ผมมือใหม่อยากทราบ ท่าในการวอมร่างกายก่อนออกไปปั่นครับ (หากมีตั่วอย่างด้วยก็ดีครับ)
ขอบคุณครับ
อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
- pacharasupattanagul
- สมาชิก
- โพสต์: 94
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ย. 2009, 21:00
- Tel: 0859196992
- team: สงขลาสมิหลาบีช
- Bike: giant scr1
- ZERONOS
- สมาชิก
- โพสต์: 46
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2009, 11:12
- Tel: 0894637465
- team: -
- Bike: TREK
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
ถ้าเป็นก่อนปั่นฯ ก็ท่ายืดเส้นของนักกีฬานั่นแหละครับ เอาของนักฟุตบอลมาใช้ก็ได้ครับเพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้เท้าเหมือนกัน
แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ใช้การปั่นฯ อุ่นเครื่องไปก่อนครับ ส่วนมากสำหรับการออกทริปอยู่ที่ราวๆ 10 กิโลฯ แรกหรือประมาณ 20 - 30 นาทีแรกเราจะปั่นฯ แบบสบายๆ ไปก่อน โดยไม่หักโหมร่างกาย ไม่ปั่นฯ ด้วยความเร็วสูงตั้นแต่ต้น เพื่อให้ร่างกายปรับตัวก่อนปั่นฯ จริงครับ
ในกลุ่มนักจักรยานเสือหมอบเรียกช่วงนี้ว่าช่วง Rolling ครับ ปั่นฯ สบายๆ ตามความสามารถของแต่ละคน พอเครื่องร้อนดีแล้วก็ตามแต่ถนัดครับ
ช่วงสำคัญอีกช่วงคือ "ก่อนหยุดรถ" ครับ เพื่อนผมเคยปั่นฯ เสือหมอบด้วยความเร็วคงที่ไปจุดนัดพบ พอถึงที่หมายก็เบรคหยุดรถทันทีเลย ผลปรากฏว่า "หน้ามีด" จักรยานล้มครับ เพราะช่วงที่เราปั่นฯ ด้วยความเร็วนั้นชีพจรเราจะขึ้นสูงครับ พอหยุดกระทันหันมันก็เหมือนกับการปิดก๊อกหยุดการหมุนเวียนของเลือด เลือดจำนวนมากที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาจะค้างอยู่บริเวณขาไม่ใหลกลับมาที่สมองหรือใหลกลับในปริมาณน้อยมากเนื่องจากระบบชีพจรถูกเบรคทันทีทันใด เราจึงเกิดอาการหน้ามืดครับ
ก่อนหยุดรถหรือก่อนถึงที่หมายเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวต้องแก้ด้วยการ Slowdown หรือปั่นฯ ช้าลงทีละน้อยจนกว่าจะหยุดรถเพื่อเป็นการปรับแรงดันเลือดและชีพจรให้กลับเข้าสู่ระดับ Idle ครับ
แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ใช้การปั่นฯ อุ่นเครื่องไปก่อนครับ ส่วนมากสำหรับการออกทริปอยู่ที่ราวๆ 10 กิโลฯ แรกหรือประมาณ 20 - 30 นาทีแรกเราจะปั่นฯ แบบสบายๆ ไปก่อน โดยไม่หักโหมร่างกาย ไม่ปั่นฯ ด้วยความเร็วสูงตั้นแต่ต้น เพื่อให้ร่างกายปรับตัวก่อนปั่นฯ จริงครับ
ในกลุ่มนักจักรยานเสือหมอบเรียกช่วงนี้ว่าช่วง Rolling ครับ ปั่นฯ สบายๆ ตามความสามารถของแต่ละคน พอเครื่องร้อนดีแล้วก็ตามแต่ถนัดครับ
ช่วงสำคัญอีกช่วงคือ "ก่อนหยุดรถ" ครับ เพื่อนผมเคยปั่นฯ เสือหมอบด้วยความเร็วคงที่ไปจุดนัดพบ พอถึงที่หมายก็เบรคหยุดรถทันทีเลย ผลปรากฏว่า "หน้ามีด" จักรยานล้มครับ เพราะช่วงที่เราปั่นฯ ด้วยความเร็วนั้นชีพจรเราจะขึ้นสูงครับ พอหยุดกระทันหันมันก็เหมือนกับการปิดก๊อกหยุดการหมุนเวียนของเลือด เลือดจำนวนมากที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาจะค้างอยู่บริเวณขาไม่ใหลกลับมาที่สมองหรือใหลกลับในปริมาณน้อยมากเนื่องจากระบบชีพจรถูกเบรคทันทีทันใด เราจึงเกิดอาการหน้ามืดครับ
ก่อนหยุดรถหรือก่อนถึงที่หมายเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวต้องแก้ด้วยการ Slowdown หรือปั่นฯ ช้าลงทีละน้อยจนกว่าจะหยุดรถเพื่อเป็นการปรับแรงดันเลือดและชีพจรให้กลับเข้าสู่ระดับ Idle ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- pacharasupattanagul
- สมาชิก
- โพสต์: 94
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ย. 2009, 21:00
- Tel: 0859196992
- team: สงขลาสมิหลาบีช
- Bike: giant scr1
Re: อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
ขอบคุณมากครับ กับความคิดเห็นครับ หากใครมีความรู้ดีๆก็แนะนำด้วยก็ดีครับ
- DrNeung
- ขาประจำ
- โพสต์: 954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 01:11
- team: SAGAI YALA
- Bike: RMB, VENGE
- ตำแหน่ง: NeuroSx BHH
Re: อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
ปั่นไปประมาณ 10 km แล้วรู้สึกชาที่หัวแม่เท้า
เป็นจากอะไรได้บ้างครับ
ต้องปรับท่าปั่น หรือปรับตั้งคอ/เบาะอย่างไร

เป็นจากอะไรได้บ้างครับ
ต้องปรับท่าปั่น หรือปรับตั้งคอ/เบาะอย่างไร
ขอให้ทุกๆคนมีสุขภาพดี และปลอดภัยครับ
- nikomk
- ขาประจำ
- โพสต์: 149
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2008, 14:03
- Tel: -
- team: -
- Bike: Giant Innova Disk 2010
Re: อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
ผมใช้การทาน้ำมันสำหรับแก้ปวดเมื่อยก่อนการปั่นครับ แล้วก็ใช้การวอร์มทั่ว ๆไป
ยังไม่เคยปั่นไกลต่อเนื่องเกิน 20 ก.ม. เพราะเส้นทางนี้มันลงตัวดีครับ รถไม่มาก บรรยากาศดี ระยะทางขนาดนี้สำหรับพวกขาแรงคงเป็นเพียงเป็นระยะวอร์มร่างกาย
ใช้เกียร์เบา ๆ ก็น่าจะเป็นการวอร์มที่ดีวิธีหนึ่งครับ
ยังไม่เคยปั่นไกลต่อเนื่องเกิน 20 ก.ม. เพราะเส้นทางนี้มันลงตัวดีครับ รถไม่มาก บรรยากาศดี ระยะทางขนาดนี้สำหรับพวกขาแรงคงเป็นเพียงเป็นระยะวอร์มร่างกาย
ใช้เกียร์เบา ๆ ก็น่าจะเป็นการวอร์มที่ดีวิธีหนึ่งครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
ชาเท้าข้างเดียวหรือทั้งสองข้างละครับDrNeung เขียน:ปั่นไปประมาณ 10 km แล้วรู้สึกชาที่หัวแม่เท้า
เป็นจากอะไรได้บ้างครับ
ต้องปรับท่าปั่น หรือปรับตั้งคอ/เบาะอย่างไร
![]()
ที่ผมเป็นเวลาซ้อมบนเทรนเนอร์มันหยุดพักเท้าระหว่างปั่นฯ ไม่ได้ หากเราปั่นฯ แบบเร่งความเร็วตลอดเท้าเราก็จะกดกับบันใดตลอดเวลา มันเหมือนเราเอามือยันผนังไว้โดยไม่พักนั่นแหละครับ เลือดมันเลยไปเลี้ยงไม่พอก็ทำให้ชาที่ปลายเท้าหรือฝ่าเท้าครับ วิธีแก้ต้องผ่อนความเร็วบางจังหวะครับเพื่อให้เท้าได้พักและมีเลือดไปเลี้ยงฝ่าเท้า-ปลายเท้าบ้าง
ท่านั่งก็มีส่วนนะครับ เบาะอาจจะเตี้ยไปเวลาปั่นฯ เท้ายันกับบันใดแรงกว่าปรกติมันก็เลยเมื่อยขาและชาปลายเท้าได้ด้วยครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- GotMan
- ขาประจำ
- โพสต์: 2111
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2009, 23:31
- Tel: 086-652-7775
- team: สำนักทางหลวงที่ ๘ จ.นครราชสีมา
- Bike: จักรยานตัวเองมีไม่ปั่น ยืมเพื่อนปั่นเอาครับ
- ตำแหน่ง: KoRat
Re: อยากทราบการวอมร่างการก่อนปั่นครับ
ขอบคุณ ครับเสือ Spectrum เขียน:ถ้าเป็นก่อนปั่นฯ ก็ท่ายืดเส้นของนักกีฬานั่นแหละครับ เอาของนักฟุตบอลมาใช้ก็ได้ครับเพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้เท้าเหมือนกัน
แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ใช้การปั่นฯ อุ่นเครื่องไปก่อนครับ ส่วนมากสำหรับการออกทริปอยู่ที่ราวๆ 10 กิโลฯ แรกหรือประมาณ 20 - 30 นาทีแรกเราจะปั่นฯ แบบสบายๆ ไปก่อน โดยไม่หักโหมร่างกาย ไม่ปั่นฯ ด้วยความเร็วสูงตั้นแต่ต้น เพื่อให้ร่างกายปรับตัวก่อนปั่นฯ จริงครับ
ในกลุ่มนักจักรยานเสือหมอบเรียกช่วงนี้ว่าช่วง Rolling ครับ ปั่นฯ สบายๆ ตามความสามารถของแต่ละคน พอเครื่องร้อนดีแล้วก็ตามแต่ถนัดครับ
ช่วงสำคัญอีกช่วงคือ "ก่อนหยุดรถ" ครับ เพื่อนผมเคยปั่นฯ เสือหมอบด้วยความเร็วคงที่ไปจุดนัดพบ พอถึงที่หมายก็เบรคหยุดรถทันทีเลย ผลปรากฏว่า "หน้ามีด" จักรยานล้มครับ เพราะช่วงที่เราปั่นฯ ด้วยความเร็วนั้นชีพจรเราจะขึ้นสูงครับ พอหยุดกระทันหันมันก็เหมือนกับการปิดก๊อกหยุดการหมุนเวียนของเลือด เลือดจำนวนมากที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาจะค้างอยู่บริเวณขาไม่ใหลกลับมาที่สมองหรือใหลกลับในปริมาณน้อยมากเนื่องจากระบบชีพจรถูกเบรคทันทีทันใด เราจึงเกิดอาการหน้ามืดครับ
ก่อนหยุดรถหรือก่อนถึงที่หมายเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวต้องแก้ด้วยการ Slowdown หรือปั่นฯ ช้าลงทีละน้อยจนกว่าจะหยุดรถเพื่อเป็นการปรับแรงดันเลือดและชีพจรให้กลับเข้าสู่ระดับ Idle ครับ
สำนักทางหลวงที่ ๘ จ.นครราชสีมา
สื่อมวลชนอิสระ
*****" รูปบรรยากาศงาน TOUR OF Dong Phaya yen “ Season 2*******
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 5&t=814792
สื่อมวลชนอิสระ
*****" รูปบรรยากาศงาน TOUR OF Dong Phaya yen “ Season 2*******
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 5&t=814792