ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- เจ้าชายไข่
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ย. 2012, 18:58
- Tel: 0816407194
- ตำแหน่ง: สาธุประดิษฐ์
ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
ถ้าผมsetupเสือหมอบเพื่อขึ้นดอยอินทนนท์แบบนี้จะมีผลดีผลเสียอย่างไรครับ
1 เอาแหวนรองคอออกเพื่อน้ำหนักจะได้กดลงล้อหน้ามากขึ้น
2 เลื่อนอานมาด้านหน้าประมาณ 1ซม เพื่อให้มีแรงกดบันไดได้ดีขึ้น
3 ผมใช้ขาจาน Rotor 3d Qring ควรใช้ ocp เท่าไหร่ดี (ตอนนี้ใช้ #3)
ขอบคุณครับ
1 เอาแหวนรองคอออกเพื่อน้ำหนักจะได้กดลงล้อหน้ามากขึ้น
2 เลื่อนอานมาด้านหน้าประมาณ 1ซม เพื่อให้มีแรงกดบันไดได้ดีขึ้น
3 ผมใช้ขาจาน Rotor 3d Qring ควรใช้ ocp เท่าไหร่ดี (ตอนนี้ใช้ #3)
ขอบคุณครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
เอานะ ตอบด้วยความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
1. และ 2. จักรยานจะปั่นดีหรือไม่ดีนั้น มาจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่สำคัญก็คือ การfitting ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ตำแหน่งเบาะหน้าหลัง และ ความสูงที่เหมาะสม
ถ้ารถคุณลงตัวดีอยู่แล้วก็อาจจะทำให้แย่ลงก็ได้ การเอาแหวนรองคอออกก็ใช่ว่าจะดีขึ้น เพราะมุมท่านั่งที่เปลี่ยนไป วิธีการออกแรงก็เปลี่ยนไป การเลื่อนเบาะมาด้านหน้าอีก 1 ซม เหมือนจะดี แต่ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า การปั่นขึ้นเขานั้นไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อหน้าขาเพียงชุดเดียว กล้ามเนื้อชุดนี้อาจจะทำงานได้หนักขึ้นเมื่อขยับตัวไปด้านหน้า แต่สิ่งที่เสียไปคือแรงกดจากกล้ามเนื้อก้นย้อยที่จะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อนั่งไปด้านหลัง
โปรบางคนแนะนำเรื่องการผ่องถ่ายโหลดของกล้ามเนื้อในระหว่างปั่น คือ ถ้าต้องการพักกล้ามเนื้อหน้าขา ก็ขยับก้นไปด้านหลังนิดหนึ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อก้นย้อยทำงานได้มากขึ้น และถ้าต้องการพักกล้ามเนื้อก้นย้อย ก็ขยับก้นไปด้านหน้านิดหนึ่ง ประมาณแบบนั้น
การfitting ที่ลงตัว จะช่วยให้เราปั่นได้ลงตัว ใช้กล้ามเนื้อทุกมัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นั่นก็ต้องพึ่ง fitter ที่มีความรู้ และความชำนาญ เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน การปรับตำแหน่งเบาะถอยหลังหรือเดินหน้ามันส่งผลกระทบต่อวงรอบการปั่นจักรยานพอสมควร ร่างกายและสมองต้องการการเรียนรู้และปรับตัวใหม่ตามไปด้วย ยกเว้นว่าเดิมถูกfittingมาแบบมั่วๆโดยคนที่ไม่มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของสรีระของมนุษย์ การปรับใหม่ก็อาจจะช่วยให้การปั่นดีขึ้น ( แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะมันผิดมานาน ต่อให้ปรับใหม่ให้ถูกต้อง ก็ใช่ว่าร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งใหม่ได้ในเวลาอันสั้นนะ แต่กระนั้นเมื่อร่างกายและสมองปรับตัวเรียนรู้ใหม่ได้ ประสิทธิภาพโดยองค์รวมก็จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ )
3. ข้อจำกัดของ Q-ring คือ Working Angle แคบ
คำว่า working angle หมายถึงมุมของขาจาน เมื่อเทียบกับเข็มนาฬิกา ถ้าขาจานอยู่ที่ตำแหน่งสูงสุด คือ 0 องศา ขวาสุดคือ 90องศา ล่างสุดคือ 180องศา ถ้าดูกันที่ขาขวา ตำแหน่งของมุมขาจานที่ออกแรงได้สูงสุดในท่านั่งปั่น จะอยู่แถวๆ 100 - 110 องศา ( +- ได้อีกนิดหนึ่ง ) ซึ่งจะตรงกับตำแหน่งของ OCP #3 ซึ่งจะเป็นรูที่เหมาะสมกับการปั่นในท่านั่ง และตำแหน่งเบาะที่ KOP ( บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่เท่ากับ 90 องศา ในเมื่อมันเป็นตำแหน่งที่ขาจานตั้งฉากกับแนวแรงที่กดลงในแนวดิ่งพอดี ทั้งนี้ก็เพราะว่า การปั่นจักรยานไม่ได้ใช้แรงจากการกดลงเพียงอย่างเดียว ในช่วงจังหวะที่ส่งขาจานลงล่างนั้น จะเกิดจากการผสมผสานของกล้ามเนื้อหลายมัด โดยเริ่มส่งมาจากกล้ามเนื้อก้นย้อย ต่อให้กล้ามเนื้อหน้าขา และรับต่อด้วยกล้ามเนื้อมัดน่อง Peak torque จะเกิดขึ้นจากการสะสมแรงจากกล้ามเนื้อและMomentumที่ถูกส่งออกมาเสริมกันพอดี การออกแบบของQ ring จึงอิงเอาจากสรีรของร่างกายเช่นนี้แหละ )
แต่ที่บอกว่า Woking Angle แคบ ก็คือว่า ถ้าหากคุณเปลี่ยนวิธีการปั่นใหม่ เช่น คุณยืนโยกทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ความเบี้ยวของใบจานจะไม่ตรงกับ peak torque ที่เกิดจากการยืนกดบันได ประสิทธิภาพสูงสุดที่ใบจานจะทำให้ได้นั้นมันผ่านไปก่อนที่ Peak torque จะเกิดขึ้น ผลก็คือ คุณจะรู้สึก"วืด"เมื่อคุณยืนปั่น หรือ ยืนโยก ซึ่งอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อคุณปรับเป็น OCP#2 หรือ 2.5 ( ใน Spider แบบ M.A.S ) แต่สิ่งที่คุณจะเสียไปก็คือ เมื่อคุณย้ายก้นไปนั่งที่ท้ายเบาะ แล้วปั่นทางราบ คุณจะรู้สึกว่ามัน"หนัก" เพราะว่า peak torqueผ่านไปแล้ว แต่จุดเบี้ยวสุดของจานยังมาไม่ถึง
เลือกเอาครับว่าจะนั่งปั่นเป็นหลัก หรือ ยืนปั่นเป็นหลัก
1. และ 2. จักรยานจะปั่นดีหรือไม่ดีนั้น มาจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่สำคัญก็คือ การfitting ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ตำแหน่งเบาะหน้าหลัง และ ความสูงที่เหมาะสม
ถ้ารถคุณลงตัวดีอยู่แล้วก็อาจจะทำให้แย่ลงก็ได้ การเอาแหวนรองคอออกก็ใช่ว่าจะดีขึ้น เพราะมุมท่านั่งที่เปลี่ยนไป วิธีการออกแรงก็เปลี่ยนไป การเลื่อนเบาะมาด้านหน้าอีก 1 ซม เหมือนจะดี แต่ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า การปั่นขึ้นเขานั้นไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อหน้าขาเพียงชุดเดียว กล้ามเนื้อชุดนี้อาจจะทำงานได้หนักขึ้นเมื่อขยับตัวไปด้านหน้า แต่สิ่งที่เสียไปคือแรงกดจากกล้ามเนื้อก้นย้อยที่จะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อนั่งไปด้านหลัง
โปรบางคนแนะนำเรื่องการผ่องถ่ายโหลดของกล้ามเนื้อในระหว่างปั่น คือ ถ้าต้องการพักกล้ามเนื้อหน้าขา ก็ขยับก้นไปด้านหลังนิดหนึ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อก้นย้อยทำงานได้มากขึ้น และถ้าต้องการพักกล้ามเนื้อก้นย้อย ก็ขยับก้นไปด้านหน้านิดหนึ่ง ประมาณแบบนั้น
การfitting ที่ลงตัว จะช่วยให้เราปั่นได้ลงตัว ใช้กล้ามเนื้อทุกมัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นั่นก็ต้องพึ่ง fitter ที่มีความรู้ และความชำนาญ เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน การปรับตำแหน่งเบาะถอยหลังหรือเดินหน้ามันส่งผลกระทบต่อวงรอบการปั่นจักรยานพอสมควร ร่างกายและสมองต้องการการเรียนรู้และปรับตัวใหม่ตามไปด้วย ยกเว้นว่าเดิมถูกfittingมาแบบมั่วๆโดยคนที่ไม่มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของสรีระของมนุษย์ การปรับใหม่ก็อาจจะช่วยให้การปั่นดีขึ้น ( แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะมันผิดมานาน ต่อให้ปรับใหม่ให้ถูกต้อง ก็ใช่ว่าร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งใหม่ได้ในเวลาอันสั้นนะ แต่กระนั้นเมื่อร่างกายและสมองปรับตัวเรียนรู้ใหม่ได้ ประสิทธิภาพโดยองค์รวมก็จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ )
3. ข้อจำกัดของ Q-ring คือ Working Angle แคบ
คำว่า working angle หมายถึงมุมของขาจาน เมื่อเทียบกับเข็มนาฬิกา ถ้าขาจานอยู่ที่ตำแหน่งสูงสุด คือ 0 องศา ขวาสุดคือ 90องศา ล่างสุดคือ 180องศา ถ้าดูกันที่ขาขวา ตำแหน่งของมุมขาจานที่ออกแรงได้สูงสุดในท่านั่งปั่น จะอยู่แถวๆ 100 - 110 องศา ( +- ได้อีกนิดหนึ่ง ) ซึ่งจะตรงกับตำแหน่งของ OCP #3 ซึ่งจะเป็นรูที่เหมาะสมกับการปั่นในท่านั่ง และตำแหน่งเบาะที่ KOP ( บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่เท่ากับ 90 องศา ในเมื่อมันเป็นตำแหน่งที่ขาจานตั้งฉากกับแนวแรงที่กดลงในแนวดิ่งพอดี ทั้งนี้ก็เพราะว่า การปั่นจักรยานไม่ได้ใช้แรงจากการกดลงเพียงอย่างเดียว ในช่วงจังหวะที่ส่งขาจานลงล่างนั้น จะเกิดจากการผสมผสานของกล้ามเนื้อหลายมัด โดยเริ่มส่งมาจากกล้ามเนื้อก้นย้อย ต่อให้กล้ามเนื้อหน้าขา และรับต่อด้วยกล้ามเนื้อมัดน่อง Peak torque จะเกิดขึ้นจากการสะสมแรงจากกล้ามเนื้อและMomentumที่ถูกส่งออกมาเสริมกันพอดี การออกแบบของQ ring จึงอิงเอาจากสรีรของร่างกายเช่นนี้แหละ )
แต่ที่บอกว่า Woking Angle แคบ ก็คือว่า ถ้าหากคุณเปลี่ยนวิธีการปั่นใหม่ เช่น คุณยืนโยกทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ความเบี้ยวของใบจานจะไม่ตรงกับ peak torque ที่เกิดจากการยืนกดบันได ประสิทธิภาพสูงสุดที่ใบจานจะทำให้ได้นั้นมันผ่านไปก่อนที่ Peak torque จะเกิดขึ้น ผลก็คือ คุณจะรู้สึก"วืด"เมื่อคุณยืนปั่น หรือ ยืนโยก ซึ่งอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อคุณปรับเป็น OCP#2 หรือ 2.5 ( ใน Spider แบบ M.A.S ) แต่สิ่งที่คุณจะเสียไปก็คือ เมื่อคุณย้ายก้นไปนั่งที่ท้ายเบาะ แล้วปั่นทางราบ คุณจะรู้สึกว่ามัน"หนัก" เพราะว่า peak torqueผ่านไปแล้ว แต่จุดเบี้ยวสุดของจานยังมาไม่ถึง
เลือกเอาครับว่าจะนั่งปั่นเป็นหลัก หรือ ยืนปั่นเป็นหลัก
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
1 และ 2 ผมเฉยๆครับ
มีลุงที่เคารพแนะนำว่าการปั่นขึ้นเขาให้เบาแรงต้องใช้การขยับจุดศูนย์ถ่วงช่วยครับ
คือแทนที่จะขยับตูดไปจมูกเบาะ กลับกลายเป็นขยับตูดไปท้ายเบาะครับ
สำหรับผมผมว่าได้ผลนะครับ ปีที่ได้แล้วเวลาดีที่สุดตั้งแต่เคยปั่นขึ้นครับ
3 ไม่รู้ครับ
มีลุงที่เคารพแนะนำว่าการปั่นขึ้นเขาให้เบาแรงต้องใช้การขยับจุดศูนย์ถ่วงช่วยครับ
คือแทนที่จะขยับตูดไปจมูกเบาะ กลับกลายเป็นขยับตูดไปท้ายเบาะครับ
สำหรับผมผมว่าได้ผลนะครับ ปีที่ได้แล้วเวลาดีที่สุดตั้งแต่เคยปั่นขึ้นครับ
3 ไม่รู้ครับ
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
- davelevi
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2015, 16:04
- Tel: 0897324425
- team: -
- Bike: TREK
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
เซ็ตที่ เพอฟอแม๊นซ์ ปั่นแล้วปวด หรือ เปลืองแรง ขาล้าเปล่าๆครับ
เซ็ตให้ปั่นสบายๆดีกว่าครับ อินทนนท์ ไม่ไช่ที่ๆจะยกหนี กระชากขึ้นเนินหนีกลุ่มแน่ๆครับ
ถ้าทำแบบนั้น ไม่ฟิตจริงๆ หมดแน่นอนครับ ระยะทางมันไม่ไช่ 10-20 กม.
เซ็ตรถเหมือนเดิม ที่ชินกับการปั่นมากที่สุดดีกว่าครับ อัพเฟืองหลังใหญ่ๆ ไว้พักขาด้วยก็ดีครับ
เน้นท่าปั่นหลังตรง ไม่ก้มมาก เพื่อรับออกซิเจนเยอะดีกว่าครับ
เซ็ตให้ปั่นสบายๆดีกว่าครับ อินทนนท์ ไม่ไช่ที่ๆจะยกหนี กระชากขึ้นเนินหนีกลุ่มแน่ๆครับ
ถ้าทำแบบนั้น ไม่ฟิตจริงๆ หมดแน่นอนครับ ระยะทางมันไม่ไช่ 10-20 กม.
เซ็ตรถเหมือนเดิม ที่ชินกับการปั่นมากที่สุดดีกว่าครับ อัพเฟืองหลังใหญ่ๆ ไว้พักขาด้วยก็ดีครับ
เน้นท่าปั่นหลังตรง ไม่ก้มมาก เพื่อรับออกซิเจนเยอะดีกว่าครับ
- irat
- ขาประจำ
- โพสต์: 875
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2013, 11:57
- team: 18+
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
ไม่ต้องปรับเบาะ เอาแหวนรองออกครับ ถ้าเซตรถมาดีแล้ว เซตเบาะแบบเดิมแล้วขยับไปข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง มันจะช่วยพักกล้ามเนื้อบางส่วน ถ้าปั่นท่าเดิมๆ ตลอด พังครับ เขามันยาวเกิน 555
ถ้าปรับเบาะ เอาแหวนรองคอออกมันต้องใช้เวลาปรับตัวซักระยะ ปั่นขึ้นเขาน้ำหนักกดลงข้างหน้ามากขึ้นแทบไม่มีประโยชน์เลย เพราะ tracking ที่ล้อหลังมันจะเสียไป ระวังล้อหน้ายกก็พอครับ เอามือกดแฮนด์ไว้ ไม่ดึงแฮนด์ขึ้นมาเพื่อที่จะพยายามกดบันได
ถ้าปรับเบาะ เอาแหวนรองคอออกมันต้องใช้เวลาปรับตัวซักระยะ ปั่นขึ้นเขาน้ำหนักกดลงข้างหน้ามากขึ้นแทบไม่มีประโยชน์เลย เพราะ tracking ที่ล้อหลังมันจะเสียไป ระวังล้อหน้ายกก็พอครับ เอามือกดแฮนด์ไว้ ไม่ดึงแฮนด์ขึ้นมาเพื่อที่จะพยายามกดบันได
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย
- เจ้าชายไข่
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ย. 2012, 18:58
- Tel: 0816407194
- ตำแหน่ง: สาธุประดิษฐ์
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
ขอบคุณพี่ๆทุกท่านสำหรับคำแนะนำครับ
- เจ้าชายไข่
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ย. 2012, 18:58
- Tel: 0816407194
- ตำแหน่ง: สาธุประดิษฐ์
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
คุยต่อเรื่องจุดศูนย์ถ่วง
ตามรูปให้ดินสอแทนจักรยาน
เมื่อเราปั่นขึ้นเนิน cg จะย้ายมาด้านหลัง ในกรณีที่เราย้ายก้นไปท้ายอานตามที่พี่nextstepกล่าวไว้ หน้าจะไม่ยกหรือครับ
เมื่อเราปั่นขึ้นเนิน cg จะย้ายมาด้านหลัง ในกรณีที่เราย้ายก้นไปท้ายอานตามที่พี่nextstepกล่าวไว้ หน้าจะไม่ยกหรือครับ
- davelevi
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2015, 16:04
- Tel: 0897324425
- team: -
- Bike: TREK
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
เวลาขึ้นเนิน เราขยับมาข้างหน้าเบาะเป็นปกติธรรมชาติอยู่แล้วครับ การย้ายไปนั่งท้ายเบาะเพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงไปอยู่ที่ล้อหลังเจ้าชายไข่ เขียน:คุยต่อเรื่องจุดศูนย์ถ่วง ตามรูปให้ดินสอแทนจักรยาน
เมื่อเราปั่นขึ้นเนิน cg จะย้ายมาด้านหลัง ในกรณีที่เราย้ายก้นไปท้ายอานตามที่พี่nextstepกล่าวไว้ หน้าจะไม่ยกหรือครับ
ส่วนตัวมองว่า ไม่เวิร์คมั้งครับ เหมือนกำลังฝืนยันบันไดมากกว่าปั่นนะครับ
ปล่อยให้มันธรรมชาติ สบายๆ ดีกว่าครับ แค่ปั่นขึ้นเขาก็แย่อยู่แล้ว มาคิดท่าปั่น ฟอร์มปั่น ยิ่งเครียด ยิ่งเกร็ง
เอาสมาธิไปดู HR กับ หายใจ ดีกว่าครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ทิ้งไว้ให้กระวนกระวายเล่น ฮ่า ฮ่าเจ้าชายไข่ เขียน:คุยต่อเรื่องจุดศูนย์ถ่วง ตามรูปให้ดินสอแทนจักรยาน
เมื่อเราปั่นขึ้นเนิน cg จะย้ายมาด้านหลัง ในกรณีที่เราย้ายก้นไปท้ายอานตามที่พี่nextstepกล่าวไว้ หน้าจะไม่ยกหรือครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- อิสระชล(โอ๋บ้านสวน)
- ขาประจำ
- โพสต์: 11156
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2010, 23:14
- Tel: 095-7712349
- team: team อิ ส ระ ช ล - Bianchi Chonburi
- Bike: BIANCHI MONO-Q 2010 ........ Giant XTC FR 2013 ........ S-works SL4 2014
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
กระสับกระส่าย .... ผมก็อยากรุ้ เพราะ นี่ ทั้งนั่งไปหน้า ห้อยไปท้าย ไม่รอดครับ เนิน ฮ่าฮ่า (น.น.ตัวไม่ยอมเชื่อฟัง )
- davelevi
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ม.ค. 2015, 16:04
- Tel: 0897324425
- team: -
- Bike: TREK
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย

อาจจะผิดก็ได้นะครับ
แต่ผมเข้าใจแบบนี้ครับว่าควรขยับ ยังไง นน.มันก็ลงที่ล้อหลังเหมือนกัน
สู้ขยับขึ้นมาเปิดอกรับลมดีกว่าครับ
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
หน้ายกครับ แต่ไม่ยกขนาดตีลังกานะเจ้าชายไข่ เขียน:คุยต่อเรื่องจุดศูนย์ถ่วง ตามรูปให้ดินสอแทนจักรยาน
เมื่อเราปั่นขึ้นเนิน cg จะย้ายมาด้านหลัง ในกรณีที่เราย้ายก้นไปท้ายอานตามที่พี่nextstepกล่าวไว้ หน้าจะไม่ยกหรือครับ
ผมจับแฮนด์ใกล้สเต็ม กดตัวลง ก้นไปด้านหลัง ผ่านจุดชันสุดของดอยอินทได้ครับ
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
-
TJA
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
- team: ลูกเจี๊ยบส์
- Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
นึกภาพออกเลย ถอยก้นนั่งเต็มเบาะ จับฮู้ด โน้มตัวลงnextstep เขียน:เจ้าชายไข่ เขียน:คุยต่อเรื่องจุดศูนย์ถ่วง หน้ายกครับ แต่ไม่ยกขนาดตีลังกานะ
ผมจับแฮนด์ใกล้สเต็ม กดตัวลง ก้นไปด้านหลัง ผ่านจุดชันสุดของดอยอินทได้ครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
มาต่อกันดีกว่าlucifer เขียน:เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ทิ้งไว้ให้กระวนกระวายเล่น ฮ่า ฮ่าเจ้าชายไข่ เขียน:คุยต่อเรื่องจุดศูนย์ถ่วง ตามรูปให้ดินสอแทนจักรยาน
เมื่อเราปั่นขึ้นเนิน cg จะย้ายมาด้านหลัง ในกรณีที่เราย้ายก้นไปท้ายอานตามที่พี่nextstepกล่าวไว้ หน้าจะไม่ยกหรือครับ
การขี่จักรยานมันประกอบด้วย 2 อย่างครับ
1. แรง
2. เทคนิค ซึ่ง ประกอบด้วย ทักษะ และ วิธีการบังคับควบคุม
ถ้าแรงถึง แรงดี แรงเหลือเฟือ ยังไงๆก็ปั่นได้ครับ ส่วนเรื่องเทคนิคนั้นขึ้นกับความชำนาญและการฝึกฝน
หน้าจะยกหรือไม่ยก ขึ้นกับองค์รวมของน้ำหนัก และวิธีการปั่น ตรงนี้ถ้าใครเคยปั่นMTBมาก่อนจะทราบว่า ชันขนาดปั่นแล้วล้อหน้ายกเป็นอย่างไร และปั่นอย่างไรไม่ให้ล้อหน้ายก
นักปั่นMTBในตำนาน อย่างลุง Ned Overend ผมไม่เคยลืมชื่อนี้เลย เพราะแกเป็น Idol ของผม แกเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่ง แกแนะนำว่า ถ้าสนามปั่นขึ้นเขามากๆ แกจะเซทเบาะถอยหลัง ผมอ่านใหม่ๆก็ยังงงๆกับเทคนิคของแก อะไรฟระ ขึ้นเขา แต่ดันถอยเบาะไปด้านหลัง ตะแกบอกว่าแกได้แรงถีบเพิ่มขึ้น
ข้อเท็จจริง การถอยเบาะมาด้านหลังมากขึ้น ทำให้ใช้แรงจากกล้ามเนื้อก้นย้อยได้มากขึ้น แต่ประสิทธิภาพโดยรวมจากกล้ามเนื้อQuadriceps จะลดลง บางทีลุง Ned แกจะมีกล้ามเนื้อในกลุ่ม Gluteus ( ก้นย้อย ) ที่แข็งแรงมากเป็นพิเศษ แต่การถอยเบาะไปด้านหลัง หรือ เน้นไปนั่งที่ท้ายเบาะ จะทำให้โอกาสที่จะพักกล้ามเนื้อก้นย้อยแล้วมาใช้กล้ามเนื้อกลุ่มหน้าขาเพื่อผลัดกันทำงานได้ลำบากขึ้น
ดังนั้นเทคนิคของลุง Ned จึงเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของแก แกเขียนจากประสพการณ์ แต่ไม่ได้อิงวิชาการ และถ้าใครเคยเห็นหน้าตารูปร่างของลุง Ned ก็จะรู้ว่า แกเป็นคนแขน ขา ยาว จักรยานยุคแกจะมีท่อบนที่ไม่ได้ยาวเหมือนกับในสมัยนี้ ดังนั้น น้ำหนักตัวของแกก็จะตกไปที่ล้อหน้าได้มากกว่าคนที่ขี่รถในปัจจุบัน และ stemยาวกว่ารถสมัยนี้ ก็จะเข้าใจว่า แกปั่นแบบนี้ได้สบายๆ
เอาหละคราวนี้มาตอบกันว่า หน้าจะยกหรือไม่ยก ก็ต้องมาดูกันว่า ถ้าเราไปนั่งท้ายเบาะ แล้วเรามีแรงถีบบันไดแค่ไหน แรงนั้นมากพอจะยกล้อหน้าได้ไหม
ถามก่อน เคยปั่นจักรยานแล้วยกล้อหน้ากันบ้างป่าว วิธีง่ายๆใช่ไหม ออกแรงกระแทกบันได พร้อมๆกับดึงแฮนด์เข้าหาตัว ใหม่ๆยากนิด ก็อาจจะใช้วิธีกดเบรคหน้า แล้วกระแทกบันไดกับกระชากแฮนด์เข้าหาตัวแรงๆ ล้อหน้าก็จะยกแล้ว
เวลาขึ้นเขา แล้วนั่งท้ายเบาะ แน่นอนว่า CGจะถอยไปด้านหลังอีกนิดหนึ่ง ถ้าเราออกแรงแบบไปเรื่อยๆ แบบว่าแรงเหลือ ก็จะควงบันไดไปได้อย่างเนิบๆใช่มะ ความน่าตื่นเต้นก็จะไม่เกิดขึ้นจริงมะ
แต่ถ้าเป้นตอนที่เรากำลังจะไม่ค่อยเหลือแรงเท่าไหร่ แรงไม่ค่อยจะมีเหลือแล้ว กล้ามเนื้อที่ทำงานได้ดี ก็เหลือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่จะกระแทกบันไดลงไปอย่างเดียว ยิ่งจับแฮนด์แถวๆแฮนด์ตรงเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น แล้วกระตุกแฮนด์ช่วย(เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ) เหมือนกับเราจับราว แล้วถีบพื้น แรงที่เกิดขึ้นจะไม่ได้แค่ถีบอย่างเดียว แต่จะมีแรงปฏิกิริยามาดึงแฮนด์อีก ยกล้อสิครับ จะช้าไปอยู่ใย
โดยทฤษฎี ซึ่งผมเองยึดถือมาตลอดตั้งแต่สมัยยังไม่หนุ่มเหลือน้อยแบบปัจจุบัน ภูเขาที่ชันมากๆ เวลาปั่นเสือภูเขา เราจะดึงแฮนด์เพื่อให้ตัวของเราโล้ไปด้านหน้า ให้ไปนั่งอยู่ที่ปลายจมูกเบาะ เพราะที่ตรงนั้นเราจะยังสามารถใช้กล้ามเนื้อหน้าขาได้มากพอ และยังสามารถรักษาสมดุลของรถไว้ได้โดยที่ยังไม่ยกล้อหน้า และถ้าเรายังมีแรงเหลือที่จะควงบันไดได้อย่างราบรื่น โอกาสที่ล้อหน้าจะยกก็จะน้อยลงตามไป
เทคนิคของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน อยู่ที่ความชำนาญ การเซทรถ ขนาดของรถที่แตกต่างกัน สรีรของร่างกายที่แตกต่างกัน
แต่กฎเกณฑ์ทางPhysicก็ยังเป็น"พ่อทุกสถาบัน"อยู่ดี อยากจะขี่ง่ายๆ สบายๆก็ต้องรู้จักการจัดตำแหน่งท่านั่งปั่นให้เหมาะสมกับลักษณะเส้นทาง
สุดท้าย ขึ้นเขายาวๆแบบดอยอินทนนท์ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ แรงม้าต่อน้ำหนัก หมูที่แข็งแรงอาจจะเอาชนะได้ในทางเรียบ แต่เมื่อขึ้นเขาเมื่อใด ภูเขาไม่เคยโกหกใคร
ขอให้แรง และตัวเบา รับรองว่า ดอยอินทนนท์ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะปั่นให้ผ่านครับ ยกเว้นว่าตั้งใจหมายมั่นว่าจะไม่ลงจูง จะไม่จอดพัก อันนี้ต้องมีแรงเหลือ ซ้อมถึง โภชนาการดี น้ำหนักตัวน้อย ( แรงม้า/น้ำหนักเยอะ )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
ปลงนะเรา
- ขาประจำ
- โพสต์: 137
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2010, 12:39
- Bike: Jamis TrailX1 2010 ==>> VENZO MX-8 ประกอบเองกับมือ >> งอกหมอบ Infinite Spad Race สีเหลืองงงงง >> Optima Veloce 2015 สนับสนุนแบรนด์ไทย :)
- ตำแหน่ง: สระบุรี
- ติดต่อ:
Re: ถ้าผม setup หมอบเพื่อขึ้นดอย
ขาอ่อนปักไว้อ่าน ความรู้เต็มๆ
^_^ ขาไม่แรง แซงไม่เป็น แต่ถึงไหนถึงกัน เน้นปั่นชมวิว