ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
bodybum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 176
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2014, 09:43
Tel: 0897480225
team: แปดริ้ว
Bike: bianchi

ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย bodybum »

ท้าวความก่อนครับ ปั่นเสือภูเขามา 2 ปีแล้ว ก็ใช้ 175 มาตลอด ขี่ใกล้ไกล ทางเรียบ ทางแทรค
ใช้ซ้อมทุกวันเพราะสะดวกไม่ต้องพะวงเรื่องยางแตกง่าย ส่วนใหญ่ขี่ทางเรียบ 90% เลยก็ว่าได้ แข่งที่ต่างๆก็เป็นทางเรียบกันซะส่วนใหญ่ และขี่รอบขาได้อยู่ที่ 90-100 อยู่ตัวแล้ว

แต่เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว งอกหมอบมา ขาจานที่ได้มามันเป็น 170 ขี่ทุกครั้ง (ย้ำนะครับ) ทุกครั้ง จะรู้สึกฝืนๆกับการควงขามากๆ คุมรอบขายาวๆไม่ได้เลย ไม่ได้คิดไปเองครับเพราะใช้ไมค์ตัวเดียวกันแต่เซนเซอร์คนละชุด มันเหมือนขามันยกไม่สุดควงแล้วสะดุดๆยังไงไม่รู้

ถ้าจะแก้อาการนี้ เราเปลี่ยนขาจานเสือหมอบไป 175 จะดีกว่าไหมครับ จะได้ไม่ต้องมาฝึกใหม่ด้วย เพราะขี่เสือภูเขาอยู่ทุกวันมันสนุกแล้วครับ ไม่อยากต้องกลับมาทนเหมือนตอนแรกๆที่เปลี่ยนขาจาน 170 ไป 175 มันไม่สนุกเอาเสียเลย
เพราะถามในกลุ่มเขาก็บอกว่าเอาตามที่เรารู้สึกดีกับมันดีกว่า
(มันก็เหมือนกับคนที่ต้องใช้ขาจาน 165 แต่ในไทยดันไม่มีขาย มีแต่ 170 ขึ้น ก็ต้องทนใช้กันไป)

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
UAS
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 36
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2013, 19:49
Tel: 022623321
Bike: GIANT XTC SLR

Re: ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย UAS »

ลองอ่านครับ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1370234
อาจช่วยได้บ้าง
รูปประจำตัวสมาชิก
punya467
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2200
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
team: Rayong road bike, On/Off cycling
Bike: NICH LTD

Re: ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย punya467 »

ขยับหลักอานขึ้นมาหรือยังครับ หลักอานควรจะสูงกว่าคันเสือภูเขาประมาณครึ่งเซ็นต์นะครับ
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
bas_mea
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 23
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2015, 17:40
Bike: KHS F20 R451

Re: ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย bas_mea »

ขาจานยาวขึ้น 5mm ไม่น่าจะมีผลมากนะครับ และปรับหลักอานให้สูงขึ้น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=464588
รูปประจำตัวสมาชิก
pomroland
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2742
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2013, 00:19
Bike: Specialized

Re: ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย pomroland »

เข้ามาเก็บข้อมูลครับ ;) ;) ;)
รูปประจำตัวสมาชิก
teemai
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 266
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 08:53
Tel: 0891720453
team: กลุ่ม แร้งคอย
Bike: ฟิกเกียร์

Re: ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย teemai »

เปลี่ยนได้ก็น่าจะดีครับ แต่ถ้าปั่นภูเขาเป็นหลัก ก็ต้องทำใจครับ

เพราะถึงเปลี่ยนขาจานมาให้เท่ากันแล้ว ก็จะมีปัญหาเรื่องบันไดถ่างๆหุบๆอีก
รูปประจำตัวสมาชิก
teemai
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 266
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 08:53
Tel: 0891720453
team: กลุ่ม แร้งคอย
Bike: ฟิกเกียร์

Re: ปั่นภูเขาขาจาน 175 จนชิน พอได้หมอบมาขาเป็น 170 เปลี่ยนดีไหม

โพสต์ โดย teemai »

ตามนี้ครับ
lucifer เขียน:ประเด็นเรื่องขาจานเสือหมอบ กับ เสือภูเขาเป็นอะไรที่ต้องคุยกันยาว

ความแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ คือ ระยะ Q- factor คือ ถ้าคุณเป็นคนที่ปั่นทั้ง Road bike และ MTB แล้วคุณปั่นมันทั้งสองคัน คุณจะต้องเจอปัญหาในลักษณะที่ผมเคยเจอ คือ ถ้าคุณปั่นRoad Bike ต่อเนื่องกันสัก 3 วัน จนสมองจดจำท่าปั่นได้ดี วันแรกที่คุณขึ้นมาคร่อมปั่นเสือภูเขา คุณจะรู้สึกว่า ทำไมวันนี้ปั่นขากางๆ ต้องพยายามขยับปลายเท้าให้มันหุบเข้าไป แต่พอปั่นเสือภูเขาทางเรียบติดต่อกันสัก 3วัน จนสมองจดจำได้ดี แล้วกลับมาปั่นเสือหมอบ ก็เจอปัญหาว่าทำไมปั่นแล้วเท้ามันหุบเข้ามา ต้องพยายามจะขยับปลายเท้าออกให้ได้

จริงๆแล้วการที่เสือภูเขาต้องมีค่า Q-factor มากกว่า ก็เพราะโครงสร้างของจักรยานที่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ขนาดหน้ายางของเสือภูเขาที่กว้างมาก ทำให้ส่วนของ Chainstay ที่ติดกับกระโหลกมีการขยายผายออกเพื่อให้หลบยางที่ใหญ่ (​ลองดูรถตัวเป็นๆแล้วจะเข้าใจ) นอกจากนี้ รถในยุคก่อนก็จะมี 3ใบจานเป็นหลัก Q-factorก็ยังกว้างออกไปใหญ่ เพราะขาจานด้านขวาจะยิ่งขยับออกไปด้านนอกมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีแบบ 2 ใบจานให้เลือกกันก็ตาม ค่าQ-factor ของขาจาน 2 ใบที่แคบที่สุด ก็ยังกว้างกว่าของเสือหมอบอยู่ดี เคยลองเอาขาจานเสือหมอบ 50-34 มาใส่แทน เพื่อหวังผลเรื่อง Q-factor ปรากฏว่า ใบจาน 50 ทะเลาะกับตะเกียบโซ่



ความยาวขาจานนั้น เป็นประเด็นที่ถกเถียงและวิเคราะห์กันมานานแล้วว่า มันจะมีสูตรสำเร็จไหม ? แล้วมันจะมีอะไรที่แตกต่างจนทำให้ต้องใช้คนละสูตร

มาดูการปั่นกันก่อน เสือหมอบนั้น วิธีการปั่นจะเป็นลักษณะปั่นแบบต่อเนื่อง เน้นรอบขาที่ค่อนข้างจะคงที่สำหรับการปั่นในลักษณะปั่นทางไกล ในขณะที่เสือภูเขานั้นลักษณะการออกแบบเขาไม่ได้เอามาให้ปั่นกันในทางเรียบแบบบ้านเราที่นิยมกัน แต่เขาทำมาสำหรับปั่นในทางภูมิประเทศ ต้องมีการหยุด การผ่อน การเร่ง การเพิ่มรอบ ลดรอบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการปั่นใน Tract คดเคี้ยว

ความยาวของขาจานของเสือภูเขาจึงมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันกับเสือหมอบ เพราะเสือภูเขามีความจำเป็นต้องอาศัยหลักการเป็น"คานดีดคานงัด"ของขาจานมาเกี่ยวข้องมากกว่า เนื่องจากต้องการการผ่อนแรงในช่วงเร่งความเร็ว ( ลองนีกดูว่า เวลาเข้าโค้ง การปั่นเสือภูเขา จะมีช่วงยกบันได กับ ช่วงถีบบันไดสลับกันบ่อยมาก ) และการออกแรงจะคล้ายกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงที่รอบต่ำ เพราะไม่มีเวลาไปลากรอบขึ้นไปแบบเสือหมอบที่เน้นวิธีการปั่นในลักษณะเครื่องยนต์แรงบิดสูงที่รอบสูง ( พูดให้เข้าใจง่าย จุดประสงค์จริงๆคือ เสือหมอบปั่นยาวกว่า การใช้รอบสูงกว่าด้วยเกียร์ต่ำกว่าจะลดความบอบช้ำของกล้ามเนื้อได้ดีกว่า , ผิดกับเสือภูเขาที่ปั่นแข่งกันในระยะทางที่สั้นกว่ากัน การเน้นแรงบิดสูงที่รอบขาต่ำกว่า จึงเป็นรูปแบบการปั่นที่แตกต่างกันไป )

จึงมีสูตรสำเร็จในยุคก่อนที่บอกว่า ถ้าปั่นเสือหมอบด้วยขาจานเท่าไร ก็ให้บวกไปอีก 2.5 - 5 mm เมื่อปั่นเสือภูเขา แต่อยากจะบอกว่ามันเป็นสูตรเก่านะครับ พูดกันมาไม่น้อยกว่า 15ปีแล้ว ความเห็นส่วนตัวผมเชื่อเรื่องบวกอีก 2.5 mm แต่ไม่เห็นด้วยกับ 5mm

ขาจานเสือภูเขา 165mm กับ 172.5 mm มีขายนะครับ แต่โคตรจะ Rare Item เลย มีมาตั้งแต่สมัยXTR 8 สปีดแแล้ว โดยเฉพาะ 172.5 mm นั้นมีอยู่ใน catalog ( ส่วน 167.5 นั้น เหมือนกับว่าเคยเห็น , ไม่ยืนยัน เพราะนานแล้วอาจจะจำผิด ) แต่ไม่มีจริงอยู่ในร้านค้าบ้านเรา ผมเคยเจอ 172.5mm ขายมือสองอยู่ครั้งหนึ่งแต่คว้าไม่ทัน


เสือภูเขาส่วนใหญ่มีมุมท่อนั่งที่เอียงลาดกว่าเสือหมอบ เนื่องจากท่าปั่นจะเน้นนั่งในท่าหลัง 45องศา เพื่อให้สามารถย้ายก้นมาด้านหลัง หรือ ขยับไปด้านหน้าเพื่อทำการถ่ายน้ำหนักตัวตลอดเวลาที่ปั่น ( คนปั่นเสือหมอบจึงมักจะไม่ค่อยเข้าใจความสำคัญของการถ่ายน้ำหนักตัวในขณะปั่น เวลาปั่นในทางอันตราย เช่น ลงเขา เข้าโค้ง จึงขาดความคล่องแคล่ว ผิดกับคนที่เคยปั่นเสือภูเขามาก่อน จะสามารถถ่ายน้ำหนักตัวได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่า ) การใช้ขาจานที่ยาวขึ้นอีกนิด ย่อมที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อก้นย้อยช่วยstartในจังหวะแรกของการถีบบันไดได้ง่ายกว่า ยอมลดรอบขาในการปั่นลง ( เพราะมันไม่ได้ปั่นทางราบ ) และยอมเสี่ยงการบาดเจ็บของเข่าในช่วงที่งอเข่าสูงบ้าง ( ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการบวก 5mm )

ส่วนตัวแล้ว ผมเคยปั่นเสือภูเขามาทั้ง 175mm และ 170mm บอกเลยว่า"ต่างกันมาก" ทั้งวิธีการออกแรง เกียร์ที่เลือกใช้ และวิธีการปั่น ก่อนจะเลิกปั่นเสือภูเขา ผมใช้ขาจาน 170mm เท่ากับเสือหมอบ ปั่นขึ้นเขา ลงห้วยได้พอสมควร แต่ไม่เคยเอาไปขึ้นเขาโหดๆเหมือนกับสมัยก่อน

เรื่องนี้เป็นปัจจัตตังครับ ต้องลองด้วยตัวเอง


ส่วนตัวแล้ว ผมเลือกปั่นเสือหมอบอย่างเดียว เพราะท่าปั่นที่แตกต่าง Q-factorที่ไม่เท่ากัน ไม่อยากปรับตัวไปๆมาๆครับ ชีวิตมันสับสน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”