
"สกายเลน" เปิดให้บริการมาแล้วนับถึงตอนนี้ก็ไม่ถึง 2 สัปดาห์ดี แต่มีอุบัติเหตุ เสียหาย เสียของ เจ็บตัวกันไปแล้วหลายราย มีกรณีดราม่ามารยาทกันก็ไม่น้อย ต่างก็โทษกันไปมาว่าใครนะคือต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ผมว่าเราหยุดโทษกันแล้วมาดูว่า เราจะทำอย่างไรให้"กสายเลน" เป็นที่ปั่นจักรยานที่ปลอดภัยกับทั้งตนเองและผู้อื่นกันเถิดครับ ชาวจักรยานด้วยกัน ช่วยกันสร้างสรรค์


1.สกายเลนไม่ใช่สนามแข่ง
ไม่ว่าจะแข่งกับเพื่อน แข่งกับคนอื่น แข่งกับทีมดัง แม้แต่ แข่งกับตนเองเพื่อจะเอา KOM หรือ PR ในแอปพลิเคชั่นดังของชาวจักรยานอย่าง Strava ที่นี่ไม่ใช่ที่แบบนั้นครับ เพราะที่นี่คือถนนที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนปั่นจักรยานทุกประเภทสามารถมาร่วมกันไปั่นได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดี รวมตั้งแต่เด็ก(อายุมากกว่า 7 ปี) ไปยันคนชรา ตั้งแต่ขาแรงไปถึงแม่บ้านอยากออกกำลังกาย ดังนั้น หากนักปั่นที่ปั่นด้วยความรู้สึก "แข่งขัน" ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด แล้วเอาความสำคัญนั้นมาอยู่เหนือความปลอดภัย ใช้"ความเร็ว" เป็นเหตุผลในการตัดสินใจ คงไม่ต้องอธิบายกันว่ามันเหมาะสมหรือไม่ ปัญหาต่างๆจะเบาบางกว่านี้หาก นักปั่นที่กำลังจัดหนักรู้จัก "เบาขา" เมื่อไปไม่ได้ รู้จักหลบซ้ายออกก่อนเมื่อมีกลุ่มที่เร็วกว่ามาแซง รู้จักที่จะปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพเพื่อนนักปั่นรอบบตัวเบื้องหน้า
ถ้าอัดมาเร็วๆหมายจะทำความเร็วเอา KOM เต็มที่ เบื้องหน้าเจอกลุ่มที่ปั่นช้าแต่กีดขวางทาง จะเพราะรู็หรือไม่รู็ก็ตาม โอเคครับอย่าเพิ่งไปโทษว่าใครถูกหรือผิด ถ้าเพียงคุณฟรีขาเบาลง ให้โอกาสที่จะผ่านกันไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดอันตรายก็ลดลงไปเยอะมากแล้ว แต่มันดราม่าก็เพราะ มันยอมฟรีขาเบาลงไม่ได้ ต้องพุ่งเข้าใส่แซงไปด้วยระยะเฉียดฉิว แม้แต่เบียดแซงช่องว่างซ้ายมือเพื่อรักษาโมเมนตั้มตัวเองเอาไว้
...ไปสนามแข่งสิครับ อย่ามาเก่งในถนนสาธาณะ ...
[img]hthttps://scontent.fbkk7-1.fna.fbcdn.net/t31.0-8/12402053_928881107148661_2263102084971437851_o.jpgbca2c12d61fef8276&oe=57D160EF[/img]
2.มีคนที่เร็วกว่าคุณเสมอ อย่ากีดขวางทาง
ลองมองในอีกมุมมองบ้าง... ที่นี่เป็นที่ของทุกคน มีนักปั่นทุกระดับชั้น แม้แต่ทีมชาติก็ยังมาปั่นในนี้ คุณไปห้ามให้เค้าปั่นเร็วไม่ได้หรอกครับ (แต่มีป้ายจำกัดความเร็วอยู่ที่ 40 กม./ชม. นะครับ ใครสังเกตุบ้าง) การขี่ช้าจึงไม่ได้รวมแต่กลุ่มนักปั่น"ฟรุ๊งฟริ๊ง" ชมธรรมชาติ แต่รวมถึงทุกคนนั้่นแหละครับ คุณอาจเป็นขาแรงสำหรับบางคน แต่ก็มีคนเร็วกว่าได้เสมอ และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เราต้องพึงระลึกเสมอว่า มีคนสามารถแซงไปได้ตลอดเวลา ดังนั้น อย่ากีดขวางช่องทางขวาสุด แน่นอนว่าสกายเลน มีมารยาทการใช้งานว่า "ซ้ายช้าขวาเร็ว" แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เร็วแล้วจะลากยาวรูดขวาไปได้ เพราะบ่อยครั้งมากที่เหตุไม่คาดฝันเกิดเมื่อ กลุ่มที่ปั่นด้วยความเร็วสูงอยู่ด้านขวา แต่มีกลุ่มที่ปั่นด้วยความเร็วสูงกว่ามาใกล้ กว่าจะรู้ตัวก็ทับเสยรวมก้อนไปเสียแล้ว

อย่างน้อยๆถ้ารู้สึกว่าตัวเองเร็วกว่าคนอื่นๆ เมื่อแซงแล้วก็กลับมาอยู๋กลางๆเลนก็ยังดีครับ เพื่อให้มีพื้นที่ให้ผู้ที่เร็วกว่ามาแซงได้จากด้านขวา รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงกันปั่นแถวหน้ากระดานกีดขวางช่องทาง เผื่อระยะให้พอดีเสมอๆ อย่าลืมอีกครั้งนะครับว่านักปั่นที่นี่ต่างคละทักษะกันมา ไอ้ครั้นจะให้ทุกคนสามารถผ่านกันได้ในระยะไหล่สีกันคงเป็นไปไม่ได้ หากตีคู่กันมา ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว พ่อลูก คู่เกย์ ทอมดี้ ต้องพึงพร้อมเสมอที่จะต้องหลบเปิดทางให้คนอื่นแซงไปได้อย่างปลอดภัย เพราะแม้จะมีเลนระบุเอาไว้ 2 เลน แต่ไม่ได้แปลว่าจะแซงกันด้วยระยะห่างซ้ายขวาต่อคน 80 ซม. โอกาสที่จะแซงกันมากกว่า 1 กลุ่มเกิดได้ตลอดเวลา และนั่นแหละคือต้นเหตุของหายนะที่มาบ่อยๆ
อันนี้ขอรวมไปถึงการจอดรถ พักเหนื่อย ถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ ตามกฏของสกายเลนระบุชัดเจนว่าห้ามจอดรถบนเส้นทางสีฟ้าอย่างเด็ดขาดนอกจากกรณีฉุกเฉิน การเซลฟี่กับเครื่องบินกำลังจะลงไม่นับว่าฉุกเฉินด้วยนิตินัยใดๆทั้งปวงในสากลโลกครับ บางครั้งที่จุดพักก็มีคนหน้าแน่น ยืนออกันอยู๋ที่ทางเข้าบ้าง ทางออกบ้าง ยื่นล้อจักรยานโผล่เข้ามาครึ่งล้อก็มี คิดเล่นๆว่ายื่นเข้ามาครึ่งล้อ คนขี่มาต้องหลบเผื่อระยะไปอีก สรุปว่าเสียช่องทางไปหนึ่งช่องเต็มๆ

3.ให้สุ้มให้เสียงกัน คนไทยคุยกันได้
"ระวังขวาแซงนะครับ" "ขอทางหน่อยครับ" "ขอโทษนะครับขอเข้าหน่อยครับ" ประโยคง่ายๆแบบนี้ ถ้าตะโกนบอกกันเสียหน่อย ปัญหาต่างๆก็จะหมดลง แต่นี่แหละครับคนไทย อะไรๆก็ให้กันได้ยกเว้นอภัย อะไรมาจี้จุดโมโหเข้าหน่อยก็เข้าสู่โหมดไทยนี้รบไม่ขลาดทันที ความเคืองมาก่อนเหตุผล เค้าขอทางมาก็กลับรู็สึกว่าให้แซงไม่ได้ต้องเร่งเบ่งเข้าเบียดไป เค้าขอเข้ามาในกลุ่มเพราะโดนสภาพจราจรบีบมาก็ไม่ยอม กลัวว่าจะเสียขบวนหรือหลุดตำแหน่งสตราว่า ปกตินักจักรยานสากลในโลกเจอกันก็ทักทาย ยกไม้ยกมือยิ้มให้กัน แต่สงสัยสกายเลนจะมีนักปั่นเยอะเกินไป หรือเพราะเป็นวัฒนธรรมสวนสาธารณะ ไม่สน ไม่แคร์ ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่ บางคนมาเร็วมากไม่ให้เสียงแถมไม่ผ่อนช้าลง ผ่านแซงฉิวไปด้วยทักษะระดับโปร(โตก) ทำเอาอาเจ็กที่กำลังปั่นออกกำลังกายสนุกๆครวญเพลงรำไทเก๊กไปด้วยตกใจแทบจะร้องหาเง็กเซียนฮ่องเต้ เบรคเสียปัด ส่ายแทบตกถนน

ถ้ามันเหนื่อยขนาดอ้าปากบอกกันไม่ได้ ผมว่าปั่นช้าลงมั้ยครับ? ใครเอาปืนมาจ่อหัวว่าต้องปั่นเร็วขนาดอ้าปากให้สุ้มให้เสียงเพื่อความปลอดภัยกันไม่ได้ขนาดนั้น ถ้าออกกำลังจนหมดสภาพปั่นเพื่อให้ปลอดภัยทั้งตนเองและผู้อื่น ผมก็ว่าไปหาถนนเงียบๆแถวบ้านปั่นดีกว่าครับ ทีเวลารถยนต์เบียดแซงใกล้ตัวไม่ให้เสียงเรา เรายังตกใจ ด่าพ่อมันตามไล่หลังไปได้ แต่นี่ถ้าโดนคนที่เราแซงแบบไม่ให้เสียงกันด่าไล่หลังมา สังสัยจะจบลงที่ศึกเควันสนั่นโลกแทนนะครับ
สำหรับท่านที่ไม่ชินกับจักรยาน อย่าตกใจที่นักปั่นจะเสียงดัง ตะโกนใส่กัน เค้าไม่ได้โกรธกันมาแต่ปางไหนครับ เสียงลมมันดัง ต้องพูดให้ดังฟังชัด ขนาดจะขี่ไปขอเบอร์สาวยังต้องตะโกนเลย ถ้าไปเก๊กหล่อ "น้องจ๊ะขอเบอร์หน่อย" น้องเค้าก็จะถามว่า "อะไรนะคะ" ต้องเสียงดังฟังชัด รู้กันไปเลย "น้องครับ ขอเบอร์บัญชี!"

4.อย่าแซงด้านซ้าย
เหตุผลในการแซงซ้ายที่พบเห็นจากกรณีดราม่าแทบทั้งหมดคือเหตุผล 3 ข้อแรกมารวมกันครับ จะโทษว่าข้างหน้าช้าขวางทาง จะมองว่ากีดขวางจนไปไม่ได้ต้องเลาะลงซ้าย บางคนถึงกับลงไหล่ทางซ้ายแซงไป เดาไม่ยากเลยว่าถ้ารถติดพี่แกคนนั้นจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ ไหล่ทางของสกายเลนมีไว้เป็นพื้นที่ฉุกเฉินสองข้าง กรณีต้องจอดเมื่อยามจำเป็นแล้วยังเหลือระยะห่างที่ปลอดภัยกับจักรยานที่วิ่งอยู่บนพื้นที่สีฟ้า ไม่ใช่ทางพิเศษที่จะติดอีซี่พาสผ่านไปได้ฉิวๆนะครับ
และด้วยเหตุที่ผลมันมาจาก 3 ข้อแรก หากพึงปฏิบัติ 3 ข้อแรกแล้วแทบจะไม่เหลือเหตุผลอะไรให้ต้องแซงซ้ายอีกต่อไป หากไม่เร่งรีบขับเคี่ยวจนยอมเบาไม่ได้ หากเราไม่เกะกะขวางทาง หากส่งเสียงบอกกันขอทางกัน เพียงเท่านี้ก็จบปัญหาแล้วถูกมั้ยครับ? เพราะไม่ว่าจะเถียงด้วยเหตุผลอะไร มันก็เข้าตัวเองไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งอย่างแน่นอน ต่อให้ท่านส่งเสียงขอทางแล้ว แต่คนที่ขี่กีดขวางยังไม่หลบ แต่ถ้าท่านยอมราขาเองมันก็จบปัญหาทั้งหมด หากท่านพึงเปิดช่องทางด้านขวาให้มีที่พอที่จะแซงได้เสมอต่อให้คนหลังมาแรงและเร็วสปีดดิ่งนรก เงียบเป็นเป่าสากอมพะนำก็ยังผ่านกันไปได้โดยไม่ต้องแซงซ้าย

การแซงซ้ายสำหรับรถยนต์มันไม่ใช่เรื่องใหญ่มากหรอกครับ(เพราะก็เห็นเป็นปกติ ทั้งที่ผิดกฏ) แต่สำหรับจักรยานมันอันตรายกว่าที่คิดมาก เพราะส่วนมากการขี่กลุ่มที่เวียนกันจะใช้วัฒนธรรมผู้นำลงพักทางด้านซ้ายออกมา ลองนึกภาพว่าคนนำลงจากหัวแถวมาทางซ้าย แล้วท่านกำลังจะแซงซ้าย พื้นที่เบียดเสียดคนเยอะ ก็มีหวังส่งเสียงโวยวายกันลั่นถนน และถ้าความเร็วสูงระยะกระชั้นก็จะตามมาด้วยเสียงเบรค เสียงล้อปัดบนถนน เสียงโครง และเสียงที่ไพรเราะที่เมื่อได้ยินแล้วจะลืมไม่ลงคือเสียง .... คาร์บอนแตก
ยังไม่รวมถึงเพื่อนนักปั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพชมวิวที่อาจคุมรถไม่แข็ง เมื่อโดนแซงซ้ายระยะเบียดเสียดก็จะเด้งส่ายหลบมาทางขวา มันเป็นสัญชาติญาณ โชคดีหน่อยก็โล่ง โชคร้ายหน่อยก็ไปโกยเอาคนปั่นมาทางขาวร่วง โชคร้ายสุดๆก็ล้มไปเลยแถมคนตามมาได้บินเล่นที่สกายเลนเป็นของแถม

5.รู้ตัวเองดีพอแค่ไหน
ขี่จักรยานได้ดีแค่ไหนแล้ว รู้จักกับจักรยานมากแค่ไหน มีทักษะการคุมรถดีพอหรือไม่ การเบรค การเลี้ยว และแม้แต่แรงที่มีนั้นมีแค่ไหน จักรยานเป็นสิ่งท้าทาย ความเร็วและค่า "เอวี" มันช่างสวยงาม กราฟการปั่นสวยๆ หรือ PR สตราว่าดูเป็นแรงบันดาลใจอย่างยิ่งยวด แต่มีสักกี่คนที่จะมองถึงทักษะต่างๆมาก่อน?? การขี่กลุ่มดีพอหรือไม่ ถ้าใครไปแอบปั่นเงียบๆลองตามกลุ่มต่างๆไปดูจะรู้ว่า การปั่นจักรยานให้ได้เร็วมันไม่ยากแต่การปั่นให้ได้ดีและปลอดภัยมันยากกว่า บางท่านก็ยังปั่นล้อเกยกัน เอาชีวิตไปฝากเอาไว้ที่คนหน้าว่าอย่าบินมาเกี่ยวนะ บางท่านก็จี้ติดเพราะกลัวหลุดกลุ่มขาแรง ติดจนคุมรถไม่อยู๋ไม่เบรคก็ไปสีล้อเค้า
ก่อนจะรู้สึกสนุกกับความเร็วไม่ว่าระดับใด ลองศึกษาทักษะ กติกา มารยาทต่างๆให้ดี ที่สำคัญฝึกฝน หัดให้ดีเสียก่อนที่จะเข้าไปหัดในการปั่นจริงก็จะช่วยลดความอันตรายได้มาก เพราะเมื่อร่างกายอ่อนล้า การควบคุมและการตอบสนองต่างๆก็ลดลงตามไปด้วย อย่ารอให้ลมสวนแรงกรรโชกที่ความเร็วทะลุขีดจำกัดของสนาม มุดแล้วมุดอีกก็ยังเหนื่อยแทบขาดใจ อย่าว่าแต่คุมรถให้นิ่งเลย แค่หัวคิดอย่างอื่นก็ยังไม่มี ผิวหนังแทบจะหายใจแถกเหงือกได้ และแล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อหมาวิ่งเข้ามาบนถนน คนหน้าตอบสนองได้ทัน ไอ้เรานี่สิ เสียเข้าเต็มๆเพราะมัวแต่จดจ่อกับสภาวะกลัวหลุด สุดท้ายจบลงที่ ... โรงหมอ
สุดท้าย
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เขียนลงไปแม้จะไปเหยียบหัวแม่เท้าใครไปบ้างแต่มันก็คงอาจช่วยลดอุบัติเหตุได้บ้าง ขอร้องเถิดครับนักปั่นด้วยกันเอง บางครั้งความ "ห้าว" คะนอง มันก็มากเกินไป และขอร้องอีกเช่นกันว่า "เห็นใจ" คนอื่นไม่ว่าจะขาแรงหรือขาสนุก เพราะถ้าลองพยายามคิดถึงใจเขา เราก็จะไม่ทำอะไรที่อาจทำให้เดือดเนื้อร้อนใจกัน
....ถ้าท่านเป็นขาแรง นักปั่นชั้นดี ประสบการณ์สูง อย่าไปโทษ หรือด่าว่าคนปั่นช้า มือใหม่ เด็ก คนแก่ คนชรา เป็นต้นเหตุของปัญหา กีดขวาง เกะกะ ... ในฐานะนักปั่นที่มีทักษะและผ่านร้อนหนาวมาก่อนควรคิดเผื่อผู้อื่นได้ ตัดสินใจอะไรบนความเสี่ยงที่น้อยที่สุดต่อตนเองและผู้อื่น
ย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาละเอียดในแต่ละกลุ่มหัวข้อ
3 เคล็ด(ไม่)ลับ ก้าวแรกสู่การเป็นนักปั่นที่ดี http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1371207
ขี่อย่างไรให้ "นิ่ง" http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1371214
PACE LINE ขี่กลุ่มอย่างไรให้ปลอดภัย http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1371204[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 533097.jpg[/homeimg]