ครั้งนี้ต้องขออภัยที่น้องรีบกลับบ้าน
น้องปล่อยให้เมืองยโสธรเป็นแค่ทางผ่าน เพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวจังหวัดอำนาจเจริญ
แต่พี่ๆท่านใดไปเที่ยวทางนั้น อย่าปล่อยให้ยโสธรเป็นแค่ทางผ่านนะคะ
เป็นเมืองที่น่าไปเที่ยวมากคะ จากที่น้องหาข้อมูลคร่าวๆ
อย่างเช่น วัดลาดเก่า หรือวัดล้านขวด อุโบสถที่สร้างจากขวดแก้วสีเขียว
เป็นขวดที่รวบรวมมาจากชาวบ้าน ขวดที่ไม่ได้ใช้ นำมาสร้างอุโบสถ์อย่างสวยงาม
ตึกเก่าย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า......ชุมชน200ปีกับ อาคารรูปทรงแนวโคโลเนี่ยลสไตล์
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ โบสถ์ไม้เก่าแก่ที่เกิดจากศรัทธาของชุมชน
ยโสธรเขามีที่เที่ยวเยอะมากคะ
แต่เส้นทางที่น้องมุ่งหน้าไปส่งพี่บัดดี้กลับบ้าน ช่างห่างไกล จากแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองยโสธร
วันนี้เราก้มหน้าก้มตาปั่นอย่างเดียว เพราะคิดถึงบ้านที่จากมา........T_T
พี่บัดดี้ก็พยายามกล่อม....อยากให้น้องพักอยู่ด้วยที่บ้านพี่เขาอีกสักคืน วันถัดไปค่อยเดินทางกลับ
แต่ น้องยังเป็นน้องสาวที่ดื้ออย่างเสมอต้นเสมอปลายคะ ^_^ ขอโทษนะคะพี่เขียว
เราทานข้าวเที่ยงแถวๆ ถนนเลี่ยงเมืองยโสธรแล้วมุ่งหน้าไปบ้านป่าติ้วคะ
บ้านป่าติ้วถนนสวย สภาพเส้นทางเป็นเนินขึ้นลง สองข้างทางต้นไม้ใหญ่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก
ทำให้ช่วงเวลาบ่ายโมงเราปั่นกันอย่างไม่ร้อน
จอดพักกันทุก 15 กิโลเมตร
แดดแรงๆ เราก็ยิ้มได้คะ ถ้าต้นไม้เยอะแบบนี้
สักบ่ายสองโมงครึ่งเราก็มาถึงปากทางเข้าบ้านพี่เขียว พี่บัดดี้ของน้อง
พอมาดูภาพเก่าๆ เราสองคนช่างเป็นกุลสตรีปกป้องผิวแขน กับผิวหน้ากันเหลือเกิ๊น...... ผ้าบัฟถุงแขนนี่ไม่เคยขาด
แต่ขาดำช่างมัน 5555
วันนี้น้องกับพี่บัดดี้ปั่นมา ร้อยกว่ากิโลเมตรแล้วคะ จำระยะไม่ค่อยได้เหมือนกัน
รู้แต่ว่าน้องต้องปั่นเข้าตัวจังหวัดอำนาจเจริญอีก 25 กิโลเมตร
คุณเต้ยเพื่อนพี่เขียวปั่นจักรยานเสือหมอบออกมารับพี่เขียวเพื่อปั่นเข้าหมู่บ้าน
น้องคิดว่า.....จะร่ำลาจากกับพี่บัดดี้ ณ.จุดนี้…….หน้าทางเข้าบ้านน้ำปลีก
พี่บัดดี้ทำตามฝันสำเร็จได้อย่างปลอดภัยกับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานโดยไม่ต้องพึ่งรถเซอร์วิส
ตลอดระยะทางน่าจะ ห้าร้อยกิโลเมตร (น้องจำระยะทางไม่ได้นะคะ ต้องขออภัยคะ)
เธอปั่นได้ดีมากๆคะ เป็นเรื่องสบายมากสำหรับรอบขาแบบเธอ
เมื่อใกล้ถึงบ้าน เธอกล่าวขอบคุณน้องมาตลอดทางว่า...หากไม่มีน้องเธอคงผ่านมันมาไม่ได้
ซึ่งในความคิดน้อง เธอเดินทาง ท่องเที่ยวด้วยจักรยานได้สบายมากคะ ถึงเดินทางคนเดียวเธอก็เอาตัวรอดได้คะ
เธอมีสัญชาตญาณในการระวังตัว เธอมีความอ่อนน้อมต่อผู้คนรอบข้าง เธอเป็นมิตรและเข้ากับผู้คนได้ดี
ออกจากบ้านด้วยจักรยานทำตัวให้เล็กคะ ถอดหัวโขนไว้บ้าน เราจะได้รับความเมตตาจากคนพื้นที่คะ
น้องกอดล่ำลากับพี่บัดดี้เพื่อมุ่งหน้าเข้าจังหวัดอำนาจเจริญ
ความสนุกกำลังจะผ่านไป.......งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา
เมื่อคลายอ้อมกอด.......พี่น้องไปก่อนนะคะ
แล้ว.......เธอก็บอก เดี๋ยวพี่ไปส่ง
น้องหัน ซ้าย ขวา....คิดในใจ พี่จะเอากระบะไปส่งน้องหรา????
น้องไม่นิยมขึ้นกระบะ ถ้าน้องไม่ได้สู้จนสุดแรง >_<
น้องถามพี่บัดดี้....ไปยังไงคะพี่
พี่บัดดี้บอกเดี่ยวพี่ปั่นไปส่ง 55555 สตั้นไปสามวินาที งานเลี้ยงยังไม่จบ เธอขอต่อเวลา
สุดอ่ะ....ผู้หญิงคนนี้ เล่นๆ กับเธอไม่ได้นะคะ
วันนี้เธอคงเก็บระยะ ได้จุใจเธอ150-160 กิโลเมตรกระมัง
(พี่บัดดี้จัดการจองตั๋วรถมุกดาหารไว้ให้น้องในขากลับ รถจะมาถึงอำนาจเจริญตอนห้าโมงเย็น )
ถนนจากบ้านน้ำปลีกเข้าตัวอำนาจเจริญทางเป็นเนินเหมือนป่าติ้ว แต่ที่แตกต่างคือต้นไม้ข้างทางแทบไม่มี
รถยนต์วิ่งค่อนข้างเร็ว เสือหมอบคุณเต้ยปั่นนำแล้วไปจอดรอเราเป็นระยะ
เราไปถึงอำนาจเจริญ ยังไม่สี่โมงเย็นแวะทานก๋วยจั๊บญวน ร้านขึ้นชื่อของเมืองอำนาจเจริญ
กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่น กับพริกที่เขาคั่วเองเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับก๋วยจั๊บญวน
น้องซื้อกลับบ้านไปฝากก๊วก 1 ถุง ^_^
พี่สาวยังพาน้องแวะเที่ยวศาลหลักเมืองอำนาจเจริญ เวลายังเหลือให้เราพอแวะเที่ยวกันอีกสักนิดนึงคะ
