพราะคำว่าคุ้มค่าของแต่ละคนมันแตกต่างกัน จะคุ้มด้วยการใช้งานหรือทางจิตใจ สุดแต่ใจของแต่ละท่านจะเลือกได้เอง
แต่คราวนี้ ไหนๆก็คันและอัพกันเป็นเรื่องปกติ เราลองมาดูเหตุผลในการอัพเกรดที่จำแนกออกมาเป็นรูปแบบต่างๆได้หลากหลายดีกว่าครับ หากคุณพร้อมด้วยทุนทรัพย์ และครบด้วยเหตุผลต่างๆแล้วล่ะก็ อาการคันก็จะยิ่งลุกลามจนต้องสะกิดเกาจัดมาให้หายคันกันไปในที่สุด แล้วคันที่ว่า มันมาจากอะไรบ้าง เชิญรับชมกันได้เลยครับ

1.อัพให้เบากว่าเดิม
"ความเบา"หรือน้ำหนักที่น้อย ส่งผลกับการขี่โดยตรงที่อัตราเร่งและการขี่ขึ้นเขา รถเบาย่อมพุ่งกว่า เป็นความเชื่อที่ติดตัวกันมาทุกคนอย่างแน่นอน และสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้ นักปั่นเป็นโรคแพ้ตาชั่งอย่างรุนแรง อย่าได้หยิบตาชั่งมาชั่งรถเชียวนะครับ เพราะชั่งไปชั่งมา วันดีคืนดี ไปเจอสิ่งกระตุ้นต่อมคัน จะพาลนึกถึงตัวเลขบนตาชั่งและตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่สามารถควักออกมาจ่ายได้ เพื่อเปลี่ยนเลขบนตาชั่งให้ลดลงไป "กรัมลละพัน ขีดละหมื่น" เป็นคำพูดพื้นฐานของการเลือกอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆเพื่อควาาเบาของนักปั่นทั่วไทย

การอัพเกรดเพื่อความเบานี้ส่งผลได้จริง ช่วยได้จริงแน่นอนครับ แต่จะมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนนั้นๆว่าอยู๋ตรงไหน หากเป็นสุดขอบแกนหมุนอย่างวงล้อ ยาง บันได ขาจาน พวกนี้ย่อมส่งผลได้ชัดเจน หรือเบาะเองก็ช่วยให้การโยกรถทำได้สบายขึ้น ในทางกลับกัน ชิ้นส่วนบางส่วนแทบจะไม่ส่งผลต่างกับการขี่เลย แต่ส่งผลกับน้ำหนักรวมของรถบนตาชั่งเท่านั้น และที่เหนือสิ่งอื่นใด หากเป็นนักปั่นที่แต่งรถจนเบามากๆไปแล้สจะรับรู้สัจธรรมได้ว่า รถเบาไม่ได้ขี่ดีเสมอไป เพราะน้ำหนักที่เหมาะสมนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งๆที่ยังคงมีโมเมนตัมที่ดี และความพุ่งที่เหมาะสม ส่วนถ้าจะไปสายแข่งมาตรฐาน อันนี้ต้องเช็คให้ดีๆเพราะน้ำหนักรถทั้งคันชั่งแล้วต้องไม่เบาไปกว่า 6.8 กิโลกรัม ว่ากันตรงๆแม้แต่โปรระดับโลกเองเมื่อติดขากระติก ฐานยึดไมล์ ชั่งเข้าจริงๆส่วนมากก็หนักกว่า 6.8 กันเป็นปกติ มีน้อยคันที่จะทำการถ่วงน้ำหนักและเลือกจัดประกอบให้ครบชั่งได้แตะอยู่ที่ 6.8 กก. ตามกติกาสากล

2.อยากซิ่งให้เร็วขึ้นไปอีก
ความเร็วและการแข่งขันเป็นดีเอ็นเอที่ฝังอยู่ในตัวนักปั่นเกือบทั้งหมด จะมากจะน้อย เราก็สนใจอยู่กับความเร็ว เวลา และระยะทางที่ทำได้ ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าเป้าหมายสำคัญหนึ่งที่เราคิดจะคันเลือกเปลี่ยนชิ้นส่วนเพื่อให้รถวิ่งได้เร็วขึ้น ในข้อนี้ผมขอเน้นไปที่การเจาะจงมองหาจุดต่างๆ เช่นลูกปืนจุดหมุนทั้งหมดที่อัพแล้วแรงเสียดทานรถลดน้อยลง ส่งผลให้รถไหลไปได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะลูกปืนล้อเซรามิคส์ กะโหลกเซรามิคส์ ลูกรอกตีนผีเซรามิคส์ ไปจนเลือกใช้ลูกรอกตีนผีขนาดใหญ่เพื่อลดการขดตัวของโซ่ที่เกิดแรงเสียดทานมากกว่า เลือกใช้เฟืองและจานให้เหมาะสมให้แนวโซ่อยู่ตรงกลางมากที่สุดลดการเสียดสีและเซฟแรงได้ด้วย

ที่ขาดไม่ได้ก็คือกระแส"แรงเสียดทานการหมุน" ที่เป็นกระแสหลักล่าสุดของยางแบบต่างๆที่ออกแบบมาให้มีแรงต้านจากพื้นน้อยที่สุดและพิสูจน์ได้จริงแล้วว่าช่วยให้รถไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นในแรงที่ออกไปเท่าเดิม เล็กๆน้อยๆเหล่านี้ต่างช่วยให้รถไหลคงความเร็วต่อไปได้มากขึ้น หรือพูดง่ายๆก็คือการลดแรงเสียดทานทั้งหลายลง อันที่จริงหากมองให้ดี เรื่องนี้การดูแลรักษารถอาจเป็นสิ่งสำคัญที่มักถูกละเลยมากกว่า เพราะอุปกรณ์ชั้นเทพแต่ไม่เคยดูแล บำรุง ล้างและหล่อลื่นให้สะอาด ก็ทำงานได้แย่เสียยิ่งกว่าชิ้นส่วนมาตรฐานติดรถที่หมั่นบำรุงรักษาให้สะอาดดีเยี่ยมอยู่ดี

3.แอโร่ไดนามิคส์
พ.ศ.นี้ ถ้าไม่รู้จักคำนี้อาจจะต้องบอกว่าเชยไปเสียแล้วสำหรับนักปั่น ที่จริงแล้วเรื่องนี้มีมาเป็นร้อยๆปีครับ หลักฐานง่ายๆก็คือท่าขี่จัรกยานเสือหมอบที่ลู่ลมมากๆ คนโบราณเองรู้อยู๋แล้วว่าอากาศเป็นสิ่งต้านสำคัญอันดับต้นๆหากเราต้องการดึงสมรรถนะของจักรยานออกมามากที่สุด แต่ในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้ กระแสความสำคัญของแอโร่ไดนามิคส์กลายเป็นทิศทางหลักของปัจจัยแห่งการพัฒนา ตั้งแต่หมวก เสื้อ กางเกง รองเท้า ถุงเท้า ถุงมือ แว่นตา แทบจะทุกอณูของคนและจักรยานต่างพยายามสร้างความได้เปรียบด้านอากาศพลศาสตร์กันเต็มที่ ซี่ลวดล้อแบนๆ มีแรงฉุดน้อยกว่าซี่ล้อกลมๆ ขอบล้อดีๆแอโร่ฯเต็มที่ย่อมช่วยได้มากกว่า แฮนด์แอโร่ฯ ช่วยแหวกอากาศด้านหน้าได้ดีเยี่ยม และแน่นอนว่าเฟรมแอโร่ฯก็ช่วยได้ไม่น้อยเช่นกัน

นักปั่นมหาศาล พยายามมองหาความแอโร่ฯจากทุกชิ้นส่วนเท่าที่จะหาได้ เอาแค่เสื้อผ้าที่ใส่ก็เห็นแล้วครับ ระหว่างกางเกงปั่นแบบขาบาน ขาสั้น กับกางเกงปั่นแบบรัดรูปเน้นเป้า เป็นสิ่งบ่งชี้ความเป็นนักปั่นที่มุ่งมั่นกับความเร็วได้เป็นอย่างดี เสื้อที่ใส่ที่เคยนิยมยัดร่างเข้าไปในเสื้อตัวเล็ก จนรักแร้ฟิต แขนกุด ยอมลดไซส์ใส่ตัวสั้นๆ ให้แนบเนื้อ ถูกแทนที่ด้วยผ้ายืด พอดีตัว ไม่ต่างกับเสื้อบอดี้สูท ยิ่งกว่านั้นยังเลือกเนื้อผ้าและการสร้างลายบนผิวสิ่งทอที่ดึงให้กระแสอากาศผ่านเลียบกับตัวมากที่สุด นักแข่งทุกวันนี้ต่างใส่เสื้อรัดติ้วพอดีตัวกันเป็นปกติไปเสียแล้ว อย่าได้แปลกใจถ้าวนหนึ่งคุณไปเจอล้องามๆ ที่เชื่อว่าแอโร่ฯได้ดีเยี่ยม อยู่ในงบที่จัดสอยมาได้ แล้วมันคันยิบๆ อยากจะได้มาเสียจริงๆ

4.อุปกรณ์การฝึกซ้อม
"อัพแรงดีกว่าอัพของ" ข้อนี้ร้อยทั้งร้อย ทุกคนย่อมเชื่อว่าจริง แต่ทว่า อัพแรงคนอย่างไรกันล่ะ? ในเมื่อก็ออกมาขี่แล้วขี่อีก ก็ยังไม่แรงสู้คนอื่นเสียที จะมีจอมยุทธกระบี้ไม้ไผ่ซักกี่คนที่สามารถขี่จนแรงแซงชาวบ้านได้ด้วยความมานะบากบั่นอย่างเดียว ดังนั้น การฝึกซ้อมหรือรูปแบบการปั่นที่เหมาะสมย่อมกลายเป็นหนทางสู่ความสำเร็จในใจแต่ละคน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือเครื่องมือเพื่อการฝึกซ้อมที่ช่วยให้ซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ไมล์จัรกยานที่อย่างน้อยก็บอกระยะทาง เวลา และความเร็วได้ เท่านี้ก็ช่วยให้เราเริ่มหัดที่จะพัฒนาได้แล้ว (ยุคนี้ต้องสมาร์ทโฟน) เส้นทางเดิมๆ คนเดิมๆ รถคันเดิมๆ กับความมุ่งมั่นว่าจะทำความเร็วได้มากขึ้น เวลาน้อยลง หรือระยะทางที่ไปไกลกว่าเดิม นี่คือพื้นฐานย้อนสู่เบสิค

ถ้าไปยังยุคไฮเท็คก็ไม่พ้นไมล์จักรยานล้ำยุคที่วัดได้ทั้งรองขา หัวใจ ซึ่งสามารถระบุโซนการปั่น การออกแรงได้เป็นอย่างดี ไปลองมองดูนักปั่นสิครับ นอกจากจะใส่ฮาร์ทเรทเอาไว้ดูหัวใจกันวายตายคนถนน ลองเงี่ยหูฟังจะได้ยินคำแปลกๆมากมายทั้งเอนดูแรนซ์บ้าง โซนสองบ้าง เทมโป้บ้าง ทำเซ็ทก็อีก เหล่านี้ล้วนเป็นศัพท์ทางการฝึกซ้อมวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เลือกมาใช้เป็นแนวทางกัน หากชีพจรยังไม่ใช่คำตอบทีู่กใจ ก็ได้เวลาคันยิบๆไปสอยเอาพาวเวอร์มิเตรอ์ หรือวัดวัตต์การออกแรงให้เจาะจงลงไปอีก ว่าเราออกแรงเท่าไหร่ อยู๋ในระดับโซนไหน ร่างกายเป็นอย่างไร ราคาก็เด้งไปมากโข เรียกว่าวัตต์ติดๆกันนั้นราคาแพงกว่าจักรยานหลายๆคัน บางตัวแพงกว่าจักรยานทั้งคันของเพื่อนที่ปั่นอยู่ร่วมทางเสียอีก แต่ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คันยิบได้ไม่ยากหากนักปั่นคนนั้นเป็นสายฝึกซ้อมพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง

5.ความสบายขณะปั่น
ความสบายเป็นปัจจัยหนึ่งตั้งต้นมาตั้งแต่การออกแบบจักรยานมาให้เราได้ใช้กัน ร่วมไปกับการเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสรีระกายภาพของตน และครอบคลุมไปถึงคำว่า"ฟิตติ้ง" หรือการปรับเซ็ทจักรยานให้มีระยะต่างๆเหมาะกับผู้ขี่ ทั้งหมดนี้พื้นฐานสำคัญหนึ่งประการก็คือการสร้างความสบาย จนสามารถขี่ได้ยาวนอนหรือออกแรงได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ผมมั่นใจได้ว่าแทบทุกคนต้องเคยผ่านอาการ "เจ็บก้น" กันมา และเบาะก็น่าจะเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่มองหาการอัพเปลี่ยนกันไม่ยาก เมื่อเพื่อนและกระแสต่างๆพากันนิยมชมชอบแนะนำเบาะนั้นเบาะนี้ว่ามันตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม นั่งสบายก้นจนปั่นได้เต็มที่ บางคนเปลี่ยนเบาะไปแล้วครึ่งโหลก็ยังไม่เจอคู่แท้ และคันยิบเสมอเมื่อเจอเป้าหมายใหม่น่าสนใจ

นอกจากเบาะก็ยังรวมถึงกางเกง แฮนด์รูปทรงต่างๆ เสต็มความยาวและองศาที่ต้องเปลี่ยน ขาจานที่พอดี รองเท้าที่ได้รูปทรง บางอย่างราคาไม่กี่ร้อยเช่นผ้าพันแฮนด์ก็สามารถช่วยให้เราสบายขึ้นได้ง่ายๆ จนไปถึงหลายๆหมื่น เช่นเฟรมรุ่นเน้นความสบายที่ซับแรงสะเทือนได้ดีเยี่ยม ขี่ไปเลยครึ่งค่อนวันเส้นทางจะโหดร้ายอย่างไรร่างกายก็ไม่หวั่น ดังนั้นสำหรับหายๆคน ความสบายกลายเป็นปัจจัยหลักของการเลือกชิ้นส่วนต่างๆ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการคันยิบๆได้เสมอที่รู้สึกปวดล้า เมื่อย สะท้านกายขณะปั่น ภาพและข้อความโปรยสรรพคุณชิ้นส่วนต่างๆมันนัดกันปรากฏมาภายในหัวช่วยเร้าเชื้อแห่งความอยากได้ดีเสียจริงๆ

6.ความทันสัมยและมูลค่าทางใจ
โลกเหมือนจะหมุนเร็วขึ้น อายุของผลิตภัณฑ์ต่างๆสั้นลง เทคโนโลยีพัฒนาไปไวและเกิดรุ่นใหม่ๆที่พัฒนาออกมาถี่กว่าแต่ก่อนมาก ของวันนี้พร้อมจะพ่ายแพ้และตกรุ่นไปในปีข้างหน้า เมื่อของใหม่ออกมา ความล้ำยุค นำสมัยของมันก็คือเสน่ห์เย้าใจให้อยากครอบครองกันเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่รุ่นไม่ต้องใหม่ล่าสุดแต่อยู๋ในระดับชั้นของเทพ เลเวลโปรทีมใช้ ความสุดขีดของมันถูกแทนที่ด้วยคำว่า "จบ" ของนักปั่นหลายต่อหลายคนที่มีกำลังเอื้อมไปถึงได้ ซึ่งถือเป็นอีกเหตุผลในการอัพเกรดที่เราต้องยอมรับครับว่าต่างคน ต่างปัจจัย สุขของเขาและสุขของเราแตกต่างกัน คนบางคนสุขที่ได้ออกแรงเหนื่อยไส้แทบกอง ซ้อมจนพัฒนา คนบางคนสุขที่ได้ลูบจับคลำรถแสนรักที่ให้รางวัลตนเองมาเติมสุขภาพและความรื่นรมณ์ในชีวิต

อย่าลืมนะครับว่ารถยิ่งถูกใจ ยิ่งรู้สึกถึงคุณค่าและภาคภูมิใจ ยิ่งกระตุ้นให้ออกไปขี่ และยิ่งขี่ก็ยิ่งได้สังคม ได้สุขภาพที่ดี แล้วจะผิดอะไรหากใครบางคนจะอัพเกรดให้ตนเองมีความสุขในคุณค่าเหล่านี้และกลายเป็นแรงบันดาลใให้เค้าออกมาร่วมถนนไปบนจักรยานด้วยกันกับเรา ไม่มีผิด หรือถูก คุ้มหรือไม่คุ้ม ที่สามารถวัดกันได้อย่างแน่นอนครับ แต่สิ่งที่จริงแท้ก็คือ ความล้ำค่าของคุณค่าในสิ่งที่รักย่อมมีกันอยู่ในตัวเราทุกคน กระนั้นเอง เมื่อวันเปลี่ยนผ่าน ของเก่าไป ใหม่มา ก็ได้เวลาคันยิบๆเมื่อคำว่า"จบ"กลับกลายเป็นเพียงอดีตไปเสียแล้ว

7.ความสวยงาม
ความงามทางศิลปะแห่งวิศวกรรมการออกแบบ หรือความเก๋ไก๋ของเฉดสีสันที่บรรจงเลือกใส่ลงไปบนจักรยาน เป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร ข้อนี้สำหรับบางคน(เช่นผม) มองแล้วไม่สำคัญ แต่สำหรับอีกหลายๆคนมันเป็นสิ่งที่ชวนให้โลกนี้ลงตัวเมื่อจักรยาน ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ต่างงๆสอดคล้องไปกับรสนิยมทางศิลปะของตน ใครจะเป็นสายวิศวกรรม เน้นความเรียบง่าย "Less is more" หรือรูปทรงการออกแบบสะท้อนประโยชน์ใช้สอยดั่ง "Form fallow function" ก็คงมองหาการอัพใส่ชิ้นส่วนต่างๆที่ดูแล้วแสดงออกถึงตัวตนนั้น

แต่อีกมุมหนึ่งที่ก็ไม่ผิดหากจะมีรองเท้า หมวก เสื้อ กางเกง แม้แต่ล้อ และรถที่หลากหลายเข้าชุด เป็นคู่สีที่สบายตาจรรโลงใจให้เลือกปั่นกันได้อย่างเป็นสุข หรือจะมีคันเดียวนี่แหละแต่ขยันเปลี่ยนนั่นนิด นี่หน่อย ของแต่งสีสันสวยงามสลับไปมาตามแต่ละช่วงชีวิตการปั่น เดือนนี้เน้นโทนขาวสบายตา ไม่นานก็คว้าเอาชุดแต่งสีสดใสมาใส่ให้ดูกระชุ่มกระชวย ก็คล้ายกับข้อก่อนหน้านี้ครับ เมื่อเราเป็นสุขกับมัน ชอบในจักรยานของเรา ก็ย่อมมีแรงบันดาลใขให้ออกไปปั่นได้มากขึ้น ใครๆก็อยากขี่จักรยานที่ตนเองชื่นชอบ จริงมั้ย??
สุดท้าย.... ลองถามตัวท่านสิครับว่าเวลาท่านคัน ท่านคันด้วยเหตุผลอะไรบ้าง อาจมีเหตุผลยิบย่อยอีกเช่น เอาใจเพื่อน เอาใจมิตรสหายในก๊วน ต้องเหมือนกัน ไปด้วยกัน ข้อนี้ก็เป็นเหตุผลทางสังคม แต่เท่าที่สอบถามมา เป็นส่วนน้อยมากๆ หรือกรณีอัพเพราะ ... บริหารสินทรัพย์ให้คุ้มค่า รีบขายต่อก่อนราคาตก เหมือนราวกับเล่นหุ้น ลุ้นกองทุน คอยจับตามองราคาตลาดว่ากราฟดิ่งไปไหนแล้ว ถึงจุดหนึ่งที่เลยคำว่าคุ้มวันนั้นจะขายไปก็เจ็บหนักเหมือนไม่ได้อะไร สู้ขายไปตอนนี้จะดีกว่า

สุขของจักรยาน ไม่ใช่เฉพาะเวลาปั่นครับ กิจกรรมทั้งหมดทั้งสิ้นของจักรยานล้วนแต่สร้างความสุขให้เราทั้งนั้น ขอเพียงอย่าได้เดือดร้อนภาระหน้าที่อันต้องกระทำ เสียทรัพย์อย่างมีสติและไม่เบียดเบียนใคร ใครจะไปว่าท่านได้ เพราะคนเรานั้น ....ต่างกัน[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 682258.jpg[/homeimg]
