
คงไม่ช้าเกินไปสำหรับสัมผัสแรก พรีวิวสินค้าเทคโนโลยีจักรยานที่ถูกจัดว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2015-16 ด้วยบทสรุปจุดสิ้นสุดของการรอคอยชุดเกียร์ไฟฟ้าจากค่ายใหญ่ค่ายสุดท้ายอย่าง SRAM ที่ตามหลังคู่แข่งอย่าง Shimano Di2 และ Campagnolo EPS มาช้ากว่าหลายปี แต่มาช้าทั้งทีก็เล่นจุดเด่นด้วยการเป็นระบบไร้สายสมบูรณ์แบบทั้งระบบ การเปลี่ยนเฟืองหลังและจานหน้าทั้งหมดทำผ่านการสื่อสารระบบไร้สายที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะเพื่อให้มีความเสถียรและปลอดภัยสูงที่สุด ด้วยระบบ AIREA

AIREA
เป็นระบบไร้สายที่ถูกพัฒนามาใหม่โดยเฉพาะ ใช้สัญญาณการส่งข้อมูลไร้สายแบบ 128-บิท ที่ทำการตั้งรหัสการจับคู่ของชุดอุปกรณ์ 1 ชุดต่อการจับคู่เท่านั้น เมื่อจับคู่กันแล้วจะไม่สามารถรับส่งสัญญาณแทรกแซงด้วยอุปกรณ์อื่นๆได้ถึงแม้ว่าจะใช้คลื่นเดียวกันเพื่อป้องกันการรบกวนจากอุปกรณ์ตัวอื่น มีกำลังส่งทำการได้ที่ระยะ 100 เมตร ทาง SRAM ได้ทำการว่าจ้างบริษัทพัฒนาวิศวกรรมไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยทีมงานวิศวกร นักพัฒนาระบบ และที่สำคัญคือมีการว่าจ้าง "แฮ็คเกอร์" เพื่อศึกษาทดลองกระบวนการเข้าก่อกวนข้อมูลเพื่อความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดทางออกของระบบสัญญาณที่ทำการเปลี่ยนแปลงรหัสในตัวเองอยู่เรื่อยๆระหว่างการสื่อสารไร้สาย แปลว่าแม้แฮ็คเกอร์จะสามารถทำการเข้าถึงรหัสการใช้งานได้ แต่จะส่งผลถึงการชิฟท์เกียร์ได้เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้น AIREA จะเข้ารหัสในคู่ตัวเองใหม่ และแฮ็คเกอร์ต้องเจาะข้อมูลใหม่ทั้งหมด
แปลง่ายๆครับว่ารหัสสัญญาณที่จับคู่กันแล้วจะถูกชุด eTAP นั้นๆสื่อสารกันอยู๋ตลอด และมีการเปลี่ยนแปลงโค้ดเองโดยอัตโนมัติตลอดการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องมานั่งจับคู่ใหม่เพราะระบบถูกออกแบบให้ทำด้วยตัวเอง เมื่อเจาะข้อมูลเข้าไปได้ในช่วงขณะหนึ่งก็จริง สามารถเข้าไปรบกวนหรือก่อกวนได้ แต่พอระบบเข้ารหัสตัวเองใหม่ ถ้าแฮ็คเกอร์ยังต้องการจะเข้าไปก่อกวนก็ต้องแฮ็คใหม่อีกรอบทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สำหรับระบบคลื่นความถี่แบบ 128-บิท ก็เป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิทนั่นเอง เพียงแต่บัตรเหล่านั้นมีการเข้ารหัสตายตัว 1 ค่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และการพัฒนาจุดนี้ที่ทำให้ eTAP ต้องออกสู่ตลาดล่าช้ากว่าที่คาดหมายกันเอาไว้เสียนาน

มาดูชุดอัพเกรดนี้กันครับ
ชุดอัพเกรด Red eTAP เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอัพเกรดเกียร์ตนเองให้ใช้กับ eTAP ได้โดยไม่ต้องการเปลี่ยนจานหน้าและเบรค พูดง่ายๆก็คือชุดนี้มาเพียงระบบการเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าเท่านั้น ในชุดประกอบด้วย
1.ชิฟท์เตอร์ 2 ข้าง
2.สับจานหน้า พร้อมแบทเตอรี่
3.ตีนผีพร้อมแบทเตอรี่
4.แท่นชาร์จแบทเตอรี่
5.ด็อกเกิลเชื่อมต่อสำหรับการอัพเฟิร์มแวร์
ชิฟท์เตอร์

มีมาให้ 2 ข้างนะครับ ภายในใส่ถ่านกระดุมธรรมดา (CR3032) ซึ่งใช้พลังงานต่ำมากๆ ถ่านหนึ่งก้อนสามารถใช้งานได้ยาวนาน 2 ปี (จากการเคลมของ Sram) ถึงแม้ว่าถ่านจะหมดก็สามารถหาซื้อใส่ได้ง่ายทั่วไป เนื่องจากตัวชิฟท์เตอร์ถูกออกแบบมาให้ทำงานที่พลังงานต่ำ ส่งสัญญาณสื่อสารกับชุดเปลี่ยนเกียร์เฉพาะเวลาที่ใช้งานเท่านั้น เมื่อขยับก็จะตื่นและหลับไปเมื่อไม่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกัน 30 วินาที และส่งคลื่นสัญญาณเฉพาะเวลาที่กดปุ่มเท่านั้น

ชั่งแล้วมีน้ำหนักข้างละ 131 กรัม รวม 2 ข้างน้ำหนักประมาณ 260-263 กรัม
สับจานหน้า

มาพร้อมกับแบทเตอรี่พิเศษ ชาร์จไฟเต็มใช้งานต่อเนื่องได้ราวๆ 60-80 ชั่วโมง แบทเตอรี่ที่สับจานหน้าและตีนผีเป็นตัวเดียวกันสามารถสลับใช้งานทดแทนกันได้ และมีฝาปิดขั้วแบทเตอรี่พลาสติคมาให้ เนื่องจากทาง Sram แนะนำว่าเมื่อถอดแบทเตอรี่ออก ต้องปิดฝาขั้วแบทฯที่สับจานและตัวแบทเตอรี่ทุกครั้ง จุดรอยต่อของแบทเตอรี่กับสับจานมีซีลยางกันน้ำแน่นหนา น้ำไม่สามารถเข้าไประหว่างแบทเตอรี่และสล็อตใส่แบทฯได้

สับจานชั่งน้ำหนักได้ 137 กรัม และแบทเตอรี่มีน้ำหนักเบามากๆ ชั่งได้ 22 กรัมต่อก้อน

น้ำหนักรวมของสับจานและแบทเตอรี่ประมาณ 160 กรัม
ตีนผี

เช่นเดียวกับสับจานทุกอย่าง ต่างกันที่อายุการใช้งานแบทเตอรี่ชาร์จไฟเต็มจะใช้งานได้ราวๆ 60 ชั่วโมงเนื่องจากจากการใช้งานพบว่านักจักรยานเปลี่ยนเกียร์ที่เฟืองหลังมากกว่า(บ่อยกว่า) ทำให้ใช้พลังงานรวมมากกว่า แบทเตอรี่จึงหมดก่อนเสมอ ด้วยเหตุนี้ทาง Sram จึงออกแบบให้แบทเตอรี่สามารถถอดสลับกันได้ หากจุดใดหมดก่อน(ตีนผี)ก็ถอดจากอีกจุดหนึ่ง(สับจาน)มาใส่แทนและยังสามารถปั่นต่อไปได้ อย่างน้อยก็กลับบ้านได้

ตีนผีมีน้ำหนักชั่งจริง 214 กรัม รวมกับแบทเตอรี่ 22 กรัม ดังนั้นตีนผีพร้อมใช้งานมีน้ำหนักประมาณ 235 กรัม
แบทเตอรี่และแท่นชาร์จประจุไฟเต็มได้ในเวลาประมาณ 60 นาที และสามารถเสียบชาร์จจากพาวเวอร์แบงค์ได้ด้วย ดังนั้นในกรณีเดินทางไกล หากเกิดฉุกเฉินแบทฯหมดจริงๆ เพียงแค่มีแท่นชาร์จ, สายชาร์จ และพาวเวอร์แบ็งค์ หยัดพักหาอะไรกิน หรือกาแฟร้อนๆจิบพลางๆรอชาร์จไฟซักครึ่งชั่วโมงก็ขี่ต่อได้อีกเป็นวันแล้วครับ

แท่นชาร์จและสายชาร์จ พร้อมอะแด็ปเตอร์เสียบปลั๊กไฟมาตรฐาน มาแนวนี้สายยูเอสบีมาตรฐาน อย่าว่าแต่พาวเวอร์แบ็งค์เลยครับ ชาร์จจากชุดชาร์จแบทฯเสียบรถยนต์ก็ยังได้ ดังนั้นถึงแม้จะมีอายุแบทเตอรี่สั้นกว่าเกียร์ไฟฟ้าคู่แข่ง แต่ก็ชาร์จไฟได้สะดวกมากจนแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องแบทฯหมด
วิเคราะห์น้ำหนักชุด eTAP
เราลองมาดูน้ำหนักแยกชิ้นกันว่าแต่ละชิ้นของ eTAP เทียบกับเกียร์ทั้งไฟฟ้าและสายธรรมดาว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
ชิฟท์เตอร์
237g Dura Ace 9070
260g Red eTAP
262g Super Record EPS
280g Red
330g Super Record
307g Force
315g Ultegra 6870
337g Record
340g Rival
363g Dura Ace 9000
419g Ultegra 6800
486g 105 5800
สับจาน
67g Dura Ace 9000
72g Super Record
74g Record
76g Red
77g Force
86g Ultegra 6800
88g Rival
89g 105 5800
114g Dura Ace 9070
127g Super Record EPS
137g Red eTAP
167g Ultegra 6870
ตีนผี
143g Red
155g Super Record
160g Dura Ace 9000
166g Force
172g Record
188g Rival
193g Ultegra 6800
198g Super Record EPS
214g Red eTAP
217g Dura Ace 9070
234g 105 5800
271g Ultegra 6870
แบทเตอรี่
44g Red eTAP
58g Dura Ace 9070
58g Ultegra 6870
130g Super Record EPS
แต่ eTAP ถือเป็นชุดเกียร์ไฟฟ้าที่น้ำหนักเบาที่สุดจากน้ำหนักรวมทั้งชุดเปรียบเทียบชุดเกียร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ค่ายในแต่ละรุ่นดังนี้
1933g Red eTAP
2034g Dura Ace 9070
2078g Super Record EPS
2407g Ultegra 6870
ลองพิจารณาดีๆนะครับ จากค่าทั้งหมด Red eTAP เบากว่า Dura Ace 9070 ราวๆ 100g ซึ่งน้ำหนักที่เบากว่ากันชัดเจนมาจากชิ้นส่วนอื่นๆเช่นจานหน้าที่ Red เบากว่า DA อยู่แล้วราวๆเกือบ 100g และก้ามเบรคที่ก็เบากว่าอยู่เกือบๆครึ่งขีด ปัจจัยที่ลืมไม่ได้อย่างสุดท้ายคือ สายไฟ และจุดเชื่อมต่อที่แม้จะไม่มีการชั่งที่แน่นอนเอาไว้เพราะสายไฟมาน้ำหนักแตกต่างตามแต่ไซส์ของเฟรม แต่ก็เป็นน้ำหนักที่เพิ่มมาให้กับชุด Di2 อีกไม่น่าจะต่ำกว่า 50g เลยทีเดียว ด้วยประการทั้งปวงนี้ทำให้รวมน้ำหนักทั้งชุดขับเคลื่อน Sram Red eTAP จึงเบาที่สุดในบรรดาชุดเกียร์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

ทางด้านชุดอัพเกรดนี้ ถ้านับเฉพาะในบริบทของการอัพเกรดเทียบกัน ก็จะพบว่ากรณีถ้าเอาไปอัพใส่จานหน้าและอะไหล่ Shimano (ซึ่งคงไม่มีใครทำ) ไปๆมาๆ Dura Ace eTAP จะหนักเสียยิ่งกว่า Dura Ace Di2 9070 เสียอีก จะุ้มค่าที่สุดก็ต่อเมื่อนำไปอัพเกรดใส่กับคนที่มีชุดขับเคลื่อน Sram Red หรือ Force อยู่แล้ว (กรณีไปอัพใส่ Sram Force ก็จะได้น้ำหนักรวมๆใกล้เคียงกับ Dura Ace 9070 นั่นเอง)

อย่างไรก็ดี ต้องขอทิ้งท้ายเอาไว้ว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับเกียร์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องของน้ำหนักครับ แต่หมายถึงความแน่นอนในการใช้งานที่ไม่มีวันเพี้ยน แม่นอย่างไรก็จะแม่นอย่างนั้นไปจนวันตาย (คนขี่ตายหรือชุดขับตาย) เพราะไม่มีปัจจัยเรื่องสายเกียร์ยืด เก่า ฝืด พัง มายุ่งได้ และความสะดวกมากๆในการปรับตั้งเกียร์ที่แก้ปัญหาต่างๆได้เพียงแค่การกดปุ่มไม่กี่ปุ่มก็จูนเกียร์ให้เงียบเนินได้ที่ปลายนิ้วเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของเกียร์ไฟฟ้าทั้งปวง สำหรับจุดเด่นของ eTAP จริงๆก็คือการที่มันสะดวกสบายเวลาติดตั้งประกอบ เพราะไม่ต้องเดินสายอะไร(เดินสายเบรคอย่างเดียว) และความ "ล้ำ" ของการไร้สาย ที่ยังอาจจินตนาการไปต่อได้อีกเยอะมากว่าจะต่อยอดไปสู่ลูกเล่นอะไรใหม่ๆที่ตามมาในอนาคตจากการพัฒนาเฟิร์มแวร์ และร่วมกับบรรดาอุปกรณ์เสริมอื่นๆ

สุดท้ายนี้ อยู่ที่"จริต"ในการนิยมชมชอบเป็นหลัก และต้องขอขอบคุณความอนุเคราะห์จาก เวิลด์ไบค์ สำหรับชุดอัพเกรดชุดนี้ที่เอื้อเฟื้อให้ Thaimtb ได้นำมาแกะกล่องกัน ในอนาคต ติดตามการเกาะติดการใช้งานและรายละเอียดเชิงลึกของ eTAP ได้ต่อไปเร็วๆนี้ครับ[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 643581.jpg[/homeimg]