อย่างเช่น เฟรม T700. ลายคาร์บอน12k
ความเข้าใจของผมคือลายคาร์บอน12k คือมีความหนาและแข็งแรงพร้อมกระด้างกว่า1k และ3k แต่จะหนักกว่า ส่วนค่าT700 รับแรงตามแนวจากผู้ผลิตกำหนดมา ถ้าเทียบกับเฟรมT1000 คาร์บอน1k มีน้ำหนักเบากว่าแต่ความแข็งแรงสู้ตัว12kไม่ได้ ตกลงระหว่าง2เฟรมนี้ตัวไหนให้ความแข็งกว่ากันเพราะบางคนก็บอกค่าT1000ให้ความแข็งแรงกว่าT700 แต่วัสดุเส้นใยคาร์บอนคนละตัวกันเลย สรุปให้คราวๆน่ะคับผมเข้าใจ ถ้าTเยอะๆเหมาะสำหรับเอาไว้โยกและกระทืบเฟรมส่วนคาร์บอน1kให้น้ำหนักเบาและมีความสตีฟสูงมีราคาแพงและตรงกันข้ามแข็งแรงน้อยกว่า 3k และ12k. ส่วนคาร์บอนudยังไม่รู้คับ
ผิดถูกก็ขอโทษด้วยคับ. ใครรู้ก็แชร์ความรู้ด้วยคับ
เอาง่ายๆนะคับ ถ้าเฟรมT700 12kกับT1000 1k ถ้าคุณเอาไปล้มคุณคิดว่าตัวไหนจะแตกหัก ส่วนตัวผมว่าตัวT1000 1k
อยากรู้ว่าลายคาร์บอนตั้งแต่1k 3k 12kและUdมีความแตกต่างยังไง และค่าTตั้งแต่300-1100อะไร
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
-
Lange
- ขาประจำ
- โพสต์: 2672
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 12:10
- team: The_Lange
- Bike: Sprint SL
- ติดต่อ:
Re: อยากรู้ว่าลายคาร์บอนตั้งแต่1k 3k 12kและUdมีความแตกต่างยังไง และค่าTตั้งแต่300-1100อะไร
เท่าที่รู้มานะครับ
ถ้าคาร์บอนเกรตเดียวกันยิ่งสานถี่ยิ่งแกร่งครับ
สานลายถ้าเนื้อในจริงๆ และจำนวนชั้นคาร์บอนเท่ากัน
1Kแข็งแรงสุด แพงสุดๆเพราะทำยากกว่า
3k แข็งแรง ผลิตง่ายกว่า
12kส่วนมากเห็นแต่ใช้เป็นลายชั้นนอกสุด
UD unidirection ขึ้นอยู่กับการออกแบบของโรงงานทำให้แข็งให้อ่อนง่ายตัดๆแปะๆเอา
ง่ายๆเลยเหมือนทอผ้ายิ่งถี่ยิ่งเหนียวยิ่งแข็งแรงลองทอใหญ่ๆแบบฝากระติบข้าวเหนียวใช้แปปๆก็ลุยแล้ว
ส่วนรถ t700 t1000 ส่วนมากเขาจะผลิตมาให้ว่าแข็งแรงจะเท่าๆกัน...ให้ผ่านมาตรฐานอะไรก็ว่าไป
แต่t1000จะรีดได้บางกว่าทำให้เบากว่าและ stiff to weight สูงกว่าในขณะที่คงความแข็งแรงไว้ได้เท่าเดิม
เช่นBMC SLR01 02 03 โรงงานบอกมาเลยว่าความแข็งแรงพอๆกันแต่01รีดได้บางสุดเบาสุดพุ่งสุดแพงสุด
แล้วทำไมไม่เอาt1000พอกหนาให้หนักเท่าะ700....มันก็ไม่เบานะสิแถมจะแข็งกระด้างสุดโต่งเลย
และปกติเขาจะไม่ใช้t1000ทั้งคันจะมีแค่บางจุดที่จำเป็นจริงๆทั้งเพื่อรีดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง
เกรตคาร์บอนคนละโรงงานก็ไม่เหมือนกัน
เช่น toray t700 t800 t1000
misubishi 24t 30t 40t 60t
ส่วนเอาไปล้มมาอันนี้ไม่มีใครบอกได้ครับว่าตัวไหนจะแตกก่อนเพราะมันต้องมีมุมจังหวะพอดีถึงแตก
(คาร์บอนเป็ณวัสดุที่ยอมแตกแต่ไม่ยอมงอถึงบิดตัวไปก็คืนรูปหรือไม่ก็แตกไปเลย)
บางทีโปรเขาล้มกัน70km/h ยังลุกมาปั่นต่อเฉยรถไม่เป็นอะไรตัวท้อปๆรีดบางสุดเบาสุด
แต่บางทีเห็นปันกันช้าๆล้มปุกหักเปาะก็ยังมี
ถ้าคาร์บอนเกรตเดียวกันยิ่งสานถี่ยิ่งแกร่งครับ
สานลายถ้าเนื้อในจริงๆ และจำนวนชั้นคาร์บอนเท่ากัน
1Kแข็งแรงสุด แพงสุดๆเพราะทำยากกว่า
3k แข็งแรง ผลิตง่ายกว่า
12kส่วนมากเห็นแต่ใช้เป็นลายชั้นนอกสุด
UD unidirection ขึ้นอยู่กับการออกแบบของโรงงานทำให้แข็งให้อ่อนง่ายตัดๆแปะๆเอา
ง่ายๆเลยเหมือนทอผ้ายิ่งถี่ยิ่งเหนียวยิ่งแข็งแรงลองทอใหญ่ๆแบบฝากระติบข้าวเหนียวใช้แปปๆก็ลุยแล้ว
ส่วนรถ t700 t1000 ส่วนมากเขาจะผลิตมาให้ว่าแข็งแรงจะเท่าๆกัน...ให้ผ่านมาตรฐานอะไรก็ว่าไป
แต่t1000จะรีดได้บางกว่าทำให้เบากว่าและ stiff to weight สูงกว่าในขณะที่คงความแข็งแรงไว้ได้เท่าเดิม
เช่นBMC SLR01 02 03 โรงงานบอกมาเลยว่าความแข็งแรงพอๆกันแต่01รีดได้บางสุดเบาสุดพุ่งสุดแพงสุด
แล้วทำไมไม่เอาt1000พอกหนาให้หนักเท่าะ700....มันก็ไม่เบานะสิแถมจะแข็งกระด้างสุดโต่งเลย
และปกติเขาจะไม่ใช้t1000ทั้งคันจะมีแค่บางจุดที่จำเป็นจริงๆทั้งเพื่อรีดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง
เกรตคาร์บอนคนละโรงงานก็ไม่เหมือนกัน
เช่น toray t700 t800 t1000
misubishi 24t 30t 40t 60t
ส่วนเอาไปล้มมาอันนี้ไม่มีใครบอกได้ครับว่าตัวไหนจะแตกก่อนเพราะมันต้องมีมุมจังหวะพอดีถึงแตก
(คาร์บอนเป็ณวัสดุที่ยอมแตกแต่ไม่ยอมงอถึงบิดตัวไปก็คืนรูปหรือไม่ก็แตกไปเลย)
บางทีโปรเขาล้มกัน70km/h ยังลุกมาปั่นต่อเฉยรถไม่เป็นอะไรตัวท้อปๆรีดบางสุดเบาสุด
แต่บางทีเห็นปันกันช้าๆล้มปุกหักเปาะก็ยังมี
Spin up
-
oba_a-m
- ขาประจำ
- โพสต์: 123
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2013, 10:04
- ตำแหน่ง: Thailand
- wutthinan22
- ขาประจำ
- โพสต์: 335
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2015, 12:27
- Bike: Mosso Race 7519 #1 Java Lampo Full Sus #2 Pinarello Gan S #3
Re: อยากรู้ว่าลายคาร์บอนตั้งแต่1k 3k 12kและUdมีความแตกต่างยังไง และค่าTตั้งแต่300-1100อะไร
คาร์บอน1k มีเส้นใยจำนวน1พันเส้น และมีความแข็งน้อยกว่า 3k 3000เส้นและ 12k 12000เส้น มีราคาสูงหายาก ส่วนมากทั่วๆไปมีแต่คาร์บอน3k และ6kสะส่วนใหญ่ ความแข็งแรงขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่าจะใช้คาร์บอนเกรดไหนมากน้อย เช่น เฟรมราคาแพงๆจะเริ่มที่คาร์บอน3k และ12k การเรียงตัวของleyerที่มีส่วนผสมเส้นใยคาร์บอนและเรซิ่น เช่น การวางเส้นใยคาร์บอน 4ชั้น ชั้นนอกสุดอยากให้แข็งมากๆก็12k >3k > 3k >12k ตามลำดับจนถึงชั้นในสุด ความแข็งแรงค่าTที่เค้าบอกว่าว่าT700ส่วนมากใช้กับเครื่องบิน T1000คือว่ารับแรงดึงได้สูงมากๆ ,เฟรมที่มีน้ำหนักเบา จะใช้เกรดคาร์บอน1k แต่ยังคงสภาพในการรับแรงได้ดีเพราะว่าการวางชั้นlayerหลายๆชั้นไม่ใช่แค่วาง เส้นใยคาร์บอนเพียงเกรดเดียวอาจจะมี 3k 6k หรือUdที่รับแรงตามแนวแกนแนวเดียวเท่านั้น ปะปนมาด้วยและรับแรงดึงได้ดีกว่าพวกอลูถึง4เท่า ส่วนที่คาร์บอนที่แพงมีคุณภาพเพราะการผลิตมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การผลิตเครื่องจักรที่มีราคาสูงมาก ถ้าง่ายคาร์บอนคงไม่มีคุณภาพ อย่างเช่น ของปลอม ของก๊อป
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: อยากรู้ว่าลายคาร์บอนตั้งแต่1k 3k 12kและUdมีความแตกต่างยังไง และค่าTตั้งแต่300-1100อะไร
สำหรับผม
ผมไม่เคยให้ความสำคัญและความสนใจในชนิดของเส้นใยเหล่านี้เลย ขอให้เฟรมถูกผลิตจากโรงงานหรือผู้ผลิตที่ผ่านการ R&D มาแล้ว
ทำไม?
คาร์บอนไฟเบอร์เป็นสิ่งที่ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว หนักกว่าแต่stiffเท่ากันในราคาที่ประหยัดกว่า หรือ แพงกว่า เบากว่า แต่แข็งแรงเท่ากัน อาจจะแถมกระด้างกว่าอีกนิด ขึ้นเขาส่งแรงได้ดีกว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นคนกำหนด แต่โรงงานหรือผู้ผลิตที่ทำการบ้านมามากพอที่จะออกแบบให้เฟรมเป็นไปในทิศทางใด การดูเพียงชนิดของคาร์บอนไฟเบอร์ก็ไม่สามารถคาดเดาคุณสมบัติของเฟรมได้อีกเช่นกัน เพราะสุดแล้วแต่การออกแบบวิธีการพัน การพอก ของผู้ผลิตอยู่ดีแหละ
เฟรมราคาประหยัด อาจจะพอกเพิ่มจำนวนชั้นในเวลาwrapในส่วนของกระโหลกและท่อคอ เฟรมหนักกว่าเฟรมแพงๆ แต่สุดท้ายก็ให้ความแข็งแรงและความstiffได้ไม่แตกต่าง
การโฆษณาของผู้ผลิตเอง ก็ยังมีลับลมคมในซ่อนอยู่อีก เหมือนสมัยก่อนบอกว่าเฟรมทำจากท่อ Renolds พอเจาะเข้าไปลึกๆก็เฉพาะท่อหลัก 3 ท่อ ที่เหลือใช้เหล็กอะไรก็ไม่รู้ แต่สรุปว่าเฟรมแข็งแรงใช้งานได้เช่นกัน อะไรทำนองนั้น

ผมไม่เคยให้ความสำคัญและความสนใจในชนิดของเส้นใยเหล่านี้เลย ขอให้เฟรมถูกผลิตจากโรงงานหรือผู้ผลิตที่ผ่านการ R&D มาแล้ว
ทำไม?
คาร์บอนไฟเบอร์เป็นสิ่งที่ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว หนักกว่าแต่stiffเท่ากันในราคาที่ประหยัดกว่า หรือ แพงกว่า เบากว่า แต่แข็งแรงเท่ากัน อาจจะแถมกระด้างกว่าอีกนิด ขึ้นเขาส่งแรงได้ดีกว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นคนกำหนด แต่โรงงานหรือผู้ผลิตที่ทำการบ้านมามากพอที่จะออกแบบให้เฟรมเป็นไปในทิศทางใด การดูเพียงชนิดของคาร์บอนไฟเบอร์ก็ไม่สามารถคาดเดาคุณสมบัติของเฟรมได้อีกเช่นกัน เพราะสุดแล้วแต่การออกแบบวิธีการพัน การพอก ของผู้ผลิตอยู่ดีแหละ
เฟรมราคาประหยัด อาจจะพอกเพิ่มจำนวนชั้นในเวลาwrapในส่วนของกระโหลกและท่อคอ เฟรมหนักกว่าเฟรมแพงๆ แต่สุดท้ายก็ให้ความแข็งแรงและความstiffได้ไม่แตกต่าง
การโฆษณาของผู้ผลิตเอง ก็ยังมีลับลมคมในซ่อนอยู่อีก เหมือนสมัยก่อนบอกว่าเฟรมทำจากท่อ Renolds พอเจาะเข้าไปลึกๆก็เฉพาะท่อหลัก 3 ท่อ ที่เหลือใช้เหล็กอะไรก็ไม่รู้ แต่สรุปว่าเฟรมแข็งแรงใช้งานได้เช่นกัน อะไรทำนองนั้น
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน